ติดตามพวกเรา

Smart Review

รีวิว OPPO F1s Classic Black Limited Edition “เครื่องสวยดำขลัง เซลฟี่ถ่ายภาพสนุก”

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

หลายคนคงคุ้นเคยกับ OPPO F1s มาก่อนแล้วแต่ครั้งนี้ทาง OPPO ได้ทำรุ่นพิเศษออกมาคือพิเศษจริง ๆ เนื่องจากเป็นรุ่น Black Edition ที่มี Body สีดำขลับดูแล้วขลังดีทีเดียวครับ และเราเองก็ได้จับเครื่องมาลองเล่นลองเทสหลาย ๆ อย่างจริง ๆ แล้วก็ไม่ต่างจาก OPPO F1s รุ่นที่ทำออกมาครับระบบ Android 5.1 กับ Color OS ยังเป็นแบบเดิมต่างกันแค่ Body ที่ทำออกมาเอาใจคนรักความเป็น “สีดำ”

OPPO F1s Classic Black Limited Edition Review 02

OPPO F1s Classic Black Limited Edition Specifications

  • Display หน้าจอขนาด 5.5″ HD
  • CPU หน่วยประมวลผล Octa-core MediaTek 6750
  • RAM 3GB
  • ROM 32GB
  • รองรับ MicroSD Card 128GB
  • กล้องหลัง – ความละเอียด 13 MP พร้อมไฟแฟลช LED 1 ดวง
  • กล้องหน้า – ความละเอียด 16 MP
  • ลำโพงแบบ Dual Speaker
  • ช่องเสียบหูฟัง 5mm
  • ระบบปฎิบัติการ Color OS base on Android OS 5.1 Lollipop
  • รองรับซิมการ์ดแบบ Dual SIM แบบ Nano SIM และสามารถใส่ SD Card แยกมาอีก Slot ในถาดเดียวกัน
  • รองรับการใช้งาน 3G/4G LTE ย่านความถี่ GSM: 850/900/1800/1900MHz
    WCDMA: 850/900/2100MHz , FDD-LTE: Bands 1/3/8
  • แบตเตอรี่ขนาดความจุ 3075 mAh
  • อุปกรณ์เสริมพิเศษ 1 กล่องสำหรับรุ่น Classic Black Edition เท่านั้น

 

แกะกล่อง OPPO F1s Classic Black Limited Edition ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

สำหรับ OPPO F1s Classic Black Limited Edition นั้นทาง OPPO จะมี Package ของขวัญพิเศษให้กับลูกค้าที่สั่งจองโดยเฉพาะครับ ซึ่งจะเป็นรุ่นจำกัดจำนวนที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยจำนวน 2,000 เครื่องเท่านั้น

 

OPPO F1s Classic Black Limited Edition Review 02

ตัวกล่องและเครื่อง OPPO F1s Classic Black Limited Edition สีดำสนิทให้ความรู้สึกครึมดีทีเดียว

 

OPPO F1s Classic Black Limited Edition Review 03

ตัวเครื่องเมื่อเอาออกจากกล่องแล้วลองจับดูพบว่าจับได้ถนัดมือดีมาก หน้าจอสีสันสดใส

 

OPPO F1s Classic Black Limited Edition Review 04

ปุ่ม Finger Print ที่ทำงานไวมากไวขนาดไหนชมคลิปนี้ประกอบครับ

 

OPPO F1s Classic Black Limited Edition Review 07

ดูด้านหน้ากันแล้วมาชมด้านหลังกับด้านอื่น ๆ กันบ้าง OPPO F1s Classic Black Limited Edition นั้นด้านหลังจะเป็นดำด้านจับแล้วให้ความรู้สึกว่ามันลื่นนิดหน่อยครับไม่ได้ลื่นปรืดเป็นดำด้านที่ดูที

 

OPPO F1s Classic Black Limited Edition Review 11

กล้องหน้าความละเอียด 13 MP เอาไว้ถ่าย Selfie ชัด ๆ ฟรุ้งฟริ้งโบ๊ะ ๆ เสียดายว่าไม่มีไฟแฟลช LED มาให้ในตัวแต่ไม่เป็นไรครับเพราะชุด OPPO F1s Classic Black Edtion เขามีของเด็ดอ่ะไปกันต่อเดี๋ยวเผยตอนแกะกล่องชุดของแถมให้ชม

 

OPPO F1s Classic Black Limited Edition Review 06

ตัวกล้องหลังและไฟแฟลชแป็นแบบกลมไฟแฟลชเป็นแบบ LED เดี่ยว

 

OPPO F1s Classic Black Limited Edition Review 08

ด้านล่างตัวเครื่อง นับจากซ้ายตามภาพประกอบ แจ๊คเสียบหูฟัง 3.5mm > ลำโพง ที่เรียกได้ว่ามาให้แบบ Dual Speaker

 

OPPO F1s Classic Black Limited Edition Review 09

เป็นสีดำที่สะดุดตาเวลาถือดีจริง ๆ มีการคาดเส้นเงา ๆ ทั้งบนและล่างตัวเครื่องแบบนี้ ตัวบอร์ดี้ของ OPPO F1s Classic Black Limited Edition นั้นเป็นแบบ 2.5D Design Unique Body แบ็ตเตอร์รี่เป็นแบบ Built-In

 

OPPO F1s Classic Black Limited Edition Review 12

ด้านข้างครับ ปุ่มกดเปิด-ปิดตัวเครื่องและ ช่องถาดใส่ซิมอยู่ด้านขวาของตัวเครื่อง

 

OPPO F1s Classic Black Limited Edition Review 19

ตัวถาดซิมคือเป็นเรื่องดีดีมากทีเดียวเป็นอะไรที่ผู้ใช้ชอบมากในยุคนี้คือใส่ 2 Sim แบบ Nano-SIM ได้ไม่พอใส่ MicroSD Card ได้ด้วยในถาดเดียวกันเอาเซ่เครื่องราคาไม่ถึงหมื่นแต่ใส่ SIM Card พร้อม Mem เพิ่มได้ในถาดเดียวคุ้มมากแถมเป็นเครื่องที่ถ่ายภาพสนุกอีกด้วย

 

OPPO F1s Classic Black Limited Edition Review 15

แกะกล่องแรกหลัก ๆ หลายคนคงทราบดีว่าภายในกล่องจะมีอุปกรณ์หลัก ๆ ที่ OPPO ใส่มาคือมี เคสซิลิโคนใส มี Adapter ชาร์จ พร้อมสายชาร์จ USB และ เข็มจิ้มถาดซิม หลัก ๆ มีเท่านั้นแต่อันนี้พิเศษครับกล่องนี้พิเศษจริง ๆ เรียกได้ว่าเป็นพรีเมี่ยมสุด ๆ สำหรับคนจอง OPPO F1s Classic Black Limited Edition เท่านั้นมาดูกันว่า OPPO ให้อะไรกับเราบ้าง?

 

OPPO F1s Classic Black Limited Edition Review 14

แต๊นแต่นอุปกรณ์ในกล่องของแถมเฉพาะผู้จอง OPPO F1s Classic Black Limited Edition เท่านั้นจะมีดังนี้

 

OPPO F1s Classic Black Limited Edition Unboxing

  • เคส Cover สีดำหนัง TPU 1 ชุด
  • ไฟ LED ปรับระดับความสว่างได้ 3 ระดับจำนวน 1 ชุดเอาไว้ส่องสว่างไฟหน้าให้หน้าเราสว่างสุด ๆ ตอน Selfie
  • สายชาร์จเพิ่ม 1 ชุด
  • ชุด Lens Kit ให้มา 2 ตัวคือ Macro 0.67X + Wide 10X กับ Fisheye
  • ไม้ Selfie สีฟ้าที่สามารถกดถ่ายภาพได้จากตัวไม้เลยครับ

 

OPPO F1s Classic Black Limited Edition Review 18

ตัวอย่างของแถม 1 รายการที่เอามาใช้งานได้จริงคือค่อนข้างดีทีเดียวล่ะ

 

OPPO F1s Classic Black Limited Edition Camera Review 30

เวลาถ่าย Selfie โดยใช้ไฟ LED ทรงกลมตัวไฟ LED จะติดไปกับที่ดวงตาเราด้วยครับเป็นแบบกลม ๆ และหน้าเราก็จะขาวสุด ๆ อันนี้เป็นไฟเบอร์สเต๊ป 3 คือเปิดสุดแล้วและเปิดโหมด Beauties สุดที่ระดับ 7

 

OPPO F1s Classic Black Limited Edition Camera Review 32

ตัวอย่างของ Lens Fisheye ที่อยู่ในชุดของ Premium Set สำหรับ OPPO F1s Classic Black Limited Edition ครับเป็นอุปกรณ์เสริมที่ทำให้เราพกติดตัวนำไปใช้งานถ่ายภาพสนุกยิ่งขึ้นเป็น Clip Lens ที่สามารถใช้ได้ทั้งกล้องหน้าและหลังเลยส่วน Macro + Wide Lens

 

OPPO F1s Classic Black Limited Edition Camera Review 33

เวลาถ่ายออกมาก็จะได้ตามภาพครับสำหรับ Macro Lens

 

อินเตอร์เฟซและฟังก์ชั่นการใช้งาน

 

ข้อดีของ OPPO F1s Classic Black Limited Edition คือการแสกนลายนิ้วมือเพื่อปลดล๊อคนอกจากจะสามารถกำหนดนิ้วได้สูงสุด 5 นิ้วแล้วยังสามารถแสกนได้ไวสุด ๆ เลย ชมคลิปประกอบ

 

OPPO F1s Classic Black Limited Edition Interface Review 09

อีกหนึ่งความสามารถที่มีใน Color OS ที่มาช่วยเหลืออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้คือการเปิดดาวน์โหลดไฟล์จาก Browser ผ่าน Desktop PCs ได้อย่างง่ายดายเพียงเข้าไปที่ File Manager และเลือกการบริการผ่าน FTP เราก็สามารถเข้าไปดาวน์โหลดไฟล์ภาพหรือไฟล์อื่น ๆ จากตัวเครื่องมาเก็บไว้ได้เพียงขอให้เชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi ในบ้านหรือสำนักงานหรือจุดที่มีบริการฟรี Wi-Fi ครับง่ายสะดวกดีทีเดียว

 

ผลทดสอบด้านประสิทธิภาพการใช้งาน

OPPO F1s Classic Black Limited Edition Interface Review 10 OPPO F1s Classic Black Limited Edition Interface Review 11OPPO F1s Classic Black Limited Edition Interface Review 12

ผลทดสอบ Geek Bench พบว่าได้คะแนน 639 คะแนนในด้านประมวลผลแบบ Single-Core และ 2496 คะแนนในด้านประมวลผลแบบ Multi-Core เรียกได้ว่าใช้งานตั้งแต่พื้นฐานและไปจนเล่นเกม 3D อย่างพวกเกม MMORPG 3D ค่อนข้างไหวสบาย ๆ ครับ

 

OPPO F1s Classic Black Limited Edition Interface Review 14

คะแนนทดสอบจาก Antutu 3D ทำได้ดีเลยล่ะไม่แย่ไม่ด้อยอยู่ในระดับกลาง ๆ ส่วน Multi Touch หน้าจอทำได้ 10 นิ้วยอดเยี่ยมเลยสำหรับหน้าจอ

 

OPPO F1s Classic Black Limited Edition Interface Review 15

ด้านแบ็ตเตอร์รี่ที่ให้มาขนาด 3,075 มิลิแอมป์ใช้งานได้ยาวนานเท่าที่ทดสอบการใช้งานและ Standby สายไว้สามารถอยู่ได้เกือบ 3-4 วันเลยครับ แต่เนื่องจากตัว Color OS ไม่มีจุดที่สามารถบอกได้ว่าสามารถใช้แบตเตอร์รี่ได้ยาวนานเท่าไหร่จึงขอใช้แอปจากทาง McAfee by Intel ชื่อ Battery Optimizer ดาวน์โหลดได้จาก Play Store มาลงได้ครับสำหรับผู้ใช้ OPPO และ Smartphones Android รุ่นอื่น ๆ

 

ประสิทธิภาพด้าน Gaming

OPPO F1s Classic Black Limited Edition Interface Review 17

 

เท่าที่ลองเล่นเกมออนไลน์ 3D แนว MMORPG ที่ฮิต ๆ ตอนนี้อย่าง Devilian สามารถเล่นได้อย่างลื่นไหลเลยชมคลิปตัวอย่างได้

ระบบการทำงานของกล้องและซอฟท์แวร์กล้อง

OPPO F1s Classic Black Limited Edition Interface Review 07

ระบบการทำงานของตัวกล้องใน OPPO F1s Classic Black Limited Edition นั้นไม่ยุ่งยากหรือซับซ้อนแต่อาจจะมีบางช่วงเช่นการใช้งานในโหมดมืออาชีพ (Professional) ที่ผู้ใช้ต้องมีความรู้เรื่องกล้องพอสมควรครับแต่คำแนะนำจากทีมงาน iPhone-Droid.net เราขอแนะนำท่านว่าถ่ายโหมด Auto ไปรัว ๆ เลยดีกว่าครับ

 

OPPO F1s Classic Black Limited Edition Interface Review 08

ข้อดีอีกอย่างในเรื่องการใช้งานกล้องคือระบบ Auto Focus ที่มี Face Detection มาให้ที่จับหน้าตาของคนได้ไวมากไวจริง ๆ

 

OPPO F1s Classic Black Limited Edition Interface Review 18

การถ่ายโหมดโปรสามารถตั้งค่าได้เยอะพอสมควรเลยตั้งแต่ค่าความไวแสง ISO / Speed Shutter / White Balance /เด็ดสุดคงเป็นการที่สามารถตั้งค่าให้ถ่ายแบบ RAW ไฟล์ได้นี่แหละครับซึ่งจะออกมาเป็น Format DNG ที่สามารถนำไปปรับแต่งในโปรแกรมแต่งภาพชั้นนำได้อย่าง Adobe Photoshop , Adobe Ligthroom เป็นต้น

 

OPPO 1

ตัวอย่างการนำภาพจากกล้อง OPPO F1s Classic Black Limited Edition เข้ามาแต่งใน Adobe Lightroom เป็นไฟล์ต้นฉบับที่ถ่ายมาโดยตั้งค่าในโหมดโปรดังนี้ ความไวแสง ISO 100 , Speed Shutter 1/19sec ,  โดยรูรับแสงขนาด f/2.0 ของกล้องหลังสามารถทำเบลอหลังได้ดีระดับนึงคือไม่เบลอเกลี้ยงนะแต่เบลอกำลังเห็นฉากหลังพองามโดนที่ Subject ออกมาเด่น

 

OPPO 2

ภาพที่แต่งเสร็จแล้วออกมาตามที่เห็นครับเรียกได้ว่าตัวไฟล์สามารถดึงปรับแต่งได้สนุกดีในระดับนึงทีเดียว

 

OPPO F1s Classic Black Limited Edition Camera Review 29

แต่ข้อเสียที่เจอคือไฟล์ภาพจาก OPPO F1s Classic Black Limited Edition นั้นกินสีเขียวอยู่ไม่น้อย โดยขนาดไฟล์ Original ขนาดกว้างคูณยาวของไฟล์ภาพจะอยู่ที่  4096x 2304 Pixel อีก 1 ความสามารถที่มองข้ามไม่ได้คือเรื่องกล้องที่นำมาใช้ถ่าย Video และนำมาตัดบน Adobe Premiere คือตัวไฟล์ Video ออกมาแล้วเอ้ยใช้ได้เลยครับเรียกได้ว่าไม่แพ้กล้อง Video Camcorder เลยถ่ายได้ที่ 1080P ทำให้ตัดไฟล์ Video ออกมาได้ตามนี้

 

อีกข้อที่ OPPO F1s Classic Black Limited Edition สามารถทำได้คือการถ่าย Video Timelapse

OPPO F1s Classic Black Limited Edition Review 20

 

คือภาพจะเป็นแบบเร่ง Speed แต่การใช้งานตอนถ่ายทางเราได้ทดสอบถ่ายไว้ 3 ชั่วโมง แต่ Video ทั้งหมดออกมาเพียงไม่กี่นาที

 

ตัวอย่างภาพถ่าย

สรุปจุดเด่น

จุดเด่นของ OPPO F1s Classic Black Limited Edition นั้นมีเยอะครับอยู่ที่ว่าเราจะนำไปใช้งานอย่างไรแต่จุดดีเด่นที่น่าสนใจคือเรื่องงานออกแบบที่ทำมาเฉพาะสำหรับชาวไทยและแฟน ๆ ของ OPPO โดยเฉพาะซึ่งรุ่น OPPO F1s Classic Black Limited Edition นี้มีความงดงามตัวเครื่องครึม ๆ เหมาะกับคนที่ชอบตัวเครื่องสีดำเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเพราะรุ่นปกติจะมีสีทองสีเงินกันน้อยนักที่จะเห็นสีดำทำมาขายในยุคนี้

จุดสังเกต

OPPO F1s Classic Black Limited Edition ก็คือเรื่องกล้องและอุปกรณ์เสริมถ่ายภาพที่ทำให้ถ่ายได้สนุกขึ้นมากแต่ถ้าติก็คงเป็นเรื่องกล้องที่ถ่ายออกมาบางครั้งมันติดสีเขียวเกินไปหน่อยนึงนอกนั้นถ่ายในสภาวะแสงกลางคืนแสงน้อยคือดีทีเดียวครับไม่เลวเลยล่ะส่วนการเล่นเกมพบว่าทำได้ลื่นไหลดีมากถ้าให้กล่าวถึงความคุ้มค่าก็คงต้องบอกว่าดีใจกับคนที่จอง OPPO F1s Classic Black Limited Edition และได้ใช้งานเพราะเป็น Smartphones อีกรุ่นที่คุ้มค่าสุด ๆ ในกลุ่มรุ่นราคากลางในตลาดครับ

oppo logo

ขอขอบคุณบริษัท OPPO Thailand เอื้อเฝื้ออุปกรณ์ รีวิว

Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

Smart Review

รีวิว HUAWEI P40 Pro+ 5G ขุมพลังขั้นสุดด้วยกล้อง Ultra Vision Leica Penta, รองรับ 5G พร้อมขุมพลังตัวแรง Kirin 990 5G

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

HUAWEI P40 Pro+ 5G ขั้นสุดของสมาร์ทโฟนจาก Huawei ในปัจจุบัน มาพร้อมกับขุมพลังตัวแรงอย่าง Kirin 990 5G, หน้าจอโค้ง มีกล้องหลังจัดเต็ม 5 เลนส์ Ultra Vision Leica Penta ที่จัดเต็มทุกโหมดใช้งาน

 

สรุปสเปค HUAWEI P40 Pro+ 5G

  • ขนาดตัวเครื่อง : 158.2 × 72.6 × 9 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 226 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Quad-Curve Overflow Display ชนิด OLED กว้าง 6.58 นิ้ว ความละเอียด 2640 x 1200 พิกเซล รองรับ Refresh Rate 90Hz
  • หน่วยประมวลผล : Kirin 990 5G Octa Core
  • GPU : Mali-G76
  • RAM 8 GB
  • ROM 512 GB รองรับ SD NMCard สูงสุด 256GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย EMUI 10.1
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 5 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลัก Ultra Vision ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.9, เซ็นเซอร์ RYYB
    • เลนส์ Ultra Wide Cine ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
    • เลนส์ SuperZoom ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/4.4 รองรับ 10x Optical Zoom
    • เลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 รองรับ 3x Optical Zoom
    • เลนส์ Depth Sensing
  • กล้องหน้าคู่ 2 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Depth Sensing
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม (รองรับ 5G 1 ซิม)
  • รองรับการเชื่อมต่อ 802.11a/b/g/n/ac/ax, Bluetooth 5.1 และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 4200 mAh รองรับ HUAWEI SuperCharge 40W, Wireless HUAWEI SuperCharge 27W และ Reverse Charge

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

กล่องของ HUAWEI P40 Pro+ 5G มาในรูปแบบสีขาว พร้อมชื่อรุ่น HUAWEI P40 Pro+ 5G เปิดเข้าไปด้านในจะเจอกับอุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้

  • ตัวเครื่อง HUAWEI P40 Pro+ 5G
  • เคสใส
  • อะแดปเตอร์ SuperCharge 40W
  • หูฟัง
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

ดีไซน์ด้านหลังของ HUAWEI P40 Pro+ 5G มีความพิเศษด้วยวัสดุแบบเซรามิกที่มีความแข็งแรง ทนทาน ที่ต้องบอกว่าสีขาว White Ceramic รุ่นนี้ที่เราได้มานั้นคลาสสิกมากๆ เป็นสีขาวที่นวลตาสุดๆ ครับ

 

เรื่องการจับถือต้องบอกว่าหายห่วงเพราะมีความโค้งมนในทุกมุมของการสัมผัสครับ ทั้งด้านหลังและด้านหน้าจอ

 

HUAWEI P40 Pro+ 5G ยังมาพร้อมมาตรฐานกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68 ทำให้มั่นใจจากการตกน้ำโดยไม่ได้ตั้งใจหรือใช้งานในช่วงฝนตกได้เป็นอย่างดีครับ

 

หน้าจอแสดงผลของ HUAWEI P40 Pro+ 5G มาแบบโค้ง 4 ด้านในนาม Quad-Curve Overflow Display มีความโค้งมนในทั้ง 4 มุมของหน้าจอ ขณะที่ด้านบนและล่างก็มีความโค้งเล็กน้อยครับ

 

HUAWEI P40 Pro+ 5G มาพร้อมกับชนิด OLED กว้าง 6.58 นิ้ว ความละเอียด 2640 x 1200 พิกเซล และรองรับ Refresh Rate 90Hz ทำให้ใช้งานได้ลื่นๆ

 

เหนือหน้าจอแสดงผลจะมีกล้องหน้า 2 เลนส์ ซึ่งตรงกลางจะเว้นว่างเพื่อฝังเซ็นเซอร์ต่างๆ ลงไป ส่วนลำโพงสำหรับสนทนาใช้เทคโนโลยี Sound on Display ที่ฝังใต้หน้าจอเลย

 

ทางขวาของตัวเครื่องจะมีทั้งปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power ส่วนทางซ้ายจะไม่มีปุ่มอะไรครับ

 

ด้านล่างตัวเครื่องมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด NanoSIM 1 ช่อง แบบพลิกหน้า-หลัง โดยช่องที่ช่องจพสามารถใส่เป็น NM Card ได้เหมือนกัน ถัดมาเป็นไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวหลัก

 

ด้านบนมีเซ็นเซอร์อินฟราเรด (IR) และไมโครโฟนตัวที่ 2

 

สุดท้ายที่ด้านหลังมีโมดูลกล้องหลังที่มีกล้อง 5 เลนส์, ไฟแฟลช Dual-LED และไมโครโฟนตัวที่ 3

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

HUAWEI P40 Pro+ 5G แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย EMUI 10.1

 

รองรับ 5G ในไทยตั้งแต่แกะกล่อง

สำหรับ HUAWEI P40 Pro+ 5G สามารถแกะกล่องมาพร้อมกับการรองรับ 5G มาตั้งแต่แกะกล่องครับ ไม่ต้องรออัปเดทเฟิร์มแวร์อะไร ซึ่งใช้งานได้ครบทุกเครือข่ายในไทยเลย

 

HUAWEI AppGallery แอปพลิเคชั่นเยอะขึ้นกว่าเดิม

HUAWEI AppGallery ในตอนนี้มีแอปพลิเคชั่นให้ดาวน์โหลดเยอะขึ้นมากครับ ทั้งเกม, โซเชียล หรือด้านธนาคารต่างๆ เป็นต้น

ที่สำคัญ Huawei ยังมาพร้อมกับแอปแพลิเคชั่น Petal Search ที่จะเป็นการค้นหาแอปพลิเคชั่นต่างๆ จากแหล่งต่างๆ เพื่อให้เราได้ติดตั้งได้ครับ ไม่ใช่แค่ใน AppGallery เท่านั้น

 

บอกสถานะตลอดเวลาด้วย Always-on-Display

HUAWEI P40 Pro+ 5G มาพร้อมกับฟีเจอร์การแสดเสมอ หรือการแสดงสถานะของเครื่องเบื้องต้นที่หน้าจอล็อก โดยไม่ต้องมาปลดล็อกหน้าจอให้เสียเวลาครับ

 

ระบบความปลอดภัยก็มีให้ครบ

HUAWEI P40 Pro+ 5G จัดให้ครบทั้งการสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอที่ให้ความรวดเร็วและเสถียรมากๆ

 

รวมถึงการสแกนใบหน้าที่ทำได้แม่นยำไม่ต่างกันครับ

 

โหมดมืดมีให้ สะสบายดวงตา

การใช้งานโหมดมืดนั้นให้เรื่องคาวมสบายตาอย่างมากในช่วงที่ใช้ในที่แสงน้อยครับ ทั้งยังช่วยประหยัดแบตเตอรี่มากขึ้นเพราะจอ OLED นั้นชอบพื้นสีดำๆ มากครับ

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

HUAWEI P40 Pro+ 5G ขับคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผลตัวแรงสุดของ Huawei อย่าง Kirin 990 5G พร้อม RAM 8GB และคาวมจุถึง 512GB ที่จะเก็บภาพหรือโหลดแอปพลิเคชั่นต่างๆ ได้แบบไม่ต้องกลัวหมด

 

สำหรับผลการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark ทำได้ไปได้ที่ 342,028 คะแนน

 

ทดสอบการเล่นเกม

PUBG Mobile

เริ่มด้วยเกม PUBG Mobile นั้นสามารถเปิดกราฟิกต่างๆ ได้ขั้นสุดทั้งหมดครับ ทดสอบการเล่นในดฆดม Battle Royale 100 คน ก็สามารถเล่นได้ไหลลื่นมาก โดยเรื่องการสัมผัสหน้าจอนั้นทำได้รวดเร็ว ไปตามนนิ้วมากครับ

 

ROV (Arena of Valor)

ต่อมาเป็นเกม ROV (Arena of Valor) ที่เราเปิดกราฟิกได้สูงสุดทั้งหมดเช่นกันครับ ซึ่งเฟรมเรทในโหมด 5 VS 5 ทำได้เยี่ยมมากครับ วิ่งที่ 60-61fps ได้แบบสบายๆ

 

Asphalt 9: Legends

ส่วนเกมแข่งรถอย่าง Asphalt 9: Legends สามารถเปิดกราฟิกได้ระดับสูงครับ เล่นได้แบบไหลลื่น ไม่มีสะดุดในช่วงที่เล่นไปประมาณ 30 นาที

 

แบตเตอรี่อึด ชาร์จไวด้วย 40W HUAWEI SuperCharge

HUAWEI P40 Pro+ 5G มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 4200mAh ซึ่งสามารถใช้งานทั่วไปได้ตลอดทั้งวันครับ ทั้งนี้ หากใครที่แบตเตอรี่ใกล้หมดก็สามารถชาร์จไวผ่านเทคโนโลยี 40W HUAWEI SuperCharge โดยเราทดสอบชาร์จจากแบตเตอรี่ประมาณ 23% ชาร์จถึง 84% ในเวลาเพียง 45 นาที และเต็ม 100% ในเวลารวม 60 นาทีเท่านั้น

 

ไม่ใช่แค่ขชาร์จไว แต่รุ่นนี้ก็ยังมีอีก 2 เทคโนโลยี ได้แก่ 40W Wireless HUAWEI SuperCharge การชาร์จไวแบบไร้สาย และ Reverse Charge ที่ชาร์จแบตเตอรี่ให้กับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น (ที่รองรับชาร์จไร้สาย) ได้ด้วย

 

กล้องถ่ายรูป

กล้องถ่ายรูปของ HUAWEI P40 Pro+ 5G จัดได้ว่าเป็นกล้องที่ถ่ายได้ดีที่สุดในสมาร์ทโฟนตอนนี้ครับ จากการมีกล้องหลัง 5 เลนส์ แบบ Ultra Vision Leica Penta ดังนี้

  • เลนส์หลัก Ultra Vision ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.9
  • เลนส์ Ultra Wide Cine ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
  • เลนส์ SuperZoom ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/4.4 รองรับ 10x Optical Zoom
  • เลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 รองรับ 3x Optical Zoom
  • เลนส์ Depth Sensing

ขณะที่กล้องหน้ามาแบบ 2 เลนส์ แบ่งเป็นเลนส์หลักความละเอียด 32 ล้านพิกเซล + เลนส์ Depth Sensing

เลนส์หลักความละเอียดสูง 50 ล้านพิกเซล

ด้วยเลนส์หลัก Ultra Vision ให้ความละเอียดมาสูงถึง 50 ล้านพิกเซล ทำให้ถ่ายความละเอียดได้สูงเมื่อถ่ายออกมา สามารถซูมเข้าไปเห็นอะไรได้มากกว่าการถ่ายโหมดปกติครับ ทั้งยังนำไปใช้งานต่างๆ ได้อีกด้วย


ภาพความละเอียดสูง 50 ล้านพิกเซล / ครอป

 

ความฉลาดของ AI ยังคงเป็นเบอร์ต้นๆ

Huawei ยังคงเป็นสมาร์ทโฟนที่ชูโรงด้วยความฉลาดของ AI ที่ตรวจจับวัตถุและแยกแยะเป็นหมวดหมู่ได้เป็นอย่างดีครับ ซึ่งใน HUAWEI P40 Pro+ 5G ก็จัดเต็มมาให้เรื่องถ่ายถ่ายภาพ เพียงคลิกเดียวก็ได้ภาพสวยงาม เก็บรายละเอียดได้ดีทั้งตอนกลางวันและในที่แสงน้อยครับ

 

Ultra Wide Angle ถ่ายได้งาม ความคมชัดขั้นสูง

ในเลนส์ Ultra Wide Cine หรือการถ่ายโหมด Ultra Wide Angle ที่สามารถถ่ายได้ความละเอียดสูงครับ เพราะมีความละเอียดสูงถึง 40 ล้านพิกเซล ต้องบอกว่าถ่ายได้สวยงาม ได้มุมมองที่ครบครันครับ และเรื่องของสีสันก็มาครบมากๆ


เลนส์หลัก / เลนส์ Ultra Wide Angle


เลนส์หลัก / เลนส์ Ultra Wide Angle

 

ซูมได้ไกลสูงสุดด้วย SuperZoom 100x

HUAWEI P40 Pro+ 5G สามารถซูมได้ไกลสุดถึง 100 เท่า โดยมีเลนส์ซูมถึง 2 เลนส์ เป็น 10x Optical Zoom และ 3x Optical Zoom ที่ยังคงให้ความคมชัดอยู่แม้ถ่ายในระยะที่ไกลครับ แต่ถ้าซูมไปถึง 100 เท่าภาพที่ได้ก็อาจจะแตกได้ครับ ซึ่งก็ปกติเพราะเป็น Digital Zoom

 

ถ่ายกลางคืนได้แจ่ม คมชัดพร้อมความสว่าง

เรื่องการถ่ายภาพกลางคืนยังคงไว้ใจ Huawei ได้แน่นอนครับ โดยใน HUAWEI P40 Pro+ 5G ก็สามารถถ่ายภาพที่แสงน้อยๆ ได้ดีเหมือนเดิม มีความคมชัดอย่างมาก ที่สำคัญแม้ว่าจะถ่ายด้วยโหมดปกติ ก็แทบจะไม่ต้องปรับหรือเพิ่มความสว่างด้วย

 

รวมถึงการใช้โหมดนี้ในเลนส์ Ultra-Wide Angle ได้เช่นกันครับ

 

ถ่ายใกล้ๆ ได้ด้วยฟีเจอร์ Macro

ในฟีเจอร์ Macro จะเป็นการเจาะวัตถุไปใกล้ๆ ที่สายตาเราโฟกัสไม่ได้ โดยฟีเจอร์นี้ยังคงจัดเต็มเรื่องสีสันที่ยังให้มาแทบไม่ต่างจากโหมดปกติครับ แถมยังคมชัดมากๆ

 

ถ่าย Portrait สวยงาม เบลอหลังได้ธรรมชาติ

ในการถ่าย Portrait ในรุ่นนี้จะได้เลนส์ Depth Sensing เข้ามาช่วยในเรื่องของการตรวจจับระยะห่างของวัตถุครับ ทำให้เรื่องการเบลอฉากหลังนั้นเป็นธรรมชาติ มีการเบลอเป็นเลเยอร์ ภาพดูไม่ลอย ซึ่งใช้งานได้ทั้งกล้องหน้าและหลังที่ถ่ายได้งามๆ เหมือนกัน

กล้องหลัง

กล้องหน้า

 

กล้องหน้าคมชัดสูง 32 ล้านพิกเซล

ในโหมดปกติของ HUAWEI P40 Pro+ 5G ก็สามารถถ่ายเซลฟี่ได้ดีเหมือนกันครับ มีความละเอียดสูง และใบหน้าก็มีความสว่าง ไม่มืดครับ

 

สรุปจุดเด่น

  • กล้องหลังจัดเต็ม 5 เลนส์ Ultra Vision Leica Penta ฟีเจอร์ครบ ซูมได้ไกล, คมชัดสูง และมี Ultra-Wide Angle
  • รองรับเครือข่าย 5G ตั้งแต่แกะกล่อง ใช้งานได้ครบทุกผู้ให้บริการในไทยแน่นอนครับ
  • หน้าจอแสดงผล Quad-Curve Overflow Display ชนิด OLED กว้าง 6.58 นิ้ว สีสันชัดเจน
  • หน่วยประมวลผล Kirin 990 5G เล่นเกมได้สบายๆ พร้อม RAM 8GB ใช้งานได้ลื่นไหล และ ROM 512GB จุได้ไม่ต้องกลัวเต็ม
  • แบตเตอรี่ความจุ 4200mAh พร้อมรองรับ 40W HUAWEI SuperCharge ชาร์จได้ไว ทั้งยังรองรับชาร์จไร้สายและ Reverse Charge ด้วย

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ยังไม่มี Google Mobile Services (GMS)
อ่านต่อ...

Featured

รีวิว realme X50 Pro 5G ขุมพลังความเร็วแห่งอนาคต Snapdragon 865 5G, รองรับ 5G, 65W SuperDart Charge พร้อมจัดเต็มเรื่องกล้องรวม 6 เลนส์

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

(เพิ่มเติม…)

อ่านต่อ...

Featured

รีวิว SanDisk Extreme microSDXC A2 โฉมใหม่! ติดตั้งเกมได้ลื่นไหล เปิดแอปไม่สะดุด และรองรับวิดีโอ 4K

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

โฉมใหม่ SanDisk Extreme microSDXC A2 การ์ดความจำสำหรับการเล่นเกมได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด อ่านข้อมูลความเร็วสูงสุดถึง 160MB/วินาที และเข้าถึงแอปต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วบนตัวการ์ดความจำ ทำให้ใช้งานได้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลเมมเครื่องจะเต็ม

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review 01

สรุปข้อมูลของ SanDisk Extreme microSDXC A2

  • รูปแบบ microSDXC
  • ความจุ 64GB, 128GB, 256GB
  • ความเร็วอ่านสูงสุด 160MB/วินาที
  • ความเร็วเขียนสูงสุด 90MB/วินาที
  • ความเร็ววิดีโอ V30, U3, A2

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

SanDisk Extreme microSDXC A2 โฉมใหม่ เอาใจสายเกมมิ่ง ตัวแพ็กเกจจะมาพร้อมภาพกราฟิกเกมที่ดูตื่นตาตื่นใจ พร้อมฟีเจอร์เด่นต่างๆ ซึ่งเป็นอีกขึ้นของการ์ดความจำที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสำหรับสมาร์ทโฟน Android โดยมีความเร็วในการอ่านสูงสุด 160MB/วินาที ทำให้การเรียกใช้งานแอปพลิเคชั่นที่ติดตั้งไว้บนการ์ดหน่วยจำนี้ทำได้อย่างลื่นไหล ไม่สะดุด และรองรับวิดีโอ 4K เหมาะสำหรับการนำใช้งานบันทึกวิดีโอความละเอียดสูง

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

ตัวการ์ดจะมีสีทองคาดแถบสีแดง พร้อมตัวหนังสือระบุชื่อรุ่น SanDisk Extreme และชนิดของตัวการ์ด microSDXC A2 ไว้อย่างชัดเจนด้วย ซึ่งตัวการ์ดมีคุณสมบัติในการป้องกันการกระแทก ทนอุณหภูมิ กันน้ำ กันแสงรังสีเอกซ์ เรียกได้ว่าใช้งานได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องการสูญหายของมูล

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

นอกจากนี้แล้วตัวเลขอื่นๆ บนการ์ดก็สำคัญมากๆ สำหรับการนำไปใช้งานที่เหมาะสมในแต่ละประเภท ซึ่งบน SanDisk Extreme microSDXC A2 ก็มีระบุไว้เช่นกัน โดยตัว U3 คือ UHS Speed Class 3 และตัว V30 คือ Video Speed Class 30 รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K ที่เฟรมเรทสูงสุด 60fps หรือ 120fps โดยหากจะนำไปใช้งานกับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K หรือกล้องต่างๆ ก็ควรจะเลือกเป็นการ์ดแบบ UHS-I ขึ้นไป เพราะหากความเร็วในการเขียนหรืออ่านไม่เพียงพอ ก็จะได้วิดีโอที่กระตุกหรือสะดุดได้

 

มาดูกันว่า SanDisk Extreme microSDXC A2 ตัวนี้ จะมีความสามารถในการถ่ายโอนข้อมูลได้รวดเร็วขนาดไหน โดยใช้ตัวอ่านของ Satechi (รองรับ microSDXC) ด้วยโปรแกรม CrystalDiskMark 2.5.4 บน MacBoook โดยทำการทดสอบทั้งอ่านและเขียนแบบต่อเนื่องด้วยไฟล์ขนาด 1GB

SanDisk Extreme microSDXC A2

  • SEQ 128K QD32 เป็นการทดสอบความข้อมูลต่อเนื่องชุดละ 128KB ทำความเร็วในการอ่านได้ 51.47MB/วินาที และเขียน 15.60MB/วินาที
  • RND 4K QD32 เป็นการทดสอบข้อมูลชุดละ 4KB แบบสุ่ม ซึ่งความเร็วที่ได้จะลดลงเนื่องจากไม่ได้เขียนต่อเนื่อง แต่ก็ถือว่ายังเป็นความเร็วในระดับที่สูง โดยอ่านได้ 3.59MB/วินาที และเขียนได้ 2.57MB/วินาที
  • SEQ 1M QD1 เป็นการทดสอบข้อมูลต่อเนื่องชุดละ 1MB อ่านได้ 18.91MB/วินาที และเขียนได้ 18.31MB/วินาที
  • RND 4K QD1 เป็นการทดสอบข้อมูลชุดละ 4KB แบบสุ่ม ซึ่งเป็นการทดสอบประสิทธิภาพของการ์ดความจำที่โหดมากที่สุด อ่านได้ 3.60MB/วินาที และเขียนได้ 0.27MB/วินาที

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 Review

สำหรับบนสมาร์ทโฟนจะทดสอบบน Samsung Galaxy S10+ โดยใช้แอปพลิเคชั่น A1 SD Bench ที่ดาวน์โหลดมาจาก Google Play Store เพื่อทดสอบความเร็วอ่านและเขียนไฟล์แบบต่อเนื่อง

  • ความเร็วในการอ่านไฟล์บนโทรศัพท์แบบต่อเนื่องทำได้ 76.96 MB/วินาที
  • ความเร็วในการเขียนไฟล์บนโทรศัพท์แบบต่อเนื่องทำได้ 51.84 MB/วินาที

 

SanDisk Extreme microSDXC A2

จุดเด่นของ SanDisk Extreme microSDXC A2 คือค่า IOPS (Input/Output Operation per Second) ซึ่งหมายถึงปริมาณการอ่านและเขียนไฟล์ต่อ 1 วินาที โดยเป็นขั้นตอนพื้นฐานในโปรแกรมต่างๆ รวมถึงการเรียกใช้งานแอปพลิเคชั่น ซึ่ง A2 สามารถอ่านแบบสุ่มได้ไม่น้อยกว่า 4000 IOPS และเขียนได้แบบสุ่มไม่น้อยกว่า 2000 IOPS มีประสิทธิภาพดีขึ้นกว่า A1

การ์ดชนิด A2 จะทำให้การติดตั้งแอปพลิเคชั่นและเกมต่างๆ ไว้บนการ์ดความจำตัวนี้ แล้วเรียกใช้งานได้ลื่นไหลเหมือนการติดตั้งไว้บนความจำภายในตัวเครื่อง ทำให้สามารถเรียกใช้งานแอปหรือเล่นเกมได้อย่างไม่มีปัญหา ไม่ต้องติดตั้งลงบนตัวเครื่องเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 Review

เราสามารถย้ายการติดตั้งแอปและเกมต่างๆ มาไว้บนการ์ดตัวนี้ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากๆ สำหรับสมาร์ทโฟนที่มีหน่วยความจำภายในเครื่องน้อยๆ เพราะเกมในปัจจุบันที่มีกราฟิกสวยๆ ก็มีขนาดใหญ่ระดับ 1-2 GB กันเลยทีเดียว ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าเมมในเครื่องจะเต็มอีกต่อไป เพราะอย่างที่ทราบกันแล้วว่าการ์ดชนิด A2 มีประสิทธิภาพมากๆ สำหรับการติดตั้งทั้งแอปและเกมไว้บนการ์ดภายนอกตัวนี้

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

หลังจากย้ายเกม PUBG Mobile ไปติดตั้งไว้บน SanDisk Extreme microSDXC A2 พบว่าสามารถเปิดเกมและเล่นได้อย่างลื่นไหล ความรู้สึกเหมือนกับการติดตั้งไว้บนหน่วยความจำตัวเครื่อง เรียกได้ว่าเล่นได้ลื่นๆ แทบไม่แตกต่างกันเลย

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review

เกม ROV ซึ่งเป็นเกมยอดฮิต เมื่อทำการติดตั้งไว้บน SanDisk Extreme microSDXC A2 ก็เล่นได้ลื่นไหล ไม่มีปัญหา สามารถอ่านข้อมูลได้รวดเร็ว เมื่อมีการ์ดที่สามารถติดตั้งเกมได้แล้วก็อย่าลืมว่าเกมเหล่านี้เป็นเกมออนไลน์ที่ต้องใช้เน็ตที่มีความเสถียรในการเล่นด้วยนะ

 

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review 08

ทดสอบติดตั้งเกม Black Desert Mobile ไว้บนการ์ดตัวนี้ ซึ่งเป็นเกมที่ต้องบอกว่ามีกราฟิกสวยมากๆ เปิดเข้าเกมได้รวดเร็ว และระหว่างการเล่นก็ลื่นไหล ไม่มีสะดุด

ได้เห็นความเร็วและประสิทธิภาพของเจ้า SanDisk Extreme microSDXC A2 กันไปแล้ว ก็หมดกังวลเรื่องเมมเครื่องเต็ม และติดตั้งเกมไว้บนการ์ดตัวนี้ได้อย่างสบายใจ เปิดเล่นกันได้ลื่นๆ แล้ว

 

พบกับโฉมใหม่! SanDisk Extreme microSD card การ์ดสำหรับเล่นเกมบนมือถือ ประสิทธิภาพเร็วแรง ลื่นไหล รองรับเกมกราฟิกสเปคสูง โหลดเกมไว เรียกใช้งานแอปพลิเคชันได้เร็วขึ้นด้วยประสิทธิภาพระดับ A2 ลองสัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมมือถือบน SanDisk Extreme mSD card ได้ที่บูธ SanDisk M4 (2-5 ก.ค.) ภายในงาน TME ไบเทค บางนา พร้อมโปรโมชั่นในงานต้องบอกเลยว่าห้ามพลาด!

 

SanDisk Extreme microSDXC A2

  • โปรโมชั่นพิเศษ 3 ต่อ ซื้อ SanDisk Extreme หรือ Extreme Pro microSD card ความจุ  128GB ขึ้นไป รับกระบอกน้ำ ฟรีทันที! พร้อมรับสิทธิ์หมุนวงล้อเสี่ยงโชค รับของรางวัลเพิ่มเติม และลุ้นโชคใหญ่เครื่องกรองอากาศทุกสัปดาห์
  • รับฟรีกระเป๋าถือ กันน้ำได้จากเกม CODM เมื่อซื้อ SanDisk Extreme mSD card รุ่นสำหรับเกมมือถือ ความจุ 256GB ขึ้นไป (ของแท้ มีจำนวนจำกัด) เฉพาะลูกค้าที่ซื้อภายในงาน TME เท่านั้น

 

SanDisk TME Promotion

แจกฟรี ไอเทมตัวละคร Call of Duty Mobile!  สำหรับผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมเล่นเกมง่ายๆ กับ SanDisk เชิญทุกคนมาสัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมมือถือผ่านการ์ด SanDisk Extreme mSD card ฟรีที่บูธ SanDisk M4 (2-5 ก.ค.) ภายในงาน TME ไบเทค บางนา (จำนวนจำกัด)

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

Android News13 นาที ที่แล้ว

จัดให้เต็มๆ! Samsung Galaxy M41 จะมาพร้อมแบตเตอรี่ 6800mAh

ดูเหมือนว่า Samsung ...

Android News2 ชั่วโมง ที่แล้ว

เปิดตัว POCO M2 Pro สมาร์ทโฟนจอ 6.67 นิ้ว, CPU Snapdragon 720G และแบต 5000mAh เริ่มต้นราว 5,800 บาท

เปิดตัวอย่างเป็นทางก...

ข่าวประชาสัมพันธ์2 ชั่วโมง ที่แล้ว

เร็ว แรง ไร้จุดอับสัญญาณ ทุกการเชื่อมต่อกับ HUAWEI AirEngine 6760 X1 Series

แอคเซสพอยต์ความเร็วส...

New Smartphones in July 2020 New Smartphones in July 2020
Android News2 ชั่วโมง ที่แล้ว

แนะนำ มือถือใหม่ น่าซื้อ น่าใช้ ประจำเดือนกรกฎาคม 2020

แนะนำมือถือใหม่ น่าซ...

ข่าวประชาสัมพันธ์2 ชั่วโมง ที่แล้ว

ชมฟรี เรียลลิตี้วง NCT Dream และ Red Velvet มีซับไทย ที่นี่ที่เดียวบนแอปฯ เว็บ และกล่อง TrueID TV เริ่ม 6 ก.ค. นี้

ทรูไอดี โลกความสุขใน...

มือถือมาใหม่

ติดตาม กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง