ติดตามพวกเรา

News

OPPO ปล่อย Android Pie-Based ColorOS 6 สำหรับรุ่นก่อนหน้า โดยปล่อยเวอร์ชั่น Beta ที่ OPPO F9 เป็นรุ่นแรก!

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

 

OPPO ประกาศปล่อย ColorOS 6 เวอร์ชั่น Beta สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่น F9 โดย ColorOS 6 เวอร์ชั่น Beta ใหม่นี้ จะมอบประสบการณ์การใช้งานของระบบปฏิบัติการมือถือ Android Pie ใหม่ล่าสุดให้แก่ผู้ใช้งาน พร้อมฟีเจอร์ที่ได้รับการปรับแต่งใหม่ทั้งหมด

Android Pie – การอัพเดตหลัก

ทุกรุ่นที่ได้รับการอัพเดตเป็น ColorOS 6 จะได้ฟีเจอร์ใหม่ที่สามารถใช้งานได้จริงจาก Android Pie ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงการโต้ตอบระหว่างผู้ใช้และระบบคอมพิวเตอร์ การเพิ่มความสามารถของระบบ AI และการเพิ่มประสิทธิภาพของอินเทอร์เฟซพื้นฐาน

รวมถึงมอบประสบการณ์ล้ำสมัยให้แก่ผู้ใช้ด้วยการอัพเดตปุ่มเรียกใช้งานเมนูรูปแบบใหม่ทั้งหมดใน Android Pie ซึ่ง  Android Pie ทำงานผ่าน AI ของ Google ประกอบด้วย Google Assistant, ARcore, Google Lens และ การบริการอัจฉริยะต่างๆที่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่แตกต่างกัน นอกจากนี้การอัพเดตซอฟต์แวร์ล่าสุดของ OPPOจะช่วยให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ไหลลื่นขึ้น สมาร์ทขึ้น และเหมาะกับผู้ใช้มากขึ้น

ดีไซน์ไร้ขอบเขต

ColorOS 6 ใช้คอนเซ็ปต์การดีไซน์ที่ไร้ขอบเขต เพื่อจัดระเบียบข้อมูลจำนวนมากของผู้ใช้ โดย OPPO ได้รวบรวมแสง สีสันที่ดูสบายตา และพื้นหลังสีขาว เพื่อสร้างอินเทอร์เฟซที่เรียบง่ายและสง่างาม ซึ่งจะแตกต่างจาก ColorOS 6 ในอินเทอร์เฟซดั้งเดิมของ Google

 

ดีไซน์ของพื้นหลังสีขาว มีการไล่ระดับเฉดสีสบายตาที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวกับภาพศิลปะแบบโมเดิร์นในวอลเปเปอร์ มอบประสบการณ์ที่ทันสมัยบนความงามอันไร้ขอบเขต

 

พัฒนาการโต้ตอบของระบบ

ColorOS 6 เลื่อนแถบเรียกใช้งานเมนูไปด้านบนของหน้าจอและเปลี่ยนการเรียกใช้งานจากการแตะเป็นการปัด เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพและความไหลลื่นในการโต้ตอบของระบบ นอกจากนี้ ColorOS 6 ยังมีภาพเคลื่อนไหวที่จำลองแรงเสียดทานเพื่อสร้างประสบการณ์เสมือนจริงมากขึ้น เช่น ภาพเคลื่อนไหวเมื่อปัดขึ้นหรือลงบนหน้าจอ

Dazzle Color Mode และ สไตล์ภาพ Portrait แบบใหม่

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา OPPO ยังคงแสวงหาความเป็นเลิศด้านการถ่ายภาพ ซึ่งนั่นหมายความว่า ColorOS 6 จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีการถ่ายภาพขั้นสูง ที่จะอัพเดต 2 ฟีเจอร์ คือ Dazzle Color Mode และ สไตล์ภาพ Portrait แบบใหม่

Dazzle Color Mode ใช้อัลกอริทึมที่เรียกคืนสีให้มีชีวิตชีวามากขึ้น ปรับปรุงมิติของภาพในการถ่ายภาพย้อนแสง นอกจากนี้ยังได้เพิ่มฉากต่างๆที่ใช้ในการถ่ายภาพตามสถานการณ์ที่แตกต่างกันอีกด้วย

 

ColorOS 6 ใช้ AI ในการแสกนภาพถ่ายที่มียอดรับชมมากที่สุดผ่านระบบโซเชียล เพื่อสร้างฟิลเตอร์ที่ใช้ในการปรับแต่งภาพ Portrait 5 แบบ โดยการเพิ่มประสิทธิภาพอัลกอริทึมนี้จะช่วยในการจดจำใบหน้าและการปรับโทนสีผิว เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ในการตกแต่งภาพได้อย่างชาญฉลาด

 

ประสบการณ์การเล่นเกมที่เหนือกว่า

“Game Boost” โปรแกรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมของ OPPO ได้รับการอัพเดตเป็นเวอร์ชั่น 2.0 รวมถึงเพิ่มเทคโนโลยีใหม่อย่าง “Touch Boost” และ “Frame Boost” ที่จะช่วยปรับความรู้สึกในการเล่นเกมและความสเถียรของเฟรมเรต ซึ่งจากการทดสอบแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการเล่นเกม มีการเพิ่มขึ้นถึง 38%

Game Space” รองรับฟีเจอร์ที่หลากหลายและรองรับการวัดข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวกับเกม คือ ความแรงของสัญญาณ การใช้พลังงานแบตเตอรี่ การส่งข้อความและอีกมากมาย ในขณะเดียวกัน ‘Game Assistant’ จะมีปุ่มลัดไปยังฟังก์ชั่นอื่นได้อย่างหลากหลายเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้ รวมไปถึงโหมด ห้ามรบกวน และ การแบ่งหน้าจอเป็นสองส่วนในขณะเล่นเกมได้เพื่อมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่ดีกว่าให้แก่ผู้ใช้

ความปลอดภัยในการชำระเงินและการป้องกันความเป็นส่วนตัว

ColorOS 6 มาพร้อมฟีเจอร์ความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดความเสี่ยงในการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งกรณีที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและกรณีรุนแรง รวมถึงการรั่วไหลของรหัสเข้าแอพพลิเคชั่น ความปลอดภัยส่วนบุคคล และ การลบข้อมูลแบบไร้สายสำหรับเครื่องที่หายหรือถูกขโมยไป

นอกจากนี้เพื่อความปลอดภัยในการชำระเงิน ColorOS 6 มีการปิดกั้นการชำระเงินอัตโนมัติ การตรวจสอบตัวตนในการชำระเงิน และการตรวจสอบสภาพแวดล้อมของแอพพลิเคชั่นในการชำระเงิน เพื่อขจัดความเสี่ยง เช่น การชักนำให้เกิดการชำระเงิน ลิ้งค์ที่ไม่ปลอดภัย และข้อความหลอกลวง

โดยการอัพเดตใหม่นี้ จะปล่อยครั้งแรกในรุ่น F9 รุ่นยอดนิยมของ OPPO และจะปล่อยให้รุ่นเรือธงอย่าง Find X เป็นลำดับต่อไป อีกทั้งจะปล่อยให้รุ่นต่างๆของ OPPO ได้อัพเดตในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อมอบซอฟแวร์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นให้แก่ผู้ใช้ ColorOS ทั้งหมด

News

พรีวิวสัมผัสแรก OPPO Watch สมาร์ทวอทช์ Wear OS ตัวแรกจาก OPPO

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

OPPO Watch Preview

เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทยแล้วสำหรับ OPPO Watch ซึ่งวันนนี้จะพาทุกคนไปสัมผัสสมาร์ทวอชรุ่นแรกของ OPPO ที่มาพร้อม Wear OS และชิปเซ็ต Snapdragon 3100 จาก Qualcomm

 

OPPO Watch Preview

OPPO Watch มาพร้อมดีไซน์หน้าจอแบบ 3D Flexible AMOLED สีสันบนหน้าจอดูสดใสและคมชัดมากๆ โดยมีให้เลือก 2 ขนาด คือ รุ่น 41 มม. และ 46 มม. ซึ่งมีหน้าจอขนาด 1.6 นิ้ว และ 1.91 นิ้ว ตามลำดับ

 

OPPO Watch Preview

จะเห็นหน้าจอแสดงผลนั้นมีความโค้งลงลงมาที่ขอบทั้ง 2 ด้าน หรือ Flexible Dual-Curved Display ซึ่งข้อดีของหน้าจอโค้งแบบนี้จะทำให้ใช้งานฟีเจอร์การแตะสัมผัสหน้าจอสั่งงานด้วยการปัดทำได้ง่ายมากขึ้น

 

OPPO Watch PreviewOPPO Watch Preview

กรอบของตัวเรือนเป็นอะลูมิเนียมซีรีส์ 6000 และด้านหลังมีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ทำมาจากเซรามิกและพลาสติกสำหรับในรุ่น 46 มม. แต่ถ้าเป็นรุ่นเล็ก 41 มม. ด้านหลังจะเป็นพลาสติกทั้งหมด

 

OPPO Watch Preview

ขอบด้านข้างมีปุ่มกด 2 ปุ่ม โดยปุ่มที่มีสีเขียวนั้นจะเป็ฯปุ่มทางลัดเพื่อเปิดใช้งานตามที่เราตั้งค่าเอาไว้ หรือกดค้างเป็นปุ่ม Power ได้ และอีกปุ่มเป็นปุ่มโฮมสำหรับกลับหน้าแรกหรือปุ่มเรียกดูแอปพลิเคชั่น ในขณะที่ตรงกลางระหว่างปุ่มกดนี้จะมีไมโครโฟนด้วย

 

OPPO Watch Preview

อีกด้านที่เห็นเป็น 2 ช่องนั้น คือ ช่องลำโพง

 

OPPO Watch Preview OPPO Watch Preview

สายข้อมือทำมาจากยางฟลูออโรคาร์บอน (Fluororubber) ซึ่งผิวสัมผัสจะให้ความรู้สึกเหมือนสายซิลิโคน แต่วัสดุนี้มีความแข็งแรงทนทานมากกว่า อีกทั้งยังให้ความรู้สึกสบายและนุ่มที่ข้อมืออีกด้วย

 

OPPO Watch Preview

สำหรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านแอปพลิเคชั่น HeyTap Health จาก OPPO เพื่อซิงค์ข้อมูลก้าวเดิน อัตราการเต้นของหัวใจ กิจกรรมการออกกำลังกาย ข้อมูลการนอนหลับ เป็นต้น รวมไปถึงส่งการแจ้งเตือนจากตัวสมาร์ทโฟนไปยังนาฬิกา

 

OPPO Watch Preview

ในแอปพลิเคชั่น HeyTap Health ยังสามารถจัดการและตั้งค่าหน้าปัดนาฬิกาให้กับ OPPO Watch ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกรูปภาพจากแกลเลอรี่หรือสร้างหน้าปัดใหม่ก็ได้เช่นกัน

 

OPPO Watch Preview

สรุปข้อมูลและสเปค OPPO Watch

  • ตัวนาฬิกา 46 มม. หน้าจอ 1.91 นิ้ว (402 x 476 พิกเซล)
  • ตัวนาฬิกา 41 มม. หน้าจอ 1.6 นิ้ว (326 x 301 พิกเซล)
  • ชิปเซ็ต Snapdragon Wear 3100 Platform
  • แรม 1GB
  • ความจุ 8GB
  • แบตเตอรี่ 430mAh (46 มม.) หรือ 300mAh (41 มม.)
  • รองรับชาร์จเร็ว Watch VOOC Flash Charging
  • ระบบบปฏิบัติการ Wear OS
  • การเชื่อมต่อ Bluetooth 4.2 + BLE, NFC, Wi-Fi b/g/n
  • OPPO Watch 41 มม. (Wi-Fi) สีดำ (Black) และ Pink Gold : 5,999 บาท
  • OPPO Watch 46 มม. (Wi-Fi) สีดำ (Black) : 7,999 บาท (สี Glossy Gold จะวางจำหน่ายเดือนตุลาคม 63)

โดยสามารถหาซื้อได้แล้วตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2563 ที่ OPPO Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

 

โปรโมชั่น OPPO Watch Series

สำหรับโปรโมชั่นของ OPPO Watch Series ผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อผ่านทางออนไลน์ได้ตั้งแต่วันนี้แบบ Online Early Bird เวลา 20.00 – 24.00 น. พิเศษ รับส่วนลดไปเลย 50% (จำนวนจำกัด) พร้อมรับฟรีสายข้อมือ OPPO Watch Strap

 

ทั้งนี้ OPPO Watch Series ยังสามารถผ่อนได้สบาย 0% นานสูงสุดถึง 6 เดือน กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

อ่านต่อ...

Wearable

เปิดราคาไทยพร้อมโปรโมชัน OPPO Watch Series สมาร์ทวอทช์รุ่นแรกของแบรนด์ เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ที่เป็นคุณ เริ่มต้น 5,999 บาท

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

OPPO ประกาศเปิดตัว OPPO Watch Series ผลิตภัณฑ์ Smartwatch ครั้งแรกจาก OPPO ภายใต้สโลแกน “เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ที่เป็นคุณ” โดย OPPO Watch Series ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานระหว่างดีไซน์แฟชั่นและเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ที่บางเบา สวมใส่ถนัดมือ มาพร้อมหน้าจอ 3D Dual-Curved ครั้งแรกของโลก ขับเคลื่อนด้วย Wear OS by Google พร้อมทั้งฟีเจอร์ AI Outfit แมทซ์ทุกลุคทุกสไตล์ และ Watch VOOC Flash Charging ระบบชาร์จไวที่จะทําให้คุณสนุกไป กับการใช้งานได้ทั้งวัน โดย OPPO Watch Series มีทั้งหมด 2 รุ่นด้วยกัน คือ OPPO Watch 41mm และ OPPO Watch 46mm พร้อมมอบความสะดวกสบายและประสบการณ์การเชื่อมต่ออัจฉริยะแล้ววันนี้

มอบประสบการณ์ดั่งสมาร์ทโฟนเรือธง

OPPO Watch Series มีดีไซน์ที่บางเบา สวมใส่ง่าย โดย OPPO Watch 46mm มาพร้อมกับหน้าจอ 3D Dual-Curved ครั้งแรกของโลก หรือที่เรียกว่า Flexible Dual-Curved Display ด้วยหน้าจอ AMOLED แบบโค้งมน ขนาด 1.91 นิ้ว ให้ความละเอียดและความคมชัดสูง พร้อมเห็นได้อย่างชัดเจนแม้อยู่ กลางแจ้ง ในขณะที่รุ่นเล็กอย่าง OPPO Watch 41mm มาพร้อมหน้าจอรูปทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ขนาด 1.6 นิ้ว ให้ความกะทัดรัดเมื่อสวมใส่

แมทซ์ทุกลุค พร้อมทุกเทรนด์แฟชั่นด้วยฟังก์ชัน AI Watch Face

ให้คุณสนุกไปกับการแต่งกายได้มากขึ้นด้วย AI Outfit บน OPPO Watch Series เพียงแค่ถ่ายภาพการแต่งกายของคุณ หน้าปัดของนาฬิกาก็จะสร้างสไตล์หน้าปัดให้เหมาะกับสไตล์ของคุณได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังสามารถเปลี่ยนภาพถ่ายในอัลบั้มเป็นวอลเปเปอร์ของนาฬิกาได้ด้วย Customizable Watch Face อีกด้วย

เชื่อมต่อแบบเต็มรูปแบบด้วย Wear OS by Google พร้อมกับ Watch VOOC Flash Charging ให้คุณสนุกไปกับการใช้งานได้ตลอดทั้งวัน

OPPO Watch Series ทํางานบน Wear OS by Google ทําให้เข้าถึงฟังก์ชันและแอปพลิเคชั่นจาก Google ได้อย่างเต็มรูปแบบ โดย OPPO Watch Series มีระยะเวลาการใช้งานสูงสุด 21 วัน ใน OPPO Watch 46mm พร้อมระบบชาร์จไวที่จะทําให้คุณใช้ชีวิตได้มากขึ้นด้วย Watch VOOC Flash Charging ชาร์จแบตเตอรี่เต็มในเวลา 75 นาที และชาร์จเพียง 15 นาที ก็สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน

ผู้ช่วยดูแลสุขภาพและการออกกําลังกาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ที่เป็นคุณ

ไม่ว่าคุณจะใช้ชีวิตหรือออกกําลังกายในรูปแบบไหน OPPO Watch Series ก็สามารถรองรับได้ทุกไลฟ์ สไตล์ด้วยฟังก์ชั่นการออกกําลังกายถึง 5 โหมด ได้แก่ Fitness Run, Fat Burn Run, Outdoor Walk, Outdoor Cycling และ Swimming พร้อมเซ็นเซอร์สําหรับการออกกําลังกายถึง 5 เซ็นเซอร์ เพื่อการ ตรวจจับและวิเคราะห์ได้อย่างแม่นยํา ไม่ว่าจะเป็น การติดตามการเต้นของหัวใจ การนอนหลับ และการหายใจของคุณ อีกทั้งยังสามารถป้องกันน้ำได้สูงสุดถึง 50 เมตร ใน OPPO Watch 46mm และ 30 เมตร ใน OPPO Watch 41mm ให้คุณพร้อมลุยในทุกสถานการณ์

OPPO Watch มีรุ่น, สี และราคาอย่างเป็นทางการในไทย ดังนี้

  • OPPO Watch 41 มม. (Wi-Fi) สีดำ (Black) และ Pink Gold : 5,999 บาท
  • OPPO Watch 46 มม. (Wi-Fi) สีดำ (Black) : 7,999 บาท (สี Glossy Gold จะวางจำหน่ายเดือนตุลาคม 63)

โดยสามารถหาซื้อได้แล้วตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2563 ที่ OPPO Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

โปรโมชั่น OPPO Watch Series

สำหรับโปรโมชั่นของ OPPO Watch Series ผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อผ่านทางออนไลน์ได้ตั้งแต่วันนี้แบบ Online Early Bird เวลา 20.00 – 24.00 น. พิเศษ รับส่วนลดไปเลย 50% (จำนวนจำกัด) พร้อมรับฟรีสายข้อมือ OPPO Watch Strap

ทั้งนี้ OPPO Watch Series ยังสามารถผ่อนได้สบาย 0% นานสูงสุดถึง 6 เดือน กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

อ่านต่อ...

Android News

เปิดตัว realme C12 สมาร์ทโฟนน้องเล็ก แบตอึก 6000mAh และใช้ชิป Helio G35

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

หลังจากเปิดตัว realme C15 ไปได้ไม่นาน ทาง realme ก็เปิดตัว realme C12 ที่เป็นรุ่นเล็กอีกรุ่นที่อินโดนีเซียครับ

realme C12 มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผล Mini-drop Fullscreen ชนิด IPS LCD ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1600 x 720 พิกเซล)

ภายในขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล MediaTek Helio G35, RAM 3GB + ROM 32GB โดยมีแบตเตอรี่ความจุ 6000mAh และรันบนระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI

กล้องหลังมี 3 เลนส์ความละเอียด 13 + 2 (B&W) + 2 (Macro) ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 5 ล้านพิกเซล

realme C12 มีให้เลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่ Marine Blue และ Coral Red โดยมีราคา 1,899,000 รูเปียห์ หรือประมาณ 4,000 บาท และเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 สิงหาคมนี้

ที่มา : realme, GSMArena

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

AIS 5G x Samsung Galaxy A71 5G AIS 5G x Samsung Galaxy A71 5G
Android News6 วัน ที่แล้ว

พาไปสัมผัส Samsung Galaxy A71 5G สเปคเทพ ใช้งานลื่นๆ บน AIS 5G ในราคาเอื้อมถึง เริ่มเพียง 10,490 บาท

พาไปสัมผัสประสบการณ์...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme X50 5G สมาร์ทโฟนบุกเบิกพลังแห่ง 5G ที่เร็วและแรง พร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 765G, จอ Ultra Smooth 120Hz และกล้อง AI หลัง 4 ตัว

realme X50 5G สมาร์ท...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว OPPO Reno4 สมาร์ทโฟนดีไซน์โดดเด่นในแบบที่ไม่เหมือนใคร ฟีเจอร์จัดเต็ม พร้อมถ่ายรูปสวยแบบครบทุกมุมมอง

รีวิว OPPO Reno4 สมา...

Featured3 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Vivo TWS Neo หูฟังดีไซน์สวย เสียงระดับสตูดิโอ ความหน่วงต่ำ ควบคุมง่าย กันน้ำ และราคาสบายกระเป๋า

Vivo TWS Neo หูฟังคุ...

HUAWEI 3BB Router Wi-Fi 6 HUAWEI 3BB Router Wi-Fi 6
Featured3 สัปดาห์ ที่แล้ว

แกะกล่อง 3BB เราเตอร์รุ่นใหม่ Wi-Fi 6 เร็วแรง เต็มประสิทธิภาพ ให้ลูกค้าฟรีทุกแพ็กเกจ!

เชื่อว่าหลายคนเคยได้...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

มือถือมาใหม่

ติดตาม กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง