ติดตามพวกเรา

Featured

รีวิว OPPO Reno 10x Zoom ดีไซน์สุดพรีเมี่ยม กล้องหลังซูมสุด 60x และหน้าจอใหญ่เต็มขอบของจริง

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

OPPO Reno 10x Zoom ที่สุดของนวัตกรรมการออกแบบผสานรวมกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดได้อย่างลงตัว และหน้าจอใหญ่แทบจะไร้ขอบของจริง ไม่มีรอยบากกวนใจเวลามองหน้าจอ

OPPO Reno 10x Zoom Review 35

สรุปสเปค OPPO Reno 10x Zoom

  • ราคาเปิดตัว 28,990 บาท (มิถุนายน 2019)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน้าจอแสดงผลขนาด 6.6 นิ้ว Panoramic Screen ความละเอียด 1080 x 2340 พิกเซล อัตราส่วน 19.5:9 ครอบด้วยกระจกกันรอย Gorilla Glass 6
  • ระบบปฏิบัติการ ColorOS 6 (Android 9.0 Pie)
  • ชิพเซ็ต Snapdragon 855
  • แรม 8GB
  • ความจุตัวเครื่อง 256GB ใส่เมมเพิ่มได้ด้วย microSD card
  • กล้องหลัง 3 ตัว
  • กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล Sony IMX586
  • กล้อง Telephoto ขนาด 13 ล้านพิกเซล ซูม Hybrid 10x
  • กล้อง Wide angle ขนาด 8 ล้านพิกเซล
  • กล้องหน้าเลื่อนได้อัตโนมัติ 16 ล้านพิกเซล f/2.0
  • แบตเตอรี่ขนาด 4065mAh, VOOC 3.0
  • รองรับ Bluetooth 5.0, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, USB Type-C
  • สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ และปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า

 

ดีไซน์ตัวเครื่องและหน้าจอแสดงผล

OPPO Reno 10x Zoom Review

ด้านการดีไซน์ตัวเครื่อง OPPO Reno 10x Zoom ด้านหลังมีความราบเรียบ สวยงาม ซึ่งเป็นการใช้กระจกแบบ 3D และไล่เฉดสีที่ได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ โดยตัวเครื่องสี Ocean Green มีพื้นผิวเหมือนหมอก ให้ความรู้สึกที่เป็นเอกลักษณ์ราวกับแสงที่ลอดผ่านหมอก

 

OPPO Reno 10x Zoom Unboxing

ตัวเครื่องสี Jet Black มีลักษณะผิวที่มันเงาสูง โดยการขัดเลเยอร์ผิวและแกะสลักด้วยเลเซอร์ เพื่อให้ได้พื้นผิวที่แตกต่างกันสามแบบ ทำให้เกิดรูปแบบหลายๆ พื้นผิวทับซ้อนกัน ไล่เฉดสีระหว่างสีอ่อนและสีเข้มได้อย่างลงตัว มีความโดดเด่นไม่เหมือนใครในทุกมุมมอง

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

การจัดตำแหน่งกล้องหลังและข้อความต่างๆ ของ OPPO Reno ถูกจัดให้อยู่ในแนวตั้งตรงกลางของเครื่อง เพื่อแสดงถึงความงามแบบสมมาตรและสมดุล

 

OPPO Reno 10x Zoom Unboxing

อย่างที่ทราบกันแล้วว่าโลโก้ OPPO มีการเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ และแน่นอนว่า OPPO Reno 10x Zoom ก็มาพร้อมกับโลโก้ใหม่อย่างเป็นทางการ โดยเป็นฟ้อนท์ที่มีความเรียบง่ายและเป็นตัวหนังสือที่ออกแบบให้ลายเส้นต่อเนื่องกัน อักขระแต่ละตัวมีความหนาที่เท่ากัน ดูทันสมัยมากขึ้น

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

ด้านหลังตัวเครื่องมีเซรามิกขนาดเล็กที่เรียกว่า O-Dot ซึ่งประโยชน์ของเซรามิกตัวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องฝาหลังและกระจกหน้าเลนส์กล้องไม่ได้เกิดรอยขีดข่วยเมื่อวางเครื่องลงกับพื้น ซึ่งไม่เพียงแต่มีประโยชน์ในการป้องกันรอยด้านหลัง แต่ยังให้ความสวยงามเหมือนอัญมนีทุกครั้งที่ได้มองอีกด้วย

สำหรับกล้องหลัง 3 เลนส์ ประกอบด้วย กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล + กล้อง Wide angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล + กล้อง Telephoto ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล สามารถซูม Hybrid ได้ 10x

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

จะเห็นว่าตัวกล้องทั้งหมดถูกซ่อนไว้ใต้กระจกด้านหลัง ทำให้ไม่นูนออกมาบนฝาหลัง นอกจากจะให้ความสวยด้านดีไซน์แล้ว เมื่อสัมผัสจะให้ความรู้สึกที่ราบเรียบไม่สะดุดบริเวณเลนส์กล้อง

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

ขอบด้านขวาจะมีปุ่ม Power

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

ขอบด้านซ้ายมีปุ่มปรับระดับเสียง

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

ขอบด้านบนจะมีไมโครโฟนอยู่บนโมดูลกล้องหน้า Pivot Rising

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

ขอบด้านล่างมีช่องถาดใส่ซิม, พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C, ไมโครโฟน และลำโพง

 

OPPO Reno 10x Zoom Unboxing

สำหรับถาดใส่ซิมเป็นแบบ Hybrid สามารถใส่ได้พร้อมกัน 2 Nano SIM หรือจะเลือกใส่ microSD Card แทนช่องซิม 2 ก็ได้

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

หน้าจอแสดงผลของ OPPO Reno 10x Zoom มีขนาด 6.6 นิ้ว AMOLED ไม่มีรอยบาก และแทบจะไร้ขอบ ด้วยการดีไซน์หน้าจอที่เรียกว่า Panoramic Screen อัตราส่วน 19.5:9 ทำให้พื้นที่ด้านหน้าเป็นหน้าจอแสดงผลเกือบทั้งหมด และหน้าจอมีสีสันที่สวยสดใสมาก

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

สีสันที่เห็นบนหน้าจออของ OPPO Reno 10x Zoom ได้ผ่านการับรองจาก TÜV Rheinland ในเรื่องของการลดแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อสายตา และมี Vivid Colors ที่ทำให้หน้าจอมีสีแบบภาพยนตร์ (DCI-P3) สวยสมจริงมากขึ้น

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

กล้องหน้าได้รับการดีไซน์ใหม่ไปอยู่ในโครงสร้าง Pivot Rising ที่ซ่อนและเลื่อนออกมาได้อัตโนมัติ โดยในส่วนนี้ไม่เพียงแต่ติดตั้งกล้องหน้าเอาไว้เท่านั้น ยังมีลำโพง ไฟฉายด้านหน้าและด้านหลังอยู่ในชิ้นส่วนนี้ด้วย

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

การเลื่อนขึ้นของ Pivot Rising จากการทดสอบใช้งานพบว่าแทบไม่มีเสียงดังขณะเลื่อนและแทบไม่รู้สึกถึงแรงสั่นด้วย รวมถึงการเลื่อนขึ้นเพื่อใช้งานกล้องหน้า เปิดไฟฉาย และปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้าก็ทำได้อย่างรวดเร็ว

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือของ OPPO Reno 10x Zoom จะอยู่ใต้กระจกหน้าจอแสดงผล สามารถแตะนิ้วลงบนหน้าจอเพื่อสแกนลายนิ้วมือได้เลย และครั้งนี้พบว่ามีความไวในการอ่านลายนิ้วมือได้รวดเร็วมากๆ แตะเบาๆ ก็สแกนได้เลย ไม่ต้องออกแรงกดมากนัก ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นใหม่ Hidden Fingerprint Unlock 2.0 ที่พัฒนาให้ดีขึ้นจากในรุ่นแรก

 

ซอฟต์แวร์และฟังก์ชั่นการใช้งาน

OPPO Reno 10x Zoom Review

OPPO Reno 10x Zoom รันระบบปฏิบัติการ ColorOS 6 ตั้งแต่แกะออกกล่อง ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie เวอร์ชั่นล่าสุดแล้วในขณะนี้ ซึ่งจุดเด่นในเวอร์ชั่นนี้เน้นดีไซน์ที่ดูเรียบง่าย สบายตา ใช้โทนสีที่ดูอ่อนโยน เข้าถึงเมนูการใช้งานต่างๆ ได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น และมี App Drawer ให้ใช้งานได้แล้ว

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

ในส่วนของ Notification และแผงเมนู Quick Settings จะใช้สีพื้นหลังเป็นโทนสีขาวแบบโปร่งแสง รายการแจ้งเตือนต่างๆ จะถูกรวมไว้ในส่วนนี้ สามารถแตะอ่านหรือเคลียร์รายการทั้งหมดได้ในคลิกเดียว

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

Task Switcher สำหรับดูรายการแอปพลิเคชั่นที่เปิดเอาไว้ทั้งหมด ปัดหน้าจอไปทางซ้ายหรือขวาเพื่อเลื่อนดูรายการแอป สามารถสลับไปใช้งานแอปนั้นๆ ได้ทันทีหรือปิดใช้งานก็ได้ และในส่วนนี้เรายังสามารถเลือกเมนูแบ่งหน้าจอเพื่อใช้งาน 2 แอปได้พร้อมกันอีกด้วย

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

ColorOS 6 เป็นเวอร์ชั่นที่พัฒนาให้ทำงานบนหน้าจอแบบ Panoramic ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รองรับการแสดงผลได้แบบเต็มหน้าจอ และสามารถใช้ฟีเจอร์ปุ่มนำทางด้วยท่าทางการลากนิ้วได้ เพื่อให้บนหน้าจอไม่ต้องมีปุ่มนำทางให้เกะกะสายตาเวลาใช้งาน

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

สีสันการแสดงผลบนหน้าจอของ OPPO Reno 10x Zoom มีให้เลือก 2 โหมด ได้แก่ สีสันแบบเจิดจ้า ซึ่งเป็นโหมด Vivid Colors ที่ทำให้หน้าจอมีสีแบบภาพยนตร์ (DCI-P3) สีสดและสวยสมจริงมากขึ้น และอีกโหมดคือ สีอ่อนโยน จะได้ภาพที่มีสีสันสบายตาและอ่อนโยนมากขึ้น

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

การดูคลิปวิดีโอบน YouTube พบว่ารองรับการแสดงผลภาพในระดับ FullHD 1080p @60fps แบบ HDR ได้ด้วย ซึ่งจะทำให้ภาพมีความสวยงาม สมจริงมากกว่าการรับชมภาพวิดีโอที่ไม่มี HDR

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

ระบบเสียงของ OPPO Reno 10x Zoom เป็นแบบสเตอริโอ โดยใช้ลำโพงคู่ที่อยู่ด้านล่างของตัวเครื่องและลำโพงที่อยู่ด้านบน พร้อมเทคโนโลยีจาก Dolby Atmos ที่จะทำให้เสียงที่ส่งออกมามีมิติซ้ายขวาเหมือนในโรงภาพยนตร์

จากการใช้งานพบว่าระดับความดังของเสียงจากลำโพงหลัก (ด้านล่างตัวเครื่อง) ให้เสียงที่ดังกระหึ่มมากๆ ในขณะที่ลำโพงรอง (ด้านบนตัวเครื่อง) ให้เสียงที่ดังเช่นกัน แต่จะเบากว่านิดหน่อยถ้าเทียบกับลำโพงหลัก ซึ่งโดยรวมแล้วก็ให้มิติเสียงสเตอริโอซ้ายขวาได้สมจริง ดูหนังสนุกมากขึ้น

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

ColorOS 6 ได้รับการพัฒนาและนำเทคโนโลยี Machine Learning มาปรับการใช้งานได้เข้ากับพฤติกรรมของผู้ใช้งานแต่ละคนได้ แอปพลิเคชั่นตัวไหนที่ไม่ได้ใช้งานอยู่เบื่องหลังก็หยุดการทำงานเอาไว้ก่อน เพื่อลดการใช้งานพลังงานที่ไม่จำเป็น ซึ่ง AI จะเรียนรู้พฤติกรรมได้อย่างชาญฉลาดเมื่อเราใช้งานไปได้สักพัก โดยสามารถเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ได้ในเมนูแบตเตอรี่

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

OPPO Cloud Service เป็นบริการที่ทาง OPPO ได้เพิ่มเข้ามาให้กับสมาร์ทโฟนของตนเองในทุกๆ รุ่น เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานสำหรับสำรองข้อมูลทั้งรูปภาพ วิดีโอ รายชื่อติดต่อ บุ๊กมาร์กของเบราว์เซอร์ และข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ ไปยัง Cloud โดยอัตโนมัติ ซึ่งข้อดีของบริการนี้จะช่วยให้การโอนถ่ายข้อมูลไปยังเครื่องใหม่ทำได้รวดเร็ว ทุกที่ทุกเวลา และข้อมูลสำคัญไม่หายด้วย

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

OPPO Reno 10x Zoom สามารถใช้ระบบยืนยันตัวตนในการปลดล็อคหน้าจอได้ทั้งการใช้ใบหน้า (Face Unlock) และสแกนนิ้วมือบนหน้าจอ ซึ่งจากการใช้งานแตะนิ้วเพื่อปลดล็อคหน้าจอพบว่าทำได้รวดเร็วมากๆ ถ้าเทียบกับการสแกนนิ้วบนหน้าจอในรุ่นอื่นๆ ที่ผ่านมา ต้องบอกเลยว่า OPPO Reno 10x Zoom ทำให้ต้องแปลกว่าทำไมถึงทำได้รวดเร็วขนาดนี้

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

สำหรับการปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า แม้ว่า OPPO Reno 10x Zoom จะเพิ่มขั้นตอนการยกกล้อง Pivot Rising Camera ขึ้นมาก่อน แต่ถือว่าความเร็วในการทำงานทำได้รวดเร็วดี แทบไม่รู้สึกว่าช้ากว่ารุ่นที่มีกล้องแบบปกติทั่วไป

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

ColorOS 6 ได้ปรับปรุงในส่วนของอนิเมชั่นภาพเคลื่อนไหวในเมนูต่างๆ ด้วย เช่น เอฟเฟ็กต์ลูกเล่นสวยๆ ในหน้าจอแนะนำระบบ Face Unlock และขณะชาร์จแบตเตอรี่จะมีเอฟเฟ็กต์ไอคอนวงกลมที่เหมือนการไหลของพลังงานเข้าสู่ศูนย์กลางของวงกลม

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

Smart Sidebar นอกจากใช้งานในแนวนอน ตอนนี้สามารถใช้งานในแนวตั้งได้แล้ว ช่วยสลับการใช้งานแอพ ส่งไฟล์ ตอบแชท จับภาพหน้าจอขณะดูวิดีโอหรือเล่นเกมได้โดยไม่ต้องสลับหน้าจอไปมา ช่วยเพิ่มความสะดวกและง่ายต่อการใช้งานมากขึ้น โดยจะมีการแสดงไอคอนแอพ แบบลอยอยู่ด้านข้างหน้าจอ และสามารถเพิ่ม/ลด แอพพลิเคชั่นที่ต้องการใช้งานมาไว้ในส่วนนี้ได้ด้วย

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

ฟีเจอร์ด้านการเชื่อมต่อรองรับเครือข่าย 4G พร้อมกันทั้ง 2 ซิม และรองรับ VoLTE การโทรด้วยความเร็วสูงผ่านสัญญาณ 4G ที่ให้คุณภาพเสียงสนทนามีความคมชัดมากขึ้น สามารถใช้เน็ตไปพร้อมๆ กันได้ และยังรองรับ VoWi-Fi ที่สามารถโทรผ่านไวไฟได้อีกด้วย

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

Riding Mode ฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยให้การขับขี่ไม่ถูกรบกวน เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน โดยระบบจะใช้ตัวอักษรและปุ่มขนาดใหญ่ที่สามารถรับหรือปฏิเสธได้เท่านั้น และถ้าเลือกปฏิเสธสายโทรเข้า ระบบจะส่ง SMS กลับอัตโนมัติไปยังสายที่โทรเข้า หรือจะเลือกกำหนดเบอร์โทรศัพท์ที่อนุญาตในการรับสายได้ เพื่อไม่ให้พลาดสายที่สำคัญ

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

แอปพลิเคชั่นรูปภาพสามารถใช้ 2 นิ้วในการขยายหรือซูมดูรายการรูปภาพได้

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

แอปพลิเคชั่นสำหรับจัดการโทรศัพท์ (Phone Manager) ที่คอยตรวจสอบการทำงานและแก้ไขให้กลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพเหมือนเดิมเพียงคลิกเดียว ไม่ต้องกดหาหรือไล่ลบแอปให้ยุ่งยากอีกต่อไปแล้ว

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

OPPO Reno 10x Zoom Review

OPPO Reno 10x Zoom ใช้ชิพประมวลผล Snapdragon 855 ที่มีกระบวนการผลิตขนาด 7 นาโนเมตร โดยซีพียู Octa-core พร้อมกราฟิก Adreno 640 และแรม 8GB โดยผลการทดสอบ AnTuTu เป็นการทดสอบภาพรวมของการทำงานในส่วนของหน่วยความจำแรม และประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยประมวลผลกราฟิกหรือจีพียู OPPO Reno 10x Zoom ทำคะแนนรวมได้ 371,178 คะแนน ซึ่งถือว่าเป็นคะแนนที่สูงมาก

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

ผลการทดสอบด้วย Geekbench 4 เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการทำงานและการประมวลผล การทดสอบนี้จะทำการประมวลออกมาเป็นตัวเลขแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ Single-Core และ Multi-Core หากได้คะแนนยิ่งสูงประสิทธิภาพการทำงานจะยิ่งดี โดยผลทดสอบของ OPPO Reno 10x Zoom ทำคะแนน Single-Core ได้ 3,518 คะแนน และ Multi-Core ทำได้ 11,219 คะแนน

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

นอกจากนี้แล้วในการเล่นเกม ยังสามารถเปิดโหมดการเร่งความเร็วเกม Hyper Boost 2.0 เพื่อเรียกใช้งานซีพียูและปรับจีพียูให้จัดลำดับความสำคัญให้มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการเล่นเกม เพื่อไม่ให้มีการรบกวนระหว่างเล่นเกมได้ Hyper Boost ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องถึง 3 ด้าน ไม่ใช่แค่เรื่องเกม แต่ยังช่วยในส่วนของระบบ และแอพพลิเคชั่นทำให้ทำงานได้เร็วขึ้นด้วย

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

สำหรับ Game Space ได้รับการอัพเดทใหม่ใน ColorOS 6 มีหน้าตาและโทนสีที่สื่อถึงพลังในการประมวลผล ซึ่งฟีเจอร์นี้สำหรับใช้ในการจัดการเกมเอาไว้ในที่เดียว สามารถเลือกโหมดการจัดการเกมได้ 3 โหมด ได้แก่ โหมดประสิทธิภาพสูงสุด โหมดสมดุล และโหมดการใช้พลังงานต่ำ

 

OPPO Reno 10x Zoom Review OPPO Reno 10x Zoom Reviewสำหรับเกม RoV ตัวเครื่องรองรับโหมดเฟรมเรตสูง ภาพระดับ HD สามารถได้ลื่นไหล ไม่มีปัญหา เฟรมเรตนิ่งมากระหว่าง 59-60 fps บางจังหวะวิ่งทะลุไปที่ 61fps อีกทั้งหน้าจอที่กว้างยังช่วยให้เห็นสภาพแวดล้อมรอบๆ ขอบจอได้ดีมากขึ้น โอกาสมองเห็นศัตรูที่อยู่ขอบจอก็มีมากขึ้นด้วย

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

แม้แต่ช่วงการเข้าร่วมทีมไฟต์ เฟรมเรตไม่ตก แถมยังวิ่งที่ 61fps อีกด้วย ซึ่งการแสดงผลภาพที่ดูลื่นไหลตลอดการเล่นเกม นอกจากชิปเซ็ตที่เร็วแรงที่สุดแล้ว ส่วนหนึ่งก็มาจาก Hyper Boost 2.0 ที่มาพร้อม FrameBoost สำหรับช่วยให้อัตราเฟรมเรตทำได้แบบนิ่งๆ ไม่สะดุด และ TouchBoost ที่ทำให้ความไวในการแตะสัมผัสหน้าจอเพื่อควบคุมการเล่นเกมทำได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

ทดสอบเล่นเกม Asphalt 9 : Legends เกมแข่งรถจาก Gameloft ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ประสบการณ์เกมคอนโซลที่สมจริงและภาพกราฟิกที่สวยงามมากขึ้นด้วยเทคนิค HDR พร้อมรถจากหลายค่ายดัง ก็สามารถเล่นบน OPPO Reno 10x Zoom ได้ลื่นไหล และไม่มีกระตุกเลยแม้แต่นิดเดียว

 

OPPO Reno 10x Zoom ReviewOPPO Reno 10x Zoom Review

ทดสอบเล่นเกม PUBG Mobile สุดยอดเกมแอ็คชั่นใหม่ล่าสุดที่พัฒนาด้วย Unreal Engine 4 เป็นเกมที่มีภาพและกราฟิกที่สวยงามมาก ต้องใช้การควบคุมทิศทาง และความแม่นยำในการระบุเป้ายิง OPPO Reno 10x Zoom สามารถเล่นได้ในโหมดกราฟิกระดับ HDR HD และความละเอียดภาพแบบ Ultra

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

อีกหนึ่งความเร้าใจและทำให้การเล่นเกม PUBG Mobile หรือเกมแนวเดียวกันนี้มีความสนุกมากขึ้นไปอีกคือ ระบบเสียงสเตอริโอซ้ายขวา ทุกครั้งที่ยิงจะได้เสียงที่กระหึ่มสะใจมากๆ และถ้ามีเสียงปืนหรือเสียงเดินจากทางด้านซ้าย ลำโพงทางซ้ายก็จะดัง และถ้าอยู่ทางด้านขวา ลำโพงทางขวาก็จะดัง

จากการทดสอบเล่นเกมต่อเนื่องกันเป็นชั่วโมงพบว่าตัวเครื่องแทบไม่รู้ว่าร้อนเลย เพราะว่าในรุ่น OPPO Reno 10x Zoom ใช้วิธีระบายความร้อนด้วยการกระจายความร้อน 3 วิธี ไม่ว่าจะเป็น กราไฟท์ เทคโนโลยีทำความเย็นด้วยท่อทองแดง และเจลระบายความร้อน

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

แบตเตอรี่ของรุ่นนี้มีความจุมากถึง 4065mAh จากการทดสอบใช้งานทั่วไป เปิดกล้องถ่ายรูปทั้งวันเป็นร้อยรูป, เล่นเกมต่อเนื่องไปชั่วโมงกว่าๆ พบว่าแบตเตอรี่ยังเหลือกลับมาถึงบ้าน และยังมีระบบชาร์จไว VOOC 3.0 ด้วยกำลังไฟสูงสุด 20W โดยทั้งหัวอะแดปเตอร์และสายชาร์จมีให้ในกล่อง ไม่ต้องซื้อเพิ่ม

 

กล้องถ่ายรูป

OPPO Reno 10x Zoom Unboxing

OPPO Reno 10x Zoom มีกล้องหลัง 3 ตัว ได้แก่ กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล + กล้อง Wide andgle 8 ล้านพิกเซล + กล้อง Telephoto 13 ล้านพิกเซล เรียกได้ว่าเป็นรุ่นแรกของ OPPO ที่มีกล้องถ่ายรูปครอบคลุมทุกระยะ และถ่ายภาพได้ในทุกสถานการณ์

 

Auto Mode มาพร้อม AI Scene Recognition

OPPO Reno 10x Zoom Review

ในโหมดอัตโนมัติหรือ Auto Mode มี AI Scene Recognition ที่ช่วยระบุฉากที่กำลังถ่าย เช่น ดอกไม้ ต้นไม้ วิว ดวงอาทิตย์กำลังตก เป็นต้น แล้วปรับค่ากล้องให้เหมาะสมกับการถ่ายภาพนั้นๆ โดยที่ผู้ใช้งานไม่ต้องตั้งค่ากล้องให้ยุ่งยาก

 

OPPO Reno 10x Zoom Camera ReviewOPPO Reno 10x Zoom Camera Review 10 OPPO Reno 10x Zoom Camera Review

กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล ใช้เซนเซอร์ SONY IMX586 ที่มีขนาด 1/2 นิ้ว รูรับแสงกว้าง f/1.7 และมีระบบ 3 โฟกัส คือ การตรวจจับคอนทราสต์ การโฟกัสอัตโนมัติ และ PDAF ที่ทำงานได้รวดเร็ว แตะเลือกจุดโฟกัสแล้วกดถ่ายได้ทันที ซึ่งจะเห็นว่าภาพที่ถ่ายออกมามีความคมชัดและสีสันที่สวยมาก

 

OPPO Reno 10x Zoom Camera Review OPPO Reno 10x Zoom Camera Review

ข้อดีของ AI Scene Recognition คือภาพแต่ละฉากจะมีความสวยงาม และสีสันโดดเด่นไม่เหมือนกัน โดยเป็นการปรับค่าต่างๆ ให้เหมาะกับการถ่ายภาพแต่ละฉากนั่นเอง ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานมากๆ ทำให้ทุกคนสามารถถ่ายภาพออกมาสวยได้ทันที

 

AI Beauty และ Dazzle Color Mode 2.0 เพิ่มสีสันสดใสมากยิ่งขึ้น

OPPO Reno 10x Zoom Camera Review 42

สำหรับ AI Beauty ที่อยู่ใน OPPO Reno 10x Zoom รองรับการจดจำใบหน้าและบุคคล รวมไปถึงสามารถระบุผิว สีผิว เพศ แลอายุได้ เพื่อทำการปรับและแก้ไขโครงหน้าได้อัตโนมัติ ทำให้ภาพออกมาสวยเป็นธรรมชาติ

 

OPPO Reno 10x Zoom Camera Review 10

กล้องหลักยังมีระบบกันภาพสั่นไหว OIS ซึ่งเป็นการใช้ฮาร์ดแวร์ช่วยป้องกันการสั่น ทำให้ภาพออกมาสวยคมมากขึ้น แม้มือจะสั่นก็ตาม และยังมี Dazzle Color Mode 2.0 ที่ช่วยเพิ่มสีสันให้ภาพออกมาสีสดใสมากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยี AI Engine ที่ช่วยปรับค่าให้เหมาะสม ซึ่งทำงานร่วมกับ Color Engine ที่ใช้เทคนิคพิเศษที่เรียกว่า Mapping Curve เพื่อเพิ่มความสว่างและเพิ่มสีของภาพถ่ายให้สดใสมากขึ้น รวมไปถึงให้สีจริงตามฉากต่างๆ

 

Portrait Mode ถ่ายหน้าชัดหลังละลาย

OPPO Reno 10x Zoom Review

สำหรับ Portrait Mode ซอฟต์แวร์กล้องมีระบบตรวจจับใบหน้าอัตโนมัติเพื่อการโฟกัสตัวบุคคลที่แม่นยำและทำให้การละลายฉากหลังทำได้เนียนเป็นธรรมชาติมากขึ้น

 

OPPO Reno 10x Zoom Camera Review OPPO Reno 10x Zoom Camera ReviewOPPO Reno 10x Zoom Camera Review OPPO Reno 10x Zoom Camera Review OPPO Reno 10x Zoom Camera Review OPPO Reno 10x Zoom Camera Review OPPO Reno 10x Zoom Camera Review OPPO Reno 10x Zoom Camera Review OPPO Reno 10x Zoom Camera Review

จะเห็นว่าภาพที่ถ่ายด้วย Portrait Mode สามารถตัดขอบและละลายฉากหลังได้เนียนสวยเป็นธรรมชาติ ด้วยกล้องหลักที่มีรูรับแสงกว้างและพิกเซลที่มีขนาดใหญ่ช่วยให้การถ่ายภาพออกมาสวยและง่ายมากขึ้น

 

OPPO Reno 10x Zoom Camera Review OPPO Reno 10x Zoom Camera Review OPPO Reno 10x Zoom Camera Review

นอกจากนี้แล้ว Portrait Mode ยังสามารถใส่ฟิลเตอร์โทนแสงต่างๆ ด้วย Artistic Portrait ที่มีให้เลือกถึง 5 แบบ โดยแสงของภาพแต่ละแบบก็จะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป

 

Ultra Night Mode 2.0 ถ่ายกลางคืนได้สว่างและชัด

Ultra Night Mode 2.0 Ultra Night Mode 2.0 Ultra Night Mode 2.0

OPPO Reno 10x Zoom ได้อัพเกรดการถ่ายภาพกลางคืนด้วย Ultra Night Mode 2.0 โดยการใช้ AI HDR และ MNFR ได้ ซึ่งจะช่วยลด Noise และมีระบบกันสั่นไหว OIS ช่วยให้การถ่ายภาพกลางคืนทำได้สว่างและภาพไม่สั่นโดยไม่ต้องใช้ขาตั้ง โดยในโหมดนี้เป็นการถ่ายภาพหลายเฟรมต่อเนื่องกัน 2-3 วินาที แล้วนำภาพทั้งหมดมารวมเป็นภาพเดียว ทำให้เก็บรายละเอียดของแสงได้ดีมากขึ้น

 

ถ่ายมุมกว้างด้วยกล้อง Wide Angle 120 องศา

OPPO Reno 10x Zoom Camera Review OPPO Reno 10x Zoom Camera Review OPPO Reno 10x Zoom Camera Review OPPO Reno 10x Zoom Camera Review OPPO Reno 10x Zoom Camera Review OPPO Reno 10x Zoom Camera Review OPPO Reno 10x Zoom Camera Review

กล้อง Wide Angle ที่มีมุมกว้างพิเศษ 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เป็นฟีเจอร์กล้องที่เข้ามาเติมเต็มความสามารถของกล้องถ่ายรูปบนมือถือได้เป็นอย่างดี ระยะใกล้แค่ไหนก็สามารถเก็บภาพได้ครบโดยไม่ต้องถอยห่างอีกต่อไป

 

กล้อง Telephoto ซูมสุด 60x

OPPO Reno 10x Zoom Review

กล้อง Telephoto ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ของ OPPO Reno 10x Zoom มีความสามารถในการซูมแบบ Hybrid ได้ถึง 10x โดยไม่สูญเสียรายละเอียด

 

OPPO Reno 10x Zoom Camera Review OPPO Reno 10x Zoom Camera Review OPPO Reno 10x Zoom Camera Review OPPO Reno 10x Zoom Camera Review OPPO Reno 10x Zoom Camera Review

จะเห็นว่าภาพในระยะซูม 10x มีความคมชัดแทบใกล้เคียงกับภาพในระยะปกติเลย และสีไม่ซีดด้วยความสามารถในการเปิดใช้งาน Dazzle Color Mode ระหว่างการซูมได้

 

OPPO Reno 10x Zoom Review

ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะว่ากล้อง Telephoto ตัวนี้ใช้โครงสร้างแบบกล้องปริทรรศน์ จัดเรียงเลนส์ในแนวนอน สามารถซูมต่อเนื่องแบบ Digital ได้สูงสุดถึง 60x

 

OPPO Reno 10x Zoom Camera Review OPPO Reno 10x Zoom Camera ReviewOPPO Reno 10x Zoom Camera Review

จะเห็นว่าภาพที่ถ่ายออกมานั้นยังคงให้รายละเอียดมากพอที่ดูออกว่าเป็นภาพอะไร โดยเฉพาะตัวอักษรที่อยู่ในระยะไกลมากๆ เมื่อซูมด้วย 60x ก็ยังเห็นได้อย่างชัดเจน ซึ่งฟีเจอร์นี้เป็นสิ่งที่ยืนยันว่า OPPO เดินหน้าพัฒนากล้องถ่ายรูปให้มีความสามารถเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

กล้องหน้า AI Beauty

OPPO Reno 10x Zoom Camera Reviewกล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล f/2.0 มาพร้อม AI Beauty และมีแสงแฟลชอ่อนสำหรับช่วยทำให้ใบหน้าสว่างเป็นธรรมชาติด้วย ซึ่งในเวอร์ชั่นใหม่นี้มีการปรับปรุงซอฟต์แวร์ในเรื่องของแสง Backlight ตามฉากหลัง ให้เหมาะกับแสงบนใบหน้า ทำให้ภาพออกมาดูมิติ และสวยงามมากขึ้น

 

สรุปจุดเด่น

  • OPPO Reno 10x Zoom เป็นสมาร์ทโฟนที่มีดีไซน์สวยงาม หน้าจอใหญ่ 6.6 นิ้ว Panoramic Screen และใช้กระจกกันรอยที่ดีที่สุด Gorilla Glass 6
  • ตัวเครื่องรันระบบปฏิบัติการ ColorOS 6 (Android 9.0 Pie) มีฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้ใช้งานตั้งแต่แกะออกจากกล่อง
  • เป็นรุ่นเรือธงที่มาพร้อมชิพประมวลผล Snapdragon 855 แลแรม 8GB ความจุตัวเครื่อง 256GB ใส่เมมเพิ่มได้ด้วย microSD card
  • กล้องหลัง 3 ตัว มีครบทุกกล้อง ทั้งกล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล + กล้อง Telephoto ขนาด 13 ล้านพิกเซล ซูม Hybrid 10x และกล้อง Wide angle ขนาด 8 ล้านพิกเซล
  • กล้องหน้าเลื่อนได้อัตโนมัติ Pivot Rising Camera ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล f/2.0
  • แบตเตอรี่ขนาด 4065mAh, ชาร์จไว VOOC 3.0
  • รองรับ Bluetooth 5.0, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, USB Type-C
  • สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ และปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ตัวเครื่องไม่กันน้ำ

 

ราคาและโปรโมชั่น OPPO Reno Series

OPPO Reno Series Pricing and Promotion 1OPPO Reno Series Pricing and Promotion

OPPO Reno Series เปิดตัวแล้ว 2 รุ่น ได้แก่ OPPO Reno 10x Zoom ในราคา 28,990 บาท และ OPPO Reno ในราคา 16,990 บาท มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สี Ocean Green อันเป็นเฉดสีที่ผสมผสานกับสีเขียวของน้ำทะเลเมื่อจ้องมองพื้นผิวของทะเล และสี Jet Black สีดำที่มีผิวสัมผัสเงาสะท้อน พร้อมวางจำหน่ายทั่วประเทศอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายนเป็นต้นไป ณ OPPO Brand Shop ทุกสาขาและผู้จัดจำหน่ายทั่วประเทศ

สำหรับลูกค้าที่สั่งจอง OPPO Reno 10x Zoom ในช่วง Pre-Order ตั้งแต่ 4-14 มิถุนายนนี้ รับของแถมสุดพรีเมี่ยม ได้แก่ Diamond Card มูลค่า 9,000 บาท ด้วย International warranty service พร้อมทั้ง Replacement Service บริการเปลี่ยนเครื่อง เมื่อเครื่องมีปัญหา และ ขาตั้งกล้อง มูลค่า 2,000 บาท และหากสั่งจอง OPPO Reno ลูกค้าจะได้รับ Premier Card มูลค่า 5,000 บาท

 

OPPO Reno Series Pricing and PromotionOPPO Reno Series Pricing and Promotion

สำหรับลูกค้า AIS และ True ที่สั่งจอง OPPO Reno 10x Zoom ในช่วง Pre-Order ตั้งแต่ 4-13 มิถุนายนนี้ ราคาเริ่มต้นที่ 8,990 บาท และดีแทคราคาเริ่มต้นที่ 14,990 บาท (ตามเงื่อนไขที่กำหนด)

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://web.facebook.com/oppothai/

Android News

พาไปสัมผัส Samsung Galaxy A71 5G สเปคเทพ ใช้งานลื่นๆ บน AIS 5G ในราคาเอื้อมถึง เริ่มเพียง 10,490 บาท

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

AIS 5G x Samsung Galaxy A71 5G

พาไปสัมผัสประสบการณ์สมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นแรก Samsung Galaxy A71 5G ที่รองรับการใช้งาน AIS 5G ได้ในราคาเบาๆ ที่ทุกคนเอื้อมถึงได้ง่ายมากขึ้น เริ่มต้นเพียง 10,490 บาท (ปกติ 19,990 บาท)

 

AIS 5G x Samsung Galaxy A71 5G 01

Samsung Galaxy A71 5G สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมสเปคจัดเต็มและได้รับการอัปเกรดมาเพื่อรองรับสายเกมมิ่ง เล่นกันได้ลื่นไหล ไม่มีสะดุด ได้ประสบการณ์การเล่นเกมอย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

และรองรับการใช้งานบนเครือข่าย AIS 5G ซึ่งมีความเร็วดาวน์โหลดระดับ 1Gbps ช่วยให้การดาวน์โหลดไฟล์หรือเกมขนาดใหญ่ๆ ใช้เวลาไม่กี่วินาทีก็ดาวน์โหลดเสร็จเรียบร้อย รวมไปถึงการดูคอนเทนท์วิดีโอ YouTube, Netflix ก็ไม่มีสะดุด

 

AIS 5G x Samsung Galaxy A71 5G

ตัวเครื่องมาพร้อมชิปเซ็ต Exyos 980 ซึ่งเป็นชิปเซ็ตซีรีส์เรือธงจาก Samsung ที่เน้นการเล่นเกมได้เต็มที่ จากการทดสอบเล่นเกม PUBG Mobile ต้องบอกว่ามันส์สุดๆ ไปเลย ภาพบนหน้าจอไหลลื่นสบายตา เห็นสภาพแวดล้อมในเกมได้แบบเต็มตาด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ Infinity-O และที่สำคัญเกมคือความหน่วงต่ำของเครือข่าย AIS 5G ทำให้การตอบสนองทำได้อย่างรวดเร็ว โอกาสชนะก็มีมากขึ้นตามไปด้วย

 

AIS 5G x Samsung Galaxy A71 5G

นอกจากสเปคที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมแล้ว ซอฟต์แวร์ Game Plugin ยังเป็นตัวช่วยที่เสริมประสิทธิภาพการทำงานให้ทำได้เต็มที่มากขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มอัตราเฟรมเรต (FPS) ให้ภาพไหลลื่น ไม่มีสะดุด และจัดการทรัพยากรต่างๆ ให้พร้อมสำหรับการเล่นเกมตลอดการเล่น ทำให้เล่นได้สนุก ไม่มีหัวร้อนกันอย่างแน่นอน

 

AIS 5G x Samsung Galaxy A71 5G AIS 5G x Samsung Galaxy A71 5G AIS 5G x Samsung Galaxy A71 5G

สำหรับสาย Entertain ก็ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะดูหนัง ฟังเพลง เพลิดเพลินได้ไม่มีสะดุด ด้วยหน้าจอแสดงผล Super AMOLED ขนาดกว้าง 6.7 นิ้ว ความละเอียด FHD+ สีสันสดใส เห็นภาพ ดูคอนเทนท์ต่างๆ ได้เต็มตา และไม่มีรอยบากรบกวนสายตาด้วยหน้าจอแบบ Infinity-O

 

AIS 5G x Samsung Galaxy A71 5G

อีกจุดเด่นที่พลาดไม่ได้ใน Samsung Galaxy A71 5G ก็คือเรื่องกล้องถ่ายรูป โดยด้านหลังมีให้ 4 กล้อง ความละเอียดสูงสุด 64 ล้านพิกเซล ถ่ายสวยในทุกสภาพแสง ไม่ว่าจะเป็นที่แสงน้อยก็ได้ภาพที่สวยคมชัด

 

AIS 5G x Samsung Galaxy A71 5G

หรือจะเป็นการถ่ายมุมกว้างด้วยกล้อง Ultra-Wide เก็บองค์ประกอบรอบๆ ได้ครบ เพราะตัวกล้องเห็นได้กว้างถึง 123 องศาเลยทีเดียว อยู่ใกล้ๆ ก็เก็บได้ครบ ไม่ต้องถอยห่างเพื่อถ่ายรูปอีกต่อไปแล้ว

 

AIS 5G x Samsung Galaxy A71 5G

สายเซลฟี่ก็ถ่ายสนุกด้วยกล้องหน้าความละเอียดสูงถึง 32 ล้านพิกเซล พร้อม Beauty Mode ปรับความเนียนของใบหน้าให้ออกมาสวยได้ทันที พร้อมแชร์ลงโซเชียลได้เลย ไม่ต้องแต่งผ่านแอปพลิเคชั่นอื่นให้ยุ่งยาก

 

Samsung Galaxy A71 5G สมาร์ทโฟน Exclusive only at AIS เมื่อสุดยอดสมาร์ทโฟนสเปคเทพ มาเจอกับเครือข่าย AIS 5G ที่ดีที่สุดแล้ว ต้องบอกเลยว่าจะพบกับความสนุกกว่า แรงกว่า ท้าทายทุกข้อจำกัด อย่างแน่นอน และตอนนี้ก็มีโปรโมชั่นลดค่าเครื่องในราคาเริ่มต้นเพียง 10,490 บาท ดูเงื่อนไขและรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ais.co.th/samsungaseries/

อ่านต่อ...

Featured

รีวิว realme X50 5G สมาร์ทโฟนบุกเบิกพลังแห่ง 5G ที่เร็วและแรง พร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 765G, จอ Ultra Smooth 120Hz และกล้อง AI หลัง 4 ตัว

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

realme X50 5G สมาร์ทโฟนบุกเบิกพลังแห่ง 5G จัดเต็มด้วยขุมพลัง Snapdragon 765G 5G ใช้งานเครือข่าย 5G ได้เร็วแรง พร้อมหน้าจอสุดลื่น Ultra Smooth 120Hz และรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 30W Dart Charge

 

สรุปสเปค realme X50 5G

  • ขนาดตัวเครื่อง : 163.8 × 75.8 × 8.9 มม.
  • น้ำหนัก : 202 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Ultra Smooth 120Hz ชนิด IPS LCD ขนาด 6.57 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9, Refresh Rate 120Hz, อัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่อง 90.4% และครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5
  • หน่วยประมวลผล : Snapdragon 765 5G Octa Core ความเร็ว 2.4GHz
  • GPU : Adreno 620
  • RAM : 8GB LPDDR4x
  • ROM : 128GB (UFS 2.1)
  • กล้องถ่ายรูปหลัง 4 เลนส์ แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
    • เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มุมมองกว้าง 119 องศา รูรับแสง f/2.3
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ระยะโฟกัส 4 ซม.
    • เลนส์ B&W Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้า 2 เลนส์ Dual In-display Selfie แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
    • เลนส์ Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI 1.0
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.1, NFC, พอร์ต USB Type-C และรองรับเครือข่าย 5G
  • แบตเตอรี่ความจุ 4200mAh รองรับ 30W Dart Charge

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ตัวกล่องมาในสีเหลืองตามสไตล์ของ realme พร้อมมีชื่อรุ่น realme X50 5G ที่หน้ากล่อง ขณะที่ด้านหลังจะบอกจุดเด่นของ realme X50 5G แบบชัดเจน

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ตัวเครื่อง realme X50 5G พร้อมฟิล์มกันรอยที่ติดมาให้เรียบร้อย
  • อะแดปเตอร์ 30W Dart Charge
  • สาย USB Type-C
  • เคสใสซิลิโคน
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น
  • ใบรับประกันสินค้า

 

realme X50 5G โดดเด่นตั้งแต่ดีไซน์ที่เน้นเรื่องความธรรมชาติในสีสันตัวเครื่องอย่างมาก ซึ่งสีที่เราได้มาเป็นสีเขียว Jungle Green เปรียบเสมือนสีของป่าเขียวชอุ่มที่เล่นลวดลายเป็นเส้นสวยโค้งอย่างงาม และเมื่อยิ่งสะท้อนแสงมุมต่างๆ ก็ให้ความสวยงามในหลากหลายแบบเช่นกัน ขณะที่อีกสีจะเป็น Ice Silver ที่ให้ความเยือกเย็นแบบธารน้ำแข็งขั้วโลก

 

ในเรื่องการจับถือก็ไม่ลื่นมือเพราะได้ใช้เทคโนโลยี Optical Plating แบบใหม่ ใครที่ลองสัมผัสจะรู้สึกเลยว่ามีความนุ่มในตัวผิวสัมผัส ทำให้ไม่ต้องกลัวว่าจะลื่นหล่นได้ง่ายๆ ครับ

 

หน้าจอ realme X50 5G จัดมาให้แบบลื่นๆ แบบ Ultra Smooth 120Hz ช่วยให้การสัมผัสระหว่างการใช้งานเป็นไปได้ไหลลื่นมากๆ ที่สำคัญยังช่วยในเรื่องการกดที่แทบจะเรียลไทม์ ไม่ดีเลย์

 

นอกเหนือจากความลื่นแบบ Refresh Rate 120Hz หน้าจอแสดงผลรุ่นนี้ ยังมีขนาดขนาดใหญ่ถึง 6.57 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9 ใครที่ชอบเล่นเกมหรือชม Netflix ก็ทำได้เต็มตา เห็นได้กว้างกว่าคนอื่นแน่นอน

 

ที่บริเวณรอบเครื่อง เริ่มที่เหนือหน้าจอ realme X50 5G จะมีกล้องหน้าฝังในหน้าจอ Dual In-Display Selfie มุมซ้ายบน และลำโพงสนทนาที่อยู่ตรงกลาง

 

ฝั่งซ้ายตัวเครื่องจะเป็นปุ่มเพิ่มและลดเสียง

 

ส่วนทางขวามีปุ่ม Power ที่เป็นระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือในปุ่มเดียวครับ

 

ด้านล่างตัวเครื่องมีตั้งแต่ช่องใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่องแบบพลิกหน้า-หลัง, ไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวหลัก

 

ขณะที่ด้านบนมีเพียงไมโครโฟนตัวที่ 2

 

และด้านหลังจะมีกล้อง 4 เลนส์จัดเรียงเป็นแนวตั้งพร้อม พร้อมไฟแฟลช LED

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฏิบัติการ

realme X50 5G แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย UI ของตัวเองอย่าง realme UI 1.0 ช่วยให้ประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาในการเรียกใช้งานแอปพลิเคชั่นลดลงถึง 14% รวมถึงลดการใช้งาน RAM ถึง 20% และอายุการใช้งานแบตเตอรี่เพิ่มขึ้น 40% (*ในภาพเป็น RAM 6GB เพราะเป็นเครื่องทดสอบ เครื่องขายจริงจะมี RAM 8GB*)

 

หน้าตา UI : realme UI 1.0

 

รองรับ 5G ตั้งแต่แกะกล่องไม่ต้องรออัปเดท

realme X50 5G แกะกล่องมาก็สามารถใช้งานเครือข่าย 5G ในไทยได้ทั้งหมดทันทีครับ โดยไม่จำเป็นต้องอัปเดท ที่สำคัญยังมีฟีเจอร์ Smart 5G สับเปลี่ยนการใช้งานเครือข่าย 4G และ 5G แบบอัตโนมัติ เพื่อให้ประหยัดแบตเตอรี่ลงได้ด้วย

สำหรับคลื่น 5G ที่รองรับมีทั้งหมด 12 คลื่นทั่วโลก ได้แก่ n1, n3, n5, n7, n8, n20, n28, n38, n40, n41, n77, n78

 

ปรับแต่งไอคอนตามสไตล์ realme UI

ด้วยความที่เป็น realme UI เราสามารถปรับแต่งลักษณะของไอคอนได้ตามใจชอบครับ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะวัสดุ, กรวดหิน หรือการปรับเองได้ตามใจชอบ

 

โหมดกลางคืน

realme UI มาพร้อมกับโหมดกลางคืนที่เปลี่ยนธีมของเครื่องให้มืดเพื่อให้เราใช้งานตอนกลางคืนได้สบายตากว่าเดิม

 

ระบบความปลอดภัยขั้นสูง

realme X50 5G มาพร้อมกับระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้าวตัวเครื่อง ที่ต้องบอกว่าสะดวกมากๆ เพียงแค่หยิบขึ้นมาจับเครื่องในท่าทางปกติก็ปลดล็อกให้ทันทีครับ อย่างเราลงทะเบียนนิ้วกลางมือซ้ายหรือนิ้วโป้งมือขวาครับ

 

ที่สำคัญก็ยังมีเทคโนโลยีสแกนใบหน้าที่ลงทะเบียนได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการใช้งานก็ทำได้ไม่แพ้กันครับ

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ใครที่เป็นสายเกมต้องบอกว่า realme X50 5G นั้นคุ้มค่าจริงๆ ครับ เพราะมาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Snapdragon 765G 5G ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดการใช้พลังงานลงถึง 35% แถมด้วย GPU อย่าง Adreno 620 ช่วยให้เล่นเกมได้ไหลลื่นแน่นอน

 

สำหรับผลการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark ทำคะแนนได้ไปได้ที่ 318,540

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 598 และคะแนน Multi-Core ที่ 1,937

 

ฟีเจอร์การเล่นเกม

realme X50 5G มีฟีเจอร์ Game Space เช่นเคยครับ เป็นการรวมเกมทั้งหมดที่เราดาวน์โหลดไว้ในที่เดียว ซึ่งยังมีโหมดแข่งขันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกม และปิดกั้นการแจ้งเตือนต่างๆ

 

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

มากันที่เกมสุดฮิตอย่าง ROV นั้นสามารถเปิดการแสดงผลที่ระดับสูง ขณะที่ภาพ HD และเฟรมเรทสูงจะเปิดได้แบบสูงสุดครับ โดยทดสอบการเล่นในโหมด 5 VS 5 สามารถเล่นได้นิ่งๆ เฟรมเรทไม่มีดรอปตั้งแต่เริ่มเกม ช่วงที่บวกใส่สกิลกันเยอะ หรือช่วงท้ายเกมก็ไม่มีอาการสะดุดให้เห็นครับ

 

Call of Duty: Mobile

มาต่อที่เกม Call of Duty: Mobile สามารถเล่นเกมนี้ได้แบบกราฟิกระดับสูงแบบ Very High ทั้งหมดครับ แล้วเล่นในโหมด 100 คน Battle Royale ได้แบบสบายๆ ครับ เรื่องการสัมผัสก็ทำได้ลื่นมากๆ ด้วยหน้าจอแบบ 120Hz แล้วเรื่องการกดยิงก็แทบไม่มีอาการดีเลยืให้เห็นครับ

 

PUBG Mobile

และอีกแนว FPS ที่สายเกมไม่ควรพลาดอย่าง PUBG Mobile ก็สามารถเปิดได้ในระดับ HD และเฟรมเรทระดับสูง โดยการเล่นต่างๆ ก็แทบไม่ต่างจาก Call of Duty: Mobile ที่เล่นได้แบบไหลลื่น

 

แบตอึดพร้อมชาร์จไวด้วย 30W Dart Charge

สำหรับแบตเตอรี่ของ realme X50 5G มีให้ถึง 4200mAh ทำให้ใช้งานทั่วไปหรือถ่ายภาพได้ตลอดวันแน่นอนครับ ส่วนใครที่เล่นเกมก็อาจเล่นได้ประมาณครึ่งวันครับ ทั้งนี้ หากแบตใกล้หมดก็ยังมีเทคโนโลยี 30W Dart Charge ที่ชาร์จได้ถึง 60% -70%ใน 30 นาที ขณะที่เต็ม 100% ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงครับ

 

กล้องถ่ายรูป

realme X50 5G จัดเต็มเรื่องกล้องมาให้แบบเต็มๆ เช่นกัน แบ่งเป็นกล้องหลัง 4 เลนส์ และกล้องหน้าอีก 2 เลนส์ทำให้ถ่ายภาพความละเอียดสูงและในแบบ Portrait นั้นทำได้ดีมากๆ

คมชัดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล

realme X50 5G จัดเลนส์หลักคมชัดสูงสุดถึง 48 ล้านพิกเซล ทำให้มีพิกเซลที่เยอะ ช่วยให้เราใช้งานภาพในโหมดนี้ได้หลายงาน เช่น การปริ้นท์รูปภาพเป็นภาพใหญ่ๆ เป็นต้น


ภาพถ่ายโหมดคมชัดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล / ครอป


ภาพถ่ายโหมดคมชัดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล / ครอป

 

ถ่ายคลิกเดียวก็สวยงามด้วย AI

แม้ว่าใครที่จะไม่ได้ใช้งาน 48 ล้านพิกเซลใน realme X50 5G เพียงแค่เราใช้งานโหมดปกติ AI ก็จะตรวจจับวัตถุและแยกแยะให้มีสีสันเหมาะสมในแต่ละอย่างครับ ที่สำคัญเรื่องของแสงและเงาก็ทำได้ดียิ่งขึ้นด้วย

 

Ultra Wide Angle มุมกว้าง 119 องศา

เลนส์ Ultra Wide Angle มีมุมกว้างถึง 119 องศา ทำให้เราได้ภาพที่เก็บได้ครบทั้งฉากหลัง โดยที่ไม่ต้องถอยออกไปถ่ายไกลๆ โดยเรื่องของสีสันและแสงต่างๆ ถือว่าสวยงามและคมชัดอย่างมาก


เลนส์หลัก / เลนส์ Ultra Wide Angle

 

Portrait สวยงามเบลอหลังได้เนียนๆ

realme X50 5G จัดเต็มในเรื่องการถ่าย Portrait ที่ถ่ายได้สวยงามไม่ต่างจากเรือธงรุ่นอื่นๆ ภาพที่ได้มีความเนียนตา เบลอหลังตัดขอบได้เนียน พร้อมใบหน้าของบุคคลจะมีความบิวตี้ที่ปรับให้แบบอัตโนมัติด้วย ซึ่งโหมดนี้ใช้งานได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังที่ความสามารถแทบไม่ต่างกันเลยด้วย

กล้องหลัง

 

กล้องหน้า

 

ถ่ายกลางคืนคมชัดด้วยฟีเจอร์ Nightscape 3.0

เรื่องการถ่ายภาพกลางคืนต้องบอกว่า realme X50 5G ทำออกมาได้ดีสุดๆ ในตอนกลางคืนที่มีแสงรอบข้างเยอะๆ จะมีความสดใสในภาพมาก ทำให้ดูสว่างและมีความคมชัด ภาพดูไม่ฟุ้ง ที่สำคัญระบบจะประมวลผลไม่นานเพียง 4-5 วินาทีเท่านั้น แถมใช้งานได้ทั้งเลนส์หลักและเลนส์ Ultra-Wide Angle ด้วย


โหมดปกติ / โหมด Nightscape 3.0

 

สีสันจัดเต็มยิ่งขึ้นด้วยโหมด Chroma Boost

สำหรับการถ่ายด้วยโหมดปกตินั้นจริงๆ ถือว่าสีสันออกมาสวยงามแล้ว แต่ realme X50 5G ก็มีโหมด Chroma Boost เพิ่มสีสันให้จัดขึ้นไปอีกขั้นครับ ซึ่งเราจะได้สีสันที่มีเฉดสีเข้มขึ้น พร้อมได้แสงและเงาที่มีมิติกว่าเดิมด้วย


ปิด Chroma Boost / เปิด Chroma Boost


ปิด Chroma Boost / เปิด Chroma Boost

 

เจาะวัตถุได้ไกลถึง 4 ซม. ด้วยเลนส์ Macro

ใครที่ชอบเห็นวัตถุใกล้ๆ ต้องบอกว่าเลนส์ Macro ใน realme X50 5G นั้นทำออกมาได้ดีเกินคาด ให้เราเห็นสิ่งเล็กๆ ได้ ขนาดที่ดวงตาเราไม่โฟกัสแล้ว ซึ่งสีสันของวัตถุที่ถ่ายอาจจะดรอปจากเลนส์หลักบ้าง แต่ความสวยงามยังคงมีอยู่ครบแน่นอน

 

ถ่ายกล้องหน้าสวยงาม AI Beauty

realme X50 5G มีกล้องหน้าเลนส์หลักความละเอียดสูง 16 ล้านพิกเซล ซึ่งด้วยความที่มี AI ทำให้ระบบตรวจจับเพศ สีผิว และใบหน้าทุกรูปแบบ ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคลลครับ

 

สรุปจุดเด่น

  • รองรับเครือข่าย 5G ตั้งแต่แกะกล่อง
  • หน่วยประมวลผล Snapdragon 765G 5G ใช้งานได้แบบไหลลื่นทั้งเล่นเกมหรือใช้งานทั่วไป ไม่มีสะดุด
  • หน้าจอแสดงผล Ultra Smooth 120Hz ขนาด 6.57 นิ้ว ใช้งานได้ลื่นมือและจอใหญ่เต็มตา
  • มีแบตเตอรี่ถึง 4200mAh พร้อมชาร์จเร็ว 30W Dart Charge ไม่ถึงชั่วโมงก็เต็ม
  • กล้องหลังจัดเต็ม 4 เลนส์ ฟีเจอร์ครบครัน
  • กล้องหน้าคู่สวยงาม ถ่าย Portrait ได้เนียนตา

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ตัวเครื่องไม่ป้องกันน้ำ

realme X50 5G สนนราคาอยู่ที่ 12,990 บาท เริ่มโดยจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ พร้อมรับฟรี! VIP Card ประกันจอแตก 1 ปี และเครื่องทำความชื้น มูลค่ารวมกว่า 5,999 บาท

อ่านต่อ...

Featured

รีวิว OPPO Reno4 สมาร์ทโฟนดีไซน์โดดเด่นในแบบที่ไม่เหมือนใคร ฟีเจอร์จัดเต็ม พร้อมถ่ายรูปสวยแบบครบทุกมุมมอง

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

รีวิว OPPO Reno4 สมาร์ทโฟนที่จะมาปลดล็อกตัวตนที่ดีที่สุดของคุณด้วยการถ่ายภาพที่มีฟีเจอร์ครบครันทั้งการเซลฟี่และกล้องหลัง 4 เลนส์สุดอัจฉริยะ ทั้งยังมีฟีเจอร์ใหม่ใน ColorOS 7.2 ให้ผู้ใช้งานได้ตื่นตาตื่นใจกันอีกด้วย

 

สรุปสเปค OPPO Reno4

  • ขนาดตัวเครื่อง : 160.3 x 73.9 x 7.7 มม.
  • น้ำหนัก : 165 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Dual Punch-hole Display ชนิด AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 720G Octa Core ความเร็ว 2.3GHz
  • GPU : Adreno 618
  • RAM : 8GB
  • ROM : 128GB
  • กล้องถ่ายรูปหลัง 4 เลนส์ แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.7 เซ็นเซอร์ Sony IMX586
    • เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Macro ระบบโฟกัส 4 ซม. ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
    • เลนส์ Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 เซ็นเซอร์ Sony IMX616
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย ColorOS 7.2
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.1, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 4015 mAh รองรับ 30W VOOC Flash Charge 4.0

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ลวดลายของ OPPO Reno4 ถือว่าทำออกมาได้สวยงามแปลกตาครับ ที่นอกจากจะมีสีเขียวตามแบรนด์ของ OPPO เองแล้ว การเล่นลวดลายบนกล่องยังเขียนคำว่า “RENO” ได้อย่างมีเอกลักษณ์เลยทีเดียว

อุปกรณ์ภายในกล่องมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง OPPO Reno4
  • อะแดปเตอร์ 30W VOOC Flash Charge 4.0
  • หูฟัง
  • สาย USB Type-C
  • เคสใส
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

ดีไซน์ของ OPPO Reno4 เรียกได้ว่าเป็นตัวชูโรงอย่างแรกเลยก็ว่าได้ โดยที่วัสดุที่ใช้จะไม่มีความลื่นมือ จับถือได้พอดี ใช้งานในมือเดียวได้ค่อนข้างสะดวก ที่สำคัญลวดลายตัวเครื่องมาแบบ OPPO Monogram พร้อมสีดำ Space Black เมื่อสะท้อนกับแสง ช่วงล่างตัวเครื่องจะมีตัวอักษร “OP” ระยิบระยับบ่งบอกถึงแบรนด์ OPPO ได้อย่างสวยงามสุดๆ ครับ

 

น้ำหนักของ OPPO Reno4 ถือว่ามีน้ำหนักที่เบาเพียง 165 กรัม และบางสุดๆ ที่ 7.7 มม. สะดวกทั้งการใช้งานทั่วไปและเล่นเกมครับ

 

หน้าจอแสดงผลของ OPPO Reno4 มาแบบ Dual Punch-hole Display ชนิด AMOLED ที่ฝังกล้องหน้า 1 เลนส์ลงในหน้าจอบริเวณมุมซ้ายบน (อีกเลนส์เป็น AI-enhanced Smart Sensor) ทำให้มีขนาดอยู่ที่ 6.4 นิ้ว พร้อมพื้นที่การแสดงผลถึง 90.7% ทำให้ใช้งานได้เต็มตา ไม่ว่าจะเล่นเกมหรือภาพยนตร์ใน Netflix และอื่นๆ

 

เรื่องความสดใสของหน้าจอต้องบอกว่าทำออกมาได้ดีมาก ด้วยความที่เป็นชนิด AMOLED มี Color gamut 96% NTSC และมีความสว่างจอสูงสุดที่ 409 PPI

 

มาดูรอบเครื่องกันต่อครับ ที่เหนือหน้าจอแสดงผลมีลำโพงสำหรับสนทนาตรงกลาง โดยมีกล้องหน้า Dual Punch Hole Display ที่มุมซ้ายบน

 

ทางซ้ายตัวเครื่องมีทั้งช่องใส่ซิมการ์ด NanoSIM จำนวน 2 ช่อง พร้อมด้วย MicroSD Card อีก 1 ช่อง ถัดลงมาข้างล่างจะมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง

 

ด้านขวามีเพียงปุ่ม Power

 

ส่วนด้านบนตัวเครื่องมีไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน

 

ด้านล่างมีทั้งช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม., ไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวหลัก

 

และสุดท้ายที่ด้านหลังมีกล้องหลัง 4 เลนส์ที่ 3 เลนส์ฝั่งซ้ายมีขนาดเท่ากัน ส่วนอีกเลนส์จะมีขนาดเล็กด้านบน และด้านล่างมีไฟแฟลช LED ครับ

 

กล้องถ่ายรูป

มาถึงเรื่องที่ชูโรงที่สุดของ OPPO Reno4 ตามคอนเซ็ปต์ “Clearly the best you” ที่ถือว่าจัดเต็มในเรื่องฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาให้เพียบ! โดยกล้องแต่ละเลนส์มีดังตามด้านล่างนี้เลยครับ

กล้องถ่ายรูปหลัง 4 เลนส์ แบ่งเป็น

  • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.7 เซ็นเซอร์ Sony IMX586
  • เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • เลนส์ Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

กล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 เซ็นเซอร์ Sony IMX616

 

AI Color Portrait เปลี่ยนฉากหลังเป็นขาวดำ

และที่ไม่พูดถึงไม่ได้กับฟิลเตอร์ที่อยู่ในโหมดภาพถ่ายบุคคลอย่าง AI Color Portrait จะเป็นการไฮไลท์บุคคลให้ยังคงเป็นสีสันอยู่ แต่ฉากหลังจะเปลี่ยนเป็นขาว-ดำทั้งหมด ซึ่งในจุดนี้ต้องชมระบบ AI และเลนส์ Mono ที่ตรวจจับคนได้ดีและรวดเร็วครับ แม้ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหรือรองเท้าก็ยังไม่ถูกเบลอเป็นขาว-ดำออกไป

 

ถ่ายกลางคืนพร้อมโบเก้สวยๆ ด้วย Night Flare Portrait

นอกจากที่จะมีฟิลเตอร์ AI Color Portrait แล้ว ในตอนถ่ายภาพบุคคลตอนกลางคืนก็ถือว่าสวยงามเพราะจะมีฟิลเตอร์Night Flare Portrait เบลอฉากหลังพร้อมให้เอฟเฟ็กต์ของแสงดูเป็นประกายมากขึ้นด้วย

 

เซลฟี่ที่มืดก็ไม่ต้องกลัวเพราะมี Ultra Night Selfie Mode

ใครที่อยู่ในที่แสงน้อยๆ หรือในตอนกลางคืนก็ไม่ต้องกลัวว่าใบหน้าเราจะเบลอไปกับการเซลฟี่ครับ เพราะ OPPO Reno4 ก็มีเซลฟี่โหมดกลางคืน ให้ใบหน้าเราสว่างขึ้นอย่างชัดเจนและไม่เบลอด้วย


โหมดปกติ / Ultra Night Selfie Mode

โหมดปกติ / Ultra Night Selfie Mode

โหมดปกติ / Ultra Night Selfie Mode

 

คมชัดสูงสุด Ultra Clear 108MP Image

แม้ว่ากล้องหลังของ OPPO Reno4 จะมีเลนส์หลักความละเอียดสูงสุดที่ 48 ล้านพิกเซล แต่ด้วยอัลกอริทึมและ AI ได้เข้ามาช่วยในเรื่องการเก็บความละเอียดของภาพให้ดียิ่งขึ้นทำให้คมชัดสูงถึง 108 ล้านพิกเซล โดยเมื่อซูมเข้าไป เราจะเห็นว่ารายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ยังคงเก็บได้ชัดเจนมากๆ


โหมดปกติ / โหมด Ultra Clear 108 ล้านพิกเซล

 

AI อัจฉริยะ แค่กดถ่ายก็ได้ภาพสวยงาม

ในเรื่องกล้องของ OPPO Reno4 ต้องบอกเลยว่าแค่ยกขึ้นมาถ่ายก็ได้ภาพที่สวยแล้วครับ โดยเฉพาะเมื่อมี AI เข้ามาเรียนรู้ว่าวัตถุที่เราโฟกัสนั้นคืออะไร ก็ทำให้ AI ช่วยปรับแสงและสีให้เหมาะสมกับแต่ละสิ่ง รวมถึงการถ่ายภาพคนก็ทำได้สวยงามครับ

 

Ultra-Wide Angle มุมกว้างขั้นสุด เก็บได้ครบทุกมุม

เลนส์ Ultra-Wide Angle ของ OPPO Reno4 ถือว่าให้มุมมกว้างมากๆ ทำให้เราเก็บภาพได้ครบองค์ประกอบ ทั้งบรรยากาศด้านหลัง รวมถึงท้องฟ้าที่ให้ความสวยงามมากขึ้น ไม่ต้องถอยออกไปไกลๆ ส่วนเรื่องความสดใสและสีสันของภาพต้องบอกว่าแทบไม่ต่างจากเลนส์หลักครับ


เลนส์หลัก / เลนส์ Ultra-Wide Angle


เลนส์หลัก / เลนส์ Ultra-Wide Angle

 

Portrait โดดเด่น ฟีเจอร์ก็จัดเต็ม

ความสุดยอดของกล้อง OPPO Reno4 ในเรื่องการถ่ายภาพบุคคลหรือ Portrait เรียกได้ว่าจัดเต็มจริงๆ มีการตรวจจับฉากหลังพร้อมกับการเบลอได้รวดเร็วและแม่นยำครับ การตัดขอบตัวบุคคลทำได้ยอดเยี่ยม ที่สำคัญใบหน้าของเราก็ยังสว่างแม้ว่าจะอยู่ในที่แสงน้อยหรือสภาพย้อนแสง

 

Ultra Dark Mode ถ่ายกลางคืนก็สว่างแม้แสงน้อยสุด

ในโหมด Ultra Dark Mode ของรุ่นนี้ก็ยังคงให้ภาพที่มีความสว่างมากขึ้นในสภาพแสงน้อย ถ้าถ่ายบรรยากาศในตอนกลางคืนตามสถานที่ต่างๆ ต้องชอบแน่นอนครับ ซึ่งแม้ว่าจะอยู่ในห้องนอนมืดๆ เราก็จะเห็นความแตกต่างระหว่างโหมดปกติและ Ultra Dark Mode แน่นอน

 

ถ่ายได้ใกล้สุดด้วยเลนส์ Macro

มีให้ครบครันสำหรับฟีเจอร์กล้องหลังที่มีโหมด Macro ให้เราถ่ายภาพในระยะใกล้ได้สูงสุดถึง 4 เซนติเมตร ภาพที่ถ่ายออกมายังคงมีสีสันที่สวยงาม พร้อมแสงและเงาคมชัด

 

กล้องหน้าความละเอียดสูง

จบกล้องหลังไป กล้องหน้าของ OPPO Reno4 ก็จัดเต็มเช่นกันครับ โดยมีความละเอียดสูง ให้เราได้เซลฟี่ตัวเองได้คมชัด พร้อมกับฟีเจอร์ AI Beauty มาให้เพิ่มความเนียนอีกด้วย ใครที่ไปเที่ยวแล้วต้องการเซลฟี่ให้เห็นบรรยากาศด้านหลังก็ทำได้แบบสบายๆ

 

กล้องหน้า ถ่าย Portrait ก็สวย

กล้องหลังมี Portrait ไปแล้ว การเซลฟี่ก็ทำได้สวยงามไม่แพ้กันครับ ฉากหลังของเราจะเบลอ ทำให้เราดูโดดเด่นมากขึ้นและมีมิติกว่าเดิม

 

การถ่ายวิดีโอ

สุดท้ายนี้ก็ยังมีโหมด Monochrome Video ที่จะเป็นการจำแนกสีต่างๆ ให้เป็นขาว-ดำ และจะแสดงสีที่เราเลือกเท่านั้น ได้แก่ แดง, เขียว, ฟ้า หรือการคงสภาพสีของรูปถ่ายบุคคล

 

นอกจากนี้ในเรื่องการถ่ายวิดีโอก็ยังรองรับการถ่าย AI Slow-motion ที่ทำได้สูงสุดถึง 960fps ในความละเอียด 720p รวมถึงความละเอียดอื่นๆ ได้แก่ 480fps@1080P, 240fps@720P และ 120fps@1080P รวมไปถึงการถ่ายSlow-motion ที่กล้องหน้า 240fps@720P และ 120fps@ 1080P

View this post on Instagram

ถ่าย Slow-Motion ด้วย OPPO Reno4

A post shared by iphone-droid (@iphone_droid) on

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

OPPO Reno4 แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10 ที่ครอบทับด้วย UI รุ่นล่าสุดของแบรนด์อย่าง ColorOS 7.2 เป็นครั้งแรก ซึ่งการอัปเดทนี้ได้เพิ่มฟีเจอร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกต่างๆ เข้ามาเพียบจริงๆ ครับ

 

แสดงผลนาฬิกาพร้อมแจ้งเตือนผ่านฟีเจอร์ Alway-on Display

ด้านความที่เป็นหน้าจอ AMOLED ก็ต้องมาพร้อมฟีเจอร์นี้ครับ ที่เป็นการบอกเวลา, วันที่ พร้อมไอคอนการแจ้งเตือนของแอปพลิเคชั่นต่างๆ

 

ทั้งนี้ เรายังสามารถปรับสไตล์นาฬิกาได้ทั้งแบบดิจิทัลและแอนะล็อก รวมถึงกำหนดเวลาในการแสดงผลเพื่อไม่ให้แบตเตอรี่ลดเร็วในช่วงกลางคืนครับ

 

เซ็นเซอร์อัจฉริยะ AI-enhanced Smart Sensor เพิ่มความสะดวกแบบไร้สัมผัส

ในยุคนี้เรียกว่าการไร้สัมผัสต่างๆ ถือว่ามีความปลอดภัยจากเชื้อโรคต่างๆ ที่จะเข้าสู่เรา ทาง OPPO Reno4 ก็เลยเพิ่มฟีเจอร์ต่างๆ ให้เรามาแบบไร้สัมผัสจากเซ็นเซอร์อัจฉริยะที่ฝังอยู่คู่กับกล้องหน้าครับ

  • Smart Spying Prevention : เป็นการป้องกันให้ผู้ที่ชอบแอบดูแจ้งเตือนต่างๆ ของเราไม่เห็นข้อความ จนกว่าเราจะจ้องไปที่หน้าจอ OPPO Reno4 การแสดงผลข้อความก็จะเปิดเผยออกมาอัตโนมัติ

 

  • Smart AirControl : ฟีเจอร์นี้เป็นการไร้สัมผัสของจริงครับ โดยเราสามารถใช้ฝ่ามือควบคุมการเลื่อนหน้าจอแอปพลิเคชั่นโซเชียลต่างๆ รวมถึงการรับสายได้โดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจอเลยทีเดียว ซึ่งเราสามารถเข้าไปเปิดฟีเจอร์นี้ได้ที่ การตั้งค่า > ท่าทางการเคลื่อนไหว > ฟังก์ชันการทำงานโดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจอ > เปิด “Air Scroll”

 

  • Smart Rotation : ปกติแล้วเมื่อเราเปิดการหมุนหน้าจออัตโนมัติเอาไว้ เมื่อเราเอนลงนอนหน้าจออาจจะหมุนตามได้ ทำให้อ่านข้อความไม่สะดวก แต่ฟีเจอร์นี้จะช่วยคำนวณว่าควรหมุนหน้าจอหรือไม่ตามลักษณะใบหน้าของผู้ใช้งานครับ ถือว่าสะดวกสุดๆ

 

  • หน้าจอ Smart Always-on : ฟีเจอร์นี้เป็นการป้องกันหน้าจอดับลงไปเอง ขณะที่เรากำลังใช้งานอยู่ครับ

 

ใช้งานมือเดียวง่ายขึ้นด้วยท่าทางการดึงไอคอนลง

เป็นอีกฟีเจอร์ที่สะดวกสุดๆ ครับ หากใครที่ใช้งานอยู่แล้วเอื้อมนิ้วไปเปิดแอปพลิเคชั่นที่อยู่ไกลไม่ถึง เพียงแค่เราเลื่อนขึ้นที่ขอบซ้าย-ขวาในหน้า Home แอปพลิเคชั่นต่างๆ จะย่อส่วนลงเพื่อให้เรากดได้สะดวกมากขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยทีเดียว

 

ห้องทดลองใหม่ในแอป OPPO Lab

ใน colorOS 7.2 นั้นเป็นครั้งแรกที่มี OPPO Lab เข้ามาครับ โดยหลักๆ จะมี 2 ฟีเจอร์ให้ทดลองใช้งาน ได้แก่ Lab Ringtone ที่เราสามารถปรับแต่งเสียงริงโทนได้แบบไม่ซ้ำใครตามใจชอบครับ เพียงแค่เลื่อนจุดกลมๆ ไปตามลักษณะที่ต้องการได้เลย และ Decision Spinner ที่เป็นวงล้อตัวเลือกแบบสุ่มตามคำถามและคำตอบที่เราตั้งขึ้นมาเองครับ

Lab Ringtone

 

Decision Spinner

 

ถนอมสายตาทั้งตัดแสงสีฟ้าและโหมดกลางคืน

ในเรื่องการถนอมสายตาของหน้าจอ OPPO Reno4 จะมีทั้งแบบการตัดแสงสีฟ้าที่ทำได้ดีมากๆ ครับ ตัดออกไปได้เยอะพอสมควร

 

ขณะที่โหมดกลางคืนสามารถกำหนดเวลาได้ ที่สำคัญเราสามารถบังคับให้แอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่แม้ว่าจะยังไม่รองรับโหมดกลางคืนใช้ได้ด้วยครับ แต่ก็อาจจะมีการแสดงผลตัวอักษรเพี้ยนๆ อยู่บ้าง

 

ระบบความปลอดภัย

OPPO Reno4 มีระบบความปลอดภัยแบบครบครัน ทั้งการสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอที่มีความรวดเร็วและเสถียรมากๆ ครับ และจดจำได้ทั้งหมด 5 ลายนิ้วมือ

 

นอกจากนี้ก็ยังมีการสแกนใบหน้าที่ทำได้รวดเร็วเช่นกัน

 

 

ผ่อนคลายความเครียดด้วย OPPO Relax

แอปพลิเคชั่น OPPO Relax นั้นมาพร้อมกับ ColorOS 7.2 เพื่อให้ผู้ใช้งานได้ผ่อนคลายกับเสียงเพลงต่างๆ โดยจะมีทั้งการหายใจที่ให้ทำตามระบบ, เพลงต่างๆ ที่ทำให้เราสบายมากขึ้น รวมถึงเสียงบรรยากาศธรรมชาติที่ให้มาแบบครบครัน ใครที่กำลังเครียดอะไร ก็ลองใช้แอปพลิเคชั่นนี้ในการผ่อนคลายได้เลย

 

โคลนแอปได้ง่ายๆ แบ่ง 2 บัญชี

มีมาให้ทุกรุ่นที่ใช้งาน ColorOS ครับ ด้วยการโคลนแอปพลิเคชั่นโซเชียลมีเดียต่างๆ เป็นบัญชีที่ 2 เช่น Line, IG หรือ Facebook

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

OPPO Reno4 ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 720G Octa Core ความเร็ว 2.3GHz โดยชิปตัวนี้มีขนาดเล็กเพียง 8 นาโนเมตร ทำให้ประหยัดพลังงานมากขึ้นกว่าเดิม และใช้งานได้ไหลลื่น

 

สำหรับผลการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark ทำได้ไปได้ที่ 260,051 คะแนน

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 526 และคะแนน Multi-Core ที่ 1,661

 

ฟีเจอร์และทดสอบด้านการเล่นเกม

สำหรับฟีเจอร์ Game Space มีมาทุกรุ่นใน OPPO ครับ เป็นการช่วยเราปรับโหมดการเล่นในรูปแบบต่างๆ ได้ทั้งโหมดแข่งขัน, สมดุล และกำลังไฟฟ้าต่ำ ทั้งยังปิดการแจ้งเตือนต่างๆ ทั้งการโทรเข้าหรือแอปพลิเคชั่นทุกอย่างได้เช่นกันครับ

 

ทดสอบการเล่นเกม

Call of Duty: Mobile

สำหรับเกม Call of Duty: Mobile สามารถเปิดกราฟิกและเฟรมเรทได้ในระดับ Very High เล่นได้แบบลื่นๆ ทั้งโหมด Frontline และโหมด Battle Royale 100 คน

 

ROV

เกม ROV ยอดฮิตก็ไม่ต้องห่วงครับ เพราะเปิดกราฟิกและเฟรมเรทได้สูงสุดทั้งหมด ยกเว้นการแสดงผลที่เปิดได้สูงสุดที่ระดับ “สูง” และเมื่อทดสอบในโหมด 5 VS 5 ด้วยความที่เป็นชิป Snapdragon 720G ทำให้เฟรมเรทตั้งแต่ต้นเกมยันท้ายเกมนั้นไม่ดรอปลงเลย จะอยู่แบบนิ่งๆ ที่ 60-61fps

 

Asphalt 9: Legends

ต่อมาเป็นเกม Asphalt 9: Legends สามารถเปิดกราฟิกระดับสูงได้ด้วย ยิ่งเพิ่มความสวยงามให้ทั้งภาพและเงาของเกมให้สมจริงยิ่งขึ้นครับ แถมเล่นได้ลื่นๆ ไม่มีจังหวะสะดุดด้วย

 

แบตเตอรี่อึดพร้อมชาร์จไว 30W VOOC Flash Charge 4.0 

สุดท้ายในเรื่องประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ ขึ้นชื่อว่า ก็ต้องจัดเต็มอยู่แล้วครับ โดย OPPO Reno4 มีแบตเตอรี่มาให้ถึง 4015mAh ซึ่งใครที่ใช้งานทั่วไป อย่างเล่นโซเชียลหรือดู YouTube ตามปกติก็สามารถอยู่ได้ตั้งแต่เช้าถึงค่ำครับ แต่ถ้าแบตเตอรี่ใกล้หมด ก็ไม่ต้องรอชาร์จนานเพราะมีเทคโนโลยีชาร์จไว 30W VOOC Flash Charge 4.0 โดยเราลองชาร์ตเมื่อแบตเตอรี่เหลือเพียง 10% ขึ้นไปที่ 60% ในเวลาประมาณ 30 นาทีเท่านั้น และเต็ม 100% ในเวลาเพียง 60 นาที

 

สรุปจุดเด่น

  • กล้องหลัง AI ถึง 4 เลนส์ความละเอียดสูง จัดให้ครบทุกฟีเจอร์พร้อมฟิลเตอร์สุดเจ๋งอย่าง AI Color Portrait หรือ Night Flare Portrait
  • กล้องหน้าคมชัด 32 ล้านพิกเซล มาพร้อม AI Beauty ที่ให้ใบหน้าสวยงามตามสไตล์ OPPO
  • หน้าจอสุดคมชัดแบบ AMOLED กว้างถึง 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ ทำให้เสพสื่อได้เต็มอรรถรสและได้ภาพที่สวยงาม
  • หน่วยประมวลผลระดับกลางตัวแรง Snapdragon 720G ทำให้ใช้งานทั้งเล่นเกมหรือโซเชียลได้ไหลลื่น
  • แบตเตอรี่ให้มาถึง 4015 mAh ใช้งานทั่วไปได้ทั้งวัน แถมรองรับ 30W VOOC Flash Charge 4.0 ชาร์จประมาณ 1 ชั่วโมงก็เต็ม 100%

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ตัวเครื่องไม่กันน้ำ

OPPO Reno4 เริ่มเปิดพรีออเดอร์แล้วตั้งแต่วันนี้ – 5 สิงหาคม 2563 ในราคาเพียง 11,990 บาทเท่านั้น พร้อมรับของสมนาคุณจาก OPPO อีกเพียบทั้ง OPPO E-VIP CARD ประกันหน้าจอแตกนาน 1 ปี และ OPPO Reno Backpack สุดเท่ มูลค่ารวม 7,490 บาท

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

AIS 5G x Samsung Galaxy A71 5G AIS 5G x Samsung Galaxy A71 5G
Android News1 สัปดาห์ ที่แล้ว

พาไปสัมผัส Samsung Galaxy A71 5G สเปคเทพ ใช้งานลื่นๆ บน AIS 5G ในราคาเอื้อมถึง เริ่มเพียง 10,490 บาท

พาไปสัมผัสประสบการณ์...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme X50 5G สมาร์ทโฟนบุกเบิกพลังแห่ง 5G ที่เร็วและแรง พร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 765G, จอ Ultra Smooth 120Hz และกล้อง AI หลัง 4 ตัว

realme X50 5G สมาร์ท...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว OPPO Reno4 สมาร์ทโฟนดีไซน์โดดเด่นในแบบที่ไม่เหมือนใคร ฟีเจอร์จัดเต็ม พร้อมถ่ายรูปสวยแบบครบทุกมุมมอง

รีวิว OPPO Reno4 สมา...

Featured4 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Vivo TWS Neo หูฟังดีไซน์สวย เสียงระดับสตูดิโอ ความหน่วงต่ำ ควบคุมง่าย กันน้ำ และราคาสบายกระเป๋า

Vivo TWS Neo หูฟังคุ...

HUAWEI 3BB Router Wi-Fi 6 HUAWEI 3BB Router Wi-Fi 6
Featured4 สัปดาห์ ที่แล้ว

แกะกล่อง 3BB เราเตอร์รุ่นใหม่ Wi-Fi 6 เร็วแรง เต็มประสิทธิภาพ ให้ลูกค้าฟรีทุกแพ็กเกจ!

เชื่อว่าหลายคนเคยได้...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

Toy Story 4 LINE Theme for free Toy Story 4 LINE Theme for free
NAVER LINE2 ชั่วโมง ที่แล้ว

ธีม LINE แจกฟรี “Toy Story 4” ธีมจากแอนิเมชันสุดน่ารัก ลองใช้ฟรีทั้ง iOS และ Android

วันนี้มีธีม LINE มาแ...

Apple News14 ชั่วโมง ที่แล้ว

Apple Arcade เปิดตัวเกมใหม่ Next Stop Nowhere พร้อมอัปเดตใหม่ 4 เกม

เกม: Next Stop Nowhe...

ข่าวประชาสัมพันธ์14 ชั่วโมง ที่แล้ว

น้องอุ่นใจปลื้ม คว้ารางวัลภาพยนตร์โฆษณาบน YouTube ที่คนไทยชื่นชอบมากที่สุด ประจำปี 2019 ตอกย้ำแบรนด์ที่สื่อสารได้ตรงใจคนไทยทุกเจเนอเรชัน

ภาพยนตร์โฆษณา “อุ่นใ...

ข่าวประชาสัมพันธ์14 ชั่วโมง ที่แล้ว

realme ขยายการเติบโตบุกเข้าสู่ 59 ตลาดทั่วโลก พร้อมจำนวนผู้ใช้งานทั่วโลกทะลุมากกว่า 40 ล้านคน

ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎา...

ข่าวประชาสัมพันธ์1 วัน ที่แล้ว

เปิดตัว OPPO Watch Series ดีไซน์ที่โดดเด่น ขับเคลื่อนด้วย Wear OS by Google ในราคาเริ่มต้นเพียง 5,999 บาท

OPPO ประกาศเปิดตัว O...

มือถือมาใหม่

ติดตาม กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง