รีวิว OPPO Find X9 Ultra ประสบการณ์กล้อง Hasselblad ที่ดีที่สุดบนมือถือ พร้อม OPPO Find X9s สมาร์ตโฟนสายท่องเที่ยว!

โดย Map

รีวิว OPPO Find X9 Ultra ประสบการณ์กล้อง Hasselblad ที่ดีที่สุดบนมือถือ ด้วยกล้อง 200MP คู่ และกล้อง Hasselblad 50MP เทเลโฟโต้ ซูมออปติคอล 10 เท่า ครั้งแรกของอุตสาหกรรม เป็นเรือธงขั้นสุดของ Find X9 Series ที่เปิดตัวมาพร้อมสโลแกน “Hasselblad In Pocket” ได้ความเก่งกาจของกล้องระดับโลก Hasselblad และดีไซน์ที่ถอดแบบมาให้อย่างครบถ้วน ซึ่งนี่ถือเป็นครั้งแรกของรุ่น Ultra ในตลาดบ้านเรา การมาครั้งนี้จะสมคำร่ำลือแค่ไหน ในบทความนี้ เรา รีวิว OPPO Find X9 Ultra ให้ชมทุกจุดเด่นเลยครับ

แต่ ๆ…รอบนี้ไม่ได้มาแค่รุ่นเดียว เพราะยังมี OPPO Find X9s สมาร์ตโฟนสายท่องเที่ยว ที่ตอบโจทย์คนรักกล้อง Hasselblad ในราคาที่ย่อมเยากว่าด้วย ติดตามพร้อมกันเลยดีกว่า!

สรุปสเปค OPPO Find X9 Ultra

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.82″
  • ความละเอียด QHD+ (3168 × 1440 พิกเซล)
  • Refresh rate 144Hz
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 8 Elite Gen 5 Mobile Platform Octa-core 4.6GHz (3nm)
  • RAM 12GB/16GB (LPDDR5X)
  • Storage 512GB/1TB (UFS 4.1)
  • แบตเตอรี่ 7050mAh
  • ระบบชาร์จไวแบบสาย 100W SUPERVOOC | ไร้สาย 50W AIRVOOC
  • กล้องหน้า 50MP f/2.4 AF
  • กล้องหลัง 5 ตัว พัฒนาร่วมกับ Hasselblad
  • 200MP กล้องหลัก (เซ็นเซอร์ LYTIA-901 1/1.12″) f/1.5 พร้อม OIS
  • 50MP กล้อง Ultra Wide Angle (เซ็นเซอร์ LYT-600 1/1.95″) f/2.0
  • 200MP กล้อง Periscope 3x (เซ็นเซอร์​ OV52A 1/1.28″) f/2.2 พร้อม OIS
  • 50MP กล้อง Periscope 10x (เซ็นเซอร์ ISOCELL JNL 1/2.76″) f/3.5, OIS
  • กล้อง True Color รุ่นที่ 2
  • มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68/69
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 16 (ColorOS 16)
  • สีสัน สีน้ำตาล Tundra Umber, สีส้ม Canyon Orange

สรุปสเปค OPPO Find X9s

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.59″
  • ความละเอียด 1.5K (2760 × 1256 พิกเซล)
  • Refresh rate 120Hz
  • ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9500s Octa-core 3.7GHz (3nm)
  • RAM 12GB (LPDDR5X)
  • Storage 256GB/512GB (UFS 4.0)
  • แบตเตอรี่ 7025mAh
  • ระบบชาร์จไวแบบสาย 80W SUPERVOOC | ชาร์จไร้สาย 50W AIRVOOC
  • กล้องหน้า 32MP f/2.4
  • กล้องหลัง 3 ตัว พัฒนาร่วมกับ Hasselblad
  • 50MP กล้องหลัก (เซ็นเซอร์ LYT-700 1/1.56″) f/1.8 พร้อม OIS
  • 50MP กล้อง Ultra Wide Angle (เซ็นเซอร์ ISOCELL JN5 1/2.76″) f/2.0
  • 50MP กล้อง Periscope 3x (เซ็นเซอร์​ LYT-600  1/1.95″) f/2.6 พร้อม OIS
  • มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68/69
  • ระบบปฏิบัติการ Android 16 (ColorOS 16)
  • มีให้เลือก 3 สีสัน สีส้ม Sunset Orange, สีม่วง Lavender Sky, สีเทา Midnight Grey

2 รุ่น 2 สไตล์ พี่ใหญ่สุดระดับ Ultra และน้องเล็กสุดสดใสลงท้ายด้วย s

ก่อนอื่นต้องแนะนำกันก่อนว่า 2 รุ่นใหม่นี้จะออกมาเติมเต็มให้ OPPO Find X9 Series ได้ครบถ้วน เจาะได้ทุกกลุ่มกว่าเดิม อย่างในรุ่น Find X9 Ultra ก็จะมาปิดด้านบนสุดเหนือ Find X9 Pro ด้วยเทคโนโลยีเรื่องกล้องที่ดีที่สุดจาก OPPO และ Hasselblad ในขณะที่ Find X9s จะมาเสริมในกลุ่มเริ่มต้นของซีรีส์เรือธง ก่อน Find X9 เดิม แต่ยังได้ความสามารถของกล้อง Hasselblad ครบนั่นเองครับ

แน่นอนว่า 2 รุ่นนี้มีความแตกต่างกันชัดเจน เพราะฉะนั้นเพื่อกันความสับสนในเรื่องของกล้องและดีไซน์ เราขอรีวิวแยกไปทีละรุ่น เพื่อให้ได้รู้จักกันแบบเน้น ๆ ไปเลยดีกว่าเนอะ

รีวิว OPPO Find X9 Ultra

เริ่มที่พี่ใหญ่อย่าง OPPO Find X9 Ultra กันก่อน อย่างที่ทราบว่า OPPO นั้นมีเรือธงรุ่น Ultra มาตั้งแต่ Find X7 Ultra และสานต่อกันที่ Find X8 Ultra ปีที่แล้ว แต่น่าเสียดายที่ชาวเรา ไม่ได้จับจองกันอย่างเป็นทางการในไทย เพราะ 2 รุ่นดังกล่าววางจำหน่ายแค่ในจีนเท่านั้น แต่ในปีนี้ Find X9 Ultra ทาง OPPO ตัดสินใจขยายตลาด นำรุ่น Ultra มาวางจำหน่ายในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงไทย ให้แฟน ๆ ได้สัมผัสความ Ultra กับเขาบ้างแล้ว

ดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากกล้อง Hasselblad

เอาล่ะ! ได้เวลายลโฉม OPPO Find X9 Ultra กันเต็ม ๆ สักที รุ่นนี้ต้องบอกเลยว่าได้แรงบันดาลใจจากกล้อง Hasselblad มาเต็ม ๆ โดยเฉพาะสีไฮไลท์ Tundra Umber ที่เราได้มารีวิวนี้ ถอดแบบมาจากกล้องรุ่นพิเศษ Hasselblad X2D 100C Earth Explorer Limited Edition เต็ม ๆ เลยล่ะครับ

ทั้งการใช้สีโลหะตัดกับวัสดุหนังวีแกน วางโลโก้ OPPO และโลโก้ Hasselblad แบบเต็ม ๆ ไว้ให้เหมาะกับการวางเครื่องในแนวนอน ได้ความพรีเมี่ยมแบบกล้องระดับโลกจริง ๆ ว่าไหมล่ะ

แต่เท่านั้นยังไม่พอ เพราะ OPPO ยังเก็บรายละเอียดทุกส่วน ให้มีความเป็นกล้อง Hasselblad มากขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นปุ่ม Quick Button ที่ใช้สีส้มตามปุ่มชัตเตอร์ของกล้อง X2D 100C Earth Explorer Limited Edition เป๊ะ ๆ

โมดูลกล้องที่ใส่ลูกเล่นทรง 6 เหลี่ยม ไม่เหมือนใครอยู่บนฐานกล้องวงกลมอีกที ตรงนี้ OPPO บอกว่ามาจากแรงบันดาลใจจากโบเก้ของเลนส์ Hasselblad ที่มักเป็น 6 เหลี่ยมนั่นเองครับ ซึ่งรอบ ๆ นี้จะมีข้อมูลรายละเอียดของกล้องไว้ครบ ที่เดี๋ยวเราอธิบายทีเดียวในหัวข้อกล้องละกันเนอะ

ยัง…ยังไม่หมด อีกหนึ่งรายละเอียดที่ใส่มาแล้วเราว่าเก็บได้ดีก็คือบริเวณรอบ ๆ ฐานกล้องที่มีวงแหวนสีส้มของ Hasselblad อยู่คู่กับลวดลายเลนส์กล้อง พอรวมกันแล้วก็ให้ความรู้สึกที่ทรงพลังขึ้นไปอีกเนอะ

หน้าจอใหญ่ ชัดสุดระดับ Ultra

พลิกกลับมาดูด้านหน้ากันบ้าง OPPO Find X9 Ultra จะได้หน้าจอแบนขนาดใหญ่ขึ้นจากรุ่น Pro อีกหน่อย เป็น 6.82″ และความโค้งของมุมจอก็ลดลง ให้ความรู้สึกเหลี่ยมขึ้น จับถือแล้วอลังการกว่ารุ่น Pro ให้ความรู้สึกที่เต็มตามากขึ้นเวลาใช้งานจริง ๆ ครับ

ส่วนเรื่องการแสดงผล รุ่นนี้ได้ความละเอียดสูงสุดถึง QHD+ หรือ 2K (3168 x 1440 พิกเซล) เลยด้วย ทำให้เวลาดูคอนเทนต์ที่มีความละเอียดสูง ๆ หรือภาพนิ่งที่ถ่ายได้แบบคม ๆ นั้นคมชัดขึ้นอีก

นอกจากนี้เรื่องการตอบสนอง Find X9 Ultra ยังอัปเกรด Refresh rate สูงสุดให้เป็น 144Hz แล้วด้วยนะ ทำให้เวลาใช้งานเลื่อนหน้าจอ ไถฟีด หรือเล่นเกม (ที่รองรับ) จะได้ความลื่นไหลมากขึ้นกว่าเดิม

ขนาดและน้ำหนักระดับ Ultra และ Weight Balance ดีเลย

แน่นอนว่าจอใหญ่ขนาดนี้ กล้องเบิ้มขนาดนั้น ก็ปฏิเสธเรื่องขนาดกับน้ำหนักไม่ได้ ว่าจะให้บาง-เบาสุด ๆ เนาะ Find X9 Ultra นั้นมาพร้อมความบาง 9.1 มม. (ไม่รวมโมดูลกล้อง) และน้ำหนักจะอยู่ที่ 236 กรัม ซึ่งถือว่าไม่เบานะครับ แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ของเรือธงที่เน้นกล้องล่ะเนอะ

แต่ที่ต้องชมเลยคือการกระจายน้ำหนักหรือ Weight Balance ที่รุ่นนี้ทำได้ดีมากครับ เวลาจับถือจริง ๆ ทำได้ทั่วถึง ไม่ค่อยหนักที่หัวมากนัก แม้จะให้ฮาร์ดแวร์กล้องมาแน่นมากก็ตาม เชื่อว่าคนที่คุ้นชินกับเรือธงที่เน้นกล้องมาตลอด คนปรับตัวได้ไม่ยากครับ

ตำแหน่งต่าง ๆ ยังเหมือนเดิม ให้ปุ่มมาพร้อมใช้งานครบครัน

รอบ ๆ ตัวเครื่องของ OPPO Find X9 Ultra ยังให้เราได้เลือกสั่งงานกันครบทั้ง 2 ฝั่งซ้าย-ขวา วางไว้ในตำแหน่งมาตรฐานเหมือนกับรุ่นก่อน ๆ อย่างปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง ปุ่ม Power อยู่ด้านขวามือของตัวเครื่องทั้งหมด รวมถึงปุ่ม Quick Button สีส้มที่เราบอกไปด้วย ส่วนด้านซ้ายก็จะมีปุ่ม Snap Key ทางลัดที่ให้เราเข้าถึงการทำงานได้หลากหลาย เหมือนเคย

ส่วนด้าน-บนล่างของตัวเครื่องก็มีช่องลำโพง ไมโครโฟน บน-ล่าง สำหรับให้เสียง Stereo ที่สมมาตร และพอร์ตการเชื่อมต่อ USB-C กับช่องใส่ซิม (แบบ Dual-SIM) ก็จะอยู่ด้านล่างในมุมมาตรฐานครับ

ทนทานและปลอดภัยระดับ Ultra

เห็นตัวเครื่องสวยขนาดนี้ ใช้วัสดุเป็นหนังวีแกนเอย โลหะเอย อาจจะกังวลว่าจะทนทานเมื่อต้องไปใช้งานในสถานการณ์ต่าง ๆ รึเปล่า อันนี้ก็บอกเลยว่าครับว่า ไม่ต้องห่วง เพราะ OPPO Find X9 Ultra ยังได้มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP66 & IP68 & IP69 ครบเหมือนเดิม ทนทานต่อละอองน้ำ น้ำแรงดันสูง หรือน้ำอุณหภูมิสูง (ไม่เกิน 80⁰c) ได้แบบสบาย ๆ สายลุย เต็มที่ได้เลย!

นอกจากนี้ในเรื่องระบบปลดล็อคก็ให้มาครบทั้งระบบสแกนใบหน้าแบบ 2D ที่รวดเร็ว และยังมีระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอแบบ Ultrasonic ที่แม่นยำ มีตำแหน่งที่แตะสแกนได้ง่าย ไม่ติดขัด ใช้งานได้แม้นิ้วเปียกด้วย

โดยรวมในเรื่องดีไซน์ของ OPPO Find X9 Ultra ก็ต้องบอกว่าสมความเป็น Ultra จริง ๆ เห็นถึงความพิถีพิถันในการออกแบบ ที่ได้แรงบันดาลใจจากกล้อง Hasselblad อย่างแท้จริง ทั้งลวดลายฝาหลัง รายละเอียดเล็ก ๆ ของปุ่มกด โมดูลกล้อง หรือการวางโลโก้ เห็นทีไรก็อยากเชยชมซ้ำ ๆ จริง ๆ ครับ ยอดเยี่ยมมาก!

ระบบกล้อง Hasselblad Master ที่ดีที่สุดบนมือถือ!

ได้เวลาเข้าเรื่องกล้องที่เป็นจุดเด่นหลักของรุ่นนี้แล้วครับ OPPO Find X9 Ultra มาพร้อมการอัปเกรดของกล้องแบบจัดเต็ม ด้วยการให้กล้องหลังมา Ultra-Sensing ที่พัฒนาร่วมกับ Hasselblad มากถึง 5 ตัว สูงสุดในบรรดาเรือธง Ultra ณ ตอนนี้ ซึ่งแต่ละตัวจะมีสเปคดังนี้

สเปคกล้อง OPPO Find X9 Ultra

  • 200MP กล้องหลัก 23มม. (เซ็นเซอร์ LYT-901 ขนาด 1/1.12″) f/1.5 พร้อม OIS
  • 50MP กล้อง Ultra-Wide 15มม. (เซ็นเซอร์ LYT-600 ขนาด 1/1.95″) f/2.0 พร้อม AF
  • 200MP กล้อง Periscope 3x 70มม. (เซ็นเซอร์ OmniVision OV52A ขนาด 1/1.28″) f/2.2 พร้อม OIS
  • 50MP กล้อง Periscope 10x 230มม. (เซ็นเซอร์ JNL ขนาด 1/2.76″) f/3.5 พร้อม OIS
  • กล้อง True Color 3.2M Multispectral Pixels f/2.4

อย่างที่เห็นจากตัวเลขสเปคด้านบนเลยครับ นอกจากจำนวนจะเยอะมากแล้ว กล้องแต่ละตัวของ OPPO Find X9 Ultra ยังมีคุณภาพที่ครบถ้วน ทำให้ OPPO เคลมว่าเหมือนเราได้เลนส์คุณภาพถึง 8 ตัวในเครื่องเดียว ให้คุณภาพระดับ Optical 8 ระยะ ประกอบไปด้วย

  • Macro (เข้าใกล้ได้สูงสุด 15 ซม.) จากกล้อง Periscope 3x
  • 14มม. (0.6x) จากกล้อง Ultra Wide
  • 23มม. (1x) จากกล้องหลัก
  • 46มม. (2x) In-Sensor Crop จากกล้องหลัก
  • 70มม. (3x) จากกล้อง Periscope 3x
  • 139มม. (6x) In-Sensor Crop จากกล้อง Periscope
  • 230มม. (10x) จากกล้อง Periscope 10x
  • 460มม. (20x) In-Sensor Crop จากกล้อง Periscope 10x

เรียกว่าเป็นระยะที่ครอบคลุมการใช้งานตั้งแต่ทั่วไป จนถึงซูมไกลสุด ๆ ในเครื่องเดียว แบบไม่ต้องพึ่งเลนส์เสริมอื่น ๆ เลยด้วยครับ ซึ่งแต่ละช่วง ก็จะได้ชุดเด่นและตัวอย่างภาพที่ต่างกัน เรามาทำความรู้จักกันไปทีละตัวดีกว่าเนอะ

ที่สุดของการซูมด้วย กล้อง Hasselblad 50MP เทเลโฟโต้ ซูมออปติคอล 10 เท่า ครั้งแรกของอุตสาหกรรม!

มีแต่กล้องเจ๋ง ๆ ทั้งนั้น แต่ไฮไลท์แรกที่อยากพูดถึงก่อนคือ กล้อง Hasselblad Hasselblad 50MP เทเลโฟโต้ ซูมออปติคอล 10 เท่า ครับ เพราะนี่ถือเป็นก้าวใหม่ของวงการสมาร์ทโฟนเลยล่ะ ก่อนหน้านี้เราคงเคยเห็นมาบ้างกับระยะ Optical 10x บนมือถือ แต่ก็ถูกพัฒนากันมานานแล้ว เซ็นเซอร์ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ที่ 10MP หรือ 12MP แต่การที่ OPPO เลือกใส่ 50MP บนระยะนี้มา จึงถือเป็นครั้งแรกของวงการ ที่เราจะบอกว่า “ว้าว” มาก!

เพราะด้วยระยะ Optical 10x แบบจริง ๆ จะช่วยให้ Depth of Field นั้นดีกว่าการซูมแบบ In-Sensor ของรุ่นอื่น ๆ มาก ดึงฉากหลังเข้ามาใกล้ได้จริง ได้มิติแบบ 10x จริง ๆ แถมด้วยคุณภาพที่อัปเกรดขึ้นมาเยอะระดับ 50MP และมีรูรับแสงกว้าง f/3.5 ทำให้ได้คุณภาพในการซูมดีขึ้นกว่าสมัยกล้อง 10x 2-3 ปีก่อน แบบคนละเรื่องเลยล่ะครับ!

ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็ต้องยอมรับเลยว่า “ทำถึงจริง” เพราะทั้งระยะถึง 10x แบบ Optical แท้ ๆ ที่ปกติอาจจะต้องพึ่งพวกเลนส์เสริมกันแล้ว แต่ Find X9 Ultra ให้ได้โดยไม่ต้องเพิ่มเติม หรือถ้าจะไปไกลกว่านั้นที่ระยะ 20x แบบ In-Sensor Zoom หรือ Digital Zoom ระดับ 30x – 40x ถ้าแสงดี ๆ ก็หวังผลได้เลย เป็นคุณภาพการซูมที่หาได้ยากมากในเรือธงยุคปัจจุบัน แต่ OPPO ให้ได้ ปรบมือ!

กล้องหลัง Hasselblad 200MP คู่ รุ่นแรกในไทย!

ไม่ใช่แค่กล้องซูมไกลที่ดีมาก เพราะกล้องหลักและกล้องซูมใกล้ (3x) ใหม่ ก็ยอดเยี่ยมมากไม่แพ้กัน เพราะได้ความละเอียดมา 200MP ทั้งคู่ ถือเป็นเรือธงรุ่นแรกในไทย ที่ใช้กล้องความละเอียดระดับนี้เลยล่ะครับ แต่…แค่ความละเอียดยังไม่พอ เพราะขนาดเซ็นเซอร์ที่ให้มา ยังใหญ่ที่สุดด้วย!

กล้องหลัก Hasselblad 200MP พร้อมเทคโนโลยี Ultra-Sensing

มาเริ่มกันที่กล้องหลักก่อน OPPO เลือกใช้เซ็นเซอร์ LYTIA-901 ตัวใหม่ล่าสุด ที่มีขนาดเซ็นเซอร์ใหญ่ถึง 1/1.12″ เกือบ ๆ 1″ แล้วแหละ แต่ด้วยความละเอียดที่มากถึง 200MP ทำให้สามารถประมวลผล (Binning) ภาพแบบ 14-in-1 รวมเอาพิกเซลทั้งหมดจนได้ผลลัพธ์ 14MP อย่างคมชัด จนเคลมว่าเก็บแสงได้มากกว่าเซ็นเซอร์ 1″ ใน Ultra รุ่นก่อนอีก 10% เลยนะ

และเท่าที่เราลองใช้งานมา ก็ยอมรับเลยว่าคุณภาพ “ดีจริง” ทั้งการเก็บแสงที่ครบถ้วน ได้ความคมชัดครบ รวมถึงพอเซ็นเซอร์ใหญ่ระดับนี้ ก็ให้การละลายฉากหลังจริงจากฮาร์ดแวร์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ แถมพอมีความละเอียดเหลือเฟือแบบ 200MP ก็ช่วยประมวลผลให้ภาพตั้งแต่ระยะ 1x – 2.9x คมชัดแบบไร้รอยต่ออีกด้วย

กล้อง Hasselblad 200MP เทเลโฟโต้พอร์ตเทรต 3 เท่า ระดับ Super ที่เซ็นเซอร์ใหญ่ที่สุดของวงการ!

ส่วนกล้อง 200MP อีกตัว จะเป็นกล้อง Periscope 3x ที่ถ้านับความละเอียดอย่างเดียว ก็เท่ากับตอน Find X9 Pro แต่ถ้าดูลึกลงไปในแง่ขนาดเซ็นเซอร์ Find X9 Ultra อัปเกรดเป็น OmniVision OV52A ที่มีขนาดเซ็นเซอร์ใหญ่ถึง 1/1.28″ (HP5 ของ Find X9 Pro 1/1.56″) ซึ่งถ้าเทียบกับกลุ่มกล้อง 3x ในตลาดตอนนี้ ตัวนี้ถือว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดด้วยครับ!

แน่นอนว่าพอเซ็นเซอร์ใหญ่สุดแบบนี้ บวกกับได้รูรับแสงกว้างถึง f/2.2 ทำให้คุณภาพที่ได้ ดีงามตามไปด้วยครับ การละลายฉากหลังดีขึ้น คุณภาพคมชัดขึ้น รวมถึงในที่แสงน้อยก็เก็บรายละเอียดได้ดีกว่าเดิม และแน่นอนพอความละเอียดเยอะมากแบบนี้ การจะใช้ In-Sensor Zoom เข้าไปอีกสัก 6x หรือ 8x ก็ยังได้คุณภาพที่เพียงพอต่อการใช้งานมาก ๆ อีกทั้งกล้องตัวนี้ ยังสามารถใช้เป็น Tele Macro เข้าใกล้วัตถุได้อีกด้วย เป็นกล้องซูมใกล้ที่น่าทึ่งจริง ๆ

กล้อง Ultra Wide 50MP ก็รับแสงได้มากขึ้นอีก 56%

มาปิดท้ายที่กล้อง Ultra Wide แม้ขนาดเซ็นเซอร์จะไม่ได้ใหญ่เท่ากับ 2 ตัวก่อนหน้า (1/1.95″) และก็ไม่ได้เป็น Ultra Wide ที่เซ็นเซอร์ใหญ่มี่สุดในอุตสาหกรรม แต่ก็ถือว่าอัปเกรดขึ้นจากรุ่นก่อน ๆ ที่ใช้ขนาด 1/2.76″ มามากพอสมควร เคลมว่ารับแสงมากขึ้นอีก 56% เท่าที่ลองใช้งานจริง ก็ถือว่าเพียงพอเลยครับ กว้างเป็นระยะ 14 มม. แถมคมขึ้นเวลาขยายดูรายละเอียด ใช้งานในที่แสงน้อยได้ดีกว่าเดิมด้วยครับ

Hasselblad Portrait ใหม่ กับระยะที่มากขึ้น

มาต่อกันที่การถ่ายภาพบุคคล รอบนี้ OPPO Find X9 Ultra ให้เราได้ถ่ายภาพสวยระดับ Hasselblad Portrait ได้หลายระยะขึ้นมาก กดได้ตั้งแต่ 1x – 10x เลยนะ จากที่ Find X9 Pro ติดอยู่แค่ 3.6x รอบนี้ให้มาสุด ถูกใจสาย Portrait แน่นอน แล้วอย่างที่บอกว่าพอได้กล้อง Periscope เทพ ๆ 2 ระยะแบบนี้ ก็ช่วยให้ภาพที่ออกมาสวยขึ้น การประมวลผลของ OPPO ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง สกินโทนดีมาก มิติ การตัดขอบฉากหลังก็สมจริง แล้วระยะที่เลือกได้แบบไม่จำกัดเท่าเดิม ก็คือฟินจริง ๆ

ซูมคอนเสิร์ตไกลและชัดกว่าที่เคย

อ๊ะ…มีกล้องซูมดีขึ้นขนาดนี้ แถมยังได้ 2 ระยะใหม่ด้วย สายคอนเสิร์ตก็ยิ้มเลยสิ! ใช่แล้วครับ รอบนี้ OPPO Find X9 Ultra ยังคงคอนเซ็ปต์ #ซูมดีทุกคอนเสิร์ต เหมือนเคย แต่ซูมไกล และซูมชัดกว่าที่เคยนะ!

เพราะพอมีกล้องซูม 2 ระยะ 3x และ 10x ก็ช่วยให้การซูมใกล้ระดับ 3x – 6x คม ๆ หรือซูมไกลไปที่ 10x – 20x ก็ยังเอาอยู่สบาย ๆ ส่วนวิดีโอเอง ก็ซูมได้ไกลสูงสุด 30x ในความละเอียด 4K/60fps ด้วย แต่ถ้าไม่เน้นซูมไปไกลมาก เจาะที่ระยะ 3x ชัด ๆ ก็ยังมีความละเอียด 8K/30fps มาให้เลือกอีกด้วย เป็นไงล่ะ “ซูมไกลและชัดกว่าที่เคย” เลยใช่ไหมล่ะ!

@iphone_droid

ไปลองซูมมาแล้ว! OPPO Find X9 Ultra กับเลนส์ 10x ใหม่ ซูมไกล ซูมชัดกว่า และจะบอกว่า คลิปนี้โนบ้องนะจ๊ะ กล้องตัวเครื่องล้วน ๆ ✨👀 #iphonedroid #OPPOFindX9UItra #OPPOFindX9UltraTH #HasselbladinPocket #ซูมดีทุกคอนเสิร์ต

♬ original sound – iphone-droid.net – iphone-droid.net

มีชุดเลนส์เสริม OPPO Find X9 Ultra Hasselblad Earth Explorer Kit ด้วย

แต่ถ้าคิดว่าแค่ระยะ Optical 10x ของตัวเครื่องยังไม่สะใจพอ OPPO ก็มีทางเลือกเป็นชุดพิเศษ OPPO Find X9 Ultra Hasselblad Earth Explorer Kit มาให้ซื้อไปใช้งานร่วมด้วย ซึ่งรอบนี้ทรงพลังกว่าเดิม ไม่ได้มาแค่บ้องซูมใหม่ แต่ยังมีชุดเคสพิเศษ รวมถึงอุปกรณ์เสริมที่เรียกว่าเปลี่ยน Find X9 Ultra เป็นกล้องแบบจริงจังเลยล่ะ!

โดยตัวเลนส์เสริมจะมีขนาดใหญ่ขึ้นมาก รวมถึงน้ำหนักด้วย แต่ก็ได้ระยะที่เพิ่มขึ้นเป็น 300มม. ใช้ร่วมกับกล้อง Periscope 3x 200MP เท่านั้นนะครับ พอรวมกันแล้วจะได้ระยะ Optical Zoom ที่ 13x และซูมไกลสุดได้ 200x สำหรับภาพนิ่ง ส่วนวิดีโอได้ 13x – 60x เลยยยย

ส่วนตัวเคส OPPO Hasselblad Explorer Case ก็จะมีลวดลายคล้ายเครื่องสี Tundra Umber ให้ความรู้สึกที่เข้ากันดี และที่ตัวเคสจะมี Grip ในตัวขนาดกำลังดี ไม่หนาจนเกินไป แต่จับได้สะดวก พร้อมปุ่มควบคุม 2 ปุ่ม และก็มีแบตเตอรี่มาชาร์จเข้ากับตัวเครื่องได้ด้วย

ซึ่งพอรวมร่างกันเรียบร้อย ก็อย่างที่บอกไป เปลี่ยน OPPO Find X9 Ultra เป็นกล้อง Hasselblad ไปเลย ทั้งเลนส์ขนาดใหญ่เบิ้ม และเคสที่จับได้ถนัดมือยิ่งขึ้น

กล้องหน้า 50MP ใหม่ มี AF ด้วย!

ปิดท้ายที่กล้องหน้า OPPO Find X9 Ultra ได้กล้องหน้าความละเอียด 50MP อัปเกรดเซ็นเซอร์เป็น ISOCELL JN5 พร้อมรองรับ Autofocus ช่วยให้ถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอได้แม่นยำ มีมิติมากขึ้นไปอีกครับ ส่วนมุมมองก็กว้างสุดที่ 0.8x (21 มม.) เก็บภาพสวย มุมครบ!

โดยรวมในเรื่องกล้อง ก็บอกเลยว่า OPPO Find X9 Ultra ทำได้ดีสมกับที่ชูเป็นจุดเด่นหลักจริง ๆ ครับ เพราะมีทั้งฮาร์ดแวร์กล้องระดับสูงถึง 6 ตัว ใช้งานครอบคลุมตั้งแต่ระยะ 0.6x – 20x แบบหวังผลได้หมด แถมยังได้การประมวลผลภาพสวย ๆ ตามสไตล์ Hasselblad ที่ทั้งวิว บุคคล หรือซูม ก็ลงตัวอีก ตอน Find X9 Pro เราเคยรีวิวไว้ว่ากล้องทำได้ “ประทับใจ” มาก งั้น Find X9 Ultra รุ่นนี้ก็คงต้องใช้คำว่า “อัศจรรย์ใจ” แล้วแหละ!!

ระบบปฏิบัติการ ColorOS 16 กับประสบการณ์การใช้งานใหม่!

มาต่อกันที่เรื่องซอฟต์แวร์ OPPO Find X9 Ultra มาพร้อม ColorOS 16 เวอร์ชั่นล่าสุดบนพื้นฐาน Android 16 ที่มีการปรับปรุง UI จากเวอร์ชั่นก่อนหน้าอีกหน่อย รวมถึงความสามารถด้าน AI ด้วยเช่นกันครับ

อย่างเรื่องรูปลักษณ์ของ UI ก็มีการปรับให้สวยงามขึ้น เพิ่มเอฟเฟกต์ Visual Blur และ Contour Glow เข้ามาให้ไอคอน โฟลเดอร์ต่าง ๆ มีมิติเหมือนกระจกยิ่งขึ้น รวมถึงอนิเมชั่นเบลอเวลาเข้า-ออกแอปด้วย ทำให้ดูราบรื่นอีกพอสมควรเลยล่ะครับ

ส่วนในหน้าจอล็อก จะมี Live Space ลูกเล่นใหม่ เพิ่มเข้ามา เวลามีการแจ้งเตือนเยอะ ๆ แล้วไม่อยากให้มันรกเต็มหน้าล็อก แต่ก็ไม่อยากเคลียร์ไปเลย เราสามารถลากลงเพื่อย่อเป็นแบบแคปซูลเล็ก ๆ ได้ และสามารถแตะเพื่อขยายดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้อีก ซึ่ง UI มีความลื่นไหลดีมาก

ด้านฟีเจอร์ AI Mind Space ที่เคยเก่งอยู่แล้ว รอบนี้ก็เพิ่มความสามารถใหม่เข้ามาอีก มี AI Mind Pilot ที่เป็นศูนย์รวมผู้ช่วย AI จากทั้ง Gemini, Perplexity และ Deep Seek เข้าด้วยกัน ค้นหาข้อมูล หรืออยากถามอะไร ก็ทีเดียวได้เลย

ฝั่งแอปแปลภาษาก็เก่งขึ้นอีก เพราะสามารถแปลพวกเมนูเป็นภาษาต่าง ๆ ได้ รวมถึงเมนูที่ไม่มีภาพก็จะเจนภาพขึ้นมาประกอบให้ด้วย อันนี้ลองแล้วใช้ได้จริงครับ ถ้าได้ไปเที่ยวประเทศที่ไม่ค่อยถนัด ช่วยให้สะดวกขึ้นเยอะ และแน่นอนรองรับภาษาไทยนะจ๊ะ

ความเข้ากันกับแอปและอุปกรณ์อื่น ที่มากขึ้น

อีกหนึ่งเรื่องที่ OPPO นำเสนอมากบน Find X9 Ultra รอบนี้ คือการทำงานร่วมกับ Instagram อย่างใกล้ชิด จึงให้คุณภาพของคอนเทนต์ที่ดีกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการอัปโหลดภาพหรือคลิปลง IG รวมถึงการถ่าย Story ก็จะได้คุณภาพที่ดีที่สุด เทียบเคียงกับฝั่ง iPhone ได้สบาย ๆ

ส่วนเรื่องการส่งไฟล์หา iPhone รอบนี้ OPPO Find X9 Ultra ทำได้เหนือชั้นขึ้นอีก ไม่ใช่แชร์กันผ่าน O+ Connect เท่านั้นแล้ว เพราะเราสามารถส่งหากันระหว่าง Quick Share ไป AirDrop ได้เลยทันที ซึ่งกดส่งหาอุปกรณ์ Apple ไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPad หรือ Mac ได้ทันที* และอุปกรณ์ดังกล่าวก็ส่งกลับหา Find X9 Ultra ได้ด้วยเช่นกัน

*อุปกรณ์ทั้งหมดต้องเปิดรูปแบบการรับไฟล์เป็น Everyone ก่อน

ประสิทธิภาพระดับสูงสุดกับชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite Gen 5

มาเข้าเรื่องประสิทธิภาพกันต่อครับ OPPO Find X9 Ultra เลือกใช้ชิป Snapdragon 8 Elite Gen 5  ตัวแรงสุดของ Qualcomm ตอนนี้แล้ว ส่วนความจุในประเทศไทย จะมีให้เลือก 2 รุ่นคือ 12GB+512GB และ 16GB+1TB ครับ

ซึ่งผลทดสอบที่เราลองทดสอบดูจากแอป AnTuTu Benchmark v11 และ Geekbench 6 ก็ออกมาสูงมาก ๆ แบ่งเป็น

  • AnTuTu Benchmark v11 = 3913163 คะแนน
  • Geekbench v6 = Single-Core 3572 | Multi-Core 10483

*ทดสอบในรุ่นความจุ 12GB+512GB

ซึ่งแน่นอนว่าด้วยประสิทธิภาพของชิป Snapdragon 8 Elite Gen 5 และหน่วยความจำระดับสูงนี้ ก็หายห่วงเรื่องการทำงานหนัก ๆ ได้เลย อย่างการตัดต่อคลิป แต่งภาพความละเอียดสูง หรือจะเป็นการเล่นเกมหนัก ๆ ระดับ AAA บน Find X9 Ultra ก็เอาอยู่หมดครับ ลองมาให้แล้ว!

แบตเตอรี่ 7050mAh พร้อมชาร์จไว 100W SUPERVOOC

ส่วนเรื่องแบตเตอรี่ OPPO Find X9 Ultra ได้ความจุมาที่ 7050mAh เป็นแบตแบบ Silicone-Carbon  รุ่นที่ 3 แล้วด้วย ใช้งานกันจัดเต็มแน่นอน เท่าที่ลองใช้งานจริงแบบต่อเนื่อง ก็ไม่ต้องกังวลครับความจุระดับนี้ จะถ่ายรูป ถ่ายคลิปแบบจัดหนัก หรือเล่นเกมผ่อนคลายระหว่างวัน ยังไงก็ยังมีแบตเหลือแน่นอน!

ด้านระบบชาร์จรอบนี้ OPPO อัปเกรดให้รุ่น Ultra ด้วยความเร็วใหม่ 100W SUPERVOOC ที่ช่วยให้ชาร์จเต็มเร็วขึ้น แถมยังรองรับการชาร์จร่วมกับที่ชาร์จ PD อื่น ๆ ได้สูงสุด 55W ด้วย ใครไม่ได้รีบแบบความเร็วสูงสุด ใช้งานร่วมกับที่ชาร์จอื่นก็สะดวกเลยแบบนี้

ราคาและโปรโมชั่น OPPO Find X9 Ultra

OPPO Find X9 Ultra เปิดตัวมาด้วยกัน 2 ตัวเลือกสีคือ สีน้ำตาล Tundra Umber (สีที่รีวิว) และสีส้ม Canyon Orange มี 2 รุ่นความจุและราคาดังนี้เลย

  • รุ่น 12GB+512GB ราคา 54,999 บาท
  • รุ่น 16GB+1TB ราคา 69,999 บาท

สรุปแล้ว “นี่คือเรือธง Ultra ที่กล้องได้กล้อง Hasselblad ดีที่สุดจาก OPPO”

สรุปแล้ว OPPO Find X9 Ultra ก็ถือเป็นเรือธงรุ่น Ultra ที่จัดเต็มมาให้แฟน ๆ OPPO และ Hasselblad แบบไม่ต้องสงสัยเลยจริง ๆ ครับ เพราะทั้งดีไซน์ (ในสี Tundra Umber) ที่เหมือนเอากล้อง Hasselblad มาย่อเป็นขนาดมือถือ เก็บรายละเอียดได้ดีมาก ๆ ส่วนเรื่องกล้อง ก็ไม่ผิดหวัง อัปเกรดจากรุ่น Pro (ที่เคยดีมากอยู่แล้ว) สู่ Ultra อย่างแท้จริง ด้วยกล้องหลัง Ultra-Sensing ถึง 5 ตัว ครอบคลุมทุกระยะ เหมาะทั้งสายคอนเสิร์ตหรือสายท่องเที่ยว ตัวเดียวเอาอยู่ไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริม ประสิทธิภาพภายในที่เหนือชั้น บนซอฟต์แวร์ที่ลื่นไหลขั้นสุด แฟน ๆ OPPO สายสุดที่ต้องการความจัดเต็ม คิดว่าไม่ควรพลาดรุ่นนี้ด้วยประการทั้งปวงครับ!

รีวิว OPPO Find X9s

แวะไปรีวิวพี่ใหญ่ Ultra ซะเยอะเลย ขอกลับมาสรุปความน่าสนใจของ OPPO Find X9s ให้อีกหน่อยละกันเนอะ รุ่นนี้ถือเป็นอีกตัวเลือกสำหรับคนที่ไม่ได้อยากได้สุดทุกอย่างเหมือน Ultra เขา ขอแค่ได้กล้อง Hasselblad ดี ๆ สเปคระดับเรือธง ในราคาเข้าถึงได้ก็พอ รุ่นนี้แหละครับ จะเป็นคำตอบ!

ดีไซน์สดใส เหมาะพกพา

ต่อเลยละกันเนอะ OPPO Find X9s จะเจาะกลุ่มเรือธงเริ่มต้นชัดเจน มาพร้อมดีไซน์ที่เข้าถึงได้ด้วยการใช้สีสันที่สดใส อย่างเครื่องที่เราได้มาจะเป็นสีส้ม Sunset Orange ที่กำลังอินเทรนด์เลย มีความไล่เฉดจากอ่อนไปเข้มได้กำลังดี

ตัวเครื่องมาในทรงเหลี่ยมไปเลย มีโมดูลกล้องทรงสี่เหลี่ยมอยู่มุมซ้ายบนด้านหลัง คล้ายกับ OPPO Find X9 และแน่นอนที่โมดูลกล้องยังมีโลโก้ Hasselblad ยืนยันการร่วมมืออยู่ด้วย

หน้าจอก็ขนาดเท่ากันด้วย OPPO Find X9s ได้หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.59″ มีขอบหน้าจอบางเฉียบที่ 1.15 มม. และ Refresh rate 120Hz ตอบสนองได้ลื่นไหล 

ความละเอียด 1.5K (2760 × 1256 พิกเซล) คมชัดมากในขนาดหน้าจอ 6.59″ แสดงผลสวย ดูคอนเทนต์ หรือเล่นเกม ก็ถือว่าไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไปครับ

ขนาดและน้ำหนักก็ถือว่าพกพาสะดวกครับ เพราะมีความบางเพียง 7.99 มม.และน้ำหนัก 203 กรัม ถือใช้งานได้อย่างสบายมือ จะเล่นโซเชี่ยลแนวตั้ง ถือเล่นเกมแนวนอน ก็ไม่ติดขัด

โดยรวมดีไซน์ของ OPPO Find X9s ก็ถือว่าทำได้ตามมาตรฐานเรือธงของ OPPO ล่ะครับ ทั้งงานประกอบที่แน่นหนา วัสดุพรีเมี่ยมที่ใช้ และรอบนี้จะเน้นความสดใสมากขึ้น ด้วยสีสันที่สะดุดตา ไม่ได้จริงจังจนดูทางการเกินไป มีขนาดตัวเครื่องที่กำลังพอเหมาะพอเจาะในการใช้งานได้อย่างครอบคลุม

กล้อง Hasselblad ความละเอียด 50MP ถึง 3 ตัว มอบความละเอียดสูง คมชัด!

อย่างที่บอกไปว่า OPPO Find X9s นั้นวางกลุ่มเป้าหมายมาสำหรับ คนที่รักการถ่ายภาพ และชื่นชอบความเป็น Hasselblad ในราคาที่จับต้องได้ขึ้นมาอีกหน่อย ซึ่งรุ่นนี้ได้กล้องหลังที่พัฒนาร่วมกัน 3 ตัวมีสเปคดังนี้

  • 50MP กล้องหลัก 24 มม. (เซ็นเซอร์ LYT-700 1/1.56″) f/1.8 พร้อม OIS
  • 50MP กล้อง Ultra Wide Angle 15 มม. (เซ็นเซอร์ ISOCELL JN5 1/2.76″) f/2.0
  • 50MP กล้อง Periscope 3x 73มม. (เซ็นเซอร์​ LYT-600  1/1.95″) f/2.6 พร้อม OIS

อย่างที่เห็นเลยครับ ชุดกล้องที่ให้มาจัดเต็มใช้ได้ ความละเอียด 50MP ทั้งหมด ให้ความละเอียดสูงที่ใกล้เคียงกันทั้งหมด แถมโทนของภาพก็ไว้ใจได้แน่นอน เพราะผ่านการพัฒนาร่วมกับ Hasselblad มาเหมือนกับรุ่นพี่ ๆ ด้วย

มี Hasselblad Portrait แบบ Freezoom ระยะ 1x – 3x

ส่วนโหมด Portrait ก็หายห่วงครับ OPPO Find X9s ยังได้ Hasselblad Portrait มาเหมือนรุ่นพี่ ๆ แถมยังสามารถซูมได้อย่างอิสระ ตั้งแต่ 1x – 3x ช่วยให้เราได้ภาพบุคคลที่หลากหลายตามสถานการณ์ เหมือนมีเลนส์ Hasselblad ดี ๆ หลาย ๆ ตัวในเครื่องเดียวเลยล่ะ

ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จากกล้องของ OPPO Find X9s ก็ถือว่ายอดเยี่ยมครับ ยังคงเป็นกล้องที่ไว้ใจได้มาก ๆ เพราะทั้ง 3 ตัวที่ให้มาความละเอียดสูงเพียงพอ การจูนสีที่ใกล้เคียงกันทั้งหมด เก็บภาพวิวทั่วไป เก็บภาพ Portrait หรือจะซูมระยะใกล้ ก็เอาอยู่หมด และที่เราชอบมาก ๆ คือขนาดและน้ำหนักตัวเครื่องไม่มากจนเกินไป ทำให้เวลาเจอช็อตสวย ๆ ก็สามารถหยิบขึ้นมา Snap ภาพได้แบบสะดวกสุด ๆ นี่แหละ

ส่วนการบันทึกวิดีโอ OPPO Find X9s ก็ทำได้ดีตามมาตรฐานเรือธงครับ รองรับสูงสุดที่ 4K/60fps พร้อม Dolby Vision ด้วย สายคอนเทนต์ที่ชอบถ่ายคลิป ไม่ว่าจะเล่นหรือจริงจัง ตอบโจทย์เหลือ ๆ เลยล่ะครับ คุณภาพระดับนี้

โดยรวมในเรื่องกล้อง OPPO Find X9s ก็ถือว่าทำได้ดีตามมาตรฐาน เพราะให้ชุดกล้องมาครบระยะพื้นฐาน ตั้งแต่กว้างมากจนถึงซูมระยะใกล้ได้อย่างคมชัดที่ความละเอียดสูงสุด 50MP ทั้งหมด บวกกับมีการจูนซอฟต์แวร์ ร่วมกับ Hasselblad ทำให้ได้สีสัน และสกินโทนที่สวยถูกใจสาย Portrait หรือท่องเที่ยวแน่นอนครับ!

ประสิทธิภาพที่ลื่นไหลด้วยชิประดับเรือธงและ ColorOS 16 เวอร์ชั่นล่าสุด

ด้านประสิทธิภาพก็หายห่วงครับ ขึ้นชื่อว่าเป็นซีรีส์เรือธงซะอย่างนี่เนอะ OPPO Find X9s มาพร้อมชิปเรือธง Dimensity 9500s ที่ใช้งานได้เพียงพอ มอบความลื่นไหลและประสบการณ์ที่ดีในการทำงานทั่วไป จนถึงการเล่นเกมระดับกลาง – สูงได้แบบสบาย ๆ

เพื่อให้เห็นภาพขึ้นอีกหน่อย เราลองทดสอบกับแอป AnTuTu Benchmark v11 และ Geekbench 6 ก็ได้คะแนนออกมาน่าพอใจดังนี้เลยครับ

  • AnTuTu Benchmark v11 = 2927193
  • Geekbench 6 = Single-Core 2596 | Multi-Core 7723

*ทดสอบในรุ่นความจุ 12GB+512GB

ส่วนระบบปฏิบัติการก็ลื่นไหลหายห่วง เพราะ OPPO Find X9s มาพร้อม ColorOS 16 เวอร์ชั่นล่าสุด เช่นเดียวกับ Find X9 Ultra เลยครับ ได้ทั้งรูปลักษณ์ใหม่เอฟเฟกต์ของไอคอนและโฟลเดอร์ และความลื่นไหลที่ดีงาม

มี Live Space ในหน้าจอล็อก รวมถึงฟีเจอร์ AI ใหม่ ๆ อย่าง AI Mind Pilot, AI แปลภาษาเมนู ก็ให้มาครบ เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานได้อย่างมากเลยล่ะครับ

แบตเตอรี่จุใจ 7025mAh ใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวัน

ปิดท้ายกันที่เรื่องแบตเตอรี่เหมือนเดิม OPPO Find X9s ได้แบตเตอรี่ Silicone-Carbon ความจุมากถึง 7025mAh มาในขนาดตัวเครื่องกะทัดรัดเท่านี้ ถือว่าจัดเต็มมาก ให้เราใช้งานได้ทั้งวันแบบสบายใจได้เลย ก็ลองคิดดูสิ ขนาด Find X9 Ultra จอเบิ้ม 6.9″ ให้แบต 7050mAh ยังใช้งานเหลือ ๆ นี่จอ 6.59″ แต่แบตห่างกันแค่ 25mAh เอง สบาย!

ส่วนระบบชาร์จของ OPPO Find X9s ก็ยังเร็วมาก ให้มา 80W SUPERVOOC เหมือนรุ่นพี่ Find X9 และ Find X9 Pro แบตเยอะขนาดนี้ แต่ชาร์จไม่นานก็กลับมาลุยต่อกันได้ยาว ๆ แล้วครับ

ราคาและโปรโมชั่น OPPO Find X9s

OPPO Find X9s เปิดตัวมาด้วยกัน 3 สี ได้แก่ สีส้ม Sunset Orange, สีม่วง Lavender Sky และสีเทา Midnight Grey กับ 2 รุ่นความจุ มีราคาดังนี้เลยครับ

  • รุ่น 12GB+256GB ราคา 29,999 บาท
  • รุ่น 12GB+512GB ราคา 34,999 บาท

สรุปแล้ว “นี่คือทางเลือกเรือธงรุ่นเริ่มต้น ที่ได้กล้อง Hasselblad และดีไซน์สุดโดดเด่น”

สรุปแล้ว OPPO Find X9s ก็ถือเป็นเรือธงรุ่นเริ่มต้นใหม่จาก OPPO ที่ยังคงจัดเด่นและความน่าใช้ไว้ครบ ตั้งแต่กล้องหลัง Hasselblad 50MP ครบทั้ง 3 ตัว ดีไซน์พรีเมี่ยม และมาในสีสันที่โดดเด่น อย่างสีส้ม Sunset Orange ที่เราได้มารีวิว ถือว่าเป็นส้มที่ถูกต้อง และกลมกล่อมกำลังดี น่าจะถูกใจหลายคน มีสเปคภายในที่ครอบคลุม และซอฟต์แวร์ที่มอบประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลและสะดวกสบาย เป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนที่ต้องการฟีเจอร์ระดับเรือธง ในงบที่ไม่สูงจนเกินไปจริง ๆ

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับ รีวิว OPPO Find X9 Ultra และ OPPO Find X9s สองรุ่นใหม่ที่มาเติมเต็มให้กับ Find X9 Series จนสมบูรณ์ในปีนี้ วางกลุ่มเป้าหมายไว้ชัดเจนอย่างที่บอกไป เชื่อว่าคงถูกใจใครหลายคน ส่วนรีวิวนี้ก็ถือเป็นรีวิวที่ยาวเอาเรื่องเนอะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังเล็ง ๆ รุ่นใหม่นี้อยู่ ไม่มากก็น้อยครับ ขอบคุณที่ติดตามกันมาตั้งแต่ต้นจนจบ…

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More