ติดตามพวกเรา

Featured

รีวิว OnePlus 7T สมาร์ทโฟนตอบโจทย์ทุกการใช้งาน จอลื่น 90Hz แบบ Fluid Display, ขุมพลังตัวท็อป S855+ และกล้อง 3 เลนส์พร้อมทุกสถานการณ์

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

OnePlus 7T สมาร์ทโฟนรุ่นน้องที่สเปคยังจัดเต็มเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอสุดลื่นอย่าง Fluid Display ที่มี Refresh Rate ถึง 90Hz, Snapdragon 855+ Octa Core ขุมพลังที่แรงสุดในตอนนี้ พร้อมด้วยกล้องหลัง 3 เลนส์ที่จัดเรียงในทรงกลมอย่างสวยงามไม่เหมือนใครด้วย

 

สรุปสเปค OnePlus 7T

  • ขนาดตัวเครื่อง : 160.94 × 74.44 × 8.13 มม.
  • น้ำหนัก : 190 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Fluid Display ชนิด AMOLED ขนาด 6.55 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) มี Refresh rate 90Hz, อัตราส่วน 20:9 และรองรับ HDR10+
  • หน่วยประมวลผล : Snapdragon 855+ Octa Core ความเร็ว 2.96 GHz
  • GPU : Adreno 640
  • ความจุ RAM 8GB + ROM 128GB (UFS 3.0)
  • กล้องถ่ายรูปหลัง 3 เลนส์ แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.6 เซ็นเซอร์ Sony IMX586 รองรับ OIS + EIS
    • เลนส์ Ultra Wide Angle 117 องศา ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Telephoto 2x ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 เซ็นเซอร์ Sony IMX471
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย OxygenOS 10
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0 และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 3800mAh รองรับ Warp Charge 30T

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ตัวกล่องของ OnePlus 7T มาในรูปทรงสี่เหลี่ยมทางยาวสีแดงแบบจัดจ้านมากๆ โดยภายในกล่องจะมีอุปกรณ์ต่างๆ ให้ดังนี้ครับ

  • ตัวเครื่อง OnePlus 7T ที่ติดฟิล์มกันรอยมาให้เรียบร้อย
  • อะแดปเตอร์
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • สายชาร์จพอร์ต USB Type-C
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น
  • ข้อความจากซีอีโอ Pete Lau
  • สติ๊กเกอร์โลโก้ OnePlus

 

ดีไซน์ตัวเครื่องของ OnePlus 7T จะมีความแตกต่างจาก OnePlus 7T Pro ไปพอสมควรที่ฝาหลัง ซึ่งจะมาเป็นกล้องหลัง 3 เลนส์ที่จัดเรียงเป็นแนวนอนอยู่ในทรงกลม และมีไฟแฟลช Dual LED อยู่ด้านล่างถัดลงมาจากเลนส์ตัวกลาง ทำให้ดูลงตัวสุดๆ

 

ขณะที่ความสวยงามของวัสดุด้านหลังจะยังเป็นกระจกแบบด้าน โดยสีที่เราได้มาคือสีเงิน Frosted Silver ให้ความรู้สึกที่ดูพรีเมี่ยมมากขึ้น และการจับถือก็ไม่ลื่นหลุดออกจากมือง่ายๆ แน่นอน เพราะมีความโค้งมนแบบกระจก 3D Corning Gorilla Glass

 

ด้านหน้าจอแสดงผลก็อย่างที่เราบอกไปว่า OnePlus 7T นั้นเน้นเรื่องความไหลลื่นของหน้าจอเป็นพิเศษ โดยใช้เป็นหน้าจอ Fluid Display ชนิด AMOLED ขนาด 6.55 นิ้ว คมชัดระดับ FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) และที่สำคัญคือมี Refresh Rate 90Hz ที่ช่วยให้ทุกอย่างสมูทไปหมด เวลาเลื่อนหน้าจอไปมา เราจะแทบไม่เห็นเรื่องความไม่ต่อเนื่องหรือไอคอนที่จะเบลอเลยครับ

 

มาดูที่เหนือหน้าจอแสดงผลกันบ้าง จะมีหยดน้ำที่ฝังกล้องหน้าลงไป ถัดขึ้นไปเล็กน้อยจะมีลำโพงตัวที่ 2 ซึ่งจะเป็นอีก 1 ลำโพงที่ช่วยให้เสียงเป็นระบบสเตอริโอครับ

 

ด้านซ้ายจะมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงเท่านั้น

 

ส่วนฝั่งขวาจะมีปุ่มเลื่อนสำหรับสลับโหมดเสียงแบบเงียบ, สั่น หรือเสียงเข้า

 

ด้านล่างจะมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM จำนวน 2 ช่อง, ไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวที่ 1

 

ส่วนด้านบนจะมีเพียงไมโครโฟนตัวที่ 2 แบบโดดๆ ครับ

 

และสุดท้ายที่ด้านหลังจะเป็นกล้องหลัง 3 เลนส์ในโมดูลทรงกลม พร้อมไฟแฟลช Dual LED ครับ โดยจะมีโลโก้ OnePlus เป็นสัญลักษณ์ตรงกลาง

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการตั้งแต่แกะกล่อง

แน่นอนว่า OnePlus 7T ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการตัวล่าสุดอย่าง Android 10 โดยครอบทับด้วย UI ของตัวเองที่ได้รับการตกแต่งมาให้ใช้งานได้อย่างไหลลื่นเหมือนกับหน้าจอแสดงผลคือ OxygenOS 10

 

 

โดยไอคอนและหน้าตาทั่วไปจะคุ้นชินกันดีหากใครที่ใช้ OnePlus มาก่อนครับ จะเป็นไอคอนทรงกลม มีหน้าจอหลักหากปัดขึ้นจะเป็นหน้าจอแอปพลิเคชั่นทั้งหมด ส่วนการปัดลงจากหน้าจอจะเป็นการใช้งานตั้งค่าด่วนและการแจ้งเตือนต่างๆ

 

 

ถนอมสายตาด้วย Reading Mode

ใครที่ชอบอ่านอะไรตอนกลางคืนหรือในที่แสงน้อยต้องเปิดโหมดการอ่านถึงจะดีครับ โดยจะเป็นการลดแสงสีฟ้าลงเพื่อให้เราใช้งานได้สบายตามากขึ้นนั่นเอง หรือใครจะปรับเป็นโทนสีเอฟเฟกต์ขาวดำก็ได้เช่นกันครับ แล้วแต่ถนัดเลย

 

ใช้งานธีมเข้มหรือ Dark Mode

ใครที่ไม่อยากใช้โหมดการอ่านตามข้างบนก็สามารถปรับเป็นธีมเข้มหรือ Dark Mode ได้เหมือนกัน โดยให้ไปที่การตั้งค่า > การกำหนดเอง > ธีมที่ตั้งค่าไว้ล่วงหน้า และเลือก “สีเข้ม” ซึ่งนอกจากจะถนอมสายตาแล้ว โหมดนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องการประหยัดแบตเตอรี่ให้กับหน้าจอ AMOLED อีกด้วย เรียกว่าได้แบบ 2 ต่อเลย

 

ระบบเสียงสุดกระหึ่มด้วยลำโพงเสียงสเตอริโอคู่ Dolby Atmos

ส่วนสำคัญนอกจากจะมีหน้าจอแสดงผล Refresh Rate 90Hz แล้ว OnePlus 7T ยังมีระบบเสียงลำโพงคู่สเตอริโอแบบ Dolby Atmos ใช้งานกันแบบกระหึ่มไปเลยครับ ไม่ว่าจะเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง ทั้งหมดจะมีการแยกเสียงซ้าย-ขวาให้อย่างชัดเจน เพิ่มอรรถรสความรู้สึกขึ้นไปอีกขั้นได้ดีเลย

 

ระบบความปลอดภัยขั้นสูง

OnePlus 7T ก็มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยขั้นสูงถึง 2 แบบ ได้แก่ เทคโนโลยีการสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ ที่ทำงานได้รวดเร็วและเสถียรมากๆ ครับ เพียงแค่แตะแล้วปล่อยก็ใช้งานได้ทันที และการจดจำลายนิ้วมือยังจดจำได้มากสุด 5 ลายนิ้วมือด้วยครับ

นอกจากการสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอแล้ว ยังมีระบบสแกนใบหน้าเหมือนกัน โดยเมื่อเราลงทะเบียนใบหน้าไปแล้ว เราต้องกดปุ่มปลดล็อคก่อนครับ ซึ่งทำงานได้รวดเร็วมากๆ ยังไม่ทันเห็นหน้าวอลเปเปอร์จอล็อคก็ระบุตัวตนได้เรียบร้อย

 

เพิ่มความสงบให้ตัวเองด้วย Zen Mode

สำหรับ Zen Mode จะเป็นการให้เราได้ใช้งานสมาร์ทโฟนน้อยลงเพื่อดูแลสุขภาพในด้านอื่นบ้างครับ โดยจะมีการปรับได้ตั้งแต่ 20 นาที ถึง 60 นาทีในการงดใช้สมาร์ทโฟน แถมเมื่อเปิดใช้งานแล้วจะไม่สามารถยกเลิกได้อีกด้วย ใครอยากทดสอบจิตใจก็ลองดูได้เลย

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ขึ้นชื่อเป็นสมาร์ทโฟนระดับท็อปขนาดนี้ OnePlus 7T ก็ต้องมาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 855+ Octa core ผนวกกับการใช้งานผ่าน RAM 8GB + ROM 128GB ชนิด UFS 3.0 ก็ยิ่งทำให้การใช้งานนั้นลื่นขึ้นไปอีกขั้น รวมไปถึงการสลับแอปพลิเคชั่นไปมาก็แทบไม่ต้องรอโหลดใหม่ด้วย

 

สำหรับผลการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark ทำไปได้ที่คะแนน 472,908

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 789 และคะแนน Multi-Core ที่ 2,677

 

ฟีเจอร์และทดสอบด้านการเล่นเกม

ก่อนอื่นเลย OnePlus 7T มาพร้อมกับฟีเจอร์ Game Space ที่เป็นการรวบรวมเกมทั้งหมดที่เราติดตั้งไว้ให้อยู่ในที่เดียวกันครับ ไม่ต้องวุ่นวายกับการหา ทั้งยังสามารถปิดกั้นการแจ้งเตือนได้เพื่อไม่ให้มีอะไรมาบดบังสายตาตอนเล่นครับ โดยเราสามารถตั้งการปิดกั้นได้ 3 แบบ ได้แก่ การแจ้งเตือนล่วงหน้า (ขึ้นเป็นแถบด้านบน), ข้อความเท่านั้น และปิดกั้น (ยกเว้นการโทรและปลุก)

 

นอกจากนี้ เราก็สามารถเปิด Fnatic Mode เพื่อให้การเล่นเกมที่ลื่นอยู่แล้ว ให้ลื่นขึ้นไปอีกขั้น โดยจะมีการปรับ CPU, GPU และ RAM ให้เหมาะมากที่สุดเพื่อใช้ในการเล่นเกมโดยเฉพาะเลยครับ แต่จริงๆ ไม่ต้องเปิดก็เล่นลื่นอยู่แล้วนะ คอนเฟิร์ม!

 

Call Of Duty: Mobile

เริ่มกันที่เกม Call Of Duty: Mobile เราตั้งค่าให้มีกราฟิกระดับสูงที่สุด และเฟรมเรทระดับ MAX โดยเราเล่นในโหมด Battle Royale 100 คน แน่นอนว่าจากการที่ใช้ Snapdragon 855+ ก็ต้องเล่นได้ลื่นไหลมากๆ ไม่มีสะดุดเลยครับ แถมเรื่องของการสัมผัสหน้าจอ 90Hz ก็เคลื่อนตามนิ้วได้ดีมากๆ เวลากดยิงแล้วจะแทบไม่มีการดีเลย์เลยด้วยซ้ำ

 

ROV

ต่อกันที่เกมสุดฮิตอย่าง ROV เราเปิดกราฟิกทุกอย่างสูงสุด รวมไปถึงเฟรมเรทสูงด้วยเช่นกัน โดยการเล่นในโหมด Grand Battle หรือ 5 VS 5 ก็จัดอยู่ในความยอดเยี่ยมเช่นกันครับ เฟรมเรทจะวิ่งคงที่ระหว่าง 59-60fps ตลอดทั้งเกม ซึ่งเฟรมเรทที่บอกมาจะคงที่ไม่ว่าจะอยู่ในการใช้สกิลหมู่ การตีป้อม และอื่นๆ

 

Asphalt 9: Legends

สำหรับเกมแข่งรถเบอร์หนึ่งอย่าง Asphalt 9: Legends ภายในเกมไม่มีการตั้งค่าในกราฟิกระดับสูงแต่ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรครับ เพราะเราลองเล่นติดๆ กันในโหมดอาชีพก็เล่นได้ไหลลื่นทุกการแข่งขัน ไม่ว่าจะตอนเร่งเครื่อง ตอนเร่งสปีดด้วยไนโตร หรือตอนชน ทุกอย่างดูสมูทไปหมดครับ

 

จากประสบการณ์การเล่นทั้ง 3 เกมข้างต้น ต้องบอกเลยว่าสิ่งที่ชอบเลย คือ Haptic Vibration หรือการสั่นไหวตามสถานการณ์ครับ ซึ่งการสั่นจะมีความเงียบมากๆ มีระดับการสั่นที่ค่อนข้างดี โดยกับเกม Asphalt 9: Legends ที่จะมีระดับการสั่นตามการเร่งและการชน เหมือนกับจอยเกมของ PlayStation เลย

 

นอกจากนี้ ยิ่งได้ระบบเสียงสเตอริโอคู่แบบ Dolby Atmos ยิ่งทำให้อรรถรสการเล่นเกมนั้นยิ่งดีขึ้นไปอีกครับ เพราะการที่เสียงออกมาจากลำโพงทั้ง 2 ด้าน ทำให้มีมิติมากขึ้น มีการแยกซ้าย-ขวาชัดเจน และหากเป็นเกมที่ต้องแยกประสาทอย่าง Call Of Duty: Mobile ก็เล่นได้โดยไม่ต้องใส่หูฟังเลย

 

แบตอึด 3800mAh พร้อมชาร์จไว Warp Charge 30T

แม้จะเป็นตัวรองจาก OnePlus 7T Pro แต่เรื่องเทคโนโลยีของแบตเตอรี่ก็มีมาให้เหมือนกันด้วย โดย OnePlus 7T มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 3800mAh ซึ่งใครที่ใช้หน้าจอแสดงผล 90Hz และเล่นแค่โซเชียลทั่วไป ไม่ได้เน้นเกมเป็นหลักก็อยู่ได้ทั้งวันถึงช่วงค่ำๆ แน่นอนครับ ส่วนใครที่เน้นเกมก็ต้องการชาร์จแบตเตอรี่แน่นอน แต่หายห่วงเรื่องการรอระหว่างชาร์จแบบนานๆ ได้เลย เพราะเทคโนโลยี Warp Charge 30T นั้นมีความเร็วและความปลอดภัยในตอนที่ชาร์จ ซึ่งจากที่เราลองแบตเตอรี่ 0% (ระหว่างเปิดเครื่องชาร์จเข้าไปแล้ว 3% ตามภาพครับ) ถึง 100% จะอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้นครับ (0% – 53% ใช้เวลา 28 นาที) แถมยังสามารถเล่นไปชาร์จไปได้แน่นอนด้วย

 

กล้องถ่ายรูป

ระบบกล้องของ OnePlus 7T ก็ถือว่าจัดเต็มในระดับสูงเลยทีเดียว เพราะมี 3 เลนส์ที่เกือบเหมือนกับ OnePlus 7T Pro เลย (ต่างที่เลนส์ Telephoto ซูม ได้ 2 เท่า) ได้แก่

  • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.6 เซ็นเซอร์ Sony IMX586 รองรับ OIS + EIS
  • เลนส์ Ultra Wide Angle 117 องศา ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Telephoto 2x ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2

ขณะที่กล้องหน้ากล้องหน้าในหยดน้ำความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 และใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX471 ซึ่งฟีเจอร์ในแต่ละกล้องนั้นเป็นอย่างไร เรามาชมกันเลยดีกว่าครับ

 

ปรับความงามอัตโนมัติด้วย AI Scene Detection

สำหรับ AI Scene Detection ใน OnePlus 7T จะเป็นการใช้โหมดถ่ายภาพปกติที่เราแทบไม่ต้องไปเลือกโหมดอื่นให้เสียเวลา เพราะแค่โหมดปกติควบคู่กับ AI ก็มีการปรับแสงและสีให้เหมาะสมกับวัตถุเรียบร้อยแล้วครับ

 

ถ่ายคมชัดขั้นสูงด้วยความละเอียด 48 ล้านพิกเซล

ในโหมดความละเอียดสูง 48 ล้านพิกเซล เราจะไม่ได้ได้แค่ภาพที่คมชัดสุดๆ เท่านั้น แต่เรื่องของรายละเอียดก็เก็บได้ครบเช่นกัน เราสามารถซูมไปไกลๆ หรือครอปภาพเพื่อดูวัตถุที่อยู่ไกลได้ชัดเจนมากๆ ครับ ซึ่งจุดนี้ใครที่ทำบิลบอร์ดป้ายใหญ่ก็ถ่ายจากโหมดนี้ได้เช่นกัน

 

ถ่ายมุมกว้างเก็บได้ครบด้วย Ultra Wide Angle 117 องศา

ใครที่เป็นสายชอบเที่ยว แน่นอนว่าต้องใช้เลนส์ Ultra Wide Angle ในการเก็บภาพอยู่แล้ว โดย OnePlus 7T ก็มีให้เช่นกัน ซึ่งเรื่องรายละเอียดและสีสันหรือเฉดสีต่างๆ ก็มาเต็มมาก ทดแทนกับเลนส์หลักได้ดีเลย

เทียบปิด Ultra Wide Angle และเปิด Ultra Wide Angle

หรือจะใช้เลนส์Ultra Wide Angle ถ่ายบุคคลก็ได้เหมือนกันครับ ให้มิติที่เพิ่มขึ้นมาชัดเจน

 

ปรับกลางคืนให้สว่างขึ้นด้วย Nightscape 2.0

สำหรับ Nightscape 2.0 จะเป็นการปรับภาพในตอนกลางคืนให้สว่างขึ้น และมีรายละเอียดที่คมชัดมากๆ โดยระบบจะทำการประมวลผลภาพที่ประมาณ 2-3 วินาทีเท่านั้นครับ ไม่ได้ถือแช่ไว้นาน ซึ่งภาพที่ได้จะยังคงเก็บรายละเอียดได้ดี เรื่องแสงหรือสีที่ได้ออกมาไม่ได้จัดจ้านเกินไปจนมองไม่ออกว่าเป็นกลางคืน

 

Nightscape 2.0 ไม่ได้มีดีแค่เลนส์หลักเท่านั้นครับ แต่ในเลนส์ Ultra Wide Angle เครื่องนี้ก็ถ่ายได้เหมือนกัน ซึ่งความละเอียดต่างๆ ก็ทำได้ดีเหมือนกับเลนส์หลักเลยครับ

 

Portrait เบลอได้แบบธรรมชาติ

สำหรับการเบลอฉากหลังหรือที่เรียกว่าการถ่าย Portrait ในรุ่นนี้ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียวครับมีการตัดขอบได้เนียน มีการเบลอแบบไล่ระดับเล็กน้อย โดยเราต้องอยู่ใกล้กับวัตถุประมาณ 0.5 – 2 เมตรครับ เพื่อให้ระบบตรวจจับการเบลอได้

เทียบปิด Portrait และเปิด Portrait

 

เจาะลึกถึงรายละเอียดด้วยฟีเจอร์ Macro

อีก 1 ฟีเจอร์ใหม่ใน OnePlus คือการถ่ายใกล้สุดๆ ถึง 2.5 เซนติเมตรด้วย Macro ทำให้เราเห็นรายละเอียดของวัตถุเล็กๆ ได้ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งการโฟกัสและเฉดสีต่างๆ ก็ยังคงสมบูรณ์แบบครับ โฟกัสเร็วและสีสันคล้ายเดิมเลย

 

กล้องหลังที่ฟีเจอร์เยอะพอสมควร มาที่กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซลกันบ้างครับ โดยเราสามารถถ่ายโหมดใบหน้าสวยได้ 3 ระดับ ซึ่งแม้จะปรับเป็นระดับ 3 ก็ยังให้ความเป็นธรรมชาติอยู่ ไม่ได้เนียนเกินไปครับ ซึ่งเราจะได้ความเบลอจากการใช้โหมดหน้าสวยด้วย

บิวตี้ระดับที่ 1


บิวตี้ระดับที่ 2


บิวตี้ระดับที่ 3

 

นอกจากนี้ จะมีโหมดหน้าสวยแล้ว เรื่องการเบลอฉากหลังด้วยกล้องหน้าก็ทำได้ดีเช่นเดียวกัน ตัดขอบได้เนียน ใบหน้าเราจะดูโดดเด่นขึ้นมา ไม่มีวัตถุอะไรมาแย่งซีนเราแน่นอน

 

สรุปจุดเด่น

  • หน้าจอแสดงผล Fluid Display ที่มี Refresh Rate 90Hz ทำให้สัมผัสที่ไหลลื่นมากๆ
  • กล้องหลัง 3 เลนส์ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล ถ่ายได้คมชัด มีหลายฟีเจอร์ทั้ง Nightscape 2.0, Ultra Wide Angle และ Macro 2.5 ซม.
  • ใช้งานได้ไหลลื่นด้วยขุมพลัง Snapdragon 855+ ควบคู่กับ RAM 8GB และ ROM 128GB (UFS 3.0)
  • มีแบตเตอรี่ความจุเยอะที่ 3800mAh พร้อมเทคโนโลยี Warp Charge 30T ที่ชาร์จได้รวดเร็วและปลอดภัย
  • มีระบบเสียงผ่านลำโพงสเตอริโอคู่แบบ Dolby Atmos
  • แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10 รุ่นแรกของโลก

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่สามารถเพิ่ม MicroSD Card ได้
  • ไม่มีหูฟังแถมมาในกล่อง

 

สำหรับ OnePlus 7T มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน Glacier Blue และสีเงิน Frosted Silver (เครื่องที่ใช้รีวิวครั้งนี้) โดยสนนราคาอยู่ที่ 17,990 บาทเท่านั้น สามารถซื้อผ่านทาง AIS, JD Central และ LAZADA ได้เลยครับ รายละเอียดเพิ่มเติม http://oneplus7tseries.onlineoneplus.com/

Android News

รวมโปรเด็ด HUAWEI Mate30 Pro จาก AIS, dtac และ TrueMove H เริ่มต้นเพียง 12,490 บาท

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

HUAWEI Mate 30 Pro Promotions

วันนี้จะพาไปอัปเดทโปรโมชั่นเด็ด HUAWEI Mate30 Pro จากทุกค่าย AIS, dtac และ TrueMove H ในราคาสุดคุ้ม เริ่มต้นเพียง 12,490 บาทเท่านั้น สมาร์ทโฟนเรือธงที่เปิดตัวมาพร้อมฟีเจอร์และเทคโนโลยีใหม่ๆ มากมาย ซึ่งเป็นเป็นสมาร์ทโฟนที่ออกมาสร้างมาตรฐานใหม่ทั้งด้านการดีไซน์และประสิทธิภาพการทำงานทุกด้านไม่ว่าจะเป็นฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์

 

HUAWEI Mate 30 Pro Promotions

ก่อนจะไปดูโปรโมชั่น เรามาดูฟีเจอร์เด็ดของ HUAWEI Mate30 Pro กันก่อนว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง เริ่มจากกล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดกล้องหลัก 40 ล้านพิกเซล, เลนส์ Cine Camera (Ultra-Wide) ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล, เลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้อง TOF สำหรับเก็บรายละเอียด ทำให้ถ่ายรูปได้ทุกสถานการณ์และได้ภาพสวยในทุกมุมมองทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ ถูกใจคนรักการถ่ายรูปแน่นอน

 

HUAWEI Mate 30 Pro Promotions

ความเร็วแรงของตัวเครื่องต้องยกให้กับรุ่นนี้เลย HUAWEI Mate30 Pro ใช้ชิปเซ็ต Kirin 990 รุ่นใหม่ล่าสุดซึ่งผลิตบนสถาปัตยกรรมแบบ 7 นาโนเมตร เร็ว แรง และใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ รวมไปถึงแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4500mAh รองรับชาร์จเร็ว HUAWEI SuperCharge 40W อีกด้วย

 

HUAWEI Mate 30 Pro Promotions

หน้าจอแสดงผลของ HUAWEI Mate30 Pro เป็นการดีไซน์แบบ Horizon Display ขนาด 6.53 นิ้ว โค้งมนทำมุม 88 องศา และมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ Innovative Side-Touch Interaction ใช้แทนปุ่มเพิ่มลดเสียงบริเวณด้านข้างของตัวเครื่องแบบล้ำๆ ไม่เหมือนใคร

มาถึงโปรโมชั่นโดนๆ จาก 3 ค่าย AIS, dtac และ TrueMove H เริ่มต้นเพียง 12,490 บาทเท่านั้น ใครใช้งานค่ายไหนอยู่ก็เลือกค่ายนั้นได้เลย

  • HUAWEI Mate30 Pro จาก AIS ราคาพิเศษ 12,490 บาท สำหรับลูกค้ารายเดือน เมื่อสมัครแพ็กเกจและชำระค่าบริการล่วงหน้าตามเงื่อนไขที่กำหนด คลิกดูรายละเอียดที่นี่
  • HUAWEI Mate30 Pro จาก dtac ราคาพิเศษ 15,490 บาท สำหรับลูกค้าปัจจุบันรายเดือน ย้ายค่ายเบอร์เดิม หรือเปิดเบอร์ใหม่ เมื่อสมัครแพ็กเกจและชำระค่าบริการล่วงหน้าตามเงื่อนไขที่กำหนด คลิกดูรายละเอียดที่นี่
  • HUAWEI Mate30 Pro จาก TrueMove H ราคาพิเศษ 13,490 บาท สำหรับลูกค้าปัจจุบันรายเดือน ย้ายค่ายเบอร์เดิม หรือเปิดเบอร์ใหม่ เมื่อสมัครแพ็กเกจและชำระค่าบริการล่วงหน้าตามเงื่อนไขที่กำหนด คลิกดูรายละเอียดที่นี่
อ่านต่อ...

Android News

OPPO A9 2020 สเปคแรงสุด จัดเต็มทุกฟีเจอร์ The Best Super Spec Smartphone ของปี 2019

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone

OPPO A9 2020 สมาร์ทโฟนสเปคแรงสุดในปี 2019 ราคาไม่ถึง 9,000 บาท อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ใหม่เพียบจนได้ฉายา The Best of Super Spec Smartphone ซึ่งเป็นรุ่นที่น่าสนใจ คุ้มค่าคุ้มราคา

ดีไซน์ระดับพรีเมี่ยม

OPPO A9 2020 Marine GreenOPPO A9 2020 Marine Green

ด้านดีไซน์ต้องบอกว่า OPPO ได้สร้างเอกลักษณ์ให้มีความโดดเด่นในทุกรุ่นจริงๆ โดยรุ่น OPPO A9 2020 สี Marine Green และ Space Purple เราจะเห็นถึงการไล่เฉดจากสีเชียวอ่อนรอบนอกค่อยๆ เข้มขึ้นไปจบที่ตรงกลางเครื่อง และยังมี

 

OPPO A9 2020

อีกหนึ่งสีใหม่ OPPO A9 2020 Vanilla Mint ซึ่งเป็นสีที่กำลังมาในเทรนด์สีของปี 2020

 

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มีหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว New Waterdrop Screen ซึ่งเป็นการดีไซน์รอยบากทรงหยดน้ำให้มีขนาดเล็กลงกว่าเดิมถึง 31.4% และมีพื้นที่ในการใช้งานมากขึ้น เห็นหน้าจอได้เต็มตา ขณะที่ตัวเครื่องก็ไม่ใหญ่จนเกินไป ยังคงจับถือได้สะดวกเหมือนเดิม อีกทั้งยังมาพร้อมกับโหมดถนอมสายตาตัดแสงสีฟ้า (Blue Shield) ออกไปได้อย่างสมบูรณ์แบบมากขึ้นทำให้เราเสียสายตามากนักระหว่างการใช้งานช่วงกลางคืนหรือช่วงที่แสงน้อย รวมไปถึงหากใครที่ใช้งานกลางแจ้งก็ยังมีฟีเจอร์ Sunlight Screen ที่ทำให้เราเห็นหน้าจอแสดงผลได้ชัดเจนขึ้นอีกด้วย

 

สเปคแรงสุด ใช้งานลื่นไหล

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มาพร้อมกับฉายา “Super Spec” ก็ได้จัดหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 665 AIE ควบคู่กับกับ RAM 8GB, ROM 128GB ช่วยให้ใช้งานได้อย่างลื่นไหล

 

OPPO A9 2020

ต้องบอกกันก่อนว่า OPPO A9 2020 ยังจัดเทคโนโลยี Game Boost 2.0 ที่จะมี 2 ความสามารถหลักๆ ได้แก่ Frame Boost ที่จะช่วยให้เฟรมเรทไม่เหวี่ยงพร้อมเล่นได้ไหลลื่นตลอดทั้งเกม และ Touch Boost ที่ทำให้การสัมผัสทุกอย่างภายในเกมมีการตอบสนองเร็วขึ้น แถมยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟฟิก และสามารถคาดการณ์ความล่าช้า (Latency) ที่สามารถเกิดขึ้นและตอบสนองอย่างรวดเร็วเพื่อให้เกมไม่กระตุกหรือเฟรมเรทเหวี่ยง เป็นต้น

 

OPPO A9 2020

เล่นเกมยอดนิยมอย่าง ROV ปรับกราฟิกทุกอย่างเป็นระดับสูงสุดทั้งหมด เฟรมเรทสูงสุด และการแสดงผลระดับสูง ซึ่งภายในเกมตั้งแต่ช่วงต้นเกมไปถึงจบเกม เฟรมเรทแทบไม่มีเหวี่ยงให้เห็น จะอยู่ที่ 58-60fps ตลอด แถมในช่วงบวกกันแบบครบทีมที่ต่างคนต่างปล่อยสกิลก็ต้องยิ่งใช้กราฟิกมากแต่ความสมูทของเกมกลับไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย ทั้งนี้ระบบสัมผัสก็ทำให้ไหลลื่นมากๆ

สำหรับแฟนๆ ROV แนะนำให้เปิดกราฟิกทุกอย่างให้สูงที่สุดเพื่อให้ได้ประสบการณ์แบบเต็มที่ แถมสเปคระดับนี้ก็ยังไม่ต้องกังวลด้วยว่าจะเล่นแล้วหัวร้อนเพราะกระตุกหรือแบตเตอรี่จะหมด เพราะสมาร์ทโฟนราคาเบาแต่สเปคแรงเครื่องนี้ทำได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆ

 

เสียงกระหึ่ม แบตอึดทั้งวัน

OPPO A9 2020

นอกจากความเร็วแรงแล้ว OPPO A9 2020 ยังมีระบบเสียง Dolby Atmos และ Hi-res Audio โดยความพิเศษของ Dolby Atmos ในรุ่นนี้ไม่จำเป็นต้องเสียบหูฟังเหมือนสมาร์ทโฟนรุ่นกลางๆ รุ่นอื่น เพราะเสียงจะออกมาแบบกระหึ่มผ่านลำโพงด้านบนและด้านล่างทันที ทั้งยังมีการแบ่งแยกเสียงฝั่งซ้ายและฝั่งขวาได้อย่างชัดเจนอีกด้วย ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ประทับใจสมาร์ทโฟนราคาต่ำหมื่นรุ่นนี้

 

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่มีความจุมากถึง 5,000 mAh ทำให้เราใช้งานดูหนังหรือเล่นโซเชียลต่างๆ ได้แบบเต็มวัน หรือหากชอบเล่นเกมไม่ว่าจะ PUBG Mobile หรือ ROV ก็เล่นได้นานติดต่อกันได้ถึง 5-6 ชั่วโมง แบบ Non-Stop และตัวเครื่องก็ยังร้อนไม่มากอีกด้วยเมื่อเทียบกับระยะเวลาของการเล่น

 

OPPO A9 2020

ไม่เพียงแต่แบตเตอรี่อึดใช้งานได้ยาวนาน เพราะ OPPO A9 2020 มีฟีเจอร์ Reverse Charging สำหรับชาร์จแบตให้กับเครื่องอื่นได้ด้วย ผ่านสาย OTG

 

กล้องถ่ายสวยทุกสถานการณ์

OPPO A9 2020

ด้านการถ่ายรูป OPPO A9 2020 มีกล้องหลัง 4 ตัว ทำให้ถ่ายได้ครบทุกสถานการณ์ โดยกล้องหลักสามารถถ่ายภาพได้ความละเอียดสูงสุดถึง 48 ล้านพิกเซล

 

OPPO A9 2020 OPPO A9 2020

กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล ทำให้เราได้ภาพที่มีขนาดใหญ่ มีรายละเอียดสูง และคมชัดมากกว่าการถ่ายด้วยกล้องมือถือทั่วไป

 

OPPO A9 2020 OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 ยังมาพร้อมกับเลนส์ Ultra Wide-Angle ที่มีองศากว้างถึง 119 องศาอีกด้วย โดยจะเหมาะสำหรับการถ่ายภาพวิวหรือสถานที่ท่องเที่ยวที่มีตึกสูงๆ ช่วยให้ได้ภาพบรรยากาศรอบข้างได้แบบครบองค์ประกอบ หรือใครอยากได้ภาพเต็มตาแต่อยู่ใกล้วัตถุมาก เลนส์นี้จะช่วยเราได้มากเลยทีเดียว

 

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มาพร้อมฟีเจอร์ Ultra Night mode 2.0 ที่สามารถเปิดหน้ากล้องได้นานมากขึ้น เก็บแสงได้ดีกว่าการถ่ายด้วยโหมดทั่วไป อีกทั้งยังช่วยลด Noise จึงทำให้การถ่ายภาพกลางคืนนั้นง่ายมากๆ และโหมดนี้ยังสามารถใช้ร่วมกับเลนส์ Ultra-Wide ได้ด้วย

 

OPPO A9 2020

สำหรับโหมดภาพถ่ายบุคคลแบบหน้าชัดหลังละลายจากกล้องของ OPPO A9 2020 จะเป็นการทำงานร่วมกันของกล้องหลักและกล้อง Portrait ทำให้การละลายฉากหลังทำได้เป็นธรรมชาติ

 

OPPO A9 2020

กล้องหน้าของ OPPO A9 2020 มาพร้อม AI Beautification ที่ปรับแต่งใบหน้าสวยให้อัตโนมัติโดยที่แทบไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม เพราะ AI จะคำนวณให้แล้วทั้งหมด ไม่ว่าจะเซลฟี่มุมไหนก็ออกมาสวยในทุกสภาพแสง

 

OPPO A9 2020 New Price 2020

ได้เห็นฟีเจอร์ที่อัดแน่นอยู่ใน OPPO A9 2020 กันแล้ว ต้องบอกว่าจัดเต็มทุกด้านจริงๆ สมกับเป็น The Best Super Spec Smartphone และล่าสุดได้มีการปรับราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 7,999 บาทเท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคมเป็นต้นไป เรียกได้คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!!

อ่านต่อ...

Android News

จับตา realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

realme-X50-5G

ปัจจุบันไม่มีใครไม่รู้จัก realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่ก่อตั้งได้เพียง 2 ปี แต่มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตต่อปีกว่า 500% และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในทุกรุ่นที่เข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทย

ความสำเร็จของ realme ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาสมาร์ทโฟนที่อัดแน่นด้วยสเปคที่เร็วแรงระดับพรีเมี่ยม แต่ราคาสุดคุ้มค่า ซึ่งก็ทำให้ในปัจจุบัน realme ได้ขยายตลาดครอบคลุมถึง 22 ประเทศ ใน 4 ทวีป และส่งผลให้ realme มีผู้ใช้งานมากกว่า 24 ล้านคนทั่วโลก และขึ้นมาเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่มียอดขายเป็นอันดับ 7 ของโลกได้อย่างรวดเร็ว

สิ่งหนึ่งที่ต้องชื่นชม realme คือความมุ่งของแบรนด์ที่จะสร้างความแตกต่างเพื่อให้ลูกค้าประทับใจ ถึงแม้ว่าราคาเป็นสิ่งที่ลูกค้าคำนึงถึงมากที่สุด แต่ realme ก็ไม่ยอมละลายที่จะมองประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไม realme เติบโตเร็วและมีแฟนๆ ทั่วโลกเป็นจำนวนมากภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี เท่านั้น

realme X2 Pro Master Edition Redbrick

ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีที่เหนือชั้นทำให้สมาร์ทโฟน realme คว้ารางวัลกว่า 50 รางวัล จากหลากหลายสาขา อาทิ สมาร์ทโฟนที่ทรงพลังที่สุด สมาร์ทโฟนเรือธงคุณภาพเยี่ยม และสมาร์ทโฟนที่เป็นที่สุดแห่งความคุ้มค่า โดยล่าสุดได้ร่วมกับดีไซน์เนอร์ระดับโลก Naoto Fukasawa สร้างสรรค์สมาร์ทโฟนที่สุดแห่งสไตล์ realme X2 Pro Master Edition สี Redbrick เป็นการผลักดักแบรนด์ให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่เน้นดีไซน์มากขึ้น

สำหรับประสิทธิภาพตัวเครื่องสมาร์ทโฟน realme จะมาพร้อมกับชิปแพลตฟอร์มในรูปแบบ SoC (System On a Chip) ซึ่งเป็นชิปเซ็ตที่รวมทุกระบบอยู่ภายในชิปเพียงตัวเดียว เพื่อเน้นย้าถึงประสิทธิภาพการทำงานและกานพัฒนาแพลตฟอร์มที่ก้าวหน้าเหนือคู่แข่ง

realme-X50-5G-in-China

การเติบโตแบบก้าวกระโดดไม่ได้ทำให้ realme หยุดพัฒนา เพราะล่าสุด realme ได้พัฒนาไปอีกขั้นจากการร่วมมือกับผู้ผลิตชิปเซ็ตและซัพพลายเออร์ชั้นนำระดับโลกในการอัปเกรดประสิทธิภาพการทำงานสำหรับสมาร์ทโฟน realme ทุกระดับราคา และเตรียมนำเสนอสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมชิปเซ็ตรุ่นล่าสุด ซึ่งรองรับการใช้งานสัญญาณ 5G เป็นครั้งแรก และมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอีกมากมายด้วย

การพัฒนาสมาร์ทโฟนให้รองรับ 5G ของ realme จะทำให้ลูกค้าได้รับประโยชน์และสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี 5G ได้ง่ายมากขึ้น เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า realme เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนเน้นความคุ้มค่า และ realme ก็มุ่งมั่นที่จะนำเสนอเทคโนโลยี 5G ในผลิตภัณฑ์ทุกช่วงระดับราคา ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ และมีดีไซน์ที่ยอดเยี่ยม

สมาร์ทโฟนที่เปิดตัวในประเทศจีนในปีนี้จะเป็นรุ่นที่รองรับการใช้งาน 5G ทั้งหมด เพื่อการก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G ซึ่งปัจจุบันในประเทศจีนพร้อมใช้งาน 5G แล้ว ในขณะเดียวกัน realme ก็เดินหน้าลุยตลาดผลิตภัณฑ์ 4G สำหรับทั่วโลก โดยชูจุดเด่นความได้เปรียบคู่แข่งในเรื่องของสเปคแรงราคาไม่แพง และเตรียมพร้อมสำหรับ 5G อีกด้วย อีกทั้งถ้ามองในเรื่องของระยะเวลาจะเห็นว่า realme มีความรวดเร็วในการพัฒนาและใช้ระยะเวลาการผลิตน้อย ทำให้ realme เป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่มีความกดดันน้อยที่สุด

ตามรายงานล่าสุด realme X50 จะประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศจีนวันที่ 7 มกราคมนี้ ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ realme ที่รองรับการใช้งาน 5G โดยสเปคที่หหลุดออกมาตามรายงานก่อนหน้านี้บอกว่าจะมาพร้อมกับหน้าจอแสดงขนาด 6.67 นิ้ว Refresh Rate 120Hz ใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 765G Octa-Core

ยังไม่หมดแค่นั้น realme ยังได้จับมือกับพันธมิตรอุตสาหกรรมเพื่อสร้างอีโคซิสเต็มเทคโนโลยีบนรากฐาน 5G เพราะในยุคของ 5G ไม่มีบทสำคัญเฉพาะบนสมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงผู้ให้บริการเครือข่าย นักพัฒนาแอปพลิเคชั่น บริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และพันธมิตรอุตสาหกรรมอื่นๆ

การเตรียมความพร้อมสำหรับ 5G เป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่า realme พร้อมแล้วที่จะเสนอเทคโนโลยีใหม่สุดล้ำบนสมาร์ทโฟนที่มีประสิทธิภาพและมุ่งมั่นก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G รอติดตามงานเปิดตัว realme X50 5G ไปพร้อมๆ กันได้ในวันที่ 7 มกราคมนี้

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Android News1 วัน ที่แล้ว

รวมโปรเด็ด HUAWEI Mate30 Pro จาก AIS, dtac และ TrueMove H เริ่มต้นเพียง 12,490 บาท

วันนี้จะพาไปอัปเดทโป...

OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

OPPO A9 2020 สเปคแรงสุด จัดเต็มทุกฟีเจอร์ The Best Super Spec Smartphone ของปี 2019

OPPO A9 2020 สมาร์ทโ...

realme-X50-5G realme-X50-5G
Android News3 สัปดาห์ ที่แล้ว

จับตา realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G

ปัจจุบันไม่มีใครไม่ร...

Goodnight App Review Goodnight App Review
Android App1 เดือน ที่แล้ว

รีวิว Goodnight App แชทสนุกด้วยเสียง พบปะเพื่อนใหม่ หาคนพิเศษเพื่อบอกฝันดี!

วันนี้มีแอปพลิเคชั่น...

รีวิว Vivo V17 รีวิว Vivo V17
Featured1 เดือน ที่แล้ว

รีวิว Vivo V17 สมาร์ตโฟน “ฉีกทุกกฏในทุกช็อต” หน้าจอ Ultra O Screen, แบตอึด 4500mAh ชาร์จเร็ว 18W และกล้อง AI 4 เลนส์

Vivo V17 สมาร์ตโฟนที...

Advertisement

ข่าวใหม่วันนี้

กำลังมาแรง