Qualcomm ประกาศเปิดตัวชิปเซ็ต Snapdragon 8cx สำหรับ windows 10

ในวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมาทาง Qualcomm ได้จัดงานประชุมขึ้นที่เกาะฮาวาย ซึ่งในงานนี้เป็งานที่ Qualcomm ได้ตัดสินใจโชว์ผลงานและเทคโนโลยีชิปเซ็ตใหม่ๆ ในงานนี้ สำหรับชิปเซ็ตที่ใช้ในสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่ก่อนหน้านี้เรารู้จักในชื่อว่า Snapdragon 8150 จริงๆ แล้วจะต้องเรียกว่า Snapdragon 855 ซึ่งเป็นชื่อที่เป็นทางการ

นอกจากจะเปิดตัวชิปเซ็ตรุ่นใหม่สำหรับสมาร์ทโฟนแล้ว Qualcomm ยังเปิดตัวชิปเซ็ตรุ่นใหม่ที่ใช้กับคอมพิวเตอร์โดยมีจุดประสงค์ให้ใช้งานร่วมกับ Windows 10 ชิปเซ็ตรุ่นใหม่นี้ชื่อว่า Snapdragon 8cx เป็นตัวตายตัวแทนของ Snapdragon 850

Qualcomm Snapdragon 8cx (“compute” และ “extreme”) เป็นชิปเซ็ตรุ่นแรกที่ Qualcomm ผลิตออกมาเพื่อใช้กับคอมพิวเตอร์ที่รัน Windows 10 ซึ่งชิปเซ็ตรุ่นใหม่นี้ผลิตจากกระบวนการ 7 นาโนเมตรและคาดว่าจะสามารถจำหน่ายให้กับผู้ผลิตได้ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2019

ภายในงาน Qualcomm ได้พูดถึงประสิทธิภาพของชิปเซ็ต Snapdragon 8cx ว่ามีสามารถทำคะแนนมาตรฐาน multi-core  ได้ดีกว่า CPU Core i5-6300U

Qualcomm announces Snapdragon 8cx chipset for Windows 10

Adreno 680 GPU ของ Snapdragon 8cx จะรองรับการแสดงผลแบบ DualKey 4K HDR และจะมีการเร่งความเร็วด้วยฮาร์ดแวร์สำหรับการเล่นวิดีโอ HDR 4K ที่ความเร็ว 120 เฟรมต่อวินาที สำหรับแกน CPU ของชิปเซ็ต Snapdragon 8cx จะเป็น Kryo 495 และมีโมเด็ม X24 Cat.20 LTE รุ่นปรับปรุงด้วยความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูลความเร็วสูงสุด 2Gbps และ 316Mbps

PCI-E จะเป็นรุ่นที่ 3 และ USB 3.1 รุ่นที่ 2 จะได้รับการสนับสนุนสำหรับ “limitless peripherals” และหน่วยเก็บข้อมูลมีการสนับสนุน NVMe SSDs Hexagon 685 DSP แบบ built-in นอกจากนั้นยังรองรับการทำงานสำหรับผู้ช่วยอัจฉริยะ Cortana และ Alexa สาเหตุที่ต้องรองรับผู้ช่วยอัจฉริยะทั้ง 2 ก็เพราะว่าตอนนี้ดูเหมือนว่า Microsoft กำลังจับมือ Amazon เพื่อพัฒนาอุปกรณ์และเทคโนโลยีร่วมกันอยู่ และมี AI engine รุ่นที่ 4 ของ Qualcomm อยู่บนบอร์ดด้วย

Qualcomm announces Snapdragon 8cx chipset for Windows 10

Snapdragon 8cx รองรับ Bluetooth 5.0 และ Quick Charge 4+ Snapdragon 8cx เป็นชิปเซ็ตที่มีระบบระบายความร้อนที่ดีมาก และเป็นชิปเซ็ตตัวแรกที่รองรับการทำงาน  Windows 10 Enterprise ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการนำไปใช้โดยธุรกิจ เห็นแบบนี้ Intel เองคงต้องเริ่มขยับบ้างแล้วเพราะคู่แข่งเริ่มมีการพัฒนาเทคโนโลยีให้เทียบเท่าและดีกว่าแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องดีสำหรับผู้บริโภคที่จะได้ใช้งานผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีทีทันสมัยในราคาที่เหมาะสมด้วย

ที่มา gsmarena