ติดตามพวกเรา

Featured

รีวิว OPPO Reno ดีไซน์สวยโดดเด่น หน้าจอเต็มขอบ และกล้องหลัง 48 ล้านพิกเซล

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

OPPO Reno สมาร์​ทโฟนรุ่นน้องของ Reno 10x Zoom ที่มาพร้อมดีไซน์สวยโดดเด่นระดับพรีเมี่ยม มีหน้าจอแสดงผลเต็มขอบแบบไร้รอยบาก และกล้องหลังความละเอียดสูงสุดถึง 48 ล้านพิกเซล

OPPO Reno Full Review

สรุปสเปค OPPO Reno

  • ราคาเปิดตัว 16,990 บาท (มิถุนายน 2019)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน้าจอแสดงผลขนาด 6.4 นิ้ว AMOLED Panoramic Screen ความละเอียด 1080 x 2340 พิกเซล
  • ระบบปฏิบัติการ ColorOS 6 (Android 9.0 Pie)
  • ชิพเซ็ต Snapdragon 710
  • แรม 6GB
  • ความจุตัวเครื่อง 256GB
  • กล้องหลัง 2 ตัว เลนส์หลักขนาด 48 ล้านพิกเซล f/1.7 และ Depth sensor ขนาด 5 ล้านพิกเซล f/2.4
  • กล้องหน้าเลื่อนได้อัตโนมัติ Pivot Rising 16 ล้านพิกเซล f/2.0
  • แบตเตอรี่ขนาด 3765mAh, VOOC 3.0
  • รองรับ Bluetooth 5.0, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, USB Type-C
  • สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ และปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า

 

ดีไซน์ตัวเครื่องและหน้าจอแสดงผล

OPPO Reno Full Review

ด้านการดีไซน์ตัวเครื่อง OPPO Reno เรียกได้ว่าเป็นการสร้างความโดดเด่นให้กับ Reno Series ด้วยสีสันและรูปลักษณ์ที่สวยงามไม่เหมือนใคร โดยด้านหลังมีความราบเรียบ และใช้กระจกแบบ 3D ที่มีการไล่เฉดสีที่ได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ

 

OPPO Reno Review

สำหรับในรีวิวนี้ตัวเครื่องเป็นสี Jet Black มีลักษณะผิวที่มันเงาสูง โดยการขัดเลเยอร์ผิวและแกะสลักด้วยเลเซอร์ เพื่อให้ได้พื้นผิวที่แตกต่างกันสามแบบ ทำให้เกิดรูปแบบหลายๆ พื้นผิวทับซ้อนกัน ไล่เฉดสีระหว่างสีอ่อนและสีเข้มได้อย่างลงตัว มีความโดดเด่นไม่เหมือนใครในทุกมุมมอง

 

OPPO Reno Review

OPPO Reno สี Jet Black (ซ้าย) และ Reno 10x Zoom สี Ocean Green (ขวา)

อีกหนึ่งสีของ OPPO Reno คือ Ocean Green มีพื้นผิวเหมือนหมอก ให้ความรู้สึกที่เป็นเอกลักษณ์ราวกับแสงที่ลอดผ่านหมอก ซึ่งหลายคนน่าจะได้เห็นสีนี้กันไปแล้วในรีวิวของ OPPO Reno 10x Zoom

 

OPPO Reno Review

นอกจากสีสันที่สวยงามโดดเด่นแล้ว OPPO ยังได้สร้างมาตรฐานการดีไซน์ใหม่โดยการจัดตำแหน่งกล้องและข้อความต่างๆ ให้อยู่บริเวณตรงกลาง เพื่อให้เกิดการสมมาตรและดูสมดุล

 

OPPO Reno Review

ด้านหลังตัวเครื่องมีเซรามิกขนาดเล็กที่เรียกว่า O-Dot สำหรับปกป้องการเกิดรอยบริเวณกระจกหน้าเลนส์เมื่อวางตัวเครื่องลงกับพื้น และยังดูเหมือนเม็ดอัญมณีที่เพิ่มความสวยงามให้กับตัวเครื่องได้ด้วย

 

OPPO Reno Review

OPPO Reno มีกล้องหลังคู่ ประกอบด้วย กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล และ Depth sensor ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล

 

OPPO Reno Review

พื้นผิวด้านหลังราบเรียบทั้งหมด รวมถึงเลนส์กล้องก็ถูกติดตั้งไว้ใต้กระจกฝากหลังด้วย จึงทำให้ OPPO Reno ดูสวยงามอย่างแท้จริง ไม่ต้องมีกรอบเลนส์นูนขึ้นมาโดนนิ้วมือเวลาจับใช้งาน

 

OPPO Reno Review

ขอบด้านขวาจะมีปุ่ม Power

 

OPPO Reno Review

ขอบด้านซ้ายมีปุ่มปรับระดับเสียง และถาดใส่ซิม

 

OPPO Reno Review

ขอบด้านบนจะมีไมโครโฟนอยู่บนโมดูลกล้องหน้า Pivot Rising

 

OPPO Reno Review

ขอบด้านล่างมีช่องหูฟัง 3.5 มม, ไมโครโฟน, พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และลำโพง

 

OPPO Reno Full Review

หน้าจอแสดงผลของ OPPO Reno มีขนาด 6.4 นิ้ว เป็นแผงหน้าจอ AMOLED ไม่มีรอยบาก และขอบจอที่บางมากจนแทบจะไร้ขอบ ด้วยการดีไซน์หน้าจอที่เรียกว่า Panoramic Screen อัตราส่วน 19.5:9 ทำให้พื้นที่ด้านหน้าเป็นหน้าจอแสดงผลเกือบทั้งหมด และหน้าจอมีสีสันที่สวยสดใสมาก

 

OPPO Reno Review

แผงหน้าจอ AMOLED มีความโดดเด่นในเรื่องของการแสดงผลที่ให้สีสันสดใสด้วยอัตราส่วนคอนทราสต์ที่สูงกว่าหน้าจอ LCD ทั่วไป

 

OPPO Reno Review

กล้องหน้าได้รับการดีไซน์ใหม่ไปอยู่ในโครงสร้าง Pivot Rising ที่ซ่อนและเลื่อนออกมาได้อัตโนมัติ โดยในส่วนนี้ไม่เพียงแต่ติดตั้งกล้องหน้าเอาไว้เท่านั้น ยังมีลำโพงสำหรับการโทร ไฟฉายด้านหน้าและด้านหลังอยู่ในชิ้นส่วนนี้ด้วย

 

OPPO Reno Full Review

การเลื่อนขึ้นของ Pivot Rising จากการทดสอบใช้งานพบว่าแทบไม่มีเสียงดังขณะเลื่อนและแทบไม่รู้สึกถึงแรงสั่นด้วย รวมถึงการเลื่อนขึ้นเพื่อใช้งานกล้องหน้า เปิดไฟฉาย และปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้าก็ทำได้อย่างรวดเร็ว

 

OPPO Reno Review

เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือของ OPPO Reno จะอยู่ใต้กระจกหน้าจอแสดงผล สามารถแตะนิ้วลงบนหน้าจอเพื่อสแกนลายนิ้วมือได้เลย

 

OPPO Reno Review

สำหรับ Hidden Fingerprint Unlock หรือระบบสแกนลายนิ้วมือใต้กระจกหน้าของ OPPO ได้ถูกพัฒนามาจนถึงเวอร์ชั่น 2.0 แล้ว จากการทดสอบใช้งานพบว่ามีความไวในการอ่านลายนิ้วมือได้รวดเร็วมากๆ แตะเบาๆ ก็สแกนได้เลย

 

ซอฟต์แวร์และฟังก์ชั่นการใช้งาน

OPPO Reno Review

OPPO Reno รันระบบปฏิบัติการ ColorOS 6 เวอร์ชั่นล่าสุดตั้งแต่แกะออกจากกล่อง ซึ่งงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie โดยมาพร้อมกับการปรับดีไซน์ UI ใหม่ เน้นเฉดสีพื้นหลังสีขาวที่ดูเรียบง่าย พร้อมกับการไล่เฉดสีที่ดูอ่อนโยน นุ่มนวล ทำให้เวลาใช้งานดูสบายตามากขึ้น

 

OPPO Reno Review

ในส่วนของ Notification และแผงเมนู Quick Settings จะใช้สีพื้นหลังเป็นโทนสีขาวแบบโปร่งแสง รายการแจ้งเตือนต่างๆ จะถูกรวมไว้ในส่วนนี้ สามารถแตะอ่านหรือเคลียร์รายการทั้งหมดได้ในคลิกเดียว

 

OPPO Reno Review

การปรับดีไซน์ของ UI ใหม่ยังใส่ใจในเรื่องของความห่างระหว่างเมนูต่างๆ และเพิ่มเส้นแบ่งต่างๆ ในเมนูการตั้งค่าทำให้ง่ายต่อการแตะเรียกใช้งาน รวมไปถึงเลย์เอาท์ที่ปรับระยะห่างระหว่างคำและย่อหน้าให้เหมาะสมกับการอ่านที่ดูแล้วสบายตา อ่านง่ายมากขึ้นด้วย

 

OPPO Reno Review

ไอคอนแอปพลิเคชั่นระบบได้รับการดีไซน์ใหม่เช่นเดียวกัน โดยมีสีสันที่สดใสและเป็นไอคอนแบบวงกลม ไม่จำเป็นจะต้องเป็นทรงสี่เหลี่ยมอีกต่อไปแล้ว ทำให้หน้าจอดูเป็นอิสระสวยงาม และมี App Drawer ให้ใช้งานได้แล้ว

 

OPPO Reno Review

Task Switcher สำหรับดูรายการแอปพลิเคชั่นที่เปิดเอาไว้ทั้งหมด ปัดหน้าจอไปทางซ้ายหรือขวาเพื่อเลื่อนดูรายการแอป สามารถสลับไปใช้งานแอปนั้นๆ ได้ทันทีหรือปิดใช้งานก็ได้ และในส่วนนี้เรายังสามารถเลือกเมนูแบ่งหน้าจอเพื่อใช้งาน 2 แอปได้พร้อมกันอีกด้วย

 

OPPO Reno Review

อนิเมชั่นในหน้าจอคำแนะนำการบันทึกใบหน้าสำหรับการปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้าก็มีเอฟเฟ็กต์ตัวการ์ตูนและสีสันสดใสน่ารักๆ ด้วย

 

OPPO Reno Review

ColorOS 6 ได้รับการดีไซน์ให้ทำงานร่วมกับหน้าจอแบบ Panoramic ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยการเพิ่มการใช้ท่าทาง Android P แบบใหม่ สามารถเข้าไปเลือกเปิดใช้งานได้ในเมนู การตั้งค่า > ตัวช่วยเพิ่มความสะดวก > ปุ่มการนำทาง

 

OPPO Reno Review OPPO Reno Review

การดูคลิปวิดีโอบน YouTube พบว่ารองรับการแสดงผลภาพในระดับ FullHD 1080p @60fps แบบ HDR ได้ด้วย ซึ่งจะทำให้ภาพมีความสวยงาม สมจริงมากกว่าการรับชมภาพวิดีโอที่ไม่มี HDR

 

OPPO Reno Review

Riding Mode ฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยให้การขับขี่ไม่ถูกรบกวน เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน โดยระบบจะใช้ตัวอักษรและปุ่มขนาดใหญ่ที่สามารถรับหรือปฏิเสธได้เท่านั้น และถ้าเลือกปฏิเสธสายโทรเข้า ระบบจะส่ง SMS กลับอัตโนมัติไปยังสายที่โทรเข้า หรือจะเลือกกำหนดเบอร์โทรศัพท์ที่อนุญาตในการรับสายได้ เพื่อไม่ให้พลาดสายที่สำคัญ

 

OPPO Reno Review

Smart Bar นอกจากใช้งานในแนวนอน ตอนนี้สามารถใช้งานในแนวตั้งได้แล้ว ช่วยสลับการใช้งานแอป ส่งไฟล์ ตอบแชท จับภาพหน้าจอขณะดูวิดีโอหรือเล่นเกมได้โดยไม่ต้องสลับหน้าจอไปมา ช่วยเพิ่มความสะดวกและง่ายต่อการใช้งานมากขึ้น โดยจะมีการแสดงไอคอนแอป แบบลอยอยู่ด้านข้างหน้าจอ และสามารถเพิ่ม/ลด แอปพลิเคชั่นที่ต้องการใช้งานมาไว้ในส่วนนี้ได้ด้วย

 

OPPO Reno Review

ความฉลาดของ AI ในแอปพลิเคชั่นรูปภาพ มีความสามารถตรวจจับใบหน้าและจดจำใบหน้าของแต่ละบุคคลได้ เพื่อแยกเป็นอัลบั้มเดียวกัน ทำให้สามารถค้นหารูปภาพได้ง่ายมากขึ้น รวมถึงการแบ่งอัลบั้มตามสถานที่ และประเภทของรูปถ่ายได้ด้วย

 

OPPO Reno Review

แอปรูปภาพยังใช้ประโยชน์จากการจดจำใบหน้าด้วย AI ในการนำมาใช้ร่วมกับฟีเจอร์ที่เรียกว่า ความทรงจำ (Memories) เพื่อนำภาพถ่ายที่เกี่ยวข้องกับบุคคลนั้นๆ มาทำเป็นคลิปวิดีโอน่ารักๆ บันทึกถึงความทรงจำจากการถ่ายภาพในแต่ละช่วงเวลา เช่น ไปเที่ยวสถานที่ใดที่หนึ่ง ก็รวมเป็นคลิปเดียวกันได้ เป็นต้น

 

OPPO Reno Review

ฟีเจอร์ด้านการเชื่อมต่อรองรับเครือข่าย 4G พร้อมกันทั้ง 2 ซิม และรองรับ VoLTE การโทรด้วยความเร็วสูงผ่านสัญญาณ 4G ที่ให้คุณภาพเสียงสนทนามีความคมชัดมากขึ้น สามารถใช้เน็ตไปพร้อมๆ กันได้ และยังรองรับ VoWi-Fi ที่สามารถโทรผ่านไวไฟได้อีกด้วย

 

OPPO Reno Review

ในเรื่องของความปลอดภัย OPPO Reno สามารถแตะสแกนลายนิ้วมือด้านหลังตัวเครื่อง และใช้ใบหน้าในการปลดล็อคหน้าจอได้ ซึ่งการจำแนกใบหน้าจอถือว่าทำได้ดีมาก ปลดล็อคได้อย่างรวดเร็ว

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

OPPO Reno Review

OPPO Reno ใช้ชิพประมวลผล Snapdragon 710 ที่มีกระบวนการผลิตขนาด 10 นาโนเมตร โดยซีพียู Octa-core พร้อมกราฟิก Adreno 616 และแรม 6GB โดยผลการทดสอบ AnTuTu เป็นการทดสอบภาพรวมของการทำงานในส่วนของหน่วยความจำแรม และประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยประมวลผลกราฟิกหรือจีพียู OPPO Reno ทำคะแนนรวมได้ 156,537 คะแนน

 

OPPO Reno Review

ผลการทดสอบด้วย Geekbench 4 เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการทำงานและการประมวลผล การทดสอบนี้จะทำการประมวลออกมาเป็นตัวเลขแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ Single-Core และ Multi-Core หากได้คะแนนยิ่งสูงประสิทธิภาพการทำงานจะยิ่งดี โดยผลทดสอบของ OPPO Reno ทำคะแนน Single-Core ได้ 1,459 คะแนน และ Multi-Core ทำได้ 5,931 คะแนน

 

OPPO Reno Review

OPPO Reno มีฟีเจอร์ Hyper Boost 2.0 เพื่อเรียกใช้งานซีพียูและปรับจีพียูให้จัดลำดับความสำคัญให้มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการเล่นเกม เพื่อไม่ให้มีการรบกวนระหว่างเล่นเกมได้ Hyper Boost ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องถึง 3 ด้าน ไม่ใช่แค่เรื่องเกม แต่ยังช่วยในส่วนของระบบ และแอปพลิเคชั่นทำให้ทำงานได้เร็วขึ้นด้วย

 

OPPO Reno Review

สำหรับ Game Space ใช้ในการจัดการเกมเอาไว้ในที่เดียว สามารถเลือกโหมดการจัดการเกมได้ 3 โหมด ได้แก่ โหมดประสิทธิภาพสูงสุด โหมดสมดุล และโหมดการใช้พลังงานต่ำ

 

OPPO Reno ReviewOPPO Reno Review

สำหรับเกม RoV ตัวเครื่องรองรับโหมดเฟรมเรตสูง ภาพระดับ HD สามารถได้ลื่นไหล ไม่มีปัญหา เฟรมเรตวิ่งนิ่งตอลดการเล่นระหว่าง 57-60 fps แม้แต่ช่วงการเข้าร่วมทีมไฟต์ เฟรมเรตไม่ตก ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยระบบ Frame Boost ในการวิเคราะห์สถานการณ์แบบ real-time ได้ในขณะเล่นเกม

 

OPPO Reno Review

บางฉากของ RoV วิ่งทะลุไปถึง 61fps และหน้าจอที่กว้างยังช่วยให้เห็นสภาพแวดล้อมรอบๆ ขอบจอได้ดีมากขึ้น โอกาสมองเห็นศัตรูที่อยู่ขอบจอก็มีมากขึ้นด้วย

 

OPPO Reno Review

ทดสอบเล่นเกม PUBG Mobile สุดยอดเกมแอ็คชั่นใหม่ล่าสุดที่พัฒนาด้วย Unreal Engine 4 เป็นเกมที่มีภาพและกราฟิกที่สวยงามมาก ต้องใช้การควบคุมทิศทาง และความแม่นยำในการระบุเป้ายิง OPPO Reno สามารถเล่นได้ในโหมดกราฟิกระดับ HDR HD และความละเอียดภาพแบบ Ultra

 

OPPO Reno Review

ระบบ Touch Boost ที่มาพร้อมกับ Hyper Boost 2.0 ยังช่วยให้การสัมผัสหน้าจอมีการตอบสนองที่รวดเร็ว รู้สึกได้เลยว่าการหมุนหน้าจอกำหนดทิศทางในการวิ่งหรือเล็งเป้า และการแตะปุ่มเพื่อยิงปืนได้ก็ทำได้อย่างไม่มีหน่วง โอกาสชนะก็มีมากขึ้น

 

OPPO Reno Review

แบตเตอรี่ของรุ่นนี้มีความจุมากถึง 3765mAh จากการทดสอบใช้งานทั่วไป เปิดกล้องถ่ายรูปทั้งวันเป็นร้อยรูป, เล่นเกมต่อเนื่องไปชั่วโมงกว่าๆ พบว่าแบตเตอรี่ยังเหลือกลับมาถึงบ้าน

 

OPPO Reno Review

นอกจากแบตที่อึดแล้ว OPPO Reno ยังมีระบบชาร์จไว VOOC 3.0 ด้วยกำลังไฟสูงสุด 20W โดยทั้งหัวอะแดปเตอร์และสายชาร์จมีให้ในกล่อง จากการทดสอบชาร์จ 5% – 53% ใช้เวลาเพียง 30 นาที และใช้เวลาชาร์จ 1 ชั่วโมง ได้แบตเตอรี่ถึง 88% ซึ่งรวดเร็วมากๆ

 

กล้องถ่ายรูป

OPPO Reno Review

OPPO Reno เป็นสมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยมที่มาพร้อมกล้องหลังคู่ 48 ล้านพิกเซล + 5 ล้านพิกเซล โดยกล้อง 48 ล้านพิกเซล และมาพร้อมรูรับแสงกว้าง f/1.7 สามารถจับแสงได้สว่างมากขึ้น โดยเฉพาะการถ่ายภาพในที่แสงน้อยหรือในที่ค่อนข้างมืด

 

Ultra Night Mode 2.0 ถ่ายกลางคืนได้สว่างและชัด

OPPO Reno Review

การถ่ายภาพด้วย Ultra Night Mode สามารถถ่ายภาพกลางคืนได้โดยไม่ต้องใช้ขาตั้ง เพียงแค่ถือตัวเครื่องให้นิ่งๆ ระหว่างการกดถ่าย ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3-4 วินาที

 

OPPO Reno Camera Review OPPO Reno Camera Review OPPO Reno Camera Review OPPO Reno Camera Review OPPO Reno Camera Review

ความสามารถในการถ่ายภาพกลางคืนด้วย Ultra Night Mode 2.0 ที่มี AI เข้ามาช่วยลดนอยซ์ และทำการถ่ายภาพหลายเฟรมแล้วนำมารวมเป็นภาพเดียว จะเห็นว่าภาพถ่ายกลางคืนเก็บแสงได้สว่างสวยงามและคมชัดมากๆ

 

Portrait Mode ถ่ายหน้าชัดหลังละลาย

OPPO Reno Review

สำหรับ Portrait Mode ซอฟต์แวร์กล้องมีระบบตรวจจับใบหน้าอัตโนมัติเพื่อการโฟกัสตัวบุคคลที่แม่นยำ ซึ่งไม่เพียงแต่โฟกัสคนเดียว แต่ยังสามารถโฟกัสได้หลายคนพร้อมกัน และทำให้การละลายฉากหลังทำได้เนียนเป็นธรรมชาติมากขึ้น

 

OPPO Reno Camera ReviewOPPO Reno Camera Review OPPO Reno Camera Review OPPO Reno Camera ReviewOPPO Reno Camera Review Portrait Mode

ภาพถ่ายบุคคลที่ละลายฉากหลังและสร้างความโดดเด่นให้กับตัวนางแบบนั้นมาจากความสามารถของกล้องหลักความละเอียดสูงที่มีรูรับแสงกว้าง และกล้อง Depth Sensor ที่ช่วยเก็บระยะความลึกของภาพ ทำให้การละลายฉากหลังทำให้เนียนสวยเป็นธรรมชาติ

 

OPPO Reno Camera Review OPPO Reno Camera Review

นอกจากนี้แล้ว Portrait Mode ยังสามารถใส่ฟิลเตอร์โทนแสงต่างๆ ด้วย Artistic Portrait ที่มีให้เลือกถึง 5 แบบ โดยแสงของภาพแต่ละแบบก็จะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป

 

HDR Mode ย้อนแสงหน้าไม่มืด

OPPO Reno Camera Review OPPO Reno Camera Review

HDR Mode สำหรับการถ่ายภาพในสภาพแสงที่ต่างกันมากๆ เช่น การถ่ายย้อนแสง หรือในสภาพแสงน้อย โดยการถ่ายภาพหลายๆ เฟรมแล้วมารวมเป็นภาพเดียวกัน ซึ่งใน OPPO Reno ใช้กล้องที่มีเซนเซอร์ HDR ทำให้ภาพมีรายละเอียดที่คมชัดและมีมิติมาของภาพดีกว่าการถ่ายด้วย HDR แบบเดิม

 

Dazzle Color Mode 2.0 เพิ่มสีสันสดใสมากยิ่งขึ้น

OPPO Reno Camera Review OPPO Reno Camera Review OPPO Reno Camera Review OPPO Reno Camera Review OPPO Reno Camera Review OPPO Reno Camera Review

Dazzle Color Mode เป็นความสามารถของเทคโนโลยี AI Engine จดจำฉากต่างๆ แล้วปรับค่าให้เหมาะสม ซึ่งทำงานร่วมกับ Color Engine ที่ใช้เทคนิคพิเศษที่เรียกว่า Color Mapping เพื่อเพิ่มความสว่างและเพิ่มสีของภาพถ่ายให้สดใสมากขึ้น

 

Auto Mode ถ่ายภาพสวยได้ง่ายๆ ด้วย AI Scene Recognition

OPPO Reno Review

ในโหมดอัตโนมัติหรือ Auto Mode มี AI Scene Recognition ที่ช่วยระบุฉากที่กำลังถ่าย เช่น ดอกไม้ ต้นไม้ วิว ดวงอาทิตย์กำลังตก เป็นต้น แล้วปรับค่ากล้องให้เหมาะสมกับการถ่ายภาพนั้นๆ โดยที่ผู้ใช้งานไม่ต้องตั้งค่ากล้องให้ยุ่งยาก

 

AI Scene Recognition AI Scene Recognition AI Scene Recognition AI Scene RecognitionOPPO Reno Camera Review OPPO Reno Camera Review OPPO Reno Camera Review

ข้อดีของกล้องที่มี AI Scene Recognition คือทุกคนสามารถถ่ายภาพออกมาสวยได้ แม่ว่าจะตั้งค่ากล้องไม่เป็นก็ตาม ทำให้การถ่ายรูปเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น

 

กล้องหน้า AI Beauty

OPPO Reno Camera Review

สำหรับกล้องหน้าเซลฟี่ก็ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปอีกด้วยนวัตกรรมกล้องเลื่อนขึ้นอัตโนมัติ Pivot Rising Camera ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล f/2.0

 

สรุปจุดเด่น

  • OPPO Reno เป็นสมาร์ทโฟนที่มีดีไซน์สวยงามระดับพรีเมี่ยม ฝาหลังราบเรียบและโค้งเว้าด้วย 3D Glass จับถนัดมือ
  • หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่แบบเต็มขอบของจริง 6.4 นิ้ว Panoramic Screen ความละเอียด 1080 x 2340 พิกเซล ไม่มีรอยบากให้รบกวนสายตาเวลาใช้งานอีกต่อไปแล้ว
  • รันระบบปฏิบัติการ ColorOS 6 (Android 9.0 Pie) ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด มีฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้ใช้งานตั้งแต่แกะออกจากกล่อง
  • ชิปเซ็ต Snapdragon และแรม 6GB ใช้งานทั่วไปได้ลื่นไหล และเล่นเกมกราฟิกสวยๆ ได้ไม่มีสะดุด ซึ่งมีฟีเจอร์ตัวเร่งประสิทธิภาพการเล่นเกมที่เรียกว่า Hyper Boost 2.0 เข้ามาช่วย
  • กล้องหลัง 2 ตัว เลนส์หลักขนาด 48 ล้านพิกเซล f/1.7 + Depth sensor ขนาด 5 ล้านพิกเซล f/2.4 ถ่ายภาพกลางคืนได้สว่างและถ่าย Portrait ได้สวยทุกสภาพแสง รวมไปถึงระบบโฟกัสที่รวดเร็วด้วย
  • กล้องหน้าเลื่อนได้อัตโนมัติ 16 ล้านพิกเซล และเลื่อนเก็บได้อัตโนมัติเมื่อเครื่องตกหรือกระแทก
  • แบตเตอรี่ขนาด 3765mAh ใช้งานทั่วไปได้ทั้งวัน และชาร์จไว VOOC 3.0

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่มีช่องใส่ microSD card แต่ความจุตัวเครื่องให้มามาก 256GB เพียงต่อการใช้งานได้อย่างเต็มที่

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://web.facebook.com/oppothai/

Featured

รีวิว Vivo Y30 สมาร์ตโฟนรุ่นประหยัด สเปคคุ้ม จัดกล้องหลัง 4 เลนส์, จอ Ultra O Screen และแบตพลังอึด 5000mAh

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

รีวิว Vivo Y30 สมาร์ตโฟนสเปคสุดคุ้มในราคาเบาๆ จัดเต็มกล้องหลัง 4 เลนส์, หน้าจอ Ultra O Screen พร้อมแบตเตอรี่แบบอึดๆ 5000mAh เรามาดูกันครับมีฟีเจอร์อะไรที่ทำให้รุ่นนี้เกินคุ้มบ้าง

 

สรุปสเปค Vivo Y30

  • ขนาดตัวเครื่อง : 162.04 × 76.46 × 9.11 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 197 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Ultra O Screen แบบ LCD กว้าง 6.47 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1560 x 720 พิกเซล) อัตราส่วน 19.5:9 และพื้นที่การแสดงผลที่ 90.77%
  • หน่วยประมวลผล : Mediatek Helio P35 Octa-core
  • RAM 4 GB
  • ROM 128 GB สามารถเพิ่ม MicroSD Card ได้
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย Funtouch OS 10
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 4 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Super Wide-Angle 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
    • เลนส์ Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4GHz + 5GHz, Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

มาพร้อมกับความสวยงามแบบเรียบง่ายสำหรับกล่องของ Vivo Y30 มีสีขาวพร้อมชื่อรุ่น และลวดลายสีขาวตัดฟ้ารูปตัว “Y” โดยอุปกรณ์ต่างๆ ภายในกล่องมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง Vivo Y30 พร้อมติดฟิล์มกันรอย
  • อะแดปเตอร์
  • สาย USB Type-C
  • เคสใส
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น
  • ใบรับประกันสินค้า

 

ดีไซน์ของ Vivo Y30 เน้นเรื่องสีสันที่ดูโดดเด่นเป็นพิเศษแบบ Dazzling 3D Colors โดยสีสันที่เราได้มาเป็นสีขาวอมฟ้า Moonstone White คล้ายกับหยกสีขาวที่มีประกายมุกระยิบระยับ เล่นกับลวดลายที่หลังตัวเครื่องที่ดูนุ่มนวลสุดๆ ขณะที่อีกสีจะเป็น Dazzle Blue สีน้ำเงินสุดเงางาม มีความเปล่งประกายออกมาจากโมดูลกล้องที่มุมซ้ายบน

 

Vivo Y30 ยังออกแบบตัวเครื่องให้โค้งมนแบบ 3 มิติ เพื่อให้การจับถือระหว่างใช้งานต่างๆ เป็นไปได้อย่างสบายมือสุดๆ

 

ความพิเศษที่โดดเด่นใน Vivo Y30 เป็นหน้าจออแสดงผล Ultra O Screen ชนิด LCD ทำให้มีขนาดอยู่ที่ 6.47 นิ้ว พร้อมความคมชัดระดับ HD+ (1560 x 720 พิกเซล) ซึ่งก็รับชมคอนเทนต์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดีครับ

 

ที่สำคัญใครที่ชอบฟังเพลงหรือดูภาพยนตร์ต่างๆ ในสมาร์ตโฟน Vivo Y30 ก็ให้เราใช้งานอย่างเต็มอรรถรสแบบเต็มตาเพราะมีพื้นที่การแสดงผลที่ 90.77% เลยทีเดียว

 

เหนือหน้าจอแสดงผลของ Vivo Y30 มีกล้องหน้าฝังในหน้าจอที่มุมซ้ายบน และลำโพงสำหรับสนทนาที่ตรงกลาง

 

ทางซ้ายตัวเครื่องมีเพียงช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่อง

 

ส่วนทางขวามีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power

 

ที่ด้านล่างตัวเครื่องจะมีตั้งแต่ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. ถัดไปทางขวาจะมีไมโครโฟนสำหรับสนทนา, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวหลัก

 

สุดท้ายที่ด้านหลังมีโมดูลกล้องหลัง 4 เลนส์ พร้อมไฟแฟลช LED ที่อยู่ด้วยกันครับ ขณะที่ตรงกลางเครื่องจะมีระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้วย

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

Vivo Y30 แกะกล่องมาพร้อมระบบปฏิติการ Android 10 ครอบทับด้วย Funtouch OS 10 ซึ่งในระบบรุ่นใหม่นี้ช่วยให้การทำงานทั่วไปของระบบไหลลื่นมากยิ่งขึ้น เพราะมีการจัดการเรื่อง RAM ได้ดีกว่าเดิม

 

หน้าตา UI : Funtouch OS 10

 

โหมดถนอมสายตา Eye Protection Screen

สำหรับ Vivo Y30 ที่เน้นเรื่องหน้าจอถนอมสายตาอยู่แล้วก็มาพร้อมโหมดตัดแสงสีฟ้าได้อย่างชาญฉลาดครับ นอกจากจะมีการเปิดสีหน้าจอให้เป็นโทนอุ่นได้แล้ว ก็ยังมีการเปิด/ปิดแบบอัตโนมัติตามพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกตามภูมิภาคของเราด้วย

 

โหมดมืดใช้งานได้ในที่แสงน้อย

ไม่ใช่แค่โหมดถนอมสายตา แต่โหมดมืดก็มีมาให้เหมือนกัน ซึ่งพื้นหลังของระบบทั้งหมดจะเป็นสีดำ รวมถึงแอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่รองรับเช่นกัน

ทั้งนี้ เราสามารถปรับความสว่างของพื้นหลังจากสีดำเป็นสีออกเทาๆ ได้เช่นกันครับ

 

ระบบความปลอดภัย

ระบบความปลอดภัยก็มีให้ครบเช่นกันครับ ที่แม้ว่าจะไม่ได้สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ แต่ก็มีให้สแกนใบด้านหลังเครื่องครับ สะดวกไม่แพ้กัน แถมการใช้งานในการปลดล็อกก็รวดเร็วด้วย

ส่วนการสแกนใบหน้าก็ถือว่ารวดเร็วครับ กดปุ่ม Power เสร็จ ก็รอการสแกนเพียงไม่นาน ก็ใช้งานได้ทันที

 

เปลี่ยนเอฟเฟ็กต์แบบไดนามิกอย่างสวยงาม

เราสามารถเปลี่ยนเอฟเฟ็กต์แบบไดนามิกได้ 2 แบบใน Vivo Y30 ครับ จะมีทั้งรูปแบบของการเข้าสู่เข้าจอหลักหลังปลดล็อกเครื่อง และรูปแบบภาพเคลื่อนไหวของการสแกนใบหน้า

  

 

สุขภาวะดิจิทัล (Screen Time) แบบอัจฉริยะจาก Jovi

Jovi หรือผู้ช่วยอัจฉริยะใน Vivo Y30 จะบันทึกเวลาในการใช้งานสมาร์ตโฟนของเรา ไม่ว่าจะเป็นเวลาบนหน้าจอ, จำนวนที่หยิบ, ระยะเวลาการดูโดยเฉลี่ย และใช้งานต่อเนื่องนานเท่าไหร่ เป็นต้น เพื่อให้เราได้ทราบว่าเราใช้งานสมาร์ตโฟนหนักแค่ไหน และเราควรพักผ่อนแล้วหรือไม่

ทั้งนี้เราสามารถตั้งค่าขีดจำกัดเวลาหน้าจอว่ากี่ชั่วโมงและกี่นาที เพื่อไม่ให้เราใช้งานเยอะเกินไปครับ

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

Vivo Y30 มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลรุ่นเล็กอย่าง Mediatek Helio P35 Octa-core ที่เน้นเรื่องการประยัดพลังงาน ทั้งยังมี RAM ให้ 4GB พร้อม ROM 128GB ทำให้จะโหลดแอปหรือเกมก็เก็บได้เยอะ ไม่ต้องกลัวเต็ม ที่สำคัญ Vivo Y30 ยังมีเทคโนโลยี Multi-Turbo 3.0 ที่ช่วยให้การเรียกใช้งานแอปพลิเคชั่นต่างๆ เร็วขึ้นด้วย

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม AnTuTu ทำคะแนนไปได้ที่ 111,074

 

เล่นเกมไหลลื่นด้วยฟีเจอร์ Ultra Game Mode เวอร์ชัน 8.0

Ultra Game Mode ใน Vivo Y30 มาพร้อมกับเวอร์ชัน 8.0 แล้วครับ เป็นฟีเจอร์ที่เข้ามาช่วยให้การเล่นเกมไหลลื่นกว่าเดิม ซึ่งจะมีฟังก์ชันเสริมเป็นการบันทึกหน้าจอระหว่างเล่นและล็อกความสว่างหน้าจอครับ

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

ต้องบอกว่าการปรับกราฟิกเกม ROV ใน Vivo Y30 นั้นทำให้ดีเกินคาดเพราะปรับได้สูงสุดทั้งหมด รวมถึงเฟรมเรทระดับสูงด้วย ซึ่งเราก็ทดสอบเล่นในโหมด 5 VS 5 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากๆ ครับสำหรับสมาร์ตโฟนราคาประหยัด ส่วนเรื่องเฟรมเรทอาจจะดรอปอยู่ครับ แต่ถ้าใครไม่อยากให้เฟรมดรอปก็ให้ลองปรับลดกราฟิกมาอยู่ระดับกลางได้เลยครับ

 

Call of Duty: Mobile

ส่วนเกม Call of Duty: Mobile สามารถปรับภาพกราฟิกได้ในระดับ Low และเฟรมเรทระดับกลางครับ โดยเราทดสอบในโหมด Battle Royale ถือว่าเล่นได้ดีกว่าที่คิดครับ เรื่องการสัมผัสก็อยู่ในระดับที่ดีพอสมควรเลย

 

แบตเตอรี่อึด 5000mAh อยู่ได้ตลอดวัน

จัดเต็มให้เราใช้งานได้ยาวๆ สำหรับ Vivo Y30 ที่ให้แบตเตอรี่มาแบบอึดๆ ถึง 5000mAh ต้องบอกว่าใช้งานได้ตลอดทั้งวันแน่นอนครับ ทั้งยังสามารถอยู่ในโหมดสแตนด์บายได้ถึง 29.7 วันอีกด้วย นอกจากนี้ แบตเตอรี่เยอะๆ ก็ยังชาร์จให้กับสมาร์ตโฟนรุ่นอื่นได้ด้วยการเปลี่ยนตัวเองเป็น Power Bank แล้วทำการ Reverse charging ผ่านสาย OTG (ซื้อแยก) ครับ

 

กล้องถ่ายรูป

Vivo Y30 ไม่ได้ลดสเปคเรื่องกล้องแม้ว่าจะมาในราคาที่ประหยัดสุดๆ ครับ เพราะให้กล้องหลังมาถึง 4 เลนส์ ครบทุกฟีเจอร์ที่ใช้งานกันบ่อยๆ โดยแต่ละเลนส์ประกอบด้วย ..

  • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Super Wide-Angle 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • เลนส์ Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

ขณะที่กล้องหน้ามีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมใช้งาน AI Beauty ได้ด้วย

เลนส์หลักถ่ายคมชัด 13 ล้านพิกเซล

Vivo Y30 จัดกล้องหลักมาให้ที่ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายภาพได้สวยงาม สีสันยังคงสมจริง แถมเรื่องแสงและเงาก็คมชัด ไม่ว่าจะถ่ายบรรยากาศหรือบุคคลครับ

 

มีเลนส์ Super Wide-Angle กว้างสุดถึง 120 องศา

ใครชอบถ่ายมุมกว้างๆ เห็นได้ครบทุกมุมมองในช็อตเดียวจะต้องมี Vivo Y30 เป็นหนึ่งในตัวเลือกครับ เพราะมีเลนส์ Super Wide-Angle มุมมองกว้างถึง 120 องศา เรื่องสีสันและความคมชัดต่างๆ ก็ไม่ต้องห่วงครับ เพราะเห็นได้ชัดเจน และระบบโฟกัสก็ทำได้ไวด้วย


เลนส์หลัก / เลนส์ Super Wide-Angle


เลนส์หลัก / เลนส์ Super Wide-Angle

 

ถ่าย Portrait สวยงาม ละลายหลังได้เนียน

จัดเลนส์ Bokeh มาให้ก็สามารถถ่ายภาพบุคคลให้มีมิติได้ดีขึ้นเช่นกันครับ การเบลอฉากหลังจะช่วยบุคคลดูโดดเด่นยิ่งขึ้น ทั้งยังปรับแต่งใบหน้าสวยหรือโครงหน้าต่างๆ ได้ถึง 100 ระดับ


โหมด Portrait / โหมดปกติ

 

Super Macro ใกล้แค่ไหนก็เห็นได้คมชัด

เลนส์ Super Macro ใน Vivo Y30 มีระยะโฟกัสใกล้ถึง 4 เซนติเมตร ซึ่งเป็นระยะที่สายตาของเรานั้นแทบไม่โฟกัสแล้วครับ นั่นหมายความว่าเลนส์นี้ช่วยให้เราเห็นในสิ่งที่ตาเรามองไม่เห็น

 

กล้องหน้าถ่ายสวย บิวตี้ธรรมชาติ

Vivo Y30 ก็จัดกล้องหน้ามีความสวยงามแบบธรรมชาติมาให้ใช้งานครับ ซึ่งจริงๆ ในโหมดเราแทบไม่ต้องไปปรับอะไร AI จะช่วยให้เองอัตโนมัติ

Portrait กล้องหน้าบิวตี้ได้ เบลอหลังแบบมีมิติ

แต่ถ้าใครอยากให้โฟกัสแค่ใบหน้าเราก็ยังมีโหมด Portrait ที่กล้องหน้าเช่นกันครับ ซึ่งก็ยังคงปรับแต่งใบหน้าอยู่นะ

 

สรุปจุดเด่น

  • หน้าจอแสดงผล Ultra O Screen ช่วยให้จอมีความกว้างอยู่ที่ 6.47 นิ้ว พร้อมกับมีความละเอียด HD+ ทำให้ใช้งานได้ทั้งเต็มตาและคมชัดไปพร้อมกัน
  • กล้องหลังจัดให้ถึง 4 เลนส์ ครบทุกฟีเจอร์ทั้ง Portrait, Ultra-Wide และ Macro ส่วนกล้องหน้าก็ถ่ายสวยงามแบบธรรมชาติ
  • หน่วยประมวลผล Mediatek Helio P35 Octa-core ช่วยให้การใช้งานทั่วไปไหลลื่นพร้อมกับประหยัดพลังงานไปในตัว
  • RAM 4GB คู่กับ ROM 128GB ที่ถือว่าให้มาแบบพอใช้งานแน่นอนสำหรับราคาระดับนี้ครับ โหลดแอปหรือถ่ายรูปได้นาน ไม่ต้องกังวลว่าจะเต็ม
  • แบตเตอรี่ให้มาถึง 5000mAh รองรับการใช้งานได้ตลอดวัน

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่มีหูฟังภายในกล่อง

สำหรับผู้ที่สนใจ Vivo Y30 จะเปิดวางจำหน่ายในราคา 6,999 บาท

อ่านต่อ...

Featured

รีวิว Vivo Y50 สมาร์ตโฟน Ultra Speed เร็วแรงทะลุพิกัด ขุมพลัง Snapdragon 665 พร้อมจอ Ultra O Screen และกล้อง 4 เลนส์สวยงาม

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Vivo Y50 สมาร์ตโฟนรุ่นกลาง สเปคแจ่ม พร้อมความแรงแบบ Ultra Speed เร็วแรงทะลุพิกัด จัดเต็มหน้าจอแสดงผล Ultra O Screen ฝังกล้องหน้าลงในหน้าจอ พร้อมหน่วยประมวลผลตัวแรงในระดับกลางอย่าง Qualcomm Snapdragon 665 จะเป็นอย่างไร เรามาดูกันครับ

 

สรุปสเปค Vivo Y50

  • ขนาดตัวเครื่อง : 162.04 × 76.46 × 9.11 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 197 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Ultra O Screen แบบ LCD กว้าง 6.53 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล) และพื้นที่การแสดงผลที่ 90.7%
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 665 Octa-core
  • RAM 8 GB
  • ROM 128 GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย Funtouch OS 10
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 4 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Super Wide-Angle 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
    • เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4G + 5G, Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ตัวกล่องของ Vivo Y50 มีความสวยงามที่เล่นลวดลายบริเวณหน้ากล่องพร้อมกับชื่อรุ่นและแบรนด์อย่างชัดเจนครับ

ส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ภายในกล่องมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง Vivo Y50 พร้อมติดฟิล์มกันรอย
  • อะแดปเตอร์ชาร์จ 10W
  • สาย USB Type-C
  • เคสใส
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม

 

ด้านดีไซน์ของ Vivo Y50 ถือว่าออกมาแบบมาได้ดีเกินราคา เพราะที่ด้านหลังมีความโค้งเพื่อให้จับถือได้ดี ไม่บาดมือ ทำให้ใช้งานได้นานขึ้นครับ โดยวัสดุด้านหลังเป็นพลาสติกที่จับถือได้ไม่ลื่นมือแน่นอน

 

สีที่เราได้มาเป็นสีดำ Black Mysterious ที่เน้นความเข้มขรึมแล้วดูคลาสสิกมากๆ แต่เมื่อสะท้อนกับแสงก็จะมีการเล่นกับลวดลายที่โมดูลกล้องหลังเครื่องคล้ายกับการเปล่งแสงออกมาจากในตัวกล้องครับ

 

หน้าจอแสดงผลของรุ่นมาแบบ Ultra O Screen ชนิด LCD ขนาดใหญ่ถึง 6.53 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล) ทำให้ความมีคมชัดและสีสันนั้นจัดเต็มแน่นอน

 

ทั้งนี้ พื้นที่การแสดงผลมีถึง 90.7% ทำให้เรารับชมคอนเทนต์ต่างๆ ทำได้แบบเต็มตา รวมถึงการเล่นเกมก็ทำให้เราเห็นมุมมองที่กว้างกว่าอีกด้วย

 

เหนือหน้าจอแสดงผลของ Vivo Y50 จะมีกล้องหน้าที่ฝังในหน้าจอที่มุมซ้ายบน โดยลำโพงสำหรับสนทนาก็อยู่ที่ตรงกลางครับ

 

ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีเพียงช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM ทั้งหมด 2 ช่อง และมีช่องใส่ MicroSD Card อีก 1 ช่อง รวมเป็นทั้งหมด 3 ช่องครับ

 

ส่วนฝั่งขวาเป็นปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power

 

ด้านล่างของตัวเครื่องมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม., ไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวหลัก

 

และที่ด้านหลังมีกล้องหลัง 4 เลนส์ พร้อมไฟแฟลช LED และที่ตรงกลางมีระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้วย

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

Vivo Y50 แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10 ที่ครอบทับด้วย Funtouch OS 10 ช่วยให้การใช้งานภายในระบบมีความลื่นไหลมากขึ้น แถมมีการจัดการทรัพยากรภายในเครื่องดีขึ้นครับ

 

วอลเปเปอร์สวยงาม มีให้เลือกเยอะ

สมาร์ตโฟนรุ่นนี้ก็มีวอลเปเปอร์และธีมมีให้เลือกอย่างหลากหลายครับ ทั้งแบบสดใสๆ แบบเข้มสีดำ หรือร้อนแรงๆ ในโทนสีแดงก็มีครบ

 

โหมดถนอมสายตา

Vivo Y50 ก็มาพร้อมกับฟีเจอร์ถนอมสายตาเพื่อตัดแสงสีฟ้าให้ได้มากที่สุดเพื่อรักษาสายตาระหว่างการใช้งาน โดยเราสามารถปรับโทนสีหรือความอุ่นได้ตามใจชอบ ทั้งยังสามารถตั้งค่าให้เปิด-ปิดตามเวลาที่เราตั้งได้ด้วย

 

โหมดมืดก็ใช้งานได้ในที่แสงน้อย

หากใครไม่อยากตัดแสงสีฟ้าในโหมดถนอมสายตาก็สามารถเปิดโหมดมืดได้เช่นกัน ซึ่งพื้นหลังของแอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่รองรับและในระบบจะเปลี่ยนเป็นสีดำเพิ่มความสบายตาในตอนกลางคืน

 

ระบบความปลอดภัย

Vivo Y50 ก็มีระบบความปลอดภัยในเรื่องการล็อกหน้าจอมาจนครบ ทั้งการสแกนลายนิ้วมือที่อยู่ใช้งานได้ 5 ลายนิ้วมือ ซึ่งสแกนได้ที่ด้านหลังเครื่องครับ โดยความรวดเร็วและความเสถียรในการใช้งานก็ทำได้ดีเลยทีเดียว

รวมถึงการสแกนใบหน้าที่ก็ทำได้ดีไม่แพ้กันครับ สแกนได้รวดเร็วและยังไม่มีความผิดพลาดให้เห็น

 

เปลี่ยนเอฟเฟ็กต์แบบไดนามิกให้ไม่ซ้ำใคร

เอฟเฟ็กต์แบบไดนามิกเป็นการเปลี่ยนเอฟเฟ็กต์ความเคลื่อนไหวของระบบที่ให้มีความสวยงามมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจดจำใบหน้า, การเข้าสู่หน้าจอหลัก, การใช้งานระหว่างสาย USB และการเปิด/ปิดหน้าจอ

 

เพิ่มความสะดวกสบายด้วยปุ่ม Easy Touch

สำหรับ Easy Touch เป็นฟีเจอร์ที่เพิ่มความสะดวกสบายในการปรับแต่งเมนูเพื่อให้เข้าถึงแอปพลิเคชั่นและเครื่องมือด่วนต่างๆ ที่เราตั้งค่าได้เร็วขึ้น ไม่ต้องปัดหาให้เสียเวลาครับ ใครใช้แอปหรือเครื่องมือไหนบ่อย ก็เพิ่มเข้ามาใน Easy Touch ได้เลย

ทั้งนี้ก็ยังมีการควบคุมในการใช้งานแทนปุ่มต่างๆ ได้เช่นกัน เช่น แตะค้างเพื่อเข้าหน้าหลัก, กดค้างแล้วเลื่อนไปทางซ้ายเป็นการย้อนกลับ เป็นต้น

 

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ในด้านประสิทธิภาพเครื่อง Vivo Y50 ขับเคลื่อนผ่านหน่วยประมวลผล Snapdragon 665 ควบคู่กับ RAM ที่ให้มาเยอะถึง 8 GB ช่วยให้เราใช้งานได้ไหลลื่นระหว่างการสลับแอปพลิเคชั่นต่างๆ และความจุ 128 GB โหลดแอปหรือเก็บรูปภาพต่างๆ ได้เยอะ แทบไม่ต้องกังวลว่าจะเต็ม

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 314 และคะแนน Multi-Core ที่ 1,377

 

เล่นเกมได้ไม่มีสะดุดด้วยฟีเจอร์ Ultra Game Mode

Ultra Game Mode หรือศูนย์เพิ่มประสิทธิภาพเป็นอีกฟีเจอร์ที่ช่วยเรื่องการเล่นเกมใน Vivo Y50 ไหลลื่นขึ้นเพราะช่วยรีดประสิทธิภาพให้ทำงานได้เต็มที่ พร้อมด้วยการเคลียร์ RAM ทำให้เข้าเกมได้ไวและไม่มีสะดุด ทั้งยังปิดกั้นการแจ้งเตือน ไม่ให้มีอะไรเด้งมาบดบังหน้าจอให้กวนใจ

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

สำหรับ ROV เราเปิดภาพกราฟิกระดับสูงพร้อมเปิดโหมดเฟรมเรทสูงเช่นกัน เล่นในโหมด 5 VS 5 ได้ปกติครับ การเคลื่อนที่ การกดสกิลต่างๆ ถือว่าใช้งานได้ค่อนข้างตามนิ้ว ตอบสนองได้เร็ว เฟรมก็วิ่งที่ราว 57-60fps ตลอดทั้งเกม ไม่ได้ดรอปอะไรมาก

 

PUBG Mobile

สำหรับเกม PUBG Mobile ในรุ่น Vivo Y50 สามารถปรับได้ที่กราฟิกแบบสมดุล และเฟรมเรทระดับกลางครับ โดยต้องรอการอัปเดทหากต้องการปรับให้สูงขึ้นกว่านี้ ซึ่งเราทดสอบในการเล่นโหมดปกติ 100 คน ตลอดทั้งเกมก็เล่นได้แบบไหลลื่นแน่นอนครับ กดยิงได้ค่อนข้างเรียลไทม์ ส่วนเรื่องอาการกระตุกก็ไม่เจอครับ

 

Call of Duty: Mobile

ส่วนเกมแนว FPS อีกเกมอย่าง Call of Duty: Mobile ก็สามารถเล่นได้ในระดับกราฟิกและเฟรมเรทระดับ Very High ครับ ซึ่งเกมนี้เป็นเกมที่เราสามารถเปิดโหมด E-Sport เพื่อให้ทรัพยากรในเครื่องใช้งานได้กับเกมนี้ล้วนๆ ซึ่งการเล่นก็แน่นอนว่าไม่มีปัญหาอะไรครับ

 

แบตเตอรี่อึด 5000mAh เล่นเกมได้ยาวๆ ใช้งานตลอดวัน

Vivo Y50 มีแบตเตอรี่ที่ให้มาถึง 5000mAh โดยแบตเตอรี่ที่เราใช้งานก่อนเล่นเกมอยู่ที่ประมาณ 85% หลังจากเล่นจบไปประมาณ 1 ชั่วโมงก็ลดลงอยู่ที่ 75% ถือว่าอึดมากๆ ใครที่ใช้งานทั่วไป ไม่ได้เล่นเกมรับรองว่ารอดตลอดวันแน่นอนจ้า

 

กล้องถ่ายรูป

แม้ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นเล็ก แต่ Vivo Y50 ก็มีกล้องให้เราใช้ครบทุกฟีเจอร์ โดยแต่ละเลนส์ที่ด้านหลังและหน้ามีดังนี้เลย

กล้องหลัง

  • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Super Wide-Angle 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0

เลนส์หลัก AI ถ่ายสวยงามแบบอัตโนมัติ

Vivo Y50 สามารถถ่ายได้สวยงามผ่านเลนส์หลัก เพราะมี AI ในการแยกแยะหมวดหมู่อย่างชาญฉลาด เช่น อาหาร, จอ, แมว หรือดอกไม้ เป็นต้น

 

ถ่ายมุมกว้าง เก็บบรรยากาศได้ครบผ่านเลนส์ Super Wide-Angle

จัดเลนส์ Super Wide-Angle มาให้ด้วยสำหรับ Vivo Y50 ครับ โดยได้มุมมองกว้างถึง 120 องศา กว้างกว่าเลนส์หลักอย่างเห็นได้ชัดเจนมากๆ เรียกว่าถ่ายเพียงช็อตเดียวก็เก็บบรรยากาศได้ครบครัน และภาพก็สวยงามคมชัดแทบไม่ต่างจากเลนส์หลักเท่าไหร่


เลนส์หลัก / เลนส์ Super Wide-Angle


เลนส์หลัก / เลนส์ Super Wide-Angle

 

หรือจะใช้เลนส์ Super Wide-Angle ถ่ายกับบุคคลก็ได้อีกมุมมองหนึ่งที่สวยงามไม่แพ้กันครับ

 

โหมด Portrait เบลอหลังได้เนียนๆ

เป็นรุ่นเล็กที่สามารถถ่าย Portrait เบลอฉากหลังได้ละลายเหมือนกันสำหรับ Vivo Y50 ซึ่งในโหมดนี้จะทำให้ภาพดูมีมิติมากขึ้น บุคคลดูเด่นชัด เพราะฉากหลังเบลอออกไป

กล้องหลัง

 

กล้องหน้า

 

ถ่ายกลางคืนก็งามด้วย Super Night Mode

จัดมาให้แม้เป็นรุ่นประหยัดครับกับ Super Night Mode ที่ช่วยให้เราถ่ายภาพกลางคืนได้สว่างและคมชัดกว่าโหมดปกติอย่างชัดเจนครับ เช่น ในโหมดปกติภาพกลางคืนอาจเบลอและไม่เห็นสีสันในวัตถุ แต่ใน Super Night Mode เราจะเห็นรูปร่างและสีของวัตถุที่คมชัด


โหมดปกติ / Super Night Mode

 

Super Macro เจาะวัตถุได้ใกล้สุด 4 ซม.

ฟีเจอร์จุดเด่นอย่างสุดท้ายใน Vivo Y50 เป็นเลนส์ Super Macro ที่ทำให้เราเห็นวัตถุได้ใกล้มากที่สุดที่ 4 เซนติเมตร ตามระยะโฟกัส ซึ่งระยะ 4 ซม. ถือว่าใกล้มากๆ จุดเล็กๆ ที่เราอาจไม่เห็นก็ให้เลนส์นี้ช่วยมองได้เลย

 

ใบหน้าสวยงามด้วยฟีเจอร์ AI Face Beauty

ในฟีเจอร์ปรับแต่งใบหน้าสวย AI Face Beauty จะอยู่ในโหมดภาพคนครับ เราสามารถปรับใบหน้าได้อย่างอย่างมากๆ ไม่ว่าจะเป็นผิวนวล, โทนสีผิว, รูปหน้า, กราม, ตาโต, จมูก และอีกหลายอย่างทั่วใบหน้า ซึ่งแต่หมวดปรับได้ตั้งแต่ 0 – 100 ระดับเลยจ้า

 

ถ่ายที่แสงน้อยก็มีให้ผ่านฟีเจอร์ Super Night Selfie

เราถ่ายภาพกลางคืนหรือที่แสงน้อยไปแล้วสำหรับกล้องหลัง แต่กล้องหน้าก็มีเช่นกันด้วยฟีเจอร์ Super Night Selfie ซึ่งตรงนี้เราไม่จำเป็นต้องถ่ายแค่ตอนกลางคืนเท่านั้น แต่ตรงไหนที่แสงน้อยๆ ก็ใช้โหมดนี้ช่วยได้เป็นอย่างดีเลย


โหมดปกติ / โหมด Super Night Selfie

หมดปกติ / โหมด Super Night Selfie

 

 

สติ๊กเกอร์ AR ถ่ายได้น่ารักๆ มีให้หลายแบบ

ใครที่ไม่ชอบถ่ายแบบธรรมดาๆ อยากให้มีลูกเล่นแบบน่ารักๆ อย่างสติ๊กเกอร์ AR ก็มีให้เลือกหลายแบบมากๆ ครับ เพิ่มมิติความสดใสในภาพได้เป็นอย่างดี แถมใช้ได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังเลยครับ

 

สรุปจุดเด่น

  • กล้องหลัง 4 เลนส์ ครบทุกฟีเจอร์ที่ต้องการแน่นอน ทั้งเลนส์ Super Wide Angle, Macro แถมมี Super Night Mode ทั้งกล้องหน้าและหลัง
  • หน้าจอ Ultra O Screen กว้างถึง 6.53 นิ้ว ควบคู่กับความคมชัด FullHD+ รับชมวิดีโอต่างๆ ได้คมชัดตามมาตรฐานแน่นอน
  • ใช้หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 665 ที่เป็นชิปรุ่นกลาง แต่มีความแรงในการใช้งาน ไม่มีสะดุด ทั้งยังมี RAM 8GB + ROM 128GB ใช้ได้แบบจุใจ
  • แบตเตอร์รี่ให้มามากถึง 5000mAh พร้อมให้ใช้งานได้ตลอดวันแน่นอน

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่มีหูฟังภายในกล่อง

ใครที่สนใจ Vivo Y50 พร้อมวางจำหน่ายในราคา 7,999 บาท

อ่านต่อ...

Featured

รีวิว Samsung Galaxy A31 หน้าจอ Super AMOLED แบตอึด เซลฟี่สวยกล้อง 20 ล้านพิกเซล

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Samsung Galaxy A31 สมาร์ทโฟนราคาต่ำกว่าหมื่นบาทที่ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน มาพร้อมหน้าจอ Infinity-U สีสันสดใส Super AMOLED แบตเตอรี่อึด 5000mAh จัดเต็มด้วยกล้องหลัง 4 เลนส์ ความละเอียดสูงสุดถึง 48 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าเซลฟี่ 20 ล้านพิกเซล

Samsung Galaxy A31 Review

สรุปสเปค Samsung Galaxy A31

  • ขนาดตัวเครื่อง : 159.3 x 73.1 x 8.6 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 185 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Infinity-U ชนิด Super AMOLED กว้าง 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (1080 x 2400 พิกเซล)
  • หน่วยประมวลผล : MediaTek Helio P65
  • RAM 6 GB
  • ROM 128 GB รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD สูงสุด 512GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย One UI 2.1
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 4 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
    • เลนส์ Ultra Wide 123 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac 2.4G+5GHz, Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับ Fast Charge 15W

 

ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

Samsung Galaxy A31 ตัวเครื่องสี Prism Crush White ที่ให้มุมมองสีสันที่แตกต่างกันออกไปบนโทนสีขาวที่ดูเรียบสวยแต่ซ่อนไว้ด้วยความหรูหรา

Samsung Galaxy A31 Review

 

ฝาหลังของ Galaxy A31 นอกจากจะซ่อนมุมมองสีที่แตกต่างกันแล้ว ลักษณะผิวก็มีการผสมผสานกันอย่างตัวระหว่างผิวเรียบและผิวที่มีลายเส้น อีกทั้งยังมีความโค้งเว้าแบบ 3D ด้วย ซึ่งทำให้เวลาจับใช้งานมีความกระชับ ถนัดมือมากขึ้น

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

อีกหนึ่งข้อดีของตัวเครื่องสีขาวแบบนี้ จะช่วยลดการมองเห็นการเกิดคราบรอยนิ้วมือได้เป็นอย่างดีและสามารถเช็ดทำความสะอาดคราบเลอะได้ง่าย

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

กล้องด้านหลังมีดีไซน์ทรงสี่เหลี่ยมแและจัดเรียงกล้องไว้ทั้งหมด 4 เลนส์ พร้อมไฟแฟลช LED โดยแต่ละเลนส์ประกอบด้วย

  • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • เลนส์ Ultra Wide-Angle 123 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

Samsung Galaxy A31 Review

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

หน้าจอแสดงผลของ Galaxy A31 มีขนาด 6.4 นิ้ว Super AMOLED ที่มีการขยายหน้าจอให้ชิดขอบทุกด้าน และมีรอยบากแบบขนาดเล็ก Infinity-U บริเวณขอบบนหน้าจอเพื่อติดตั้งกล้องหน้า

Samsung Galaxy A31 Review

 

สำหรับกล้องหน้ามีความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และบริเวณใกล้ๆ กันตรงขอบตัวเครื่องจะมีลำโพงสำหรับใช้ฟังเสียงตอนโทรศัพท์

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

หน้าจอ Super AMOLED มีความโดดเด่นในเรื่องของสีสันที่สวยคมชัด ถูกใจคนชอบดูคลิปวิดีโออย่างแน่นอน

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

ขอบด้านซ้ายจะเป็นช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ Nano SIM 2 ช่อง พร้อมด้วยช่อง MicroSD Card อีก 1 ช่อง รวมทั้งหมด 3 ช่อง

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

ขอบด้านขวาจะเป็นปุ่มเพื่อใช้งานเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

ขอบด้านล่างตัวเครื่องจะมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม., พอร์ต USB Type-C, ไมโครโฟนตัวที่ 1 และลำโพงตัวหลัก

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

ขอบด้านบนมีเพียงไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

Sansung Galaxy A31 เป็นสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมระบบปฏบัติการ Android 10 เวอร์ชั่นล่าสุด และครอบทับด้วย One UI 2.1 โดยในเวอร์ชั่นนี้มีการปรับอินเตอร์เฟซให้ง่ายสำหรับการใช้งานในมือเดียวแม้สมาร์ทโฟนจะมีหน้าจอที่ยาวขึ้น รวมไปถึงสีสันต่างๆ ของ UI ก็ดูสะอาด เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อนด้วย

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

One UI จะเน้นการใช้งานที่ง่ายและสามารถใช้งานมือเดียวได้สะดวก โดยจะสังเกตเห็นว่าข้อความคำอธิบายต่างๆ จะอยู่ครึ่งจอด้านบน ในขณะที่เมนูในการแตะเลือกใช้งานจะที่ครึ่งหน้าจอด้านล่าง เพื่อให้เราสามารถเอื้อมนิ้วไปแตะได้ง่ายมากขึ้นนั่นเอง เช่น ในหน้า “การตั้งค่า” ครึ่งบนเป็นตัวอักษร และครึ่งล่างจะเป็นตัวเลือกต่างๆ เป็นต้น

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

เมื่อปัดหน้าจอไปทางขวาจะพบกับ Samsung Daily หน้าจอที่จะรวมข่าวสารอัปเดทใหม่ๆ และความสนใจของผู้ใช้งานไว้ในที่เดียว โดยเราสามารถกำหนดเองได้ว่าต้องการแสดงข้อมูลอะไรได้บ้าง

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

ด้านการเชื่อมต่อเครือข่ายของรุ่นนี้รองรับ 4G LTE ทั้ง 2 ซิม, Bluetooth 5.0, NFC และรองรับการโทร Wi-Fi กับ VoLTE ด้วย

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

ระบบเสียงที่มีให้ในตัวเครื่องอย่าง Dolby Atmos ก็สามารถใช้งานได้เช่นกัน โดยจะทำงานได้เมื่อใช้งานร่วมกับหูฟัง ซึ่งจะได้ยินเสียงที่มีมิติซ้ายขวา โดยเฉพาะเวลาเล่นเกมหรือดูหนังจะได้ประสบการณ์ที่สนุกมากขึ้น

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

หน้าจอแสดงผลของ Galaxy A31 เป็นหน้าจอแบบ Super AMOLED ที่มีอัตราส่วนคอนทราสต์สูง สีสันสดใส ทำให้ดูหนังหรือเล่นเกมเห็นรายละเอียดที่คมชัดมากๆ

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

ฟีเจอร์ห้ามรบกวนก็เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ให้มาในทุกรุ่นของ Samsung เป็นประโยชน์มากๆ หากไม่ต้องการให้มีการรบกวนในช่วงเวลาสำคัญ โดยสามารถกำหนดช่วงเวลาและอนุญาต

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

สำหรับ One UI 2.1 ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์โหมดแสงทึบ (Dark Mode) เพื่อให้ใช้งานในตอนกลางคืนได้แบบสบายตา โดยพื้นหลังต่างๆ จะเป็นสีดำ และตัวอักษรจะเป็นสีขาว

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

ในเรื่องระบบความปลอดภัยด้วยการสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอแสดงผล ซึ่งการทำงานถือว่ารวดเร็วพอสมควร

Samsung Galaxy A31 Camera Review

 

นอกจากนี้ ก็ยังมีระบบปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า ซึ่งจาการทดสอบใช้งานพบว่าจำแนกใบหน้าได้รวดเร็วดีแม้ในที่แสงน้อย

Samsung Galaxy A31 Camera Review

 

Digital Wellbeing ฟีเจอร์ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานทราบว่าใช้เวลากับสมาร์ทโฟนไปมากน้อยเพียงใดในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการปลดล็อคหน้าจอ จำนวนการแจ้งเตือน และใช้เวลาแต่ละแอปไปเท่าไหร่ เป็นต้น

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ด้านประสิทธิภาพของ Samsung Galaxy A31 มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล MediaTek Helio P65 กับ RAM 6GB และความจุ (ROM) 128GB ทำให้ใช้งานได้ไหลลื่นและเก็บไฟล์หรือโหลดแอปพลิเคชั่น/เกมต่างๆ ได้แบบเต็มที่ แทบไม่ต้องกลัวเต็มครับ ทั้งยังสามารถเพิ่ม MicroSD Card ได้อีกถึง 512GB เลยทีเดียว

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

สำหรับฟีเจอร์การเล่นเกมก็มาให้พร้อมสำหรับเกมเมอร์ตั้งแต่ Game Launcher ที่เป็นพื้นที่รวบรวมเกมที่โหลดไว้ในที่เดียว รวมถึงบอกระยะเวลาในการเล่นเกมต่างๆ ได้ด้วย

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

Game Booster ที่ช่วยเรื่องการรีดประสิทธิภาพทั้งหมดของเครื่องเพื่อให้เล่นเกมได้แบบไร้ปัญหากวนใจ โดยเราสามารถปรับประสิทธิภาพเกมได้ 3 แบบ ได้แก่ เน้นประหยัดพลังงาน, ปรับให้เท่ากัน หรือเน้นประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ก็ยังสามารถปิดกั้นการแจ้งเตือน, บันทึกหน้าจอระหว่างเล่น ดูอุณหภูมิ และ RAM แบบเรียลไทม์ได้เช่นกัน

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

ทดสอบการเล่นเกม ROV ปรับตามค่าเริ่มต้นภาพ HD ระดับมาตรฐาน, การแสดงผลระดับสูง เพื่อดูว่าจะไหวหรือไม่ในโหมด 5 VS 5 ทุกอย่างเล่นได้ปกติ แม้ว่าจะไม่รองรับเฟรมเรทระดับสูง แต่ว่าเฟรมเรทตลอดการเล่นก็ทำได้นิ่งๆ ที่ 29-30fps

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

หน้าจอที่ใหญ่และกว้างของ Galaxy A31 ยังช่วยให้เรื่องของการมองเห็นศัตรูที่อยู่รอบๆ ขอบจอได้ดีอีกด้วย

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

มาต่อกันที่เกม Call Of Duty: Mobile ปรับเฟรมเรทระดับกลาง และเล่นในโหมด Battle Royale 100 คน การควบคุมเล็งเป้าต่างๆ ถือว่าพอเล่นได้

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

แบตเตอรี่ของ Samsung Galaxy A31 ถือว่าให้มาเยอะมากๆ 5000mAh ใช้งานทั่วไปได้ยาวนานทั้งวัน หรือเล่นเกมต่อเนื่องก็อยู่ได้ยาวๆ หลายชั่วโมง และรองรับ Fast Charge 15W จากแบตเตอรี่น้อยๆ ชาร์จประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ก็เต็ม

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

กล้องถ่ายรูป

มาเริ่มกันที่กล้องหน้า Galaxy A31 เซลฟี่สวยด้วยกล้องความละเอียด 20 ล้านพิกเซล แถมมี Beauty Mode ปรับความสวยของใบหน้าได้ หรือถ้าใครเบื่อโทนสีแบบปกติ ก็เลือกฟิลเตอร์ได้

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

รูปถ่ายเซลฟี่ใน Beauty Mode ต้องบอกว่าทำให้ได้รูปใบหน้าที่ออกมาสวยโดยไม่ต้องแต่งผ่านแอปอื่นๆ ให้ยุ่งยาก ถ่ายปุ๊บก็สามารถแชร์ลงโซเชียลได้ทันที

Samsung Galaxy A31 Camera Review Samsung Galaxy A31 Camera ReviewSamsung Galaxy A31 Camera Review Samsung Galaxy A31 Camera Review Samsung Galaxy A31 Camera Review Samsung Galaxy A31 Camera Review

 

ฟีเจอร์กล้องหน้าที่ชอบมากๆ อย่างหนึ่งคือการใช้ฝ่ามือในการสั่งให้กล้องนับถอยหลังเพื่อกดถ่ายเซลฟี่ ซึ่งเป็นประโยชน์มากๆ ทำให้เราไม่ต้องเอื้อมแขนไปกดชัตเตอร์ สามารถโพสต์ท่าต่างๆ ได้มากขึ้น และไม่ต้องกลัวเครื่องหลุดมือด้วย

Samsung Galaxy A31 Camera Review

 

กล้องหน้ายังสามารถถ่ายเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังละลายได้ด้วยโหมดไลฟ์โฟกัส (Live Focus) ซึ่งเป็นนทำให้รูปเซลฟี่มีความชัดโดดเด่นขึ้นมาในขณะที่ฉากหลังก็จะละลาย

Samsung Galaxy A31 Camera Review

 

รูปเซลฟี่ในโหมดไลฟ์โฟกัสจากกล้อง Galaxy A31 จะเห็นว่าการละลายฉากหลังทำได้เนียนเป็นธรรมชาติ ตัดขอบตัวคนได้ออย่างแม่นยำ ทำให้การเซลฟี่มีสวยโดดเด่นขึ้นมา แต่ถ้าอยากให้เห็นวิวด้านหลังชัดๆ ด้วยก็ถ่ายโหมดออโต้ปกติได้เลย

Samsung Galaxy A31 Camera Review Samsung Galaxy A31 Camera Review

 

กล้องหน้าของ Galaxy A31 สามารถเลือกเปลี่ยนฟิลเตอร์เพื่อเปลี่ยนโทนสีของภาพได้

Samsung Galaxy A31 Camera Review Samsung Galaxy A31 Camera Review

 

กล้องหน้ายังมีลูกเล่น AR Sticker หรือ Decorate Picture ที่มีสติ๊กเกอร์ให้แต่งภาพเยอะมากๆ ทั้งธรรมดา และแบบดุ๊กดิ๊กได้ ทำให้การเซลฟี่สนุกได้มากขึ้น

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

นอกจากนี้แล้วก็ยังมี AR Doodle ซึ่งเป็นฟีเจอร์เหมือนกับรุ่นแพงๆ เลย ทำให้เราสามารถวาดสิ่งต่างๆ ตอนถ่ายรูป แล้วบันทึกเป็นวิดีโอสนุกๆ ได้

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

มาต่อกันที่กล้องหลัง 4 เลนส์ เริ่มกันที่การถ่ายรูประยะไกล้ด้วยกล้องโหมด Macro ขนาด 5 ล้านพิกเซลของ Galaxy A51 เป็นเลนส์สำหรับถ่ายรูประยะใกล้ประมาณ 4 เซนติเมตร จะเห็นว่ารูปที่ถ่ายออกมามีความคมชัดมากๆ ทำให้เราได้เห็นรายละเอียดในระยะใกล้ๆ ซึ่งปกติแล้วกล้องหลักจะไม่สามารถทำได้เพราะระยะจะไม่ได้และทำให้หลุดโฟกัส

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

กล้อง Macro เหมาะมากๆ เวลาที่เราอยากจะถ่ายช่อดอกไม้ให้เห็นรายละเอียดของเกสรที่อยู่บริเวณกลางดอกไม้ หรือถ่ายพวกเล็กสัตว์เล็กๆ

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

 

สำหรับกล้องหลักของ Galaxy A31 มีความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิกเซล เวลาถ่ายภาพออกมาก็จะภาพที่มีขนาดใหญ่ และยังมีความฉลาดที่จะช่วยให้รูปถ่ายของเราออกมาสวยได้ง่ายๆ ด้วย AI สำหรับคอยตรวจจับและแยกแยะหมวดหมู่ต่างๆ เช่น อาหาร, พืช, สัตว์ หรือท้องฟ้า เป็นต้น

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

จะเห็นว่าภาพถ่ายที่ได้สามารถเก็บแสงและสีได้อย่างคมชัด ทำให้เราถ่ายรูปได้สวยๆ แบบนี้ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืนที่มีแสงน้อยๆ และเวลาเราซูมเข้าไปดูรายละเอียดเล็กๆ ในรูปก็เห็นชัดด้วย

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

 

เลนส์ Ultra Wide ที่มีมุมกว้างพิเศษ ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ถ่ายมุมกว้างได้ถึง 123 องศา เวลาเราจะถ่ายภาพมุมกว้าง ให้แตะที่ไอคอนโหมดกล้อง Ultra Wide เราก็จะเห็นภาพบนหน้าจอที่กว้างขึ้นทันที

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

จะเห็นว่าภาพที่ถ่ายด้วยโหมดนี้ทำให้มุมมองที่กว้างมากๆ โดยเฉพาะการถ่ายวิวหรืออาคารสูงๆ ได้ทั้งหลัง และที่สำคัญคือไม่ต้องถอยออกไปห่างๆ จากวัตถุที่ต้องการถ่ายอีกต่อไปแล้ว

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

Samsung Galaxy A31 Camera Testing ReviewSamsung Galaxy A31 Camera Testing Review

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

 

อีกหนึ่งโหมดที่เเป็นการใช้ความสามารถของกล้อง Depth และกล้องหลักทำงานร่วมกัน คือการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังละลายของโหมดไลฟ์โฟกัส เพื่อช่วยให้การตัดขอบตัวคนเพื่อละลายฉากหลังทำได้เนียนเป็นธรรมชาติมากขึ้น

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

 

เวลาที่เราถ่ายภาพด้วยโหมดไลฟ์โฟกัสเสร็จแล้ว เราสามารถนำมาปรับความเบลอ เลือกจุดโฟกัสใหม่ และเปลี่ยนเอฟเฟ็กต์ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเบลอ, สปิน, ซูม และคัลเลอร์พอยท์ ทำให้จุดที่เราต้องการโฟกัสโดดเด่นมากขึ้นด้วยสีปกติแล้วส่วนอื่นกลายเป็นสีขาวดำ

Samsung Galaxy A31 Live Focus Camera Review Samsung Galaxy A31 Live Focus Camera Review

 

นอกจากนี้แล้ว ภาพถ่ายโหมดไลฟ์โฟกัสที่ละลายฉากหลังจนเกิดไฟดวงไฟโบเก้ สามารถปรับดวงไฟเป็นรูปร่างต่างๆ ได้ด้วย เช่น รูปหัวใจ รูปดาว รูปหูกระต่าย เป็นต้น

Samsung Galaxy A31 Live Focus Camera Review Samsung Galaxy A31 Live Focus Camera Review

 

สรุปจุดเด่น

  • เป็นสมาร์ทโฟนราคาต่ำกว่าหมื่นบาทที่ได้ฟีเจอร์ครบ ตอบโจทย์ชาวโซเชียล
  • ดีไซน์เครื่องสวย หน้าจอ Super AMOLED สีสันสดใส
  • กล้องหน้าเซลฟี่ 20 ล้านพิกเซล ถ่ายสวย คมชัด ลูกเล่นเพียบ
  • กล้องหลัง 4 เลนส์ ครบทุกมุมมอง เก็บรายละเอียดได้คมชัด
  • ระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด Android 10 และ One UI 2.1
  • RAM 6GB + ROM 128GB
  •  แบตเตอรี่อึด 5000 mAh

จุดสังเกต

  • เล่นเกมต้องปรับกราฟิกลงเพื่อให้เล่นเกมได้ Smooth ขึ้น

ใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ สเปคครบ ราคาคุ้มค่า Samsung Galaxy A31 วางจำหน่ายแล้วในราคา 8,999 บาท มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Prism Crush Black, Prism Crush Blue และ Prism Crush White รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ https://samsung.com/th/galaxy-a31

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Featured5 วัน ที่แล้ว

รีวิว Vivo Y30 สมาร์ตโฟนรุ่นประหยัด สเปคคุ้ม จัดกล้องหลัง 4 เลนส์, จอ Ultra O Screen และแบตพลังอึด 5000mAh

รีวิว Vivo Y30 สมาร์...

Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Vivo Y50 สมาร์ตโฟน Ultra Speed เร็วแรงทะลุพิกัด ขุมพลัง Snapdragon 665 พร้อมจอ Ultra O Screen และกล้อง 4 เลนส์สวยงาม

Vivo Y50 สมาร์ตโฟนรุ...

Samsung Galaxy A31 Review Samsung Galaxy A31 Review
Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Samsung Galaxy A31 หน้าจอ Super AMOLED แบตอึด เซลฟี่สวยกล้อง 20 ล้านพิกเซล

Samsung Galaxy A31 ส...

3BB broadband with customers pain points 3BB broadband with customers pain points
Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

เปิดกลยุทธ์ 3BB รุกตลาดบรอดแบนด์ด้วย Pain Point ของลูกค้า ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

ตลาดที่มีการแข่งขันส...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว OnePlus 8 Pro เรือธงรุ่นใหม่พลังแรง หน้าจอ QHD+ 120Hz, กล้อง 4 เลนส์ และรองรับชาร์จไร้สายรุ่นแรกของแบรนด์

  รุ่นพี่ใหญ่ของ One...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

iPhone XR Latest Price in Thailand June 2020 iPhone XR Latest Price in Thailand June 2020
Apple News24 นาที ที่แล้ว

ราคาล่าสุด iPhone XR ในไทย เริ่มต้น 9,900 บาท เดือนมิถุนายน 2563

อัปเดทราคาล่าสุด iPh...

Android News54 นาที ที่แล้ว

Samsung Galaxy Note 20+ อาจมาพร้อมกล้อง 108 ล้านพิกเซล คู่กับซูม 50 เท่า

มีข่าวลือกันต่อครับส...

Android News1 ชั่วโมง ที่แล้ว

เปิดตัว Honor Play 4 Pro เรือธงขุมพลัง Kirin 990, กล้องหลังคู่ 40MP ซูมสูงสุด 30 เท่า ส่วน Play 4 ใช้ Dimensity 800

Honor เปิดตัวสมาร์ทโ...

IT News17 ชั่วโมง ที่แล้ว

HP เปิดตัว OMEN 15 โน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง CPU เลือกได้ทั้ง Intel หรือ AMD พร้อม GPU NVIDIA RTX 2070 Super Max-Q ราคาราว 31,500 บาท

HP เปิดตัว OMEN 15 โ...

Wearable17 ชั่วโมง ที่แล้ว

Samsung อาจนำการหมุนขอบที่ไม่ใช่ระบบสัมผัสกลับมาใน Galaxy Watch รุ่นใหม่ และอาจเปิดตัวงานเดียวกับ Note 20

สำหรับ Samsung ก็เตร...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง