ติดตามพวกเรา

News

เปิดตัว OnePlus Service Center แล้ววันนี้ เพิ่มความเชื่อมั่น และประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้กับผู้ใช้สมาร์ตโฟน OnePlus

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

OnePlus แบรนด์สมาร์ตโฟน Super Flagship หนึ่งในแบรนด์สมาร์ตโฟน Top 5  สุดพรีเมียมของโลก และใส่ใจทุกรายละเอียดไม่ว่าจะเป็นการออกแบบดีไซน์ ประสบการณ์การใช้งานในการผลิตสมาร์ตโฟน และรวมถึงทุกความคิดเห็นจากสมาชิกใน OnePlus Community ที่ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนทั่วทุกมุมโลก และในโอกาสนี้ OnePlus ได้จัดงานเปิดตัว “OnePlus Service Center”  เพื่อตอบรับความต้องการของแฟนๆ OnePlus และเพิ่มความเชื่อมั่น ที่พร้อมส่งมอบการบริการหลังการขายที่ดี สะดวกสบาย สร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีแก่ผู้ใช้สมาร์ตโฟน OnePlus ทุกท่านในประเทศไทย

OnePlus Service Center

โดยในวันนี้ OnePlus ได้เปิดตัว OnePlus Service Center ที่แรกในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร ที่ศูนย์การค้า MBK Center  ภายในงานครั้งนี้ได้คุณกฤษณะ ตระกูลล้ำฟ้า รองประธานกรรมการ OnePlus ประเทศไทย พร้อมกับคุณวราภรณ์ ตติปาณิเทพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ 2 ฝ่ายพื้นที่เช่าและผู้เช่าสัมพันธ์ MBK Center เข้ามาร่วมงานนี้อีกด้วย “OnePlus เติบโตมาได้ทุกวันนี้ เพราะแฟนๆทุกท่าน ทั้งนี้ ทางบริษัทฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญของประสบการณ์และการบริการแก่ลูกค้าทุกๆท่าน จึงได้ตัดสินใจเปิด OnePlus Service Center แห่งนี้ขึ้นที่ห้างใหญ่ใจกลางเมือง เพื่อส่งมอบบริการที่ดีเยี่ยมให้กับแฟนๆ OnePlus ทุกท่าน” คุณกฤษณะกล่าวไว้ภายในงาน

OnePlus  Service Center เป็นศูนย์บริการหลังการขายให้กับผู้ใช้งานสมาร์ตโฟน OnePlus เข้ามาปรึกษาด้านการใช้งาน และซ่อมบำรุงสมาร์ตโฟน OnePlus ทุกรุ่นที่วางจำหน่ายในไทย   โดยภายในศูนย์บริการหลังการขาย OnePlus Service Centerแห่งนี้ยังมีสมาร์ตโฟน OnePlus ที่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย จัดตั้งโชว์เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาใช้บริการ หรือผู้ที่สนใจเข้ามาทดลอง สัมผัสถึงประสบการณ์เร็วแรง ลื่นไหล  ของหน้าจอของ OnePlus ที่มีค่ารีเฟรชเรทสูงถึง 90Hz ซึ่งถือว่าเป็นแบรนด์สมาร์ตโฟนเรือธงแบรนด์แรกในการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้บนสมาร์ตโฟนอีกด้วย  พร้อมอีกทั้งยังมีอุปกรณ์เสริมแท้อย่าง OnePlus Official Accessories จัดโชว์ให้แฟนๆ OnePlus ได้เห็นของจริง และสามารถสัมผัสทดลองประกอบการตัดสินใจก่อนสั่งซื้ออีกด้วย

สำหรับ OnePlus Service Center ตั้งอยู่ที่ศูนย์การค้า MBK Center ชั้น 5 โซน B เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. ระยะเวลาในการส่งซ่อม สามารถรอรับได้ภายใน 2 ชั่วโมง ทั้งนี้ระยะเวลาในการส่งซ่อมขึ้นอยู่กับอาการของตัวเครื่อง ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ OnePlus Call Center ได้ที่เบอร์ 02-793-3818

และท่านใดที่สนใจอยากสั่งซื้อสมาร์ตโฟน OnePlus ผ่านช่องทางออนไลน์ สามารถสั่งซื้อได้ที่ AIS online store , JD Central  และ Lazada ได้ที่ลิงก์นี้ >> https://bit.ly/2JYy1hV

ช่องทางหน้าร้านได้ที่ AIS Shop 33 สาขาที่ร่วมรายการ และท่านใดต้องการสั่งซื้ออุปกรณ์เสริมแท้ของ OnePlus สามารถสั่งซื้อได้ Shopee ได้ตามลิงก์นี้ >> http://bit.ly/34sPJ4y

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับ OnePlus Thailand ได้ที่ Facebook Fanpage ตามลิงก์นี้  https://www.facebook.com/oneplusthailand

ข่าวประชาสัมพันธ์

Brother คาดปีงบประมาณ 62 เติบโตกว่า 5% สานต่อกลยุทธ์ ‘3C’ มุ่งเจาะกลุ่มคอร์ปอเรท ดันบริการหลังการขายเพิ่มรายได้ด้วยการเพิ่มบริการเสริม  

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

 

บราเดอร์ พร้อมเดินหน้าสร้างมิติใหม่ให้วงการไอทีเมืองไทย ปี 63 เตรียมจับมือแบรนด์ดัง เดินหน้าครีเอทสีสันแคมเปญการตลาดขยายการรับรู้สู่ฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ ย้ำปรัชญาการดำเนินธุรกิจ ‘at your side’ สร้างทีมที่ปรึกษาเสริมทัพทีมขายและทีมบริการแก่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ เพิ่มความมั่นใจสร้างโอกาสการขายให้มากขึ้น เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ ในกลุ่มสินค้าทั้งเครื่องพิมพ์ จักรเย็บผ้าระบบเครื่องเสียงคาราโอเกะ เครื่องพิมพ์ฉลาก และสแกนเนอร์ตลอดปี เน้นผสานโซลูชั่นเพื่อเพิ่มตอบโจทย์ความต้องการให้แก่ทุกกลุ่มเป้าหมาย มั่นใจปีงบประมาณ 63 จะสามารถสร้างอัตราการเติบโต 5% แม้ภาพรวมตลาดยังทรงตัว ชี้ศักยภาพภาคเอกชนของไทยยังแข็งแกร่งพร้อมปรับตัวรับมือได้ในทุกสภาวะ

นายธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด(Mr.Teerawut Supapunpinyo, Managing Director of Brother Commercial (Thailand) Limited) เปิดเผยว่า แม้ภาพรวมธุรกิจเครื่องพิมพ์ในไทยยังทรงตัว แต่บราเดอร์สามารถสร้างส่วนแบ่งทางการตลาดให้เติบโตเพิ่มขึ้น หลังปรับรูปแบบกลยุทธ์สะท้อน DNA ของแบรนด์ที่มีความหลากหลายด้านผลิตภัณฑ์เพิ่มสีสันไลฟ์สไตล์ตอบโจทย์ลูกค้าปัจจุบัน เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญการ ทรานส์ฟอร์ม 3 ส่วนหลัก ได้แก่ Business transform, Operational Transform และTalent Transform ด้วยกลยุทธ์ ‘3C’ มุ่งโฟกัส Customer (ลูกค้า) Channel Partner (ช่องทางการจัดจำหน่าย) ไปจนถึง Company (ตัวองค์กร) ทำให้ในปีงบประมาณ 2562 บริษัทฯ คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตแบบสวนกระแสถึง 5 %

ในปีงบประมาณ 2563 บราเดอร์ยังคงเดินตามกลยุทธ์ที่ได้วางไว้ในช่วง 3 ปี ครอบคลุมระหว่างปีงบประมาณ 2562 – 2564 ด้วยการเพิ่มความเข้มข้นให้แก่กลยุทธ์ ‘3C’ เริ่มจาก Customer (ลูกค้า) เน้นนำเสนอผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ ที่เติมเต็มความต้องการให้หลากหลายยิ่งขึ้น Channel Partner (ช่องทางการจัดจำหน่าย) ที่ปีนี้จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนด้วยการสร้างการทำงานภายใต้คอนเซปต์Brother: the Power of TEAM เป้าหมายเพื่อสร้างทีมที่ปรึกษาให้แก่กลุ่มตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศสร้างโอกาสทางการขายใหม่ๆ ด้วยการส่งทีมผลิตภัณฑ์ ทีมขาย ทีมสื่อสารการตลาด ทีมเทคนิค และทีมบริการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์บราเดอร์ กระตุ้นการตัดสินใจซื้อของลูกค้า Company (ตัวองค์กร) บราเดอร์ จะนำระบบ “Agile” มาใช้ในการทำงานในแต่ละโครงการเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานเกิดความยืดหยุ่นและเกิดความรวดเร็วในการสร้างผลงาน โดยจะคัดเลือกบุคลากรในแต่ละแผนก เข้ามาระดมความคิด เพื่อกำหนดแนวทางในการเพิ่มศักยภาพ ความคล่องตัว และบริหารการใช้งบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งระบบดังกล่าวจะใช้ต่อเนื่องไปถึงปี 2564

ปัจจุบัน กลุ่มลูกค้าของบราเดอร์กว่า 60% เป็นกลุ่มลูกค้า SME และ กลุ่มคอร์ปอเรท กลุ่มเครื่องพิมพ์เลเซอร์ยังเป็นสินค้าแฟลกชิป (แหล่งข้อมูลจาก GFK) โดยบราเดอร์ครองส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1 ใน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ กลุ่มโมโนเลเซอร์พรินเตอร์ ปัจจุบันครองส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่38%, กลุ่มโมโนเลเซอร์มัลติฟังก์ชั่นพรินเตอร์ ครองส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 56% และกลุ่มคัลเลอร์เลเซอร์มัลติฟังก์ชั่นพรินเตอร์ ที่ครองส่วนแบ่งการตลาด 33% ด้านกลุ่มอิงค์เจทพรินเตอร์ บราเดอร์ยังเกาะกลุ่ม 1 ใน 3 ผู้นำตลาด ด้วยส่วนแบ่ง 17% ที่ผ่านมาบราเดอร์ใช้กลยุทธ์ทั้ง “Push & Pull” จนทำให้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ และในปีนี้จะเพิ่มสีสรรในการทำตลาดรูปแบบใหม่เพื่อให้เกิดความแตกต่างจากคู่แข่ง และ           ที่สำคัญในปีนี้บราเดอร์จะใช้งานบริการหลังการขายที่ได้รับการยอมรับอย่างมากถึงคุณภาพมาเป็นหนึ่งในเครื่องมือเพื่อเพิ่มรายได้ให้บริษัทฯ ด้วยนายธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญกล่าวเสริม

ด้านนายวรศักดิ์ ประดิษฐ์กุล ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงกลยุทธ์การนำบริการหลังการขาย มาเป็นอีกหนึ่งเฟืองจักรสำคัญเพื่อเพิ่มประโยชน์สูงสุดให้กับลุกค้าว่า จากการยอมรับของกลุ่มเป้าหมายต่อคุณภาพงานบริการหลังการขายของบราเดอร์ ที่พร้อมทั้งด้านบุคลากรและระบบการบริการอันทันสมัย ทำให้บราเดอร์เห็นโอกาสและพัฒนาสู่บริการเสริมเพื่อเพิ่มความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า โดยในปีงบประมาณ 2563 บราเดอร์ เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถซื้อ การขยายระยะเวลารับประกัน และเพิ่มบริการพิเศษพร้อมตัวเครื่องได้ตามความต้องการ เพื่อความคุ้มค่าและสร้างความมั่นใจยิ่งขึ้น ทั้งรูปแบบนำเครื่องเข้าศูนย์บริการและการบริการซ่อมนอกสถานที่ นอกจากนี้ ยังเดินหน้าพัฒนาระบบ chatbot พร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมงเต็มรูปแบบซึ่งคาดว่าจะนำมาใช้ในช่วงต้นปี 2564  พร้อมกันนี้ ยังได้พัฒนาแอพลิเคชั่น Brother Support Center ที่รวบรวมข้อมูลสินค้า คู่มือการใช้งาน การตรวจสอบสถานะเครื่อง และข้อมูลศูนย์บริการบราเดอร์ทั่วประเทศ พร้อมทั้งสามารถใช้เป็นช่องทาง Brother Live Chat เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า โดยช่องทางดังกล่าวยัง สามารถจัดส่งข้อมูลได้ทั้งรูปแบบภาพและวิดีโอได้ด้วยเพื่อเพิ่มมิติด้านการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้านจำนวนศูนย์บริการในปัจจุบันมีครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยล่าสุดได้เปิดศูนย์บริการในประเทศลาวที่เวียงจันทน์ และจะเดินหน้าเปิดศูนย์บริการอีก 2 แห่ง ที่หลวงพระบางและสะหวันนะเขต และเพื่อสร้างมาตรฐานการอบรมแก่พนักงานบราเดอร์ได้นำระบบ e-learning เข้ามาใช้ฝึกอบรมผ่าน visual classroom เพื่อความชัดเจนในการสื่อสาร สามารถใช้ผ่าน Smart devicesเพื่อเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา

นอกจากจะทุ่มเทส่งมอบงานบริการที่มีคุณภาพสู่ลูกค้าแล้ว บราเดอร์ ยังได้ส่งทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่ออุทิศองค์ความรู้ด้านเทคนิคบริการให้แก่นักศึกษาทั่วในแต่ละภาค อาทิ ภาคกลางที่ปราจีนบุรีและนครนายก ภาคเหนือที่สุโขทัย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่สุรินทร์ และภาคใต้ที่สุราษฎร์ธานี  และในปีนี้จะขยายโครงการโดยใช้ศูนย์บริการในพื้นที่หลักๆ เช่น เชียงใหม่ หาดใหญ่ ขอนแก่น เปิดให้นักศึกษาเข้ามารับการอบรมความรู้ด้านเทคนิคที่ศูนย์บริการ รวมทั้งเพิ่มการอบรมหลักสูตร Mindset development เพื่อพัฒนาทัศนคติคิดบวกสร้างความพร้อมก่อนออกสู่สังคมการทำงานนายวรศักดิ์ ประดิษฐ์กุล อธิบายเพิ่มเติม

นายพรภัค อุไพศิลป์สถาพร ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการเงินและบริหาร บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล(ประเทศไทย) จำกัด อธิบายถึงแผนการปรับกลยุทธ์ด้านการพัฒนาองค์กรด้วยการสร้างบุคลากรคุณภาพรับการเปลี่ยนแปลงของกระแสเศรษฐกิจโลกที่ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วว่า บริษัทฯ สร้างโปรเจคในการพัฒนาบุคคลากรขององค์กร ตามกลยุทธ์ Talent transform ด้วยการพัฒนากลุ่มบุคลากรที่มีทัศนคติที่ดีและพร้อมจะเปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่าและยินดีร่วมเป็นหนึ่งในการผลักดันองค์กรสู่การเติบโตที่ยั่งยืน และพร้อมจะนำความรู้ ประสบการณ์ที่ได้มาแบ่งปันสู่เพื่อนร่วมงาน สร้างบุคลากรคุณภาพใบแบบmulti task skill สร้าง mind set ที่ดี คิดนอกกรอบ สร้างสรรค์ไอเดียใหม่ เพิ่มความคล่องตัว เตรียมพร้อมเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างเข้าใจไปพร้อมกัน นอกจากนี้ ยังมุ่งพัฒนาด้านการฝึกอบรมด้วยระบบออนไลน์ให้พนักงานสามารถเข้าคอร์สได้ทุกที่ทุกเวลา เพิ่มความยืดหยุ่นในการพัฒนาศักยภาพ  

ด้านกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) จะมุ่งไปที่การพัฒนาชุมชนท้องถิ่น (local community) มีโครงการหลักคือ Brother Beat Cancer Run วิ่งด้วยกัน สู้ด้วยกันซึ่งจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 7 เพื่อนำรายได้ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งที่อยากไร้ ในมูลนิธิรามาธิบดี กองทุนมะเร็งโลหิตวิทยาผู้ใหญ่ โรงพยาบาลรามาธิบดี และส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม (environment) มีโครงการหลักคือ โครงการบราเดอร์อาสาอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติป่าชายเลนที่บริษัทฯ ได้ทำต่อเนื่องมากว่า 11 ปี ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลน จังหวัดสมุทรสาครและ สมุทรสงคราม โดยบราเดอร์จะยังคงทำโครงการต่อไปเรื่อยๆ แต่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดกิจกรรมบ้างและยังคงเป้าหมายไว้ดังเดิม นอกจากนี้ ยังวางแผนเพิ่มการจัดกิจกรรม CSR ในทุกไตรมาสโดยเน้นบริจาคผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยเหลือชุมชนหรือโครงการด้านการศึกษา ตลอดจนการส่งเสริมทักษะความรู้ด้านไอทีให้แก่นักเรียนนักศึกษาเพื่อเป็นการคืนกลับสู่สังคมด้วยเช่นกันนายพรภัค อุไพศิลป์สถาพร กล่าวสรุป

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

เอไอเอส จัดมาตรการขั้นสูงสุดรับมือการแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 เน้นย้ำบุคลากร, พาร์ทเนอร์ ดูแลสุขภาพ ป้องกันการแพร่ระบาดสู่ส่วนรวม

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

นางสาววราลี จิรชัยศรี หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า “จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 เอไอเอส มีความห่วงใยและใส่ใจเป็นอย่างยิ่งต่อสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของบุคลากร, พาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่ายและพาร์ทเนอร์ที่ร่วมทำงานกับทุกฝ่าย อันจะเป็นการลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดสู่ส่วนรวมไปด้วย ดังนั้นจึงได้จัดมาตรการป้องกันความเสี่ยงอย่างเข้มงวดมาตามลำดับตั้งแต่เริ่มเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาด จนกระทั่งล่าสุดได้ยกระดับมาตรการขั้นสูงสุดตามขั้นตอนของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดยเน้นย้ำให้พนักงานทุกคน ตลอดจนพาร์ทเนอร์ ดูแลสุขอนามัยของตัวเองและครอบครัวอย่างเคร่งครัด ระมัดระวังในการสัมผัสจุดเสี่ยงต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองกลายเป็นผู้แพร่เชื้อไปสู่ส่วนรวม

ทั้งนี้ มาตรการสำคัญที่ประกาศใช้ทั้งสำหรับบุคลากรและพาร์ทเนอร์ ได้แก่

1. งดการเดินทางไปต่างประเทศโดยเด็ดขาด ทั้งในส่วนการปฏิบัติภารกิจของบริษัท และการเดินทางส่วนตัว โดยกรณีหากมีการเดินทางไปยังประเทศกลุ่มเสี่ยงก่อนหน้านี้ ให้พนักงานปฏิบัติงานที่บ้าน – work from home และเฝ้าสังเกตอาการตัวเองเป็นเวลา 14 วัน หากครบกำหนดแล้วไม่พบอาการป่วย ให้พนักงานเข้าพบแพทย์แผนปัจจุบันชั้น 1 ในโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน หลังจากแพทย์ลงความเห็นว่าไม่มีอาการป่วยแล้ว ต้องนำใบรับรองแพทย์มาแสดงก่อนเข้ามาปฏิบัติงานตามปกติ

2. งดการประชุมทางธุรกิจกับบุคคลภายนอก รวมถึงพาร์ทเนอร์ที่เดินทางมาจากต่างประเทศทุกประเทศ โดยให้ใช้การประชุมทางโทรศัพท์หรือออนไลน์ (Conference Call) แทน พร้อมทั้งมีการกำหนดกระบวนการคัดกรองพาร์ทเนอร์ที่ต้องร่วมปฏิบัติงานกับทีมเอไอเอส

3. สำหรับพนักงานที่ให้บริการลูกค้าใน AIS Shop, ร้านเทเลวิซ จะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา พร้อมมีการตรวจวัดไข้วันละ 2 ครั้ง และเพิ่มบริการแอลกอฮอล์เจลสำหรับล้างมือ เพื่อให้บริการลูกค้า

4. ดำเนินการฉีดพ่นฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่ปฏิบัติงานหลักตามตารางที่กำหนด ทั้งที่อาคารสำนักงาน รวมถึง AIS Call Center พร้อมตั้งจุดบริการแอลกอฮอล์เจลล้างมือ, เน้นย้ำการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อจุดเสี่ยงตลอดเวลา อาทิ ที่จับประตู ลิฟท์ และในส่วนที่ต้องสัมผัสบ่อยๆ

5. อนุมัติปรับเวลาเข้าปฏิบัติงานของพนักงานตามความเหมาะสม เพื่อลดอัตราเสี่ยงจากการเดินทางในช่วงเวลาเร่งด่วนที่มีความแออัดสูง
6. จัดการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าอาคารเอไอเอส 1 และ 2 รวมถึงอาคารที่ทำงานอื่นๆ ในเครือเอไอเอส แบบ 100% โดยหากพบว่าพนักงานและผู้มาติดต่อ มีอุณหภูมิร่างกายสูงเกินกว่า 37.5 องศาเซลเซียส จะไม่อนุญาตให้เข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด

7. งดประชุมหรือจัดกิจกรรมใดๆ ทั้งภายในและภายนอกอาคาร ที่ทำการของบริษัทที่จะมีจำนวนผู้เข้าร่วมตั้งแต่ 30 คนขึ้นไป

นอกจากนี้ เพื่อสร้างความอุ่นใจให้แก่พนักงาน เอไอเอสได้มอบกรมธรรม์ประกันชีวิต COVID-19 ให้กับพนักงาน ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยมอบความคุ้มครองชีวิต 50,000 บาท นาน 30 วัน ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลก ครอบคลุมการเสียชีวิตทุกกรณี หรือหากเป็นผู้ป่วยในที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเนื่องจากติดเชื้อ COVID-19 ก็ยังได้รับความคุ้มครองชดเชยรายได้ถึง 1,000 บาทต่อวัน สูงสุด 15 วัน พร้อมจัดการอบรมให้ความรู้และวิธีการป้องกันเกี่ยวกับเชื้อไวรัส COVID-19 โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาให้คำแนะนำการดูแลตัวเองและคนในครอบครัวอีกด้วย”

นางสาววราลี กล่าวในตอนท้ายว่า “บริษัทฯ กำลังติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมรับมืออย่างเต็มที่ โดยขอให้ลูกค้ามั่นใจว่า จะได้รับบริการคุณภาพจากเอไอเอสอย่างไม่ติดขัด พร้อมแนะนำช่องทางใช้บริการ Online ผ่านทางแอปพลิเคชัน my AIS และ AIS Online Store เพื่อความสะดวกในสถานการณ์ปัจจุบัน”

อ่านต่อ...

Android News

เปิดตัว Vivo APEX 2020 สมาร์ทโฟนสุดล้ำ จอโค้ง 120 องศา, กล้องหน้าใต้จอ และกล้องหลังกันสั่นแบบ Gimbal

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

เปิดตัวด้วยความเทพอีกครั้งอย่าง Vivo APEX 2020 สมาร์ทโฟนที่เพรียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ที่น่าจะเป็นสิ่งที่มาเปลี่ยนแปลงสมาร์ทโฟนในแบรนด์ Vivo ครับ

Vivo APEX 2020 มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผล FullView Edgeless Display ไร้ขอบขั้นสุด ที่มีความโค้งถึง 120 องศา ขนาด 6.45 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2330 x 1080 พิกเซล) โดยยังคงใช้การสัมผัสข้างตัวเครื่องแทนปุ่มเช่นเดิม และเสียงก็จะเปร่งออกมาผ่านทางหน้าจอด้วยเทคโนโลยี Screen SoundCasting รุ่นที่ 3

หน้าจอแสดงผลที่มาแบบเต็มแล้ว ก็ยังมีกล้องหน้าที่ฝังใต้หน้าจอ (ย้ำว่าใต้หน้าจอครับ) ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่เราจะไม่เห็นกล้องหน้าขณะใช้งานตามปกติ ซึ่งสามารถรวม 4 พิกเซลเป็น 1 พิกเซล ทำให้ถ่ายภาพได้ที่ 4 ล้านพิกเซล ซึ่งตัวกระจกที่ครอบทับนั้นจะมีความเบามากๆ

ด้านกล้องหลังนั้นมีความละเอียดสูงสุดที่ 48 ล้านพิกเซล ควบคู่กับเทคโนโลยีการกันสั่นไหวคล้ายกับการทำงานของ Gimbal เลยทีเดียว ซึ่งทาง Vivo ก็เคลมไว้เลยว่าสามารถขยายองศาการถ่ายวิดีโอได้กว้างกว่าการใช้งานกันสั่นแบบ OIS ทั้งนี้ ตัวกล้องยังรวม 4 พิกเซลเป็น 1 พิกเซล ทำให้ผลลัพธ์อยู่ที่ 12 ล้านพิกเซล เท่านั้นไม่พอยังมีฟีเจอร์ Voice Tracking ที่ใช้ไมโครโฟน 3 ตัวติดตามเสียงที่เราต้องได้ยินระหว่างถ่ายวิดีโอได้

ขณะที่อีกเลนส์ของกล้องหลังจะเป็น Periscope ความละเอียด 16 ล้านพิกเซลที่สามารถซูม Optical แบบต่อเนื่องจาก 5x ถึง 7.5x  แถมโฟกัสได้แบบเรียลไทม์ โดยเลนส์นี้มีการทำงานที่ซับซ้อนพอสมควรด้วยการแบ่ง 2 กลุ่มชิ้นเลนส์หลักๆ คือ เลนส์ Fixed 2 กลุ่ม และเลนส์ปกติ 2 กลุ่ม

ส่วนสเปคอื่นๆ Vivo APEX 2020 สามารถชาร์จไร้สาย Super FlashCharge ได้ความเร็วสูงถึง 60W ซึ่งเทียบความจุแบตเตอรี่ 2000mAh เต็มในเวลา 20 นาที

นอกจากนี้ Vivo APEX 2020 คือคอนเซ็ปต์สมาร์ทโฟนในอนาคตอันใกล้ของ Vivo ครับ โดยเราน่าจะได้เห็นกันจริงๆ ใบางฟีเจอร์เร็วสุดในปีนี้

ที่มา : Vivo

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์2 ชั่วโมง ที่แล้ว

Brother คาดปีงบประมาณ 62 เติบโตกว่า 5% สานต่อกลยุทธ์ ‘3C’ มุ่งเจาะกลุ่มคอร์ปอเรท ดันบริการหลังการขายเพิ่มรายได้ด้วยการเพิ่มบริการเสริม  

  บราเดอร์ พร้อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์2 ชั่วโมง ที่แล้ว

เอไอเอส จัดมาตรการขั้นสูงสุดรับมือการแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 เน้นย้ำบุคลากร, พาร์ทเนอร์ ดูแลสุขภาพ ป้องกันการแพร่ระบาดสู่ส่วนรวม

นางสาววราลี จิรชัยศร...

Android News3 ชั่วโมง ที่แล้ว

เปิดตัว Vivo APEX 2020 สมาร์ทโฟนสุดล้ำ จอโค้ง 120 องศา, กล้องหน้าใต้จอ และกล้องหลังกันสั่นแบบ Gimbal

เปิดตัวด้วยความเทพอี...

Apple News3 ชั่วโมง ที่แล้ว

ชัวร์ไหม? Tim Cook บอกเตรียมเปิด Store ในจีนอีกครั้ง หลังคิดว่าไวรัส COVID-19 อยู่ในการควบคุมแล้ว

ซีอีโอคนสำคัญของ App...

Apple News4 ชั่วโมง ที่แล้ว

โชว์เทพอีกแล้ว! MV เพลง ‘Stupid Love’ ของ Lady Gaga ใช้ iPhone 11 Pro ถ่ายทั้งเพลง

นอกจากที่ Apple จะทำ...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง