Connect with us

Featured

รีวิว OnePlus Nord CE 3 Lite 5G สมาร์ทโฟน “พลัสให้สุดทุกความสนุก” กล้องหลัก 108MP ชาร์จเร็ว 67W SUPERVOOC ดีไซน์สดใส และสเปคครบเครื่องที่ให้ใช้งานแบบจัดเต็ม

Published

on

รีวิว OnePlus Nord CE 3 Lite 5G สมาร์ทโฟนดีไซน์สวยงาม สดใสขั้นสุดด้วยสีใหม่ Pastel Lime พร้อมสเปคให้ใช้งานแบบไหลลื่น จอใหญ่ 6.72 นิ้ว คู่กับ Adaptive 120Hz และยังได้กล้องหลังคมชัดสูงสุดถึง 108 ล้านพิกเซล โดยทั้งหมดนี้ควบรวมอยู่ในสโลแกน “พลัสให้สุดทุกความสนุก” ให้เราใช้งานแบบจัดเต็มทุกด้านเลยครับ และไม่เพียงเท่านั้นเรายังมาพร้อมหูฟังไร้สาย OnePlus Nord Buds 2 ที่มาในดีไซน์ที่เข้ากันสุดๆ ครับ โดยทั้ง 2 อุปกรณ์นี้จะเป็นอย่างไร ทีมงาน iphone-droid.net จัดรีวิวเต็มๆ มาให้รับชมกันแล้วครับ

สรุปสเปค OnePlus Nord CE 3 Lite 5G

  • ขนาดตัวเครื่อง : 165.5 x 76.0 x 8.3 มม.
  • น้ำหนัก : 195 กรัม
  • หน้าจอแสดงผลหลัก LCD ขนาด 6.72 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล), 391ppi อัตราส่วน 20:9, ความสว่างสูงสุด 680 นิต รองรับ Adaptive Refresh Rate 120Hz และ Touch Response Rate 240Hz
  • หน่วยประมวลผล : Snapdragon 695 5G Octa Core ความเร็ว 2.2GHz
  • RAM : 8GB LPDDR4X
  • ROM : 128GB UFS 2.2 รองรับ MicroSD สูงสุด 1TB
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 3 เลนส์ ดังนี้
    • เลนส์หลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.7 เซ็นเซอร์ Samsung S5KHM6SX03 รองรับกันสั่น EIS
    • เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • ระบบปฏิบัติการ Android 13 ครอบทับด้วย OxygenOS 13.1
  • รองรับมาตรฐานกันน้ำ IP54
  • การเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, 5G, NFC, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม., Bluetooth 5.1 และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000mAh ชาร์จเร็ว 67W SUPERVOOC

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

อุปกรณ์ในกล่องให้มาครบ

  • ตัวเครื่อง OnePlus Nord CE 3 Lite 5G พร้อมติดฟิล์มกันรอย
  • อะแดปเตอร์ 67W SUPERVOOC
  • สาย USB Type-C
  • เคสใสแบบซิลิโคน
  • เข็ดเปิดถาดซิม
  • จดหมายต้อนรับ
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

ดีไซน์เรียบง่าย สีสันสดใสแบบ Pastel Lime

จุดเด่นของสมาร์ทโฟน OnePlus Nord Series ที่มีมาเป็นประจำคือการใช้ดีไซน์ที่เรียบง่าย แต่ดูพรีเมียม โดยที่ฝาหลังใช้วัสดุแบบพลาสติกที่ให้ความรู้สึกคล้ายกับกระจกที่มีการสะท้อนอย่างชัดเจน การประกอบก็มีความแข็งแรงทนทาน และยังมีมาตรฐานกันละอองน้ำและฝุ่น IP54 ด้วย

ขณะที่สีเครื่องของ OnePlus Nord CE 3 Lite 5G ก็เป็นจุดเด่นด้วยสีเขียวมะนาว Pastel Lime ที่เป็นสีใหม่ของตระกูลนี้ เห็นครั้งแรกก็รู้สึกถึงความสดใสของการใช้งาน ซึ่งทั้งฝาหลังจะเป็นสีเขียวอ่อนๆ คล้ายมะนาว รวมไปถึงขอบเครื่องที่ยังคงเป็นสีเขียวให้ดูเข้ากันทั้งตัวเครื่อง

ความบางตัวเครื่องจะอยู่ที่ 8.3 มม. คู่กับความโค้ง 2.8D ช่วยให้ใช้งานได้สะดวกมือ ไม่หนาเกินไปครับ แถมน้ำหนักก็อยู่ที่ 195 กรัม ที่ยังถือได้แบบไม่หนักเกินไปแม้ว่าจะใส่เคสอยู่ก็ตามครับ

หน้าจอใหญ่ พร้อมรองรับ Adaptive Refresh Rate 120Hz

หน้าจอแสดงผลของ OnePlus Nord CE 3 Lite 5G ก็ให้มาแบบจัดหนัก ด้วยการใช้พาเนลแบบ LCD ที่ยังคงเน้นเรื่องสีสันที่มีความสดใสและสมจริง พร้อมด้วยขนาดใหญ่ 6.72 นิ้ว คมชัดระดับ FHD+ และอัตราส่วนภาพแบบ 20:9 ทำให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพไม่ว่าจะดูวิดีโอหรือเล่นเกมครับ

ที่สำคัญคือการรองรับเทคโนโลยี Adaptive Refresh Rate 120Hz ที่จะมีการปรับค่ารีเฟรชภาพตามเนื้อหาบนหน้าจอเพื่อให้ประหยัดพลังงานมากขึ้นครับ

พาชมรอบเครื่อง

มาชมดีไซน์รอบตัวเครื่องกันครับ โดยเหนือหน้าจอแสดงผลจะเป็นกล้องหน้าแบบ Punch Hole ที่ตั้งอยู่ตรงกลาง พร้อมด้วยลำโพงตัวที่ 2 ที่อยู่ทางด้านขอบบน

ทางฝั่งซ้ายตัวเครื่องจะมีช่องใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่อง ซึ่งช่องที่ 2 จะเป็น Hybrid ระหว่างซิมที่ 2 หรือ MicroSD Card ที่รองรับสูงสุด 1TB ครับ โดยถัดลงมาจากช่องใส่ซิมจะเป็นปุ่มเพิ่มและลดเสียงครับ

ส่วนฝั่งขวาจะเป็นปุ่ม Power ที่รวมระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือครับ

ด้านล่างของตัวเครื่องมาพร้อมกับช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. ตามด้วยไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต USB Type-C 2.0 และลำโพงตัวที่ 1 ครับ

สำหรับไมโครโฟนตัวที่ 2 ก็ยังมีให้ที่ด้านบนตัวเครื่องครับ

และสุดท้ายที่ด้านหลังจะมีกรอบกล้องทรงกลม 2 วงใหญ่ๆ ด้านบนจะเป็นส่วนของเลนส์หลัก 1 เลนส์ ส่วนวงที่ 2 ด้านล่างจะเป็นเลนส์ Depth และ Macro ครับ ทั้งนี้ ไฟแฟลช LED ที่มีมาให้ก็มี 1 ดวงที่มีการเล่นดีไซน์ให้ดูคล้ายกับเพชรด้วย

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

แกะกล่องมาพร้อม Android 13 และอัปเดทได้ต่ออีก 2 เวอร์ชัน

OnePlus Nord CE 3 Lite 5G แกะกล่องมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 13 ครอบทับด้วย OxygenOS 13.1 ที่เป็นเวอร์ชันล่าสุดของแบรนด์แล้วครับ โดยฟีเจอร์และการใช้งานนับว่าเสถียรที่สุดแล้วในตอนนี้ครับ ทั้งนี้ ก็ไม่โดนไม่ลอยแพแน่นอน เพราะการันตีการอัปเดท Android ไปอีก 2 เวอร์ชัน และแพทช์รักษาความปลอดภัยนาน 3 ปี

ระบบความปลอดภัยจัดมาให้ครบ

สำหรับรุ่นนี้ก็ให้ระบบความปลอดภัยมาครบถ้วนทั้งการสแกนลายนิ้วมือที่อยู่ด้านข้างตัวเครื่อง สามารถใช้งานได้ดี เสถียร และแม่นยำมากๆ

และก็ยังมาพร้อมการสแกนใบหน้าที่ใช้งานได้รวดเร็วและเสถียรเหมือนกันเวลาที่มือไม่ว่างครับ

ความบันเทิงจัดเต็มด้วยลำโพงคู่ พร้อมเทคโนโลยี 200% Ultra Volume Mode

แม้ว่าจะเป็นรุ่นกลาง แต่ OnePlus Nord CE 3 Lite 5G ก็ยังรองรับลำโพงคู่แบบสเตอริโอ ให้ใช้งานกันแบบกระหึ่ม เสียงแน่นๆ และดังสะใจเลยทีเดียว ใครที่ชอบดูวิดีโอ ฟังเพลง หรือเล่นเกมก็จะได้ประโยชน์จากลำโพงคู่ทั้งหมด

และบางครั้งเวลาที่เราฟังเพลงหรือดูวิดีโอต่างๆ ก็อาจเจอคลิปที่เสียงเบากันบ้างครับ แต่ในรุ่นนี้ยังมีเทคโนโลยี 200% Ultra Volume Mode ที่เป็นโหมดระดับเสียงดังพิเศษที่ช่วยเร่งระดับเสียงให้สูงขึ้นไปอีก 2 เท่า จากปกติที่อยู่ในระดับ 100% เท่านั้น

แถบด้านข้างอัจฉริยะ

เวลาเราใช้งานสมาร์ทโฟนไปเรื่อยๆ จะต้องมีแอพหรือฟีเจอร์ที่เราใช้งานกันบ่อยๆ แน่นอน โดยในรุ่นนี้มาพร้อมฟีเจอร์ “แถบด้านข้างอัจฉริยะ” ที่สามารถเลื่อนจากขอบหน้าจอที่เราสามารถเพิ่มแอพที่ใช้บ่อยๆ เข้าไปได้ในแถบนี้โดยไม่ต้องมาเลื่อนหาให้เสียเวลา

มาพร้อมกับโหมดถนอมสายตา 2 แบบหลักๆ

ในโหมดถนอมสายจาในรุ่นนี้มีให้เลือกด้วยกัน 2 แบบหลักๆ ได้แก่ การตัดแสงสีฟ้าลงไป ซึ่งเราสามารถปรับโทนความอุ่นได้ตามใจชอบตามปกติ

และอีกแบบจะเป็นการปรับเป็นดำและขาวที่ทุกอย่างบนหน้าจอจะเป็นแบบขาวดำทั้งหมด แต่ก็ยังปรับโทนหน้าจอได้อยู่เหมือนเดิมครับ

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ชิปประมวลผล Snapdragon 695 5G

OnePlus Nord CE 3 Lite 5G เป็นสมาร์ทโฟนระดับ Mid Range ที่ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล Snapdragon 695 5G ที่มาแบบ 8 คอร์ (Octa Core) ความเร็ว Clock สูงสุด 2.2GHz ทั้งยังมีขนาดเล็ก 6nm ซึ่งทำให้ตัวชิปนี้ประหยัดพลังงานและทำงานได้ไหลลื่น

เพิ่ม Virtual RAM ได้สูงสุด 8GB รวมเป็น 16GB

ในรุ่นนี้ให้ RAM มาที่ 8GB ในตัว ซึ่งยังรองรับเทคโนโลยี Virtual RAM ที่เปลี่ยนพื้นที่ว่างเป็น RAM เสมือนได้ตั้งแต่ 4GB, 6GB และ 8GB ซึ่งหากใครปรับระดับสูงสุดก็จะทำให้รุ่นนี้ได้ RAM สูงสุด 16GB ไปเลยครับ เปิดแอพได้เยอะ หรือเวลาเปิดแอพต่างๆ ก็จะไม่เกิดการรีเฟรชใหม่ให้เสียเวลาครับ

ผลคะแนนการทดสอบด้านประสิทธิภาพด้าน CPU, GPU และหน่วยความจำบน AnTuTu 9.5.7 ได้มาที่ 383,142 คะแนน

ส่วนผลคะแนนด้าน CPU บน Geekbench ทำ Single-Core ไปที่ 784 คะแนน และ Multi-Core ที่ 1,888 คะแนน

Game Space ศูนย์รวมเกมและปรับแต่งได้ในที่เดียว

เมื่อเราโหลดเกมมาแล้ว ทุกเกมก็จะเข้ามาอยู่ในแอพนี้ครับ โดยทุกเกมที่อยู่ในพื้นที่นี้ เวลาเข้าเกมไปแล้วก็จะมีฟีเจอร์ HyperBoost แสดงขึ้นมาให้เราปรับโหมดความแรงได้ตามใจชอบ ทั้งแบบสมดุลหรือโปรเกมเมอร์ที่จะใช้ความแรงของ CPU และ GPU ในการใช้เล่นเกมนั้นๆ ครับ ซึ่งในส่วนนี้ยังมีการบอกเฟรมเรทแบบเรียลไทม์ของเกมต่างๆ และเปอร์เซนต์ของการใช้ CPU และ GPU ให้เราทราบด้วยครับ

ทดสอบการเล่นเกม

PUBG Mobile

เริ่มกันด้วยเกม PUBG Mobile ที่จะเปิดกราฟิกได้ที่ระดับ HD และเฟรมเรทสูงครับ โดยการเล่นในโหมดปกติ 100 คน ก็ทำได้ดีมาก หน้าจอตอบสนองได้เยี่ยมและไว รวมถึงเวลาเคลื่อนไหวหน้าจอก็ไม่มีอาการกระตุก และที่ชอบเลยคือลำโพงคู่สเตอริโอก็ยังช่วยบอกทิศทางของเสียงได้เป็นอย่างดีด้วยครับ

ROV

ต่อมาเป็นเกม ROV ก็เปิดภาพพร้อมเฟรมเรทได้ในระดับสูงครับ และการเล่นได้แบบสบายๆ ลื่นไหลไร้ปัญหาครับ

Dead by Daylight Mobile

และท้ายสุดในเกมที่กินสเปคมากๆ อย่าง Dead by Daylight Mobile เราเปิดภาพที่ระดับสูง และเฟรมเรท 60fps ครับ โดยการเล่นแบบปกติก็ไหลลื่น ไม่เจอเฟรมเรทดรอปหรือกระตุกใดๆ เลยครับ

แบตเตอรี่ 5000mAh พร้อมชาร์จเร็วแรง 67W SUPERVOOC

สำหรับแบตเตอรี่ 5000mAh ที่ให้มาในรุ่นนี้ถือว่าทำได้ดีและใช้งานได้ยาวนานพอสมควรครับ ซึ่งเราลองใช้ในช่วงนี้ที่อากาศร้อนๆ ก็ชาร์จเต็มตอนเช้าก็อยู่รอดถึงเย็นครับ

แต่ว่าแม้แบตใกล้หมดก็ไม่ต้องห่วงอะไร เพราะรองรับ 67W SUPERVOOC ที่ชาร์จได้เร็วมากๆ ครับ เราลองชาร์จจากแบต 30% ไปถึง 80% จะกินเวลาเพียง 25 นาทีเท่านั้น และหลังจากพ้น 80% ไปแล้วก็จะลดความเร็วลงมาเพื่อถนอมแบตเตอรี่ ทำให้ชาร์จเต็มในเวลารวมๆ ประมาณ 70 นาทีครับ

ส่วนใครที่กลัวว่าชาร์จได้เร็วขนาดนี้ แบตเตอรี่จะเสื่อหรือเครื่องร้อนเกินไปหรือไม่ ก็หายห่วงได้เลยครับ เพราะฮาร์ดแวร์ในรุ่นนี้มาพร้อมเซ็นเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิตามเวลาจริงด้วยเซ็นเซอร์ 12 ตัวควบคู่กับชิปที่ออกมาแบบมาโดยเฉพาะครับ ทั้งยังมีระบบ IC Charging ที่ตรวจสอบความร้อนตลอดเวลาระหว่างการชาร์จครับ

กล้องหลัง 108MP คมชัดพร้อมถ่ายได้ทุกสถานการณ์

โหมด 108MP คมชัด พร้อมครอปได้ไม่เสียรายละเอียด

มาเริ่มกันที่โหมดหลังของรุ่นนี้กันด้วยความละเอียด 108 ล้านพิกเซล ที่ทำให้ได้ภาพที่คมชัดสูงมากๆ เวลาที่เราต้องการครอปภาพหรือซูมดูรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังคงทำได้คมชัดเหมือนเดิม ภาพไม่แตกครับ

AI ฉลาดล้ำปรับแต่งฉากหลังได้แบบจบหลังกล้อง

ไม่ได้ทมีแค่ความคมชัดเท่านั้นสำหรับ OnePlus Nord CE 3 Lite 5G แต่ยังมาพร้อมโหมด AI ที่จะเป็นการรวมพิกเซล 9-in-1 Binning เพื่อให้ภาพมีความสวยงามากขึ้นและสว่างกว่าเดิมครับ ทั้งยังได้ AI ในการปรับแต่งฉากของวัตถุในภาพให้สดใสขึ้นและทำให้เราแทบไม่ต้องมาแต่งอะไรเพิ่มเติมแล้วหลังจากที่กดถ่ายไป

เลนส์เดียวแต่ก็ซูม 3x ได้ไม่เสียรายละเอียด

ในเลนส์หลักของ OnePlus Nord CE 3 Lite 5G ก็ยังรองรับการซูมแบบออปติคอล 3x Lossless Zoom โดยที่ไม่เสียรายละเอียดใดๆ ครับ ซึ่งความคมชัดที่ได้ก็ทำได้ยอดเยี่ยมมาก แต่อาจต้องมือนิ่งๆ สักนิดเพื่อไม่ให้ภาพสั่นเกินไปครับ

Portrait สวยงามแบบธรรมชาติขั้นสุด

หนึ่งในจุดเด่นที่อยู่ในสมาร์ทโฟน OnePlus มาตลอดในช่วงนี้คือการถ่ายภาพบุคคลที่ทำได้อย่างธรรมชาติมากๆ ซึ่งแม้ว่าจะมีการปรับแต่งใบหน้าให้สวยงาม แต่ก็ไม่ได้แต่งจนเวอร์เกินไป ทั้งยังมีการเบลอฉากหลังให้เนียนตาและตัดขอบได้ค่อนข้างเนียบสุดๆ ครับ ซึ่งจุดเป็นการใช้ประโยชน์ตจากเลนส์ Depth เข้ามาช่วยเต็มๆ

ทั้งนี้ใน OnePlus Nord CE 3 Lite 5G ก็ยังรองรับฟีเจอร์ Bokeh Flare Portrait เพื่อให้ฉากหลังเพิ่มระดับความเบลอขึ้นไปอีกขั้นครับ ทำให้ตัวคนดูโดดเด่นมากขึ้นกว่าเดิมด้วย

ถ่ายกลางคืนได้คมชัดด้วย Night Mode

ใน OnePlus Nord CE 3 Lite 5G ก็ยังมาพร้อมกับโหมดกลางคืนที่เพิ่มความสว่างและความคมชัดของวัตถุต่างๆ ได้อย่างสวยงาม การประมวลผลก็ทำได้รวดเร็ว ไม่มีกระตุก และที่ชอบอีกอย่างเลยคือการได้ฟิลเตอร์ของโหมดกลางคืนที่ช่วยให้มีลูกเล่นการถ่ายให้ไม่น่าเบื่ออีกด้วย

ถ่ายวัตถุระยะใกล้ๆ ได้ด้วยเลนส์ Macro

ในโหมดนี้หลายคนคุ้นเคยกันดีครับ จะเป็นการถ่ายวัตถุในระยะใกล้ๆ ได้ที่ 4 ซม. โดยจะถ่ายได้คมชัดมากเมื่ออยู่ในที่กลางแจ้งและวัตถุไม่ได้เคลื่อนไหวครับ

เซลฟี่สวยเป็นธรรมชาติมาก

สำหรับกล้องหน้าของรุ่นนี้บอกเลยว่าทำได้ดี ใบหน้าสวยงามและปรับแต่งให้ดูเป็นธรรมชาติ คล้ายกับการถ่ายภาพจากกล้องหลังเลย

สรุปการใช้งาน OnePlus Nord CE 3 Lite 5G

OnePlus Nord CE 3 Lite 5G เป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนที่อัปเกรดในรอบด้านเมื่อเทียบกับตระกูลอื่นๆ ของ OnePlus ตั้งแต่การที่ OnePlus Nord CE 3 Lite 5G เป็นการใช้กล้องคมชัดสูงสุดถึง 108MP รุ่นแรกของแบรนด์ ได้ระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่อย่าง OxygenOS 13.1 เพื่อให้ใช้งานได้ไหลลื่นและเสถียรมากที่สุดครับ และที่ชอบเลยคือลำโพงที่จัดมาให้สุดๆ ด้วยฟีเจอร์ 200% Ultra Volume เพิ่มความกระหึ่มของลำโพงให้สุดไปได้อีกขั้น รวมไปถึงดีไซน์ที่ทำออกมาได้สดใสสมเป็น OnePlus Nord Series อีกด้วยครับ

OnePlus Nord Buds 2

ต่อมาด้วยหูฟังไร้สาย True Wireless รุ่นใหม่ในตระกูล Nord Series อย่าง OnePlus Nord Buds 2 จัดมาในดีไซน์สวยงาม ราคาดี และฟีเจอร์ที่ครบครันภายใต้สโลแกน “Get in the groove”

สรุปสเปค OnePlus Buds Pro 2

  • ขนาดเคส : 6.799 x 2.89 x 3.55 ซม.
  • น้ำหนักตัวเคส : 37.5 กรัม
  • น้ำหนักหูฟัง (ข้างละ) : 4.7 กรัม
  • การเชื่อมต่อ : Bluetooth 5.3
  • Bluetooth codec : LHDC/AAC/SBC/LC3
  • ระยะการเชื่อมต่อ : สูงสุด 10 เมตร
  • ขนาดไดเวอร์ไดนามิก : 12.4 มม.
  • กันน้ำ/ฝุ่น (หูฟัง) : IP55
  • การชาร์จ (เคส) : USB Type-C
  • แบตเตอรี่ (เคส) : 480mAh
  • แบตเตอรี่ (ข้างละ) : 41mAh

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • เคสและหูฟัง OnePlus Nord Buds 2
  • สาย USB TYpe-C
  • จุกหูฟังซิลิโคน 3 ขนาด (เล็ก/กลาง/ใหญ่)
  • สติ๊กเกอร์
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

ดีไซน์สวยงามแบบมินิมอล

ไม่ใช่แค่ดีไซน์ของสมาร์ทโฟนที่มาในรูปแบบเรียบง่าย เข้าถึงได้ และสวยงาม เพราะตัวหูฟัง OnePlus Nord Buds 2 ก็ยังใช้ดีไซน์แบบเรียบง่ายเหมือนกันครับ

โดยเฉพาะสีขาว Lightning White ที่เราได้มานั้นสวยงามในตัวได้เลย ตัวฐานเคสเป้นสีขาวสวยงาม พร้อมลวดลายเม็ดกริตเตอร์เล็กๆ เพิ่มมิติของดีไซน์ ส่วนที่ตัวฝาด้านบนจะเป็นสีเงินสะท้อนแสงอย่างสวยงามครับ

ที่ด้านหน้าเคสจะมีไฟ LED เพื่อบอกสถานะแบตเตอรี่เคสและหูฟัง

ส่วนทางด้านหลังจะมีปุ่มสำหรับการเชื่อมต่อหรือรีเซ็ต และพอร์ต USB Type-C เพื่อชาร์จ

สวมใส่สบาย แน่นหนา พร้อมกันน้ำ IP55

เมื่อเปิดออกมาก็จะพบกับตัวหูฟังสีขาว ที่ตัวก้านจะเป็นแบบแบนเรียบ ไม่สั้นและไม่ยาวจนเกินไปครับ ทั้งนี้ การใช้งานหูฟัง OnePlus Nord Buds 2 ก็ยังมาพร้อมมาตรฐาน IP55 ที่กันเหงื่อและละอองน้ำได้สบายๆ ให้เราได้ใช้งานได้หลากหลายสถานการณ์

แตะเพื่อควบคุมได้ด้วยนะ

ที่ตัวก้านด้านหลัง เราจะเห็นแถบสีเงินอยู่ ซึ่งจะเป็นส่วนของการไว้แตะเพื่อควบคุมสิ่งต่างๆ ได้เวลาที่เราใช้งานจริงครับ โดยการควบคุมมีคร่าวๆ ดังนี้

  • แตะ 1 ครั้ง (ข้างใดก็ได้) : เล่น/หยุดเพลง
  • แตะ 2 ครั้ง (ข้างใดก็ได้) : เล่นเพลงถัดไป
  • แตะ 3 ครั้ง (ข้างใดก็ได้) : เล่นเพลงก่อนหน้า
  • แตกค้างไว้ : เปิดโหมดตัดเสียงรบกวน / ความโปร่งใส

รองรับ OnePlus Fast Pair เปิดเคสปุ๊บก็เชื่อมต่อได้ทันที

หากเราใช้ OnePlus Nord Buds 2 ร่วมกับสมาร์ทโฟนของ OnePlus ก็จะรองรับฟีเจอร์ OnePlus Fast Pair ที่จะขึ้นหน้าต่าง Pop Up ให้เราได้การเชื่อมต่อทันทีครับ (ต้องเปิดบลูทูธเอาไว้ก่อน) จากนั้นก็ทำต่อไม่กี่ขั้นตอนก็สาามรถใช้งานและปรับแต่งได้เลยครับ

ตัดเสียงรบกวนได้สูงถึง 25 เดซิเบล

จุดเด่นของหูฟังรุ่นนี้คือการตัดเสียงรบกวน (Active Noise Cancellation) ได้สูงสุดถึง 25 เดซิเบล ใครที่ชอบฟังเพลงหรือดูวิดีโอที่ต้องการสมาธิหรือไม่อยากให้เสียงภายนอกมารบกวนก็สามารถกดเปิดได้เลยครับ

หรือหากใครที่ต้องการคาวมปลอดภัยเวลาเดินบนถนนก็ยังเปิดโหมดโปร่งใส (Transparency) เพื่อเปิดรับเสียงภายนอกก็ได้เหมือนกันครับ

มาพร้อมไมโครโฟน 2 ตัว ปลายสายได้ยินเสียงชัดเจนแน่นอน

หูฟังของ OnePlus Nord Buds 2 มีไมโครโฟนมาให้ 2 ตัว ตำแหน่งอยู่ที่ด้านล่างและด้านบนของก้านครับ ซึ่งไมโครโฟนทั้ง 2 ตัวจะตรวจจับเสียงพูดคุยของเรา และจะลดเสียงรบกวนภายนอกให้ลดลงได้ดีพอสมควรครับ ช่วยให้ปลายสายได้ยินเสียงของเราได้ชัดเจนมากขึ้น

ใช้ฟังเพลงเบสแน่นได้ไดนามิกไดรเวอร์ขนาด 12.4 มม.

สำหรับ OnePlus Nord Buds 2 มาพร้อมกับไดนามิกไดรเวอร์ขนาด 12.4 มม. ซึ่งเป็นขนาดที่ใหญ่พอสมควรครับ เวลาฟังเพลง จะรู้สึกถึงความแน่นของเบสได้ดี และหากใครที่อยากได้เบสแน่นขึ้นไปอีกก็ยังรองรับฟีเจอร์ BassWave เพื่อบูสเสียงเบสที่มีคาวมละเอียดสูงขึ้นไปอีก (สามารถปรับได้ที่การตั้งค่าหูฟัง)

หรือใครที่ชอบดูภาพยนตร์ผ่านสตรีมมิ่งต่างๆ ก็ยังคงรับฟงัเสียงได้อย่างสมจริงด้วยการรองรับระบบเสียง Dolby Atmos ควบคู่กับ Dirac Audio Tuner ที่ทำให้เสียงสมจริงแบบรอบทิศทาง ซึ่งจุดนี้ทำได้ดีเกินราคาครับ

ใช้เล่นเกมได้ความหน่วงก็ต่ำด้วย

ในส่วนของการเล่นเกมที่ต้องใช้ความหน่วง (Latency) ต่ำๆ โดยเฉพาะกับเกมแนว FPS อย่าง PUBG Mobile หรือ Call of Duty Mobile ก็ยังคงทำได้ดีพอตัวและค่อนข้างเรียลไทม์ครับ

แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสุดถึง 36 ชั่วโมง

แม้ว่าตัวหูฟังจะมาในขนาดเล็ก แต่การใช้งานแบตเตอรี่นั้นยาวนานมากๆ ครับ หากชาร์จเต็ม 1 ครั้งทั้งตัวเคสและหูฟัง จะใช้งานเต็มที่ 7 ชั่วโมงต่อครั้ง และหากชาร์จผ่านเคสต่อไปจนแบตหมดทั้งคู่ จะใช้ได้นานสุดถึง 36 ชั่วโมงครับ

แต่หากใครรีบและมีเวลาไม่มากในการชาร์จ จริงๆ ใช้เวลาเพียง 10 นาที ก็ใช้งานต่อได้ประมาณ 5 ชั่วโมงแล้วครับ

สรุปการใช้งาน OnePlus Nord Buds 2

ส่วนการใช้งาน OnePlus Nord Buds 2 หูฟัง True Wireless รุ่นประหยัดของแบรนด์เป็นเป็นหูฟังไร้สายที่อีกรุ่นที่ทำราคาได้สบายกระเป๋ามากๆ แต่อัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์มากมายที่ใช้งานได้ทั้งการฟังเพลงและเล่นเกมแบบจัดเต็มครับ โดยยังมาพร้อมระบบการตัดเสียงรบกวนที่ทำได้ดีมาก ไม่ปวดหู และยิ่งไปกว่านั้นคือระยะเวลาการใช้งานที่ชาร์จครั้งเดียวก็ใช้งานได้แทบตลอดวันแล้วครับ

ราคาและวันวางจำหน่าย

ใครที่สนใจเป็นเจ้าของ OnePlus Nord CE 3 Lite 5G (8+256GB) สนนราคาเพียง 10,990 บาทเท่านั้น โดยมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีเทา Chromatic Gray และสีเขียว Pastel Lime

สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าในช่วงโปรโมชัน First sales ของ OnePlus Nord CE 3 Lite 5G (8+256GB) ตั้งแต่วันนี้ – 21 พฤษภาคม 2566 จะได้รับของสมนาคุณรวมมูลค่า 5,490 บาท ดังนี้

  • E-VIP Card มูลค่า 4,000 บาท รับการรับประกันจอแตก จำนวน 1 ครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ซื้อเครื่อง
  • OnePlus Bullets Wireless Z2 มูลค่า 1,490 บาท

**ของสมนาคุณมีจำนวนจำกัด เฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการ** และเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิก เปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ส่วน OnePlus Nord Buds 2 วางจำหน่ายในราคา 2,490 บาท มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาว Lightning White และสีเทา Thunder Gray โดยสามารถสั่งซื้อได้ที่ AIS, Com7, Shopee, Lazada, Thisshop และ OPPO Brand Shop

#OnePlusNordCE3Lite5G #OnePlusNordBuds2 #พลัสให้สุดทุกความสนุก

กำลังฮอต

Buying Guides1 สัปดาห์ ago

เปิดเทอมทั้งที ต้องมีแท็บเล็ตดี ๆ ใช้! แนะนำ Galaxy Tab น่าซื้อต้อนรับเปิดเทอม พร้อมโปรโมชัน Back to School พิเศษสุดสำหรับนักเรียน นักศึกษา!

เข้าสู่ช่วงเปิดเทอมก...

Editor’s Recommended2 สัปดาห์ ago

Editor’s Recommended: ให้เลย 3 ข้อต้องรับมง HUAWEI WATCH FIT 3 ผู้นำสมาร์ทวอทช์จัดเต็มแห่งยุค

หลังจากที่ได้เห็น HU...

Android News3 สัปดาห์ ago

เจาะลึก 5 ฟีเจอร์เด่น Redmi Note 13 Series ที่สุดของสมาร์ทโฟนระดับกลางช่วงต้นปี 2024

Redmi Note 13 Series...

Featured4 สัปดาห์ ago

รีวิว realme C65 น้องใหม่ดีไซน์หรู บอดี้บางเฉียบ 7.64 มม. | ชาร์จไว 45W Fast Charge | ได้รับรองคุณภาพยาวนาน 48 เดือนจาก TÜV SÜD!

รีวิว realme C65 สมา...

Featured1 เดือน ago

รีวิว iQOO Z9 5G และ Z9x 5G ขุมพลังไร้ขีดจำกัด ด้วยแบต 6000mAh l ชิปเซ็ต Snapdragon l ขยาย RAM 12GB + 12GB

รีวิว iQOO Z9 5G และ...

IT News13 ชั่วโมง ago

HUAWEI Pura 70 Series พรีออเดอร์ในไทย!! เริ่มต้นเพียง 29,990 บาท สมาร์ทโฟนเรือธงอัดแน่นด้วยคุณภาพด้านการถ่ายภาพผ่านกล้อง Ultra Lighting Pop-out

เก็บภาพเหนือจินตนากา...

IT News2 วัน ago

สรุปข่าวรอบสัปดาห์ระหว่างวันที่ 8 – 14 มิ.ย. 67

ข่าวเด่นช่วงระหว่างว...

Smart Review2 วัน ago

รีวิว Xiaomi Pad 6S Pro | Redmi Pad Pro สองแท็บเล็ตจอ 12″ ใหญ่ขึ้น เติมเต็มไอเดียได้มากกว่า!

รีวิววันนี้มาแบบแพ็ก...

Android News2 วัน ago

หลุดตามคาด ! สเปคเต็ม Galaxy Z Fold6 จอนอก 6.3″ HD+ l SD 8 Gen 3 l ความจุสูงสุด 12GB + 1TB

ใครที่ติดตามข่าวของส...

Smart Review2 วัน ago

รีวิว HUAWEI Pura 70 Ultra มือถือหัวเว่ยเรือธงกลับมาแล้ว อัปเกรดกล้องครั้งใหญ่ด้วยเซ็นเซอร์ 1″ พร้อมชิป Kirin รุ่นล่าสุด!

รีวิว HUAWEI Pura 70...

Advertisement

Copyright © 2012 iphone-droid.net.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ ดูเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และจัดการได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึก