รีวิว OPPO A83 หน้าจอ Full Screen สแกนใบหน้าแทนลายนิ้วมือ

OPPO A83 สมาร์ทโฟนหน้าจอ Full Screen ราคาย่อมเยารุ่นใหม่จาก OPPO ที่มาพร้อมการสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อคตัวเครื่อง นับเป็นรุ่นแรกของค่ายที่ตัดสินใจยกเลิกการใช้งานนิ้วมือ

สรุปข้อมูลและสเปค OPPO A83

  • ราคาเปิดตัว 7,990 บาท (มกราคม 2018)
  • ขนาดตัวเครื่อง 150.5 x 73.1 x 7.7 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 143 กรัม
  • หน้าจอ 5.7 นิ้ว สัดส่วนหน้าจอ 18:9 ความคมชัด HD+ ความละเอียด 720 x 1440 พิกเซล
  • รันระบบปฏิบัติการ Color OS 3.2 (Android 7.1.1 Nougat)
  • ชิปเซ็ต MediaTek MT6763T Octa-core 2.5GHz
  • แรม 3GB
  • ความจำภายในตัวเครื่อง 32GB
  • กล้องหลังเลนส์คู่ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.2
  • แบตเตอรี่ 3,180 mAh

 

OPPO A83 มาในกล่องสีขาวเหมือนกับทุกรุ่นของ OPPO โดยมีสโลแกนประจำรุ่นว่า Smart Selfie | Full Screen ซึ่งอุปกรณ์ในกล่องประกอบไปด้วยตัวเครื่อง OPPO A83, อะแดปเตอร์และสายชาร์จ, หูฟัง, คู่มือการใช้งาน, เข็มจิ้มถาดใส่ซิม และเคสพลาสติก

 

ด้านการดีไซน์ตัวเครื่อง OPPO A83 มีความเพรียวบาง น้ำหนักเบามากหากเทียบกับสมาร์ทโฟนที่มีตัวเครื่องใกล้เคียงกัน ตัวเครื่องมีความโค้งเว้า จับถนัดมือ และมีผิวสัมผัสที่ลดการเกิดคราบรอยนิ้วมือ

 

หน้าจอของ OPPO A83 มีขนาด 5.7 นิ้ว เป็นหน้าจอแบบ Full Screen ขยายเกือบเต็มพื้นที่ด้านหน้า ความคมชัด HD+ และไม่มีปุ่มโฮมแบบกดอีกต่อไปแล้ว โดยมีกล้องหน้าขนาดความละเอียด 8 ล้านพิกเซลอยู่บริเวณหนือหน้าจอ

 

OPPO A83 ยังคงใช้พอร์ตเชื่อมต่อแบบ micro USB และมีช่องสำหรับหูฟังขนาด 3.5mm ใช้งานร่วมกับหูฟังทั่วไปได้

 

ถาดใส่ซิมของ OPPO A83 เป็นแบบ 3 ช่องที่สามารถใส่ซิมการ์ดขนาด Nano SIM ได้พร้อมกัน 2 ช่องและใส่ microSD card ได้ด้วย

 

ด้านหลังจะมีเลนส์กล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซล กรอบเลนส์มีความมันเงาและนูนขึ้นมาเหนือฝาหลัง มีไฟแฟลช LED อยู่ข้าง และจะเห็นว่ารุ่นนี้ไม่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแล้ว โดยเปลี่ยนไปใช้ระบบสแกนใบหน้า

 

OPPO A83 รันระบบปฏิบัติการ Color OS 3.2 บนพื้นฐานระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 Nougat จึงทำให้รุ่นนี้มีฟีเจอร์ใหม่ๆ เพียบ

 

ฟีเจอร์แรกที่เป็นจุดขายของรุ่นนี้เลยคือระบบการจดจำใบหน้าเพื่อใช้ในการปลดล็อคตัวเครื่อง ซึ่งเป็นฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดที่ทาง OPPO นำมาใช้งานกับ OPPO F5 Series เป็นรุ่นแรก

 

Game Acceleration สำหรับปรับแต่งความเร็วให้กับเกมที่กำลังเล่นอัตโนมัติ และสามารถปิดการแจ้งเตือนสายโทรเข้าเป็นไม่ให้รบกวนช่วงเวลาสำคัญในการเล่นเกมได้

 

OPPO A83 ยังมีฟีเจอร์ Split Screen แบ่งหน้าจอใช้งานพร้อมกัน 2 แอพ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดในการรองรับแอพพลิเคชั่นบางตัว

 

โคลนแอพโซเชียลให้สามารถใช้งานได้พร้อมกัน 2 บัญชีในเครื่องเดียว ไม่ว่าจะเป็นแอพ LINE ที่คนไทยชอบใช้กันก็สามารถโคลนได้บน OPPO A83

 

สำหรับกล้องหน้าของ OPPO A83 ก็มีเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า A.I. Beauty Technology ที่สามารถตรวจจับใบหน้าแล้วปรับสมมาตรใบหน้าส่วนต่างๆ ให้ออกมาสวยสมบูรณ์​แบบที่สุด สามารถปรับความสวยได้ 6 ระดับ และมีโหมดถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้ด้วย

เซลฟี่ปกติ (ซ้าย) และเซลฟี่หน้าชัดหลังเบลอ (ขวา)
ความสวยแต่ละระดับ

 

สรุปรีวิว OPPO A83

จะเห็นว่า OPPO A83 เป็นสมาร์ทโฟนในระดับราคาที่ทุกคนสามารถจับต้องได้ง่าย ใส่ฟีเจอร์ใหม่ๆ มาให้เกือบครบที่ทาง OPPO มีในขณะนี้ และดีไซน์ที่ทันสมัยด้วยหน้าจอขนาดใหญ่แบบ Full Screen ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่แต่ตัวเครื่องยังจับใช้งานได้ในมือเดียว รวมไปถึงการเซลฟี่ที่มีโหมดหน้าชัดหลังเบลอ ปรับความสวยได้ ถูกใจคอโซเชียลอย่างแน่นอน

สำหรับฟีเจอร์สแกนใบหน้าที่ใส่มาให้นั้นถือว่าดีและเป็นของใหม่ให้แฟนๆ ได้ใช้งานกัน แต่การตัดฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือออกไปนั้นอาจทำให้ผู้ใช้งานไม่คุ้นชินกับความเปลี่ยนแปลง จากการทดสอบใช้งานพบกว่าการสแกนใบหน้าในที่มืดต้องเปิดไฟหน้าจอให้สว่างเพื่อให้กล้องมองเห็นใบหน้า จึงจะสามารถปลดล็อคได้ แต่หากหรี่ไฟหน้าจอจนเหลือแสงสว่างไม่พอก็จะไม่สามารถใช้งานได้ในที่มืด