ติดตามพวกเรา

Featured

รีวิว OnePlus 8 เรือธงแห่งความลื่นผ่าน CPU Snapdragon 865 ควบคู่กล้อง 3 เลนส์ 48MP และรองรับ Warp Charge 30T

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

OnePlus 8 สมาร์ทโฟนที่ถูกบอกว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์ทำระบบปฏิบัติการ Android ได้ลื่นสุดๆ ซึ่งในรุ่นใหม่ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่เกินหน้าเรือธงแบบ Beyond Flagship ด้วยหน้าจอที่ดีสวยงามที่สุด, ควบคู่กับกล้องที่ถ่ายได้สวย คมชัดสูงสุดถึง 48 ล้านพิกเซล และหน่วยประมวลผล Snapdragon 865 ที่เป็นขวัญใจทั่วโลก ทำให้เล่นเกม และใช้งานต่างๆ ไม่มีสะดุดแน่นอน

 

สรุปสเปค OnePlus 8

  • ขนาดตัวเครื่อง : 160.2 × 72.9 × 8.0 มม.
  • น้ำหนัก : 180 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Fluid Display ชนิด AMOLED ขนาด 6.55 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) มี Refresh rate 90Hz, อัตราส่วน 20:9 และรองรับ HDR10+
  • หน่วยประมวลผล : Snapdragon 865 Octa Core
  • โมเด็ม 5G : Snapdragon X55
  • GPU : Adreno 650
  • RAM : 12GB LPDDR4X
  • ROM : 256GB (UFS 3.0)
  • กล้องถ่ายรูปหลัง 3 เลนส์ แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์IMX586 รูรับแสง f/1.75 และรองรับระบบกันสั่นไหว OIS
    • เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล มุมมองกว้าง 116 องศา รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้า Punch-Hole ขนาดเล็ก 3.8 มม. ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.45
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย OxygenOS 10
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac/ax, Bluetooth 5.1, NFC และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 4300mAh รองรับ Warp Charge 30T

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

สวยงามตั้งแต่ตัวกล่องเลยทีเดียวสำหรับ OnePlus 8 ที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยสีแดงที่เป็นสีของโลโก้ทั้งกล่อง มีเลข 8 ที่ด้านหน้าชัดเจน และด้านหลังก็มีข้อความว่า “เข้าถึงแอป Google ได้ง่ายๆ” โดยมีความยาวตามสไตล์ เมื่อเปิดออกมาก็จะเจอกับอุปกรณ์เพียบครับ

ชั้นแรกเปิดมาก็เจอกับตัวเครื่อง OnePlus 8 ทันที ซึ่งชั้นที่วางเครื่องจะสามารถเปิดได้ โดยมีคู่มือการใช้งาน, สติ๊กเกอร์ต่างๆ, ข้อมูลความปลอดภัยและการรับประกันสินค้า, ข้อความจากซีอีโออย่าง Pete Lau และอุปกรณ์เปิดถาดซิม อะแดปเตอร์ – Warp Charge 30 Power Adapter และสาย – Warp Type-C สีแดง

 

ดีไซน์ของ OnePlus 8 ต้องบอกมีการออกแบบที่ดีมากๆ ในการสัมผัสครับ สีที่เราได้มาเป็นสีรุ้ง Interstellar Glow (Limited Edition) ที่ด้านหลังเป็นวัสดุกระจก 3D Corning Gorilla Glass มีการเล่นเฉดสีฟ้าๆ ม่วงๆ สวยงามมากครับ เมื่อสะท้อนกับแสงอาทิตย์ตอนไม่ได้ใส่เคส ตรงขอบด้านหลังจะออกเป็นสีรุ้งค่อนข้างชัดเจนด้วย ขณะที่อีกสีจะเป็นสีเขียว Glacial Green ที่เป็นกระจกแบบด้านครับ ทำให้ติดรอยนิ้วมือได้ค่อนข้างยาก

 

นอกจากสีสันที่สวยแล้ว OnePlus 8 ยังจับถนัดมือด้วยบางความของตัวเครื่องเพียง 8 มิลลิเมตรเท่านั้น และน้ำหนักก็เบาๆ ที่ 180 กรัม

 

เราได้ทราบกันดีแล้วว่า OnePlus 8 เป็นหนึ่งในรุ่นที่มีหน้าจอแสดงผลที่ดีที่สุดในโลกของสมาร์ทโฟน ณ ตอนนี้ครับ ซึ่งสีสัน, การสะท้อนเมื่อเล่นในที่แสงจ้า ทำได้ดีมากๆ ยังคงมองได้ชัดเจนครับ

 

OnePlus 8 ใช้หน้าจอ Fluid Display ขนาด 6.55 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) รองรับการแสดงผล HDR 10+, 0.4 JNCD, ความหนาแน่นพิกเซลอยู่ที่ 402 ppi ที่สำคัญคือใช้งานได้ลื่นๆ ด้วย Refresh Rate 90Hz และเล่นได้นานโดยไม่ทำร้ายสายตามากเกินไปเพราะผ่านการรับรองจาก TÜV Eye Comfort Certification

 

มาดูรอบเครื่องกันครับ เริ่มที่เหนือหน้าจอแสดงผลจะมีลำโพงสำหรับสนทนาและเป็นลำโพงที่ 2 แบบสเตอริโอด้วย Dolby Atmos ด้วย และที่มุมซ้ายบนก็จะมีกล้องหน้าที่ฝังอยู่

 

ทางซ้ายตัวเครื่องมีเพียงปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง

 

ส่วนด้านขวามีปุ่มสำหรับเลื่อนเปลี่ยนโหมดเสียง (เสียงเข้า, สั่น, เงียบ) ถัดลงมาจะเป็นปุ่ม Power

 

ด้านล่างของตัวเครื่องมีช่องใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM ที่สามารถใส่ได้ 2 ช่องแบบพลิกบน-ล่างครับ ถัดไปทางขวาจะมีไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวที่ 1

 

ส่วนด้านบนมีไมโครโฟนตัวที่ 2

 

และสุดท้ายที่ด้านหลังตัวเครื่องจะมีกล้องหลังที่จัดเรียงเป็นแนวตั้งตรงกลางพอดี โดยที่ด้านล่างจะมีไฟแฟลช LED และโลโก้ OnePlus

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

OnePlus 8 แกะกล่องมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 10 รุ่นล่าสุดของ Google โดยครอบทับด้วย OxygenOS 10 ที่การใช้งานเสถียรมากที่สุดครับ ซึ่งการใช้งานทั่วไป การเข้าแอปพลิเคชั่นก็รันได้เร็ว ไม่ต้องรอนาน

 

หน้าตา UI : OxygenOS 10

 

วอลเปเปอร์สวยงาม มีหลากหลายแบบ

วอลเปเปอร์ของ OnePlus 8 มีให้เราเลือกหลายแบบมากๆ และมีความสวยงามครับ ซึ่งจะมีทั้งแบบ Live Wallpaper และแบบภาพนิ่ง ซึ่งโทนสีก็มีทั้งความเข้มและโทนสดใสๆ

 

Always-on-Display บอกสถานะเครื่องและการแจ้งเตือนง่ายๆ

หน้าจอ AMOLED ก็ไม่พลาดที่มีฟีเจอร์นี้แน่นอนครับ ซึ่งจากที่เรารู้กันก็จะเป็นการบอกสถานะในเครื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเวลา, วันที่, แบตเตอรี่คงเหลือ รวมถึงการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่แสดงผลเป็นไอคอนให้เราทราบครับ

ใครที่อยากเปลี่ยนรูปแบบของนาฬิกาก็มีให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่ ค่าเริ่มต้น, แอนะล็อก และเรียบง่าย

 

อัพเกรด Reading Mode ให้ดียิ่งขึ้นรองรับการมองเห็นทั้งกลางวันและกลางคืน

ในโหมดการอ่าน (Reading Mode) ในรุ่นนี้จะมี 2 แบบให้เราใช้งานเมื่อเวลาที่เราอ่านอะไรยาวๆ ครับ ได้แก่ เอฟเฟกต์สี ที่จะปรับเฉดสีสันในหน้าจอลดลงจนเกือบเทาครับ และเอฟเฟกต์ขาวดำ ที่ปรับสีสันลงจากแบบแรกให้เป็นแบบขาวดำทั้งหน้าจอ

 

Dark Theme 2.0 ใช้งานได้สบายตายิ่งขึ้น

ใน Dark Theme 2.0 หรือธีมเข้มใน OnePlus 8 จะเป็นการลดแสงสีฟ้าลงครับ ทำให้จอมีสีเหลืองเด่น ต่างจาก Reading Mode โดยเราสามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่ การตั้งค่า > การกำหนดเอง > ธีมที่ตั้งค่าไว้ล่วงหน้า และเลือก “สีเข้ม”

 

ระบบเสียงลำโพงคู่แบบสเตอริโอ Dolby Atmos

เป็นเรือธงก็ต้องมาพร้อมกับลำโพงที่สร้างอรรถรสได้แบบเต็มอิ่มครับ อย่างลำโพงคู่สเตอริโอ Dolby Atmos ที่เสียงจะออกใน 2 ลำโพง แบ่งซ้าย-ขวาอย่างชัดเจนทั้งตอนรับชมภาพยนตร์หรือเล่นเกมครับ แล้วเสียงที่ได้ยินก็กระหึ่มเลยทีเดียว

 

ระบบความปลอดภัยขั้นสูง

เรื่องของระบบความปลอดภัยในการป้องกันเข้าใช้งานเครื่องก็มีทั้งการสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอที่จดจำได้มากสุด 5 ลายนิ้วมือ ซึ่งการใช้งานถือว่ารวดเร็วและความผิดพลาดก็ไม่มีให้เห็น

ส่วนอีกอย่างหนึ่งคือการสแกนใบหน้าครับ สามารถใช้ได้ 1 ใบหน้าเท่านั้น ซึ่งเมื่อลองใช้งานจริง แทบไม่เห็นเลยว่าเครื่องสแกนใบหน้าตอนไหน เหมือนแค่กดปลดล็อคแล้วเข้ามาหน้าจอหลักทันที

 

รองรับ 5G 

สำหรับ OnePlus 8 Series นั้นรองรับความถี่ 5G ในย่าน 700 MHz และ 3,500 MHz เท่านั้น ไม่รองรัคลื่นความถี่ 2,600MHz นะครับ

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

สำหรับ OnePlus 8 แน่นอนก็ต้องจัดเต็มเรื่องขุมพลังที่ต้องมาในระดับท็อปสุดอย่าง Qualcomm Snapdragon 865 Octa-core ควบคู่กับ RAM 12GB พร้อม ROM ชนิด UFS 3.0 สูงสุด 256GB ซึ่งทั้งหมดทำให้เราเล่นได้ไหลลื่นทุการใช้งาน ไม่ว่าจะเล่นเกม, ดูฟัง, ฟังเพลง, ทำงาน หรือแม้ตอนติดตั้งแอปพลิเคชั่นก็ตาม

 

สำหรับผลการทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark ทำได้ไปได้ที่ 512,164 คะแนน

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 918 และคะแนน Multi-Core ที่ 3,355

 

ฟีเจอร์และทดสอบด้านการเล่นเกม

OnePlus 8 มาพร้อมกับฟีเจอร์ Game Space ที่เป็นการรวบรวมเกมทั้งหมดที่เราโหลดไว้ในที่เดียวกัน ที่สำคัญยังสามารถปิดกั้นการแจ้งเตือนต่างๆ ได้ ไม่ให้มารบกวนระหว่างเล่น รวมถึงโหมด Fnatic ที่เป็นการรีดประสิทธิภาพตัวเครื่องทั้งหมดไปกับการเล่นเกม ทำให้เล่นได้ลื่นๆ แน่นอน

 

Call Of Duty: Mobile

สำหรับเกม Call Of Duty: Mobile เราปรับกราฟิกในระดับสูงที่สุดทั้งหมดเท่าที่จะเปิดได้ครับ เป็นภาพกราฟิกระดับ Very High และเฟรมเรทระดับ Max โดยต้องบอกว่า OnePlus 8 เล่นได้ไหลลื่นตลอดทั้งเกมครับ เฟรมเรทก็นิ่งๆ ไม่มีช่วงกระตุกให้เห็น

 

RoV

ต่อมาเป็นเกมฮิตอย่าง RoV เราปรับภาพการแสดงผลและภาพ HD เป็นระดับสูงมาก และเฟรมเรทก็เปิดระดับสูงไว้ด้วย เราเริ่มเล่นในโหมด 5 VS 5 ซึ่งต้องบอกเลยว่าน่าจะเป็นหนึ่งในรุ่นที่เฟรมเรทนิ่งที่สุดแล้วครับ เพราะตั้งแต่เริ่มเกมมาจะคงที่ 60fps ไปจนถึงช่วงจบเกม เท่าที่สังเกตได้คือจะไม่ดรอปลงเลย แม้แต่ 59fps ก็ยังไม่มีให้เห็นด้วยซ้ำ

 

Forza Street

มาต่อที่เกมใหม่อย่าง Forza Street เราก็เล่นได้แบบหมดห่วงครับ กราฟิกที่ได้สวยงาม และเล่นได้ต่อเนื่องโดยไม่มีอาการกระตุก

 

Asphalt 9: Legends

และสุดท้ายกับเกมแข่งรถอีกเกมอย่าง Asphalt 9: Legends แน่นอนว่าเล่นได้แบบไร้ปัญหา แถมมีระบบ Haptic vibration หรือระบบสั่นไหวที่ทำให้เรารับรู้ถึงอารมณ์ในเกมมากขึ้นนั่นเอง อย่างในช่วงที่ชนหรือกระแทกกัน ก็จะมีการสั่นเกิดขึ้นเป็นจังหวะๆ

 

แบตเตอรี่อึด พร้อมชาร์จไวด้วย Warp Charge 30T

OnePlus 8 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 4300mAh ซึ่งถ้าใครใช้งานทั่วไปก็คงจะอยู่ถึงจากเช้าไปค่ำได้ครับ แต่ถ้าใครที่ใช้งานหนักๆ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะชาร์จช้าครับ เพราะรุ่นนี้มีระบบชาร์จเร็วอย่าง Warp Charge 30T มาให้ด้วย จากที่เราทดสอบ จากแบตเตอรี่ 24% ชาร์จเต็ม 100% ในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้น

 

กล้องถ่ายรูป

มาถึงเรื่องกล้องที่หลายคนน่าจะรอคอยกันครับ โดย OnePlus 8 เองได้พัฒนาเรื่องกล้องขึ้นมาพอสมควร โดยมีกล้องหลัง 3 เลนส์ พร้อมกล้องหน้าที่ฝังในหน้าจอแสดงผลกันเลยทีเดียว ดังนี้

กล้องหลัง

  • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์IMX586 รูรับแสง f/1.75 และรองรับระบบกันสั่นไหว OIS
  • เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล มุมมองกว้าง 116 องศา รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Macro ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

กล้องหน้า

  • กล้องหน้า Punch-Hole ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0

เลนส์หลักถ่ายสวยไม่ต้องปรับแต่งอะไรเพิ่ม

สำหรับ OnePlus 8 จริงๆ เพียงแค่เลนส์หลักและโหมดปกติก็สามารถถ่ายภาพได้สวยงามมากๆ แล้วครับ เพราะระบบ AI ที่มีในเครื่องทำให้ปรับภาพตามวัตถุและสภาวะแสงได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งนี้ หากใครที่เลี้ยงสัตว์อย่างสุนัขหรือแมวไว้ที่บ้านก็ยังมีโหมด Smart Pet Capture ที่ใช้สำหรับถ่ายภาพสัตว์เลี้ยงให้ออกมาสวยงามยิ่งขึ้นด้วย

 

คมชัด 48 ล้านพิกเซล

OnePlus 8 นั้นสามารถถ่ายภาพออกมาให้มีความละเอียดสูงสุดถึง 48 ล้านพิกเซล เมื่อถ่ายออกมาก็จะได้ภาพที่มีความคมชัด สามารถซูมเพื่อให้เห็นรายละเอียดต่างๆ ได้ดีกว่าเดิม


ภาพถ่าย 48 ล้านพิกเซล / ครอป


ภาพถ่าย 48 ล้านพิกเซล / ครอป


ภาพถ่าย 48 ล้านพิกเซล / ครอป

 

Ultra Wide Angle มุมมองกว้าง เก็บได้ครบ

ในเลนส์ Ultra Wide Angle ของรุ่นนี้ถือว่าทำออกได้ดีสมเป็นเรือธงครับ สามารถถ่ายได้กว้าง 116 องศา แถมองค์ประกอบต่างๆ ที่เราต้องการก็ครบในเฟรมเดียว ไม่ต้องถอยไปไกลๆ ให้เสียเวลาเลยด้วย และสีสันก็จัดเต็มไม่แพ้เลนส์หลัก


เลนส์ Wide / เลนส์ Ultra Wide Angle


เลนส์ Wide / เลนส์ Ultra Wide Angle

 

แต่ถ้าใครใช้เลนส์นี้ในการถ่ายภาพบุคคลก็ทำได้แบบสวยงามครับ ฉากหลังมาครบ และตัวบุคคลก็ยังดูสวยงามด้วย

 

ถ่าย Portrait เบลอแบบธรรมชาติ

ต้องว่าเป็นโหมดที่ถ่ายแล้วชอบมากๆ ใน OnePlus 8 ครับ เพราะการเบลอฉากหลังต่างๆ นั้นทำออกมาได้เนียนตามาก ตัดขอบได้ค่อนข้างคม และตัวของบุคคลก็ยังดูมีมิติและใบหน้าก็ยังมีความบิวตี้ให้แบบธรรมชาติๆ ด้วย


ปิด Portrait / เปิด Portrait

 

Macro ถ่ายได้ใกล้สุดถึง 4 ซม.

ถ่ายกว้าง ถ่ายไกลแล้ว ก็มาถ่ายกันแบบใกล้ๆ กันบ้างครับด้วยเลนส์ Macro ที่มีระยะโฟกัสถึง 4 ซม. ใครที่อยากเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของวัตถุต่างๆ ก็เห็นได้คมชัดครับ แล้วเรื่องสีสันก็แทบไม่ดรอปจากของจริงเลยด้วย

 

Nightscape 3.0 ถ่ายที่มืดก็ไม่ต้องกลัว

OnePlus 8 มีการพัฒนาเรื่องการถ่ายภาพกลางคืนอย่าง Nightscape เป็นเวอร์ชัน 3.0 แล้ว ช่วยให้ภาพมีความคมชัดและสว่างมากขึ้น และระยะเวลาที่ถือนิ่งๆ ก็ดูไวกว่าเดิมด้วย เพียง 2-3 วินาที ก็ได้ประมวลผลสำเร็จแล้ว


โหมดปกติ / โหมด Nightscape 3.0


โหมดปกติ / โหมด Nightscape 3.0

 

นอกจากนี้ โหมด Nightscape 3.0 ยังใช้กับเลนส์ Ultra-Wide Angle ได้ด้วยเช่นกันครับ

 

กล้องหน้า AI ก็สวยได้แบบธรรมชาติ

กล้องหน้าของ OnePlus 8 น่าจะเป็นรุ่นที่มีความเป็นธรรมชาติมากที่สุดรุ่นหนึ่งครับ เพราะในโหมดปกติก็ช่วยให้ใบหน้าของเรามีความสวยงามแบบธรรมชาติ ดูไม่แต่งเยอะจนเกินไปครับ โดยจะมีการปรับแต่งใบหน้า 3 ระดับ เป็น L1, L2 และ L3 ซึ่งแต่ละระดับจะปรับแต่งทีละนิดๆ ครับ ไม่ได้ดูเว่อวังอะไรมาก

 

กล้องหน้าก็จัด Portrait ได้งามๆ

เราได้เห็นการถ่าย Portrait เบลอฉากหลังในกล้องหลังไปข้างต้นแล้ว จะบอกว่ากล้องหน้าก็ทำได้สวยงามไม่แพ้กันครับ เบลอหลังได้เนียนๆ และตัดขอบได้เฉียบอีกด้วย

 

สรุปจุดเด่น

  • ดีไซน์สวยงาม ดูพรีเมี่ยม พร้อมกับสีสันสวยงามทั้ง Interstellar Glow (Limited Edition) และ Glacial Green
  • หน้าจอแสดงผลสีสันสวยงาม เล่นได้แม้กลางแจ้ง และมีขนาดใหญ่ 6.55 นิ้ว ความละเอียด FHD+ และเล่นได้ลื่นๆ ด้วย Refresh Rate 90Hz
  • หน่วยประมวลผลตัวแรงสุดของ Android ในตอนนี้อย่าง Snapdragon 865 ใช้งานได้ไหลลื่นทั้งเล่นเกมหรือใช้งานทั่วไป
  • RAM สูงสุดถึง 12GB และ ROM 256GB แบบ UFS 3.0
  • กล้องหลัง 3 เลนส์ถ่ายได้สวยงาม มีฟีเจอร์ให้ครบทั้ง คมชัดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล, Ultra-Wide และ Macro
  • แบตเตอรี่ความจุ 4300mAh ใช้งานได้นานตลอดวัน พร้อมชาร์จเร็วด้วยเทคโนโลยี Warp Charge 30T

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่สามารถชาร์จแบบไร้สาย (Wireless Charge) ได้

 

ราคาและโปรโมชั่น

สำหรับ OnePlus 8 จะวางจำหน่ายในไทยเพียงความจุเดียว คือ RAM 12GB + ROM 256GB ในราคา 28,990 บาท โดยมีทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีเขียว Glacial Green และสีรุ้ง Interstellar Glow (Limited Edition) โดยเริ่ม Pre-Order ระหว่างวันที่ 14 – 22 พฤษภาคมนี้ และพร้อมจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 พฤษภาคม เป็นต้นไป

พิเศษ! สำหรับลูกค้า Pre-order ที่สั่งจอง OnePlus 8 สี Glacial Green รับไปเลยชุดกล่อง Pop-up ที่มาพร้อมกับ Sandstone Bumper Case และ Karbon Bumper Case พร้อมกับชุดหูฟัง Bullet Wireless Z (Black) พร้อมบัตร VIP Card ประกันหน้าจอแตก 1 ครั้งนาน 1 ปี มูลค่ารวมสูงสุดถึง 16,069 บาท และสามารถใช้งาน Google One จำนวน 100GB ฟรี 3 เดือน

ส่วนใครที่จองกับทาง AIS จะได้รับส่วนลดค่าเครื่องสูงสุด 10,500 บาท (สำหรับลูกค้าย้ายค่ายเบอร์เดิม รับส่วนลดเพิ่มอีก 1,000 บาท) โดย OnePlus 8 เริ่มต้น 18,990 บาท รับเพิ่มฟรี สิทธิดู YouTube Premium และ AIS PLAY FAMILY ฟรีสูงสุด 6 เดือน แถมเพิ่มโปรโมชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก AIS รับสิทธิ ชม Netflix นาน 3 เดือนเฉพาะในช่วงสั่งซื้อเครื่องล่วงหน้าเท่านั้น และผู้ที่สนใจรับชมรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ : www.ais.co.th/oneplus8

Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

Featured

รีวิว Vivo Y50 สมาร์ตโฟน Ultra Speed เร็วแรงทะลุพิกัด ขุมพลัง Snapdragon 665 พร้อมจอ Ultra O Screen และกล้อง 4 เลนส์สวยงาม

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Vivo Y50 สมาร์ตโฟนรุ่นกลาง สเปคแจ่ม พร้อมความแรงแบบ Ultra Speed เร็วแรงทะลุพิกัด จัดเต็มหน้าจอแสดงผล Ultra O Screen ฝังกล้องหน้าลงในหน้าจอ พร้อมหน่วยประมวลผลตัวแรงในระดับกลางอย่าง Qualcomm Snapdragon 665 จะเป็นอย่างไร เรามาดูกันครับ

 

สรุปสเปค Vivo Y50

  • ขนาดตัวเครื่อง : 162.04 × 76.46 × 9.11 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 197 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Ultra O Screen แบบ LCD กว้าง 6.53 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล) และพื้นที่การแสดงผลที่ 90.7%
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 665 Octa-core
  • RAM 8 GB
  • ROM 128 GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย Funtouch OS 10
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 4 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Super Wide-Angle 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
    • เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4G + 5G, Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ตัวกล่องของ Vivo Y50 มีความสวยงามที่เล่นลวดลายบริเวณหน้ากล่องพร้อมกับชื่อรุ่นและแบรนด์อย่างชัดเจนครับ

ส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ภายในกล่องมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง Vivo Y50 พร้อมติดฟิล์มกันรอย
  • อะแดปเตอร์ชาร์จ 10W
  • สาย USB Type-C
  • เคสใส
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม

 

ด้านดีไซน์ของ Vivo Y50 ถือว่าออกมาแบบมาได้ดีเกินราคา เพราะที่ด้านหลังมีความโค้งเพื่อให้จับถือได้ดี ไม่บาดมือ ทำให้ใช้งานได้นานขึ้นครับ โดยวัสดุด้านหลังเป็นพลาสติกที่จับถือได้ไม่ลื่นมือแน่นอน

 

สีที่เราได้มาเป็นสีดำ Black Mysterious ที่เน้นความเข้มขรึมแล้วดูคลาสสิกมากๆ แต่เมื่อสะท้อนกับแสงก็จะมีการเล่นกับลวดลายที่โมดูลกล้องหลังเครื่องคล้ายกับการเปล่งแสงออกมาจากในตัวกล้องครับ

 

หน้าจอแสดงผลของรุ่นมาแบบ Ultra O Screen ชนิด LCD ขนาดใหญ่ถึง 6.53 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล) ทำให้ความมีคมชัดและสีสันนั้นจัดเต็มแน่นอน

 

ทั้งนี้ พื้นที่การแสดงผลมีถึง 90.7% ทำให้เรารับชมคอนเทนต์ต่างๆ ทำได้แบบเต็มตา รวมถึงการเล่นเกมก็ทำให้เราเห็นมุมมองที่กว้างกว่าอีกด้วย

 

เหนือหน้าจอแสดงผลของ Vivo Y50 จะมีกล้องหน้าที่ฝังในหน้าจอที่มุมซ้ายบน โดยลำโพงสำหรับสนทนาก็อยู่ที่ตรงกลางครับ

 

ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีเพียงช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM ทั้งหมด 2 ช่อง และมีช่องใส่ MicroSD Card อีก 1 ช่อง รวมเป็นทั้งหมด 3 ช่องครับ

 

ส่วนฝั่งขวาเป็นปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power

 

ด้านล่างของตัวเครื่องมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม., ไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวหลัก

 

และที่ด้านหลังมีกล้องหลัง 4 เลนส์ พร้อมไฟแฟลช LED และที่ตรงกลางมีระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้วย

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

Vivo Y50 แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10 ที่ครอบทับด้วย Funtouch OS 10 ช่วยให้การใช้งานภายในระบบมีความลื่นไหลมากขึ้น แถมมีการจัดการทรัพยากรภายในเครื่องดีขึ้นครับ

 

วอลเปเปอร์สวยงาม มีให้เลือกเยอะ

สมาร์ตโฟนรุ่นนี้ก็มีวอลเปเปอร์และธีมมีให้เลือกอย่างหลากหลายครับ ทั้งแบบสดใสๆ แบบเข้มสีดำ หรือร้อนแรงๆ ในโทนสีแดงก็มีครบ

 

โหมดถนอมสายตา

Vivo Y50 ก็มาพร้อมกับฟีเจอร์ถนอมสายตาเพื่อตัดแสงสีฟ้าให้ได้มากที่สุดเพื่อรักษาสายตาระหว่างการใช้งาน โดยเราสามารถปรับโทนสีหรือความอุ่นได้ตามใจชอบ ทั้งยังสามารถตั้งค่าให้เปิด-ปิดตามเวลาที่เราตั้งได้ด้วย

 

โหมดมืดก็ใช้งานได้ในที่แสงน้อย

หากใครไม่อยากตัดแสงสีฟ้าในโหมดถนอมสายตาก็สามารถเปิดโหมดมืดได้เช่นกัน ซึ่งพื้นหลังของแอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่รองรับและในระบบจะเปลี่ยนเป็นสีดำเพิ่มความสบายตาในตอนกลางคืน

 

ระบบความปลอดภัย

Vivo Y50 ก็มีระบบความปลอดภัยในเรื่องการล็อกหน้าจอมาจนครบ ทั้งการสแกนลายนิ้วมือที่อยู่ใช้งานได้ 5 ลายนิ้วมือ ซึ่งสแกนได้ที่ด้านหลังเครื่องครับ โดยความรวดเร็วและความเสถียรในการใช้งานก็ทำได้ดีเลยทีเดียว

รวมถึงการสแกนใบหน้าที่ก็ทำได้ดีไม่แพ้กันครับ สแกนได้รวดเร็วและยังไม่มีความผิดพลาดให้เห็น

 

เปลี่ยนเอฟเฟ็กต์แบบไดนามิกให้ไม่ซ้ำใคร

เอฟเฟ็กต์แบบไดนามิกเป็นการเปลี่ยนเอฟเฟ็กต์ความเคลื่อนไหวของระบบที่ให้มีความสวยงามมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจดจำใบหน้า, การเข้าสู่หน้าจอหลัก, การใช้งานระหว่างสาย USB และการเปิด/ปิดหน้าจอ

 

เพิ่มความสะดวกสบายด้วยปุ่ม Easy Touch

สำหรับ Easy Touch เป็นฟีเจอร์ที่เพิ่มความสะดวกสบายในการปรับแต่งเมนูเพื่อให้เข้าถึงแอปพลิเคชั่นและเครื่องมือด่วนต่างๆ ที่เราตั้งค่าได้เร็วขึ้น ไม่ต้องปัดหาให้เสียเวลาครับ ใครใช้แอปหรือเครื่องมือไหนบ่อย ก็เพิ่มเข้ามาใน Easy Touch ได้เลย

ทั้งนี้ก็ยังมีการควบคุมในการใช้งานแทนปุ่มต่างๆ ได้เช่นกัน เช่น แตะค้างเพื่อเข้าหน้าหลัก, กดค้างแล้วเลื่อนไปทางซ้ายเป็นการย้อนกลับ เป็นต้น

 

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ในด้านประสิทธิภาพเครื่อง Vivo Y50 ขับเคลื่อนผ่านหน่วยประมวลผล Snapdragon 665 ควบคู่กับ RAM ที่ให้มาเยอะถึง 8 GB ช่วยให้เราใช้งานได้ไหลลื่นระหว่างการสลับแอปพลิเคชั่นต่างๆ และความจุ 128 GB โหลดแอปหรือเก็บรูปภาพต่างๆ ได้เยอะ แทบไม่ต้องกังวลว่าจะเต็ม

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 314 และคะแนน Multi-Core ที่ 1,377

 

เล่นเกมได้ไม่มีสะดุดด้วยฟีเจอร์ Ultra Game Mode

Ultra Game Mode หรือศูนย์เพิ่มประสิทธิภาพเป็นอีกฟีเจอร์ที่ช่วยเรื่องการเล่นเกมใน Vivo Y50 ไหลลื่นขึ้นเพราะช่วยรีดประสิทธิภาพให้ทำงานได้เต็มที่ พร้อมด้วยการเคลียร์ RAM ทำให้เข้าเกมได้ไวและไม่มีสะดุด ทั้งยังปิดกั้นการแจ้งเตือน ไม่ให้มีอะไรเด้งมาบดบังหน้าจอให้กวนใจ

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

สำหรับ ROV เราเปิดภาพกราฟิกระดับสูงพร้อมเปิดโหมดเฟรมเรทสูงเช่นกัน เล่นในโหมด 5 VS 5 ได้ปกติครับ การเคลื่อนที่ การกดสกิลต่างๆ ถือว่าใช้งานได้ค่อนข้างตามนิ้ว ตอบสนองได้เร็ว เฟรมก็วิ่งที่ราว 57-60fps ตลอดทั้งเกม ไม่ได้ดรอปอะไรมาก

 

PUBG Mobile

สำหรับเกม PUBG Mobile ในรุ่น Vivo Y50 สามารถปรับได้ที่กราฟิกแบบสมดุล และเฟรมเรทระดับกลางครับ โดยต้องรอการอัปเดทหากต้องการปรับให้สูงขึ้นกว่านี้ ซึ่งเราทดสอบในการเล่นโหมดปกติ 100 คน ตลอดทั้งเกมก็เล่นได้แบบไหลลื่นแน่นอนครับ กดยิงได้ค่อนข้างเรียลไทม์ ส่วนเรื่องอาการกระตุกก็ไม่เจอครับ

 

Call of Duty: Mobile

ส่วนเกมแนว FPS อีกเกมอย่าง Call of Duty: Mobile ก็สามารถเล่นได้ในระดับกราฟิกและเฟรมเรทระดับ Very High ครับ ซึ่งเกมนี้เป็นเกมที่เราสามารถเปิดโหมด E-Sport เพื่อให้ทรัพยากรในเครื่องใช้งานได้กับเกมนี้ล้วนๆ ซึ่งการเล่นก็แน่นอนว่าไม่มีปัญหาอะไรครับ

 

แบตเตอรี่อึด 5000mAh เล่นเกมได้ยาวๆ ใช้งานตลอดวัน

Vivo Y50 มีแบตเตอรี่ที่ให้มาถึง 5000mAh โดยแบตเตอรี่ที่เราใช้งานก่อนเล่นเกมอยู่ที่ประมาณ 85% หลังจากเล่นจบไปประมาณ 1 ชั่วโมงก็ลดลงอยู่ที่ 75% ถือว่าอึดมากๆ ใครที่ใช้งานทั่วไป ไม่ได้เล่นเกมรับรองว่ารอดตลอดวันแน่นอนจ้า

 

กล้องถ่ายรูป

แม้ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นเล็ก แต่ Vivo Y50 ก็มีกล้องให้เราใช้ครบทุกฟีเจอร์ โดยแต่ละเลนส์ที่ด้านหลังและหน้ามีดังนี้เลย

กล้องหลัง

  • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Super Wide-Angle 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0

เลนส์หลัก AI ถ่ายสวยงามแบบอัตโนมัติ

Vivo Y50 สามารถถ่ายได้สวยงามผ่านเลนส์หลัก เพราะมี AI ในการแยกแยะหมวดหมู่อย่างชาญฉลาด เช่น อาหาร, จอ, แมว หรือดอกไม้ เป็นต้น

 

ถ่ายมุมกว้าง เก็บบรรยากาศได้ครบผ่านเลนส์ Super Wide-Angle

จัดเลนส์ Super Wide-Angle มาให้ด้วยสำหรับ Vivo Y50 ครับ โดยได้มุมมองกว้างถึง 120 องศา กว้างกว่าเลนส์หลักอย่างเห็นได้ชัดเจนมากๆ เรียกว่าถ่ายเพียงช็อตเดียวก็เก็บบรรยากาศได้ครบครัน และภาพก็สวยงามคมชัดแทบไม่ต่างจากเลนส์หลักเท่าไหร่


เลนส์หลัก / เลนส์ Super Wide-Angle


เลนส์หลัก / เลนส์ Super Wide-Angle

 

หรือจะใช้เลนส์ Super Wide-Angle ถ่ายกับบุคคลก็ได้อีกมุมมองหนึ่งที่สวยงามไม่แพ้กันครับ

 

โหมด Portrait เบลอหลังได้เนียนๆ

เป็นรุ่นเล็กที่สามารถถ่าย Portrait เบลอฉากหลังได้ละลายเหมือนกันสำหรับ Vivo Y50 ซึ่งในโหมดนี้จะทำให้ภาพดูมีมิติมากขึ้น บุคคลดูเด่นชัด เพราะฉากหลังเบลอออกไป

กล้องหลัง

 

กล้องหน้า

 

ถ่ายกลางคืนก็งามด้วย Super Night Mode

จัดมาให้แม้เป็นรุ่นประหยัดครับกับ Super Night Mode ที่ช่วยให้เราถ่ายภาพกลางคืนได้สว่างและคมชัดกว่าโหมดปกติอย่างชัดเจนครับ เช่น ในโหมดปกติภาพกลางคืนอาจเบลอและไม่เห็นสีสันในวัตถุ แต่ใน Super Night Mode เราจะเห็นรูปร่างและสีของวัตถุที่คมชัด


โหมดปกติ / Super Night Mode

 

Super Macro เจาะวัตถุได้ใกล้สุด 4 ซม.

ฟีเจอร์จุดเด่นอย่างสุดท้ายใน Vivo Y50 เป็นเลนส์ Super Macro ที่ทำให้เราเห็นวัตถุได้ใกล้มากที่สุดที่ 4 เซนติเมตร ตามระยะโฟกัส ซึ่งระยะ 4 ซม. ถือว่าใกล้มากๆ จุดเล็กๆ ที่เราอาจไม่เห็นก็ให้เลนส์นี้ช่วยมองได้เลย

 

ใบหน้าสวยงามด้วยฟีเจอร์ AI Face Beauty

ในฟีเจอร์ปรับแต่งใบหน้าสวย AI Face Beauty จะอยู่ในโหมดภาพคนครับ เราสามารถปรับใบหน้าได้อย่างอย่างมากๆ ไม่ว่าจะเป็นผิวนวล, โทนสีผิว, รูปหน้า, กราม, ตาโต, จมูก และอีกหลายอย่างทั่วใบหน้า ซึ่งแต่หมวดปรับได้ตั้งแต่ 0 – 100 ระดับเลยจ้า

 

ถ่ายที่แสงน้อยก็มีให้ผ่านฟีเจอร์ Super Night Selfie

เราถ่ายภาพกลางคืนหรือที่แสงน้อยไปแล้วสำหรับกล้องหลัง แต่กล้องหน้าก็มีเช่นกันด้วยฟีเจอร์ Super Night Selfie ซึ่งตรงนี้เราไม่จำเป็นต้องถ่ายแค่ตอนกลางคืนเท่านั้น แต่ตรงไหนที่แสงน้อยๆ ก็ใช้โหมดนี้ช่วยได้เป็นอย่างดีเลย


โหมดปกติ / โหมด Super Night Selfie

หมดปกติ / โหมด Super Night Selfie

 

 

สติ๊กเกอร์ AR ถ่ายได้น่ารักๆ มีให้หลายแบบ

ใครที่ไม่ชอบถ่ายแบบธรรมดาๆ อยากให้มีลูกเล่นแบบน่ารักๆ อย่างสติ๊กเกอร์ AR ก็มีให้เลือกหลายแบบมากๆ ครับ เพิ่มมิติความสดใสในภาพได้เป็นอย่างดี แถมใช้ได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังเลยครับ

 

สรุปจุดเด่น

  • กล้องหลัง 4 เลนส์ ครบทุกฟีเจอร์ที่ต้องการแน่นอน ทั้งเลนส์ Super Wide Angle, Macro แถมมี Super Night Mode ทั้งกล้องหน้าและหลัง
  • หน้าจอ Ultra O Screen กว้างถึง 6.53 นิ้ว ควบคู่กับความคมชัด FullHD+ รับชมวิดีโอต่างๆ ได้คมชัดตามมาตรฐานแน่นอน
  • ใช้หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 665 ที่เป็นชิปรุ่นกลาง แต่มีความแรงในการใช้งาน ไม่มีสะดุด ทั้งยังมี RAM 8GB + ROM 128GB ใช้ได้แบบจุใจ
  • แบตเตอร์รี่ให้มามากถึง 5000mAh พร้อมให้ใช้งานได้ตลอดวันแน่นอน

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่มีหูฟังภายในกล่อง

ใครที่สนใจ Vivo Y50 พร้อมวางจำหน่ายในราคา 7,999 บาท

อ่านต่อ...

Featured

รีวิว Samsung Galaxy A31 หน้าจอ Super AMOLED แบตอึด เซลฟี่สวยกล้อง 20 ล้านพิกเซล

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Samsung Galaxy A31 สมาร์ทโฟนราคาต่ำกว่าหมื่นบาทที่ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน มาพร้อมหน้าจอ Infinity-U สีสันสดใส Super AMOLED แบตเตอรี่อึด 5000mAh จัดเต็มด้วยกล้องหลัง 4 เลนส์ ความละเอียดสูงสุดถึง 48 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าเซลฟี่ 20 ล้านพิกเซล

Samsung Galaxy A31 Review

สรุปสเปค Samsung Galaxy A31

  • ขนาดตัวเครื่อง : 159.3 x 73.1 x 8.6 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 185 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Infinity-U ชนิด Super AMOLED กว้าง 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (1080 x 2400 พิกเซล)
  • หน่วยประมวลผล : MediaTek Helio P65
  • RAM 6 GB
  • ROM 128 GB รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD สูงสุด 512GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย One UI 2.1
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 4 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
    • เลนส์ Ultra Wide 123 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac 2.4G+5GHz, Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับ Fast Charge 15W

 

ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

Samsung Galaxy A31 ตัวเครื่องสี Prism Crush White ที่ให้มุมมองสีสันที่แตกต่างกันออกไปบนโทนสีขาวที่ดูเรียบสวยแต่ซ่อนไว้ด้วยความหรูหรา

Samsung Galaxy A31 Review

 

ฝาหลังของ Galaxy A31 นอกจากจะซ่อนมุมมองสีที่แตกต่างกันแล้ว ลักษณะผิวก็มีการผสมผสานกันอย่างตัวระหว่างผิวเรียบและผิวที่มีลายเส้น อีกทั้งยังมีความโค้งเว้าแบบ 3D ด้วย ซึ่งทำให้เวลาจับใช้งานมีความกระชับ ถนัดมือมากขึ้น

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

อีกหนึ่งข้อดีของตัวเครื่องสีขาวแบบนี้ จะช่วยลดการมองเห็นการเกิดคราบรอยนิ้วมือได้เป็นอย่างดีและสามารถเช็ดทำความสะอาดคราบเลอะได้ง่าย

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

กล้องด้านหลังมีดีไซน์ทรงสี่เหลี่ยมแและจัดเรียงกล้องไว้ทั้งหมด 4 เลนส์ พร้อมไฟแฟลช LED โดยแต่ละเลนส์ประกอบด้วย

  • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • เลนส์ Ultra Wide-Angle 123 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

Samsung Galaxy A31 Review

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

หน้าจอแสดงผลของ Galaxy A31 มีขนาด 6.4 นิ้ว Super AMOLED ที่มีการขยายหน้าจอให้ชิดขอบทุกด้าน และมีรอยบากแบบขนาดเล็ก Infinity-U บริเวณขอบบนหน้าจอเพื่อติดตั้งกล้องหน้า

Samsung Galaxy A31 Review

 

สำหรับกล้องหน้ามีความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และบริเวณใกล้ๆ กันตรงขอบตัวเครื่องจะมีลำโพงสำหรับใช้ฟังเสียงตอนโทรศัพท์

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

หน้าจอ Super AMOLED มีความโดดเด่นในเรื่องของสีสันที่สวยคมชัด ถูกใจคนชอบดูคลิปวิดีโออย่างแน่นอน

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

ขอบด้านซ้ายจะเป็นช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ Nano SIM 2 ช่อง พร้อมด้วยช่อง MicroSD Card อีก 1 ช่อง รวมทั้งหมด 3 ช่อง

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

ขอบด้านขวาจะเป็นปุ่มเพื่อใช้งานเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

ขอบด้านล่างตัวเครื่องจะมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม., พอร์ต USB Type-C, ไมโครโฟนตัวที่ 1 และลำโพงตัวหลัก

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

ขอบด้านบนมีเพียงไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

Sansung Galaxy A31 เป็นสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมระบบปฏบัติการ Android 10 เวอร์ชั่นล่าสุด และครอบทับด้วย One UI 2.1 โดยในเวอร์ชั่นนี้มีการปรับอินเตอร์เฟซให้ง่ายสำหรับการใช้งานในมือเดียวแม้สมาร์ทโฟนจะมีหน้าจอที่ยาวขึ้น รวมไปถึงสีสันต่างๆ ของ UI ก็ดูสะอาด เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อนด้วย

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

One UI จะเน้นการใช้งานที่ง่ายและสามารถใช้งานมือเดียวได้สะดวก โดยจะสังเกตเห็นว่าข้อความคำอธิบายต่างๆ จะอยู่ครึ่งจอด้านบน ในขณะที่เมนูในการแตะเลือกใช้งานจะที่ครึ่งหน้าจอด้านล่าง เพื่อให้เราสามารถเอื้อมนิ้วไปแตะได้ง่ายมากขึ้นนั่นเอง เช่น ในหน้า “การตั้งค่า” ครึ่งบนเป็นตัวอักษร และครึ่งล่างจะเป็นตัวเลือกต่างๆ เป็นต้น

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

เมื่อปัดหน้าจอไปทางขวาจะพบกับ Samsung Daily หน้าจอที่จะรวมข่าวสารอัปเดทใหม่ๆ และความสนใจของผู้ใช้งานไว้ในที่เดียว โดยเราสามารถกำหนดเองได้ว่าต้องการแสดงข้อมูลอะไรได้บ้าง

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

ด้านการเชื่อมต่อเครือข่ายของรุ่นนี้รองรับ 4G LTE ทั้ง 2 ซิม, Bluetooth 5.0, NFC และรองรับการโทร Wi-Fi กับ VoLTE ด้วย

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

ระบบเสียงที่มีให้ในตัวเครื่องอย่าง Dolby Atmos ก็สามารถใช้งานได้เช่นกัน โดยจะทำงานได้เมื่อใช้งานร่วมกับหูฟัง ซึ่งจะได้ยินเสียงที่มีมิติซ้ายขวา โดยเฉพาะเวลาเล่นเกมหรือดูหนังจะได้ประสบการณ์ที่สนุกมากขึ้น

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

หน้าจอแสดงผลของ Galaxy A31 เป็นหน้าจอแบบ Super AMOLED ที่มีอัตราส่วนคอนทราสต์สูง สีสันสดใส ทำให้ดูหนังหรือเล่นเกมเห็นรายละเอียดที่คมชัดมากๆ

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

ฟีเจอร์ห้ามรบกวนก็เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ให้มาในทุกรุ่นของ Samsung เป็นประโยชน์มากๆ หากไม่ต้องการให้มีการรบกวนในช่วงเวลาสำคัญ โดยสามารถกำหนดช่วงเวลาและอนุญาต

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

สำหรับ One UI 2.1 ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์โหมดแสงทึบ (Dark Mode) เพื่อให้ใช้งานในตอนกลางคืนได้แบบสบายตา โดยพื้นหลังต่างๆ จะเป็นสีดำ และตัวอักษรจะเป็นสีขาว

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

ในเรื่องระบบความปลอดภัยด้วยการสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอแสดงผล ซึ่งการทำงานถือว่ารวดเร็วพอสมควร

Samsung Galaxy A31 Camera Review

 

นอกจากนี้ ก็ยังมีระบบปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า ซึ่งจาการทดสอบใช้งานพบว่าจำแนกใบหน้าได้รวดเร็วดีแม้ในที่แสงน้อย

Samsung Galaxy A31 Camera Review

 

Digital Wellbeing ฟีเจอร์ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานทราบว่าใช้เวลากับสมาร์ทโฟนไปมากน้อยเพียงใดในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการปลดล็อคหน้าจอ จำนวนการแจ้งเตือน และใช้เวลาแต่ละแอปไปเท่าไหร่ เป็นต้น

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ด้านประสิทธิภาพของ Samsung Galaxy A31 มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล MediaTek Helio P65 กับ RAM 6GB และความจุ (ROM) 128GB ทำให้ใช้งานได้ไหลลื่นและเก็บไฟล์หรือโหลดแอปพลิเคชั่น/เกมต่างๆ ได้แบบเต็มที่ แทบไม่ต้องกลัวเต็มครับ ทั้งยังสามารถเพิ่ม MicroSD Card ได้อีกถึง 512GB เลยทีเดียว

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

สำหรับฟีเจอร์การเล่นเกมก็มาให้พร้อมสำหรับเกมเมอร์ตั้งแต่ Game Launcher ที่เป็นพื้นที่รวบรวมเกมที่โหลดไว้ในที่เดียว รวมถึงบอกระยะเวลาในการเล่นเกมต่างๆ ได้ด้วย

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

Game Booster ที่ช่วยเรื่องการรีดประสิทธิภาพทั้งหมดของเครื่องเพื่อให้เล่นเกมได้แบบไร้ปัญหากวนใจ โดยเราสามารถปรับประสิทธิภาพเกมได้ 3 แบบ ได้แก่ เน้นประหยัดพลังงาน, ปรับให้เท่ากัน หรือเน้นประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ก็ยังสามารถปิดกั้นการแจ้งเตือน, บันทึกหน้าจอระหว่างเล่น ดูอุณหภูมิ และ RAM แบบเรียลไทม์ได้เช่นกัน

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

ทดสอบการเล่นเกม ROV ปรับตามค่าเริ่มต้นภาพ HD ระดับมาตรฐาน, การแสดงผลระดับสูง เพื่อดูว่าจะไหวหรือไม่ในโหมด 5 VS 5 ทุกอย่างเล่นได้ปกติ แม้ว่าจะไม่รองรับเฟรมเรทระดับสูง แต่ว่าเฟรมเรทตลอดการเล่นก็ทำได้นิ่งๆ ที่ 29-30fps

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

หน้าจอที่ใหญ่และกว้างของ Galaxy A31 ยังช่วยให้เรื่องของการมองเห็นศัตรูที่อยู่รอบๆ ขอบจอได้ดีอีกด้วย

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

มาต่อกันที่เกม Call Of Duty: Mobile ปรับเฟรมเรทระดับกลาง และเล่นในโหมด Battle Royale 100 คน การควบคุมเล็งเป้าต่างๆ ถือว่าพอเล่นได้

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

แบตเตอรี่ของ Samsung Galaxy A31 ถือว่าให้มาเยอะมากๆ 5000mAh ใช้งานทั่วไปได้ยาวนานทั้งวัน หรือเล่นเกมต่อเนื่องก็อยู่ได้ยาวๆ หลายชั่วโมง และรองรับ Fast Charge 15W จากแบตเตอรี่น้อยๆ ชาร์จประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ก็เต็ม

Samsung Galaxy A31 Full Review

 

กล้องถ่ายรูป

มาเริ่มกันที่กล้องหน้า Galaxy A31 เซลฟี่สวยด้วยกล้องความละเอียด 20 ล้านพิกเซล แถมมี Beauty Mode ปรับความสวยของใบหน้าได้ หรือถ้าใครเบื่อโทนสีแบบปกติ ก็เลือกฟิลเตอร์ได้

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

รูปถ่ายเซลฟี่ใน Beauty Mode ต้องบอกว่าทำให้ได้รูปใบหน้าที่ออกมาสวยโดยไม่ต้องแต่งผ่านแอปอื่นๆ ให้ยุ่งยาก ถ่ายปุ๊บก็สามารถแชร์ลงโซเชียลได้ทันที

Samsung Galaxy A31 Camera Review Samsung Galaxy A31 Camera ReviewSamsung Galaxy A31 Camera Review Samsung Galaxy A31 Camera Review Samsung Galaxy A31 Camera Review Samsung Galaxy A31 Camera Review

 

ฟีเจอร์กล้องหน้าที่ชอบมากๆ อย่างหนึ่งคือการใช้ฝ่ามือในการสั่งให้กล้องนับถอยหลังเพื่อกดถ่ายเซลฟี่ ซึ่งเป็นประโยชน์มากๆ ทำให้เราไม่ต้องเอื้อมแขนไปกดชัตเตอร์ สามารถโพสต์ท่าต่างๆ ได้มากขึ้น และไม่ต้องกลัวเครื่องหลุดมือด้วย

Samsung Galaxy A31 Camera Review

 

กล้องหน้ายังสามารถถ่ายเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังละลายได้ด้วยโหมดไลฟ์โฟกัส (Live Focus) ซึ่งเป็นนทำให้รูปเซลฟี่มีความชัดโดดเด่นขึ้นมาในขณะที่ฉากหลังก็จะละลาย

Samsung Galaxy A31 Camera Review

 

รูปเซลฟี่ในโหมดไลฟ์โฟกัสจากกล้อง Galaxy A31 จะเห็นว่าการละลายฉากหลังทำได้เนียนเป็นธรรมชาติ ตัดขอบตัวคนได้ออย่างแม่นยำ ทำให้การเซลฟี่มีสวยโดดเด่นขึ้นมา แต่ถ้าอยากให้เห็นวิวด้านหลังชัดๆ ด้วยก็ถ่ายโหมดออโต้ปกติได้เลย

Samsung Galaxy A31 Camera Review Samsung Galaxy A31 Camera Review

 

กล้องหน้าของ Galaxy A31 สามารถเลือกเปลี่ยนฟิลเตอร์เพื่อเปลี่ยนโทนสีของภาพได้

Samsung Galaxy A31 Camera Review Samsung Galaxy A31 Camera Review

 

กล้องหน้ายังมีลูกเล่น AR Sticker หรือ Decorate Picture ที่มีสติ๊กเกอร์ให้แต่งภาพเยอะมากๆ ทั้งธรรมดา และแบบดุ๊กดิ๊กได้ ทำให้การเซลฟี่สนุกได้มากขึ้น

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

นอกจากนี้แล้วก็ยังมี AR Doodle ซึ่งเป็นฟีเจอร์เหมือนกับรุ่นแพงๆ เลย ทำให้เราสามารถวาดสิ่งต่างๆ ตอนถ่ายรูป แล้วบันทึกเป็นวิดีโอสนุกๆ ได้

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

มาต่อกันที่กล้องหลัง 4 เลนส์ เริ่มกันที่การถ่ายรูประยะไกล้ด้วยกล้องโหมด Macro ขนาด 5 ล้านพิกเซลของ Galaxy A51 เป็นเลนส์สำหรับถ่ายรูประยะใกล้ประมาณ 4 เซนติเมตร จะเห็นว่ารูปที่ถ่ายออกมามีความคมชัดมากๆ ทำให้เราได้เห็นรายละเอียดในระยะใกล้ๆ ซึ่งปกติแล้วกล้องหลักจะไม่สามารถทำได้เพราะระยะจะไม่ได้และทำให้หลุดโฟกัส

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

กล้อง Macro เหมาะมากๆ เวลาที่เราอยากจะถ่ายช่อดอกไม้ให้เห็นรายละเอียดของเกสรที่อยู่บริเวณกลางดอกไม้ หรือถ่ายพวกเล็กสัตว์เล็กๆ

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

 

สำหรับกล้องหลักของ Galaxy A31 มีความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิกเซล เวลาถ่ายภาพออกมาก็จะภาพที่มีขนาดใหญ่ และยังมีความฉลาดที่จะช่วยให้รูปถ่ายของเราออกมาสวยได้ง่ายๆ ด้วย AI สำหรับคอยตรวจจับและแยกแยะหมวดหมู่ต่างๆ เช่น อาหาร, พืช, สัตว์ หรือท้องฟ้า เป็นต้น

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

จะเห็นว่าภาพถ่ายที่ได้สามารถเก็บแสงและสีได้อย่างคมชัด ทำให้เราถ่ายรูปได้สวยๆ แบบนี้ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืนที่มีแสงน้อยๆ และเวลาเราซูมเข้าไปดูรายละเอียดเล็กๆ ในรูปก็เห็นชัดด้วย

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

 

เลนส์ Ultra Wide ที่มีมุมกว้างพิเศษ ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ถ่ายมุมกว้างได้ถึง 123 องศา เวลาเราจะถ่ายภาพมุมกว้าง ให้แตะที่ไอคอนโหมดกล้อง Ultra Wide เราก็จะเห็นภาพบนหน้าจอที่กว้างขึ้นทันที

Samsung Galaxy A31 Android 10 One UI 2.1 Review

 

จะเห็นว่าภาพที่ถ่ายด้วยโหมดนี้ทำให้มุมมองที่กว้างมากๆ โดยเฉพาะการถ่ายวิวหรืออาคารสูงๆ ได้ทั้งหลัง และที่สำคัญคือไม่ต้องถอยออกไปห่างๆ จากวัตถุที่ต้องการถ่ายอีกต่อไปแล้ว

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

Samsung Galaxy A31 Camera Testing ReviewSamsung Galaxy A31 Camera Testing Review

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

 

อีกหนึ่งโหมดที่เเป็นการใช้ความสามารถของกล้อง Depth และกล้องหลักทำงานร่วมกัน คือการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังละลายของโหมดไลฟ์โฟกัส เพื่อช่วยให้การตัดขอบตัวคนเพื่อละลายฉากหลังทำได้เนียนเป็นธรรมชาติมากขึ้น

Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review Samsung Galaxy A31 Camera Testing Review

 

เวลาที่เราถ่ายภาพด้วยโหมดไลฟ์โฟกัสเสร็จแล้ว เราสามารถนำมาปรับความเบลอ เลือกจุดโฟกัสใหม่ และเปลี่ยนเอฟเฟ็กต์ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเบลอ, สปิน, ซูม และคัลเลอร์พอยท์ ทำให้จุดที่เราต้องการโฟกัสโดดเด่นมากขึ้นด้วยสีปกติแล้วส่วนอื่นกลายเป็นสีขาวดำ

Samsung Galaxy A31 Live Focus Camera Review Samsung Galaxy A31 Live Focus Camera Review

 

นอกจากนี้แล้ว ภาพถ่ายโหมดไลฟ์โฟกัสที่ละลายฉากหลังจนเกิดไฟดวงไฟโบเก้ สามารถปรับดวงไฟเป็นรูปร่างต่างๆ ได้ด้วย เช่น รูปหัวใจ รูปดาว รูปหูกระต่าย เป็นต้น

Samsung Galaxy A31 Live Focus Camera Review Samsung Galaxy A31 Live Focus Camera Review

 

สรุปจุดเด่น

  • เป็นสมาร์ทโฟนราคาต่ำกว่าหมื่นบาทที่ได้ฟีเจอร์ครบ ตอบโจทย์ชาวโซเชียล
  • ดีไซน์เครื่องสวย หน้าจอ Super AMOLED สีสันสดใส
  • กล้องหน้าเซลฟี่ 20 ล้านพิกเซล ถ่ายสวย คมชัด ลูกเล่นเพียบ
  • กล้องหลัง 4 เลนส์ ครบทุกมุมมอง เก็บรายละเอียดได้คมชัด
  • ระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด Android 10 และ One UI 2.1
  • RAM 6GB + ROM 128GB
  •  แบตเตอรี่อึด 5000 mAh

จุดสังเกต

  • เล่นเกมต้องปรับกราฟิกลงเพื่อให้เล่นเกมได้ Smooth ขึ้น

ใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ สเปคครบ ราคาคุ้มค่า Samsung Galaxy A31 วางจำหน่ายแล้วในราคา 8,999 บาท มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Prism Crush Black, Prism Crush Blue และ Prism Crush White รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ https://samsung.com/th/galaxy-a31

อ่านต่อ...

Featured

เปิดกลยุทธ์ 3BB รุกตลาดบรอดแบนด์ด้วย Pain Point ของลูกค้า ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

3BB broadband with customers pain points

ตลาดที่มีการแข่งขันสูงมากอย่างบรอดแบนด์เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ให้บริการทุกค่ายต่างออกกลยุทธ์ของตัวเองมาเพื่อใช้รักษาฐานลูกค้าและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดจากค่ายอื่น ผู้นำทางด้านมาตรฐานความเร็วอย่าง 3BB ได้สร้างความเร็วขั้นต่ำของเน็ตบ้านให้อยู่ที่ 1 Gbps อย่างที่ใครไม่กล้าให้ และยังเพิ่มความเร็วให้กับลูกค้าในราคาเดิมมาอย่างต่อเนื่อง ถือว่าเป็นอาวุธหลักที่ 3BB นำปัญหาการใช้งานมาปรับปรุงแก้ไข เพื่อเปลี่ยนเป็นสินค้าและการให้บริการที่ดีที่สุด

3BB เน็ตบ้านที่เข้าใจลูกค้ามากที่สุด

สุพจน์ สัญญพิสิทธิ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า 3BB ให้ความสำคัญกับการวิจัยตลาดเป็นอย่างมาก เพราะฐานลูกค้าและโครงข่ายของ 3BB นั้นส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด จึงไม่มีการนำเสนอสินค้าที่ล้ำมากเกินความจำเป็น และจากการวิเคราะห์ทำความเข้าใจความต้องการหรือความรู้สึกของลูกค้า 3BB จึงได้นำเสนออินเทอร์เน็ตและบริการที่ตอบสนองความพึงพอใจ คุณภาพสูง ใช้งานได้จริง เข้าถึงได้ง่าย เปรียบเสมือนเพื่อนซี้ที่อยู่เคียงข้างลูกค้าได้ในทุกวัน

พลิกปัญหาลูกค้าเป็นแพ็กเกจใหม่ให้ตอบโจทย์

3BB ได้รวบรวมเอาเรื่องร้องเรียนถึงปัญหาการใช้งานของลูกค้ามาออกแพ็กเกจใหม่ๆ เพื่อแก้ไขปัญหา ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าผู้ใช้งานในบ้าน 1 หลังมีสมาชิกหลายคน ดังนั้นจะมีการเชื่อมต่อพร้อมกันในหลายอุปกรณ์ แบนด์วิดท์จึงมีความสำคัญต้องให้เพียงพอกับการใช้งานของครอบครัว โดยส่วนใหญ่มีการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi จากโทรศัพท์มือถือ จึงทำให้ความเร็วในการใช้งานต่ออุปกรณ์ลดลงไปอีก 3BB จึงได้มีการอัพความเร็วให้ลูกค้าอัตโนมัติโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพื่อลดปัญหาการใช้งานและทำให้ลูกค้าสามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ในช่วงวิกฤต COVID-19 ระบาด ผู้ใช้งานเริ่ม Work from Home ทำให้มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการใช้งาน 3BB จึงตัดสินใจเพิ่มสปีดให้ลูกค้าไฟเบอร์ที่ความเร็ว 1 Gbps ให้กับทุกรายโดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า ให้มีความเร็วแรงมากยิ่งขึ้น ถือได้ว่าเป็นกำหนดมาตรฐานความเร็วเน็ตบ้านใหม่ไปในตัว

 

3BB broadband with customers pain points

ความเร็ว 1 Gbps หรือ 1000Mbps หากคิดในมุมการใช้งานแบบเชื่อมต่อ Wi-Fi ภายในบ้าน ก็จะพบว่าความเร็ว 1 Gbps สามารถตอบโจทย์การใช้งานแบบไร้สายเพราะสามารถทำความเร็วได้สูงขึ้น นอกจากนี้ปัญหาส่วนใหญ่ 3BB ยังพบว่า สัญญาณไม่สามารถครอบคลุมได้อย่างทั่วถึง จึงได้เริ่มมีการอัพเกรดอุปกรณ์ Wi-Fi เป็นรุ่นใหม่ เช่น Wi-Fi AC2100 และแบบ High Performance Wireless อย่าง Wi-Fi 6 ที่กำลังจะมา มีความสามารถในการรับส่งข้อมูลหลายอุปกรณ์ได้ดีมากยิ่งขึ้น และทำระยะทางได้ไกล ตอบโจทย์คนในครอบครัวและตอบรับกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่เพิ่มประสบการณ์ในการใช้งานอินเตอร์เน็ตที่เร็วแรงไม่มีสะดุด

 

3BB broadband with customers pain points

3BB พบว่าปัจจุบันลูกค้ามีความต้องการใช้อินเทอร์เน็ตแทบตลอดเวลา ไม่เพียงเฉพาะในบ้านหรือนอกบ้าน การใช้งานที่ไม่เพียงพอของแพ็กเกจ 4G ในมือถือ ความต้องการซิมอินเทอร์เน็ตพ่วงกับอินเทอร์เน็ตบ้าน โดยส่วนใหญ่เป็นลูกค้าต่างจังหวัด และเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการเติบโตจากฐานลูกค้าบรอดแบนด์ 3BB กับ dtac จึงให้ความร่วมมือกันออกแพ็กเกจ เน็ตบ้าน 1 Gbps + เน็ตมือถือ 10 GB เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการอย่างต่อเนื่อง

 

3BB broadband with customers pain points

3BB อาจเคยถูกมองว่ามีเพียงอินเทอร์เน็ตเท่านั้น แต่ด้วยความต้องการของลูกค้าที่ต้องการต่อยอดการใช้งานเช่น Streaming หรือ ดูหนัง จึงได้มีการออกแพ็กเกจ GIGATainment ที่ 3BB จับมือกับผู้ให้บริการคอนเทนต์ อย่าง MONOMAX และ HBO GO สอดคล้องพอดีกับที่ 3BB จะก้าวเข้าสู่ Telco & Media Entertainment เน็ตบ้านพร้อมความบันเทิง และเตรียมแผ่ขยายความยิ่งใหญ่ไปอีกหลากหลายช่องทางในปลายปีนี้ ทั้ง แอปพลิเคชั่น กล่อง IPTV เพื่อเติมความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบ

เรียนรู้และเข้าใจในความต้องการลูกค้าเพื่อพัฒนาให้เกิดบริการให้ดีที่สุด

ประสบการณ์ในการใช้งานของลูกค้านั้นปัจจุบันไม่ได้มีเพียงอยู่แค่ที่เดียว แต่ลูกค้ามีการใช้งานในหลายช่องทางมากขึ้น ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ซึ่งการที่ลูกค้าเห็นโฆษณาทางออนไลน์ไม่ได้แปลว่าลูกค้าคนนี้จะต้องสมัครบริการทางออนไลน์เสมอไป ซึ่งการปิดการขายโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะไปจบที่ออฟไลน์ จากสถานการณ์ โรคระบาด COVID-19 ปัจจุบันทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่เริ่มหันมาใช้งานแบบออนไลน์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การสมัครบริการ ติดต่อสอบถาม รวมไปถึงการชำระเงิน ทำให้ 3BB ต้องเร่งพัฒนาช่องทางดิจิตอลเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าโดยขณะนี้ทาง 3BB เองก็ได้มีแอปพลิเคชั่น 3BB Member เว็บไซต์หลัก 3BB และ LINE OA เพื่อตอบโจทย์การใช้งานอย่างครบวงจรได้บนหน้าจอของลูกค้าเองโดยไม่ต้องเดินทางมายังศูนย์บริการ

ทั้งหมดนี้เป็นข้อพิสูจน์ได้ว่า 3BB ไม่เคยหยุดพัฒนาในเรื่องของการให้บริการ อีกทั้งยังได้วิเคราะห์สาเหตุของปัญหาและมีการนำมาแก้ไขเพื่อพัฒนาระบบ รวมไปถึงการคาดคะเนพฤติกรรมและต่อยอดการให้บริการได้อย่างแม่นยำโดยที่ลูกค้ายังไม่ได้บอกความต้องการ ถือเป็นการลดอัตราการขอยกเลิกที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และนอกจากนี้ ยังมีการฝึกอบรมบุคลากรของ 3BB ให้เน้นปรับตัวตามเทคโนโลยี มีความรู้ ความเข้าใจ และให้ความสำคัญกับการบริการอย่างดีที่สุด

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Featured3 วัน ที่แล้ว

รีวิว Vivo Y50 สมาร์ตโฟน Ultra Speed เร็วแรงทะลุพิกัด ขุมพลัง Snapdragon 665 พร้อมจอ Ultra O Screen และกล้อง 4 เลนส์สวยงาม

Vivo Y50 สมาร์ตโฟนรุ...

Samsung Galaxy A31 Review Samsung Galaxy A31 Review
Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Samsung Galaxy A31 หน้าจอ Super AMOLED แบตอึด เซลฟี่สวยกล้อง 20 ล้านพิกเซล

Samsung Galaxy A31 ส...

3BB broadband with customers pain points 3BB broadband with customers pain points
Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

เปิดกลยุทธ์ 3BB รุกตลาดบรอดแบนด์ด้วย Pain Point ของลูกค้า ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

ตลาดที่มีการแข่งขันส...

Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว OnePlus 8 Pro เรือธงรุ่นใหม่พลังแรง หน้าจอ QHD+ 120Hz, กล้อง 4 เลนส์ และรองรับชาร์จไร้สายรุ่นแรกของแบรนด์

  รุ่นพี่ใหญ่ของ One...

HUAWEI nova 7i AI Video Editing HUAWEI nova 7i AI Video Editing
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

แนะนำ HUAWEI nova 7i ตัดต่อวีดีโอแบบง่ายๆ จบในเครื่อง ไม่ต้องลงแอปเพิ่ม

เชื่อว่าทุกวันนี้ ใค...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์39 นาที ที่แล้ว

หูฟังไร้สายของ OPPO ได้รับรางวัล A’Design Awards ทั้งหมด 3 รุ่น แสดงการผสมผสานของดีไซน์และฟังก์ชั่นได้อย่างลงตัว

ตั้งแต่หูฟังไร้สาย O...

ข่าวประชาสัมพันธ์1 ชั่วโมง ที่แล้ว

AIS ห่วงใยเด็กไทย จัดแพ็กมือถือ/เน็ตบ้าน “LEARNING FROM HOME” สุดประหยัด เสิร์ฟ สมาร์ทโฟนพร้อมใช้ ตอบทุกโจทย์การเรียนออนใลน์ยุคใหม่

เอไอเอส มุ่งเสริมการ...

Android News1 ชั่วโมง ที่แล้ว

สรุปแคตาล็อกและสเปคมือถือประจำสัปดาห์ของเว็บไซต์ iPhone-Droid

หลังจากที่เราสรุปสเป...

ข่าวประชาสัมพันธ์2 ชั่วโมง ที่แล้ว

Vivo Y50 และ Y30 แบตอึดจอใหญ่ เริ่มวางจำหน่าย 30 พ.ค. 63 นี้

  Vivo ปล่อยสมา...

IT News2 ชั่วโมง ที่แล้ว

Qualcomm เปิดตัว Wi-Fi 6E และ Bluetooth 5.2 การเชื่อมต่อที่ให้ความเร็วมากขึ้น

Qualcomm Technologie...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง