ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

OPPO ร่วมมือกับพันธมิตรทั่วโลกเพื่อดำเนินการโทร DSS ได้เป็นครั้งแรก

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

  • OPPO ได้กลายเป็นแบรนด์อุปกรณ์อัจฉริยะรายแรกของโลกที่รองรับ DSS และมีแผนที่จะเปิดตัวสมาร์ทโฟน 5G ที่รองรับ DSS ในปีหน้า
  •  การร่วมงานกับ Ericsson, Qualcomm, Swisscom และ Telstra เพื่อให้สายข้อมูล DSS แรกของอุตสาหกรรมได้บนเครือข่าย 5G ในเชิงพาณิชย์

OPPO ประกาศว่าบริษัท สามารถรับส่งข้อมูล DSS (Dynamic Spectrum Sharing) ได้เป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมโดยใช้สมาร์ทโฟน 5G ที่เปิดใช้ DSS ครั้งแรกของโลกผ่านความร่วมมือกับ Ericsson, Qualcomm Technologies (บริษัท ย่อยของ Qualcomm Incorporated), Swisscom และ Telstra OPPO ได้กลายเป็นแบรนด์อุปกรณ์อัจฉริยะรายแรกของโลกที่ให้การรองรับ DSS ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการทำให้เทคโนโลยี DSS ให้กลายเป็นความจริง โดยเทคโนโลยี DSS จะช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถใช้คลื่นความถี่ 4G และ 5G ที่มีอยู่และผู้ให้บริการเครือข่ายเร่งการใช้งาน 5G ในระดับโลกเพื่อนำประสบการณ์ 5G มาใช้ในวงกว้างขึ้น

การโทรดำเนินการในวันที่ 29 พฤศจิกายน โดยใช้สมาร์ทโฟน OPPO 5G ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบโมเด็ม Modem-RF ของ Qualcomm® Snapdragon ™ X55 5G เชื่อมต่อ เมืองเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และ รัฐโกลด์โคสต์ ประเทศออสเตรเลียบนเครือข่าย 5G ของ Swisscom และ Telstra ซึ่งมีเทคโนโลยี Ericsson Spectrum Sharing (ESS) ทำการโทรได้โดยใช้การแบ่งปันคลื่นความถี่ 3GPP Frequency Division Duplex (FDD) นอกจากนี้ยังนับเป็นความสำเร็จครั้งแรกของห้องปฏิบัติการร่วม OPPO 5G เมื่อเปรียบเทียบกับ 4G เครือข่าย 5G มีความเร็วสูงและเวลาหน่วงต่ำ เพิ่มคุณภาพวิดีโอและลดเวลาหน่วงอย่างเห็นได้ชัดเพื่อสร้างประสบการณ์วิดีโอคอล 5G ที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ใช้

คุณ Andy Wu Vice President and President of Software Engineering Business Unit ของ OPPO กล่าว “ในฐานะ บริษัท เทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก OPPO ได้ดำเนินงานอย่างเต็มที่เพื่อเร่งการค้าขนาดใหญ่ของ 5G ด้วยความร่วมมือของเราในยุค 5G กับ Ericsson, Qualcomm, Swisscom และ Telstra เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้เทคโนโลยี Dynamic Spectrum Sharing (DSS) ในเชิงพาณิชย์ OPPO วางแผนที่จะเปิดตัวสมาร์ทโฟน 5G ที่รองรับ DSS ในปีหน้าซึ่งจะทำให้การเชื่อมต่อ 5G เสถียรราบรื่นและรวดเร็วยิ่งขึ้นสู่ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น ”

คุณ Fredrik Jejdling Executive Vice President and Head of Networks Ericsson กล่าว “อุตสาหกรรมนี้เรื่องแรกที่เน้นย้ำถึงคุณค่าที่ Ericsson Spectrum Sharing แบ่งปันต่อผู้ให้บริการ ด้านการสื่อสาร โดยเพิ่มระดับ 5G ด้วยความสำเร็จครั้งสำคัญนี้กับพันธมิตรในระบบนิเวศ 5G ของเรา OPPO, Qualcomm Technologies, Swisscom และ Telstra แสดงให้เห็นแล้วว่าเราไม่เพียงแต่จะช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถใช้คลื่นความถี่ 4G สำหรับ 5G ได้เท่านั้น แต่ยังสนับสนุนอุปกรณ์ทั้งหมดในยุค 5G อีกด้วย มันเป็นวิธีที่สามารถใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่าที่สุดในการเปิดตัว 5G ทำให้ 5G สามารถครอบคลุมทั่วประเทศและช่วยให้ 5G เข้าถึงได้ทั่วโลก ”

คุณ Enrico Salvatori, Senior Vice President and President, Qualcomm EMEA กล่าว “การครอบคลุมแอพ 5G และนี่เป็นอีกก้าวสำคัญของการก้าวไปสู่การครอบคลุม 5G ที่แพร่หลาย การแบ่งคลื่นความถี่แบบไดนามิกจะนำประโยชน์ที่สำคัญให้กับผู้ประกอบการและผู้บริโภคทั่วโลกและระบบ Snapdragon X55 5G -RF ที่ครอบคลุมโดยถูกออกแบบมาเพื่อให้ OEM สามารถพัฒนาอุปกรณ์หลายรูปแบบของ 5G สำหรับประสบการณ์การเชื่อมต่อยุคใหม่”

คุณ Christoph Aeschlimann, Member of the Executive Board and Head of IT, Network & Infrastructure, Swisscom กล่าว “เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้มาถึงอีกก้าวสำคัญของ 5G กับพันธมิตรของเรา เป้าหมายต่อไปคือการโทรระหว่างประเทศบน 5G โดย Ericsson-Dynamic-Spectrum Sharing สามารถเป็นไปได้โดยการร่วมมือกับทีมผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์ ผู้ขายผู้ผลิตชิปเซ็ต และผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือที่มีประสบการณ์ด้าน 5G”

คุณ Channa Seneviratne Network and Engineering Infrastructure Executive, Telstra กล่าว “การร่วมมือล่าสุดของพันธมิตรด้านอุตสาหกรรมที่กำลังปูทางสำหรับการเปิดตัว 5G ที่เร็วขึ้นด้วยการถือครองสเปกตรัมที่มีอยู่เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า 4G และ 5G ในสถานที่เดียวกันในเวลาเดียวกัน การใช้งานร่วมกันนี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของนวัตกรรมที่ว่าเทคโนโลยี 5G ยังคงก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วที่ Telstra เรามีความยินดีที่จะนำเทคโนโลยีล่าสุดมาสู่ชาวออสเตรเลียเป็นที่แรก””

สำหรับเครือข่าย สถานการณ์ของทรัพยากรคลื่นความถี่ไร้สายทั่วโลกที่กำลังทวีความซับซ้อนมากขึ้นด้วยการเปิดตัว 5G การแนะนำเทคโนโลยี DSS ที่ช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถแบ่งปันคลื่นความถี่แบบไดนามิกโดยผ่านการอัพเกรดซอฟต์แวร์ ดังนั้นการใช้เครือข่าย 4G ที่มีอยู่เพื่อส่งมอบบริการ 5G DSS จะช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถปรับใช้เครือข่าย 5G ในวงกว้างยิ่งขึ้นอย่างรวดเร็วและประหยัดต้นทุนมากขึ้น สำหรับอุปกรณ์มือถือผู้ใช้จะสามารถเพลิดเพลินกับบริการ 5G ในเครือข่ายที่ใช้ DSS ได้ด้วยสมาร์ทโฟนที่รองรับ DSS

OPPO มีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันการค้าระดับ 5G ไปทั่วโลกและได้รับประโยชน์มากมายในมาตรฐาน 5G สิทธิบัตร ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีรวมถึงแอปพลิเคชัน ในขณะเดียวกัน OPPO ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรอุตสาหกรรมทั่วโลก ความสำเร็จของการรับส่งข้อมูล แสดงถึงความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นระหว่าง OPPO และพันธมิตร OPPO ได้เปิดขายตัวโทรศัพท์ 5G เครื่องแรกของยุโรป – Reno 5G กับ Swisscom และด้วย Ericsson, OPPO ได้จัดตั้ง 5G Joint Lab OPPO ร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมสำคัญ ๆ ต่อไปเพื่อเร่งการเปิดตัว 5G นำประสบการณ์ไปสู่ผู้บริโภคมากขึ้นทั่วโลก

อ่านต่อ...
Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

ข่าวประชาสัมพันธ์

เอ็น-สแควร์ อีคอมเมิร์ซ” จัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ “อาร์ ซี แอล โลจิสติคส์” พัฒนาคลังสินค้าอัจฉริยะ รองรับการเติบโตของธุรกิจออนไลน์และความต้องการใช้คลังสินค้าปลอดอากร

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

เอ็น-สแควร์ อีคอมเมิร์ซ ผู้จัดจำหน่ายและบริหารช่องทางการขายอีคอมเมิร์ซครบวงจรในประเทศไทย ประกาศความร่วมมือจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ บริษัท อาร์ ซี แอล โลจิสติคส์ บริษัทชั้นนำด้านขนส่งและโลจิสติกส์ของไทย ภายใต้ชื่อ “บริษัท เอ็น-สแควร์ อาร์ ซี แอล โลจิสติคส์ จำกัด” โดยขอบเขตการร่วมมือทางธุรกิจครั้งนี้จะครอบคลุมในส่วนการก่อตั้งและบริหารจัดการคลังสินค้า (Fulfillment Center)  ซึ่งจะรองรับคำสั่งซื้อเพิ่มได้อีก 15,000 ออเดอร์ต่อวัน  รวมถึงขยายขอบเขตการให้บริการคลังสินค้าในเขตปลอดอากร (Bonded Warehouse) เพิ่มความคล่องตัวในการจัดการธุรกิจแก่ลูกค้าที่ต้องมีการนำเข้าสินค้า

  นายนัฐพล บุญภินนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น-สแควร์ อีคอมเมิร์ซ จำกัด กล่าวว่า “ด้วยยอดขายจากตลาดอีคอมเมิร์ซที่เพิ่มมากขึ้นในประเทศไทยรวมถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เราจำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพและขยายขอบเขตการให้บริการ เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นของลูกค้าทุกกลุ่มไม่ว่าจะจากทั้งโซเชียล คอมเมิร์ซ (Social Commerce) หรืออีมาร์เก็ตเพลสต่างๆ รวมถึง
มอบบริการใหม่ๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกและมอบความคล่องตัวในการทำธุรกิจให้แก่ลูกค้าของเรา ความร่วมมือกับอาร์ ซี แอล โลจิสติคส์ครั้งนี้ เพิ่มความสามารถในการจัดส่งสินค้าต่อวันและยังรองรับกลุ่มลูกค้าผู้นำเข้าสินค้าได้อย่างดีด้วยความเชี่ยวชาญด้านโลจิสติคส์ ทั้งทางเรือและทางบกจาก บริษัท อาร์ ซี แอล โลจิสติคส์ ความร่วมมือของเราและอาร์ ซี แอล ในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยให้เราสามารถส่งสิ้นค้าได้มากเป็นเท่าตัวแล้ว ยังช่วยให้เรามอบบริการขนส่งทางเรือและทางบกให้แก่ลูกค้าที่ต้องการนำเข้าสินค้ามาสู่ประเทศไทยได้อีกด้วย”

 สำหรับความร่วมมือทางธุรกิจครั้งนี้ เอ็น-สแควร์ อีคอมเมิร์ซได้ร่วมบริหารคลังสินค้าที่มีพื้นที่กว่า 15,000 ตร.ม. บริเวณสุขุมวิท 105 ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับตัวเมืองจึงเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการจัดส่งถึงมือลูกค้าในเขตกรุงเทพฯ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เมื่อนับรวมกับคลังสินค้าเดิมของเอ็น-สแควร์ อีคอมเมิร์ซ จะส่งผลให้มีเครือข่ายคลังสินค้ารวมทั้งสิ้น คลัง หรือกว่า 22,500 ตารางเมตร ซึ่งเอ็น-สแควร์ อีคอมเมิร์ซ ตั้งเป้าเพิ่มศักยภาพในการรองรับยอดออเดอร์รวมทั้งสิ้น 30,000 ออเดอร์ต่อวัน

 นายรณน ตันธุวนิตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ ซี  แอล โลจิสติคส์ จำกัด กล่าวว่า “การบริหาร ซัพพลาย เชน ทุกวันนี้เปลี่ยนไปจากหลายปีก่อนมาก จากการขนส่งสินค้าเป็นตู้คอนเทนเนอร์ เริ่มเล็กลงเป็นหน่วยพาเลท (pallet) เป็นหน่วยกล่อง (carton) เป็นหน่วยชิ้น (piece) และยังต้องการความรวดเร็วทันใจที่เข้ามาเป็นอีกปัจจัยสำคัญ การบริหารจัดการโลจิสติคส์ก็ต้องปรับให้สอดคล้องตามพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านตลาดอีคอมเมิร์ซที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอีกอย่างต่อเนื่องในอนาคต เรามีความยินดีที่ได้ร่วมงานกับเอ็น-สแควร์ อีคอมเมิร์ซ ซึ่งเป็นหนึ่งในคีย์ เพลเยอร์ในตลาดอีคอมเมิร์ซ ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่กำลังเพิ่มมากขึ้นได้ เราหวังว่าเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทฯ เช่น กองเรือเดินสมุทรกว่า 50 ลำซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในตลาดเอเชียทั้งหมด คลังสินค้าทั้งในเมืองและตามจุดยุทธศาสตร์ต่าง กองรถขนส่งสินค้าทั้งเล็กและใหญ่ และความเชี่ยวชาญของบุคลากรของเราจะช่วยเอ็น-สแควร์ อีคอมเมิร์ซและอาร์ ซี แอล โลจิสติคส์ ให้เติบโตไปพร้อมกันในตลาดอีคอมเมิร์ซ”

การเพิ่มเครือข่ายคลังสินค้าของเอ็น-สแควร์ อีคอมเมิร์ซ จะช่วยให้ลูกค้าอีมาร์เก็ตเพลสได้รับการบริการที่สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ในขณะที่ลูกค้ากลุ่มโซเชียล คอมเมิร์ซ และผู้ขายจะสามารถใช้บริการ NSQRCL Logistics ซึ่งจะได้ประโยชน์จากการแข่งขันด้านอัตราการส่งสินค้าแบบกลุ่มและผลประโยชน์อื่นๆ อย่างบริการคลังสินค้าในเขตปลอดอากรให้แก่พวกเขาได้ในเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มขอบเขตการให้บริการที่จะครอบคลุมการให้บริการคลังสินค้าในเขตปลอดอากร ซึ่งทั้งหมดจะถูกจัดการผ่านระบบอีมาร์เก็ตเพลสและโซเชียลมีเดียแบบเรียลไทม์ (Omni-channel  Ecommerce Suite) ที่ทำให้คลังสินค้า และการจัดการสต๊อกมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพิ่มความคล่องตัวในการจัดการธุรกิจแก่ลูกค้าแบบครบวงจร

 “การตั้งบริษัทร่วมทุนในครั้งนี้ ตอกย้ำการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยที่มีการคาดการณ์ว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 22% ไปจนถึงปี 2565 และเป็นปัจจัยสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยเตรียมพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าออกไปสู่ภูมิภาคอาเซียน และจะยังช่วยเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบกิจการอีคอมเมิร์ซที่นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศสามารถจัดการสินค้าสต๊อกได้อย่างมีความคล่องตัวมากขึ้นอีกด้วย” นายนัฐพล กล่าวทิ้งท้าย

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

เตรียมช้อปส่งท้ายปีกับ LAZADA 12.12 2019 JBL, Harman Kardon ลดทั้งร้านสูงสุดกว่า 70%

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

เตรียมช้อปส่งท้ายปีกับ LAZADA 12.12 2019 JBL, Harman Kardon ลดทั้งร้านสูงสุดกว่า 70% พลาดคราวนี้ รออีกทีปีหน้าเลยนะ กับแคมเปญ Lazada 12.12 Grand Year End Sale 2019 ขนลำโพงหูฟัง JBL และ Harman Kardon ลดสูงสุดกว่า 70% ช้อปเลย คลิก! http://bit.ly/2LfXLXO ตั้งแต่วันที่ 12 – 14 .. 62 นี้เท่านั้น!

 

สอบถามถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด โทร.02-2560020
หรือ www.mahajak.com

อ่านต่อ...

IT News

“ดีป้า-เทเลนอร์กรุ๊ป-ผู้เชี่ยวชาญเด็กอาเซียน” เสนอผสานความร่วมมือระดับภูมิภาคผ่านกฎหมาย งานวิจัยและการศึกษา สู้การกลั่นแกล้งทางโลกออนไลน์

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลหรือดีป้า เทเลนอร์กรุ๊ป พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญและคณะทำงานด้านเด็กและการศึกษาจากประเทศสมาชิกอาเซียน ชี้การกลั่นแกล้งทางโลกออนไลน์เป็นวาระเร่งด่วนที่ประเทศสมาชิกต้องผสานมือแก้ไขผ่านกรอบความร่วมมือครอบคลุมมิติทางกฎหมาย งานวิจัย และการศึกษา

 

นางอลิซาเบท แบริ่ง หัวหน้าสายงานการพัฒนาที่ยั่งยืน เทเลนอร์กรุ๊ป กลุ่มผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือระดับโลก กล่าวว่า จากการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อป้องกันการกลั่นแกล้งทางโลกออนไลน์ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน หรือ ASEAN Stop Cyberbullying Workshop ซึ่งจัดโดยเทเลนอร์กรุ๊ปและดีป้า โดยมีผู้ร่วมประชุมในประเทศสมาชิกอาเซียนกว่า 50 คน ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และองค์กรระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ การกลั่นแกล้งในเด็กเกิดขึ้นมาอย่างช้านานและดูเหมือนเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วโลก แต่ด้วยการเติบโตและการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็ก ทำให้การกลั่นแกล้งถูกทำได้อย่างง่ายดายขึ้นผ่านโซเชียลมีเดีย ทำให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนั้นถูกขยายตัวและมีความรุนแรงมากกว่าการกลั่นแกล้งในรูปแบบเดิม ขณะที่ความเข้าใจและทัศนคติของเด็ก ผู้ปกครอง ครู และรัฐบาลยังคงไม่เท่ากับการเปลี่ยนแปลงกับรูปแบบของการกลั่นแกล้งที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ และทำให้หลายครั้งปัญหานี้จบลงที่เหตุการณ์อันน่าเศร้า ในปี 2018 มีผลการวิจัยชิ้นหนึ่งระบุว่าการกลั่นแกล้งทางโลกออนไลน์ ทำให้เด็กและเยาวชนมีแนวโน้มที่จะทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า

ในเชิงนโยบาย นอกจากการสนับสนุนให้ประชากรเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลแล้ว การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล “อย่างปลอดภัย” เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ควรเร่งสนับสนุนไปพร้อมกับการใช้ประโยชน์  ประเทศไทย ในฐานะประธานอาเซียนในปีนี้ ได้กำหนดให้การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างปลอดภัยเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างการเติบโตทางสังคมและเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต

ดีป้าหนุนใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์

ดร.กษิติธร ภูภราดัย รองผู้อำนวยการสำนักงาน กลุ่มยุทธศาสตรและบริหารแห่งดีป้า กล่าวว่า “พวกเราได้เข้าสู่สังคมดิจิทัลอย่างเต็มตัว ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ก็ตาม แต่ที่สำคัญคือ เด็กและเยาวชนไทยราว 92.5% อยู่บนโซเชียลมีเดีย และอายุในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลเหล่านี้ก็เด็กลงเรื่อยๆ โดยเด็กที่สุดคืออายุ 2 ขวบ ซึ่งการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างไม่รู้เท่าทันและไม่มีเกราะป้องกันอาจทำให้เด็กๆ เหล่านี้มีแนวโน้มที่จะเผชิญความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นจากภัยทางออนไลน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาษาที่ไม่เหมาะสม ข่าวปลอมและการคุกคามทางเพศ ดีป้าได้กำหนดพันธกิจในการสนับสนุนและพัฒนาให้เกิดสังคมและเศรษฐกิจดิจิทัล และหนึ่งพื้นฐานสำคัญที่จะมองข้ามไม่ได้เลย นั่นก็คือ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์และปลอดภัย”

 

เสนอกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาค

จากปัญหาการกลั่นแกล้งทางโลกออนไลน์มีความซับซ้อนด้วยตัวมันเอง มีความเชื่อมโยงกับมิติต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ภาครัฐ และกฎหมาย โดยมีวาระเร่งด่วนด้วยกัน 3 ข้อ ได้แก่

1.ความร่วมมือกรอบกฎหมายในระดับอาเซียน

เพราะอินเทอร์เน็ตไม่มีพรมแดน การขยายตัวของปัญหาการกลั่นแกล้งทางโลกออนไลน์จึงถูกขยายตัวผ่านการเลียนแบบโดยไม่มีพรมแดนเช่นเดียวกัน เพื่อให้เท่าทันต่อการแก้ไขปัญหา ความร่วมมือในกรอบของกฎหมาย การกำกับดูแลจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง และจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือในทุกระดับ ตั้งแต่ผู้ปกครอง โรงเรียน ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม

2.การจัดตั้งคณะทำงานด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อเป็นกระบอกเสียงแทนเด็กและเยาวชน

การกำหนดให้มีกลุ่มหรือคณะทำงานด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อเป็นตัวแทนสำหรับเด็กและเยาวชนในการส่งเสียงและบอกเล่าถึงความรุนแรงของปัญหา จะทำให้เราทราบถึงรูปแบบและความถี่ของการเกิดของปัญหาที่ถูกต้อง ช่องทางหรือแพลทฟอร์มใดที่เสี่ยงต่อการเกิดของปัญหามากที่สุด เพื่อทำความเข้าใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง ทั้งนี้ การจัดตั้งคณะทำงานดังกล่าว ภาครัฐควรมีบทบาทในการเป็นตัวกลางเพื่อก่อตั้งและประสานความร่วมมือระหว่างนักวิชาการ ภาคประชาสังคม ผู้มีองค์ความรู้และเข้าใจในปัญหามากที่สุด

 

3.การยกระดับการแก้ปัญหาผ่านหลักสูตรการศึกษา

เพราะรูปแบบและช่องทางของปัญหาการกลั่นแกล้งทางโลกออนไลน์เปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น เราอาจจะคิดว่าการกลั่นแกล้งทางโลกออนไลน์มักเกิดบนพื้นที่โซเชียลมีเดียเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง “เกมออนไลน์” ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เด็กและเยาวชนใช้ในการกลั่นแกล้งผู้อื่น ดังนั้น การสร้างภูมิคุ้มกันอันแข็งแกร่ง ความรู้เท่าทัน และทักษะต่างๆ บนออนไลน์จึงมีความสำคัญในแง่ของการป้องกันปัญหา

วิกกี้ ชอทบอท ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง พาเร้นท์โซน บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและเด็ก บอกว่า “ภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล (Digital resilience) จะเกิดขึ้นได้จาก 2 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ คุณภาพของการเลี้ยงดูและทัศนคติทางบวกต่อเทคโนโลยี ในประเทศอังกฤษ พาเร้นท์โซนได้ร่วมมือกับรัฐบาลอังกฤษ ตลอดจนคณะทำงานที่มีนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันกำหนดนโยบายและกรอบความร่วมมือเพื่อร่วมกันโปรโมทภูมิคุ้มกันดิจิทัล ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีที่ภาครัฐได้ให้ความสำคัญต่อประเด็นปัญหาดังกล่าว

ทั้งนี้ การแก้ปัญหาจะยั่งยืนและเท่าทันกับรูปแบบและช่องทางที่เปลี่ยนไปนั้น การพูดคุยในระดับภูมิภาค ความร่วมมือในอนาคตอย่างการประชุมเชิงปฏิบัติการ ASEAN Stop Cyberbullying Workshop จำเป็นต้องได้รับการสานต่อ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที

เกี่ยวกับเทเลนอร์กรุ๊ป

เทเลนอร์กรุ๊ป กลุ่มผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ของโลก โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ เมือง Fornebu ประเทศนอร์เวย์ ให้บริการภาคพื้นสแกนดิเนเวียและเอเชีย รวมถึงประเทศไทย โดยเป็นผู้ถือหุ้นหลักดีแทค ทั้งยังร่วมกับดีแทคในการดำเนินโครงการ Safe Internet เพื่อมุ่งสร้างภูมิคุ้มกันออนไลน์ให้กับเด็กและเยาวชนในประเทศไทย

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Featured7 วัน ที่แล้ว

รีวิว nuraphone หูฟัง Bluetooth ดีไซน์โดดเด่น สุดล้ำเรียนรู้และปรับเสียงให้เหมาะกับการได้ยินโดยอัตโนมัติ

มีหูฟังที่เรียกได้ว่...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme 5s สมาร์ทโฟนตัวกลาง สเปคสุดคุ้ม จอกว้าง 6.5 นิ้ว, แบต 5000mAh และกล้อง 48MP

realme 5s สมาร์ทโฟนร...

OPPO A9 2020 New Vanilla Mint OPPO A9 2020 New Vanilla Mint
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

OPPO A9 2020 สีใหม่ Vanilla Mint แรงบันดาลใจสีสันจากธรรมชาติ พร้อมให้ทุกคนได้สัมผัสแล้ววันนี้

OPPO A9 2020 สีใหม่ ...

Featured3 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme X2 Pro แรงเต็มขั้น พลังเรือธงรุ่นแรกของแบรนด์ จัดเต็มด้วยหน้าจอ Refresh Rate 90Hz, CPU S855+, ลำโพงคู่ และรองรับ SuperVOOC 50W

รีวิว realme X2 Pro ...

Featured3 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Vivo S1 Pro ดีไซน์สุดล้ำในสไตล์ที่เป็นคุณ ด้วยกล้องทรงเพชรสุดสวย 4 เลนส์อัจฉริยะ และแบตพันธ์อึด 4500mAh ชาร์จเร็ว 18W

Vivo S1 Pro สมาร์ตโฟ...

Advertisement

ข่าวใหม่วันนี้

กำลังมาแรง