Connect with us

Featured

รีวิว OnePlus Nord CE 5G ดีไซต์สวย สเปคแรง Snapdragon 750G 5G พร้อมจอลื่น 90Hz เพื่อประสบการณ์ที่ดีกว่า พร้อมราคาสุดพิเศษจาก AIS

Published

on

จัดมาให้เรียบร้อยสำหรับรีวิว OnePlus Nord CE 5G ที่เป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนที่คุ้มค่าสุดๆ ทั้งด้านสเปค ดีไซน์ และกล้องที่จัดเต็ม เพื่อให้เราได้ประสบการณ์ที่ดีกว่าแต่มาในราคาสบายกระเป๋าแบบจับต้องได้ครับ บอกได้เลยว่า OnePlus Nord Series ไม่เคยทำให้ผิดหวังอยู่แล้ว แถมใน OnePlus Nord CE 5G ที่ตัว “CE” ย่อมาจาก “Core Edition” หรือแปลว่า “แก่น” ที่ทาง OnePlus จะนำฟีเจอร์แก่นสำคัญๆ เข้ามาไว้ในรุ่นนี้และคุ้มค่าตามการใช้งานในชีวิตประจำวันมากที่สุดครับ โดยทั้งหมดจะเป็นอย่างไรบ้าง ตามมาดูรีวิว iphone-droid.net กันครับ

สรุปสเปค OnePlus Nord CE 5G

  • ขนาดตัวเครื่อง : 159.2 × 73.5 × 7.9 มม.
  • น้ำหนัก : 170 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Fluid AMOLED ขนาด 6.43 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9, Refresh Rate 90Hz และรองรับ HDR10+
  • หน่วยประมวลผล : Snapdragon 750G 5G Octa Core
  • GPU : Adreno 619
  • RAM : 6/8/12GB LPDDR4x
  • ROM : 128/256GB (UFS 2.1)
  • กล้องถ่ายรูปหลัง 3 เลนส์ แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.79 พร้อมระบบกันสั่นไหว EIS
    • เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มุมมองกว้าง 119 องศา รูรับแสง f/2.25 พร้อมระบบกันสั่นไหว EIS
    • เลนส์ Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.45 เซ็นเซอร์ Sony IMX471
  • ระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย OxygenOS 11
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.1, NFC, พอร์ต USB Type-C และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.
  • รองรับเครือข่าย 5G
  • แบตเตอรี่ความจุ 4500mAh รองรับ Warp Charge 30T Plus (5V/6A)

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

แกะกล่องกันก่อนเลย!

บอกก่อนเลยว่าตัวกล่องของ OnePlus Nord CE 5G จัดมาให้แบบเบิ้มๆ! มีลวดลายเล่นแสงกับคำว่า “NORD” อย่างโดดเด่น และสัญลักษณ์ OnePlus (1+) อยู่ด้วย

เมื่อเปิดออกมาจะเจอกับตัวเครื่อง OnePlus Nord CE 5G เป็นอย่างแรก

ตามมาด้วยอุปกรณ์เสริมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเคสใส, อุปกรณ์เปิดถาดซิม, สติ๊กเกอร์ OnePlus Nord, คู่มือการใช้งานเบื้องต้น และบัตรขอบคุณจากทีมงาน OnePlus ครับ โดยส่วนท้ายสุดในกล่องจะเป็นอะแดปเตอร์ Warp Charge 30T Plus และสาย USB Type-C to Type-A สีแดง

ดีไซน์สวยเกินราคา

ดีไซน์ของ OnePlus Nord CE 5G บอกเลยว่าเกินราคาไปมาก มีทั้งความบางและความสวยงามของพื้นผิวด้าน AG Matte ช่วยให้ป้องกันรอยนิ้วมือได้ดีพอสมควร โดยสีที่เราได้มาเป็นสีดำ Charcoal Ink ซึ่งเป็นสีดำที่ไม่ได้ดำสนิทครับ จะออกแนวสีหมึกตามชื่อซะมากกว่า ขณะที่อีกสีที่มีให้เลือกจะเป็นสีฟ้า Blue Void ที่ได้ความสดใสเข้ามาครับ

บางเบา จับถนัดมือ

OnePlus Nord CE 5G จัดมาเป็นสมาร์ทโฟนที่เบาและบางมากๆ ด้วยน้ำหนักเพียง 170 กรัมเท่านั้น ใช้งานนานๆ ไปก็ไม่รู้สึกเมื่อยมืออะไร แถมตัวเครื่องยังเป็นรุ่นที่บางที่สุดของแบรนด์นับตั้งแต่ OnePlus 6T เลยทีเดียว ด้วยขนาดเพียง 7.9 มม.

หน้าจอสดใสด้วย Fluid AMOLED

แม้เป็นรุ่นราคาประหยัด แต่หน้าจอก็จัดเต็มมาให้แบบ Fluid AMOLED มีความกว้าง 6.43 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ แถมรองรับ HDR10+ อีกด้วย มั่นใจได้เลยว่าจะได้สีสันที่สดใสในทุกเวลา ไม่ว่าจะเล่นเกม, ดูวิดีโอ หรือใช้ถ่ายวิดีโอก็จะเติมเต็มประสบการณ์และอรรถรสในการใช้งานอย่างแน่นอนครับ

ที่สำคัญยังใช้งานได้ไหลลื่นด้วย Refresh Rate 90Hz ที่ได้ใส่เข้ามาด้วย บอกเลยว่าการสัมผัสการใช้งานต่างๆ ทำได้ไหลลื่น ติดนิ้วมากๆ ไม่เจออาการหน่วงหรือต้องกดแรงๆ แน่นอนครับ

เหนือหน้าจอแสดงผลมีกล้องหน้า Punch Hole ที่มุมซ้ายบน และลำโพงตัวที่ 2 อยู่ตรงกลาง

ทางซ้ายตัวเครื่องมีช่องใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่อง และปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง ส่วนทางขวามีเพียงปุ่ม Power เท่านั้น

ด้านล่างตัวเครื่องยังมีช่องเสียบหูฟังแบบ 3.5 มม. มาให้ด้วยแม้เครื่องจะบางเพียง 7.9 มม.เท่านั้น ถัดไปเป็นไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวที่ 1

ส่วนด้านบนมีไมโครโฟนตัวที่ 2 เพื่อตัดเสียงรบกวน

และสุดท้ายที่ด้านหลังมีกล้อง 3 เลนส์ เรียงเป็นแนวตั้ง พร้อมข้อความ “64MP AI TRIPLE CAM” และไฟแฟลช LED จะอยู่ทางด้านนอก

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฏิบัติการ

OnePlus Nord CE 5G แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 11 ที่ครอบทับด้วย OxygenOS 11 ที่เป็น UI ของตัวเองครับ ใครที่เคยใช้ OnePlus อยู่แล้วคงทราบดีว่า OxygenOS แทบจะเป็น UI ที่ไหลลื่นและสเถียรมากที่สุดของ Android ใกล้เคียง Stock Android เลยทีเดียว แถมยังได้ฟีเจอร์ต่างๆ เพียบเหมือนเคย และที่สำคัญรุ่นนี้ยังการันตีอัปเดทซอฟต์แวร์ Android เป็นเวลาถึง 2 ปี และแพทช์ความปลอดภัยอีก 3 ปี ซึ่งเป็นระยะเวลาการอัปเดทเท่ารุ่นเรือธงของ OnePlus เลยทีเดียว

รองรับ 5G สุดแรง

ด้วยชื่อที่ลงท้ายด้วยคำว่า 5G แน่นอนว่าต้องรองรับตั้งแต่แกะกล่อง โดยการเชื่อมต่อบอกเลยว่าเร็วสุดๆ สามารถดาวน์โหลดได้ความเร็วสุดที่ 2.95 Gbps จะโหลดไฟล์, เกม หรือแอปพลิเคชั่นขนาดใหญ่ก็ใช้เวลาไม่นานแน่นอนครับ

Always on Display (AOD)

ด้วยความที่จัดหน้าจอแบบ Fluid AMOLED มาให้ ก็ต้องมาคู่กับฟีเจอร์ AOD เหมือนเดิมครับ โดยฟีเจอร์นี้เป็นการบอกสถานะเครื่องต่างๆ เวลาเราล็อกหน้าจอและวางเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเวลา, วันที่, แบตเตอรี่คงเหลือ หรือการเตือนแอปพลิเคชั่นต่างๆ เป็นไอคอน ซึ่งลูกเล่นของ OnePlus เองจะแสดงเลข “1” เป็นตัวสีแดงตามสีแบรนด์ด้วย

ทั้งนี้เราก็ยังสามารถเขียนข้อความลงไปเพื่อให้แสดงผลได้เช่นกัน เช่น “นี่คือ OnePlus Nord CE 5G” ที่เห็นกันอยู่ในแถบล่างสุดครับ รวมถึงสามารถเปลี่ยนรูปแบบนาฬิกาได้ตามใจชอบ โดยให้เข้าไปที่ การตั้งค่า > การกำหนดเอง > นาฬิกาบนหน้าจอแสดงผล

นอกจากนี้ การเปิดใช้งานฟีเจอร์ AOD แบบตลอดวันก็อาจทำให้กินแบตเตอรี่เยอะกว่าปกติ แต่เราก็สามารถเลือกได้ว่าจะให้เปิดตามกำหนดเวลา ปิดเฉพาะตอนนอนก็ได้ หรือจะเลือกให้แตะหน้าจอแล้วแสดงขึ้นมาชั่วคราวก็ได้เช่นกัน

มี Dark mode ใช้งานแบบธีมมืด

สำหรับ OxygenOS 11 ก็มีฟีเจอร์ Dark Mode มาให้ครับ โดยจะเปลี่ยนพื้นหลังเป็นธีมมืดทั้งหมด รวมถึงแอปที่รองรับก็เปลี่ยนให้ด้วย โดยที่เราจะเปิดเองก็ได้หรือจะกำหนดเวลาเอาไว้ก็ได้เช่นกัน ที่สำคัญธีมมืดจะเหมาะกับหน้าจอ AMOLED อีกด้วย ช่วยให้ประหยัดแบตเพิ่มขึ้นได้อีกด้วยนะ

ระบบความปลอดภัยขั้นสูง

แม้เป็นรุ่นกลางแต่ OnePlus Nord CE 5G ก็จัดเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอมาให้ บอกเลยว่าสแกนได้รวดเร็วมากๆ ไม่มีผิดพลาดให้เห็น หรือถ้ามือเปียกนิดหน่อยก็ยังสแกนได้ดีครับ

ส่วนการสแกนใบหน้าก็จัดว่าสเถียรเหมือนกันครับ ใช้งานได้แทบไม่ต่างกันเลย (ถ้าไม่ใส่แมสก์)

วอลเปเปอร์หลากหลายรูปแบบ

ใน OnePlus Nord CE 5G จะมีวอลเปเปอร์ให้เลือกเยอะมากๆ แต่ละแบบก็สวยงามทั้งนั้นครับ โดยจะมีทั้งแบบ Live Wallpaper และแบบภาพนิ่ง

ซึ่งก็ยังมีแบบ Canvas ที่เป็นการดึงโครงหน้ารูปภาพของเราเป็นเส้นร่างเพื่อนำไปใช้เป็นพื้นหลังของ Always on Display และรูปจริงๆ ก็จะถูกใช้ในหน้าจอล็อกและหน้าจอหลัก

สงบนิ่งได้ใน Zen Mode

ใน Zen Mode เป็นฟีเจอร์ที่อยู่คู่กับ OnePlus มาสักพักใหญ่ๆ แล้วครับ ช่วยให้เราได้โฟกัสและสงบนิ่งได้ดีมากๆ โดยตอนนี้เอง OnePlus ก็ได้จับมือกับ Tide เพื่อให้มีเสียงของธรรมชาติเพิ่มเข้ามาด้วย

การใช้งานจะมีระยะเวลาให้เราเลือกว่าจะอยู่ใน Zen Mode กี่นาที และเมื่อเราเลือกพร้อมเปิดใช้งานแล้วก็จะยกเลิกไม่ได้ รวมถึงการแจ้งเตือนต่างๆ จะถูกปิด แต่การโทรเข้าหรือโทรฉุกเฉินและกล้องยังใช้ได้อยู่ครับ

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

OnePlus Nord CE 5G ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 750 5G Octa Core ซึ่งเป็นชิประดับกลางตัวแรงเลยทีเดียวครับ โดยแรงขึ้นกว่าเดิม 20% และ GPU มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 10% ทั้งยังใช้หน่วยประมวลผลหลักเป็น Kryo 570 และมี GPU Adreno 619 ทำให้การใช้งานโดยเฉพาะการเล่นเกมทำได้ดีมากๆ ตามตระกูลที่ลงท้ายด้วย “G” ที่ย่อมาจาก “Gaming” นั่นเอง นอกจากนี้ RAM ยังมีมาให้มากสุดถึง 12GB แบบ LPDDR4x ถือว่ามากกว่าเรือธงหลายๆ รุ่นอีกด้วย

ฟีเจอร์การเล่นเกม

ในรุ่นนี้จะมีผู้ช่วยในการเล่นเกมเป็นโหมดเกมครับ เพื่อเข้ามาช่วยในเรื่องประสิทธิภาพและกราฟิกโดยรวม, เพิ่มความสเถียรของเครือข่าย และยังมีโหมด Pro Gaming ที่ช่วยให้เราโฟกัสกับเกมได้มากที่สุด เพราะจะเปิดคล้ายโหมดห้ามรบกวน, รีดประสิทธิภาพทั้งหมดในเครื่องให้เกมที่เล่นอยู่ และเครือข่ายจะมีการปรับปรุงให้เหมาะสมด้วย

ทดสอบการเล่นเกม

ในการทดสอบการเล่นเกมเราจัดมาให้ครบทุกแนวและแต่ละเกมกราฟิกก็จัดจ้านทั้งนั้นครับ โดย OnePlus Nord CE 5G จะเล่นได้ไหลลื่นไหม ลองมาดูกันครับ

Asphalt 9: Legend

เริ่มกันด้วยเกมแข่งรถกราฟิกงามๆ อย่าง Asphalt 9: Legend ที่สามารถเปิดกราฟิกระดับสูงได้ด้วย ซึ่งเราลองเล่นไปประมาณ 20 นาที แต่ละสนามที่มีสิ่งของและช่วงที่มีเอ็ฟเฟ็กต์เยอะๆ ก็ไม่สร้างปัญหาให้รุ่นนี้ครับ เล่นได้สบายมากๆ

PUBG Mobile

ต่อมากับ PUBG Mobile เกมแนว FPS กันบ้างครับ โดยเราสามารถเปิดกราฟิกในระดับ HD และเฟรมเรทระดับสูงครับ (กราฟิกระดับสูงกว่าได้แน่นอนแต่รอการอัปเดทเพิ่มเติมในอนาคตครับ) ซึ่งเราทดสอบเล่นในโหมด 100 คน ก็เล่นได้ไหลลื่น หน้าจอสัมผัสได้ดีมาก ตอบสนองได้ไว และไม่มีอาการหน่วงให้เห็นเลยครับ

ROV

ต่อมากับเกมดังอย่าง ROV เราสามารถเปิดทุกอย่างได้สูงสุดแทบทั้งหมด ยกเว้นการแสดงผลที่เปิดได้ในระดับสูง พอเข้าไปลองเล่น เฟรมเรทวิ่งได้นิ่งมากๆ คงที่ประมาณ 59-60fps แทบตลอดเกม ช่วงที่บวกกันกลางเลนที่มีเอฟเฟ็กต์เยอะๆ ก็ทำได้สมบูรณ์แบบสุดๆ

Genshin Impact

และสุดท้ายอย่างเกมปราบเซียน Genshin Impact ที่มีกราฟิกหนักเครื่องมากๆ แต่เราลองตั้งค่ากราฟิกระดับสูงสุดดู OnePlus Nord CE 5G ก็ทำได้ดีเกินคาดมากๆ เล่นได้ไหลลื่นสมกับใช้ Snapdragon 750G โดยเรื่องการทัชหน้าจอยังคงทำได้ดีเหมือนกับเกมข้างต้น แต่เรื่องความร้อนก็สูงกว่าเกมอื่นๆ เช่นกัน แต่ก็เป็นเรื่องปกติเนาะ

แบต 4500mAh ชาร์จไวด้วย Warp Charge 30T Plus

OnePlus Nord CE 5G มาพร้อมแบตเตอรี่ใหญ่ๆ ถึง 4500mAh ใครที่ใช้งานทั่วไปหรือเล่นโซเชียลปกติ ชาร์จครั้งเดียวก็อยู่ได้แทบทั้งวันแล้วครับ แต่ถ้าแบตใกล้หมดก็มีเทคโนโลยี Warp Charge 30T Plus ที่ชาร์จเร็วเลยทีเดียว จาก 0-70% ในเวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น

ส่วนใครที่กลับมาชาร์จตอนนอนแบบข้ามคืนก็ไม่ต้องห่วงสุขภาพแบตเตอรี่ครับ เพราะ OnePlus Nord CE 5G มี AI ที่ช่วยปรับลดการใช้งานแบตเตอรี่เมื่อถึง 100%

กล้องถ่ายรูป

สุดท้ายในเรื่องกล้อง OnePlus Nord CE 5G ก็ให้มาครบถ้วนทุกฟีเจอร์ที่ใช้งานกันได้เต็มที่แน่นอนครับ ทั้งความคมชัดสูงถึง 64 ล้านพิกเซล, ถ่ายมุมกว้างด้วยเลนส์ Ultra-Wide Angle แถมมีเลนส์ Mono ให้ถ่ายสีขาวดำได้ดียิ่งขึ้น

กล้อง 64MP พร้อม Smart Scene Recogonition

OnePlus Nord CE 5G จัดกล้องระดับเรือธงมาให้ด้วยเลนส์หลักความละเอียดสูง 64 ล้านพิกเซล ช่วยให้ภาพมีความคมชัดสูงมากๆ จะสิ่งเล็กสิ่งน้อยก็เห็นได้ชัดเจนมากขึ้นครับ

นอกจากนี้ยังมีการตรวจจับฉากอย่างชาญฉลาด (Smart Scene Recogonition) ที่แยกแยะวัตถุได้ โดยจะระบุบริเวณส่วนล่าง ทำให้เราได้แสงและสีสันที่มีความเหมาะสมกับแต่ละวัตถุอย่างดีงามมากๆ ที่สำคัญยังมี UltraShot HDR ที่ถ่ายย้อนแสงได้สบายๆ ฉากหน้าไม่มีมืดและฉากหลังก็ไม่ฟุ้งจนเกินไป

Ultra-Wide Angle มุมกว้างสุด 119 องศา

สำหรับเลนส์ Ultra-Wide Angle ถือเป็นจุดเด่นหนึ่งของ OnePlus อยู่แล้วครับ ซึ่งในรุ่นนี้ก็ทำออกมาได้ดีมากๆ สีสันสดใสโดยไม่ต้องปรับอะไรเลย เห็นมุมมองและองค์ประกอบได้ครบถ้วน เรียกว่าจบหลังกล้องจริงๆ ครับ

Portrait ละลายหลังเนียนตา

ในการถ่ายโหมดบุคคลใน OnePlus Nord CE 5G บอกเลยว่าทำออกมาได้ดีเกินคาดครับ การตัดขอบทำได้เนียนๆ แทบไม่มีส่วนเกินที่ถูกเบลอเข้าไปเลย ซึ่งใครที่ชอบถ่ายรูปก็ไม่ต้องกังวลเรื่องใบหน้าสวยเพราะมีให้เปิดใช้งานครับ แถมทำออกมาได้ธรรมชาติมากๆ

ถ่ายขาวดำแบบมีสไตล์ด้วยเลนส์ Mono

เลนส์พิเศษที่มีมาให้จะเป็นเลนส์ Mono ที่ทำให้เราถ่ายภาพขาวดำได้ดียิ่งขึ้น ดูมีมิติกว่าเดิม ต่างจากการใช้ฟิลเตอร์ปกติแน่นอน

ถ่ายกลางคืนคมชัดด้วยโหมด Nightscape

แม้เป็นรุ่นกลางแต่ฟีเจอร์ระดับเรือธงนี้ก็จัดมาให้เช่นกันครับ บอกเลยว่าทำได้ดีมากๆ แสงต่างในตอนกลางคืนออกมาคมชัด ไม่เกิดอาการฟุ้ง โดยสีสันก็ทำออกมาได้ตรงกับสิ่งที่เห็นเหมือนตอนกลางวันเลยครับ ทั้งนี้ การประมวลผลก็ใช้เวลารวดเร็วมาก ประมาณ 2-3 วินาทีเท่านั้นเอง และยังใช้ได้ทั้งเลนส์หลักและเลนส์ Ultra-Wide Angle ด้วย

กล้องหน้า 16MP รองรับ UltraShot HDR

ในกล้องหน้าก็มีความละเอียดสูงถึง 16 ล้านพิกเซล สายเซลฟี่ต้องชอบแน่นอนครับ สามารถปรับความบิวตี้ได้ถึง 3 ระดับ และถ้าจะถ่ายย้อนแสงก็ไม่ต้องกลัวเพราะรองรับฟีเจอร์ UltraShot HDR เหมือนกล้องหลังเลย

กล้องหน้า Portrait ก็สวยเป็นธรรมชาติ

จากที่บอกไปครับว่าบิวตี้ในกล้องหน้าสามารถปรับได้ 3 ระดับ ทำให้ใบหน้าสวยงาม แถมในโหมดบุคคลก็ทำให้ฉากหลังถูกละลายเพิ่มมิติให้เราดูโดดเด่นขึ้นไปอีก

สรุปการใช้งาน

มาถึงช่วงท้ายกันแล้ว จากที่เราได้ทดสอบการใช้งาน OnePlus Nord CE 5G บอกเลยว่าสโลแกน “ประสบการณ์ที่ดีกว่า” นั้นไม่เกินจริงเลยครับ การใช้งานทั่วไป ไม่ว่าจะเน้นไปทางโซเชียลหรือเล่นเกมก็ทำได้แทบไม่ต่างจากรุ่นเรือธง แต่มาในราคาที่จับต้องได้ง่ายกว่าเดิม โดยเฉพาะเรื่องความแรงของ CPU Snapdragon 750G ก็ทำออกมาได้ดีมาก อาการเครื่องร้อนแทบไม่มีให้เห็นถ้าไม่ได้เล่นเกมติดต่อกันนานหลายชั่วโมง หรือใครที่ใช้งานทั่วไปก็แทบไม่ต้องห่วงเลย ที่สำคัญแบตเตอรี่ก็จัดว่าอึดมาก ชาร์จครั้งเดียวในตอนเช้า อยู่ได้ถึงช่วงเย็นๆ ค่ำๆ แล้ว ทั้งยังมี Warp Charge 30T Plus ที่ชาร์จได้ไวอีกด้วย

และนี่ยังไม่รวมถึงฟีเจอร์อื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอไหลลื่น Fluid AMOLED 90Hz, กล้องหลัง 64 ล้านพิกเซล และการใช้งาน 5G ที่ถือว่าเสถียรอย่างมากครับ เรียกว่าจบได้ในเครื่องเดียวจริงๆ

บริการหลังการขาย After Service หาได้ง่ายทั่วไทย

เรื่องบริการหลังขายของ OnePlus ก็หาได้ง่ายมากขึ้นครับ โดยผู้ใช้งานสามารถเข้ามาใช้รับบริการหลังการขาย ซ่อมแซม เปลี่ยนอะไหล่ หรือตรวจเช็คสภาพเครื่องผ่าน OnePlus Service Center ที่ MBK Center ชั้น 5 และศูนย์บริการ OPPO Service Center ทั่วประเทศเลย

ราคาและวันวางจำหน่าย

OnePlus Nord CE 5G สนนราคาในไทย ดังนี้

  • ความจุ 8+128GB : 12,990 บาท มี 2 สีฟ้า Blue Void และสีดำ Charcoal Ink
  • ความจุ 12+256GB : 15,990 บาท มีเฉพาะสีดำ Charcoal Ink

โดยเริ่มพรีออเดอร์ในระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน ถึง 6 กรกฎาคม 2564 และจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป

โปรโมชั่นพิเศษจาก AIS

“พิเศษ! เมื่อสั่งซื้อล่วงหน้า ผ่านเครือข่าย AIS ราคาเริ่มต้นเพียง 5,990 บาท หรืออยากผ่อนสบายๆ 0% นานสูงสุด 10 เดือนพร้อมแพ็กเกจรายเดือน 5G Hot Deal Max Speed เบาๆ เริ่มต้นเพียง 699 บาท/เดือน แถมเพิ่ม AIS 5G services (AR, VR, Cloud Game) รับสิทธิ์ดู YouTube Premium และสมัครดู Disney+ Hotstar เฉพาะที่ AIS เท่านั้น ตั้งแต่ 30 มิถุนายน – 6 กรกฎาคม 2564 นี้ รายละเอียดเพิ่มเติม >> https://m.ais.co.th/KYHBKd7ux

รายละเอียดเพิ่มเติม >> > https://www.ais.th/oneplus-nord-CE

กำลังฮอต

Advertisement

ใหม่ล่าสุด

HUAWEI WATCH GT 3 HUAWEI WATCH GT 3
HarmonyOS2 ชั่วโมง ago

เปิดตัว HUAWEI Watch GT 3 วัด SpO2 ได้ตลอด 24 ชม. ราคาราว 12,700 บาท

เปิดตัว HUAWEI Watch...

ข่าวประชาสัมพันธ์6 ชั่วโมง ago

‘Shopee’ ลุยเปิดฉากมหกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ ‘Shopee 11.11 Big Sale’ พร้อมต่อยอดพื้นที่โลกออนไลน์ ส่งต่อความสุขคืนสู่สังคม ผ่านโครงการ ‘ช้อปปี้ร่วมใจไฟท์โควิด’

โครงการ ‘ช้อปปี้ร่วม...

Apple News6 ชั่วโมง ago

เตรียมพบกับ “Just Remembered” EP แรกของไทยในรูปแบบ Spatial Audio และ “Last Time” จาก MONA V พิเศษเฉพาะบน Apple Music ที่เดียวเท่านั้น

เตรียมพบกับ “J...

ข่าวประชาสัมพันธ์6 ชั่วโมง ago

เทลสกอร์จัดงานประกาศรางวัลสุดยอดอินฟลูเอนเซอร์แห่งปี “Thailand Influencer Awards 2021” ครั้งแรกในรูปแบบออนไลน์

บริษัท เทลสกอร์ จำกั...

ข่าวประชาสัมพันธ์7 ชั่วโมง ago

realme Pad ทุบสถิติยอดขายแท็บเล็ตสูงสุดใน 1 วัน โดดเด่นด้วยดีไซน์หรู จอบาง กล้องหน้าสวยมุมกว้าง แถมแบตอึดสุดๆ

เหมาะเป็นไอเท็มสุดล้...

Advertisement