ติดตามพวกเรา

Featured

รีวิว realme 3 Pro ขุมพลัง Snapdragon 710 ชาร์จไว VOOC 3.0 และถ่ายกลางคืนสวยด้วย Super Nightscape

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

realme 3 Pro สมาร์ทโฟนตัวท็อปใหม่ล่าสุดจาก realme มาพร้อมขุมพลัง Snapdragon 710 ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ตัวเครื่องชาร์จไว VOOC 3.0 และถ่ายกลางคืนสวยด้วย Super Nightscape

realme 3 pro review

สรุปข้อมูลและสเปค realme 3 Pro

  • ราคาเปิดตัว 6,999 บาท สำหรับรุ่นแรม 4GB+64GB และ 8,999 สำหรับรุ่นแรม 6GB+128GB (พฤษภาคม 2019)
  • ขนาดตัวเครื่อง 156.8 x 74.2 x 8.3 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 172 กรัม
  • หน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว หน้าจอแบบหยดน้ำ ความละเอียดระดับ FullHD+ อัตราส่วน 19.5:9
  • ระบบปฏิบัติการ ColorOS 6.0 (Android 9.0 Pie)
  • ชิพเซ็ต Qualcomm SDM710 Snapdragon 710 (10 nm)
  • จีพียู Adreno 616
  • แรม 4GB+64GB หรือ 6GB+128GB ใส่เมมเพิ่มได้ด้วย microSD card สูงสุด 256GB
  • กล้องหลังเลนส์คู่ 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.7 และ 5 ล้านพิกเซล Depth sensor รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • พอร์ตเชื่อมต่อ microUSB, Wi-Fi , Bluetooth 5.0
  • แบตเตอรี่ 4,045mAh รองรับชาร์จ VOOC 3.0 กำลังไฟ 20W
  • ปุ่มสแกนลายนิ้วมือด้านหลังตัวเครื่อง

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

realme 3 Pro gaming review

realme 3 Pro มาในกล่องสีเทาแบบเรียบ โดยฝากล่องจะมีเพียงชื่อแบรนด์และชื่อรุ่นเป็นโทนสีเหลือง และอุปกรณ์ที่มีให้ในกล่อง ได้แก่

  • ตัวเครื่อง realme 3 Pro และแบตเตอรี่ในตัว
  • อะแดปเตอร์ VOOC 3.0
  • สาย microUSB รองรับ VOOC 3.0 สำหรับชาร์จไฟหรือถ่ายโอนข้อมูล
  • ใบรับประกันและคู่มือการใช้งาน
  • เข็มจิ้มถาดใส่ซิม
  • เคส

realme 3 pro review

ด้านการดีไซน์ของ realme ถือเป็นแบรนด์ที่มีการสร้างสรรความโดดเด่นในทุกๆ รุ่นจริงๆ โดยในรุ่น realme 3 Pro ได้รับการดีไซน์แบบ Speedway ที่มีลายเส้นด้านหลัง S Curve ซึ่งได้รับแรงบัลดาลใจจากการแข่งรถระดับตำนานอย่าง Le-Mans โดยแพทเทิร์นเส้นแสงคู่ขนานที่อยู่ด้านหลังงตัวเครื่องนี้มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ “แสงแรกพบ”

 

realme 3 pro review

ตัวเครื่องที่ใช้ในรีวิวนี้เป็นสี Nitro Blue เป็นการไล่เฉดสีระหว่างสีม่วงและสีน้ำเงิน โดยมีลายของเส้น Speedway ที่ทำให้มองเห็นเป็นรูปตัว S และเห็นการวิ่งของแสงเมื่อถือเครื่องขยับไปมา

 

realme 3 pro review

พื้นที่ด้านหน้าตัวเครื่องเต็มไปด้วยพื้นที่ของหน้าจอแสดงผลที่ขยายให้ชิดขอบทุกด้าน และมาพร้อมหน้าจอรอยบากทรงหยดน้ำ Waterdrop ซึ่งเป็นพื้นที่รอยบากเล็กๆ สำหรับติดตั้งเลนส์กล้องหน้า ทำให้ได้พื้นที่หน้าจอแสดงผลเพิ่มขึ้น

 

realme 3 pro review

realme 3 Pro มีหน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด FullHD+ ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าและคมชัดมากขึ้นเมื่อเทียบกับ realme 3 น้องเล็กรุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัว โดยอัตราส่วนหน้าจอของรุ่น Pro เป็นหน้าจอแบบยาวที่ให้มุมมองกว้าง 19.5:9 แสดงคอนเทนท์และวิดีโอได้แบบเต็มตา

การดีไซน์หน้าจอให้ชิดขอบทุกด้านจนแทบไม่เหลือขอบ ทำให้ได้หน้าจอที่ใหญ่มากขึ้น และลดขนาดตัวเครื่องไม่ให้ใหญ่จนเกินไปได้ด้วย ยังคงจับใช้งานถนัดในมือเดียว และครอบด้วยกระจกกันรอย Gorilla Glass 5 ขอบโค้งมน 2.5D จับถนัดมือ ขอบไม่คม

 

realme 3 pro review

นอกจากนี้แล้วจะเห็นด้านหน้าดูสะอาดตามากๆ ด้วยการซ่อนเซ็นเซอร์ต่างๆ และนำลำโพงไปซ่อนไว้ในช่องว่างระหว่างหน้าจอและกรอบตัวเครื่อง อีกทั้งยังดูเนียนเป็นเนื้อเดียวกันทั้งหมดด้วยการเคลือบผิวให้มีสีดำสนิทกลืมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน

 

realme 3 pro review

ขอบด้านล่างตัวเครื่องจะมีช่องหูฟัง, ไมโครโฟน, พอร์ต microUSB และลำโพง

 

realme 3 pro review

ขอบด้านซ้ายมีปุ่มปรับระดับเสียง และช่องใส่ซิมแบบ 3 Slot รองรับซิมการ์ดขนาด Nano SIM จำนวน 2 ช่อง และใส่ microSD card เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บให้กับตัวเครื่องได้สูงสุด 256GB

 

realme 3 pro review

ขอบด้านขวามีปุ่ม Power

 

realme 3 pro review

ขอบด้านบนมีไมโครโฟนตัวที่สอง

 

realme 3 pro review

ด้านหลังมีเลนส์กล้องคู่จัดวางในแนวตั้ง โดยเลนส์หลักมีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล (RGB) พร้อมดีไซน์กรอบเลนส์สีเหลือง ดูสวยงามมากขึ้น และอีกเลนส์ 5 ล้านพิกเซล (Depth Sensor) สำหรับการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ Portrait Mode โดยมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ที่ด้านหลังด้วย

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

realme 3 pro review

realme 3 Pro รันระบบปฏิบัติการ ColorOS 6.0 ซึ่งครอบทับอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie เวอร์ชั่นล่าสุด โดยได้รับการดีไซน์อินเตอร์เฟซใหม่ทั้งหมด เน้นเฉดสีขาวเป็นพื้นหลังและไล่เฉดสีในโทนสีอ่อน เพื่อให้ดูเรียบง่าย นุ่มนวล และสบายตามากยิ่งขึ้น

 

realme 3 pro review

ไอคอนแอพพลิเคชั่นระบบได้รับการดีไซน์ใหม่เช่นเดียวกัน โดยมีสีสันที่สดใสและเป็นไอคอนแบบวงกลม ไม่จำเป็นจะต้องเป็นทรงสี่เหลี่ยมอีกต่อไปแล้ว ทำให้หน้าจอดูเป็นอิสระและมีความสวยงาม รวมไปถึงการเพิ่ม App Drawer สำหรับเรียกดูรายการแอพพลิเคชั่นทั้งหมดที่ติดตั้งบนตัวเครื่อง โดยไม่ต้องจัดเรียงไว้ในหน้าโฮมทั้งหมด

 

realme 3 pro review

สำหรับภาพวอลเปเปอร์ที่มาในตัวเครื่องเป็นชุดใหม่ที่เป็นภาพแนวศิลปะสมัยใหม่ ซึ่งมีสีสันสดใส และภาพส่วนใหญ่จะเป็นภาพที่ดูมีชีวิตชีวาคล้ายการเคลื่อนไหว

 

realme 3 pro review

หน้าจอแสดงผลของ realme 3 Pro รองรับการเล่นวิดีโอ HDR ด้วย ซึ่งจากการทดสอบเล่นคลิปบน YouTube ที่ความละเอียด 1080p HDR ความเร็ว 60pfs ได้ภาพที่ลื่นไหลและคมชัดมากๆ

 

realme 3 pro review

ColorOS 6 ได้ปรับปรุงในส่วนของอนิเมชั่นภาพเคลื่อนไหวในเมนูต่างๆ ด้วย เช่น เอฟเฟ็กต์ลูกเล่นสวยๆ ในหน้าจอแนะนำระบบ Face Unlock และขณะชาร์จแบตเตอรี่จะมีเอฟเฟ็กต์ไอคอนวงกลมที่เหมือนการไหลของพลังงานเข้าสู่ศูนย์กลางของวงกลม

 

realme 3 pro review

ฟีเจอร์ด้านการเชื่อมต่อรองรับเครือข่าย 4G พร้อมกันทั้ง 2 ซิม และรองรับ VoLTE การโทรด้วยความเร็วสูงผ่านสัญญาณ 4G ที่ให้คุณภาพเสียงสนทนามีความคมชัดมากขึ้น สามารถใช้เน็ตไปพร้อมๆ กันได้ และยังรองรับ VoWi-Fi ที่สามารถโทรผ่านไวไฟได้อีกด้วย

 

realme 3 pro review

Riding Mode ฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยให้การขับขี่ไม่ถูกรบกวน เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน โดยระบบจะใช้ตัวอักษรและปุ่มขนาดใหญ่ที่สามารถรับหรือปฏิเสธได้เท่านั้น และถ้าเลือกปฏิเสธสายโทรเข้า ระบบจะส่ง SMS กลับอัตโนมัติไปยังสายที่โทรเข้า หรือจะเลือกกำหนดเบอร์โทรศัพท์ที่อนุญาตในการรับสายได้ เพื่อไม่ให้พลาดสายที่สำคัญ

 

realme 3 pro review

Smart Bar นอกจากใช้งานในแนวนอน ตอนนี้สามารถใช้งานในแนวตั้งได้แล้ว ช่วยสลับการใช้งานแอพ ส่งไฟล์ ตอบแชท จับภาพหน้าจอขณะดูวิดีโอหรือเล่นเกมได้โดยไม่ต้องสลับหน้าจอไปมา ช่วยเพิ่มความสะดวกและง่ายต่อการใช้งานมากขึ้น โดยจะมีการแสดงไอคอนแอพ แบบลอยอยู่ด้านข้างหน้าจอ และสามารถเพิ่ม/ลด แอพพลิเคชั่นที่ต้องการใช้งานมาไว้ในส่วนนี้ได้ด้วย

 

realme 3 Pro OS review

ความฉลาดของแอพพลิเคชั่นรูปภาพ มีความสามารถตรวจจับใบหน้าและจดจำใบหน้าของแต่ละบุคคลได้ เพื่อแยกเป็นอัลบั้มเดียวกัน รวมถึงการแบ่งอัลบั้มตามสถานที่ และประเภทของรูปถ่ายได้ด้วย โดยแอพรูปภาพยังใช้ประโยชน์จากการจดจำใบหน้าด้วย AI ในการนำมาใช้ร่วมกับฟีเจอร์ที่เรียกว่า ความทรงจำ (Memories) เพื่อนำภาพถ่ายที่เกี่ยวข้องกับบุคคลนั้นๆ มาทำเป็นคลิปวิดีโอน่ารักๆ บันทึกถึงความทรงจำจากการถ่ายภาพในแต่ละช่วงเวลา เช่น ไปเที่ยวสถานที่ใดที่หนึ่ง ก็รวมเป็นคลิปเดียวกันได้ เป็นต้น

 

realme 3 pro review

ในเรื่องของความปลอดภัย realme 3 Pro สามารถแตะสแกนลายนิ้วมือด้านหลังตัวเครื่อง และใช้ใบหน้าจอในการปลดล็อคหน้าจอได้ ซึ่งการจำแนกใบหน้าจอถือว่าทำได้ดีมาก ปลดล็อคได้อย่างรวดเร็ว

 

realme 3 pro review

realme 3 Pro มีแอปพลิเคชั่นสำหรับจัดการโทรศัพท์ (Phone Manager) ที่คอยตรวจสอบการทำงานและแก้ไขให้กลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพเหมือนเดิมเพียงคลิกเดียว ไม่ต้องกดหาหรือไล่ลบแอปให้ยุ่งยากอีกต่อไปแล้ว

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

realme 3 pro review

realme 3 Pro ใช้ชิพประมวลผล Qualcomm SDM710 Snapdragon 710 ที่มีกระบวนการผลิตขนาด 10 นาโนเมตร โดยซีพียู Octa-core แบ่งการทำงานออกเป็น 2 ระดับตามการใช้งาน คือ Dual-core 2.2GHz Kryo 360 Gold และ Hexa-core 1.7GHz Kryo 360 Silver พร้อมกราฟิกหรือจีพียู Adreno 616 และรุ่นที่ใช้ทดสอบในครั้งนี้เป็นรุ่นที่มีแรม 6GB โดยผลการทดสอบ AnTuTu ป็นการทดสอบภาพรวมของการทำงานในส่วนของหน่วยความจำแรม และประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยประมวลผลกราฟิกหรือจีพียู ทำคะแนนรวมได้ 154,444 คะแนน

 

realme 3 pro review

ผลการทดสอบด้วย Geekbench 4 เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการทำงานและการประมวลผล การทดสอบนี้จะทำการประมวลออกมาเป็นตัวเลขแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ Single-Core และ Multi-Core หากได้คะแนนยิ่งสูงประสิทธิภาพการทำงานจะยิ่งดี โดยผลทดสอบของ realme 3 Pro ทำคะแนน Single-Core ได้ 1,493 คะแนน และ Multi-Core ทำได้ 5,881 คะแนน

 

realme 3 Pro gaming review

ในการเล่นเกมสามารถเปิดโหมดการเร่งความเร็ว เพื่อเรียกใช้งานซีพียูและปรับจีพียูให้จัดลำดับความสำคัญให้มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการเล่นเกม และไม่ให้มีการรบกวนระหว่างเล่นเกมได้ อีกทั้งตัวจีพียู Adreno 616 ยังช่วยให้การประมวลผลในการมองเห็นชัดยิ่งขึ้น รองรับภาพเกมแบบสามมิติ และเอฟเฟ็กต์กราฟิกต่างๆ ได้อย่างคมชัด ซึ่งเป็นการประมวลผลกราฟิกที่ดีที่สุดในเรทราคาระดับเดียวกัน

 

realme 3 Pro OS review

สำหรับ Game Space ได้รับการอัพเดทใหม่ใน ColorOS 6.0 ที่มีหน้าตาและโทนสีที่สื่อถึงพลังในการประมวลผล ซึ่งฟีเจอร์นี้สำหรับใช้ในการจัดการเกมเอาไว้ในที่เดียว สามารถเลือกโหมดการจัดการเกมได้ 3 โหมด ได้แก่ โหมดประสิทธิภาพสูงสุด โหมดสมดุล และโหมดการใช้พลังงานต่ำ

 

realme 3 Pro gaming review

Game Assistant ตัวช่วยในการเล่นเกมสำหรับเรียกใช้งานเมนูลัดระหว่างการเล่นเกมได้ง่ายๆ เช่น ปิดการแจ้งเตือน การจับภาพหน้าจอ การบันทึกหน้าจอเป็นวิดีโอ เป็นต้น ซึ่งเป็นเมนูที่เลือกใช้งานได้โดยไม่บดบังการเล่นเกม

 

ealme 3 Pro gaming review

สำหรับเกม RoV ตัวเครื่องรองรับโหมดเฟรมเรตสูง ภาพระดับ HD สามารถได้ลื่นไหล ไม่มีปัญหา เฟรมเรทนิ่งมากระหว่าง 58-60 fps อีกทั้งหน้าจอที่กว้างยังช่วยให้เห็นสภาพแวดล้อมรอบๆ ขอบจอได้ดีมากขึ้น โอกาสมองเห็นศัตรูก็อยู่ขอบจอก็มีมากขึ้นด้วย

 

ealme 3 Pro gaming review

ทดสอบเล่นเกม PUBG Mobile สุดยอดเกมแอ็คชั่นใหม่ล่าสุดที่พัฒนาด้วย Unreal Engine 4 เป็นเกมที่มีภาพและกราฟิกที่สวยงามมาก ต้องใช้การควบคุมทิศทาง และความแม่นยำในการระบุเป้ายิง สามารถเล่นได้ เล็งเป้าได้นิ่งๆ

 

ealme 3 Pro gaming review

ทดสอบเล่นเกม Asphalt 9 : Legends เกมแข่งรถจาก Gameloft ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ประสบการณ์เกมคอนโซลที่สมจริงและภาพกราฟิกที่สวยงามมากขึ้นด้วยเทคนิค HDR พร้อมรถจากหลายค่ายดัง ก็สามารถเล่นบน realme 3 Pro ได้ลื่นไหล ภาพแทบไม่มีกระตุกเลย

 

realme 3 Pro OS review

แบตเตอรี่ของรุ่นนี้มีความจุมากถึง 4045mAh จากการทดสอบใช้งานเปิดกล้องถ่ายรูปไปราว 200 กว่ารูป, เล่นเกมต่อเนื่องชั่วโมงกว่าๆ และเข้าเล่นโซเชียลทั่วไป พบว่าแบตเตอรี่อยู่ได้นานทั้งวันตั้งออกจากบ้านในตอนเช้าไปทำงานจนถึงตอนค่ำๆ โดยไม่ต้องใช้ Power Bank ระหว่างวัน

 

นอกจากนี้แล้ว realme 3 Pro ยังรองรับการชาร์จ VOOC 3.0 ด้วยกำลังไฟสูงสุด 20W เพียงใช้หัวอะแดปเตอร์และสายชาร์จที่มาในกล่อง ซึ่งจากการทดสอบชาร์จแบตที่ 10% จน 66% ใช้เวลาเพียง 36 นาทีเท่านั้น ซึ่งถือว่ารวดเร็วมากๆ ถ้าเทียบกับระดับราคาของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้แล้วก็ถือว่าให้ฟีเจอร์ด้านการชาร์จแบตมาเต็มที่แล้ว

 

realme 3 Pro gaming review

ความเร็วในการชาร์จด้วย VOOC 3.0 ตอบโจทย์มากๆ สำหรับใครที่ใช้งานหนักๆ อย่างการเล่นเกมต่อเนื่อง เพราะว่าจากการทดสอบชาร์จไปด้วยและเล่นเกม RoV ไปด้วย เปอร์เซ็นต์ของแบตเตอรี่ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ได้ลดหรือหยุดนิ่ง

 

กล้องถ่ายรูป

realme 3 pro review

realme 3 Pro มีกล้องหลังเป็นเลนส์คู่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.7 ซึ่งเป็นเลนส์ Sony IMX519 และอีกเลนส์เป็น Depth sensor ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล f/2.4 สำหรับถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอในโหมด Portrait

 

โหมด Portrait ถ่ายภาพคนให้โดดเด่นแบบหน้าชัดหลังเบลอ

realme 3 pro review

โหมด Portrait ของ realme 3 Pro มีระบบตรวจจับใบหน้าเพื่อทำการโฟกัสให้อัตโนมัติด้วย และระบบโฟกัสถือว่าทำงานได้รวดเร็วมาก

 

realme 3 Pro Camera review realme 3 Pro Camera review realme 3 Pro Camera review realme 3 Pro Camera review realme 3 Pro Camera review realme 3 Pro Camera review

จะเห็นว่าการตัดขอบตัวบุคคลนั้นทำได้เนียน เส้นผมเห็นเป็นเส้นๆ โดยที่ไม่ถูกเบลอออกไป ทำเอฟเฟ็กต์ละลายฉากหลังได้สวยเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นการทำงานของกล้องหลักที่มีรูรับแสงกว้าง และกล้อง Depth Sensor ที่ช่วยเก็บระยะความลึกของภาพ รวมไปถึงการมีชิพประมวลผลที่มี AI Engine ที่ช่วยให้การถ่ายภาพออกมาสวยและง่ายมากขึ้น

 

Chroma Boost สีสันสดใส โดดเด่นมากขึ้น

realme 3 Pro Chroma Boost Camera realme 3 Pro Chroma Boost Camera realme 3 Pro Chroma Boost Camera realme 3 Pro Chroma Boost Camera

Chroma Boost เป็นโหมดการถ่ายภาพที่ช่วยเพิ่มความสดของสีภาพเหมือนกับ Vivid ซึ่งก็ได้ AI ที่มีความฉลาดเข้ามาตรวจจับฉากที่กำลังถ่าย แล้วปรับความสดของภาพตามวัตถุที่กำลังถ่าย

 

AI Scene Recognition ถ่ายสวยทุกฉาก ไม่ต้องตั้งค่ากล้อง

realme 3 Pro review

ในโหมดอัตโนมัติหรือ Auto Mode มี AI Scene Recognition ที่ช่วยระบุฉากที่กำลังถ่าย เช่น ดอกไม้ ต้นไม้ วิว ดวงอาทิตย์กำลังตก เป็นต้น แล้วปรับค่ากล้องให้เหมาะสมกับการถ่ายภาพนั้นๆ โดยที่ผู้ใช้งานไม่ต้องตั้งค่ากล้องให้ยุ่งยาก

 

realme 3 Pro review realme 3 Pro review realme 3 Pro review realme 3 Pro review realme 3 Pro review

จะเห็นว่าภาพที่ถ่าย Auto Mode แล้วเปิดใช้งาน AI Scene Recognition ภาพแต่ละฉากจะมีความสวยงาม และสีสันโดดเด่นไม่เหมือนกัน โดยเป็นการปรับค่าต่างๆ ให้เหมาะกับการถ่ายภาพแต่ละฉากนั่นเอง ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานมากๆ ทำให้ทุกคนสามารถถ่ายภาพออกมาสวยได้ทันที

 

โหมด Ultra HD 64 ล้านพิกเซล

realme 3 Pro Ultra HD 64MP Camera

สำหรับการถ่ายภาพความละเอียดสูงสุดถึง 64 ล้านพิกเซล ให้เข้าไปที่โหมดผู้เชี่ยวชาญ (Expert Mode) แล้วแตะที่ไอคอน Ultra HD ที่ด้านซ้ายของหน้าจอ ให้เป็นสีเหลืองตามภาพ เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถถ่ายภาพที่มีความละเอียดสูงได้แล้ว

 

realme 3 Pro Camera review realme 3 Pro Camera review realme 3 Pro Camera review realme 3 Pro Camera review

กล้องของ realme 3 Pro สามารถถ่ายภาพที่มีขนาดความละเอียดสูงสุดถึง 64 ล้านพิกเซลด้วยโหมด Ultra HD ที่เป็นการใช้กล้องหลังรวมภาพ 4 ช็อตเข้าด้วยกัน ทำให้เห็นรายละเอียดของภาพที่คมชัดมากขึ้น

 

โหมด Super Nightscape ถ่ายกลางคืน ไม่ต้องใช้ขาตั้ง

realme 3 Pro Camera review realme 3 Pro Camera review realme 3 Pro Camera review realme 3 Pro Camera review realme 3 Pro Camera review realme 3 Pro Camera review realme 3 Pro Camera review realme 3 Pro Camera review realme 3 Pro Camera review

Super Nightscape การถ่ายภาพในที่แสงน้อยหรือในเวลากลางคืน ต้องยอมรับว่ากล้องของ realme 3 Pro ถ่ายภาพออกมาได้สว่างคมชัดมากๆ และยังสามารถลดนอยซ์ของภาพได้ดีอีกด้วย ซึ่งในโหมดนี้ไม่ต้องใช้ขาตั้งช่วย โดยเป็นการอัพเกรดความสามารถของ Qualcomm Spectra 250 ISP ตัวใหม่ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการถ่ายภาพและวิดีโอในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น พร้อมรองรับระบบป้องกันภาพสั่นไหวและความสามารถของระบบ Auto Focus ที่รวดเร็ว

สำหรับการถ่ายวิดีโอ realme 3 Pro มีโหมด Super slo-mo 960fps ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนเพียงรุ่นเดียวในระดับราคานี้ที่สามารถถ่ายวิดีโอแบบนี้ได้ ซึ่งจะได้ภาพที่ช้ากว่าปกติถึง 32 เท่า

 

กล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล คมชัดด้วยพิกเซลขนาดใหญ่

realme 3 Pro Camera review

กล้องหน้าเซลฟี่ 25 ล้านพิกเซล เทคโนโลยี 4-in-1 ที่เป็นการรวมพิกเซลเข้าด้วยกัน ทำให้มีพิกเซลมีขนาดใหญ่มากขึ้น เก็บแสงได้สว่างและคมชัด พร้อมเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยทำให้ภาพถ่ายเซลฟี่ออกมาสวยเป็นธรรมชาติ

 

realme 3 Pro Camera review realme 3 Pro Camera review

กล้องหน้าจะมีเพียงเลนส์เดียว แต่ก็ฟีเจอร์การถ่ายแบบหน้าชัดหลังเบลอได้ ทำให้ภาพเซลฟี่ออกมาโดดเด่น และละลายฉากหลังได้ค่อนข้างเนียนมากๆ

 

สรุปจุดเด่น

  • realme 3 Pro เป็นสมาร์ทโฟนที่มีดีไซน์สวยงาม โดยด้านหลังมีความโดดเด่นด้านการดีไซน์ระดับพรีเมียม
  • หน้าจอขนาดใหญ่ 6.3 นิ้ว อัตราส่วน 19.5:9 ให้มุมมองที่กว้างมากขึ้น ดูหนัง เล่นเกม เห็นภาพได้เต็มตา
  • ระบบปฏิบัติการ ColorOS 6.0 ได้ใช้งานฟีเจอร์ใหม่ๆ ไม่ต้องรออัพเดท
  • ใช้ชิพ Snapdragon 710 แรม 6GB ทำงานได้ลื่นไหลดี สลับแอปไปมาได้รวดเร็ว และเล่นเกมกราฟิกสวยๆ ได้สบายๆ
  • กล้องหลังเลนส์คู่ 16 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.7 ถ่ายภาพสวยทั้งกลางวันและกลางคืน
  • กล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 เซลฟี่ได้คมชัดด้วยเทคโนโลยีรวมพิกเซล 4-in-1
  • แบตเตอรี่ 4045mAh รองรับชาร์จ VOOC 3.0 กำลังไฟ 20W (มีให้ในกล่อง)

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่แถมหูฟังในกล่อง
Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

Featured

รีวิว realme X50 Pro 5G ขุมพลังความเร็วแห่งอนาคต Snapdragon 865 5G, รองรับ 5G, 65W SuperDart Charge พร้อมจัดเต็มเรื่องกล้องรวม 6 เลนส์

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

(เพิ่มเติม…)

อ่านต่อ...

Android News

สัมผัสประสบการณ์ 5G ที่สมบูรณ์แบบได้แล้ววันนี้ บนสมาร์ทโฟนเรือธง HUAWEI P40 Series

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Experience the perfect 5G today On the flagship smartphone HUAWEI P40 Series.

ปีนี้หัวเว่ยรุกความเป็นผู้นำด้าน 5G ด้วยการเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงระดับตำนานอย่าง P Series ด้วยซีรี่ส์ล่าสุด HUAWEI P40 Series ตอกย้ำความตั้งใจของแบรนด์ที่มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ เพื่อยกระดับไลฟ์สไตล์-คุณภาพชีวิตของผู้ใช้ในทุกระดับ

ทำไม HUAWEI P40 Series สมาร์ทโฟนเรือธงจึงยืนหนึ่งด้านประสบการณ์ 5G ที่สมบูรณ์แบบ

สมาร์ทโฟน HUAWEI P40 Series ทุกโมเดล ตั้งแต่ HUAWEI P40, HUAWEI P40 Pro ไปจนถึง HUAWEI P40 Pro Plus ประมวลผลและทำงานได้อย่างฉับไว สอดรับกับความเร็วระดับ 5G ด้วยชิปเซ็ตเรือธง Kirin 990 5G ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพของการประมวลผลข้อมูลและกราฟิกขึ้นหลายเท่า ด้วยการรวมเอาโมเด็ม 5G เข้าไว้กับโปรเซสเซอร์ (CPU) ภายในชิปเซ็ต ทำให้ประมวลผลได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ลดการใช้พลังงาน เพราะข้อมูลไม่ต้องเดินทางกลับไปกลับมาระหว่างโมเด็มและชิปเซ็ต จึงทำให้เครื่องร้อนช้า ปกติเมื่อเราใช้สมาร์ทโฟนในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เล่นเกมแบบออนไลน์ หรือดาวน์โหลดไฟล์ข้อมูลใหญ่ๆ จากคลาวด์ เครื่องจะร้อนเร็วและแบตเตอรี่จะลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องหยุดใช้หรือพักเครื่องบ่อย การรวมโมเด็มเข้าไว้ในชิปเซ็ตของสมาร์ทโฟน HUAWEI P40 Series ช่วยแก้ปัญหาทั้งหมดข้างต้น การมีอุปกรณ์ที่รองรับความเร็วระดับ 5G ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ใช้ 5G ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดย HUAWEI P40 Series 5G เป็นรุ่นแรกที่มีหน้าจอ 90Hz ซึ่งเป็น refresh rate ที่เหมาะสม ไม่เปลืองพลังงาน ทั้งยังแสดงผลภาพ กราฟิกขั้นสูงต่างๆ และวิดีโอได้อย่างคมชัด ถึงระดับ 4K มอบสุดยอดประสบการณ์เกมออนไลน์ ที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟน 4G ไม่เคยสัมผัสมาก่อน มาพร้อมฟีเจอร์ลิขสิทธิ์เฉพาะ HUAWEI Share ซึ่งให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทดีไวซ์และสมาร์ทโฟน เพื่อแลกเปลี่ยน แบ่งปันข้อมูล รวมถึงประสิทธิภาพการทำงานระหว่างดีไวซ์ได้อย่างง่ายดายผ่านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพียงสัมผัสเดียว (One Tap) ตามกลยุทธ์ 1+8+N ของหัวเว่ยที่ต้องการสร้างอีโคซิสเต็มที่เป็นมิตรและเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ใช้ผ่านเทคโนโลยีและระบบอินเทอร์เน็ตที่ก้าวล้ำ และยังมี HUAWEI MeeTime ระบบวิดีโอคุณภาพสูงที่ให้ภาพและเสียงระดับ Full HD นับเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับไลฟ์สไตล์ IT ของคนยุคใหม่ที่จะสามารถทำงานระหว่างอุปกรณ์ได้อย่างไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับเทรนด์ IoT

 

สมาร์ทโฟน HUAWEI P40 Series เป็นระบบสองซิมการ์ดที่รองรับความเร็วระดับ 5G ได้ทั้งสองซิมการ์ด และเป็นสมาร์ทโฟนที่รองรับการใช้งานที่ความเร็วระดับ 5G ผ่านนวัตกรรมซิมดิจิทัล (eSim) นอกเหนือจากความสมรรถภาพของอุปกรณ์ที่ผู้ใช้มองหา เพื่อการใช้งาน 5G ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญประกอบการพิจารณาสำหรับผู้บริโภคชาวไทยคือสมาร์ทโฟนที่รองรับการใช้งาน 5G ทุกย่านความถี่

ทำไมต้องซื้อ HUAWEI P40 Series กับ AIS

Experience the perfect 5G today On the flagship smartphone HUAWEI P40 Series.

เพราะสุดยอดสมาร์ทโฟน ก็ต้องคู่กับเครือข่ายอันดับ 1 ที่มี AIS 5G เพราะ AIS 5G มีคลื่นมากที่สุด ดีที่สุด เพื่อคนไทย ศักยภาพแรง รับส่งข้อมูลเร็วขึ้นกว่าเดิม 24 เท่า จะดาวน์โหลดหนัง 4K หรือ 8K หรือจะโหลดเพลงเป็นอัลบั้ม ก็เสร็จเร็วในไม่กี่วินาที ไหลลื่นไม่มีสะดุด หรือจะใช้ค้นหาข้อมูลผ่าน Mobile Internet ก็เสร็จทันใจในเสี้ยววินาที ให้ชีวิตออนไลน์ลื่นไหลแบบ Real time ยิ่งกว่าที่เคย แกะกล่องเครื่องมาก็ใช้งานได้ทันที ซึ่งวันนี้ AIS 5G พร้อมให้บริการแล้ว 77 จังหวัด และสะดวกสบายยิ่งกว่าด้วยการสั่งซื้อทาง AIS Online Store ที่ http://www.ais.co.th/huawei-5g/ จัดส่งฟรีทั่วประเทศ รอรับสินค้าที่บ้านได้เลย หรือช่องทาง AIS Shop และ Telewiz สาขาที่ร่วมรายการ ราคาเริ่มต้นเพียง 28,990 บาท สำหรับลูกค้าเดิมที่สมัครแพ็กเกจ AIS 4G Hot Deal MAXX ตั้งแต่ราคา 1,149 บาทขึ้นไป รับสิทธิ์ใช้บริการ DATA 5G ฟรีไม่จำกัด โดยไม่คิดบริการเพิ่ม จนถึง 30 กันยายน 2563 ส่วนลูกค้าที่สมัครแพ็กเกจ AIS 4G Hot Deal MAXX ค่าบริการรายเดือนต่ำกว่า 1,149 บาท รับสิทธิ์ใช้บริการ 5G 10 GB ต่อเดือนฟรี จนถึง 30 กันยายน 2563

 

สมาร์ทโฟน HUAWEI P40 Series วางจำหน่ายแล้ว 2 รุ่นคือ HUAWEI P40 ในราคา 22,990 บาท และ HUAWEI P40 Pro ในราคา 31,990 บาท ซึ่งมีให้เลือกมากถึง 3 สี คือ Silver Frost, Blush Gold และ Deep Sea Blue

 

และล่าสุดกับรุ่นท็อป ที่สวยโดดเด่นด้วยนวัตกรรมเซรามิกเคลือบเทคโนโลยีนาโน HUAWEI P40 Pro+ สี Ceramic White ในราคา 40,990 บาท ซึ่งจะวางจำหน่ายในวันที่ 27 มิถุนายนนี้ มาพร้อมโปรโมชั่นพรีออเดอร์ สำหรับผู้ที่สั่งซื้อช่วงเปิดจองระหว่างวันที่ 4-26 มิถุนายนนี้ จะได้รับของสมนาคุณมูลค่ารวม 12,200 บาท สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงซื้อและสั่งจองผลิตภัณฑ์ได้ที่เว็บไซต์ http://www.ais.co.th/huawei-5g/

 

สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของหัวเว่ย สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของหัวเว่ย https://consumer.huawei.com/

อ่านต่อ...

Featured

รีวิว SanDisk Extreme microSDXC A2 โฉมใหม่! ติดตั้งเกมได้ลื่นไหล เปิดแอปไม่สะดุด และรองรับวิดีโอ 4K

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

โฉมใหม่ SanDisk Extreme microSDXC A2 การ์ดความจำสำหรับการเล่นเกมได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด อ่านข้อมูลความเร็วสูงสุดถึง 160MB/วินาที และเข้าถึงแอปต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วบนตัวการ์ดความจำ ทำให้ใช้งานได้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลเมมเครื่องจะเต็ม

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review 01

สรุปข้อมูลของ SanDisk Extreme microSDXC A2

  • รูปแบบ microSDXC
  • ความจุ 64GB, 128GB, 256GB
  • ความเร็วอ่านสูงสุด 160MB/วินาที
  • ความเร็วเขียนสูงสุด 90MB/วินาที
  • ความเร็ววิดีโอ V30, U3, A2

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

SanDisk Extreme microSDXC A2 โฉมใหม่ เอาใจสายเกมมิ่ง ตัวแพ็กเกจจะมาพร้อมภาพกราฟิกเกมที่ดูตื่นตาตื่นใจ พร้อมฟีเจอร์เด่นต่างๆ ซึ่งเป็นอีกขึ้นของการ์ดความจำที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสำหรับสมาร์ทโฟน Android โดยมีความเร็วในการอ่านสูงสุด 160MB/วินาที ทำให้การเรียกใช้งานแอปพลิเคชั่นที่ติดตั้งไว้บนการ์ดหน่วยจำนี้ทำได้อย่างลื่นไหล ไม่สะดุด และรองรับวิดีโอ 4K เหมาะสำหรับการนำใช้งานบันทึกวิดีโอความละเอียดสูง

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

ตัวการ์ดจะมีสีทองคาดแถบสีแดง พร้อมตัวหนังสือระบุชื่อรุ่น SanDisk Extreme และชนิดของตัวการ์ด microSDXC A2 ไว้อย่างชัดเจนด้วย ซึ่งตัวการ์ดมีคุณสมบัติในการป้องกันการกระแทก ทนอุณหภูมิ กันน้ำ กันแสงรังสีเอกซ์ เรียกได้ว่าใช้งานได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องการสูญหายของมูล

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

นอกจากนี้แล้วตัวเลขอื่นๆ บนการ์ดก็สำคัญมากๆ สำหรับการนำไปใช้งานที่เหมาะสมในแต่ละประเภท ซึ่งบน SanDisk Extreme microSDXC A2 ก็มีระบุไว้เช่นกัน โดยตัว U3 คือ UHS Speed Class 3 และตัว V30 คือ Video Speed Class 30 รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K ที่เฟรมเรทสูงสุด 60fps หรือ 120fps โดยหากจะนำไปใช้งานกับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K หรือกล้องต่างๆ ก็ควรจะเลือกเป็นการ์ดแบบ UHS-I ขึ้นไป เพราะหากความเร็วในการเขียนหรืออ่านไม่เพียงพอ ก็จะได้วิดีโอที่กระตุกหรือสะดุดได้

 

มาดูกันว่า SanDisk Extreme microSDXC A2 ตัวนี้ จะมีความสามารถในการถ่ายโอนข้อมูลได้รวดเร็วขนาดไหน โดยใช้ตัวอ่านของ Satechi (รองรับ microSDXC) ด้วยโปรแกรม CrystalDiskMark 2.5.4 บน MacBoook โดยทำการทดสอบทั้งอ่านและเขียนแบบต่อเนื่องด้วยไฟล์ขนาด 1GB

SanDisk Extreme microSDXC A2

  • SEQ 128K QD32 เป็นการทดสอบความข้อมูลต่อเนื่องชุดละ 128KB ทำความเร็วในการอ่านได้ 51.47MB/วินาที และเขียน 15.60MB/วินาที
  • RND 4K QD32 เป็นการทดสอบข้อมูลชุดละ 4KB แบบสุ่ม ซึ่งความเร็วที่ได้จะลดลงเนื่องจากไม่ได้เขียนต่อเนื่อง แต่ก็ถือว่ายังเป็นความเร็วในระดับที่สูง โดยอ่านได้ 3.59MB/วินาที และเขียนได้ 2.57MB/วินาที
  • SEQ 1M QD1 เป็นการทดสอบข้อมูลต่อเนื่องชุดละ 1MB อ่านได้ 18.91MB/วินาที และเขียนได้ 18.31MB/วินาที
  • RND 4K QD1 เป็นการทดสอบข้อมูลชุดละ 4KB แบบสุ่ม ซึ่งเป็นการทดสอบประสิทธิภาพของการ์ดความจำที่โหดมากที่สุด อ่านได้ 3.60MB/วินาที และเขียนได้ 0.27MB/วินาที

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 Review

สำหรับบนสมาร์ทโฟนจะทดสอบบน Samsung Galaxy S10+ โดยใช้แอปพลิเคชั่น A1 SD Bench ที่ดาวน์โหลดมาจาก Google Play Store เพื่อทดสอบความเร็วอ่านและเขียนไฟล์แบบต่อเนื่อง

  • ความเร็วในการอ่านไฟล์บนโทรศัพท์แบบต่อเนื่องทำได้ 76.96 MB/วินาที
  • ความเร็วในการเขียนไฟล์บนโทรศัพท์แบบต่อเนื่องทำได้ 51.84 MB/วินาที

 

SanDisk Extreme microSDXC A2

จุดเด่นของ SanDisk Extreme microSDXC A2 คือค่า IOPS (Input/Output Operation per Second) ซึ่งหมายถึงปริมาณการอ่านและเขียนไฟล์ต่อ 1 วินาที โดยเป็นขั้นตอนพื้นฐานในโปรแกรมต่างๆ รวมถึงการเรียกใช้งานแอปพลิเคชั่น ซึ่ง A2 สามารถอ่านแบบสุ่มได้ไม่น้อยกว่า 4000 IOPS และเขียนได้แบบสุ่มไม่น้อยกว่า 2000 IOPS มีประสิทธิภาพดีขึ้นกว่า A1

การ์ดชนิด A2 จะทำให้การติดตั้งแอปพลิเคชั่นและเกมต่างๆ ไว้บนการ์ดความจำตัวนี้ แล้วเรียกใช้งานได้ลื่นไหลเหมือนการติดตั้งไว้บนความจำภายในตัวเครื่อง ทำให้สามารถเรียกใช้งานแอปหรือเล่นเกมได้อย่างไม่มีปัญหา ไม่ต้องติดตั้งลงบนตัวเครื่องเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 Review

เราสามารถย้ายการติดตั้งแอปและเกมต่างๆ มาไว้บนการ์ดตัวนี้ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากๆ สำหรับสมาร์ทโฟนที่มีหน่วยความจำภายในเครื่องน้อยๆ เพราะเกมในปัจจุบันที่มีกราฟิกสวยๆ ก็มีขนาดใหญ่ระดับ 1-2 GB กันเลยทีเดียว ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าเมมในเครื่องจะเต็มอีกต่อไป เพราะอย่างที่ทราบกันแล้วว่าการ์ดชนิด A2 มีประสิทธิภาพมากๆ สำหรับการติดตั้งทั้งแอปและเกมไว้บนการ์ดภายนอกตัวนี้

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

หลังจากย้ายเกม PUBG Mobile ไปติดตั้งไว้บน SanDisk Extreme microSDXC A2 พบว่าสามารถเปิดเกมและเล่นได้อย่างลื่นไหล ความรู้สึกเหมือนกับการติดตั้งไว้บนหน่วยความจำตัวเครื่อง เรียกได้ว่าเล่นได้ลื่นๆ แทบไม่แตกต่างกันเลย

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

เกม ROV ซึ่งเป็นเกมยอดฮิต เมื่อทำการติดตั้งไว้บน SanDisk Extreme microSDXC A2 ก็เล่นได้ลื่นไหล ไม่มีปัญหา สามารถอ่านข้อมูลได้รวดเร็ว เมื่อมีการ์ดที่สามารถติดตั้งเกมได้แล้วก็อย่าลืมว่าเกมเหล่านี้เป็นเกมออนไลน์ที่ต้องใช้เน็ตที่มีความเสถียรในการเล่นด้วยนะ

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review 08

ทดสอบติดตั้งเกม Black Desert Mobile ไว้บนการ์ดตัวนี้ ซึ่งเป็นเกมที่ต้องบอกว่ามีกราฟิกสวยมากๆ เปิดเข้าเกมได้รวดเร็ว และระหว่างการเล่นก็ลื่นไหล ไม่มีสะดุด

ได้เห็นความเร็วและประสิทธิภาพของเจ้า SanDisk Extreme microSDXC A2 กันไปแล้ว ก็หมดกังวลเรื่องเมมเครื่องเต็ม และติดตั้งเกมไว้บนการ์ดตัวนี้ได้อย่างสบายใจ เปิดเล่นกันได้ลื่นๆ แล้ว

 

พบกับโฉมใหม่! SanDisk Extreme microSD card การ์ดสำหรับเล่นเกมบนมือถือ ประสิทธิภาพเร็วแรง ลื่นไหล รองรับเกมกราฟิกสเปคสูง โหลดเกมไว เรียกใช้งานแอปพลิเคชันได้เร็วขึ้นด้วยประสิทธิภาพระดับ A2 ลองสัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมมือถือบน SanDisk Extreme mSD card ได้ที่บูธ SanDisk M4 (2-5 ก.ค.) ภายในงาน TME ไบเทค บางนา พร้อมโปรโมชั่นในงานต้องบอกเลยว่าห้ามพลาด!

 

SanDisk Extreme microSDXC A2

  • โปรโมชั่นพิเศษ 3 ต่อ ซื้อ SanDisk Extreme หรือ Extreme Pro microSD card ความจุ  128GB ขึ้นไป รับกระบอกน้ำ ฟรีทันที! พร้อมรับสิทธิ์หมุนวงล้อเสี่ยงโชค รับของรางวัลเพิ่มเติม และลุ้นโชคใหญ่เครื่องกรองอากาศทุกสัปดาห์
  • รับฟรีกระเป๋าถือ กันน้ำได้จากเกม CODM เมื่อซื้อ SanDisk Extreme mSD card รุ่นสำหรับเกมมือถือ ความจุ 256GB ขึ้นไป (ของแท้ มีจำนวนจำกัด) เฉพาะลูกค้าที่ซื้อภายในงาน TME เท่านั้น

 

SanDisk TME Promotion

แจกฟรี ไอเทมตัวละคร Call of Duty Mobile!  สำหรับผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมเล่นเกมง่ายๆ กับ SanDisk เชิญทุกคนมาสัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมมือถือผ่านการ์ด SanDisk Extreme mSD card ฟรีที่บูธ SanDisk M4 (2-5 ก.ค.) ภายในงาน TME ไบเทค บางนา (จำนวนจำกัด)

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

มือถือมาใหม่

ติดตาม กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง