ติดตามพวกเรา

Featured

รีวิว OPPO F11 Pro ที่สุดของดีไซน์โดดเด่น ถ่าย Portrait สวย แม้แสงน้อย

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

OPPO F11 Pro สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดที่มาพร้อมการอัพเกรดครั้งใหญ่ให้กับสมาร์ทโฟนระดับกลางใน F-series โดยได้รับการดีไซน์ตัวเครื่องระดับพรีเมียม หน้าจอแสดงผลเต็มขอบแบบไร้รอยบาก และมีกล้องหน้า Rising Camera ยกขึ้นอัตโนมัติ

OPPO F11 Pro Review

สรุปสเปค OPPO F11 Pro

  • ราคาเปิดตัว 10,990 บาท (มีนาคม 2019)
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด
  • หน้าจอแสดงผลขนาด 6.53 นิ้ว Panoramic Screen ความละเอียด 1080 x 2340 พิกเซล
  • ระบบปฏิบัติการ ColorOS 6 (Android 9.0 Pie)
  • ชิพเซ็ต Mediatek Helio P70 (12nm)
  • แรม 6GB
  • ความจุตัวเครื่อง 64GB ใส่เมมเพิ่มได้ด้วย microSD card สูงสุด 256GB
  • กล้องหลัง 2 ตัว
    • เลนส์หลักขนาด 48 ล้านพิกเซล f/1.79
    • Depth sensor ขนาด 5 ล้านพิกเซล f/2.4
  • กล้องหน้าเลื่อนได้อัตโนมัติ 16 ล้านพิกเซล f 2.0
  • แบตเตอรี่ขนาด 4000mAh, VOOC 3.0
  • รองรับ Bluetooth 5.0, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, microUSB
  • สแกนลายนิ้วมือด้านหลังตัวเครื่อง และปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า

 

ดีไซน์ตัวเครื่องและหน้าจอแสดงผล

OPPO F11 Pro Review

OPPO F11 Pro มาพร้อมกับการจัดวางโลโก้ OPPO แบบใหม่ที่ด้านหลังตัวเครื่องในแนวตั้ง จากเดิมจะเป็นข้อความในแนวนอน และมีข้อความเพิ่มเข้ามาว่า Designed by OPPO

 

OPPO F11 Pro Review

สีตัวเครื่องยังคงไล่เฉดสี แต่เพิ่มพิเศษให้โดดเด่นไม่เหมือนใคร โดยสี Thunder Black เป็นการไล่ 3 เฉดสีครั้งแรก จากน้ำเงินที่บริเวณส่วนล่างไปเป็นสีดำบริเวณกลางเครื่อง และเป็นสีม่วงที่บริเวณส่วนบน ในขณะที่ผิวตัวเครื่องมีลักษณะเรียบ ใช้เทคโนโลยี Nano Printing และฝาหลังมีความโค้งแบบ 3D Glass ทำให้ตัวเครื่องมีความสวยหรู พรีเมียมมากขึ้น

 

OPPO F11 Pro Review

ขอบด้านบนและด้านล่างของ OPPO F11 Pro มีขอบที่โค้งเว้า ทำให้เวลาใช้ใช้งานกระชับเหมาะมือ ถือใช้งานได้สะดวกสบายมากขึ้น

 

OPPO F11 Pro Review

นอกจากนี้แล้ว OPPO F11 Pro ยังได้ปรับเปลี่ยนตำแหน่งของลำโพงและไมโครโฟนใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกบังเมื่อเล่นเกมหรือใช้งานการโทร โดยติดตั้งลำโพงอีกหนึ่งตัวที่ตรงกลางขอบด้านบนตัวเครื่อง เพื่อให้รับเสียงได้ดีขึ้น ถึงแม้ว่าไมโครโฟนอันหนึ่งจะโดนปิดหรือบดบัง ก็ยังมีไมโครโฟนอีกอันหนึ่งที่สามารถใช้ได้อยู่

 

OPPO F11 Pro Review

หน้าจอแสดงผลพัฒนาจาก OPPO F9 ไม่มีรอยบากรูปหยดน้ำอีกต่อไปแล้ว ซึ่งทาง OPPO เรียกหน้าจอแบบชิดขอบของจริงนี้ว่า Panoramic Screen ขนาด 6.53 นิ้ว เห็นหน้าจอใหญ่แบบเต็มตาโดยไม่มีรอยบากรบกวนสายตา และครอบด้วยกระจกกันรอย Gorilla Glass 5

 

OPPO F11 Pro Review

อัตราส่วนหน้าจอ 19.5:9 และสัดส่วนหน้าจอที่ให้มามากถึง 90.9% ของพื้นที่ด้านหน้าตัวเครื่องจะช่วยให้เวลาใช้งานมองเห็นภาพบนหน้าจอได้ใหญ่เต็มตามากขึ้น และในขณะเดียวกันก็ยังถือสบายเหมาะมือ

 

OPPO F11 Pro Review

การดีไซน์ที่ทำให้ OPPO F11 Pro มีหน้าจอแสดงผลชิดขอบทุกด้าน คือกล้องถ่ายรูปด้านหน้าแบบยกขึ้นโดยอัตโนมัติที่เรียกว่า Rising Camera ขนาด 16 ล้านพิกเซล f/2.0 ซึ่งเป็นการนำนวัตกรรมใหม่ๆ ด้านกล้องถ่ายรูปมาใช้งานกับสมาร์ทโฟนระดับกลางเป็นครั้งแรก

ตัวกล้องหน้าไม่ได้มีดีแค่เพียงยกขึ้นมาเท่านั้น แต่ยังมีการใส่เทคโนโลยีวัดแรงโน้มถ่วงเมื่อเครื่องกำลังตกพื้น ตัวกล้องก็จะยุบลงเก็บอัตโนมัติ รวมไปถึงถ้าตัวกล้องถูกดันหรือชนกับสิ่งของก็จะยุบลงเก็บอัตโนมัติด้วย เพื่อไม่ให้เกิดความหายต่อการใช้งาน และสำหรับระยะเวลาในการใช้งานตัวกล้องที่ยกขึ้นอัตโนมัตินี้ ทาง OPPO ได้ทดสอบมาแล้วและยืนยันว่า หากใช้งานโดยเฉลี่ย 100 ครั้ง/วัน ก็จะใช้งานได้ยาวนานถึง 6 ปีเลยทีเดียว

 

OPPO F11 Pro Review

นอกจากนี้แล้ว OPPO ยังได้ใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ เพื่อให้พื้นที่ด้านหน้ามีความสวยงามและเพื่อให้ได้หน้าจอที่เต็มอย่างแท้จริง โดการซ่อนเซ็นเซอร์แสงให้อยู่ภายในบริเวณของช่องลำโพงที่อยู่ระหว่างกรอบด้านข้างหน้าจอด้วยขนาดความกว้างเพียง 0.5 มม.

 

ซอฟต์แวร์และฟังก์ชั่นการใช้งาน

OPPO F11 Pro Review

OPPO F11 Pro รันระบบปฏิบัติการ ColorOS 6 เวอร์ชั่นล่าสุดตั้งแต่แกะออกจากกล่อง ซึ่งครอบทับอยู่บน Android 9.0 Pie โดยมาพร้อมกับการปรับดีไซน์ UI ใหม่ เน้นเฉดสีพื้นหลังสีขาวที่ดูเรียบง่าย พร้อมกับการไล่เฉดสีที่ดูอ่อนโยน นุ่มนวล ทำให้เวลาใช้งานดูสบายตามากขึ้น

 

OPPO F11 Pro Review

ความห่างระหว่างเมนูและการจัดวางเส้นแบ่งต่างๆ ในเมนูการตั้งค่าทำให้ง่ายต่อการแตะเรียกใช้งานได้ง่ายมากขึ้น รวมไปถึงเลย์เอาท์ที่ปรับระยะห่างระหว่างคำและย่อหน้าให้เหมาะสมกับการอ่านที่ดูแล้วสบายตา อ่านง่ายมากขึ้นด้วย

 

OPPO F11 Pro Review

ไอคอนแอพพลิเคชั่นระบบได้รับการดีไซน์ใหม่เช่นเดียวกัน โดยมีสีสันที่สดใสและเป็นไอคอนแบบวงกลม ไม่จำเป็นจะต้องเป็นทรงสี่เหลี่ยมอีกต่อไปแล้ว ทำให้หน้าจอดูเป็นอิสระและมีความสวยงาม

 

OPPO F11 Pro Review

สำหรับภาพวอลเปเปอร์ก็ได้จับมือกับสตูดิโอ ANF โดยการเพิ่มภาพศิลปะสมัยใหม่ที่ได้รับอิทธิพลจากพลังแห่งธรรมชาติ ให้ผู้ใช้งานได้เลือกเปลี่ยนภาพสวยๆ ได้แบบฟรีๆ

 

OPPO F11 Pro Review

อนิเมชั่นภาพเคลื่อนไหวต่างๆ ก็มีลูกเล่นสวยๆ ใหม่เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นในขณะชาร์จแบตเตอรี่จะมีเอฟเฟ็กต์ไอคอนวงกลม VOOC ที่เหมือนการไหลของพลังงานเข้าสู่ศูนย์กลางของวงกลม เพื่อสื่อถึงพลังของการชาร์จไฟที่กำลังไหลเข้าสู่ตัวเครื่องอย่างต่อเนื่อง

 

OPPO F11 Pro Review

อนิเมชั่นในหน้าจอคำแนะนำการบันทึกใบหน้าสำหรับการปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้าก็มีเอฟเฟ็กต์ตัวการ์ตูนและสีสันสดใสน่ารักๆ ด้วย

 

OPPO F11 Pro Review

ในแกลเลอรี่รูปภาพสามารถใช้ 2 นิ้วกางออกเพื่อซูมการจัดเรียงภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้น หรือหุบเข้าหาเพื่อย่อการเรียงรูปภาพให้มีขนาดเล็กลง หรือจะใช้ย่อ-ขยายข้อความก็ได้เช่นกัน

 

OPPO F11 Pro Review

ColorOS 6 ได้รับการดีไซน์ให้ทำงานร่วมกับหน้าจอแบบ Full-Screen ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยการเพิ่มการใช้ท่าทาง Android P แบบใหม่ สามารถเข้าไปเลือกเปิดใช้งานได้ในเมนู การตั้งค่า > ตัวช่วยเพิ่มความสะดวก > ปุ่มการนำทาง

 

OPPO F11 Pro Review

Riding Mode ฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยให้การขับขี่ไม่ถูกรบกวน เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน โดยระบบจะใช้ตัวอักษรและปุ่มขนาดใหญ่ที่สามารถรับหรือปฏิเสธได้เท่านั้น และถ้าเลือกปฏิเสธสายโทรเข้า ระบบจะส่ง SMS กลับอัตโนมัติไปยังสายที่โทรเข้า หรือจะเลือกกำหนดเบอร์โทรศัพท์ที่อนุญาตในการรับสายได้ เพื่อไม่ให้พลาดสายที่สำคัญ

 

OPPO F11 Pro Review

Smart Bar นอกจากใช้งานในแนวนอน ตอนนี้สามารถใช้งานในแนวตั้งได้แล้ว ช่วยสลับการใช้งานแอพ ส่งไฟล์ ตอบแชท จับภาพหน้าจอขณะดูวิดีโอหรือเล่นเกมได้โดยไม่ต้องสลับหน้าจอไปมา ช่วยเพิ่มความสะดวกและง่ายต่อการใช้งานมากขึ้น โดยจะมีการแสดงไอคอนแอพ แบบลอยอยู่ด้านข้างหน้าจอ และสามารถเพิ่ม/ลด แอพพลิเคชั่นที่ต้องการใช้งานมาไว้ในส่วนนี้ได้ด้วย

 

OPPO F11 Pro Review

ความฉลาดของ AI ในแอพพลิเคชั่นรูปภาพ มีความสามารถตรวจจับใบหน้าและจดจำใบหน้าของแต่ละบุคคลได้ เพื่อแยกเป็นอัลบั้มเดียวกัน ทำให้สามารถค้นหารูปภาพได้ง่ายมากขึ้น รวมถึงการแบ่งอัลบั้มตามสถานที่ และประเภทของรูปถ่ายได้ด้วย

 

OPPO F11 Pro Review

แอพรูปภาพยังใช้ประโยชน์จากการจดจำใบหน้าด้วย AI ในการนำมาใช้ร่วมกับฟีเจอร์ที่เรียกว่า ความทรงจำ (Memories) เพื่อนำภาพถ่ายที่เกี่ยวข้องกับบุคคลนั้นๆ มาทำเป็นคลิปวิดีโอน่ารักๆ บันทึกถึงความทรงจำจากการถ่ายภาพในแต่ละช่วงเวลา เช่น ไปเที่ยวสถานที่ใดที่หนึ่ง ก็รวมเป็นคลิปเดียวกันได้ เป็นต้น

 

OPPO F11 Pro Review

ฟีเจอร์ด้านการเชื่อมต่อรองรับเครือข่าย 4G พร้อมกันทั้ง 2 ซิม และรองรับ VoLTE การโทรด้วยความเร็วสูงผ่านสัญญาณ 4G ที่ให้คุณภาพเสียงสนทนามีความคมชัดมากขึ้น สามารถใช้เน็ตไปพร้อมๆ กันได้ และยังรองรับ VoWi-Fi ที่สามารถโทรผ่านไวไฟได้อีกด้วย

 

OPPO F11 Pro Review

ในเรื่องของความปลอดภัย OPPO F11 Pro สามารถแตะสแกนลายนิ้วมือด้านหลังตัวเครื่อง และใช้ใบหน้าจอในการปลดล็อคหน้าจอได้ ซึ่งการจำแนกใบหน้าจอถือว่าทำได้ดีมาก ปลดล็อคได้อย่างรวดเร็ว

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

OPPO F11 Pro Review

OPPO F11 Pro ใช้ชิพประมวลผล Mediatek Helio P70 ที่มีกระบวนการผลิตขนาด 12 นาโนเมตร โดยซีพียู Octa-core แบ่งการทำงานออกเป็น 2 ระดับตามการใช้งาน คือ Quad-core 2.1GHz Cortex-A73 และ Quad-core 2.0GHz Cortex-A53 พร้อมกราฟิกหรือจีพียู Mali-G72 MP3 และแรม 6GB โดยผลการทดสอบ AnTuTu ป็นการทดสอบภาพรวมของการทำงานในส่วนของหน่วยความจำแรม และประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยประมวลผลกราฟิกหรือจีพียู OPPO F11 Pro ทำคะแนนรวมได้ 149,751 คะแนน

 

OPPO F11 Pro Review

ผลการทดสอบด้วย Geekbench 4 เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการทำงานและการประมวลผล การทดสอบนี้จะทำการประมวลออกมาเป็นตัวเลขแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ Single-Core และ Multi-Core หากได้คะแนนยิ่งสูงประสิทธิภาพการทำงานจะยิ่งดี โดยผลทดสอบของ OPPO F11 Pro ทำคะแนน Single-Core ได้ 1,558 คะแนน และ Multi-Core ทำได้ 5,993 คะแนน

 

OPPO F11 Pro Review

นอกจากนี้แล้วในการเล่นเกม ยังสามารถเปิดโหมดการเร่งความเร็วเกม Hyper Boost เพื่อเรียกใช้งานซีพียูและปรับจีพียูให้จัดลำดับความสำคัญให้มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการเล่นเกม เพื่อไม่ให้มีการรบกวนระหว่างเล่นเกมได้ Hyper Boost ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องถึง 3 ด้าน ไม่ใช่แค่เรื่องเกม แต่ยังช่วยในส่วนของระบบ และแอพพลิเคชั่นทำให้ทำงานได้เร็วขึ้นถึง 30% เลยทีเดียว 

 

OPPO F11 Pro Review

สำหรับ Game Space เป็นแอพพลิเคชั่นที่เพิ่มความสะดวกในการจัดการเกมเอาไว้ในที่เดียว เลือกโหมดการจัดการเกมได้ 3 โหมด ได้แก่ โหมดประสิทธิภาพสูงสุด โหมดสมดุล และโหมดการใช้พลังงานต่ำ

 

OPPO F11 Pro Review

Game Assistant ตัวช่วยในการเล่นเกมสำหรับเรียกใช้งานเมนูลัดระหว่างการเล่นเกมได้ง่ายๆ เช่น ปิดการแจ้งเตือน การจับภาพหน้าจอ การบันทึกหน้าจอเป็นวิดีโอ เป็นต้น ซึ่งเป็นเมนูที่เลือกใช้งานได้โดยไม่บดบังการเล่นเกม

 

OPPO F11 Pro Review

ทดสอบเล่นเกม PUBG Mobile สุดยอดเกมแอ็คชั่นใหม่ล่าสุดที่พัฒนาด้วย Unreal Engine 4 เป็นเกมที่มีภาพและกราฟิกที่สวยงามมาก ต้องใช้การควบคุมทิศทาง และความแม่นยำในการระบุเป้ายิง สามารถเล่นได้อย่างไม่สะดุด ไม่เจออาการกระตุกแม้จะเป็นตอนขับรถก็ตาม เรียกได้ว่าเล่นได้ลื่นๆ เล็งเป้าได้นิ่งๆ

 

OPPO F11 Pro Review

เกม ROV หรือ Realm of Valor เกม MOBA บนมือถือที่ได้รับความนิยมมาก สำหรับการเล่นบน OPPO F11 Pro รองรับโหมดเฟรมเรตสูง ภาพระดับ HD สามารถได้ลื่นไหล ไม่มีปัญหา เฟรมเรทช่วงเข้าทีมไฟต์นิ่งมากระหว่าง 57-60 fps ส่วนฉากอื่นๆ วิ่งระหว่าง 58-60 fps และบางเฟรมวิ่งทะลุ 61 fps

 

OPPO F11 Pro Review

แบตเตอรี่ของรุ่นนี้มีความจุมากถึง 4000mAh จากการทดสอบใช้งานทั่วไป เปิดกล้องถ่ายรูปไปราว 200 กว่ารูป, เล่นเกมราว 30 นาที และเข้าเล่นโซเชียลทั่วไป พบว่าแบตเตอรี่อยู่ได้นานทั้งวันตั้งออกจากบ้านในตอนเช้าไปทำงานจนถึงตอนค่ำๆ โดยไม่ต้องใช้ Power Bank ระหว่างวัน

 

OPPO F11 Pro Review

นอกจากนี้แล้ว OPPO F11 Pro ยังมีระบบชาร์จไว VOOC 3.0 ด้วยกำลังไฟสูงสุด 20W โดยชาร์จได้เต็มเร็วมากขึ้นเมื่อเทียบกับเวอร์ชั่นก่อนหน้า เพียงใช้หัวอะแดปเตอร์และสายชาร์จที่มาในกล่อง ซึ่งจากการทดสอบชาร์จแบตที่ 20% จน 71% ใช้เวลาเพียง 40 นาทีเท่านั้น ซึ่งถือว่ารวดเร็วมากๆ ตอบโจทย์การใช้งานในยุคที่ต้องเร่งรีบได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องรอนานอีกต่อไป

VOOC 3.0 ยังได้รับการรับรองจาก TÜV SÜD ซึ่งได้รับการยอมรับจากองค์กรระหว่างประเทศชั้นนำในด้านความปลอดภัยและความรวดเร็ว จึงมั่นใจได้ว่าการชาร์จแบต OPPO F11 Pro นั้นมีความปลอดภัยทุกครั้งที่ทำการชาร์จ

 

กล้องถ่ายรูป

OPPO F11 Pro Review

OPPO F11 Pro เป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางที่ได้รับการอัพเกรดกล้องหลังระดับไฮเอนด์ ซึ่งเป็นกล้องหลังคู่ 48 ล้านพิกเซล + 5 ล้านพิกเซล โดยกล้อง 48 ล้านพิกเซล ประกอบด้วย 6 ชิ้นเลนส์ ทำให้รับภาพได้คมชัดมากขึ้น และมาพร้อมรูรับแสงกว้าง f/1.79 สามารถจับแสงได้สว่างมากขึ้น โดยเฉพาะการถ่ายภาพในที่แสงน้อยหรือในที่ค่อนข้างมืด

 

OPPO F11 Pro Ultra night modeOPPO F11 Pro Camera Review 20 OPPO F11 Pro Camera Review

F11 Pro เป็นรุ่นแรกใน F-series ที่มีความสามารถในการถ่ายภาพกลางคืนด้วย Ultra Night Mode ที่มี AI เข้ามาช่วยลดนอยซ์ และทำการถ่ายภาพหลายเฟรมแล้วนำมารวมเป็นภาพเดียว โดยใช้เทคโนโลยี Ultra-clear Engine และ Color Mapping ของ OPPO ในการแยกความแตกต่างระหว่างบุคคลและพื้นหลัง โฟกัสที่ใบหน้า พร้อมปรับสีผิวสำหรับการถ่ายภาพกลางคืน เพื่อให้ได้ภาพที่เป็นธรรมชาติมีชีวิตชีวา และเพิ่มความสว่างในส่วนที่มืด เพื่อให้ได้ภาพที่ละเอียดและคมชัดมากยิ่งขึ้น

 

OPPO F11 Pro Review

สำหรับ Portrait Mode ซอฟต์แวร์กล้องมีระบบตรวจจับใบหน้าอัตโนมัติเพื่อการโฟกัสตัวบุคคลที่แม่นยำและทำให้การละลายฉากหลังทำได้เนียนเป็นธรรมชาติมากขึ้น

 

OPPO F11 Pro Camera Review OPPO F11 Pro Camera Review

การถ่ายภาพด้วย Portrait Mode จากกล้องหลังของ OPPO F11 Pro ทำได้ดีมากยิ่งขึ้น ด้วยกล้องหลักความละเอียดสูงที่มีรูรับแสงกว้าง และกล้อง Depth Sensor ที่ช่วยเก็บระยะความลึกของภาพ ทำให้การละลายฉากหลังทำให้เนียนสวยเป็นธรรมชาติ จะเห็นว่าในช่วงแสงน้อยตอนเย็นๆ หรือตอนค่ำ ตัวกล้องยังสามารถถ่ายภาพได้สว่างและเห็นรายละเอียดชัดเจนแม้สายตาของคนเราจะมองไม่เห็นก็ตาม

 

OPPO F11 Pro Camera ReviewOPPO F11 Pro Camera Review

สำหรับภาพนี้ใช้ลูกเล่นการถ่ายภาพจากกระจกเงาด้วย Portrait Mode ซึ่งกล้องก็ยังสามารถเก็บรายละเอียดและละลายฉากหลังได้เนียน โดยช่วงเวลาที่ถ่ายก็เกือบๆ 6 โมเย็นแล้ว แต่ด้วยกล้องมือถือที่จะให้ภาพที่สว่างกว่าตาของคนเรา โดยเฉพาะใน F11 Pro ที่มีรูรับแสงกว้าง f/1.79 จึงทำให้ได้ภาพที่สว่างคมชัดมากยิ่งขึ้น

 

OPPO F11 Pro Camera Review OPPO F11 Pro Camera Review OPPO F11 Pro Camera Review OPPO F11 Pro Camera Review

แสงแดดยามเย็นที่มีแสงโทนสีเหลืองอุ่นๆ เมื่อถ่ายด้วย Portrait Mode ถือว่าทำภาพออกมาได้สวยเป็นธรรมชาติมาก เห็นใบหน้าชัดเจน และยังเห็นว่ามีแสงแดดอ่อนๆ ยามเย็นอีกด้วย

 

OPPO F11 Pro Camera Review OPPO F11 Pro Camera Review OPPO F11 Pro Camera Review OPPO F11 Pro Camera Review

ภาพทั้งหมดข้างบนนี้ถ่ายในช่วงเวลาประมาณ 6 โมงกว่าๆ เริ่มมีการเปิดไฟตามร้านค้าต่างๆ แล้ว แต่ด้วยกล้องมือถือของ F11 Pro ทำให้ภาพดูมีความสว่างมากกว่าที่ตาเห็น และจะสังเกตเห็นการละลายฉากหลังของ Portrait Mode ทำให้เห็นเป็นโบเก้ของดวงไฟเป็นวงๆ สวยงาม

 

OPPO F11 Pro Camera Review OPPO F11 Pro Camera Review

การถ่าย Portrait Mode ในช่วงกลางคืนที่ค่อนข้างมืด และมีแสงไฟสีต่างๆ กล้องหลังของ F11 Pro ก็ให้ภาพที่สว่างสวยงาม จุดโฟกัสที่ตัวบางแบบก็ทำได้คมชัดมาก ทำให้การละลายฉากหลังทำได้เนียนเป็นธรรมชาติ

 

OPPO F11 Pro Camera Review OPPO F11 Pro Camera Review

สำหรับ Dazzle Color Mode เป็นความสามารถของเทคโนโลยี AI Engine จะจำฉากต่างๆ แล้วปรับค่าให้เหมาะสม ซึ่งทำงานร่วมกับ Color Engine ที่ใช้เทคนิคพิเศษที่เรียกว่า Mapping Curve เพื่อเพิ่มความสว่างและเพิ่มสีของภาพถ่ายให้สดใสมากขึ้น

 

OPPO F11 Pro Camera Reviewสำหรับกล้องหน้าเซลฟี่ก็ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปอีกด้วยนวัตกรรมกล้องเลื่อนขึ้นอัตโนมัติ Rising Camera ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล f/2.0

 

สรุปจุดเด่น

  • OPPO F11 Pro เป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางที่มีดีไซน์สวยงาม ใส่ฟีเจอร์มาให้ครบทุกด้านไม่แพ้รุ่นไฮเอนด์ ในราคาหมื่นเดียวที่ทุกคนสามารถจับต้องได้ง่าย
  • หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่แบบเต็มขอบของจริง 6.53 นิ้ว Panoramic Screen ความละเอียด 1080 x 2340 พิกเซล ไม่มีรอยบากให้รบกวนสายตาเวลาใช้งานอีกต่อไปแล้ว
  • รันระบบปฏิบัติการ ColorOS 6 (Android 9.0 Pie) ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดตั้งแต่แกะออกจากกล่อง ไม่ต้องรออัพเดท
  • ชิพเซ็ต Mediatek Helio P70 (12nm) และแรม 6GB ใช้งานทั่วไปได้ลื่นไหล และเล่นเกมกราฟิกสายๆ ได้ไม่มีสะดุด ซึ่งมีฟีเจอร์ตัวเร่งประสิทธิภาพการเล่นเกมที่เรียกว่า Hyper Boost เข้ามาช่วย
  • กล้องหลัง 2 ตัว เลนส์หลักขนาด 48 ล้านพิกเซล f/1.79 + Depth sensor ขนาด 5 ล้านพิกเซล f/2.4 ถ่ายภาพกลางคืนได้สว่างและถ่าย Portrait ได้สวยทุกสภาพแสง รวมไปถึงระบบโฟกัสที่รวดเร็วด้วย
  • กล้องหน้าเลื่อนได้อัตโนมัติ 16 ล้านพิกเซล และเลื่อนเก็บได้อัตโนมัติเมื่อเครื่องตกหรือกระแทก
  • แบตเตอรี่ขนาด 4000mAh ใช้งานทั่วไปได้ทั้งวัน และชาร์จไว VOOC 3.0

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ถาดซิมแบบไฮบริด ต้องเลือกระหว่างใส่ซิม 2 หรือ microSD card

ราคาจำหน่าย (อัพเดท 1 ก.ค. 62)

  • OPPO F11 Pro RAM 6 GB ROM 128 GB ราคา 10,490 บาท มี 3 สี Thunder Black, Aurora Green และ Waterfall Gray
  • OPPO F11 Pro RAM 6 GB ROM 64 GB ราคา 9,990 บาท มี 2 สี Thunder Black และ Aurora Green

รายละเอียดเพิ่มเติม www.facebook.com/oppothai

Android News

ทำความรู้จัก 1+8+N กลยุทธ์เด็ดของ HUAWEI เมื่อฮาร์ดแวร์ทั้งหมดเชื่อมต่อกัน เกิดเป็นชีวิตเอไอ ไร้รอยต่อ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Huawei 1+8+N strategy for the 5G era and Promotion 01

อย่างที่ทราบกันว่า HUAWEI เป็นบริษัทที่พัฒนาและผลิตทั้งฮาร์ดแวร์ที่เป็นชิปเซ็ต ซอฟต์แวร์บริการต่างๆ และมีระบบ Cloud ด้วย เรียกได้ว่าเป็นบริษัทที่มีทุกอย่างเป็นของตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ 1+8+N ในการที่จะทำให้ฮาร์ดแวร์ทั้งหมดเชื่อมต่อกันแบบไร้รอยต่อ โดยในวันนี้จะพาทุกคนไปรู้จักกับกลยุทธ์เด็ดนี้ของ HUAWEI

 

Huawei 1+8+N strategy for the 5G era and Promotion

กลยุทธ์ 1+8+N ของ HUAWEI เกิดจากวิสัยทัศน์ขององค์กรที่ต้องการสร้าง ชีวิตเอไอ ไร้รอยต่อ หรือ AI Seamless Life โดยให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นจากการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ความสามารถในการแบ่งปันข้อมูล และประสานการทำงานระหว่างอุปกรณ์ ไปจนถึงการบูรณาการคอนเทนต์และบริการของทุกอุปกรณ์ ในระบบอีโคซิสเต็มของ HUAWEI นั่นเอง

 

Huawei 1+8+N strategy for the 5G era and Promotion

HUAWEI ให้ความสำคัญกับสมาร์ทโฟนเป็นหลัก ซึ่งก็คือตัวเลข 1 ในกลยุทธ์นี้ เพราะปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกคนจะมีสมาร์ทโฟนพกติดตัวตลอดเวลามากกว่าอุปกรณ์อื่นๆ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ศูนย์กลางที่จะใช้เชื่อมต่อไปยังสมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ

ตัวเลข 8 หมายถึง สมาร์ทดีไวซ์อื่นๆ อีก 8 อย่าง ที่จะมาเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน เพื่อยกระดับการใช้งานสมาร์ทโฟนและการทำงานบนดีไวซ์ต่างๆ ให้มีความคล่องตัวและตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายในชีวิตประจำวันของผู้ใช้ โดย 8 หมวดหมู่ที่ว่านี้ ได้แก่ แล็ปท็อป, แท็บเล็ต, สมาร์ทวอทช์, หูฟังไร้สาย (EarBuds), แว่นตา, ทีวีหรือหน้าจอ, ลำโพง และรถยนต์

และตัว N หมายถึง รูปแบบที่เกิดจากการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นด้านความบันเทิง อินเทอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่งหรือ IoT เพราะการที่อุปกรณ์ต่างๆ ได้เชื่อมต่อและสร้างเครือข่าย รวมถึงระบบอีโคซิสเต็มให้สมบูรณ์ จะทำให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์การทำงานที่ลื่นไหล เต็มประสิทธิภาพ และให้ชีวิตเอไอ ไร้รอยต่อเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

อุปกรณ์ต่างๆ ของ HUAWEI ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่รันระบบปฏิบัติการ EMUI ที่ใช้งานระบบ HUAWEI Mobile Service ทำผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อและใช้งานหลายอุปกรณ์ภายในเวลาเดียวกันได้อย่างสะดวกสบายและรวดเร็ว ซึ่งตอนนี้สมาร์ทโฟนของ HUAWEI หลากหลายรุ่นรองรับการเชื่อมต่อผ่านเทคโนโลยี 5G แล้ว และการต่อยอดไปถึงบริการ HUAWEI Assistant

 

Huawei 1+8+N strategy for the 5G era and Promotion

ฟีเจอร์ทำงานแบบเชื่อมต่อบนหลายอุปกรณ์มีหลากหลายฟีเจอร์ เช่น HUAWEI Share ที่ช่วยโอนถ่ายข้อมูลระหว่างสมาร์ทดีไวซ์ โดยแตะสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ EMUI 10.1 ขึ้นไปเข้ากับแล็ปท็อปเพียง One Tap ตามกลยุทธ์ 1+8+N เพียงเท่านี้อุปกรณ์ก็จะเชื่อมต่อกัน และพร้อมทำงานร่วมกันได้ทันที

 

Huawei 1+8+N strategy for the 5G era and Promotion

HUAWEI Share ช่วยให้สมาร์ทโฟนของ HUAWEI เชื่อมต่อกับแล็ปท็อปได้ง่ายๆ เพียงนำตัวเครื่องมาแตะที่ตัวเครื่อง จากนั้นกดเชื่อมต่อเพื่อเริ่มใช้งานสมาร์ทโฟนบนแล็ปท็อปได้ทันที สามารถถ่ายโอนข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ได้อย่างรวดเร็ว

 

Huawei 1+8+N strategy for the 5G era and Promotion Huawei 1+8+N strategy for the 5G era and Promotion

การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน HUAWEI กับแท็บเล็ตได้ง่ายๆ เพียง One Tap เช่นเดียวกันด้วยฟีเจอร์ HUAWEI Share และพร้อมใช้งานสมาร์ทโฟนได้แบบต่อเนื่องบนหน้าจอแท็บเล็ตได้ทันที

 

Huawei 1+8+N strategy for the 5G era and Promotion Huawei 1+8+N strategy for the 5G era and Promotion

สมาร์ทวอชท์ HUAWEI สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อซิงค์ข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ เช่น วัดอัตราการเต้นของหัวใจจากสมาร์ทวอชท์และดูข้อมูลแบบเรียลไทม์บนหน้าจอสมาร์ทโฟน

 

Huawei 1+8+N strategy for the 5G era and Promotion

หูฟังไร้สาย HUAWEI Freebuds 3 หากใช้งานแล้วแบตหมดก็สามารถวางบน HUAWEI P40 Pro เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ได้ทันที เรียกได้ว่าใช้งานได้อย่างต่อเนื่องแบบไร้รอยต่อของจริง

การที่ HUAWEI พัฒนาระบบให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อการทำงานระหว่างอุปกรณ์ได้อย่างลื่นไหลนี้ ก็เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้นั่นเอง เพราะในปัจจุบันอาจพูดได้ว่าทุกคนมีอุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์มากกว่า 1 ชิ้น แต่การทำงานร่วมกันยังมีความยุ่งยากอยู่บ้าง ซึ่งกลยุทธ์ 1+8+N ของ HUAWEI จะทำให้รอยต่อที่ว่านี้หายไป เรียกได้ว่าเป็นการใช้ชีวิตเอไอ ไร้รอยต่อ โดยมีสมาร์ทโฟนเป็นศูนย์กลางการควบคุมการทำงาน

 

Huawei 1+8+N strategy for the 5G era and Promotion

อุปกรณ์ที่จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงานหรือไลฟ์สไตล์ประจำวัน เชื่อมต่อการทำงานระหว่างหลายอุปกรณ์ ตอนนี้ HUAWEI ก็มีให้เลือกใช้งานครบชุดทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในทุกระดับราคา ตอบโจทย์การใช้งานทุกเพศทุกวัย ซึ่งตอนนี้ก็มีโปรโมชั่นทั้งลดทั้งแถม

 

Huawei 1+8+N strategy for the 5G era and Promotion

เมื่อซื้อ HUAWEI Mate30 Series หรือ HUAWEI P40 Series รับฟรี HUAWEI Freebuds 3 มูลค่า 4,990 บาท

 

Huawei 1+8+N strategy for the 5G era and Promotion

เมื่อซื้อ HUAWEI nova 7i รับฟรี HUAWEI Mini Speaker (แบบคู่) มูลค่า 1,990 บาท

เมื่อซื้อ HUAWEI Y7p รับฟรี HUAWEI Umbrella มูลค่า 390 บาท และ HUAWEI Premium Gift Box มูลค่า 990 บาท

 

Huawei 1+8+N strategy for the 5G era and Promotion

เมื่อซื้อ HUAWEI MatePad Pro รับฟรี HUAWEI M-Pencil (Wireless Charging) มูลค่า 2,990 บาท และ HUAWEI MatePad Pro Flip Cover มูลค่า 1,290 บาท

นอกจากนี้แล้วยังสามารถใช้เป็นส่วนลดสูงสุดถึง 20% สําหรับซื้ออุปกรณ์เสริมของหัวเว่ยหรือแก็ดเจ็ต รวมถึงสิทธิพิเศษมากมาย เช่น การผ่อนชำระ 0% นานสูงสุดถึง 24 เดือนสำหรับบัตรเครดิตและผลิตภัณฑ์ที่ร่วมรายการ ณ HUAWEI Experience Store ที่ร่วมรายการ โดยโปรโมชั่นสุดคุ้มนี้จะสิ้นสุดในวันที่ 31 ก.ค.นี้ โปรโมชั่นดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งภายใต้แคมเปญ Together 2020 ที่ต้องการสนับสนุนให้ผู้บริโภคทั่วไปและแฟนๆ ของแบรนด์ได้มีโอกาสใช้งานหลากหลายอุปกรณ์ รวมถึงเชื่อมต่อการทำงานระหว่างอุปกรณ์มากยิ่งขึ้น

อ่านต่อ...

Android News

5 เหตุผล ทำไมต้องสมาร์ทโฟน 5G มีดีกว่า 4G มากแค่ไหน?

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

หนึ่งในหัวข้อที่เราชาวโซเชียลมีเดียได้เห็นทุกวัน คือข่าวคราวเกี่ยวกับ 5G จนทุกวันนี้เป็นเรื่องที่พูดคุยกันปกติไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น เชื่อว่าหลายคนก็ยังมีคำถามในใจว่า 5G คืออะไร? 5G มีดีกว่า 4G มากแค่ไหน? 5G ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันเราอย่างไรบ้าง? 5G มีความจำเป็นในเร็ววันนี้หรือไม่? และที่สำคัญที่สุดคือ 5G ที่จับต้องได้และจะพิสูจน์ได้ยังไง? คำตอบคือ ทุกอย่างเริ่มต้นที่สมาร์ทโฟนหนึ่งเครื่อง เพียงคุณเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนที่ใช้สัญญาณ 5G ได้ เท่ากับคุณได้เปิดประตูสู่โลกสุดอัจฉริยะที่สรรค์สร้างด้วยเทคโนโลยีที่จะนำพาความสะดวกสบาย และสนุกสนานมาให้ชีวิตประจำวันของคุณแล้ว

5 reasons why you need a 5G smartphone

การเปิดตัวของ HUAWEI nova 7 Series ได้สร้างปรากฎการณ์และมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดสมาร์ทโฟน ด้วยการนำเสนอสมาร์ทโฟน 5G ที่ราคาคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็น HUAWEI nova 7 SE ที่ตอนนี้กลายเป็นสมาร์ทโฟน 5G ที่ขายดีที่สุดในตลาดและเร็วๆ นี้ กับ HUAWEI nova 7 สมาร์ทโฟนกล้องเจ๋ง สเปคแรง ตอบโจทย์คอเกม ดังนั้นตอนนี้ จึงถือเป็นโอกาสดีอย่างยิ่งที่ผู้บริโภคจะได้เริ่มลองเปิดประสบการณ์ 5G ในราคาที่ไม่ต่างจาก 4G หากยังไม่แน่ใจ เรามาดูกันดีกว่าว่า 5 เหตุผลเด็ดๆ ที่จะช่วยให้คุณพอนึกภาพออกว่า สมาร์ทโฟน 5G อย่าง HUAWEI nova 7 Series จะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่คุ้มค่ามากแค่ไหน

1. การถ่ายรูปแชร์ลงโซเชียลมีเดีย จะสนุกกว่าที่เคยเป็น

5 reasons why you need a 5G smartphone

หากใช้สมาร์ทโฟน 5G ใน HUAWEI nova 7 Series ก็จะสามารถอัพโหลดรูป ส่งรูป หรือแชร์รูปพร้อมแคปชั่นได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิมไม่ว่าอยู่แลนด์มาร์คที่คนใช้อินเทอร์เน็ตกันเยอะแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นรูป Portrait ภาพทิวทัศน์ครอบคลุมบริเวณกว้าง หรือการถ่ายในที่แสงน้อย กล้อง AI 64MP ก็จะทำให้รูปบนโซเชียลมีเดียช่องทางโปรดของคุณดูสวยงามที่สุด

สำหรับคนที่ชอบถ่ายเซลฟี่ กล้องหน้า 32MP ของ nova 7 หรือ 16MP ของ nova 7 SE ก็มี AI อัจฉริยะช่วยสร้างภาพแบบ bokeh และ ทำภาพให้ดูฟุ้งๆ เหมือนอยู่ในความฝันได้ แถมยังมี Super Night Selfie สำหรับการถ่ายภาพในที่แสงน้อย เวอร์ชั่น 2.0 ทำหน้าที่ปรับแสงของผิวใบหน้าให้ผุดผ่องขึ้น และปรับแสงของภาพโดยรวมให้สวยงามพอเหมาะ ส่วน Super Night Selfie 3.0 บน nova 7 จะทำงานคู่กับ BM3D noise reduction ให้ภาพในที่แสงน้อยมีความหยาบน้อยลง และคมชัดมากขึ้น

2. เล่าเรื่องราวผ่านวีดีโอง่ายๆ แบบที่ไม่เคยทำได้มาก่อน

5 reasons why you need a 5G smartphone

กล้องของ HUAWEI nova 7 Series ที่มี 5G นี้ช่วยให้คุณผลิตคอนเทนต์คุณภาพอย่าง vlogger มืออาชีพ แชร์เรื่องราวที่พบเจอในชีวิตประจำวันได้ทุกวันแม้คุณไม่เคยตัดต่อวิดีโอมาก่อน โดยกล้องสามารถถ่ายวิดีโอคมชัดระดับ 4K ได้อย่างสบายๆ โดยเทคโนโลยีลดจุดสัญญาณรบกวนในภาพ ทำให้วิดีโอที่ถ่ายตอนกลางคืน หรือที่แสงน้อยมีความคมชัด และดูมีความละเอียด

นอกจากเรื่องความคมชัดแล้ว คนที่อยากถ่ายวิดีโอแบบสองมุมมองในเวลาเดียวกัน โดยไม่ต้องเสียเวลาถ่ายสองครั้ง หรือใช้การตัดต่อให้ยุ่งยากและเสียเวลา ก็สามารถใช้ DUAL-VIEW Video Mode ที่ถ่ายภาพมุมกว้างพาโนรามากับโคลสอัพ หรือถ่ายด้วยกล้องหน้าไปพร้อมๆ กับกล้องหลัง อย่างการถ่ายของอร่อยๆ ไปพร้อมกับรีแอคชั่นของตัวเองเมื่อได้ลิ้มรส ก็ทำได้ในเวลาเดียวกัน ประหยัดเวลาไปอีกเยอะ

อีกอย่างอย่าลืมว่า 5G ที่มีแบนด์วิธใหญ่ ก็ทำให้คุณสามารถอัพโหลดไฟล์วิดีโอใหญ่ๆ ลงช่องทางต่างๆ ได้ทันทีไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม บอกลาได้เลยปัญหาการโพรเซสวีดีโอช้า

3. ประสบการณ์การเล่นเกมที่เจ๋งขึ้นกว่าเดิม

5 reasons why you need a 5G smartphone

HUAWEI nova 7 และ HUAWEI nova 7 SE ใช้ขุมพลังชิปเซ็ต Kirin 985 และ Kirin 820 ตามลำดับ ที่ผสาน 5G Modem ลงบนชิปเซ็ตด้วยเทคโนโลยีชั้นนำ ครอบคลุม 8 ย่านความถี่ ทำให้สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ต ด้วยความเร็วระดับ 5G ได้อย่างลื่นไหล ถือเป็นข้อได้เปรียบสำหรับเหล่าเกมเมอร์ให้สามารถเล่นเกมได้ด้วยภาพที่มีความละเอียดสูง และมีความหน่วงต่ำ ไม่กระตุก ได้ในอีกระดับของความสะใจ โดย GPU ที่ใช้ก็รองรับเกมภาพ 3 มิติ ใหญ่ๆ ภาพคมๆ ได้เป็นอย่างดี

4. อีโคซิสเต็มที่เชื่อมคอนเทนต์ทุกอย่างของคุณเข้าไว้ด้วยกัน

5 reasons why you need a 5G smartphone

ส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตแบบ 5G คือการที่เทคโนโลยีต่างๆ รอบตัว เชื่อมต่อกันเป็นอีโคซิสเต็มเดียว โดยมีความเร็วของ 5G ช่วยอำนวยความสะดวก ที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงรูป วิดีโอ ไฟล์ต่างๆ และข้อมูลการเล่นเกมผ่านอุปกรณ์หลายๆ ชิ้นของหัวเว่ยรวมถึงสมาร์ทโฟน HUAWEI nova 7 Series โดยใช้ HUAWEI ID และยังมีอีกอย่างที่ทำให้การเข้าถึงคอนเทนต์บนสมาร์ทดีไวซ์ของหัวเว่ยมีความไร้รอยต่อคือ Huawei Share บน nova 7 ที่จะช่วยส่งไฟล์จากอุปกรณ์สู่อุปกรณ์ได้เพียงแตะเข้าด้วยกัน หัวเว่ยมีกลยุทธ์ 1+8+N ที่ให้ สมาร์ทโฟนเป็น 1 ศูนย์กลางที่เชื่อมต่อ 8 สมาร์ทดีไวซ์อื่นๆ เพื่อโอนถ่ายข้อมูลระหว่างกันได้ โดย N นั้นจะหมายถึงอุปกรณ์ IoT ต่างๆ ของหัวเว่ยที่จะใช้ 5G ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคให้ดีขึ้นไปอีกขั้น

5. ระบบปฏิบัติการที่ให้มากกว่าการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ

5 reasons why you need a 5G smartphone

HUAWEI nova 7 Series มาพร้อมระบบปฏิบัติการ EMUI 10.1 ซอฟท์แวร์สุดล้ำที่ขาดไม่ได้สำหรับสมาร์ทโฟน 5G ซึ่งจะทำให้การใช้ชีวิตแบบดิจิทัลมีความอัจฉริยะขึ้นไปอีกขั้น เพราะเป็นเวอร์ชั่นอัพเดทล่าสุดที่มีระบบวิดีโอคอล HUAWEI MeeTime ที่ใช้ประโยชน์จาก 5G ให้ผู้ใช้สามารถวิดีโอคอลกับครอบครัวและเพื่อนฝูงได้แบบมีประสิทธิภาพดีที่สุด โดย 5G จะช่วยให้คุณภาพวิดีโอคอลมีความลื่นไหล และภาพสวยคมชัดยิ่งกว่าวิดีโอคอลทั่วไป โดย HUAWEI nova 7 SE รองรับความละเอียดของวีดีโอคอลที่ 720p และ HUAWEI nova 7 รองรับได้ถึง 1080p

นอกเหนือจาก 5 เหตุผลที่สมาร์ทโฟน 5G ใน HUAWEI nova 7 Series จะเป็นจุดเริ่มต้นเข้าสู่โลกของ 5G ได้ดีแล้ว HUAWEI ยังคงพัฒนาแหล่งแอปพลิเคชันของตัวเอง ให้ทุกสมาร์ทดีไวซ์ที่ใช้ EMUI 10.1 สามารถเลือกดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้จาก HUAWEI AppGallery ที่ร่วมมือกับนักพัฒนาแอปพลิเคชันทั่วโลก ผลิตแอปยอดฮิตในตลาดต่างๆ ทั้งในด้านบันเทิง ท่องเที่ยว การทำงาน การศึกษา รวมถึงเกมต่างๆ ที่ท้าทายการใช้งาน 5G อย่างเต็มที่ โดยล่าสุดหัวเว่ยได้เปิดตัว Petal Search ซึ่งเป็นเครื่องมือการค้นหาแอปจากแหล่งต่างๆ โดยมี Find Apps เป็นวิดเจ็ตที่ช่วยค้นหา แอปฯ กว่าร้อยแอปฯ ที่จะได้รับการอัพเดทบนแพลตฟอร์มทุกๆ สัปดาห์ เพียงใช้วิดเจ็ตดังกล่าว หากแอปฯ ใดมีใน HUAWEI AppGallery แล้วก็จะแสดงผลด้านบนสุดให้ได้ดาวน์โหลดกันง่ายๆ ทันที คราวนี้ไม่ต้องกลัว ชาวไทยสามารถใช้งาน Facebook, Facebook Messenger และ Instagram กันได้ง่ายๆ แล้ว ถือเป็นการเพิ่มอีกทางเลือกหนึ่งในการค้นหาแอปพลิเคชั่นให้กับผู้ใช้งาน

สำหรับใครที่ตั้งตารอ HUAWEI nova 7 อดใจอีกนิด วางจำหน่ายเร็วๆ นี้แน่นอน แต่จะมาพร้อมโปรโมชั่นจัดเต็มอะไรนั้น สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://consumer.huawei.com/th/phones/ และดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรโมชันที่ http://www.facebook.com/HuaweiMobileTH

อ่านต่อ...

Featured

รีวิว realme X50 Pro 5G ขุมพลังความเร็วแห่งอนาคต Snapdragon 865 5G, รองรับ 5G, 65W SuperDart Charge พร้อมจัดเต็มเรื่องกล้องรวม 6 เลนส์

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

(เพิ่มเติม…)

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Huawei 1+8+N strategy for the 5G era and Promotion 01 Huawei 1+8+N strategy for the 5G era and Promotion 01
Android News3 ชั่วโมง ที่แล้ว

ทำความรู้จัก 1+8+N กลยุทธ์เด็ดของ HUAWEI เมื่อฮาร์ดแวร์ทั้งหมดเชื่อมต่อกัน เกิดเป็นชีวิตเอไอ ไร้รอยต่อ

อย่างที่ทราบกันว่า H...

5 reasons why you need a 5G smartphone 5 reasons why you need a 5G smartphone
Android News1 วัน ที่แล้ว

5 เหตุผล ทำไมต้องสมาร์ทโฟน 5G มีดีกว่า 4G มากแค่ไหน?

หนึ่งในหัวข้อที่เราช...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme X50 Pro 5G ขุมพลังความเร็วแห่งอนาคต Snapdragon 865 5G, รองรับ 5G, 65W SuperDart Charge พร้อมจัดเต็มเรื่องกล้องรวม 6 เลนส์

Experience the perfect 5G today On the flagship smartphone HUAWEI P40 Series. Experience the perfect 5G today On the flagship smartphone HUAWEI P40 Series.
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

สัมผัสประสบการณ์ 5G ที่สมบูรณ์แบบได้แล้ววันนี้ บนสมาร์ทโฟนเรือธง HUAWEI P40 Series

ปีนี้หัวเว่ยรุกความเ...

SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review 01 SanDisk Extreme microSDXC A2 New Review 01
Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว SanDisk Extreme microSDXC A2 โฉมใหม่! ติดตั้งเกมได้ลื่นไหล เปิดแอปไม่สะดุด และรองรับวิดีโอ 4K

โฉมใหม่ SanDisk Extr...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

มือถือมาใหม่

ติดตาม กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง