Connect with us

Featured

รีวิว OnePlus Nord N10 5G สนุกไม่ยั้ง ปังไม่หยุด พร้อมกล้อง 64MP ถ่ายชัดเก็บทุกรายละเอียด

Published

on

OnePlus Nord N10 5G สมาร์ทโฟนสายเอนเตอร์เทน “สนุกไม่ยั้ง ปังไม่หยุด” จัดเต็มด้วยกล้อง 4 เลนส์ 64 ล้านพิกเซล ถ่ายคมชัด เก็บทุกรายละเอียด พร้อมรองรับ 5G ใช้งานสุดเร็วแรงได้ทันทีตั้งแต่แกะกล่อง แถมยังมีฟีเจอร์ในระดับเรือธงอีกเพียบ! ใครที่เล็งสมาร์ทโฟนคุ้มๆ บอกเลยว่าไม่ควรมองข้ามรุ่นนี้ครับ

 

สรุปสเปค OnePlus Nord N10 5G

  • ขนาดตัวเครื่อง : 163.0 × 74.7 × 8.95 มม.
  • น้ำหนัก : 190 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล IPS LCD ขนาด 6.49 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล), 405 ppi, Refresh Rate 90Hz พร้อมอัตราส่วน 20:9
  • หน่วยประมวลผล : Snapdragon 690 5G Octa-core
  • GPU : Adreno 619L
  • RAM : 6GB LPDDR4X
  • ROM : 128GB (UFS 2.1) เพิ่ม MicroSD Card ได้สูงสุด 512GB
  • กล้องถ่ายรูปหลัง 4 เลนส์ แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.79 และรองรับระบบกันสั่นไหว EIS
    • เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มุมมองกว้าง 119 องศา รูรับแสง f/2.25
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ระยะโฟกัส 4 เซนติเมตร
    • เลนส์ Monochrome ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.05 รองรับระบบกันสั่นไหว EIS
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย OxygenOS 10.5
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.1, NFC และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 4300mAh รองรับ Warp Charge 30T

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ตัวกล่องของ OnePlus Nord N10 5G มาในรูปแบบที่ต่างจากรุ่นเรือธงที่เป็นกล่องสีแดงครับ โดยตระกูล Nord Series จะเน้นความสดใส มาพร้อมกล่องสีดำ เห็นชื่อรุ่น N10 ใส่เฉดสีฟ้าอย่างสวยงาม

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ตัวเครื่อง OnePlus Nord N10 5G
  • อะแดปเตอร์ Warp Charge 30T
  • สาย USB Type-C
  • คู่มือความปลอดภัย
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม

 

สีสันของ OnePlus Nord N10 5G มีให้เลือกเพียงสีเดียวครับเป็นสีน้ำเงินเข้มที่ออกดำเบาๆ อย่าง Midnight Ice ที่มีความสวยงามแบบคลาสสิก แต่ก็มีการเล่นลวดลายเป็นเส้นตรงตามการสะท้อนของแสง เพิ่มมิติของความสวยงามไปอีกขั้น

 

ด้านการจับถือต้องบอกว่าสะดวกมากๆ ด้วยตัวกระจกที่ให้มาแบบ 2.5D มีความโค้ง รองรับกับอุ้งมือ ใช้ไปนานๆ ก็ไม่บาดมือแน่นอนครับ

 

หน้าจอจัดมาให้แบบสเปคเรือธงเลยทีเดียวอย่าง Refresh Rate 90Hz จะเลื่อนหรือสัมผัสเวลาใช้งานก็ดูไหลลื่นมากๆ ครับ ซึ่งต่างจาก 60Hz อย่างเห็นได้ชัดแน่นอน

 

ซึ่งใครที่เป็นสายวิดีโอก็ต้องหลงรักขึ้นไปอีกเพราะให้มาในขนาดใหญ่ถึง 6.49 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ ชมวิดีโอบน YouTube หรือภาพยนตร์ใน Netflix ได้ชัดเจนและภาพก็มีความสวยงามอีกด้วย

 

บริเวณเหนือหน้าจอแสดงผลมีลำโพงตัวอยู่ตรงกลาง ซึ่งใช้ได้ทั้งการรับสายโทรศัพท์และเป็นลำโพงสเตอริโออีกตัว ถัดไปทางมุมซ้ายจะมีกล้องหน้า Punch Hole ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล

 

ทางซ้ายตัวเครื่องจะมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง ส่วนถัดขึ้นไปจะมีช่องใส่ซิมการ์ด โดยเป็นแบบ Hybrid ช่องที่ 2 ให้เลือกระหว่างซิมที่ 2 หรือ MicroSD Card

 

ทางขวามีเพียงปุ่ม Power เท่านั้น จะไม่มีตัวเปลี่ยนโหมดเสียงมาให้เหมือนรุ่นเรือธงครับ

 

ด้านล่างตัวเครื่องมีตั้งแต่ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม., ไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวหลัก

 

ด้านบนมีไมโครโฟนตัวที่ 2

 

และสุดท้ายที่ด้านหลังมีกล้องหลัง 4 เลนส์ที่จัดเรียงเป็นตัว L พร้อมไฟแฟลช LED ถัดไปข้างนอกจะมีระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ตรงกลาง และลงมาจะเป็นโลโก้ OnePlus (1+)

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

สำหรับ OnePlus Nord N10 5G รันบนระบบปฏิบัติการ Android 10 ที่ครอบทับด้วย OxygenOS 10.5 ซึ่งการันตีการอัปเดทระบบรักษาความปลอดภัยได้นานเป็นปีๆ แถมในเรื่องของความไหลลื่นในรุ่นนี้ก็ถือว่าทำได้ไม่ต่างจากเรือธงเลยทีเดียว

 

ใช้งานเร็วแรงด้วยเทคโนโลยี 5G

ความพิเศษของ OnePlus Nord N10 5G แน่นอนว่าเป็นการรองรับเครือข่าย 5G ตั้งแต่แกะกล่อง สามารถดาวน์โหลดได้แรงระดับ 1Gbps จะใช้งานด้านโซเชียลก็แทบไม่ต้องรอ หรือใครจะโหลดเกมหรือแอปพลิเคชั่นที่มีขนาดใหญ่ เผลอๆ ก็รอไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำครับ

 

หน้าตา UI : OxygenOS 10.5

 

โหมดมืดดีขึ้นด้วย Dark Theme 2.0

สำหรับการใช้งานทั่วไป เราสามารถเปิดโหมดมืดเพื่อใช้งานเมื่ออยู่ในที่แสงน้อยได้สบายตายิ่งขึ้น ซึ่งสามารถเปิดได้เองหรือเปิดตามเวลาที่เรากำหนดได้ครับ

 

 

ระบบความปลอดภัยขั้นสูง

ในรุ่นนี้ก็มาพร้อมกับระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่อยู่ด้านหลังเครื่องครับ ซึ่งการทำงานยังคงเสถียรและมีความรวดเร็วเหมือนเดิม ทั้งยังมีความสะดวกในการใช้งานหากเราสแกนด้วยนิ้วชี้ครับ หยิบขึ้นมาก็ใช้งานได้ทันที

 

นอกจากนี้ ก็ยังรองรับการสแกนใบหน้าที่ใช้งานได้เร็ว และแยกแยะใบหน้าได้เป็นอย่างดี

 

ลำโพงสเตอริโอคู่ (Dual Stereo Speakers)

ใครที่เป็นสายเอนเตอร์เทนชอบความสนุกในการเสพความบันเทิงก็ให้เราได้ใช้กันแบบเต็มอรรถรสด้วยลำโพงคู่ที่แยกให้เป็น 2 ฝั่งซ้ายและขวาอย่างชัดเจน ทำให้เสียงดูมีมิติกว่าเดิม แถมใครที่เล่นเกมก็จะได้ประโยชน์แยกเสียงได้ชัดเจนแบบไม่ต้องใส่หูฟังด้วย

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ความเร็วแรงของหน่วยประมวลผล Snapdragon 690 5G Octa-core ต้องบอกว่าเทียบเท่ากับ Snapdragon 765 ที่เป็นชิปแรงสุดของรุ่นระดับกลาง ทั้งยังมาพร้อม GPU Adreno 619L ช่วยให้เล่นเกมได้เสถียร ที่สำคัญยังมี RAM 6GB คู่กับ ROM 128GB ทำให้ใช้งานแบบต่างๆ ได้ไหลลื่นมาก

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 571 และคะแนน Multi-Core ที่ 1,857

 

ทดสอบการเล่นเกม

PUBG Mobile

เกมแรกที่เราใช้การทดสอบเป็นเกมแนว FPS อย่าง PUBG Mobile ซึ่งปรับได้ที่ภาพ HD และเฟรมเรทสูงก็สามารถเล่นได้ไหลลื่น ทั้งยังได้ประโยชน์จากลำโพงคู่ ได้ยินว่าศัตรูวิ่งมาจากไหนหรือยิงจากทางไหนได้แบบชัดเจนด้วยนะ

 

ROV

ต่อมาเป็น ROV ก็สามารถเปิดกราฟิกได้ระดับสูงสุดทั้งหมด ยกเว้นกราฟิกที่เป็นสูง รวมถึงเฟรมเรทสูงเช่นกัน ภายในเกมบอกเลยว่าไม่มีกระตุก เฟรมเรทวิ่งแบบนิ่งๆ ตั้งแต่ต้นเกมยันท้ายเกม สมกับเป็น CPU จาก Qualcomm ครับ ส่วนเรื่องความร้อนก็ไม่ได้มากจนเกินไปด้วย

 

Genshin Impact

และสุดท้ายกับเกมปราบเซียนอย่าง Genshin Impact รุ่นนี้ก็สามารถเล่นได้ตามปกติครับ กราฟิกแสดงผลออกมาได้สวยงาม และการสัมผัสหน้าจอก็ตอบสนองได้เร็ว

 

รองรับ Warp Charge 30T ชาร์จไวเพียงครึ่งชั่วโมง

OnePlus Nord N10 5G มาพร้อมกับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Warp Charge 30T จากแบตเหลือประมาณ 20% ชาร์จถึง 70% ในเวลาประมาณ 30 นาที ซึ่งในครึ่งชั่วโมงนี้ก็สามารถใช้งานทั่วไปได้ทั้งวันแล้วครับ เพราะมีแบตเตอรี่แบบเต็มๆ ถึง 4300mAh ซึ่งถ้าเต็ม 100% ก็ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น

 

กล้องถ่ายรูป

และสุดท้ายที่ขาดไปไม่ได้คือกล้องหลัง 4 เลนส์ ถ่ายได้คมชัดสูงสุดถึง 64 ล้านพิกเซล เก็บทุกรายละเอียด เห็นองค์ประกอบเล็กๆ ในภาพได้ทั้งหมดเพียงแค่ซูมเข้าไป โดยแต่ละเลนส์ประกอบไปด้วย

  • เลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.79 และรองรับระบบกันสั่นไหว EIS
  • เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มุมมองกว้าง 119 องศา รูรับแสง f/2.25
  • เลนส์ Monochrome ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ระยะโฟกัส 4 เซนติเมตร

ขณะที่กล้องหน้ามีกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.05 พร้อมรองรับระบบกันสั่นไหว EIS

 

AI Scene Detection ถ่ายสวยคมชัดพร้อมโฟกัสไว

OnePlus Nord N10 5G ก็ยังสามารถถ่ายในโหมดปกติที่ 16 ล้านพิกเซล ได้อย่างคมชัดไม่ต่างจากโหมด 64 ล้านพิกเซลครับ โดยให้ความคมชัดที่สูงเหมือนเดิม แต่ในเรื่องของแสงและเงานั้นดูจัดจ้านกว่าเล็กน้อย

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ oneplus-nord-n10-5g-camera-review205-scaled.jpg

ถ่ายคมชัด เก็บได้ทุกรายละเอียด 64 ล้านพิกเซล

OnePlus Nord N10 5G จัดเต็มให้ด้วยเลนส์หลักที่ความละเอียดสูงถึง 64 ล้านพิกเซล โดยสามารถเห็นรายละเอียดเล็กๆ ภายในภาพได้ครบถ้วน สามารถซูมเห็นได้อย่างชัดเจน หรือใครจะนำไปปรินท์เป็นภาพใหญ่ๆ ก็ทำได้เช่นกันครับ

 

โหมด Pro ใช้งานได้มากกว่าเดิม

ในโหมด Pro ของ OnePlus Nord N10 5G นั้นมีตัวเลือกให้เราได้ปรับกันมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เราได้ภาพที่แตกต่างจากการถ่ายในโหมดปกติครับ เช่น ภาพแสงไฟที่เป็นเส้นสายอย่างสวยงามในตอนกลางคืน หรือการปรับความเร็วชัตเตอร์เพื่อให้ได้ภาพที่เคลื่อนไหวเร็วให้หยุดนิ่งได้ เป็นต้น

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ oneplus-nord-n10-5g-camera-review202-scaled.jpg

 

Ultra-Wide Angle กว้างสุด 119 องศา

เลนส์ Ultra Wide Angle ก็ยังให้เราได้ถ่ายครบถ้วนทุกองค์ประกอบด้วยมุมกว้างถึง 119 องศา เก็บได้ครบโดยที่ไม่ต้องถอยหลังออกมาไกลๆ ครับ และมีความสวยงามของสีสันแทบไม่ต่างจากเลนส์หลัก


เลนส์หลัก / เลนส์ Ultra Wide Angle

ถ่าย Portrait ได้เนียนตา สวยงามแบบธรรมชาติ

การถ่าย Portrait ของ OnePlus Nord N10 5G ต้องบอกว่าทำได้ดีมากๆ แทบไม่ต่างจากกล้องในเรือธงครับ ให้ความสวยงามบนใบหน้าได้ดี ดูเป็นธรรมชาติ โดยที่ระบบจะทำการปรับให้โดยอัตโนมัติ

 

ทั้งนี้ในกล้องหน้า เราสามารถปรับระดับความงามบนใบหน้าได้ 3 ระดับ โดยแต่ละระดับอาจดูไม่ต่างกันมากครับ แต่ก็ถือว่าเป็นข้อดีที่ไม่ได้ปรับแต่งจนจัดเกินไป

 

เลนส์ Monochrome ถ่ายขาว-ดำได้สวยงามยิ่งขึ้น

เลนส์พิเศษที่มีให้ใน OnePlus Nord N10 5G นั้นเป็นเลนส์ Monochrome ที่เอาไว้ถ่ายภาพขาวดำโดยเฉพาะครับ ทำให้มีความคมชัดและดูสวยงามมากกว่าการใช้ฟิลเตอร์แบบปกติ

 

เห็นได้ใกล้ผ่านเลนส์ Macro

เลนส์ Macro แน่นอนว่าต้องเป็นการให้เราถ่ายภาพระยะใกล้ได้อย่างคมชัดและสวยงามครับ โดยนอกจากจะถ่ายได้ใกล้แล้ว การโฟกัสก็ทำได้ไวอีกด้วย

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ oneplus-nord-n10-5g-camera-review203.jpg

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ oneplus-nord-n10-5g-camera-review206.jpg

Nightscape 3.0 เปลี่ยนกลางคืนให้สว่าง

ในการถ่ายภาพกลางคืนยังคงเป็นจุดเด่นของ OnePlus เหมือนเดิม ซึ่ง OnePlus Nord N10 5G ก็ถ่ายได้ชัดเจน เร่งแสงได้ตามความเหมาะสม, Noise เกิดน้อยมากๆ ครับ และแสงหรือสีสันในภาพสวยงามเลยทีเดียว


โหมดปกติ / โหมด Nightscape

 

กล้องหน้าความละเอียดสูง

ที่ด้านบนเราได้เห็นการถ่ายภาพ Portrait ของกล้องหน้าไปแล้ว ในการถ่ายโหมดปกติก็ทำได้สวยงามไม่แพ้กันครับ เห็นฉากหลังได้ครบและสีสันสวยงาม ทั้งยังสามารถปรับแต่งใบหหน้าสวยได้ 3 ระดับเช่นเดียวกัน

 

สรุปจุดเด่น

  • กล้องหลังคมชัดสูงสุด 64 ล้านพิกเซล ถ่ายได้คมชัด เก็บรายละเอียดต่างๆ ได้อย่างชัดเจน พร้อมฟีเจอร์อื่นแบบครบครัน
  • หน้าจอแสดงผลใหญ่ถึง 6.49 นิ้ว คมชัดระดับ FHD+ พร้อมใช้งานได้ไหลลื่นแบบ Refresh Rate 90Hz
  • ใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 690 5G ใช้งานได้ครบถ้วน จะเล่นเกมหรือเล่นโซเชียลก็ทำได้ไหลลื่น
  • รองรับเครือข่าย 5G ทันทีตั้งแต่แกะกล่อง โหลดแอปพลิเคชั่นหรือใช้งานได้รวดเร็ว ไม่ต้องรอนาน
  • มาพร้อมแบตเตอรี่ถึง 4300mAh ใช้งานได้ทั้งวัน แถมรองรับ Warp Charge 30T

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ตัวเครื่องไม่กันน้ำ

OnePlus Nord N10 5G เปิดราคาเพียง 9,990 บาท เริ่ม Pre Order ระหว่างวันที่ 1-11 ธ.ค. 63 พร้อมรับของสมนาคุณรวม 5,390 บาท หรือเมื่อซื้อผ่าน AIS, dtac และ TrueMove H เริ่มต้นเพียง 3,490 บาท

Android News

Samsung Galaxy S21 Series 5G สั่งซื้อล่วงหน้าที่ AIS ลดสูงสุด 22,000 บาท พร้อมรับสิทธิ์ รับฟรี! Galaxy S21 Ultra 5G 128GB อีก 1 เครื่อง

Published

on

Samsung Galaxy S21 Series 5G สุดยอดกล้องสมาร์ทโฟนสำหรับสายทำคอนเทนต์ เปิดสั่งซื้อล่วงหน้าแล้วที่ AIS รับส่วนลดสูงสุด 22,000 บาท และผ่อน 0% นานสูงสุด 40 เดือน พร้อมรับสิทธิ์ รับฟรี! Galaxy S21 Ultra 5G 128GB อีก 1 เครื่อง

Samsung Galaxy S21 Series 5G AIS

Samsung Galaxy S21 Series 5G ทุกรุ่นรองรับ AIS 5G เครือข่ายอันดับ 1 มีคลื่นครบทุกย่านความถี่ ทั้งย่านความถี่ต่ำ ย่านความถี่กลาง และย่านความถี่สูง และครอบคลุมมากที่สุดในไทย มั่นใจได้เลยว่าจะใช้งานเน็ตที่เร็วแรงระดับกิกะบิต ได้เต็มที่ ไม่มีสะดุดอย่างแน่นอน

กล้องถ่ายรูปของ Galaxy S21 Ultra 5G มาพร้อมเซ็นเซอร์กล้องขนาดใหญ่ที่สุด ความละเอียด 108 ล้านพิกเซล พร้อมบันทึกไฟล์ Raw 12-bits มาตรฐาน D.S.L.R สามารถนำภาพถ่ายไปปรับแต่งภายหลังได้เต็มประสิทธิภาพ คมชัดทุกรายละเอียด และกล้อง Telephoto Periscope 10 ล้านพิกเซล ซูมได้ไกลสุดถึง 10 เท่า

Samsung Galaxy S21 Series 5G AIS

ด้านการถ่ายวิดีโอก็มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ มุมมองผู้กำกับ (Director’s View) เป็นการถ่ายวิดีโอแล้วเลือกระยะกล้อง เปลี่ยนมุมมองได้ 3 ระยะในขณะถ่ายวิดีโอได้เลย ต้องบอกว่าได้ลองแล้วคือประทับใจมาก เหมือนเป็นการตัดภาพจากกล้อง 1, 2, 3 ได้ทันที ส่วนการถ่ายวิดีโออื่นๆ ก็รองรับ 4K@60fps และสูงสุด 8K ได้

Samsung Galaxy S21 Director View (1)

Samsung Galaxy S21 Series 5G มาพร้อมหน้าจอแสดงผลชนิด Dynamic AMOLED 2x รองรับ Refresh Rate 120Hz ปรับค่าอัตโนมัติจาก 10-120 Hz ให้เหมาะกับคอนเทนต์ เพื่อช่วยประหยัดพลังงานได้ด้วย อีกทั้งยังเป็นหน้าจอแสดงผลที่แม่นยำที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟน อัตราส่วนคอนทราสต์ 3,000,000:1 หรือพูดง่ายๆ ก็คือมีขอบเขตสีกว้างถึง 3 ล้านเฉดสี

Samsung Galaxy S21 Series 5G AIS

ได้เห็นฟีเจอร์เด่นกันไปแล้วก็มั่นใจได้เลยว่า Samsung Galaxy S21 Series 5G เมื่อนำมาใช้บนเครือข่าย AIS 5G ก็จะทำให้การใช้งานนั้นเต็มประสิทธิภาพแน่นอน และพิเศษสุดๆ สั่งซื้อล่วงหน้า Galaxy S21 Series 5G ที่เอไอเอส ไม่ว่าคุณจะจอง Galaxy S21 Series 5G รุ่นไหน ก็มีสิทธิ์ รับฟรี! Galaxy S21 Ultra 5G 128GB อีก 1 เครื่อง!!!

ลูกค้าเอไอเอส ที่จอง Galaxy S21 Series 5G ในระหว่างวันที่ 15 ม.ค. 64 – 28 ม.ค. 64 ร่วมกิจกรรมง่ายๆ ที่หน้าเพจ AIS Facebook ตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค. 64 เวลา 13.00 น. ถึง 28 ม.ค. 64 เวลา 17.00 น. รีบเลย ของรางวัลมีจำนวนจำกัด

กิจกรรมดีๆ แบบนี้พลาดไม่ได้ พิเศษสำหรับลูกค้า AIS เท่านั้น จะจองสุดยอดสมาร์ทโฟน Galaxy S21 Series 5G ก็ต้องบนเครือข่าย 5G ที่ดีที่สุดที่ AIS เท่านั้น

มาต่อกันที่โปรโมชั่นสำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อล่วงที่ AIS เท่านั้น รับส่วนลดสูงสุด 22,000 บาท พร้อมรับ AIS 5G Service และ AIS PLAY VR มูลค่า 950 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจที่กำหนด และผ่อน 0% นานสูงสุด 40 เดือน

Samsung Galaxy S21 Series 5G AIS
  • พิเศษ ลูกค้า Serenade ใช้ AIS Points 1,000 คะแนน รับส่วนลดเพิ่ม 2,000 บาท
  • รับเอกสิทธิ์พิเศษ Galaxy Butler X รวมมูลค่าสูงสุด 5,300 บาท ซึ่งเป็นบริการที่ให้ลูกค้าได้รับส่วนลดค่าซ่อม 50% มูลค่าสูงสุด 5,000 บาท พร้อมรับบริการรับ-ส่งเครื่องซ่อมถึงบ้านฟรี มูลค่า 300 บาท
  • ลูกค้าย้ายค่าย รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 5,000 บาท
  • รับสิทธิ์ Serenade ทันที พร้อมรับความพิเศษเหนือระดับ และสิทธิพิเศษมากมาย เมื่อสมัครแพ็กเกจ 5G Hot Deal Max Speed โดยเมื่อสมัครแพ็กเกจ 1,999 รับสิทธิ์ Serenade Platinum และเมื่อสมัครแพ็กเกจ 1,199 – 1,699 บาท รับสิทธิ์ Serenade Gold และเมื่อสมัครแพ็กเกจ 899 บาท รับสิทธิ์ Serenade Emerald
  • รับฟรี Traveler Adapter มูลค่า 490 บาท

ลูกค้าที่สั่งซื้อล่วงหน้าที่เอไอเอส สามารถเลือกรับเครื่องได้ทั้งที่บ้าน สะดวก สบาย ไม่ต้องเดินทางออกนอกบ้าน หรือเลือกรับ AIS Shop ใกล้บ้านก็ได้ คลิกเลย https://www.ais.co.th/SamsungS21

Continue Reading

Featured

5G เทคโนโลยีช่วยพัฒนา AIoT ให้ทำงานร่วมกันได้แบบไร้รอยต่อ

Published

on

5G เทคโนโลยีที่มีความสามารถในการรองรับข้อมูลและความรวดเร็วในการรับ-ส่งข้อมูล จะเข้ามาเป็นฐานรากและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับอุปกรณ์ AIoT ให้ทำงานร่วมกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและไร้รอยต่อ

5G and AIoT

หากยังจำกันได้ในการเปลี่ยนผ่านยุค 2G มาเป็น 3G และ 4G ทำให้การสื่อสารด้วยเสียงกลายเป็นมาเป็นการสื่อสารด้วยภาพ เสียง และวิดีโอ รวมไปถึงการสื่อสารแบบโต้ตอบหลากหลายรูปแบบ และปัจจุบันประเทศไทยได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อไร้สายมาจนถึงยุค 5G แล้ว ที่มีความเร็วระดับกิกะบิต ความหน่วงต่ำ และรองรับเชื่อมต่ออุปกรณ์จำนวนมาก ซึ่งอุปกรณ์ที่ว่านี้ไม่เพียงแค่สมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่หมายถึงอุปกรณ์ต่างๆ ประสานเชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์สู่โลกอินเตอร์เน็ตหรือ IoT

5G and AIoT

สำหรับ AIoT เป็นการนำเทคโนโลยีกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้และสามารถเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI บน Cloud และซิงก์กับชีวิตประจำวันของเราหรือพูดง่ายๆ คืออุปกรณ์ IoT ที่ฉลาดและคุยกันเองได้นั่นเอง ซึ่งเทคโนโลยี 5G ที่เรากำลังพูดถึงนี้เองจะเป็นตัวที่ทำให้การเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ทำได้แบบไร้รอยต่อและรองรับอุปกรณ์จำนวนมาก

ปัจจุบันเราจะเห็นหลายบริษัทให้ความสำคัญและเร่งพัฒนาอุปกรณ์ AIoT กันเป็นจำนวนมาก แม้แต่แบรนด์สมาร์ทโฟนน้องใหม่มาแรงอย่าง realme ก็ไม่ได้หยุดอยู่ที่การทำงานตลาดสมาร์ทโฟนเพียงเดียว โดยได้ก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม AIoT ได้แก่ Smart Earphone, Smart Watch, Smart TV และแผนการเปิดตัว Smart Speaker ในเร็วๆ นี้

realme Smart Cam 360° หรือกล้องวงจรปิดที่ให้ความปลอดภัยครบตลอด 24 ชั่วโมง มองเห็นทุกด้านแบบ 360 องศา วางติดตั้งได้ทุกที่ในบ้าน และมีลำโพงในตัวด้วย โดยตัวกล้องสามารถบันทึกสิ่งต่างๆ ที่ความละเอียดถึงระดับ Full HD 1080p ภาพมีความคมชัดทั้งในที่สว่างหรือแสงน้อยครับ แถมยังบันทึกภาพได้ยาวนานต่อเนื่องเป็นเวลา 14 วัน ตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย

realme Smart Cam 360°

สำหรับการเชื่อมต่อก็สามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านสมาร์ทโฟน realme ด้วยแอปพลิเคชั่น realme Link เมื่อเชื่อมต่อแล้วเราก็สามารถชมการบันทึกผ่านสมาร์ทโฟนได้ทันที รวมถึงการบันทึกวิดีโอที่เกิดขึ้นได้ผ่านสมาร์ทโฟนและเก็บไว้ในแกลเลอรี่แบบเรียลไทม์เลยด้วย รวมไปถึงการควบคุมทิศทางกล้อง จะเห็นการดูภาพวิดีโอหรือการควบคุมกล้องจากสมาร์ทโฟนนั้นต้องใช้อินเตอร์เน็ตในการเชื่อมต่อเพื่อทำให้อุปกรณ์ประสานทำงานร่วมกันได้

realme Watch S นาฬิกาอัจฉริยะที่มาพร้อมหน้าจอสัมผัส 1.3 นิ้ว ปรับความสว่างอัตโนมัติ วัดอัตราการเต้นของหัวใจและวัดระดับออกซิเจนในเลือด แบตเตอรี่ใช้งานยาวนาน 15 วัน เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน realme และดูสถานะ ข้อมูลต่างๆ ด้วยแอปแพลิเคชั่น realme Link สามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนเมื่อมีอัตราการเต้นของหัวใจที่สูงหรือต่ำเกินไปได้ผ่านแอปได้

realme Watch S

realme Buds Air Pro เป็นอุปกรณ์ AIoT รุ่นล่าสุดในกลุ่ม Smart Earphone มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนประสิทธิภาพสูง 35dB มีความหน่วงต่ำ และใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 25 ชั่วโมง รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนด้วยแอป realme Link การเชื่อมต่อก็ง่ายมากเพียงแค่เปิดเคสก็จะเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนที่ใช้ล่าสุดทันทีเพราะรองรับ Google Fast Pair

สุดท้ายกับอุปกรณ์ AIoT จาก realme คือเครื่องชั่งน้ำหนัก realme Smart Scale ที่ไม่ได้เป็นแค่เครื่องชั่งเพียงอย่างเดียว แต่ยังตรวจวัดสุขภาพของเราได้อีกด้วย ได้แก่ น้ำหนัก, สัดส่วนไขมัน, รูปร่าง, BMI, อัตราความชื้น, สัดส่วนกล้ามเนื้อ, ระดับไขมันในช่องท้อง, กล้ามเนื้อลาย, ความหนาแน่นมวลกระดูก, โปรตีน, มวลไขมัน, มวลกล้ามเนื้อ, อายุร่างกาย, อัตราการเผาผลาญ, น้ำหนักร่างกายไม่รวมไขมัน และการวัดอัตราการเต้นหัวใจได้แบบเรียลไทม์อีกด้วย

realme Smart Scale

จะเห็นว่าอุปกรณ์ AIoT จะต้องมีการเชื่อมต่อและสั่งงานผ่านแอปพลิเคชั่น ซึ่งจะมีการพัฒนาให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตามการเติบโตของอุปกรณ์ AIoT ที่มีมากขึ้นตามเทคโนโลยี 5G ที่รองรับอุปกรณ์ได้จำนวนมากและมีความหน่วงต่ำในการรับ-ส่งข้อมูล

แม้ว่าเทคโนโลยีจะไม่เข้ามาแทนที่ 4G ทั้งหมด แต่ด้วยประสิทธิภาพที่สูงของ 5G ไม่ว่าจะเป็นความเร็วที่เพิ่มขึ้น ขีดความสามารถการเชื่อมต่อ AIoT และ เครือข่ายที่ตอบสนองได้รวดเร็วและเสถียร จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงระบบ Ecosystem เกิดการทำงานกันอย่างสมบูรณ์แบบต่อจากนี้อย่างแน่นอน

รายละเอียดเพิ่มเติม  www.realme.com/th/

Continue Reading

Android News

Vivo V20 Pro 5G สมาร์ตโฟน 5G ที่สุดของความแรง พร้อมสเปคระดับเกมมิ่ง กล้องสวย กับราคาสุดพิเศษ เพียง 12,999 บาท

Published

on

ในยุคนี้เมื่อพูดถึงสมาร์ทโฟน ต่างก็ต้องมีเทคโนโลยีที่ให้ความเร็วที่ดีและเร็วที่สุดอย่าง 5G แน่นอน ซึ่ง Vivo V20 Pro 5G ก็เป็นหนึ่งในรุ่นที่ยังคงน่าสนใจอยู่ในปี 2021 นี้ครับ โดยเฉพาะการรองรับเทคโนโลยี 5G เพื่อการใช้งานที่ไหลลื่น และสเปคที่จัดเต็ม รวมถึงกล้องที่ถ่ายคมชัดในทุกฟังก์ชัน แถมยังมาในราคาที่เอื้อมถึงได้สบายๆ

เราต้องบอกแบบนี้ครับว่า 5G เริ่มเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น โดยเฉพาะประโยชน์จากการใช้งานทั่วไปที่ต้องการความเร็วของการดาวน์โหลดและอัปโหลด ไม่ว่าจะเป็นการสตรีมภาพยนตร์, เพลง หรือจากแอปพลิเคชั่นโซเชียลต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดอาการสะดุดหรือค้างจากความเร็วที่ช้าครับ

ยกตัวอย่างจากการใช้ Vivo V20 Pro 5G ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นหรือเกมที่อาจมีขนาดไฟล์ใหญ่ระดับกิกะไบต์ (GB) หากเราใช้ 4G อยู่ก็อาจใช้เวลาหลายนาทีเพื่อรอติดตั้ง แต่ถ้าเป็น 5G เราจะใช้เวลาน้อยลงเหลือเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น เพราะ 5G มีความเร็วในการดาวน์โหลดมากกว่า 4G หลาย 10 เท่า

ทั้งนี้ ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดๆ อีกอย่างคือช่วงของการเล่นเกมที่เทคโนโลยี 5G เข้ามาส่วนสำคัญเพื่อให้การเล่นเกมนั้นไหลลื่นมากขึ้น พร้อมเกิดค่าความหน่วงหรือค่า Latency น้อยลงกว่าการใช้ 4G มากๆ เช่น เมื่อเรากดยิงในเกมแนว FPS การรับ-ส่งข้อมูลไปยังเซิฟเวอร์ก็ทำได้เร็วขึ้น ทำให้การดีเลย์นั้นลดลง เป็นต้น

และนี่คือประโยชน์ของเทคโนโลยี 5G อย่างไรก็ตาม เราจะเล่นเกมหรือใช้งานได้ไม่ลื่นจริงๆ หากสเปคไม่แรง ซึ่งใน Vivo V20 Pro 5G ก็ให้เรามาครบจบในเครื่องเดียวจริงๆ ตั้งแต่การขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล Snapdragon 765G ที่เป็นเรือธงในฝั่งของชิพระดับกลาง พร้อมด้วย RAM 8GB ช่วยให้ทำงานของระบบไหลลื่นและการสลับแอปพลิเคชั่นต่างๆ ก็ทำได้แบบไร้รอยต่อ รวมถึง ROM ที่ให้มาถึง 128GB ทำให้เก็บไฟล์ภาพและแอปพลิเคชั่นต่างๆ ได้เยอะเลยทีเดียว

ในส่วนของเรื่องกล้อง Vivo V20 Pro 5G ก็จัดเต็มเช่นกัน ตั้งแต่กล้องหน้าที่ให้มาถึง 2 เลนส์ แบ่งเป็นเลนส์หลักคมชัดสูงสุดถึง 44 ล้านพิกเซลที่ให้ความคมชัดสูงและปรับความสวยงามบนใบหน้าได้หลากหลายมาก รวมถึงเลนส์ Super Wide-Angle มุมกว้าง 105 องศา ช่วยให้เซลฟี่ได้มุมมองครบทุกองค์ประกอบ อยากถ่ายบรรยากาศแบบไหนก็เก็บได้เต็มๆ

เลนส์หลัก

เลนส์ Super Wide-Angle

ขณะที่กล้องหลังก็จัดให้ครบทุกฟังก์ชันทั้งความคมชัดสูงสุด 64 ล้านพิกเซล + เลนส์ Super Wide-Angle มุมกกว้างถึง 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล + เลนส์ Mono ซึ่งแต่ละเลนส์ก็ให้ความสามารถต่างกันออกไป แต่มีความสวยงามของภาพทั้งหมดครับ

เลนส์หลัก 64 MP

เลนส์ Super Wide-Angle

Super Night Mode

การถ่ายวิดีโอใน Vivo V20 Pro 5G ยังรองรับความละเอียดสูงสุดในกล้องหน้าถึง 4K แถมยังมีฟีเจอร์ Steadiface Selfie Video ที่ทำให้ใบหน้าชัดเจน ไม่เบลอขณะเคลื่อนไหว และ Dual view video สามารถถ่ายวิดีโอกล้องหลังพร้อมกับกล้องหน้าได้ด้วย

เมื่อเน้นการถ่ายภาพและรองรับ 5G ขนาดนี้ Vivo V20 Pro 5G ก็ยังให้แบตเตอรี่มาแบบอึดๆ ที่ 4000mAh ทำให้การใช้งานทั่วไปอย่างเล่นโซเชียลหรือดูวิดีโอก็ใช้งานได้ตลอดวัน ทั้งยังรองรับเทคโนโลยี 33W Vivo FlashCharge 2.0 ที่ใช้เวลาในการชาร์จเพียงไม่นานอีกด้วย

สำหรับสเปคภายในที่ว่าจัดเต็มแล้ว ดีไซน์ภายนอกก็ยังคงสวยงามน่าใช้งานด้วยความบางเพียง 7.39 มม. เท่านั้น ถือเป็นหนึ่งในสมาร์ตโฟนที่รองรับ 5G ที่บางที่สุดในโลกอีกด้วย ที่สำคัญเฉดสี Sunset Melody ก็ยังให้ความสดใสและน่าค้นหาไปในตัว ทั้งยังมีการเล่นแสงและสีในมุมมองต่างๆ อีกด้วย

เรียกได้ว่า Vivo V20 Pro 5G นั้นครบเครื่องในยุคสมาร์ตโฟน 5G จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นความแรงของ 5G, สเปคภายใน, กล้องแบบจัดเต็ม และดีไซน์สวยงาม ซึ่งทั้งหมดนี้มาในราคาสุดพิเศษเพียง 12,999 บาทเท่านั้น

Continue Reading

กำลังฮอต

Samsung Galaxy S21 Series 5G AIS Samsung Galaxy S21 Series 5G AIS
Android News11 ชั่วโมง ago

Samsung Galaxy S21 Series 5G สั่งซื้อล่วงหน้าที่ AIS ลดสูงสุด 22,000 บาท พร้อมรับสิทธิ์ รับฟรี! Galaxy S21 Ultra 5G 128GB อีก 1 เครื่อง

Samsung Galaxy S21 S...

Featured1 วัน ago

5G เทคโนโลยีช่วยพัฒนา AIoT ให้ทำงานร่วมกันได้แบบไร้รอยต่อ

5G เทคโนโลยีที่มีควา...

Android News2 วัน ago

Vivo V20 Pro 5G สมาร์ตโฟน 5G ที่สุดของความแรง พร้อมสเปคระดับเกมมิ่ง กล้องสวย กับราคาสุดพิเศษ เพียง 12,999 บาท

ในยุคนี้เมื่อพูดถึงส...

reasons to get 5G smartphone reasons to get 5G smartphone
Android News3 วัน ago

จะดีกว่าไหม ถ้าสมาร์ทโฟนรองรับ 5G และมีทุกระดับราคาที่ทุกคนจับต้องได้

ทำไมต้องมีสมาร์ทโฟน ...

realme Worlds Fastest Brand to reach 50 Mil Smartphone Sales 1 realme Worlds Fastest Brand to reach 50 Mil Smartphone Sales 1
Android News5 วัน ago

เส้นทางความสำเร็จ realme 2020 ยอดขาย 50 ล้านเครื่อง โตเร็วสุดในโลก และจับตามองก้าวกระโดดในปี 2021

เส้นทางความสำเร็จ re...

Advertisement

มือถือใหม่

คลิปล่าสุด

ข่าวใหม่วันนี้

กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง