Connect with us

Android News

แกะกล่องพรีวิว OPPO Reno7 | Reno7 Pro 5G “สมาร์ทโฟน 5G ที่ถ่ายพอร์ตเทรตได้ดีที่สุด”

Published

on

OPPO Reno7 Series 5G เตรียมเปิดตัวทางการในบ้านเราวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้แล้ว รอบนี้ตอกย้ำความเป็น The Portrait Expert เหมือนเคย เน้นมาขนาดนี้ 2 รุ่นนี้ก็ยังชูจุดเด่นในเรื่องกล้องพอร์ตเทรตเหมือนเดิม แต่บอกเลยว่าเก่งกว่าเดิมขึ้นไปอีก และตอนนี้ตัวเครื่องก็มาถึงมือทีมงาน iphone-droid.net เรียบร้อย เราก็ไม่พลาดที่จะมาแกะกล่องพรีวิวตัวเครื่องให้ชมกันก่อน

แกะกล่องพรีวิว OPPO Reno7 Pro 5G

ถ้าพร้อมแล้วมารับชมตัวเครื่อง OPPO Reno7 5G และ OPPO Reno7 Pro 5G ไปพร้อม ๆ กันเลยครับ

แกะกล่อง OPPO Reno7 Series 5G

มาดูที่ตัวกล่องกันก่อนเลย รอบนี้ OPPO Reno7 Series 5G ยังใช้กล่องทรงเดิมโทนสีเขียวตัดด้วยแถบสีดำ แต่ตัวเลขที่ด้านหน้าเปลี่ยนไปเป็นเลข 7 ตามชื่อรุ่นแล้ว ส่วนรุ่น Pro ก็มีคำกำกับตามท้ายครับ

แกะกล่องพรีวิว OPPO Reno7 Pro 5G

เปิดกล่องออกมาภายในเราจะเจอกับกล่องชั้นที่ 2 สีดำที่มีโลโก้ OPPO ระบุอยู่ที่ด้านหน้า ภายในก็จะเจอกับกล่องเล็กที่รวมเอาเอกสารคู่มือ, เข็มจิ้มถาดซิม และเคสซิลิโคนไว้ภายในครับ

แกะกล่องพรีวิว OPPO Reno7 Pro 5G
แกะกล่องพรีวิว OPPO Reno7 Pro 5G

ส่วนตัวเครื่องจะวางอยู่ในชั้นถัดไปอยู่ในซองอย่างดี และแน่นอนว่าที่หน้าซองจะมีระบุฟีเจอร์เด่นของแต่ละรุ่นไว้ชัดเจนครับ

แกะกล่องพรีวิว OPPO Reno7 Pro 5G

ส่วนอุปกรณ์เสริมที่ให้มาในกล่องนั้นก็เหมือนกันทั้ง 2 รุ่นครับทั้ง สายชาร์จแบบ USB-A to USB-C และอะแดปเตอร์ชาร์จ 65W SuperVOOC ครับ รอบนี้ไม่มีหูฟังแถมมาให้ในกล่องแล้วนะครับ

แกะกล่องพรีวิว OPPO Reno7 Pro 5G

สรุปแล้วอุปกรณ์ภายในกล่องของ OPPO Reno7 Series 5G ก็มีทั้งหมด 6 อย่างดังนี้

  1. ตัวเครื่อง OPPO Reno7 5G | OPPO Reno7 Pro 5G
  2. เคสซิลิโคนใส
  3. อะแดปเตอร์ชาร์จไว 65W SuperVOOC
  4. สายชาร์จ
  5. เอกสารคู่มือและใบรับประกัน
  6. เข็มจิ้มถาดซิม
แกะกล่องพรีวิว OPPO Reno7 Pro 5G

ดีไซน์ OPPO Reno7 5G

ได้เวลายลโฉมตัวเครื่องกันแล้วครับ OPPO Reno7 5G กับ OPPO Reno7 Pro 5G รอบนี้ใช้ดีไซน์ที่แตกต่างกันหลายอย่างเลย เพราะฉะนั้นเราขอมาไปชมทีละรุ่นก่อนละกันจะได้ไม่งงเนาะ เริ่มที่ OPPO Reno7 5G ก่อนเลย รุ่นนี้จะกลับไปใช้ดีไซน์แบบโค้งแทนต่างจากรุ่นก่อนที่ใช้แบบเหลี่ยมครับ ซึ่งดีไซน์แบบนี้ก็เป็นดีไซน์ที่ OPPO ถนัด

แกะกล่องพรีวิว OPPO Reno7 Pro 5G

สีที่เราได้มารีวิวคือสี Startrails Blue (สีสันที่ไม่หยุดนิ่ง)ฝาหลังของรุ่นนี้ก็มาพร้อมเทคนิคพิเศษ Laser Direct Imaging (LDI) ที่ให้ลวดลายเหมือนฝนดาวตกคาดไปตั้งแต่ตัวฝาหลังจนถึงกรอบเลนส์ ผสานเข้ากับดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์อย่าง OPPO Glow ทำให้ผิวสัมผัสของฝาหลังนั้นเป็นแบบด้านที่จับได้เนียนมือ

แกะกล่องพรีวิว OPPO Reno7 Pro 5G

รวมถึงการไล่เฉดสีที่ฝาหลังก็ช่วยให้ได้ความแปลกใหม่อยู่ตลอดเวลา เพราะตัวเครื่องนั้นจะเปลี่ยนสีไปได้เรื่อย ๆ เมื่อกระทบกับแสงหรือเอียงมุมไปเรื่อย ๆ ด้วย แค่เห็นแว้บแรกก็รู้เลยว่าดีไซน์มีความพิถีพิถันและเข้ากับชื่อ Startrails Blue ที่เปรียบเสมือนเส้นแสงของดวงดาวที่ไหลผ่านฝาหลังอันสวยงาม ต้องยอมความแปลกใหม่ที่ OPPO นำเสนอจริง ๆ ไม่เคยทำให้ผิดหวัง!

แกะกล่องพรีวิว OPPO Reno7 Pro 5G

ความบางเบาก็ยังเป็นอีกส่วนที่ OPPO นำเสนอมากับ OPPO Reno Series มาตลอด OPPO Reno7 5G มีความบางเพียง 7.81 มม.และเบาแค่ 173 กรัมเท่านั้น ทำให้เวลาเราจับถือใช้งานนั้นรู้สึกดีมาก ไม่ใหญ่เทอะทะน้ำหนักเบาถือใช้งานได้นาน ๆ โดยไม่เมื่อยอีกต่างหาก

แกะกล่องพรีวิว OPPO Reno7 Pro 5G

พลิกกลับมาดูที่ด้านหน้า OPPO Reno7 5G ใช้ดีไซน์หน้าจอแบบแบนพร้อมรูกล้องหน้าที่มุมซ้ายบน (Single Punch Hole Display) เช่นเดียวกับรุ่นที่ผ่าน ๆ มาครับ ในเรื่องการแสดงผลทำได้ดีมากด้วยจอแบบ AMOLED ขนาด 6.4″ ความละเอียด FHD+ สีสันก็สวยงามตามสไตล์ OPPO ครับ

แกะกล่องพรีวิว OPPO Reno7 Pro 5G

ในเรื่องการตอบสนอง OPPO Reno7 5G ได้ refresh rate 90Hz คู่กับ Touch Sampling rate 180Hz ใช้งานได้อย่างลื่นไหลมาก ไม่ว่าจะเลื่อนหน้าจอเข้าแอปหรือใช้งานเล่นเกมก็สมูทสุด ๆ

แกะกล่องพรีวิว OPPO Reno7 Pro 5G

และแน่นอนเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือก็อยู่ภายในหน้าจอได้เหมือนเดิม ความเร็วในการสแกนก็ดีมาก ใช้งานในช่วงที่เราต้องใส่แมสก์อยู่ตลอดก็สะดวกครับ

แกะกล่องพรีวิว OPPO Reno7 Pro 5G

ปุ่มกดของ OPPO Reno7 5G จะวางไว้ในตำแหน่งที่แตะได้ง่าย ด้านซ้ายมือมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง ด้านขวามือมีปุ่ม Power ที่มีเส้นสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์นี้อยู่ด้วย

แกะกล่องพรีวิว OPPO Reno7 Pro 5G
แกะกล่องพรีวิว OPPO Reno7 Pro 5G

พอร์ตการเชื่อมต่อของ OPPO Reno7 5G จะอยู่ที่ด้านล่างตัวเครื่อง พอร์ตหลักเป็น USB-C และรุ่นนี้ยังมีช่องหูฟัง 3.5 มม.มาด้วยนะ ใครที่อยากใช้งานด้วยหูฟังแบบแจ็ค 3.5 มม.ก็เสียบใช้งานได้โดยตรงไม่ต้องผ่าน Dongle

แกะกล่องพรีวิว OPPO Reno7 Pro 5G

ตัวลำโพงของ OPPO Reno7 5G จะมีการออกแบบใหม่ไม่ใช่ช่องกลม ๆ ทั่วไปแล้ว ใช้เป็นแนวทแยงที่เพิ่มความเท่และเข้ากับลวดลายของฝาหลังไปได้อีก ลำโพงของรุ่นนี้ยังเป็นแบบ mono คือขับเสียงออกมาแค่ตัวหลักตรงนี้อย่างเดียว ไม่ออก 2 ทิศทางร่วมกับลำโพงสนทนาครับ

ช่องใส่ซิมการ์ดของรุ่นนี้จะอยู่ที่ฝั่งซ้ายมือของตัวเครื่อง ซึ่งถาดซิมจะเป็นแบบ Triple Slot ด้วย คือใส่ได้ทั้ง 2 ซิมพร้อมกับเพิ่ม micro-SD ได้ครับ ใครคิดว่าใช้ความจุในเครื่อง 128GB ไม่พอก็เพิ่มได้อีก เยี่ยมไปเลยเนาะ

แกะกล่องพรีวิว OPPO Reno7 Pro 5G

ดีไซน์ OPPO Reno7 Pro 5G

มาต่อกันที่ OPPO Reno7 Pro 5G กันเลย รุ่นนี้มีดีไซน์ที่แตกต่างไปจากรุ่น OPPO Reno7 5G เพราะใช้ดีไซน์แบบเหลี่ยมและคงความเอกลักษณ์ด้วย Ultra Slim Body อันบางเบา ซึ่งตัวเครื่องก็ให้ความรู้สึกที่กระชับมือไปอีกแบบ กรอบเครื่องและฝาหลังจะเป็นผิวด้านไปทั้งหมด ทำให้เวลาจับถือนั้นดีมาก ๆ

แกะกล่องพรีวิว OPPO Reno7 Pro 5G

สีที่เราได้มารีวิวจะเป็นสีดำ Starry Black ซึ่งสีนี้จะได้ความคมเข้มและคลาสสิคไปอีกแบบ แต่ก็ยังไม่ทิ้งลูกเล่นอย่างการไล่เฉดสีจากดำไปน้ำเงินได้อย่างลงตัว พร้อมเทคนิคแบบ OPPO Glow มาเหมือนกันครับ

ดีไซน์กล้องหลังของ OPPO Reno7 Pro 5G จะโดดเด่นขึ้นไปอีกด้วยการไล่ระดับแบบ 2 ชั้นด้วยวัสดุเซรามิกและโลหะแต่ความเด่นยังไม่หมดเท่านั้นเพราะในกรอบเลนส์ยังมีไฟแจ้งเตือนที่ OPPO เรียกว่า Orbit Breathing Light ที่สามารถติดรอบ ๆ กรอบเลนส์เวลามีการแจ้งเตือนหรือระหว่างเสียบชาร์จได้ด้วย เป็นอีกหนึ่งดีไซน์ที่เราว่าเท่มาก ๆ เลย

มาดูด้านหน้ากันบ้าง แม้ตัวหน้าจอจะคล้ายกันคือจอ AMOLED แบบแบน ดีไซน์เป็น Single Punch Hole Display แต่ความที่เป็นรุ่น Pro ตัวขอบหน้าจอต้องบอกเลยว่าบางเฉียบมาก ๆ ขอบบน-ล่างชิดขอบสุด ๆ เป็นสมาร์ทโฟนฝั่ง Android ที่เราคิดว่ามีขอบจอบางที่สุดในตอนนี้เลยก็ว่าได้ครับ

ขนาดหน้าจอใหญ่ขึ้นมาอีกหน่อยเป็น 6.5″ ความละเอียด FHD+ และ refresh rate 90Hz มี Touch Sampling rate 180Hz เช่นเดียวกัน การตอบสนองก็ลื่นไหลไปหมดเลยครับ สเปคระดับนี้

ตำแหน่งปุ่มกดต่าง ๆ ก็วางไว้ที่มุมมาตรฐานเหมือนเดิมครับ ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงที่ฝั่งซ้ายและปุ่ม Power ที่ฝั่งขวาพร้อมแถบสีเขียวเหมือนกัน

พอร์ตการเชื่อมต่อของ OPPO Reno7 Pro 5G จะแตกต่างจาก OPPO Reno7 5G นิดหน่อย ตรงที่รุ่นนี้ไม่มีช่องหูฟัง 3.5 มม. มาให้ครับ และตำแหน่งของถาดซิมก็ย้ายลงมาอยู่ที่ด้านล่างแทน

ซึ่งถาดซิมของรุ่นนี้ก็จะแตกต่างกันด้วยเพราะใส่ได้แค่ 2 ซิม 2 ใบหน้า-หลัง ไม่มีช่อง micro-SD ครับผม

โดยรวมแล้วในเรื่องดีไซน์ก็อย่างที่เห็นครับ มีความแตกต่างกันอยู่หลายจุด แต่ทั้งคู่ก็ยังคงเอกลักษณ์หลาย ๆ อย่างเหมือนกัน ทั้งดีไซน์กล้องหลัง 3 ตัวที่วางตำแหน่งไว้ที่มุมซ้ายบนขนาดใหญ่ มีให้เลือก 2 สีคือ สี Startrails Blue และสีดำ Starry Black (บนรุ่น Pro ใช้ชื่อว่า Starlight Black) ฝาหลังมีความพิเศษด้วยเทคนิค OPPO Glow + ลวดลายพิเศษที่ผ่านกระบวนการ Laser Direct Imaging (เฉพาะบนสี Startrails Blue) อีกทั้งยังได้ความบางเบาที่น่าใช้งานอีกต่างหากครับ

กล้อง OPPO Reno7 5G | Reno7 Pro 5G

มาต่อกันที่เรื่องกล้องที่เป็นไฮไลท์ของ OPPO Reno7 และ OPPO Rero7 Pro 5G ครับ ทั้ง 2 รุ่นให้กล้องหลังมา 3 ตัวเหมือนกัน มีฟีเจอร์ในเรื่องการถ่ายภาพ Portrait ชั้นยอดทั้งคู่ แต่สเปคของกล้องหลักจะแตกต่างกันนิดหน่อย มีสเปคคร่าว ๆ ดังนี้ครับ

สเปคกล้อง OPPO Reno7 5G

  • 64MP กล้องหลัก
  • 8MP กล้อง Ultra wide angle มุมกว้าง 118º
  • 2MP กล้อง macro
  • 32MP กล้องหน้า

สเปคกล้อง OPPO Reno7 Pro 5G

  • 50MP กล้องหลัก (เซ็นเซอร์ Sony IMX766)
  • 8MP กล้อง Ultra wide angle มุมกว้าง 118º
  • 2MP กล้อง macro
  • 32MP กล้องหน้า (เซ็นเซอร์ Sony IMX709)

อย่างที่บอกไปว่าสเปคกล้องของทั้งคู่แตกต่างกันที่กล้องหลักเท่านั้น โดยกล้องหลักของ OPPO Reno7 5G จะใช้ความละเอียด 64MP ในขณะที่ OPPO Reno7 Pro 5G จะใช้เป็น Sony IMX766 ความละเอียด 50MP ซึ่งเป็นเซ็นเซอร์ตัวเดียวกับเรือธงอย่าง OPPO Find X3 Pro 5G เลยครับ

แม้สเปคจะแตกต่างกันนิดหน่อย แต่ในเรื่องฟีเจอร์ความสามารถก็ให้มาจัดเต็มทั้งคู่ครับ ทั้งโหมด Portrait ที่ยอดเยี่ยม เราสามารถปรับระดับความเบลอของฉากหลังได้หลากหลาย รอบนี้ใช้ตัวเลขเป็นค่า f/stop เลยด้วยทำให้ได้อารมณ์เหมือนกล้อง DSLR มากขึ้นไปอีก ปรับได้ตั้งแต่ f/16 – f/0.95 เลยนา

ลูกเล่นอย่าง Bokeh Flare Portrait ที่ช่วยยกระดับการถ่าย Portrait ก็ยังมีมาให้เหมือนเดิม ใช้ได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอเลยด้วย แถมรอบนี้ยังยกระดับการประมวลผลให้เก่งขึ้นไปอีก OPPO บอกว่าด้วยอัลกอริธึม AI ใหม่ของ OPPO จะช่วยมอบดวงไฟโบเก้ที่มีความเสถียรมากขึ้น และช่วยเพิ่มการจดจำวัตถุ ทำให้ได้วิดีโอพอร์ตเทรตที่สวยงามในระดับมืออาชีพประหนึ่งใช้กล้อง DSLR ถ่ายกันเลย

นอกจากนี้ก็ยังมีลูกเล่นในการถ่ายวิดีโออื่น ๆ เพิ่มเติมทั้ง AI Hilight Video, Portrait Retouching ที่ช่วยปรับแต่งใบหน้าได้หลายระดับกว่าเดิม จะเป็นการเพิ่มตาโต, ลดคาง, บีบจมูก, ปรับใบหน้าให้สวยทำได้หมดเลยครับ โดย Portrait Retouching ที่ทำให้ทุกการถ่ายภาพ Portrait สวยละมุนนี้มีอยู่ทั้งสองรุ่นเลยล่ะครับ

สเปค OPPO Reno7 5G | Reno7 Pro 5G

ปิดท้ายที่สเปค OPPO Reno7 และ OPPO Reno7 Pro 5G ให้สเปคมาโดดเด่นทั้งคู่ แต่ก็รายละเอียดที่แตกต่างกันไปนิดหน่อยตรงเรื่องชิปเซ็ตครับ โดยรุ่น OPPO Reno7 5G จะใช้ชิปเซ็ต Dimensity 900 5G ในขณะที่ OPPO Reno7 Pro 5G จะใช้ชิปเซ็ต Dimensity 1200-MAX 5G ทั้งคู่เป็นชิปเซ็ตแบบ 6nm ที่มอบประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยมครับ

ในเรื่องแรมก็ให้มาแตกต่างกันโดย OPPO Reno7 5G ได้แรมมา 8GB พร้อม RAM Expansion สูงสุด 5GB ส่วน OPPO Reno7 Pro 5G ได้แรมมา 12GB + RAM Expansion สูงสุด 7GB กันเลย ใช้งานได้อย่างราบรื่นแน่นอน ส่วนความจุภายในให้มา 256GB ทั้งคู่ครับ

ส่วนแบตเตอรี่ให้มา 4500mAh พร้อมระบบชาร์จไว 65W SuperVOOC เหมือนกันทั้งคู่ สบายใจได้เรื่องนี้ OPPO เขาเก่งอยู่แล้ว

ในเรื่องซอฟต์แวร์ OPPO Reno7 Series 5G ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย ColorOS 12 ทั้งคู่ครับ มีลูกเล่นใหม่ ๆ มาให้เพียบ ทั้ง Omoji, O Relax, Artist Wallpapers, AOD แบบ Portrait Silhouette ในเรื่องความลื่นไหลหายห่วงเลย และ OPPO Reno7 5G ยังได้ TUV SUD รับรองการใช้งานลื่นไหลแม้จะใช้งานนานกว่า 36 เดือน เป็นรุ่นแรกอีกด้วยนะ หายห่วงล่ะครับแบบนี้!

สรุปสเปค OPPO Reno7 5G | OPPO Reno7 Pro 5G

  • หน้าจอ : AMOLED ขนาด 6.4″ ความละเอียด FHD+ refresh rate 90Hz (OPPO Reno7 5G)
  • หน้าจอ : AMOLED ขนาด 6.5″ ความละเอียด FHD+ refresh rate 90Hz (OPPO Reno7 Pro 5G)
  • CPU : Dimensity 900 5G (OPPO Reno7 5G) | Dimensity 1200-MAX 5G (OPPO Reno7 Pro 5G)
  • RAM : 8GB (OPPO Reno7 5G) | 12GB (OPPO Reno7 Pro 5G)
  • ROM : 256GB
  • แบตเตอรี่ : 4500mAh
  • ระบบชาร์​จ : ชาร์จไว 65W SuperVOOC
  • กล้องหน้า : 32MP
  • กล้องหลัก : 3 ตัว
    • กล้องหลัก 64MP (OPPO Reno7 5G) | 50MP IMX766 (OPPO Reno7 Pro 5G)
    • กล้อง Wide Angle 8MP
    • กล้อง macro 2MP
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 11 ครอบทับด้วย ColorOS 12

เห็นดีไซน์และฟีเจอร์แบบนี้เชื่อว่าหลายคนคงอดใจไม่ไหวอยากได้ OPPO Reno7 5G และ OPPO Reno7 Pro 5G แล้วแหง ใครที่สนใจก็สามารถไปดูที่หน้าร้านกันได้เลย จองวันนี้ได้รับของแถมพิเศษมากมายดังนี้เลย

  • OPPO Reno7 5G รับของแถมเป็น E-VIP Card และ OPPO Enco Buds รวมมูลค่า 6,999 บาท
  • OPPO Reno7 Pro 5G รับของแถมเป็น E-VIP Card และ OPPO Enco Air 2 รวมมูลค่า 10,499 บาท

แอบบอกก่อนเลยว่า OPPO Reno7 5G รอบนี้ทำราคาดีถูกกว่ารุ่นก่อนด้วยนะ ส่วนรุ่น Pro จะอยู่ในช่วงราคาเดิมจ้า

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงพรีวิวคร่าว ๆ ของ OPPO Reno7 | Reno7 Pro 5G ให้ได้เห็นฟีเจอร์และดีไซน์โดยรวมของรุ่นนี้กันก่อนเนาะ อย่างที่เห็นว่าดีไซน์ของรุ่นนี้โดดเด่นดีจริง ๆ อีกทั้งฟีเจอร์ในเรื่องกล้องก็ยกระดับขึ้นไปอีก ส่วนเรื่องการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร ภาพถ่ายที่ได้จากกล้องของ OPPO Reno7 5G จะเด็ดแค่ไหน เดี๋ยวเราไปทดสอบมาให้แบบจัดเต็มอีกที แล้วพบกันใหม่ในรีวิวฉบับเต็มของ OPPO Reno7 5G เร็ว ๆ นี้ครับ!

กำลังฮอต

ใหม่ล่าสุด

Copyright © 2012 iphone-droid.net.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ ดูเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และจัดการได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึก