ติดตามพวกเรา

Wearable

รีวิว OPPO Enco Q1 Unicorn Gundam BANSHEE Edition หูฟังไร้สาย ตัดเสียงขั้นสุด เบสแน่นๆ พร้อมดีไซน์งามๆ เอาใจสาวกกันดั้ม

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

OPPO Enco Q1 Unicorn Gundam BANSHEE Edition หูฟังไร้สายรุ่นใหม่จาก OPPO ที่มาในลวดลายของกันดั้มที่สาวกจะต้องชอบ โดยมาพร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนชั้นเยี่ยม ควบคุมได้ง่าย ดีไซน์สวยงาม และแบตเตอรี่อึดพร้อมให้ใช้งานได้ตลอดทั้งวัน

 

คุณสมบัติ OPPO Enco Q1 Unicorn Gundam BANSHEE Edition

  • น้ำหนัก : 42 กรัม
  • ขนาดไดรเวอร์ : 11.8 มม.
  • ความไวของไดรเวอร์ : 99 dB @ 1kHz
  • Bluetooth : 5.0
  • ระยะการเชื่มต่อ : 10 เมตร
  • ป้องกันน้ำ : IPX4
  • ความจุแบตเตอรี่ : 160mAh
  • ระยะเวลาในการชาร์จ : 2 ชั่วโมง

 

ตัวกล่องของ OPPO Enco Q1 Unicorn Gundam BANSHEE Edition ยังมีความพิเศษต่างจากรุ่นปกติเช่นเคยครับ โดยมาพร้อมกับตัวกล่องสีดำสุดเข้มพร้อมด้วยส่วนหัวของหุ่น RX-0 Unicorn Gundam Banshee ครับ และที่มุมซ้ายล่างยังมีโลโก้ที่เป็นการฉลองครบรอบ 40 ปีของ Gundam ตั้งแต่ปี 1979 ด้วย

 

อุปกรณ์ภายในกล่องมีดังนี้

  • หูฟังไร้สาย OPPO Enco Q1 Unicorn Gundam BANSHEE Edition
  • ตัวครอบหูฟัง 3 ขนาด : S, M, L
  • สาย USB Type-A เป็น USB Type-C
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

ดีไซน์สวยงามสมกับครบรอบ 40 ปี Gundam

OPPO Enco Q1 ในเวอร์ชันนี้มาในดีไซน์สีดำสุดเท่ มีลักษณะเป็นสายคล้องคอยืดหยุ่นจาก TPU (Thermoplastic polyurethanes) โค้งตามคอและไหล่ทำให้ใส่ได้พอดีและไม่รู้สึกว่าเกะกะอะไรด้วย เพราะมีน้ำหนักเบาเพียง 42 กรัมเท่านั้น

 

ความพิเศษของ OPPO Enco Q1 ด้วยความที่เป็นลวดลายของกันดั้มจะต้องมีโลโก้ต่างๆ รอบตัว โดยที่ด้านหลังหูฟังจะสลักชื่อหุ่น RX-0, ทางซ้ายจะมีเขียนว่า OPPO และ GUNDAM เอาไว้ และที่ด้านขวาจะมีชื่อ BANSHEE ครับ

 

ที่ครอบหูฟังรุ่นนี้มาในแบบ SoftFit ซิลิโคนชนิดเหลว ทำให้สวมใส่ได้พอดีกับใบหู ไม่หลุดง่ายๆ แน่นอนครับ และที่สำคัญคือพอใส่เข้าไปแล้วไม่มีการกดหูให้รู้สึกปวดเวลาใช้นานๆ

 

 

นอกจากนี้ OPPO Enco Q1 ยังมีมาตรฐานป้องกันน้ำระดับ IPX4 สามารถใส่ออกกำลังกายหรือใส่เดินขณะฝนตกได้อย่างแน่นอน

 

มาดูกันที่รอบๆ ตัวหูฟังกันครับ ที่หูฟังด้านขวาจะไม่มีปุ่มควบคุมอะไร แต่ในฝั่งซ้ายจะมี 3 ปุ่มหลักๆ ในการควบคุม ได้แก่ ปุ่ม Mode, ปุ่ม Volume และปุ่ม Multi-Function ที่มีแถบสีเขียวแยกกับปุ่ม Mode ชัดเจนครับ โดยระหว่างปุ่มเพิ่มเสียงและปุ่ม Multi-Function จะมีไฟ LED บอกสถานะเป็นสีเขียวหรือขาวด้วย

 

ด้านบนบนเหนือปุ่มควบคุมต่างๆ จะมีพอร์ต USB Type-C สำหรับชาร์จมาให้ด้วยครับ

 

ทั้งนี้ ในส่วนของแถบด้านซ้ายจะมีการฝังไมโครโฟนสำหรับคุยโทรศัพท์และชิปสำหรับการตัดเสียงรบกวนโดยเฉพาะเข้าไปด้วย

 

ในส่วนของตัวหูฟังทั้ง 2 ข้างมีเทคโนโลยี Hybrid ANC (การลดเสียงรบกวนแบบแอคทีฟ) เป็นการตัดเสียงจากไมโครโฟนแบบ Feed Forward (FF) และ Feed Back (FB) ทำให้แยกแยะเสียงภายนอกและเสียงของผู้ใช้งานได้อย่างแม่นยำ

 

และที่ด้านหลังของหูฟังทั้ง 2 ข้างยังมีแม่เหล็กที่สามารถนำมาติดกันได้เมื่อเราไม่ได้ฟังอยู่ แต่เพลงไม่ได้หยุดเมื่อนำมาแนบติดกัน

 

การควบคุมปุ่มต่างๆ

ปุ่ม Mode

  • เปิด/ปิด ANC : กด 1 ครั้ง
  • เปลี่ยนโหมดภาพยนตร์/เกม/เพลง : กด 2 ครั้งติด

ปุ่ม Volume

  • เพิ่ม/ลดเสียง : กด +/-
  • เล่นเพลงถัดไป/ย้อนกลับ: กด +/- และค้างไว้ 1 วินาที

ปุ่ม Multi-Function

  • เปิดเครื่อง : กดและค้างไว้ 2 วินาที
  • เปิดเครื่องพร้อมเชื่อมต่อกันที : กดและค้างไว้ 6 วินาที
  • ปิดเครื่อง : กดและค้างไว้ 4 วินาที
  • เล่น/พักเพลง : กด 1 ครั้ง
  • รับสาย/วางโทรศัพท์ : กด 1 ครั้ง

 

วิธีการเชื่อมต่อ

หากใครที่ใช้สมาร์ทโฟนของ OPPO อยู่แล้ว การเชื่อมต่อจะง่ายมากๆ ครับ เพียงแค่เปิดตัวหูฟัง OPPO Enco Q1 และเปิดบลูทูธของสมาร์ทโฟน ระบบก็จะขึ้นมาถามทันทีว่าจะให้เชื่อมต่อกับหูฟังเลยหรือไม่ จากนั้นก็สามารถเชื่อมต่อได้อัตโนมัติครับ และในครั้งต่อไปเพียงแค่เราเปิดบลูทูธของสมาร์ทโฟนก็จะเชื่อมต่ออัตโนมัติกันได้แบบรวดเร็วมากๆ ส่วนใครที่ใช้สมาร์ทโฟนรุ่นอื่นที่ไม่ใช่ OPPO ก็จะต้องเปิดบลูทูธและค้นหาชื่อ OPPO Enco Quiet แล้วทำการเชื่อมต่อตามปกติครับ โดยครั้งต่อไปก็ต้องเข้ามาเลือกชื่อในบลูทูธเหมือนเดิม จะไม่ได้ต่ออัตโนมัติเหมือนการใช้ร่วมกับสมาร์ทโฟน OPPO

 

อรรถรสการฟังมาเต็ม เบสก็แน่น

การใช้ฟังเพลงในหูฟัง OPPO Enco Q1 ถือว่าจัดเต็มเรื่องเสียงครับ เสียงคมชัดและแน่นมากๆ ที่สำคัญเมื่อใช้โหมด ANC (การลดเสียงรบกวน) เสียงภายนอกจะแทบตัดออกไปอย่างสิ้นเชิง เรียกว่าเข้าสู่โลกของเสียงเพลงอย่างแท้จริง แต่หากใครที่ใช้เดินทางข้างนอกก็สามารถปิดโหมด ANC เพื่อรับเสียงรอบตัวได้มากขึ้นเช่นกันครับ

 

หากใครที่ชอบฟังเพลงแนว Hip Hop หรือร็อคที่มักจะมีเสียงเบสหนักๆ ตลอดทั้งเพลงต้องบอกว่ารุ่นนี้ทำได้ดีมากพอตัวเลยทีเดียว เนื่องด้วย Dynamic Drivers ขนาดใหญ่ถึง 11.8 มม. ควบคู่ความละเอียดสูงด้วย PEEK + PU composite diaphragm ทำให้เบสมาแบบชัดๆ และทรงพลังครับ

 

นอกจากนี้ OPPO Enco Q1 ยังสามารถปรับเอฟเฟกต์เสียงสมจริงได้ถึง 3 รูปแบบ ได้แก่, โหมดเพลง, ภาพยนตร์ และเกม ซึ่งแต่ละแบบก็จะทำให้เราได้รับอรรถรสที่เหมาะสมกับการใช้งาน โดยสามารถกดที่ปุ่ม Mode 2 ครั้งติดกันเพื่อเปลี่ยนในแต่ละโหมดครับ

 

แบตเตอรี่ใช้งานได้อย่างจุใจ

OPPO Enco Q1 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 160 mAh ทำให้ใช้งานได้ต่อเนื่องแบบยาวๆ ตลอดทั้งวัน ซึ่งใช้งานได้นานสูงสุด 15 ชั่วโมงในโหมดตัดเสียงรบกวน หรือ 22 ชั่วโมงเมื่อปิดโหมดตัดเสียงรบกวน และสามารถสแตนบายได้นานสูงสุด 300 ชั่วโมง ส่วนเรื่องการชาร์จแบตเตอรี่จะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจนเต็ม แต่ก็ชาร์จไวเพียง 10 นาที สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องในโหมดตัดเสียงรบกวนอีก 2 ชั่วโมง

 

สำหรับใครที่ชอบหูฟังไร้สาย เสียงดีๆ น้ำหนักเบาและเชื่อมต่อได้ง่ายๆ ก็ไม่ควรพลาดกับหูฟังรุ่นนี้อย่าง OPPO Enco Q1 ครับ

Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

Wearable

Samsung Galaxy Buds+ จะมาพร้อมแบตใหญ่ขึ้น ใช้งานได้ 12 ชั่วโมง, ไมโครโฟน 4 ตัว และไร้ระบบตัดเสียงรบกวน

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

หลังจากที่เราทราบรายละเอียดไปบางส่วนของ Samsung Galaxy Buds+ หูฟัง True Wireless รุ่นใหม่ไปบ้างแล้ว ตอนนี้ก็มีข้อมูลเพิ่มเติมขึ้นมาเล็กน้อยครับ

สำหรับ Galaxy Buds+ ถือว่ามีทั้งฟีเจอร์ที่ดีและที่อาจจะแย่สำหรับบางคนครับ อย่างแรกคือการไม่มีระบบตัดเสียงรบกวน (Active Noise Cancellation) แม้ว่าคู่แข่งอย่าง AirPods Pro จาก Apple จะมีมาให้แล้วก็ตาม รวมไปถึงดีไซน์ที่ไม่ต่างจากรุ่นเดิมเท่าไหร่

อย่างไรก็ตาม Galaxy Buds+ จะมาพร้อมระบบเสียงที่ดีขึ้น, เพิ่มไมโครโฟนเป็น 4 ตัวจากเดิมที่มีแค่ 2 ตัว และแบตเตอรี่ที่เพิ่มจากเดิมที่ 58mAh เป็น 85mAh ช่วยให้ฟังได้นานสูงสุด 12 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

สำหรับ Galaxy Buds+ คาดว่าจะเปิดตัวพร้อมกับ Galaxy S20 Series และ Galaxy Z Flip ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้

ที่มา : Sammobile

อ่านต่อ...

Smart Review

รีวิว realme Buds Air หูฟัง True Wireless ตัวจริงการเชื่อมต่อแบบไร้สาย, น้ำหนักเบา, ระบบเสียงคมชัด และแบตอึดใช้งานได้ทั้งวัน

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

realme Buds Air หูฟัง True Wireless รุ่นแรกของแบรนด์นี้ ที่ทำออกมาได้ดีและตอบโจทย์เรื่องการใช้งานที่สะดวกด้วยการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่ง่าย มีระบบเสียงคุณภาพดี ตัดเสียงเยี่ยม พร้อมแบตเตอรี่ที่อึด

 

สรุปคุณสมบัติ realme Buds Air

  • ขนาดตัวเคส : 51.3 x 45.3 x 25.3 มิลลิเมตร
  • น้ำหนักตัสเคส : 42.3 กรัม
  • น้ำหนักหูฟัง : 4.16 กรัม
  • หน่วยประมวลผล R1 Headphone Chip
  • การเชื่อมต่อ : Bluetooth 5.0 และ GFP (Google Fast Pair)
  • ระยะการเชื่อมต่อ : สูงสุด 10 เมตร
  • การชาร์จ (เคส) : Qi Wireless Charging, พอร์ต Type-C
  • แบตเตอรี่ : ใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 17 ชั่วโมง

 

ตัวกล่องของ realme Buds Air ใช้สีเหลืองที่เป็นสีประจำแบรนด์ของ realme ทั้งด้านหน้าและด้านหลังเลยทีเดียว ที่ด้านหน้าจะมีตัวหูฟังและชื่อรุ่น ขณะที่ด้านหลังเป็นการบอกสเปคที่สำคัญๆ หลายอย่างครับ

อุปกรณ์ต่างๆ ภายในกล่องมีดังนี้

  • ตัวหูฟัง realme Buds Air
  • เคสชาร์จไร้สาย realme Buds Air
  • สาย USB Type-A เป็น USB Type-C
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

ตัวของเคสชาร์จไร้สายของ realme Buds Air จะเป็นกล่องสำหรับบรรจุสีขาวสวยงาม (ในประเทศไทยจะขายสีนี้สีเดียวเท่านั้น) ตัวกล่องมีน้ำหนักที่เบามากๆ เพียง 42.3 กรัมเท่านั้นจากวัสดุโพลิมอร์ โดยมีความโค้งมนในแต่ละมุมเพื่อการจับถือที่สะดวกและไม่บาดมือเวลาจับนานๆ ครับ

 

ที่ด้านหลังยังมีสัญลักษณ์ “Designed by realme” ด้วย

 

ตัวเคสยังมีไฟ LED บอกสถานะต่างๆ เช่น แบตเตอรี่ของตัวเคส หากขึ้นสีเขียวคือแบตเตอรี่เต็ม, สีเหลืองแบตเตอรี่เหลือครึ่งหนึ่ง และสีแดงคือแบตเตอรี่ต่ำครับ และที่ถัดลงไปจากไฟ LED จะเป็นปุ่ม Pairing สำหรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ

 

ขณะที่ดีไซน์ของตัวหูฟังทั้ง 2 ข้างนั้นออกแบบให้ใส่ได้พอดีกับหูของเราครับ ไม่ต้องนั่งยัดให้พอดีหรือกลัวจะหลุด แถมน้ำหนักของหูฟังอยู่ที่ 4.16 กรัมเท่านั้น เมื่อใส่ไปนานๆ จะไม่รู้ถึงการไม่สบายหูหรือปวดหูครับ

 

ที่รอบๆ ตัวของหูฟังจะมีเซ็นเซอร์การสวมใส่อยู่ที่ด้านบน ขณะที่ด้านล่างจะบอกข้างซ้ายหรือขวาอย่างชัดเจนครับ

 

ส่วนด้านหลังของตัวหูฟังจะมีระบบสัมผัสเพื่อใช้ในการควบคุมต่างๆ ที่เราบอกไว้ที่ด้านล่างครับ ถัดลงมาเป็นช่องไมโครโฟนตัวที่ 2 และด้านล่างสุดจะเป็นไมโครโฟนตัวหลักครับ

 

วิธีการเชื่อมต่อ

สำหรับ realme Buds Air จะรองรับสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ iOS หรือ Android 7.0 ขึ้นไปเท่านั้นครับ โดยการเชื่อมต่อครั้งแรกมีวิธีดังนี้

  1. เปิดบลูทูธบนสมาร์ทโฟน
  2. เปิดตัวเคสหูฟังและยังไม่ต้องนำหูฟังออกมาจากเคส
  3. กดปุ่ม Pairing ค้างไว้ประมาณ 3 วินาที จนไฟ LED สีเขียวกะพริบ
  4. ให้สมาร์ทโฟนเชื่อมต่อบลูทูธอุปกรณ์ในชื่อ ‘realme Buds Air’
  5. ใช้งานได้ทันที

สำหรับการเชื่อมต่อครั้งถัดไปและเรายังใช้อุปกรณ์เดิมอยู่ (ต้องเปิดบลูทูธไว้ด้วยนะ) เพียงแค่เรานำหูฟังออกมาจากเคสก็จะเชื่อมต่อให้อัตโนมัติอย่างรวดเร็วมาก ไม่ต้องไปเลือกชื่อเชื่อมต่ออีกครั้งให้ยุ่งยาก ทั้งนี้ realme Buds Air ยังรองรับฟีเจอร์ Google Fast Pair ที่จะแสดงชื่ออุปกรณ์เมื่อเรานำเข้าใกล้โทรศัพท์อีกด้วย

 

การควบคุมต่างๆ

  • กด 2 ครั้งติดกัน : ตอบรับสาย / เล่น-หยุดเพลง
  • กด 3 ครั้งติดกัน : ข้ามไปเพลงต่อไป
  • กดยาวค้างไว้ข้างไหนก็ได้ 1 ข้าง : วางสาย-ปฏิเสธการรับสาย / เปิดใช้งาน Google Assistant หรือผู้ช่วยเสียง
  • กดยาวค้างไว้ทั้ง 2 ข้าง : เข้า / ออก Gaming Mode (เมื่อเข้า Gaming Mode จะเป็นเสียงเร่งเครื่อง)

ระบบตัดเสียงรบกวนยอดเยี่ยมเกินราคา

realme Buds Air มาพร้อมกับระบบตัดเสียงรบกวนจากการที่มีไมโครโฟนให้ 2 ตัวครับ โดยใช้เทคโนโลยี ENC (Environment Noise Cancellation) เพื่อแยกแยะเสียงแวดล้อมกับเสียงเราครับ ซึ่งจากที่ทดสอบการคุยระหว่างที่มีลมพัดตลอด ปลายสายก็จะได้ยินเสียงเราที่ค่อนข้างชัดเจนและได้ยินเสียงลมพัดเบาๆ เท่านั้นครับ

 

ประการณ์การใช้งานโหมดฟังเพลงและโหมดเกม

โหมดฟังเพลง

ใน realme Buds Air จะมีไดรเวอร์ขนาดใหญ่ 12 มม. ด้วยให้การฟังเพลงได้อรรถรสและมีพลังดีกว่าเดิมครับ ซึ่งจริงๆ ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียวสำหรับฟังเพลงทั่วไปทั้งเพลงร็อค หรือ Pop ส่วนเรื่องเบสอาจจะไม่หนักหรือสะเทือนเท่าหูฟังแบบ In-Ear (ซึ่งเป็นเรื่องปกติมากๆ ครับ) แต่ก็ยังมีความทุ้มและได้ยินเบสชัดเจนอยู่ ใครที่ชอบฟังเพลงและหาหูฟังที่ฟังเพลงได้ดีๆ หน่อย รุ่นนี้ถือเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อยครับ

 

ทั้งนี้ เมื่อนำหูฟังออกข้างใดข้างหนึ่งจะหยุดเล่นเพลงทันทีอัตโนมัติ แต่ก็สามารถกดเล่นเพลงต่อได้กับหูฟังเพียงข้างเดียวครับ หรือเมื่อนำอีกข้างใส่หูเหมือนเดิมระบบก็จะเล่นเพลงต่อให้เองทันทีเหมือนกัน

 

โหมดเกม (Gaming Mode)

สำหรับโหมดเกม (Gaming Mode) นอกจากจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการฟังเพลงขณะเล่นเกมแล้ว ยังช่วยในตอนที่เราดูวิดีโอต่างๆ ด้วยครับ ซึ่งโหมดนี้ช่วยลดค่าความล่าช้า หรือ Latency เพื่อให้เสียงตรงกับภาพมากที่สุดถึง 51% เลยทีเดียว เช่น เวลาเล่น PUBG Mobile เสียงปืนจะตรงกับภาพที่เราเห็นครับ ซึ่งเป็นประโยชน์มากๆ หากใครเล่นแบบจริงจัง

 

แบตเตอรี่ใช้งานได้เต็มที่ทั้งวัน

เรื่องแบตเตอรี่ต้องบอกว่า realme Buds Air นั้นอึดมากจริงๆ เพราะจากที่เราทดสอบฟังเพลงไปเกือบชั่วโมง และเล่นเกมในโหมดเกมต่ออีกชั่วโมง แบตเตอรี่จากเต็ม 100% เหลือมากถึง 85% ลดลงมาประมาณ 15% เท่านั้น ซึ่งตามที่ realme เคลมไว้ว่าใช้งานได้สูงสุด 17 ชั่วโมงก็น่าจะไม่แปลกอะไรครับ

 

เมื่อเราใช้งานจนแบตเตอรี่เหลือน้อยแล้ว การชาร์จจะทำได้ 2 วิธีครับ คือ ใช้สาย USB Type-C ชาร์จผ่านเคส หรือใช้แท่นชาร์จไร้สายก็ได้เช่นกันครับ เพราะตัวเคสรองรับ Wireless Charge มาตรฐาน Qi ด้วย

 

ราคาและวันวางจำหน่าย

สำหรับ realme Buds Air นั้นสนนราคาอยู่ที่ 1,999 บาท โดยเริ่มจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 มกราคมนี้ ณ Brand Shop ทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ในปีนี้ทาง realme จะมีการเปิดตัวผลิตภณัฑ์ AIoT เพิ่มมากขึ้นในประเทศไทยแน่นอนครับเพื่อตอบรับในยุค 5G ที่จะเข้ามาเต็มรูปแบบในเร็วๆ นี้

อ่านต่อ...

Android News

แกะกล่องพรีวิว realme 5i และ Buds Air สมาร์ทโฟนและหูฟังไร้สายคู่หูสุดคุ้ม, สเปคดี พร้อมดีไซน์สวย

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

วันนี้เรามีคู่หู 2 อย่างทั้งสมาร์ทโฟน realme 5i และหูฟัง True Wireless รุ่นแรกจาก realme ให้ได้ยลโฉมกันแบบคร่าวๆ ครับ โดยทั้ง 2 อย่างนี้ถือว่าเป็น 2 คู่หูที่มาในราคาสุดประหยัดและใช้งานร่วมกันได้เป็นอย่างดี โดยเราจะมาพรีวิวและแกะกล่องให้ชมกันก่อนครับ มาดูกันไปทีละอย่างเลย!

 

ตัวกล่องของทั้ง realme 5i และ Buds Air มาในสีเหลืองทั้งด้านหน้าและหลังซึ่งเป็นสีของ realme อย่างชัดเจนแบบเข้ากันสุดๆ โดยอุปกรณ์ภายในกล่องแต่ละอย่างมีดังนี้

อุปกรณ์ในกล่อง realme 5i

  • ตัวเครื่อง realme 5i พร้อมติดฟิล์มกันรอย
  • สาย Micro USB 2.0
  • อะแดปเตอร์
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • ใบรับประกันสินค้า
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

อุปกรณ์ในกล่อง realme Buds Air

  • เคสชาร์จ realme Buds Air
  • ตัวหูฟัง realme Buds Air
  • สาย USB Type-A เป็น USB Type-C
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

ดีไซน์งามๆ ของ realme 5i

มาต่อกันที่ดีไซน์กันครับ ขอเริ่มด้วยสมาร์ทโฟน realme 5i ที่โดดเด่นด้วยสีเขียว Forest Green ที่มีการประกายของแสงที่ตกกระทบที่มุมโลโก้ของ realme อย่างชัดเจนครับ ให้ความสวยงามเมื่อได้สัมผัส และที่สำคัญพลาสติกที่ขัดเงาอย่างดีไม่ติดรอยนิ้วมืออีกด้วย!

 

ส่วนหน้าจอแสดงผลของ realme 5i จะเป็นแบบ Mini-drop Display หรือหยดน้ำที่ทำให้เล็กลงเพื่อเพิ่มพื้นที่การแสดงผลด้วย โดยมีขนาดอยู่ที่ 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ ทำให้ได้ทั้งภาพเต็มตาและคมชัดไปพร้อมกัน

 

เหนือหน้าจอแสดงผลของ realme 5i จะมีหยดน้ำที่ฝังกล้องหน้าลงไปครับ โดยจะมีลำโพงสนทนาถัดขึ้นไปด้านบนเล็กน้อย

 

ที่ด้านซ้ายจะมีช่องใส่ซิมการ์ดและ MicroSD Card ที่ให้ใส่ได้รวมแบบ 3 ช่องเลยทีเดียว และมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงอยู่ด้านล่าง ขณะที่ฝั่งขวามีเพียงปุ่ม Power ครับ

 

ด้านล่างจะมีช่องเสียบหูฟังแบบ 3.5 มม., ไมโครโฟน, พอร์ต Micro USB 2.0 และลำโพงตัวหลัก

 

และด้านหลังจะมีกล้อง 4 เลนส์พร้อมไฟแฟลช LED พร้อมด้วยระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือครับ

 

ดีไซน์คลาสสิกๆ ของ realme Buds Air

จบฝั่งของสมาร์ทโฟนไป มาดูที่ realme Buds Air กันบ้าง โดยตัวเคสมาในสีขาวพื้นผิวมันเล็กน้อย แถมมีความโค้งทั้ง 4 มุมทำให้จับถือได้สะดวกครับ

 

ด้านหน้ามีไฟ LED บอกสถานะการใช้งานและด้านล่างจะเป็นพอร์ต USB Type-C สำหรับใช้ชาร์จตัวเคส ซึ่งจริงๆ ก็สามารถชาร์จแบบไร้สายตามมาตรฐาน Qi ได้เช่นกันครับ

 

เปิดออกมาจะเจอกับตัวหูฟัง realme Buds Air ที่มีก้านค่อนข้างยาวครับ โดยทั้ง 2 ข้างนี้จะมีไมโครโฟนติดมาให้ด้วย แต่ฟีเจอร์ต่างๆ ต้องรอในรีวิวเต็มๆ นะครับ

 

สรุปสเปค realms 5i

  • ขนาดตัวเครื่อง : 164.4 × 75.0 × 8.95 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 195 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Mini-drop Display ชนิด LCD กว้าง 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1600 x 720 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9, พื้นที่การแสดงผลที่ 89% และครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 3
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 665 AIE Octa Core
  • RAM 4 GB
  • ROM 64 GB รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD สูงสุด 256GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย CorOS 6.0.1
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 4 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
    • เลนส์ Ultra Wide-Angle 119 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.25
    • เลนส์ Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ระยะโฟกัส 4 เซนติเมตร
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 พร้อมโหมด AI Beauty และ AI HDR
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4G + 5G, Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต Micro USB 2.0
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh

 

สรุปคุณสมบัติ realme Buds Air

  • ขนาดตัวเคส : 51.3 x 45.3 x 25.3 มิลลิเมตร
  • น้ำหนักตัสเคส : 42.3 กรัม
  • น้ำหนักหูฟัง : 4.2 กรัม
  • หน่วยประมวลผล R1 Headphone Chip
  • การเชื่อมต่อ : Bluetooth 5.0 และ GFP (Google Fast Pair Technology)
  • ระยะการเชื่อมต่อ : สูงสุด 10 เมตร
  • การชาร์จ (เคส) : Qi Wireless Charging, พอร์ต Type-C
  • แบตเตอรี่ : ใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 17 ชั่วโมง

 

เรียกว่า 2 อย่างนี้ ทั้งสมาร์ทโฟน realme 5i และหูฟังไร้สาย realme Buds Air นั้นเข้ากันแบบสุดๆ โดยนี่เป็นเพียงแค่พรีวิวคร่าวๆ เรียกน้ำย่อยเท่านั้น เดี๋ยวเราจะมีรีวิวแยกแต่ละตัวพร้อมราคามาให้ได้รับชมกันแน่นอนเร็วๆ นี้ครับ

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone
Android News3 วัน ที่แล้ว

OPPO A9 2020 สเปคแรงสุด จัดเต็มทุกฟีเจอร์ The Best Super Spec Smartphone ของปี 2019

OPPO A9 2020 สมาร์ทโ...

realme-X50-5G realme-X50-5G
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

จับตา realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G

ปัจจุบันไม่มีใครไม่ร...

Goodnight App Review Goodnight App Review
Android App3 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Goodnight App แชทสนุกด้วยเสียง พบปะเพื่อนใหม่ หาคนพิเศษเพื่อบอกฝันดี!

วันนี้มีแอปพลิเคชั่น...

รีวิว Vivo V17 รีวิว Vivo V17
Featured4 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Vivo V17 สมาร์ตโฟน “ฉีกทุกกฏในทุกช็อต” หน้าจอ Ultra O Screen, แบตอึด 4500mAh ชาร์จเร็ว 18W และกล้อง AI 4 เลนส์

Vivo V17 สมาร์ตโฟนที...

AIS Ultimate Surprizes 5 Point AIS Ultimate Surprizes 5 Point
Featured4 สัปดาห์ ที่แล้ว

เซอร์ไพรส์ส่งท้ายปี “5 พอยท์ลุ้น GADGETS สุดคูล” ยิ่งกดมากยิ่งมีสิทธิ์มาก

เซอร์ไพรส์ส่งท้ายปีเ...

Advertisement

ข่าวใหม่วันนี้

IT News6 นาที ที่แล้ว

18 ม.ค. นี้ เตรียมเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนพลังอึด realme 5i และ “realme Buds Air” หูฟังไร้สาย ที่สุดของพลังเสียง พร้อมกันทั่วประเทศ

realme (เรียลมี) แบร...

Android News5 ชั่วโมง ที่แล้ว

แยกย้าย! POCO ยืนยันแยกแบรนด์ออกจาก Xiaomi แล้วเรียบร้อย

นับตั้งแต่ที่ Xiaomi...

Android News7 ชั่วโมง ที่แล้ว

HUAWEI P40 Pro Premium Edition อาจมาพร้อม 5 เลนส์ร่วมกับ Leica, ซูม 10 เท่า อาจเปิดตัววันที่ 26 มีนาคมนี้

หลังจากที่เราเริ่มเห...

Android News7 ชั่วโมง ที่แล้ว

สมาร์ทโฟน Vivo โมเดล V1955A เผยบน TENAA มาพร้อม Fast Charge 55W คาดเป็น iQOO 3 5G

ปล่อยให้แบรนด์อื่นเป...

IT News8 ชั่วโมง ที่แล้ว

แบตเตอรี่กราฟีนที่สามารถชาร์จในเวลาอันรวดเร็วลงสู่ตลาดในรูปแบบ Power Bank แล้ว และอาจได้ใช้กับสมาร์ทโฟนเร็วๆ นี้

ในช่วงปีหลังๆ มานี้เ...

กำลังมาแรง