ติดตามพวกเรา

Featured

รีวิว OPPO F9 แฟชั่นผสานรวมกับเทคโลโนยีชาร์จไว VOOC อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ที่ไม่เคยมีมาก่อน

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

OPPO F9 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่เรียกว่าเป็นการข้ามขีดจำกัดด้านการดีไซน์ของ OPPO อีกรุ่นเลยก็ว่าได้ ด้วยรอยบากหน้าจอแบบหยดน้ำเพื่อให้พื้นที่ด้านหน้าใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด และชาร์จไว VOOC เป็นรุ่นแรกในซีรีย์ F

OPPO F9 Review

เชื่อว่าทุกคนรู้จักสมาร์ทโฟนซีรีย์ F ของ OPPO เป็นสมาร์ทโฟนที่มีความโดดเด่นด้านกล้องเซลฟี่ที่ถ่ายสวยด้วย AI Beauty และราคาที่ทุกคนสามารถจับต้องได้ ซึ่งในรุ่นใหม่ OPPO F9 จะเป็นรุ่นที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่ดีที่สุดของ OPPO เพื่อให้แฟนๆ สามารถใช้งานได้อย่างเทคโนโลยี VOOC Flash Charge และดีไซน์ที่พัฒนาไปอีกขั้น แต่ก่อนที่จะไปดูรีวิวแบบเจาะลึกทุกฟีเจอร์ มาดูข้อมูลสเปคของรุ่นนี้กันก่อนเลย

  • ราคาเปิดตัว 10,990 บาท (สิงหาคม 2018)
  • ขนาดตัวเครื่อง 156.7 x 74.04 x 7.99 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 169 กรัม
  • หน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว LTPS IPS LCD ความละเอียดระดับ FullHD+ (2340 x 1080 พิกเซล)
  • ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบด้วย ColorOS 5.2
  • ชิพเซ็ต Mediatek MT6771 Helio P60
  • จีพียู Mali-G72 MP3
  • แรม 6GB
  • ความจุตัวเครื่อง 64GB ใสเมมเพิ่มได้สูงสุด 256GB
  • กล้องหลังเลนส์คู่ 16 ล้านพิกเซล (RGB) รูรับแสง f/1.8 และ 2 ล้านพิกเซล (Depth Sensor) รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล (RGB) รูรับแสง f/2.0
  • พอร์ตเชื่อมต่อ microUSB, Wi-Fi ac, Bluetooth 4.2
  • แบตเตอรี่ 3500mAh ชาร์จไว VOOC Flash Charge 5V/4A 20W
  • จดจำใบหน้าและสแกนลายนิ้วมือ

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

OPPO F9 Review

อุปกรณ์ที่มีให้ในกล่อง ได้แก่ ตัวเครื่อง OPPO F9 พร้อมแบตเตอรี่ในตัว, สาย microUSB, อะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว VOOC, เคสใส, คู่มือใช้งาน และเข็มจิ้มถาดใส่ซิม

 

OPPO F9 Review

สำหรับอะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว VOOC รองรับกระแสไฟสูงสุด 5V/4A 20W ใช้คู่กับสายชาร์จที่แถมมาให้ในกล่อง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการชาร์จไวที่มีอยู่ในสมาร์ทโฟนไฮเอนด์ของ OPPO แต่ในวันนี้ถูกนำมาใช้งานกับสมาร์ทโฟนระดับกลางแล้ว เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ง่ายมากขึ้น

 

OPPO F9 New Features

OPPO F9 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มีการไล่เฉดสีทั้งตัวขอบเครื่องและฝาหลัง ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็เห็นถึงสีสันที่โดดเด่นของตัวเครื่อง ซึ่งในรุ่นนี้ไม่ได้มีการไล่เฉดสีเพียงอย่างเดียว แต่ยังเพิ่มลวดลายกลีบดอกไม้ที่จะมองเห็นได้เมื่อสีแสงไฟตกกระทบหรือมองตัวเครื่องจากมุมต่างๆ จึงทำให้รุ่นนี้มีความโดดเด่น สวยหรู ถือใช้งานได้เหมือนเป็นเครื่องประดับชิ้นหนึ่ง

 

OPPO F9 Review

สีแดง (Sunrise Red) เป็นการไล่เฉดสีที่ได้แรงบันดาลใจมาจากท้องฟ้ายามพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งลวดลายที่เห็นชัดนี้ต้องหันหามุมและให้แสงตกกระทบพอดี

 

OPPO F9 Review

สีน้ำเงิน (Twilight Blue) ได้แรงบันดาลใจมาจากท้องฟ้ายามค่ำคืน ซึ่งทุกครั้งที่มองจากมุมต่างกันก็จะเห็นความเข้มของเฉดสีและลวดลายแตกต่างกันออกไป

 

OPPO F9 Review

พื้นที่ด้านหน้าตัวเครื่องเต็มไปด้วยพื้นที่ของหน้าจอแสดงผลที่ขยายให้ชิดขอบทุกด้าน และเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มาพร้อมหน้าจอรอยบากทรงหยดน้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่รอยบากเล็กๆ สำหรับติดตั้งเลนส์กล้องหน้า ทำให้ได้พื้นที่หน้าจอแสดงผลเพิ่มขึ้นถึง 90.8% ของพื้นที่ด้านหน้า เป็นการใช้ประโยชน์พื้นที่ด้านหน้าได้อย่างเต็มที่จริงๆ โดยมีหน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด 2340 x 1080 พิกเซล อัตราส่วนหน้าจอ 19.5:9 เป็นหน้าจอแบบยาวที่ให้มุมมองกว้างมากขึ้น เพื่อรองรับการแสดงผลคอนเทนท์และวิดีโอได้แบบเต็มตา แต่ขนาดตัวเครื่องไม่ได้ใหญ่จนเกินไป ยังคงจับใช้งานถนัดในมือเดียว

 

OPPO F9 Review

หลายคนอาจไม่ทันสังเกตว่าลำโพงสำหรับคุยโทรศัพท์หายไปไหน รวมถึงเซ็นเซอร์ที่จำเป็นต้องอยู่ด้านหน้าก็ไม่เห็นมีเลย ซึ่งตรงนี้เองก็เป็นอีกหนึ่งการดีไซน์ที่ลำสมัยจาก OPPO ในการซ่อนลำโพง เซนเซอร์ต่างๆ และดูสะอาดตาด้วยการเคลือบผิวหน้าจอให้ดูเนียนเป็นพื้นหน้าจอที่ดำสนิท

 

OPPO F9 Review

OPPO F9 มีพอร์ตเชื่อมต่อแบบ microUSB และมีช่องหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5mm ใช้งานร่วมกับหูฟังทั่วไปได้

 

OPPO F9 Review

ถาดใส่ซิมเป็นแบบ 3 Slot รองรับซิมการ์ดขนาด Nano SIM จำนวน 2 ช่อง และใส่ microSD card เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บให้กับตัวเครื่องได้สูงสุด 256GB

 

OPPO F9 Review

ด้านหลังมีเลนส์กล้องคู่ครั้งแรกของสมาร์ทโฟนในซีรีย์ F โดยการวางโมดูลกล้องในแนวนอน เลนส์หลักมีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล (RGB) รูรับแสง f/1.8 และ 2 ล้านพิกเซล (Depth Sensor) รูรับแสง f/2.4 สำหรับการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ Portrait Mode

 

อินเตอร์เฟซและฟังก์ชั่นการใช้งาน

OPPO F9 Review

OPPO F9 รันระบบปฏิบัติการ ColorOS 5.2 ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ซึ่งก็เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดแล้วในขณะนี้ เป็นการปรับโฉมด้านสีสันและตัวหนังสือใหม่อีกครั้ง โดยตัวซอฟต์แวร์ถูกออกแบบเพื่อการใช้งานสำหรับหน้าจอที่มีความกว้างโดยเฉพาะ รวมถึงหน้าตาที่ดูเรียบง่าย สบายตา และไม่มีแอพขยะติดตั้งมาให้รกตัวเครื่องด้วย

 

OPPO F9 Review

เริ่มจากในหน้าจอหลัก แม้จะเป็นฟีเจอร์ที่มีมาตั้งแต่เวอร์ชั่นก่อนหน้า แต่เชื่อว่าหลายคนอาจแทบไม่เคยใช้งานหรืออาจยังไม่ทราบว่าช่วยให้เรียกใช้งานเมนูข้างในแอพทำได้รวดเร็วมากขึ้นจริงๆ เมื่อแตะค้างที่ไอคอนแอพพลิเคชั่นก็จะมีเมนด่วน (Quick Actions Menus) เด้งขึ้นมาให้เลือกใช้งานแตกต่างกันออกไปตามแต่ละแอพพลิเคชั่น เช่น แอพกล้องก็จะมีเมนู การถ่ายภาพบุคคล เซลฟี่หน้าสวย เซลฟี่สติกเกอร์ อัดวิดีโอ สามารถเลือกแตะใช้งานทันได้ที เป็นต้น

 

OPPO F9 Review

อย่างที่ทราบกันว่าสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของ OPPO มีเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยให้การจัดการสิ่งต่างๆ ในตัวเครื่องนั้นง่ายและสะดวกสบายกับผู้ใช้งานมากขึ้น ซึ่งบนระบบปฏิบัติการ ColorOS 5.2 ก็มีผู้ช่วยแบบชาญฉลาด (Smart Assistant) ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่รวมข้อมูลต่างๆ ไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นสถาพอากาศ ติดตามก้าวเดิน กิจกรรมต่างๆ จากปฏิทิน แอพพลิเคที่ใช้งานบ่อยๆ และรายชื่อติดต่อโปรด เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใช้งานในคลิกเดียว โดยสามารถเข้าใช้งานได้โดยปัดหน้าจอโฮมไปทางขวาเพื่อเข้าสู่หน้าจอนี้

 

OPPO F9 Review

OPPO F9 มาพร้อมแอพพลิเคชั่นสำหรับจัดการโทรศัพท์ (Phone Manager) ที่คอยตรวจสอบการทำงานและแก้ไขให้กลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพเหมือนเดิมเพียงคลิกเดียว ไม่ต้องกดหาหรือไล่ลบแอพให้ยุ่งยากอีกต่อไปแล้ว

 

OPPO F9 Review

หน้าจอแสดงผลสวยงามรูปหยดน้ำที่กว้าง 19.5:9 ความคมชัดระดับ FullHD+ ทำให้การดูคอนเทนท์บนหน้าจอมีความคมชัด เป็นประโยชน์มากๆ เมื่อดูหน้าเว็บไซต์หรืออ่านบทความ ไม่ต้องเลื่อนหน้าจอบ่อยๆ และเมื่อดูหนังหรือวิดีโอก็จะได้มุมมองภาพแบบเต็มตาใกล้เคียงกับสัดส่วนภาพในโรงหนัง

 

OPPO F9 Review

เมื่อหน้าจอยาวและกว้างมากขึ้นแล้ว ทาง OPPO ก็ได้มีการเพิ่มฟีเจอร์การสั่งงานด้วยท่าทางการสัมผัสด้วยปลายนิ้วที่เรียกว่า Full Screen Gestures เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานมากกว่าการเอื้อมนิ้วไปกดปุ่มนำทาง

  • กลับสู่หน้าจอโฮมได้ง่ายๆ โดยการปัดขึ้นจากตรงกลางจอด้านล่าง
  • ย้อนกลับ ปัดขึ้นจากด้านล่างของจอฝั่งขวา
  • Multitasking ปัดขึ้นจากด้านล่างของจอฝั่งซ้าย
  • ศูนย์ตั้งค่า ปัดลงจากด้านบนจอ

ฟีเจอร์การสั่งงานด้วยท่าทาง นอกจากจะเป็นการมอบประสบการณ์การใช้งานใหม่ๆ และช่วยให้ง่ายในการใช้งานแล้ว ยังทำให้หน้าจอแสดงผลไม่มีปุ่มนำทางบดบังหรือเกะกะสายตาอีกด้วย

 

OPPO F9 Review

ฟีเจอร์การแบ่งหน้าจอ (Split Screen) สำหรับแบ่ง 2 หน้าจอ ใช้งานแอพพลิเคชั่นได้พร้อมกัน 2 แอพ เช่น เล่นเกมพร้อมกับแชทคุยกับเพื่อนๆ หรือดูวิดีโอและคุยแชทกับเพื่อนก็ทำได้ เป็นต้น

 

OPPO F9 Review

Smart Bar ช่วยสลับการใช้งานแอพ ส่งไฟล์ ตอบแชท จับภาพหน้าจอขณะดูวิดีโอหรือเล่นเกมได้โดยไม่ต้องสลับหน้าจอไปมา ช่วยเพิ่มความสะดวกและง่ายต่อการใช้งานมากขึ้น โดยจะมีการแสดงไอคอนแอพ แบบลอยอยู่ด้านข้างหน้าจอ

OPPO F9 Review

ความฉลาดของ AI ในแอพพลิเคชั่นรูปภาพ มีความสามารถตรวจจับใบหน้าและจดจำใบหน้าของแต่ละบุคคลได้ เพื่อแยกเป็นอัลบั้มเดียวกัน ทำให้สามารถค้นหารูปภาพได้ง่ายมากขึ้น รวมถึงการแบ่งอัลบั้มตามสถานที่ และประเภทของรูปถ่ายได้ด้วย

 

OPPO F9 Review

แอพรูปภาพยังใช้ประโยชน์จากการจดจำใบหน้าด้วย AI ในการนำมาใช้ร่วมกับฟีเจอร์ที่เรียกว่า ความทรงจำ (Memories) เพื่อนำภาพถ่ายที่เกี่ยวข้องกับบุคคลนั้นๆ มาทำเป็นคลิปวิดีโอน่ารักๆ บันทึกถึงความทรงจำจากการถ่ายภาพในแต่ละช่วงเวลา เช่น ไปเที่ยวสถานที่ใดที่หนึ่ง ก็รวมเป็นคลิปเดียวกันได้ เป็นต้น

 

OPPO F9 Review

เราสามารถเลือกธีม (Theme) ให้กับคลิปวิดีโอ ใส่เสียงเพลง ภาพปก ข้อความ และแก้ไขรูปภาพได้ ซึ่งวิดีโอที่สร้างเสร็จแล้วจะบันทึกลงเครื่องหรือแชร์ลงโซเชียลได้ทันที

 

OPPO F9 Review

ฟีเจอร์ด้านการเชื่อมต่อรองรับเครือข่าย 4G และรองรับ VoLTE การโทรด้วยความเร็วสูงผ่านสัญญาณ 4G ที่ให้คุณภาพเสียงสนทนามีความคมชัดมากขึ้น สามารถใช้เน็ตไปพร้อมๆ กันได้ และยังรองรับ VoWi-Fi ที่สามารถโทรผ่านไวไฟได้อีกด้วย

 

OPPO F9 Review

ในเรื่องของความปลอดภัย นอกจากจะมีระบบสแกนลายนิ้วมือด้านหลังตัวเครื่องแล้ว ยังสามารถใช้การจดจำใบหน้าในการปลดล็อคหน้าจอได้ด้วย ช่วยเพิ่มความสะดวกและง่ายในการเข้าใช้งาน จากที่เปิดใช้งานถือว่าทำได้ดีมาก ปลดล็อคได้อย่างรวดเร็ว

 

OPPO F9 Review

ด้านประสิทธิภาพการทำงาน OPPO F9 ใช้ชิพประมวลผล Mediatek MT6771 Helio P60 ที่รองรับการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI โดยซีพียู Octa-core แบ่งการทำงานออกเป็น 2 ระดับตามการใช้งาน คือ Quad-core 2.0GHz Cortex-A73 และ Quad-core 2.0GHz Cortex-A53 พร้อมกราฟิกหรือจีพียูMali-G72 MP3 และแรม 6GB เล่นเกมได้ไม่มีปัญหา

 

OPPO F9 Review

ในการเล่นเกมสามารถเปิดโหมดการเร่งความเร็วเกม เพื่อเรียกใช้งานซีพียูและปรับจีพียูให้จัดลำดับความสำคัญให้มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการเล่นเกม และไม่ให้มีการรบกวนระหว่างเล่นเกมได้

 

OPPO F9 Review

แบตเตอรี่ขนาด 3500mAh มีระบบจัดการพลังงานด้วย AI ช่วยให้ใช้งานได้ยาวนานทั้งวันสำหรับการใช้งานทั่วไป และรองรับชาร์​จไว VOOC Flash Charge ด้วยไฟสูงสุด 5V/4A ช่วยให้ชาร์จเร็วกว่าการชาร์จปกติบนสมาร์ทโฟนทั่วไปถึง 4 เท่า ชาร์จเพียง 5 นาที ใช้โทรคุยกันได้นานถึง 2 ชั่วโมง ซึ่งถ้าใครชาร์จสมาร์ทโฟนด้วยไฟ 1A หรือ 2A อยู่ ถ้าได้ชาร์จ OPPO ด้วยระบบ VOOC จะเห็นถึงความเร็วในการชาร์จที่ชัดเจนมากๆ จึงเป็นประโยชน์มากๆ ในช่วงเวลาเร่งรีบใช้งานสมาร์ทโฟน ฟีเจอร์นี้ช่วยได้เยอะมากๆ

 

กล้องเซลฟี่ 25 ล้านพิกเซล AI Beauty 2.1

OPPO F9 Review

เริ่มจากกล้องหน้าความละเอียด 25 ล้านพิกเซล มีเทคโนโลยีผู้ช่วย AI Beauty 2.1 สามารถตรวจจับใบหน้าและช่วยปรับแต่งใบหน้าให้ออกมาสวยงามอัตโนมัติ และยังช่วยปรับแต่งคอ แขน ให้ออกมาสวยสมบูรณ์ด้วย

 

OPPO F9 Review Camera Mode OPPO F9 Review Camera Mode OPPO F9 Review Camera Mode OPPO F9 Review Camera Mode

ภาพเซลฟี่ในโหมดปกติที่มี AI ก็ได้ภาพที่ออกมาสวยสว่างและสวยธรรมชาติแล้ว ซึ่งถ้าหากเป็นการถ่ายย้อนแสงหรือที่แสงน้อยก็สามารถเปิด HDR เพื่อให้ได้รายละเอียดของภาพที่คมชัดมากขึ้น

 

OPPO F9 Review Camera Mode OPPO F9 Review Camera Mode

เอฟเฟ็กต์โบเก้ (Bokeh Effect) เซลฟี่ด้วยกล้องหน้าแบบหน้าชัดหลังเบลอก็ทำออกมาได้ดีเกินคาด ละลายฉากหลังได้เนียนๆ

 

OPPO F9 Review Camera Mode OPPO F9 Review Camera Mode OPPO F9 Review Camera Mode

กล้องหน้ามีการเพิ่ม Super Vivid Mode ช่วยเพิ่มโทนสีให้ภาพเซลฟี่มีสีสันสดใส โดดเด่นมากขึ้น

 

OPPO F9 Review Camera ModeOPPO F9 Review Camera Mode

AR Sticker เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ช่วยให้การเซลฟี่สนุกมากขึ้น ด้วยลูกเล่นสติกเกอร์น่ารักๆ ใส่ลงในภาพถ่ายขณะทำการถ่ายภาพ และให้มุมมองแบบ 3 มิติ สามารถเลือกใช้งานได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง มีให้เลือกใช้ได้หลายแบบ

 

กล้องหลังคู่ Portrait Mode หน้าชัดหลังเบลอ

OPPO F9 Review Camera Mode OPPO F9 Review Camera Mode OPPO F9 Review Camera Mode OPPO F9 Review Camera Mode

ครั้งแรกที่สมาร์ทโฟนซีรีย์ F มีกล้องหลังเลนส์คู่ โดยเลนส์หลักมีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล (RGB) รูรับแสง f/1.8 และ 2 ล้านพิกเซล (Depth Sensor) รูรับแสง f/2.4 เพื่อการถ่ายภาพบุคคลหรือ Portrait ที่สวยงามมากขึ้น ซึ่งกล้องของ OPPO ในหลายรุ่นที่ผ่านมาจนมาถึงในรุ่นนี้ต้องยอมว่ากล้องหลังทำออกมาได้มากแม้จะเป็นการถ่ายภาพในโหมดปกติก็ตาม และยิ่งเป็นกล้องหลังคู่ด้วยแล้ว การถ่ายภาพ Portrait Mode สามารถถ่ายภาพบุคคลแบบหน้าชัดหลังเบลอได้สวยเนียนเป็นธรรมชาติมากขึ้น

 

OPPO F9 Review Camera Mode OPPO F9 Review Camera Mode OPPO F9 Review Camera Mode OPPO F9 Review Camera Mode OPPO F9 Review Camera Mode OPPO F9 Review Camera Mode OPPO F9 Review Camera Mode OPPO F9 Review Camera Mode OPPO F9 Review Camera Mode OPPO F9 Review Camera Mode

ภาพถ่าย Portrait Mode จะเห็นการว่าตัดขอบของตัวนางแบบและการทำเอฟเฟ็กต์ละลายฉากหลังนั้นทำออกมาได้สวยมากๆ แทบไม่เห็นรอยเลอะบริเวณขอบเลย แม้แต่เส้นผมก็ยังสามารถตัดขอบได้คม ก็คงต้องยกให้การพัฒนาด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของ OPPO ได้มีการพัฒนาให้ทำงานออกมาอย่างมีประสิทธิภาพดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

Artistic Portrait Mode จัดแสงสวยแบบ 3D lighting

OPPO F9 Review Camera Mode OPPO F9 Review Camera Mode OPPO F9 Review Camera Mode

OPPO F9 ยังมีฟีเจอร์ที่ช่วยให้การถ่ายภาพบุคคลออกมาสวยจากการจัดแสงในรูปแบบต่างๆ ด้วยฟีเจอร์ที่เรียกว่า Artistic Portrait Mode โดยการใช้เทคนิคแสงแบบ 3D lighting ให้ออกมาสมบูรณ์แบบเหมือนอยู่ในสตูดิโอ  ได้แก่ Natural light, Rim light, Tone light, Film light และ Bi-color light

 

ภาพสวยมีชีวิตชีวาด้วย Super Vivid Mode

OPPO F9 Review Camera Mode OPPO F9 Review Camera Mode OPPO F9 Review Camera Mode OPPO F9 Review Camera Mode

ถ่ายภาพได้คมและสวยแล้ว เฉดสีของภาพก็เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความรู้สึกได้เป็นอย่างดี ซึ่งใน OPPO F9 ได้มีการเพิ่มโหมด Super Vivid Mode ให้กับกล้องหลังด้วย เพื่อช่วยแต่งเติมสีสันให้ดูสวยงาม โดดเด่น มีชีวิตชีวามากขึ้นด้วย

 

OPPO F9 Review

กล้องหลังสามารถระบุภาพที่กำลังถ่ายได้ 16 ประเภท แล้วปรับค่ากล้องให้เหมาะการถ่ายภาพนั้นๆ อัตโนมัติ เช่น เมื่อหันกล้องไปที่อาหาร จะมีไอคอนอาหารขึ้นมา สามารถกดถ่ายภาพได้ทันที เราไม่ต้องตั้งค่ากล้องใดๆ เลย สะดวกมากๆ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง

OPPO F9 Review AI Scene Recognition OPPO F9 Review AI Scene Recognition OPPO F9 Review AI Scene Recognition OPPO F9 Review AI Scene Recognition OPPO F9 Review AI Scene RecognitionOPPO F9 Review Camera Mode OPPO F9 Review AI Scene RecognitionOPPO F9 Camera Testing OPPO F9 Camera Testing OPPO F9 Camera Testing OPPO F9 Camera Testing OPPO F9 Camera Testing OPPO F9 Camera Testing OPPO F9 Camera Testing OPPO F9 Camera Testing

 

สรุปจุดเด่น

  • OPPO F9 เป็นสมาร์ทโฟนที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว รูปลักษณ์สวยงามไม่เหมือนใคร ทั้งด้านดีไซน์การไล่เฉดสี และเพิ่มลวดลายกลีบดอกไม้ที่ฝาหลัง เป็นการนำแฟชั่นเข้ามารวมกับเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว
  • หน้าจอแสดงผลขนาด 6.3 นิ้ว มีรอยบากแบบหยดน้ำ ทำให้เห็นขอบดำน้อยลงมากเมื่อเทียบกับรอยบากแบบเดิม และความคมชัดระดับ FullHD+ ดูหนัง เล่นเกม ได้เต็มตามากขึ้น
  • ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบด้วย ColorOS 5.2 มีฟีเจอร์ใหม่ๆ ใช้งานเพียบ ซึ่งทำงานเทคโนโลยี AI ที่เข้ามาจัดการระบบได้อย่างชาญฉลาด
  • รุ่นที่นำเข้ามาวางจำหน่ายในเป็นรุ่นแรม 6GB ซึ่งช่วยให้การใช้งานมัลติทาสกิ้ง สลับแอพไปมาได้ลื่นไหลดี
  • กล้องหลังเลนส์คู่ ถ่ายภาพ Portrait Mode ได้สวยงามมากๆ และมีลูกเล่นอื่นๆ ให้การถ่ายภาพมีความสนุกมากขึ้นด้วย รวมไปถึงกล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล ถูกใจคนรักเซลฟี่อย่างแน่นอน
  • แบตเตอรี่ 3500mAh ชาร์จไว VOOC Flash Charge 5V/4A 20W ชาร์จ 5 นาที คุยได้ 2 ชั่วโมง

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่มี NFC

OPPO F9 สีแดง (Sunrise Red) และสีน้ำเงิน (Twilight Blue) วางจำหน่ายแล้ว และสีม่วง (Starry Purple จะเริ่มเปิดจอง 8 – 26 กันยายนนี้ ในราคา 10,990 บาท

Android News

รวมโปรเด็ด HUAWEI Mate30 Pro จาก AIS, dtac และ TrueMove H เริ่มต้นเพียง 12,490 บาท

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

HUAWEI Mate 30 Pro Promotions

วันนี้จะพาไปอัปเดทโปรโมชั่นเด็ด HUAWEI Mate30 Pro จากทุกค่าย AIS, dtac และ TrueMove H ในราคาสุดคุ้ม เริ่มต้นเพียง 12,490 บาทเท่านั้น สมาร์ทโฟนเรือธงที่เปิดตัวมาพร้อมฟีเจอร์และเทคโนโลยีใหม่ๆ มากมาย ซึ่งเป็นเป็นสมาร์ทโฟนที่ออกมาสร้างมาตรฐานใหม่ทั้งด้านการดีไซน์และประสิทธิภาพการทำงานทุกด้านไม่ว่าจะเป็นฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์

 

HUAWEI Mate 30 Pro Promotions

ก่อนจะไปดูโปรโมชั่น เรามาดูฟีเจอร์เด็ดของ HUAWEI Mate30 Pro กันก่อนว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง เริ่มจากกล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดกล้องหลัก 40 ล้านพิกเซล, เลนส์ Cine Camera (Ultra-Wide) ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล, เลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้อง TOF สำหรับเก็บรายละเอียด ทำให้ถ่ายรูปได้ทุกสถานการณ์และได้ภาพสวยในทุกมุมมองทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ ถูกใจคนรักการถ่ายรูปแน่นอน

 

HUAWEI Mate 30 Pro Promotions

ความเร็วแรงของตัวเครื่องต้องยกให้กับรุ่นนี้เลย HUAWEI Mate30 Pro ใช้ชิปเซ็ต Kirin 990 รุ่นใหม่ล่าสุดซึ่งผลิตบนสถาปัตยกรรมแบบ 7 นาโนเมตร เร็ว แรง และใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ รวมไปถึงแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4500mAh รองรับชาร์จเร็ว HUAWEI SuperCharge 40W อีกด้วย

 

HUAWEI Mate 30 Pro Promotions

หน้าจอแสดงผลของ HUAWEI Mate30 Pro เป็นการดีไซน์แบบ Horizon Display ขนาด 6.53 นิ้ว โค้งมนทำมุม 88 องศา และมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ Innovative Side-Touch Interaction ใช้แทนปุ่มเพิ่มลดเสียงบริเวณด้านข้างของตัวเครื่องแบบล้ำๆ ไม่เหมือนใคร

มาถึงโปรโมชั่นโดนๆ จาก 3 ค่าย AIS, dtac และ TrueMove H เริ่มต้นเพียง 12,490 บาทเท่านั้น ใครใช้งานค่ายไหนอยู่ก็เลือกค่ายนั้นได้เลย

  • HUAWEI Mate30 Pro จาก AIS ราคาพิเศษ 12,490 บาท สำหรับลูกค้ารายเดือน เมื่อสมัครแพ็กเกจและชำระค่าบริการล่วงหน้าตามเงื่อนไขที่กำหนด คลิกดูรายละเอียดที่นี่
  • HUAWEI Mate30 Pro จาก dtac ราคาพิเศษ 15,490 บาท สำหรับลูกค้าปัจจุบันรายเดือน ย้ายค่ายเบอร์เดิม หรือเปิดเบอร์ใหม่ เมื่อสมัครแพ็กเกจและชำระค่าบริการล่วงหน้าตามเงื่อนไขที่กำหนด คลิกดูรายละเอียดที่นี่
  • HUAWEI Mate30 Pro จาก TrueMove H ราคาพิเศษ 13,490 บาท สำหรับลูกค้าปัจจุบันรายเดือน ย้ายค่ายเบอร์เดิม หรือเปิดเบอร์ใหม่ เมื่อสมัครแพ็กเกจและชำระค่าบริการล่วงหน้าตามเงื่อนไขที่กำหนด คลิกดูรายละเอียดที่นี่
อ่านต่อ...

Android News

OPPO A9 2020 สเปคแรงสุด จัดเต็มทุกฟีเจอร์ The Best Super Spec Smartphone ของปี 2019

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone

OPPO A9 2020 สมาร์ทโฟนสเปคแรงสุดในปี 2019 ราคาไม่ถึง 9,000 บาท อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ใหม่เพียบจนได้ฉายา The Best of Super Spec Smartphone ซึ่งเป็นรุ่นที่น่าสนใจ คุ้มค่าคุ้มราคา

ดีไซน์ระดับพรีเมี่ยม

OPPO A9 2020 Marine GreenOPPO A9 2020 Marine Green

ด้านดีไซน์ต้องบอกว่า OPPO ได้สร้างเอกลักษณ์ให้มีความโดดเด่นในทุกรุ่นจริงๆ โดยรุ่น OPPO A9 2020 สี Marine Green และ Space Purple เราจะเห็นถึงการไล่เฉดจากสีเชียวอ่อนรอบนอกค่อยๆ เข้มขึ้นไปจบที่ตรงกลางเครื่อง และยังมี

 

OPPO A9 2020

อีกหนึ่งสีใหม่ OPPO A9 2020 Vanilla Mint ซึ่งเป็นสีที่กำลังมาในเทรนด์สีของปี 2020

 

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มีหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว New Waterdrop Screen ซึ่งเป็นการดีไซน์รอยบากทรงหยดน้ำให้มีขนาดเล็กลงกว่าเดิมถึง 31.4% และมีพื้นที่ในการใช้งานมากขึ้น เห็นหน้าจอได้เต็มตา ขณะที่ตัวเครื่องก็ไม่ใหญ่จนเกินไป ยังคงจับถือได้สะดวกเหมือนเดิม อีกทั้งยังมาพร้อมกับโหมดถนอมสายตาตัดแสงสีฟ้า (Blue Shield) ออกไปได้อย่างสมบูรณ์แบบมากขึ้นทำให้เราเสียสายตามากนักระหว่างการใช้งานช่วงกลางคืนหรือช่วงที่แสงน้อย รวมไปถึงหากใครที่ใช้งานกลางแจ้งก็ยังมีฟีเจอร์ Sunlight Screen ที่ทำให้เราเห็นหน้าจอแสดงผลได้ชัดเจนขึ้นอีกด้วย

 

สเปคแรงสุด ใช้งานลื่นไหล

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มาพร้อมกับฉายา “Super Spec” ก็ได้จัดหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 665 AIE ควบคู่กับกับ RAM 8GB, ROM 128GB ช่วยให้ใช้งานได้อย่างลื่นไหล

 

OPPO A9 2020

ต้องบอกกันก่อนว่า OPPO A9 2020 ยังจัดเทคโนโลยี Game Boost 2.0 ที่จะมี 2 ความสามารถหลักๆ ได้แก่ Frame Boost ที่จะช่วยให้เฟรมเรทไม่เหวี่ยงพร้อมเล่นได้ไหลลื่นตลอดทั้งเกม และ Touch Boost ที่ทำให้การสัมผัสทุกอย่างภายในเกมมีการตอบสนองเร็วขึ้น แถมยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟฟิก และสามารถคาดการณ์ความล่าช้า (Latency) ที่สามารถเกิดขึ้นและตอบสนองอย่างรวดเร็วเพื่อให้เกมไม่กระตุกหรือเฟรมเรทเหวี่ยง เป็นต้น

 

OPPO A9 2020

เล่นเกมยอดนิยมอย่าง ROV ปรับกราฟิกทุกอย่างเป็นระดับสูงสุดทั้งหมด เฟรมเรทสูงสุด และการแสดงผลระดับสูง ซึ่งภายในเกมตั้งแต่ช่วงต้นเกมไปถึงจบเกม เฟรมเรทแทบไม่มีเหวี่ยงให้เห็น จะอยู่ที่ 58-60fps ตลอด แถมในช่วงบวกกันแบบครบทีมที่ต่างคนต่างปล่อยสกิลก็ต้องยิ่งใช้กราฟิกมากแต่ความสมูทของเกมกลับไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย ทั้งนี้ระบบสัมผัสก็ทำให้ไหลลื่นมากๆ

สำหรับแฟนๆ ROV แนะนำให้เปิดกราฟิกทุกอย่างให้สูงที่สุดเพื่อให้ได้ประสบการณ์แบบเต็มที่ แถมสเปคระดับนี้ก็ยังไม่ต้องกังวลด้วยว่าจะเล่นแล้วหัวร้อนเพราะกระตุกหรือแบตเตอรี่จะหมด เพราะสมาร์ทโฟนราคาเบาแต่สเปคแรงเครื่องนี้ทำได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆ

 

เสียงกระหึ่ม แบตอึดทั้งวัน

OPPO A9 2020

นอกจากความเร็วแรงแล้ว OPPO A9 2020 ยังมีระบบเสียง Dolby Atmos และ Hi-res Audio โดยความพิเศษของ Dolby Atmos ในรุ่นนี้ไม่จำเป็นต้องเสียบหูฟังเหมือนสมาร์ทโฟนรุ่นกลางๆ รุ่นอื่น เพราะเสียงจะออกมาแบบกระหึ่มผ่านลำโพงด้านบนและด้านล่างทันที ทั้งยังมีการแบ่งแยกเสียงฝั่งซ้ายและฝั่งขวาได้อย่างชัดเจนอีกด้วย ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ประทับใจสมาร์ทโฟนราคาต่ำหมื่นรุ่นนี้

 

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่มีความจุมากถึง 5,000 mAh ทำให้เราใช้งานดูหนังหรือเล่นโซเชียลต่างๆ ได้แบบเต็มวัน หรือหากชอบเล่นเกมไม่ว่าจะ PUBG Mobile หรือ ROV ก็เล่นได้นานติดต่อกันได้ถึง 5-6 ชั่วโมง แบบ Non-Stop และตัวเครื่องก็ยังร้อนไม่มากอีกด้วยเมื่อเทียบกับระยะเวลาของการเล่น

 

OPPO A9 2020

ไม่เพียงแต่แบตเตอรี่อึดใช้งานได้ยาวนาน เพราะ OPPO A9 2020 มีฟีเจอร์ Reverse Charging สำหรับชาร์จแบตให้กับเครื่องอื่นได้ด้วย ผ่านสาย OTG

 

กล้องถ่ายสวยทุกสถานการณ์

OPPO A9 2020

ด้านการถ่ายรูป OPPO A9 2020 มีกล้องหลัง 4 ตัว ทำให้ถ่ายได้ครบทุกสถานการณ์ โดยกล้องหลักสามารถถ่ายภาพได้ความละเอียดสูงสุดถึง 48 ล้านพิกเซล

 

OPPO A9 2020 OPPO A9 2020

กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล ทำให้เราได้ภาพที่มีขนาดใหญ่ มีรายละเอียดสูง และคมชัดมากกว่าการถ่ายด้วยกล้องมือถือทั่วไป

 

OPPO A9 2020 OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 ยังมาพร้อมกับเลนส์ Ultra Wide-Angle ที่มีองศากว้างถึง 119 องศาอีกด้วย โดยจะเหมาะสำหรับการถ่ายภาพวิวหรือสถานที่ท่องเที่ยวที่มีตึกสูงๆ ช่วยให้ได้ภาพบรรยากาศรอบข้างได้แบบครบองค์ประกอบ หรือใครอยากได้ภาพเต็มตาแต่อยู่ใกล้วัตถุมาก เลนส์นี้จะช่วยเราได้มากเลยทีเดียว

 

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มาพร้อมฟีเจอร์ Ultra Night mode 2.0 ที่สามารถเปิดหน้ากล้องได้นานมากขึ้น เก็บแสงได้ดีกว่าการถ่ายด้วยโหมดทั่วไป อีกทั้งยังช่วยลด Noise จึงทำให้การถ่ายภาพกลางคืนนั้นง่ายมากๆ และโหมดนี้ยังสามารถใช้ร่วมกับเลนส์ Ultra-Wide ได้ด้วย

 

OPPO A9 2020

สำหรับโหมดภาพถ่ายบุคคลแบบหน้าชัดหลังละลายจากกล้องของ OPPO A9 2020 จะเป็นการทำงานร่วมกันของกล้องหลักและกล้อง Portrait ทำให้การละลายฉากหลังทำได้เป็นธรรมชาติ

 

OPPO A9 2020

กล้องหน้าของ OPPO A9 2020 มาพร้อม AI Beautification ที่ปรับแต่งใบหน้าสวยให้อัตโนมัติโดยที่แทบไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม เพราะ AI จะคำนวณให้แล้วทั้งหมด ไม่ว่าจะเซลฟี่มุมไหนก็ออกมาสวยในทุกสภาพแสง

 

OPPO A9 2020 New Price 2020

ได้เห็นฟีเจอร์ที่อัดแน่นอยู่ใน OPPO A9 2020 กันแล้ว ต้องบอกว่าจัดเต็มทุกด้านจริงๆ สมกับเป็น The Best Super Spec Smartphone และล่าสุดได้มีการปรับราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 7,999 บาทเท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคมเป็นต้นไป เรียกได้คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!!

อ่านต่อ...

Android News

จับตา realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

realme-X50-5G

ปัจจุบันไม่มีใครไม่รู้จัก realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่ก่อตั้งได้เพียง 2 ปี แต่มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตต่อปีกว่า 500% และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในทุกรุ่นที่เข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทย

ความสำเร็จของ realme ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาสมาร์ทโฟนที่อัดแน่นด้วยสเปคที่เร็วแรงระดับพรีเมี่ยม แต่ราคาสุดคุ้มค่า ซึ่งก็ทำให้ในปัจจุบัน realme ได้ขยายตลาดครอบคลุมถึง 22 ประเทศ ใน 4 ทวีป และส่งผลให้ realme มีผู้ใช้งานมากกว่า 24 ล้านคนทั่วโลก และขึ้นมาเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่มียอดขายเป็นอันดับ 7 ของโลกได้อย่างรวดเร็ว

สิ่งหนึ่งที่ต้องชื่นชม realme คือความมุ่งของแบรนด์ที่จะสร้างความแตกต่างเพื่อให้ลูกค้าประทับใจ ถึงแม้ว่าราคาเป็นสิ่งที่ลูกค้าคำนึงถึงมากที่สุด แต่ realme ก็ไม่ยอมละลายที่จะมองประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไม realme เติบโตเร็วและมีแฟนๆ ทั่วโลกเป็นจำนวนมากภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี เท่านั้น

realme X2 Pro Master Edition Redbrick

ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีที่เหนือชั้นทำให้สมาร์ทโฟน realme คว้ารางวัลกว่า 50 รางวัล จากหลากหลายสาขา อาทิ สมาร์ทโฟนที่ทรงพลังที่สุด สมาร์ทโฟนเรือธงคุณภาพเยี่ยม และสมาร์ทโฟนที่เป็นที่สุดแห่งความคุ้มค่า โดยล่าสุดได้ร่วมกับดีไซน์เนอร์ระดับโลก Naoto Fukasawa สร้างสรรค์สมาร์ทโฟนที่สุดแห่งสไตล์ realme X2 Pro Master Edition สี Redbrick เป็นการผลักดักแบรนด์ให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่เน้นดีไซน์มากขึ้น

สำหรับประสิทธิภาพตัวเครื่องสมาร์ทโฟน realme จะมาพร้อมกับชิปแพลตฟอร์มในรูปแบบ SoC (System On a Chip) ซึ่งเป็นชิปเซ็ตที่รวมทุกระบบอยู่ภายในชิปเพียงตัวเดียว เพื่อเน้นย้าถึงประสิทธิภาพการทำงานและกานพัฒนาแพลตฟอร์มที่ก้าวหน้าเหนือคู่แข่ง

realme-X50-5G-in-China

การเติบโตแบบก้าวกระโดดไม่ได้ทำให้ realme หยุดพัฒนา เพราะล่าสุด realme ได้พัฒนาไปอีกขั้นจากการร่วมมือกับผู้ผลิตชิปเซ็ตและซัพพลายเออร์ชั้นนำระดับโลกในการอัปเกรดประสิทธิภาพการทำงานสำหรับสมาร์ทโฟน realme ทุกระดับราคา และเตรียมนำเสนอสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมชิปเซ็ตรุ่นล่าสุด ซึ่งรองรับการใช้งานสัญญาณ 5G เป็นครั้งแรก และมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอีกมากมายด้วย

การพัฒนาสมาร์ทโฟนให้รองรับ 5G ของ realme จะทำให้ลูกค้าได้รับประโยชน์และสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี 5G ได้ง่ายมากขึ้น เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า realme เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนเน้นความคุ้มค่า และ realme ก็มุ่งมั่นที่จะนำเสนอเทคโนโลยี 5G ในผลิตภัณฑ์ทุกช่วงระดับราคา ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ และมีดีไซน์ที่ยอดเยี่ยม

สมาร์ทโฟนที่เปิดตัวในประเทศจีนในปีนี้จะเป็นรุ่นที่รองรับการใช้งาน 5G ทั้งหมด เพื่อการก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G ซึ่งปัจจุบันในประเทศจีนพร้อมใช้งาน 5G แล้ว ในขณะเดียวกัน realme ก็เดินหน้าลุยตลาดผลิตภัณฑ์ 4G สำหรับทั่วโลก โดยชูจุดเด่นความได้เปรียบคู่แข่งในเรื่องของสเปคแรงราคาไม่แพง และเตรียมพร้อมสำหรับ 5G อีกด้วย อีกทั้งถ้ามองในเรื่องของระยะเวลาจะเห็นว่า realme มีความรวดเร็วในการพัฒนาและใช้ระยะเวลาการผลิตน้อย ทำให้ realme เป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่มีความกดดันน้อยที่สุด

ตามรายงานล่าสุด realme X50 จะประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศจีนวันที่ 7 มกราคมนี้ ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ realme ที่รองรับการใช้งาน 5G โดยสเปคที่หหลุดออกมาตามรายงานก่อนหน้านี้บอกว่าจะมาพร้อมกับหน้าจอแสดงขนาด 6.67 นิ้ว Refresh Rate 120Hz ใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 765G Octa-Core

ยังไม่หมดแค่นั้น realme ยังได้จับมือกับพันธมิตรอุตสาหกรรมเพื่อสร้างอีโคซิสเต็มเทคโนโลยีบนรากฐาน 5G เพราะในยุคของ 5G ไม่มีบทสำคัญเฉพาะบนสมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงผู้ให้บริการเครือข่าย นักพัฒนาแอปพลิเคชั่น บริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และพันธมิตรอุตสาหกรรมอื่นๆ

การเตรียมความพร้อมสำหรับ 5G เป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่า realme พร้อมแล้วที่จะเสนอเทคโนโลยีใหม่สุดล้ำบนสมาร์ทโฟนที่มีประสิทธิภาพและมุ่งมั่นก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G รอติดตามงานเปิดตัว realme X50 5G ไปพร้อมๆ กันได้ในวันที่ 7 มกราคมนี้

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Android News4 วัน ที่แล้ว

รวมโปรเด็ด HUAWEI Mate30 Pro จาก AIS, dtac และ TrueMove H เริ่มต้นเพียง 12,490 บาท

วันนี้จะพาไปอัปเดทโป...

OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

OPPO A9 2020 สเปคแรงสุด จัดเต็มทุกฟีเจอร์ The Best Super Spec Smartphone ของปี 2019

OPPO A9 2020 สมาร์ทโ...

realme-X50-5G realme-X50-5G
Android News3 สัปดาห์ ที่แล้ว

จับตา realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G

ปัจจุบันไม่มีใครไม่ร...

Goodnight App Review Goodnight App Review
Android App1 เดือน ที่แล้ว

รีวิว Goodnight App แชทสนุกด้วยเสียง พบปะเพื่อนใหม่ หาคนพิเศษเพื่อบอกฝันดี!

วันนี้มีแอปพลิเคชั่น...

รีวิว Vivo V17 รีวิว Vivo V17
Featured1 เดือน ที่แล้ว

รีวิว Vivo V17 สมาร์ตโฟน “ฉีกทุกกฏในทุกช็อต” หน้าจอ Ultra O Screen, แบตอึด 4500mAh ชาร์จเร็ว 18W และกล้อง AI 4 เลนส์

Vivo V17 สมาร์ตโฟนที...

Advertisement

ข่าวใหม่วันนี้

IT News3 ชั่วโมง ที่แล้ว

ลิงค์ซิส (Linksys) เปิดตัว TRI-BAND MESH ROUTER รุ่นใหม่ล่าสุด มุ่งหน้าขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ เจาะกลุ่มผู้เล่นเกมมือถือและความบันเทิงภายในบ้าน

ลิงค์ซิส (Linksys®),...

IT News4 ชั่วโมง ที่แล้ว

ดีแทครายงานผลประกอบการปี 2562 โชว์พัฒนาการสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเ...

Android News4 ชั่วโมง ที่แล้ว

Xiaomi ประเดิมเข้าร่วมงาน Thailand Mobile Expo 2020 ครั้งแรก ขนสมาร์ทโฟนรุ่นเด็ดๆ โดนใจ พร้อมโปรโมชั่นสุดแรงมามอบเป็นพิเศษ

เสียวหมี่ ประเทศไทย ...

ข่าวประชาสัมพันธ์4 ชั่วโมง ที่แล้ว

ทวิช ประเทศไทย นำทีมทวิชสตรีมเมอร์ชื่อดังกว่า 50 ชีวิต บุกงาน Thailand Game Expo by AIS eSports 2020 พร้อมโชว์ถ่ายทอดสดการออกอากาศจริงผ่าน Glassroom เป็นครั้งแรก!!!

ทวิช (Twitch) ประเทศ...

Android News4 ชั่วโมง ที่แล้ว

รวมโปร OPPO จัดหนัก! รับทีวี 32 นิ้ว และหูฟัง OPPO Enco Q1 ฟรี! เมื่อซื้อ OPPO Reno 10x Zoom 12GB RAM Limited Edition ในงาน Thailand Mobile Expo 2020

นับถอยหลังกันได้เลยก...

กำลังมาแรง