ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

OPPO และ IHS Markit รายงานการวิจัยเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออัจฉริยะในงาน OPPO INNO DAY 2019

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

OPPO และ IHS Markit เปิดตัวรายงานการวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออัจฉริยะในงาน OPPO INNO DAY 2019 เพื่อการพัฒนาระบบ Ecosystem อย่างยั่งยืนสำหรับอนาคตการเชื่อมต่อแบบไร้ขีดจำกัด

OPPO and IHS Markit unveil Intelligent Connectivity whitepaper at OPPO INNO DAY 2019

  • ระบบ Ecosystem ของเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออัจฉริยะ ได้รับการคาดการณ์ว่าจะเป็นการเพิ่มโอกาสทางการตลาด และเปิดโอกาสให้กับอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนได้มากยิ่งขึ้
  • ภายในปี พ. ศ. 2566 ประมาณหนึ่งในสี่ของโทรศัพท์มือถือ จะมี 7 พันล้านเครื่องถูกจัดส่งทั่วโลก และจะมีการรวมเทคโนโลยี 5G ไว้ในนั้นด้วย และภายในปี 2568 ทุกสองในสามของสมาร์ทโฟนจะมี AI ฮาร์ดแวร์ ที่ได้รับการสร้างไว้ล่วงหน้า โดยทั้งหมดนี้เป็นไปตามการคาดการณ์ของ IHS Markit Forecasts
  • Smart Speakers หรือลำโพงอัจฉริยะ จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจาก 100 ล้านเครื่องในปีนี้ เป็นมากกว่า 800 ล้านเครื่องในสามปีข้างหน้า

แบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำระดับโลก OPPO และ IHS Markit ผู้นำด้านการวิเคราะห์ตลาดระดับโลก ร่วมมือกันตีพิมพ์เอกสารเกี่ยวกับการเชื่อมต่ออัจฉริยะ และมีการนำเสนอที่ OPPO INNO DAY 2019 โดยใช้ชื่อว่า Intelligent Connectivity: เปิดโอกาสด้วยพลัง 5G, AI และ Cloud โดยเอกสารการบรรยายแนวคิดนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบถึงความสำคัญของการเชื่อมต่ออัจฉริยะ ที่จะช่วยส่งเสริมให้อุตสาหกรรมสามารถพัฒนาระบบการเชื่อมต่อได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

ขณะนี้ทั่วโลกต่างให้ความสนใจกับโอกาสใหม่ๆ ในยุค 5G ที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งในเอกสารรายงานฉบับนี้ เชื่อว่าการเชื่อมต่ออัจฉริยะจะถูกขับเคลื่อนโดย AI, Cloud, Edge Computing และ IoT ระบบ Ecosystem ใหม่ของการเชื่อมต่อที่ชาญฉลาด ที่คาดว่าจะเปิดโอกาสทางการตลาดได้อย่างมากมาย และนำมาซึ่งความเป็นไปได้ในทางอุตสาหกรรมมากยิ่งขึ้น

การใช้งาน 5G ได้มาถึง หลังจากมีการขยายและพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง

หลังจากหนึ่งปีของการดำเนินการระบบ 5G วันนี้เครือข่าย 5G กำลังเข้าสู่ชีวิตของเราอย่างรวดเร็ว ในเอกสารเรื่องระบบการเชื่อมต่ออัจฉริยะนี้ ตั้งข้อสังเกตว่าปี 2019 เริ่มมีการเปิดตัวระบบ 5G เชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง และภายในเดือนตุลาคม 2562 มีผู้ให้บริการทางเครือข่ายกว่า 50 ราย ได้เปิดตัวบริการระบบ 5G ที่สอดคล้องกับมาตรฐาน 3GPPใน 27 ตลาดทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีผู้ให้บริการ 328 รายใน 109 ตลาด ที่ทำการลงทุนในระบบ 5G เช่นกัน

ในเอกสารงานวิจัยนี้ ยังมีการชี้แจงเกี่ยวกับการปรับใช้ 5G ในปัจจุบันของประเทศต่างๆ ทั่วโลก อย่างประเทศจีน และเกาหลีใต้มีการเชื่อมต่อระบบ 5G ความถี่มากถึง 10,000 5G NR/gNBs  ซึ่งทำให้สามารรับ-ส่งข้อมูลได้อย่างมหาศาล ส่วนในประเทศออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร ซาอุดีอาระเบีย สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และสหรัฐอเมริกา มีการปรับใช้ระบบ 5G โดยมีการเริ่มต้นแบบค่อยเป็นค่อยไปด้วยการเชื่อมต่อแบบ 100 5G NR/gNBs อย่างไรก็ตามการพัฒนา 5G อย่างยิ่งใหญ่ และการใช้งาน 5G จะเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศจี

ระบบ 5G จะก่อให้เกิดการรวมระบบการทำงานของ Cloud, AI และ Edge Computing ได้อย่างรวดเร็ว

5G นั้นแตกต่างจากเทคโนโลยีเซลลูล่าร์รุ่นก่อน ๆ เพราะระบบ 5G ได้รับการออกแบบมาตั้งแต่ขั้นแรกเพื่อตอบสนองความต้องการด้านเทคนิคที่แตกต่างกัน ทั้งรูปแบบของอุปกรณ์ที่ใช้งาน แอพพลิเคชั่น และผู้ใช้งาน

ในรายงานยังคาดการณ์ว่า การเชื่อมต่ออัจฉริยะจะขึ้นอยู่กับการทำงานร่วมกันของ AI, Cloud และการเชื่อมต่อแบบไร้สาย (รวมถึง 5G) และอุปกรณ์ IoT เพื่อมอบคุณค่าให้กับองค์กรและผู้บริโภค โดยคุณค่าที่ว่านี้อาจรวมไปถึงการช่วยลดต้นทุนการผลิต การเข้าถึงแหล่งรายได้ใหม่ๆ และทำให้ประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้งานดียิ่งขึ้น

ระบบ AI ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ขณะนี้เราเพิ่งเข้าสู่สิ่งที่เรียกว่า “Narrow” หรือ “Weak AI” ในขณะเดียวกัน 5G แอพพลิเคชั่น, Edge Computing และ Cloud Computing จะช่วยให้การประมวลผล AI ทำงานได้ดียิ่งขึ้น ในขณะที่การใช้แอพพลิเคชั่นในชีวิตจริง จะพัฒนารูปแบบเป็นแบบ Hybrid Cloud-Edge Model ที่ทำให้ระบบ AI ยิ่งมีประสิทธิภาพ

ในรายงานยังตั้งข้อสังเกตว่า เนื่องจากการเชื่อมต่ออัจฉริยะระหว่าง 5G, AI, Cloud Computing และ Edge Computing บริษัทและองค์กรต่างๆ ควรสร้างกลยุทธ์ทางธุรกิจที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น รวมถึงการสนับสนุนการทำงานร่วมกันกับคู่ค้า เพื่อพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยแก้ปัญหาให้กับธุรกิจ

ระบบเครือข่ายการเชื่อมต่ออัจฉริยะที่กำลังจะเกิดขึ้น จะเป็นการเผยศักยภาพที่ยอดเยี่ยม

การพัฒนาระบบอุปกรณ์ 5G Ecosystem ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในอุปกรณ์ที่หลากหลาย ตามเอกสารรายงานของกลางเดือนพฤศจิกายน 2562 ผู้ค้ากว่า 72 รายได้นำเสนออุปกรณ์ 183 อย่างที่ทำงานผ่านระบบ 5G อาทิ สมาร์ทโฟน, อุปกรณ์รับสัญญาณ (Customer Premises Equipment(CPE)), หุ่นยนต์อัจฉริยะ, โดรน และอุปกรณ์อื่นๆ อีกมากมาย โดยในอุปกรณ์ทั้งหมด 183 อย่าง มีอุปกรณ์มากถึง 40 อย่างที่ได้มีการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

ตามการคาดการณ์ของ IHS Markit ประมาณหนึ่งในสี่ของโทรศัพท์มือถือ จะมี 1.7 พันล้านเครื่องที่ถูกจัดส่งทั่วโลก และจะมีการรวมเทคโนโลยี 5G ไว้ในนั้นด้วย และภายในปี 2568 ทุกสองในสามของสมาร์ทโฟนจะมี AI ฮาร์ดแวร์ ที่ได้รับการสร้างไว้ล่วงหน้า

นอกจากนี้ ผู้ช่วยดิจิทัลในรูปแบบของลำโพงอัจฉริยะยังคงเป็นที่ต้องการของผู้ใช้งานทั่วโลก จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจาก 100 ล้านเครื่องในปีนี้ เป็นมากกว่า 800 ล้านเครื่องในสามปีข้างหน้า

ความสามารถของ AI จะถูกรวมเข้ากับอุปกรณ์ความบันเทิงของผู้บริโภคมากขึ้น ตัวอย่างเช่นกล้องที่มีความสามารถ AI จับคู่กับสมาร์ททีวี หรือกล่อง Streaming ที่สามารถใช้การจดจำใบหน้าเพื่อเริ่มการใช้งาน การเข้าถึงช่องที่น่าจะเป็นที่ชื่นชอบของผู้ใช้งานโดยตรง AI ยังสามารถระบุช่วงเวลาสำคัญต่างๆ ได้ด้วย เช่น AI สามารถระบุได้ว่ามีเหตุการณ์สำคัญอะไรเกิดขึ้นในสนามแข่งบอลได้

เนื่องจาก Cloud Gaming ได้ลดอุปสรรคสำหรับผู้ใช้งานอย่างการลดต้นทุนฮาร์ดแวร์ Cloud Gaming และ VR/AR จะเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับผู้ใช้งาน สามารถเข้าถึงเกมส์ได้ทุกที่ทุกเวลาที่พวกเขาต้องการด้วยอุปกรณ์ขนาดเล็ก ความล่าช้า (Latency) จะลดลงเพื่อให้สามารถพัฒนาเกม VR/AR ได้อย่างครอบคลุม ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าในตลาดโลกมากกว่า หนึ่งแสนล้านเหรียญสหรัฐในปี 2018 ตามรายงานของเอกสารการเชื่อมต่ออัจฉริยะ

ในยุคของการเชื่อมต่อที่ชาญฉลาด ยังมีการใช้งานที่ก่อให้เกิดประโยชน์หลายรูปแบบ อาทิ สำหรับอุปกรณ์ IoT ที่ใช้วิดีโอในการเฝ้าระวังระหว่างการขับขี่ และในระบบอุตสาหกรรมอัตโนมัติ

รายงานยังเชื่อว่าการเพิ่มขึ้นของอุปกรณ์ใหม่ๆ ไม่ได้ลดบทบาทความสำคัญของสมาร์ทโฟนในชีวิตของผู้บริโภคลง แต่กลับมีบทบาทสำคัญในเวลาที่ผู้บริโภคใช้งานอุปกรณ์ IoT ที่สมาร์ทโฟนยังทำหน้าที่เป็นเกตเวย์สำหรับอุปกรณ์สวมใส่ เช่น Smartwatches และเครื่องตรวจสุขภาพ  จอแสดงผลสำหรับข้อมูล และวิดีโอจากอุปกรณ์อื่น ๆ

เทคโนโลยีที่พัฒนาตลอดเวลาเหล่านี้จะเกิดการทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่ครอบคลุมการใช้งานของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น และยังเป็นการมอบความท้าทาย และสร้างโอกาสสำหรับองค์กรและอุตสาหกรรมต่างๆ ให้ตระหนักถึงการเชื่อมต่ออัจฉริยะ ซึ่งจะเปิดโอกาสที่กว้างขวางสำหรับบริษัทฮาร์ดแวร์ และอินเทอร์เน็ตระดับโลกดั่งเช่น OPPO

อ่านรายงานฉบับสมบูรณ์ที่นี่

ข่าวประชาสัมพันธ์

AIS Serenade ส่ง Serenade Great Deal เอาใจสาวกสมาร์ทโฟน ใช้ AIS Points แลกรับส่วนลดค่าเครื่องสูงสุด 18,000 บาท

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

เอไอเอส เซเรเนด ตอกย้ำผู้นำโปรแกรมดูแลลูกค้าที่ทรงพลังที่สุด เดินกลยุทธ์ผูกใจลูกค้าด้วยสิทธิพิเศษเหนือระดับ มอบความพิเศษด้านสมาร์ทโฟนให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง หลังได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากแคมเปญปีที่ผ่านมา ล่าสุด! สานต่อสิทธิพิเศษปีนี้กับโครงการ “Serenade Great Deal” เริ่มดีลแรกตรุษจีน 2563 เอาใจลูกค้าเซเรเนด เพียงใช้ AIS Points 200 พอยท์ แลกรับส่วนลดสมาร์ทโฟนได้สูงสุด 18,000 บาท พร้อมขยายการรับสิทธิ์จากเดิม 1 วัน เป็น 2 วัน ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 3 ของเดือน ให้ลูกค้าเซเรเนด มีโอกาสรับสิทธิ์เพิ่มมากขึ้น รับความพิเศษตลอดทั้งปี
ประเดิมเกรทดีลแรก วันที่ 25 – 26 มกราคมนี้ นำ AIS Points 200 พอยท์ แลกรับส่วนลด อาทิ

  • Samsung Galaxy Note 10+ (512GB) ลดเหลือเพียง 22,900 บาท จากราคาปกติ 40,900 บาท
  • VIVO V17 ราคาเพียง 6,999 บาท จากราคาปกติ 11,999 บาท
  • HUAWEI Y9s ลดเหลือเพียง 2,990 บาท จากราคาปกติ 7,990 บาท

 

พิเศษ! สำหรับสาวกแอปเปิล รับสิทธิพิเศษซื้อ iPhone รุ่น iPhone 11 Pro Max, iPhone 11 Pro, iPhone XS Max และ iPhone XS ราคาเริ่มต้นเพียง 13,500 บาท
จำนวนจำกัด 2,500 สิทธิ์ ที่ Serenade Club และ AIS Shop ทุกสาขา ลูกค้าเซเรเนด ติดตามข้อมูลและเงื่อนไขการรับสิทธิ์เพิ่มเติมได้ทาง www.ais.co.th/serenade/smartphone

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

ตอกย้ำความสำเร็จ realme แบรนด์สมาร์ทโฟนน้องใหม่กับการเติบโตอย่างรวดเร็ว การันตีด้วยรางวัลชั้นนำจากหลายประเทศในปี 2562

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ในปี 2562 realme (เรียลมี) แบรนด์สมาร์ทโฟนเพื่อคนรุ่นใหม่ มีความมุ่งมั่นและยังคงเดินหน้าภายใต้สโลแกน “Dare to Leap” เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่จะเปิดประสบการณ์คนรุ่นใหม่ ทั้งนี้ realme ถือเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ขึ้นแท่นแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับ 7 ของโลก พร้อมคว้ารางวัลกว่า 60 รางวัลชั้นนำระดับโลกในปี 2562 โดย realme ประสบความสําเร็จและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในแง่ของแนวคิดแบรนด์และคุณภาพผลิตภัณฑ์

คว้ารางวัลจากสื่อชั้นนำ Android Authority และ GSM Arena  จากการสำรวจสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ประจำปี 2562 ที่จัดทำโดยเว็บไซต์ Android Authority โดย realme X2 Pro ได้รับรางวัล “Best Of Androids:2019’s Winner” และติดอันดับ “Best Smartphones of 2019: #1 Flagship Killer” โดย GSMArena ในฐานะแบรนด์สมาร์ทโฟนน้องใหม่นั้น realme ถือเป็นแบรนด์ที่มาแรงและเป็นที่ยอมรับจากสื่อต่างประเทศชั้นนำในระยะเวลาอันสั้น แสดงให้เห็นว่า realme มีศักยภาพที่โดดเด่นแบบก้าวกระโดด

 

 

ประสบความสำเร็จในตลาดระดับโลก คว้ารางวัลใหญ่จากหลากหลายประเทศ

realme มีความภาคภูมิใจสำหรับการยอมรับและได้รับรางวัลในตลาดระดับโลก ทั้งในประเทศอินเดียที่เป็นตลาดสมาร์ทโฟนที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก realme Buds Wireless ได้รับรางวัลในสาขา Best Earphones of the Year และ realme XT ได้รับรางวัล Best Budget Smartphone of the Year จากนิตยสาร Exhibit  ทั้งนี้จากการเติบโตอย่างมากของแบรนด์ภายในระยะเวลาอันรวดเร็วในปี 2562 realme ยังได้รับรางวัล Disruptive Brand of the Year  นอกจากนี้ สื่อเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศรัสเซียอย่าง 4PDA ยังยกให้ realme X2 Pro เป็น “The Fastest Flagship”  สำหรับในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ realme XT ได้รับการจัดอันดับให้เป็น Best Mid-Range โดยเว็บไซต์ Tek.id จากประเทศอินโดนีเซีย นอกจากนี้นิตยสาร The eyes of the Star นิตยสารชั้นนำในประเทศมาเลเซีย ยังยกให้ realme X2 Pro เป็น “Top 5 Major Handphone Innovations in 2019” อีกด้วย ในส่วนตลาดประเทศจีน realme X2 Pro ได้รับรางวัล “User’s Choice of the Year” จากผู้จัด ZOL , Baidu และ Bailiahao และจากหลายรางวัลที่ได้รับมาตลอดปี 2562 แสดงให้เห็นว่า realme ได้รับการยอมรับอย่างมากในตลาดที่สำคัญทั่วโลก

 

–          การเติบโตของ realme ในปี 2562 – 

ความสำเร็จในปี 2562 กับความมุ่งมั่นเพื่อเปลี่ยนอุตสาหกรรมเกม

ในปี 2562 realme เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนน้องใหม่ที่ได้รับการยอมรับอย่างมาก  ภายในระยะเวลาเพียง 18 เดือน realme ได้ก้าวเข้าสู่อันดับ 7 ของแบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก และเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา realme มีผู้ใช้งานมากกว่า 25 ล้านคน ที่เพิ่มขึ้นต่อปีมากกว่า 500% ในขณะเดียวกัน realme ยังเปิดตัวใน 22 ตลาดทั่วโลกอย่างรวดเร็วและประสบความสำเร็จในทุกกลยุทธ์ โดย realme มุ่งมั่นที่จะขึ้นแท่นเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับ 5 ในหลายตลาดทั่วโลกอีกด้วย

นอกจากนี้ realme ยังมีผลงานที่โดดเด่นในตลาดอินเดียด้วยส่วนแบ่งการตลาดออนไลน์ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2562 สูงถึง 26.5% ถือเป็นตลาดออนไลน์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 และเป็นส่วนแบ่งการตลาดโดยรวมที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 อีกทั้งยังเป็นแบรนด์เทคโนโลยีที่เป็นที่นิยมสำหรับคนรุ่นใหม่ในอินเดีย นอกจากนี้ด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็วทำให้ realme เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับ 4 ในประเทศอินโดนีเซีย  และเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับ 5 ในยุโรป ภายในระยะเวลาเพียงเดือนครึ่งเท่านั้น นั่นแสดงให้เห็นว่า realme ไม่เพียงแต่เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก แต่ยังเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่อยู่ในกระแสหลักระดับโลกอีกด้วย

ก้าวเข้าสู่ปี 2563 ด้วย 5G และ Alot อย่างเต็มกำลัง

ความสำเร็จในปี 2562 ถือเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยผลักดันให้เราพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อไปในอนาคตและ realme ที่ ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในส่วนของ 5G โดยมีความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องที่จะขยายรูปแบบ loT เพื่อสอดรับเครือข่าย 5G เพื่อสร้างความล้ำหน้าและก้าวกระโดดของเทคโนโลยีรอบด้านสำหรับคนรุ่นใหม่

  • 5G เครือข่ายยอดนิยมระดับโลก: realme ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนที่รองรับ 5G อย่างเป็นทางการอย่าง realme X50 5G และในอนาคต realme จะมีการพัฒนาและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่รองรับ 5G ในราคาย่อมเยา เพื่อจะสร้างเครือข่าย 5G ให้เป็นที่นิยมและผลักดัน 5G ให้ตอบโจทย์และเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ทั่วโลก
  • เดินหน้าด้วย AloT อย่างเต็มกำลัง: realme มีแนวคิดที่จะนำผลิตภัณฑ์ loT มาใช้เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของคนรุ่นใหม่ในทุกแง่มุมตั้งแต่ อุปกรณ์เครื่องเสียง, อุปกรณ์สวมใส่, TV และผลิตภัณฑ์เพื่อไลฟ์สไตล์ต่างๆ ภายใต้ realme  AloT ที่รองรับระบบ AI  เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ครบคลุมการใช้งานทุกไลฟ์สไตล์และช่วยให้การใช้ชีวิตสะดวกทันสมัยและชาญฉลาดยิ่งขึ้น
อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

ซัมซุงปฏิวัติวงการ! เปิดตัวนวัตกรรมเครื่องปรับอากาศอัจฉริยะเพื่อสุขภาพหนึ่งเดียวในโลก

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ซัมซุงปฏิวัติวงการ! เปิดตัวนวัตกรรมเครื่องปรับอากาศอัจฉริยะเพื่อสุขภาพหนึ่งเดียวในโลก ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าพรีเมียมเซกเมนต์เป็น 25% ในปีนี้ พร้อมขึ้นแท่น 1 ใน 2 แบรนด์ผู้นำภายใน 3 ปี

ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมระบบปรับอากาศ ปรับโฉมผลิตภัณฑ์ครั้งใหญ่ในรอบ 10 ปี เปิดตัว “วินด์ฟรี พรีเมียม พลัส” (Wind-Free™ Premium Plus) สุดยอดเครื่องปรับอากาศรุ่นล่าสุด พร้อมไลน์อัปใหม่ปี 2020 ภายใต้คอนเซปต์ The Intelligent Air Care Solutions for Health’ ชูโซลูชันอากาศบริสุทธิ์เพื่อสุขภาพ พร้อมรับมือปัญหาฝุ่นควันด้วยระบบฟอกอากาศในตัวที่ละเอียดถึงอนุภาค PM1.0 และประสิทธิภาพในการทำความเย็นแบบสบายตัวของเทคโนโลยี Wind-Free™ เอกสิทธิ์เฉพาะของซัมซุง นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องปรับอากาศระบบลมเย็นไม่ปะทะตัวรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมนวัตกรรม AI อันชาญฉลาด ที่เรียนรู้และปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากพฤติกรรมของผู้ใช้

นายเฉลิมพงษ์ ดรงค์สุวรรณ รองประธาน ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของซัมซุงในทศวรรษใหม่ตามแนวคิด Age of Experience จะคำนึงถึงผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง และออกแบบนวัตกรรมเพื่อสร้างประสบการณ์ส่วนบุคคลที่มอบความสะดวกสบาย สนุกสนาน และมีความหมายมากกว่าที่เคย โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น”

“การเปิดตัวเครื่องปรับอากาศวินด์ฟรี พรีเมี่ยม พลัส พร้อมไลน์อัปใหม่ในปีนี้ ถือเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของซัมซุงในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านมากว่า 1 ทศวรรษ รวมถึงความเป็นผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมระบบปรับอากาศ โดยนำเสนอโซลูชันที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพของผู้ใช้งานและครอบครัว ทั้งระบบฟอกอากาศในตัวที่ช่วยสร้างอากาศบริสุทธิ์ รวมไปถึงเทคโนโลยี Wind-Free™ อันยอดเยี่ยมเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องปรับอากาศซัมซุง ที่สำคัญยังมาเพิ่มเติมความสามารถด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะไม่ว่าจะเป็น AI เพื่อเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้งาน หรือ Internet of Things สำหรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้นยังคำนึงถึงประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นของผู้ใช้งานและช่างเซอร์วิสตั้งแต่การติดตั้งและการใช้งาน ไปจนถึงการบริการหลังการขาย การทำการตลาดจึงมุ่งเน้นการสื่อสารถึงประสบการณ์จริงที่พวกเขาจะได้รับ โดยเฉพาะแคมเปญดิจิทัลซึ่งเจาะไปยังกลุ่มเป้าหมายหลักตามกลยุทธ์ของปีนี้คือลูกค้ากลุ่มพรีเมียม โดยตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าเซกเมนต์นี้เป็น 25% ในปีนี้ พร้อมขึ้นแท่น 1 ใน 2 แบรนด์ผู้นำภายใน 3 ปี” นายเฉลิมพงษ์ กล่าวเสริม

เครื่องปรับอากาศ “วินด์ฟรี พรีเมียม พลัส” (Wind-Free™ Premium Plus) เป็นเครื่องปรับอากาศรุ่นสูงสุดในไลน์อัปใหม่ของปีนี้ ซึ่งเป็นเครื่องปรับกาศระบบลมเย็นไม่ปะทะตัวรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะต่างๆ ที่ช่วยพัฒนาประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น ในขณะที่คำนึงถึงสุขภาพของผู้ใช้งานอย่างสูงสุด

 

 

ประสิทธิภาพการทำความเย็นที่ดีที่สุด

ผู้ใช้สามารถสัมผัสกับประสบการณ์เย็นสบายอย่างที่สุด ทั้งยังดีต่อสุขภาพเนื่องจากไม่มีกระแสลมปะทะตัว จนอาจทำให้ไม่สบายได้ ด้วยเทคโนโลยี Wind-Free™ และโหมดทำความเย็นอัตโนมัติ 3 ขั้นตอน เริ่มต้นด้วยโหมด Fast Cooling เพื่อทำความเย็นอย่างรวดเร็ว จากนั้นระบบจะเข้าสู่โหมดที่ 2 เพื่อตั้งค่าระดับความชื้นให้เหมาะสม สุดท้ายเมื่ออุณหภูมิคงที่แล้ว ระบบจะปรับเป็นโหมด Wind-Free™ เพื่อคงความเย็นอย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอผ่านช่องอากาศขนาดเล็กจำนวนมากถึง 23,000 Micro Holes

โหมด Fast Cooling ใหม่ จะช่วยทำความเย็น ให้ห้องเย็นรวดเร็วมากขึ้น ทั้งยังครอบคลุมทุกพื้นที่ของห้อง ไม่ว่าผู้ใช้จะอยู่มุมใดก็จะสามารถสัมผัสกับความเย็นสบายได้อย่างทั่วถึง ทั้งยังมีเทคโนโลยี ดิจิตอล อินเวอร์เตอร์ บูสท์ (Digital Inverter Boost) ช่วยลดระยะเวลาการทำงานของตัวเครื่อง ให้ประสิทธิภาพความเย็นทันใจเร็วขึ้นถึง 43 เปอร์เซ็นต์

 

ยกระดับการทำงานให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ชุดครื่องปรับอากาศวินด์ฟรี พรีเมี่ยม พลัส ได้รับการปรับปรุงสมรรถนะการทำงานให้ชาญฉลาดมากขึ้นด้วยฟีเจอร์ AI Auto Cooling ที่จะมอบประสบการณ์การใช้งานเครื่องปรับอากาศให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ โดยระบบจะวิเคราะห์สภาพห้อง พร้อมปรับอุณหภูมิให้เข้ากับความต้องการของผู้ใช้ รวมถึงวิเคราะห์สภาพอากาศภายนอกอาคารเพื่อปรับไปยังโหมดที่เหมาะสมที่สุด

ไม่เพียงเท่านั้น ผู้ใช้ยังสามารถควบคุมและตั้งค่าเครื่องปรับอากาศผ่านแอปพลิเคชัน SmartThings ระบบควบคุมอัจฉริยะ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเปิด-ปิดเครื่องปรับอากาศ กำหนดเวลา รวมถึงตรวจสอบการใช้พลังงาน อีกทั้งยังมีเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวของผู้ใช้เพื่อหลีกเลี่ยงพลังงานที่สูญเปล่า อาทิ เมื่อเซ็นเซอร์ตรวจจับไม่พบผู้ใช้ในห้อง ระบบจะเพิ่มอุณหภูมิหรือเปิดโหมด สแตนด์บายอัตโนมัติ

โดดเด่นด้วยนวัตกรรมล้ำหน้า

เครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่นี้ช่วยลดอัตราการใช้พลังงานได้สูงถึงร้อยละ 73 ด้วยเทคโนโลยีดิจิตอล อินเวอร์เตอร์ บูสท์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นจึงสามารถรักษาอุณหภูมิให้เย็นสบาย และยังมาพร้อมกับฉลากประหยัดไฟ  A+++ จึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ทั้งยังได้รับค่าระดับประสิทธภาพพลังงานสูงสุดจากการทดสอบแบบ SEER และ SCOP ในยุโรป

นอกเหนือจากนั้นยังมีฟีเจอร์ โมชัน ดีเทค เซ็นเซอร์ (Motion Detect Sensor) หรือเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวของผู้ใช้ที่อยู่ภายในห้อง สามารถเลือกให้ลมตามตัวหรือไม่ปะทะตัวก็ได้ นอกจากนี้เมื่อใดที่ไม่มีความเคลื่อนไหวระบบจะปรับเปลี่ยนการตั้งค่าโดยอัตโนมัติเพื่อให้ความเย็นคงที่พร้อมหลีกเลี่ยงการสูญเสียพลังงานโดยไม่จำเป็น

 

 

เพื่อสุขภาพที่ดีกว่าเดิม

เพื่อตอบสนองความต้องการในการดูแลสุขภาพของผู้ใช้ ซัมซุง วินด์ฟรี พรีเมียม พลัส จึงถูกออกแบบมาเพื่อสุขภาพของผู้ใช้อย่างแท้จริงด้วยตัวกรองอากาศขั้นสูง PM1.0 ที่สามารถดึงเอาอากาศทั่วทั้งห้องเข้ามา พร้อมดักจับอนุภาคขนาดเล็กเพื่อเปลี่ยนเป็นอากาศบริสุทธิ์ได้เร็วขึ้นเป็น 2 เท่า เมื่อเทียบกับตัวกรอง PM2.5 แตกต่างที่สามารถถอดล้างได้เพื่อคงประสิทธิภาพในการฟอกอากาศได้ตลอดอายุการใช้งานและถ้าใช้งานร่วมกับเครื่องฟอกอากาศของซัมซุง The Cube ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฟอกอากาศให้มากขึ้นไปอีกด้วย

มากไปกว่านั้นในรุ่น Wind-Free™ Premium และ Wind-Free™ ยังมีตัวกรองพิเศษ Tri-Care Filter ที่เน้นปกป้องสุขภาพผู้บริโภคเพิ่มจากเดิมด้วยการตรวจจับฝุ่นขนาดเล็กพร้อมยับยั้งเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และสารก่อภูมิแพ้ในอากาศด้วยสารเคลือบพิเศษ “ซีโอมิค” นอกจากนั้นทางซัมซุงยังคิดค้นพัฒนาแผ่นกรองชั้นแรก ให้สามารถถอดล้างทำความสะอาดได้ง่ายและสะดวก โดยไม่ต้องเปิดตัวเครื่อง อย่างแผ่นกรองอากาศ Easy Filter Plus ที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบฟอกอากาศให้ยาวนานยิ่งขึ้น

ที่สำคัญคือมาพร้อมกับระบบออโต้ คลีน 3 ขั้นตอน (3 Step Auto Clean) ที่จะทำงานทันทีที่ผู้ใช้สั่งเปิด โดยพัดลมจะเริ่มเป่าลมเพื่อไล่เศษฝุ่นและความชื้นออกจากคอยล์เย็น ป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อราช่วยให้อากาศสะอาด เตรียมพร้อมสำหรับการใช้งานครั้งถัดไป

 

มั่นใจทุกการใช้งาน รับประกันยาวนานยิ่งขึ้น

มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยการรับประกัน 10 ปี สำหรับคอมเพรสเซอร์อินเวอร์เตอร์ และการรับประกัน 3 ปีสำหรับคอยล์ร้อนและคอยล์เย็น ในทุกรุ่นของเครื่องปรับอากาศซัมซุง นอกจากนี้ สำหรับเครื่องปรับอากาศ Wind-Free™ ทุกรุ่นรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม ด้วยการขยายการรับประกันค่าแรง อะไหล่ แผงวงจร และ มอเตอร์พัดลมนานถึง 3 ปีทันที เมื่อซื้อเครื่องปรับอากาศซัมซุงรุ่นวินด์ฟรีทุกรุ่น และลงทะเบียนรับสิทธิ์ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 63 นี้ รายละเอียดเพิ่มเติมติดตามเพิ่มเติมได้ที่ www.sswarranty.com/windfreewarranty

ชุดเครื่องปรับอากาศ ซัมซุง วินด์ฟรี พรีเมี่ยม พลัส มีให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ 10,000 BTU สำหรับห้องขนาด 9-13 ตร.ม และ 12,000 BTU สำหรับห้องขนาด 13-17 ตร.ม ราคาเริ่มต้นที่ 35,900 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำทั่วประเทศ หรือที่ศูนย์บริการลูกค้าซัมซุง โทร 026893232 หรือโทรฟรีจากโทรศัพท์บ้านได้ที่ 1800293232

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone
Android News1 สัปดาห์ ที่แล้ว

OPPO A9 2020 สเปคแรงสุด จัดเต็มทุกฟีเจอร์ The Best Super Spec Smartphone ของปี 2019

OPPO A9 2020 สมาร์ทโ...

realme-X50-5G realme-X50-5G
Android News3 สัปดาห์ ที่แล้ว

จับตา realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G

ปัจจุบันไม่มีใครไม่ร...

Goodnight App Review Goodnight App Review
Android App4 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Goodnight App แชทสนุกด้วยเสียง พบปะเพื่อนใหม่ หาคนพิเศษเพื่อบอกฝันดี!

วันนี้มีแอปพลิเคชั่น...

รีวิว Vivo V17 รีวิว Vivo V17
Featured1 เดือน ที่แล้ว

รีวิว Vivo V17 สมาร์ตโฟน “ฉีกทุกกฏในทุกช็อต” หน้าจอ Ultra O Screen, แบตอึด 4500mAh ชาร์จเร็ว 18W และกล้อง AI 4 เลนส์

Vivo V17 สมาร์ตโฟนที...

AIS Ultimate Surprizes 5 Point AIS Ultimate Surprizes 5 Point
Featured1 เดือน ที่แล้ว

เซอร์ไพรส์ส่งท้ายปี “5 พอยท์ลุ้น GADGETS สุดคูล” ยิ่งกดมากยิ่งมีสิทธิ์มาก

เซอร์ไพรส์ส่งท้ายปีเ...

Advertisement

ข่าวใหม่วันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์12 ชั่วโมง ที่แล้ว

AIS Serenade ส่ง Serenade Great Deal เอาใจสาวกสมาร์ทโฟน ใช้ AIS Points แลกรับส่วนลดค่าเครื่องสูงสุด 18,000 บาท

เอไอเอส เซเรเนด ตอกย...

Android News13 ชั่วโมง ที่แล้ว

Samsung Quick Share อาจเป็นฟีเจอร์ใหม่ใน Galaxy S20 Series ส่งไฟล์ได้เร็วเหมือน AirDrop

นอกจากในเรื่องของฮาร...

ข่าวประชาสัมพันธ์18 ชั่วโมง ที่แล้ว

ตอกย้ำความสำเร็จ realme แบรนด์สมาร์ทโฟนน้องใหม่กับการเติบโตอย่างรวดเร็ว การันตีด้วยรางวัลชั้นนำจากหลายประเทศในปี 2562

ในปี 2562 realme (เร...

Android News18 ชั่วโมง ที่แล้ว

หลุดสเปค Samsung Galaxy A11 ผ่าน FCC มีกล้อง 3 เลนส์, แบต 4000mAh และอาจใช้ Snapdragon 625 หรือ 626

หลังจากที่ Samsung เ...

Wearable19 ชั่วโมง ที่แล้ว

รีวิว HONOR FlyPods Lite หูฟัง True Wireless น้ำหนักเบา ดีไซน์สวย ฟังเพลงได้ชิวๆ และการควบคุมที่แสนง่าย

HONOR FlyPods Lite ห...

กำลังมาแรง