realme 16 Series 5G เตรียมเปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการวันที่ 19 มีนาคมนี้แล้วครับ! และตอนนี้ตัวเครื่องของ realme 16 Pro 5G และ realme 16 Pro+ 5G ก็เดินทางมาถึงมือทีมงาน iphone-droid.net เรียบร้อย วันนี้ก็ขอมาแกะกล่องพรีวิวตัวเครื่องให้ดูคร่าว ๆ กันก่อนเช่นเคย!

ตัวเครื่องจะสวยแค่ไหน มีไฮไลท์เด่นอะไรน่าสนใจบ้าง ติดตามได้ในบทความนี้เลยครับ
แกะกล่อง realme 16 Pro Series 5G
ก่อนอื่นมาเช็กแพ็กเกจและอุปกรณ์ในกล่องกันก่อนเนอะ รอบนี้ realme ปรับมาใช้กล่องสีเทา ให้ความพรีเมี่ยมมากขึ้น ที่หน้ากล่องจะเน้นไปที่เลขซีรีส์ 16 ชัดเจนเหมือนทุกทีเนาะอันนี้

ที่ด้านหลังก็จะมีไฮไลท์สเปคของแต่ละรุ่นระบุไว้ครบ ซึ่งทั้งคู่จะมีจุดเด่นในเรื่องกล้้องหลัง 200MP และแบตเตอรี่ไททันความจุ 7000mAh เหมือนกันครับ

เปิดกล่องออกมาชั้นแรกจะเจอกับกล่องเล็กที่หน้ากล่องใช้สโลแกน Make it real เหมือนเดิม ภายในกล่องจะมีเคสใส และเอกสารคู่มืออยู่ครับ



ส่วนชั้นถัดลงไป ก็จะเป็นตัวเครื่องที่อยู่ในซองอย่างดี เดี๋ยวเอาไว้ชมสีกับดีไซน์เต็ม ๆ อีกทีละกันเนอะ

ตัวสายชาร์จและที่ชาร์จทั้งคู่จะให้มาเหมือนกันเลย คือสายชาร์จ USB-C to A และอะแดปเตอร์ที่ชาร์จไว 80W Ultra Charge ครับ

เบ็ดเสร็จอุปกรณ์ภายในกล่องของ realme 16 Pro 5G และ realme 16 Pro+ 5G ก็จะมีด้วยกัน 6 อย่าง ประกอบด้วย
- ตัวเครื่อง realme 16 Pro 5G | realme 16 Pro+ 5G
- เคสซิลิโคนใส
- อะแดปเตอร์ชาร์จไว 80W Ultra Charge
- สายชาร์จ USB-C to A
- เข็มจิ้มถาดซิม
- เอกสารคู่มือ

ดีไซน์ realme 16 Pro Series 5G
มาต่อกันที่ดีไซน์ตัวเครื่องกันเลยดีกว่า! realme 16 Pro 5G และ realme 16 Pro+ 5G ได้ Design Language แบบเดียวกันคือ โมดูลกล้องหลังโดดเด่นที่วางตำแหน่งไว้มุมซ้านบน แต่ก็มีบางจุดที่ต่างกันอยู่ด้วย งั้นเราเขามาแนะนำกันไปทีละรุ่นเลยดีกว่าเนอะ

ดีไซน์ realme 16 Pro+ 5G
เริ่มที่ realme 16 Pro+ 5G รุ่นพี่ใหญ่กันก่อน รอบนี้ realme กลับมาร่วมงานกับนักออกแบบชาวญี่ปุ่น Naoto Fukasawa ที่เคยร่วมกันออกแบบใน realme X, realme X2 Pro, realme GT และ realme GT 2 Pro อีกครั้ง

ซึ่งนี่ถือเป็นครั้งแรกของ realme Number Series ที่ได้คุณ Naoto มาออกแบบให้ด้วย (ปกติแกออกแบบเฉพาะรุ่นเรือธง) ซึ่งบน realme 16 Pro+ 5G จะใช้แนวคิด “พื้นที่พักใจ” ท่ามกลางภูภูมิทัศน์เมือง หรือ Urban Wild Design นั่นเองครับ

โดยในสี Master Gold นี้ ได้แรงบันดาลใจจากสีทองอ่อนของทุ่งข้าวสุก อบอุ่น นุ่มนวล และมีความระยิบระยับเบา ๆ เมื่อกระทบกับแสง เหมือนคลื่นแสงทอดตัวอยู่บนทุ่งข้าว เป็นดีไซน์ Urban Field ที่ผสานจิตวิญญาณดิบจากธรรมชาติเข้ากับงานคราฟต์แบบเมืองที่ประณีต ได้อย่างลงตัว

นอกจากนี้ตัววัสดุฝาหลัง ยังใช้ซิลิโคนออร์แกนิกจากชีวภาพ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมผิวสัมผัสที่อ่อนนุ่มต่อผิว และยังอ่อนโยนต่อโลกด้วย เรียกว่าได้ทั้งนวัตกรรม แถมยังรักษ์โลกมากขึ้นอีกด้วย

ที่โมดูลกล้องของ realme 16 Pro+ 5G ก็จะตกแต่งด้วยกระจกมันวาว ที่เปล่งประกายดุจเครื่องประดับ แข็งแกร่งดุจเพชร ซึ่งพออยู่ร่วมกับฝาหลังซิลิโคนออร์แกนิก ก็ให้ความลงตัวอย่างเหลือเชื่อเลยจริง ๆ ครับ

พลิกกลับมาดูที่ด้านหน้ากันบ้าง realme 16 Pro+ 5G มาพร้อม AMOLED ขนาด 6.8″ มีกระจกโค้ง 4 ด้านครอบทับอยู่ ได้ความสวยงามและพรีเมี่ยมเอามาก ๆ และสังเกตที่ขอบจอ ก็บางเฉียบแบบเท่ากันทุกด้านอีก

ด้านการแสดงผล realme 16 Pro+ 5G มาพร้อมความละเอียดระดับ 1.5K (2800×1200 พิกเซล) สวยคมชัดบนขนาด 6.8″ แล้วจริง ๆ ครับ แถมยังรองรับความสว่างสูงสุดถึง 6500nits อีก จะใช้งานกลางแจ้งก็สบาย ๆ เลย

ส่วนการตอบสนองก็ต้องบอกว่าลื่นไหลมาก เพราะรุ่นนี้รองรับ Refresh rate สูงสุด 144Hz เป็นจอลื่นอย่างแท้จริง จะเลื่อนหน้าจอ หรือปัดไป-มา ก็ได้ความรู้สึกติดนิ้วแบบสุด ๆ

นอกจากฝาหลังและหน้าจอที่โค้งมนแล้ว กรอบเครื่องของ realme 16 Pro+ 5G ก็ยังโค้งรับรูปมืออีกด้วย ช่วยให้ความรู้สึกในการจับถือเป็นธรรมชาติ และเพรียวบางกว่าตัวเลขความหนา 8.49 มม.เอามาก ๆ

ตำแหน่งปุ่มกดต่าง ๆ ของ realme 16 Pro+ 5G ก็ยังวางไว้ด้านขวามือของตัวเครื่องเหมือนเดิม ไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป ทำให้กดสั่งงานได้สะดวกครับ

ด้านบน-ล่างตัวเครื่องก็จะคล้ายเดิมครับ มีไมโครตัดเสียงและ IR Blaser ที่ด้านบน ด้านล่างมีช่องลำโพงหลัก, พอร์ต USB-C, ไมโครโฟน และช่องใส่ซิมที่เป็นแบบ Dual-SIM ครับ

โดยรวมในเรื่องดีไซน์ของ realme 16 Pro+ 5G ก็สมกับที่ได้คุณ Naoto Fukasawa มาร่วมพัฒนา เพราะทั้งการวางตำแหน่ง สีสันที่เลือกใช้ รวมถึงวัสดุใหม่ ช่วยเพิ่มความพรีเมี่ยมและอลังการ ยกระดับ realme Number Series ได้น่าสนใจทีเดียวครับ

ดีไซน์ realme 16 Pro 5G
มาต่อกันที่รุ่นน้อง realme 16 Pro 5G กันบ้าง รุ่นนี้จะปรับรูปลักษณ์จากความโค้งมน มาให้เป็นแบบเหลี่ยม จอ-ฝาหลังแบนแทน ให้อีกดีไซน์ที่ถูกใจเช่นกัน

ตัวฝาหลังของสี Pebble Gray ที่เราได้มา จะเป็นแบบเรียบไปเลย ได้แรงบันดาลใจจากผิวสัมผัสเรียบเนียนและเงานุ่มของก้อนกรวดริมแม่น้ำ ให้ความรู้สึกเรียบหรู ละเอียด และสบายมือ น่าจะถูกใจสายคลีน ๆ เนอะ

ที่โมดูลกล้องก็จะเป็นแบบผิวด้านเรียบ ๆ แทน แต่ก็ยังได้การวางตำแหน่งแบบเดียวกับรุ่น Pro+ อยู่ สวยและมีเอกลักษณ์ไม่น้อยครับ

ที่หน้าจอก็ใช้ดีไซน์แบบเรียบเช่นกัน มาพร้อมหน้าจอแบนให้ลุคที่ minimal สเปคจอลดลงเล็กน้อย เป็นจอ AMOLED ขนาด 6.78″ แต่ก็ยังได้ Refresh rate 144Hz ลื่น ๆ เหมือนกันนะ

แต่ในด้านการแสดงผล ก็ยังถือว่าทำได้ยอดเยี่ยมบนความละเอียด 1.5K (2772×1272 พิกเซล) และความสว่างสูงสุดที่ 1400nits ครับ

กรอบเครื่องจะเห็นว่ามาเป็นแบบตัดเหลี่ยม มีความบางอยู่ที่ 7.79 มม.บางเพียงพอให้ถือใช้งานอย่างสะดวก และยังมีตำแหน่งปุ่มกดได้ง่ายที่ฝั่งขวาของตัวเครื่องเหมือนกัน


ด้านบน-ล่างตัวเครื่องก็จะเหมือนกัน มีไมโครตัดเสียงและ IR Blaser ที่ด้านบน ด้านล่างมีช่องลำโพงหลัก, พอร์ต USB-C, ไมโครโฟน และช่องใส่ซิมที่เป็นแบบ Dual-SIM ครับ

โดยรวมในเรื่องดีไซน์ของ realme 16 Pro 5G ก็ถือว่าคงเอกลักษณ์ของซีรีส์ได้เป็นอย่างดี ทั้งโมดูลกล้องที่โดดเด่น และขนาดตัวเครื่องที่พอเหมาะพอเจาะ แต่จะชูเอกลักษณ์ในเรื่องของความ minimal เรียบง่ายจาก หน้าจอ-ฝาหลังแบน กรอบเครื่องเหลี่ยม แทนหรูหราโค้งมนของรุ่น realme 16 Pro+ 5G เนอะ

กล้อง realme 16 Pro Series 5G
มาดูสเปคกล้องคร่าว ๆ ของ realme 16 Pro Series 5G กันบ้าง รอบนี้ทั้งคู่ชูจุดเด่นในเรื่องกล้องหลัก Portrait Master 200MP เหมือนกัน แต่สเปคกล้องเสริมจะต่างกันดังนี้

สเปคกล้อง realme 16 Pro+ 5G
- 200MP กล้องหลัก (เซ็นเซอร์ขนาด 1/1.56″) f/1.8, OIS
- 8MP กล้อง Ultra Wide f/2.2
- 50MP กล้อง Periscope 3.5x (เซ็นเซอร์ขนาด 1/2.75″) f/2.8, OIS

สเปคกล้อง realme 16 Pro 5G
- 200MP กล้องหลัก (เซ็นเซอร์ขนาด 1/1.56″) f/1.8, OIS
- 8MP กล้อง Ultra Wide f/2.2

ทั้งคู่มาพร้อมระบบกล้องใหม่ชื่อ LumaColor IMAGE นี่แหละไฮไลท์เรื่องกล้องยิ่งกว่าสเปคกล้อง เพราะรอบนี้ realme เน้นการถ่ายคนที่จริงจังขึ้น มีการปรับผิวให้ดูมีมิติ สวยสม่ำเสมอ รวมถึงเทคนิคการประมวลผลประเมินความลึกระดับออปติคอล ให้ภาพสวยสมจริงกว่าที่เคย

ซึ่งหลังจากที่เราได้ลองใช้งานมาคร่าว ๆ ก็ต้องบอกเลยว่า ได้โทนที่สวยจริง ๆ โดยเฉพาะภาพคน สมกับที่ยกตัวเองให้เป็น The Portrait Master อย่างแท้จริง! ดูตัวอย่างได้จากคลิปด้านล่างนี้เลยครับ
ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงพรีวิวคร่าว ๆ ของ realme 16 Pro Series หลังจากแกะกล่องและลองกล้องเล็กน้อยเท่านั้นเนอะ ยังมีอีกหลายส่วนที่ต้องทดสอบกันจริงจังอีก ทั้งประสิทธิภาพตัวเครื่อง กล้องในการใช้งานอื่น ๆ หรือแบตเตอรี่ด้วย แต่เท่านี้ก็พอเห็นคร่าว ๆ แล้วว่า realme 16 Pro Series นั้นทำออกมาได้น่าสนใจมาก ๆ ทั้งในเรื่องดีไซน์และกล้องแนวทางใหม่ LumaColor IMAGE เนอะ

สำหรับบทความนี้คงต้องฝากไว้เพียงเท่านี้ก่อน ไว้พบกันใหม่ในบทความรีวิวฉบับเต็มอีกทีหลังงานเปิดตัว วันที่ 19 มีนาคมนี้ได้เลย!


