ติดตามพวกเรา

Featured

รีวิว OnePlus 7T Pro สมาร์ทโฟนนักฆ่าที่จัดเต็มด้วยหน้าจอสุดลื่น Fluid Display 90Hz, ขุมพลัง S855+ และกล้อง 3 เลนส์ครบครันเรื่องฟีเจอร์

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ OnePlus 7T Pro สมาร์ทโฟนเรือธงจากแบรนด์ FlagShip Killer ที่จัดเต็มทั้งด้านสเปค, ฟีเจอร์ และเป็นรุ่นแรกที่แกะกล่องออกมาเป็นระบบปฏิบัติการ Android 10 อีกด้วย ซึ่งส่วนต่างๆ จะมีอะไรบ้าง เรามาลองดูกันทีละส่วนเลยครับ

สรุปสเปค OnePlus 7T Pro

  • ขนาดตัวเครื่อง : 162.6 x 75.9 x 8.8 มม.
  • น้ำหนัก : 206 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Fluid Display ชนิด AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด QHD+ (3120 x 1440 พิกเซล) มี Refresh Rate 90Hz, อัตราส่วน 19.5:9 และรองรับ HDR10+
  • หน่วยประมวลผล : Snapdragon 855+ Octa Core ความเร็ว 2.96 GHz
  • GPU : Adreno 640
  • ความจุ RAM 8GB + ROM 256GB (UFS 3.0)
  • กล้องถ่ายรูปหลัง 3 เลนส์ แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.6 เซ็นเซอร์ Sony IMX586 รองรับ OIS + EIS
    • เลนส์ Ultra Wide Angle 117 องศา ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Telephoto 3x ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้า Pop-Up ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 เซ็นเซอร์ Sony IMX471
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย OxygenOS 10
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0 และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 4085mAh รองรับ Warp Charge 30T

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ตัวกล่องของ OnePlus 7T Pro มาพร้อมกับสีแดงสุดสะดุดตาแบบทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านข้างตัวกล่องมีชื่อรุ่น OnePlus 7T Pro ระบุชัดเจน เมื่อเปิดออกมาชั้นแรกจะเจอกับซองกระดาษแข็งที่ใส่คู่มือการใช้งานเบื้องต้น, สติ๊กเกอร์ OnePlus และข้อความจาก Pete Lau หรือซีอีโอบริษัทนั่นเองครับ

ถัดไปอีกชั้นก็จะมีตัวเครื่อง OnePlus 7T Pro, อุปกรณ์เปิดถาดซิม, อะแดปเตอร์ Warp Charge 30T, สาย USB Type-C และเคสใสกันกระแทก

 

ดีไซน์ตัวเครื่องของ OnePlus 7T Pro บริเวณฝาหลังจะสีเพียงสีเดียว คือ Haze Blue หรือสีฟ้าธารน้ำแข็งที่จะมีความเป็นสีฟ้าอ่อนๆ ผสมสีเขียวเล็กๆ เมื่อสะท้อนแสง ทำให้มีความงามของฝาหลังเป็นอย่างมากแถมยังทำออกมาให้ดูพรีเมียมเกินราคาด้วยครับ

 

แถมเรื่องการจับถือก็ทำได้สะดวกมาก เพราะรุ่นนี้มีความโค้งที่ด้านหลังตัวเครื่อง ทำให้เราจับได้นานไม่บาดมือขณะเล่นเกมหรือใช้งานทั่วไป

 

มาในส่วนหน้าจอแสดงผลที่ถือว่าเป็นไฮไลท์สำคัญเลยก็ว่าได้ใน OnePlus 7T Pro เพราะมาแบบขอบโค้ง Fluid Display ขนาด 6.67 นิ้ว และมี Refresh Rate ถึง 90Hz เรียกว่าใช้งานได้ลื่นมากๆ ลองสัมผัสและใช้งานไปตามนิ้วมือทันที ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟน Android ที่ระบบสัมผัสลื่นอันดับต้นๆ จากที่เคยสัมผัสมาเลยครับ

 

นอกจากความลื่นไหลด้วย Refresh Rate ถึง 90Hz แล้ว หน้าจอแสดงผลของรุ่นนี้ยังมีความคมชัดระดับ QHD+ (3120 x 1440 พิกเซล) ควบคู่กับรองรับเนื้อหาแบบ HDR10+ และขอบเขตของสี DCI-P3 ถึง 100% ทำให้เวลาเราดู Youtube หรือ Netflix จะได้เข้าถึงอรรถรสแบบเต็มรูปแบบทั้งความสดของสีและความสว่างก็ได้มาเต็มๆ แน่นอน

 

มาดูรอบๆ เครื่องกันบ้าง โดยเหนือหน้าจอมีเพียงลำโพงตัวที่ 2 อยู่เท่านั้น โดยกล้องหน้า Pop Up จะไปอยู่ด้านบน พร้อมไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน

 

ฝั่งซ้ายของตัวเครื่องมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง ส่วนทางขวามีปุ่มสำหรับเลื่อนขึ้น-ลงเพื่อปรับโหมดเสียงดัง, เงียบหรือสั่นครับ ถัดลงมาจะเป็นปุ่ม Power

 

ด้านล่างตัวเครื่องจะมีช่องสำหรับใส่ NanoSIM จำนวน 2 ช่อง, ไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวที่ 1

 

และที่ด้านหลังมีกล้องหลัง 3 เลนส์จัดเรียงในแนวตั้ง โดยมีไฟแฟลช Dual LED อยู่ด้านล่าง และมี Laser Focus อยู่ข้างซ้ายถัดจากเลนส์หลักเพื่อใช้การตรวจจับวัตถุได้ดีขึ้น

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

สำหรับ OnePlus 7T Pro ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่แกะกล่องออกมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10 และครอบทับด้วย OxygenOS 10 ของตัวเอง โดยมีฟีเจอร์ใหม่ๆ เข้ามาให้ใช้งานได้สะดวกมากขึ้น พร้อมด้วยความไหลลื่นที่มีการจัดการระบบภายในให้ดีขึ้นด้วยครับ

 

ถนอมสายตาด้วย Reading Mode

Reading Mode หรือโหมดการอ่านจะเป็นการลดแสงสีฟ้าลงเพื่อให้เราใช้งานได้สบายตามากขึ้น ช่วยให้เราอ่านข้อความต่างๆ ได้นานและไม่ทำร้ายดวงตามากเกินไป

 

ธีมเข้ม หรือ Dark Mode

หากใครที่ไม่อยากใช้ Reading Mode ก็สามารถปรับเป็นธีมเข้มหรือ Dark Mode ได้เหมือนกันครับ โดยให้ไปที่การตั้งค่า > การกำหนดเอง > ธีมที่ตั้งค่าไว้ล่วงหน้า และเลือก “สีเข้ม” ซึ่งแอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่รองรับก็จะกลายเป็นพื้นดำทั้งหมด

 

ลำโพงเสียงสเตอริโอคู่แบบ Dolby Atmos

มาถึงเรื่องของระบบเสียงใน OnePlus 7T Pro ก็จัดเต็มด้วยลำโพงคู่แบบ Dolby Atmos ทำให้ได้ยินเสียงออกจากลำโพงทั้ง 2 ฝั่ง มีการแยกเสียงซ้าย-ขวาอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเล่นเกม ดูภาพยนตร์ หรือฟังเพลงก็ได้อรรถรสเรื่องการฟังเพลงไปเต็มๆ แถมเสียงที่ได้ยังกระหึ่ม เสียงหนักแน่นมากๆ ด้วยเช่นกัน

 

ระบบความปลอดภัย

OnePlus 7T Pro มีระบบความปลอดภัยขั้นสูงทั้งเทคโนโลยีการสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอที่ใช้เวลาปลดล็อคเพียง 0.21 วินาที เพียงแค่แตะแล้วปล่อยก็จะเข้าใช้งานได้ทันทีครับ โดยการจดจำลายนิ้วมือ ยังจดจำได้มากสุด 5 ลายด้วย

 

ทั้งนี้ ระบบสแกนใบหน้าเพื่อเข้าใช้งานก็ทำได้รวดเร็วไม่แพ้กัน โดยเมื่อเราลงทะเบียนใบหน้าแล้ว เราสามารถปัดขึ้นที่หน้าจอล็อคเพื่อให้สแกนใบหน้าได้ทันที ซึ่งความเร็วของส่วนนี้ตัวกล้องหน้า Pop Up เด้งขึ้นมาสุดเมื่อไหร่ ระบบก็ปลดล็อคให้เรียบร้อยแล้วครับ ไวมากๆ

 

ท่าทางการใช้งานแบบใหม่

ในระบบปฏิบัติการ Android 10 ก็มีการใช้งานท่าทางแบบใหม่เพื่อเพิ่มความสะดวกในการทดแทนปุ่มแบบเดิมๆ ซึ่งส่วนตัวก็ได้เลือกใช้แบบใหม่ เพราะหน้าจอจะได้มีพื้นที่แบบเต็มๆ แถมการควบคุมก็ง่ายมากๆ ด้วย ได้แก่ ปัดซ้ายหรือขวาที่ขอบจอเพื่อย้อนกลับ, ปัดขึ้นแล้วปล่อยเพื่อไปหน้าโฮม และปัดขึ้นแล้วค้างไว้เพื่อเข้าสู่หน้าแอปล่าสุด

เพิ่มความสงบ งดใช้สมาร์ทโฟนด้วย Zen Mode

สำหรับ Zen Mode จะเป็นการให้เราใช้งานสมาร์ทโฟนน้อยลงเพื่อดูแลสุขภาพ ซึ่งเราสามารถปรับได้ตั้งแต่ 20 นาที ถึง 60 นาที ครับ โดยเมื่อเราเปิดใช้งาน จะไม่สามารถยกเลิกได้ และจะไม่ใช้งานสมาร์ทโฟนในส่วนต่างๆ ได้ยกเว้นกล้องเท่านั้น

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

OnePlus 7T Pro ต้องมาพร้อมกับสเปคระดับท็อปแน่นอน ตั้งแต่หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 855+ Octa Core ความเร็ว 2.96GHz ควบคู่กับ RAM 8 GB และ ROM 256 GB ชนิด UFS 3.0 ที่ให้ความรวดเร็วในการเปิดแอปพลิเคชั่นต่างๆ, อัตราการอ่าน-เขียนเพิ่มขึ้น และในช่วงที่สลับแอปพลิเคชั่นไปมา ก็แทบไม่มีอาการกระตุกหรือต้องมาคอยโหลดแอปใหม่ด้วยครับ

 

สำหรับผลการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark ทำคะแนนได้ไปได้ที่คะแนน 391,019

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 758 และคะแนน Multi-Core ที่ 2,698

 

สำหรับ OnePlus 7T Pro มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่ให้เราเล่นเกมได้ไหลลื่นไม่มีสะดุดไม่ว่าจะเป็น Game Space ที่เป็นการรวบรวมเกมทั้งหมดที่เราโหลดไว้ในที่เดียว ทั้งยังสามารถตั้งค่าให้ปิดกั้นการแจ้งเตือนได้อย่างง่ายๆ

 

นอกจากนี้ก็ยังมี Fnatic Mode ที่จะดึงประสิทธิภาพของหน่วยประมวลผลมาใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้นและจำกัดการทำงานของพื้นหลัง ซึ่งจริงๆ แค่โหมดปกติ OnePlus 7T Pro ก็เล่นได้ลื่นแล้วครับ

 

Call Of Duty: Mobile

เริ่มกันที่เกม Call Of Duty: Mobile ที่เราปรับกราฟิกและเฟรมเรทระดับสูงที่สุด โดยเราลองเล่นทั้งโหมด FrontLine และ Battle Royale 100 คน ทุกโหมดเล่นได้แบบสบายๆ ซึ่งทั้งตัวเกมและหน้าจอ Refresh Rate 90Hz มีความลื่นไหลแบบสัมพันธ์มากๆ ครับ โดยเวลาขยับหรือเคลื่อนที่จะได้ภาพที่สมูทสุดๆ

 

ROV

มาต่อที่เกมที่คุ้นเคยอย่าง ROV เราก็ปรับทุกอย่างสูงสุดเช่นกัน โดยในเกมโหมดปกติ 5 VS 5 ก็เล่นได้ลื่นตั้งแต่ต้นเกม โดยเฟรมเรทจะวิ่งที่ประมาณ 59-60fps ตลอดทั้งเกมครับ ไม่ว่าจะตอนบวกแบบทีม ตีป้อมเล็กหรือป้อมใหญ่ ก็ไม่มีตกไปจากนี้เลย

 

Asphalt 9: Legends

และสุดท้ายในเกมแข่งรถ Asphalt 9: Legends เราได้ปรับเป็นคุณภาพปกติ (ตัวเกมไม่มีให้เลือกคุณภาพสูง) เรียกได้ว่าเล่นได้แบบลื่นหัวแตกกันไปเลย แล้วภาพกราฟิกที่ได้ก็สวยและเฉดสีชัดเจนมากๆ ยิ่งตอนที่รถมีการเร่งหรือใช้ไนโตร ภาพจะยิ่งสวยขึ้นไปอีก

 

นอกจากนี้ จากประสบการณ์การเล่นทั้ง 3 เกม สิ่งที่ชอบอย่างหนึ่งเลยคือมอเตอร์การสั่นอย่าง Haptic แบบใหม่ที่ไม่รุนแรงจนเกินไปและเงียบลงกว่าเดิมแม้ว่าจะสั่นด้วยครับ โดยเฉพาะกับเกม Asphalt 9: Legends ที่จะมีระดับการสั่นตามการเร่ง การชน ทำให้เราสนุกไปกับการเล่นมากขึ้น แถมเมื่อเล่นเกมไปสักพักก็สังเกตได้อีกอย่างหนึ่งคืออาการร้อนของตัวเครื่องก็มีไม่มาก ยังแค่อุ่นๆ ปกติเท่านั้น โดย OnePlus 7T Pro มีระบบระบายความร้อนด้วยน้ำหรือ Liquid cooling ที่มาช่วยในเรื่องนี้ครับ

 

และที่สำคัญที่ขาดไปไม่ได้เลยคือระบบเสียงสเตอริโอคู่ผ่านลำโพงแบบ Dolby Atmos ก็อย่างที่เราบอกไปตอนต้นว่ามีการแยกเสียงลำโพง 2 ฝั่งชัดเจน ซึ่งเป็นประโยชน์มากๆ สำหรับเกมแนว FPS อย่าง Call Of Duty: Mobile ที่เราไม่ต้องใส่หูฟังก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่วิ่งได้ชัดเจนครับ

 

แบตอึด 4085mAh พร้อมชาร์จไว Warp Charge 30T

สำหรับ OnePlus 7T Pro มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาเป็น 4085mAh ทำให้เราใช้งานได้นานขึ้นกว่าเดิม ซึ่งในที่เล่นโซเชียลเน้นๆ ไม่มีเล่นเกมถือว่าอยู่ได้ตลอดวันแน่นอนครับ ส่วนใครที่เล่นเกมบ่อยๆ สลับกับโซเชียล ก็อาจจะอยู่ได้ประมาณ 5-6 ชั่วโมง

 

อย่างไรก็ตาม แม้แบตใกล้หมดก็ยังชาร์จเร็วได้ด้วยเทคโนโลยี Warp Charge 30T เร็วกว่า Warp Charge 30 ถึง 23% โดยเราเริ่มชาร์จตอนแบตเตอรี่เหลือ 16% เวลา 14.33 น. โดยความเร็วเวลาต่อมามีดังนี้

  • 14.41 น. ได้แบตเตอรี่ 27%
  • 14.52 น. ได้แบตเตอรี่ 44%
  • 15.02 น. ได้แบตเตอรี่ 60%
  • 15.19 น. ได้แบตเตอรี่ 84%
  • 15.41 น. ได้แบตเตอรี่ 100%

จากเวลาที่เห็น Warp Charge 30T ถือว่าชาร์จเร็วมาก จาก 16% – 79% ใช้เวลาไปประมาณ 45 นาทีเท่านั้น แต่หลังจากเลย 80% มาแล้ว ก็จะชาร์จช้าลงเพราะตัวอะแดปเตอร์จะลดกำลังไฟเพื่อรักษาความร้อนและไม่ให้แบตเตอรี่เสื่อมไว ซึ่งเป็นปกติของทุกรุ่นครับ

 

กล้องถ่ายรูป

สำหรับ OnePlus 7T Pro มาพร้อมกับ 3 เลนส์สุดอัจฉริยะ ได้แก่

  • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.6 เซ็นเซอร์ Sony IMX586 รองรับ OIS + EIS
  • เลนส์ Ultra Wide Angle 117 องศา ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Telephoto 3x ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

ที่สำคัญในรุ่นนี้จะมี Laser Focus อยู่ข้างเลนส์หลักเพื่อให้ใช้การตรวจจับระยะวัตถุได้ดีขึ้น ซึ่งฟีเจอร์ต่างๆ มีดังนี้

 

ตรวจจับฉากและปรับความงามอัตโนมัติด้วย AI Scene Detection

OnePlus 7T Pro แม้ว่าจะไม่ได้ระบุแยกแยะหมวดหมู่มาแบบให้เห็นตรงๆ แต่ก็สามารถถ่ายภาพได้สวยงามมากๆ จากการที่ใช้เทคโนโลยี UltraShot Engine ที่เป็นซอฟต์แวร์เพื่อช่วยในการถ่ายภาพให้ดียิ่งขึ้นในทุกสภาวะ ไม่ว่าจะแสงเยอะ, แสงน้อย, กลางคืน หรือย้อนแสง AI ก็จะเข้ามาช่วยปรับภาพให้ถ่ายได้อย่างเหมาะสมทันทีครับ แทบไม่ต้องไปกดอะไรให้ยุ่งยากเลย

 

ถ่ายคมชัดขั้นสุดด้วยความละเอียด 48 ล้านพิกเซล

ใครที่ต้องการความคมชัดระดับสูงในการถ่ายภาพอย่างความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล (8000 x 6000 พิกเซล) ก็สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่เข้าไปในโหมดโปร และเลือก “JPG 48MP” ก็สามารถถ่ายได้ทันที โดยภาพที่ได้ออกมาจะมีความละเอียดมากกว่าแบบปกติ (12 ล้านพิกเซล) ช่วยให้เราเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และสามารถซูมภาพหลังถ่ายเสร็จได้ไกลขึ้นกว่าเดิมด้วย

ที่สำคัญในการถ่ายความละเอียดสูง 48 ล้านพิกเซล เราจะได้ภาพที่สามารถนำไปใช้งานเพื่อทำออกมาเป็นภาพบิลบอร์ดขนาดใหญ่ๆ ได้ด้วยเพราะความคมชัดนั้นยังคงอยู่แม้ว่าจะจะขยายภาพไปไกลๆ ตามภาพด้านล่างนี้เลยครับ

 

ถ่ายมุมกว้าง Ultra Wide Angle 117 องศา

ใครที่ชอบเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ และอยากได้ภาพที่อยู่ตรงหน้าทั้งหมดแบบง่ายๆ OnePlus 7T Pro กับเลนส์ Ultra Wide Angle 117 องศาคือคำตอบชั้นดีเลยครับ เพราะได้ทั้งมุมกว้างแบบขั้นสุดและเฉดสีที่ยังคงให้มาแบบเต็มที่ แทบไม่เห็นการดรอปของเฉดสีแม้ว่าจะไม่ใช่เลนส์หลักครับ จะย้อนแสงหรือช่วงกลางคืนก็ยังคงเก็บได้เหมือนกัน

เปิด Ultra Wide Angle / ปิด Ultra Wide Angle

เลนส์ Ultra Wide Angle จะใช้ถ่ายบุคคลก็ได้ ก็ยังคงสวยไปอีกแบบเช่นกัน

 

Portrait เบลอสะใจ

เรื่องของการถ่ายภาพบุคคลหรือ Portrait ก็ยังทำได้สวยงามเหมือนเช่นเคย มีการตัดขอบรอบตัวบุคคลได้ดี ไม่ค่อยเห็นส่วนไหนของร่างกายโดนเบลอไปด้วย ทั้งนี้ เรื่องการประมวลผลการเบลอฉากหลังก็ทำได้ดีและรวดเร็วมาก ซึ่งตรงนี้ได้ตัวช่วยที่สำคัญอย่าง Laser Focus เพื่อมาตรวจจับวัตถุด้วยครับ ทั้งนี้ เราก็ยังสามารถปรับใบหน้าสวยได้ ซึ่งตรงนี้ AI จะช่วยประมวลผลให้อัตโนมัติครับ เราไม่ต้องไปปรับอะไรเองเลย

ปิด Portrait / เปิด Portrait

 

เปลี่ยนกลางคืนให้เป็นกลางวันด้วย Nightscape 2.0

สำหรับ Nightscape 2.0 แน่นอนว่าก็ต้องเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยในเรื่องของการถ่ายภาพกลางคืนให้สว่างยิ่งขึ้น โดยภาพที่เราได้มาไม่ใช่แค่สว่างอย่างเดียว แต่เรื่องของเฉดสีและความสดของสีก็ยังมีมาครบเช่นกัน และที่สำคัญระยะเวลาการนับถอยหลังเพื่อประมวลผลภาพตอนกลางคืนก็ยังรอไม่นานอีกด้วย แค่ประมาณ 2-3 วินาทีก็ได้ภาพสวยๆ ออกมาแล้ว

 

นอกจากนี้ ไม่ใช่แค่เลนส์หลักเท่านั้นที่ถ่าย Nightscape 2.0 แต่เลนส์ Ultra Wide Angle ก็สามารถทำได้เหมือนกัน ทำให้เราได้มุมดีๆ ที่อยากได้ในช่วงกลางคืนเพิ่มขึ้นด้วย

 

ซูมออปติคอล 3x เท่าโดยไม่เสียรายละเอียด

เป็นอีกสิ่งที่เพิ่มเข้ามาใน OnePlus 7T Pro อย่างเลนส์ Telephoto ที่ซูมแบบออปตอลได้ 3 เท่าโดยไม่เสียรายละเอียด ทำเราได้เก็บภาพในระยะไกลในสถานที่ที่เราไม่สามารถเข้าไปใกล้ๆ ได้ดีมากครับ

ระยะ 1x / ระยะซูม 3x


ระยะ 1x / ระยะซูม 3x


ระยะ 1x / ระยะซูม 3x

 

เจาะลึกถึงรายละเอียดด้วยความใกล้กับฟีเจอร์ Macro 2.5 เซนติเมตร

เพิ่มมาอีก 1 ฟีเจอร์อย่าง Macro ที่ช่วยให้ถ่ายได้ใกล้สุดๆ ถึง 2.5 เซนติเมตร ทำให้เราเห็นรายละเอียดในส่วนที่สายตาของมนุษย์แทบจะมองไม่เห็นได้คมชัดมากขึ้น โดยเรื่องสีและความอิ่มของสีนั้นยังทำได้ดีอีกด้วย ไม่มีอาการสีซีดหรือจางไปกว่าเลนส์ปกติเลย

 

หมดกล้องหลัง 3 เลนส์ไป ก็มาถึงกล้องหน้าแบบ Pop-up ความละเอียด 16 ล้านพิกเซลกันบ้าง โดยมีฟีเจอร์หลักๆ คือการถ่ายแบบใบหน้าสวยหรือบิวตี้ที่สามารถปรับได้ 3 ระดับด้วยกัน ใครที่ชอบแบบเรียลๆ ดูเป็นธรรมชาติก็ปรับได้ที่เบอร์ 1 ส่วนใครที่ชอบหน้าใสไร้สิวแต่ยังคงความเป็นธรรมชาติอยู่ก็ต้องเบอร์ 3 ไปเลยครับ

ปิด AI Beauty / AI Beauty ระดับ 1


AI Beauty ระดับ 2 / AI Beauty ระดับ 3

 

นอกจากนี้ เราก็ยังสามารถปรับให้มีการเบลอฉากหลังได้เหมือนกันครับ ซึ่งภาพที่ได้ออกมาจะทำให้เราดูโดดเด่นมากขึ้นจากการที่ไม่มีฉากหลังมาแย่งซีนไป แถมเรื่องการเบลอก็ทำได้เนียนตามากๆ เช่นกัน

 

สรุปจุดเด่น

  • หน้าจอแสดงผล Fluid Display ที่มี Refresh Rate 90Hz ทำให้เล่นได้ไหลลื่นมากกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไป
  • กล้องหลัง 3 เลนส์ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล ถ่ายได้คมชัด มีหลากหลายฟีเจอร์ทั้ง Nightscape 2.0, Ultra Wide Angle และ Macro 2.5 ซม.
  • ใช้งานได้เร็วแรงด้วยหน่วยประมวลผลระดับท็อป Snapdragon 855+ ควบคู่กับ RAM 8GB และ ROM 256GB แบบ UFS 3.0
  • มีแบตเตอรี่ความจุเยอะที่ 4085mAh พร้อมเทคโนโลยี Warp Charge 30T ที่ชาร์จได้รวดเร็วมาก
  • มีระบบเสียงผ่านลำโพงสเตอริโอคู่แบบ Dolby Atmos
  • แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10 รุ่นแรกของโลก

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่สามารถเพิ่ม MicroSD Card ได้
  • ไม่มีหูฟังแถมมาในกล่อง

 

สำหรับ OnePlus 7T Pro มีให้เลือกเพียงสีเดียว คือสีน้ำเงิน Haze Blue สนนราคาอยู่ที่ 26,990 บาท โดยสามารถซื้อได้ผ่านทาง AIS, JD Central และ LAZADA โดยมีโปรโมชั่นในแต่ละพาร์ทเนอร์ต่างกันไป

Android News

รวมโปรเด็ด HUAWEI Mate30 Pro จาก AIS, dtac และ TrueMove H เริ่มต้นเพียง 12,490 บาท

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

HUAWEI Mate 30 Pro Promotions

วันนี้จะพาไปอัปเดทโปรโมชั่นเด็ด HUAWEI Mate30 Pro จากทุกค่าย AIS, dtac และ TrueMove H ในราคาสุดคุ้ม เริ่มต้นเพียง 12,490 บาทเท่านั้น สมาร์ทโฟนเรือธงที่เปิดตัวมาพร้อมฟีเจอร์และเทคโนโลยีใหม่ๆ มากมาย ซึ่งเป็นเป็นสมาร์ทโฟนที่ออกมาสร้างมาตรฐานใหม่ทั้งด้านการดีไซน์และประสิทธิภาพการทำงานทุกด้านไม่ว่าจะเป็นฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์

 

HUAWEI Mate 30 Pro Promotions

ก่อนจะไปดูโปรโมชั่น เรามาดูฟีเจอร์เด็ดของ HUAWEI Mate30 Pro กันก่อนว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง เริ่มจากกล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดกล้องหลัก 40 ล้านพิกเซล, เลนส์ Cine Camera (Ultra-Wide) ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล, เลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้อง TOF สำหรับเก็บรายละเอียด ทำให้ถ่ายรูปได้ทุกสถานการณ์และได้ภาพสวยในทุกมุมมองทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ ถูกใจคนรักการถ่ายรูปแน่นอน

 

HUAWEI Mate 30 Pro Promotions

ความเร็วแรงของตัวเครื่องต้องยกให้กับรุ่นนี้เลย HUAWEI Mate30 Pro ใช้ชิปเซ็ต Kirin 990 รุ่นใหม่ล่าสุดซึ่งผลิตบนสถาปัตยกรรมแบบ 7 นาโนเมตร เร็ว แรง และใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ รวมไปถึงแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4500mAh รองรับชาร์จเร็ว HUAWEI SuperCharge 40W อีกด้วย

 

HUAWEI Mate 30 Pro Promotions

หน้าจอแสดงผลของ HUAWEI Mate30 Pro เป็นการดีไซน์แบบ Horizon Display ขนาด 6.53 นิ้ว โค้งมนทำมุม 88 องศา และมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ Innovative Side-Touch Interaction ใช้แทนปุ่มเพิ่มลดเสียงบริเวณด้านข้างของตัวเครื่องแบบล้ำๆ ไม่เหมือนใคร

มาถึงโปรโมชั่นโดนๆ จาก 3 ค่าย AIS, dtac และ TrueMove H เริ่มต้นเพียง 12,490 บาทเท่านั้น ใครใช้งานค่ายไหนอยู่ก็เลือกค่ายนั้นได้เลย

  • HUAWEI Mate30 Pro จาก AIS ราคาพิเศษ 12,490 บาท สำหรับลูกค้ารายเดือน เมื่อสมัครแพ็กเกจและชำระค่าบริการล่วงหน้าตามเงื่อนไขที่กำหนด คลิกดูรายละเอียดที่นี่
  • HUAWEI Mate30 Pro จาก dtac ราคาพิเศษ 15,490 บาท สำหรับลูกค้าปัจจุบันรายเดือน ย้ายค่ายเบอร์เดิม หรือเปิดเบอร์ใหม่ เมื่อสมัครแพ็กเกจและชำระค่าบริการล่วงหน้าตามเงื่อนไขที่กำหนด คลิกดูรายละเอียดที่นี่
  • HUAWEI Mate30 Pro จาก TrueMove H ราคาพิเศษ 13,490 บาท สำหรับลูกค้าปัจจุบันรายเดือน ย้ายค่ายเบอร์เดิม หรือเปิดเบอร์ใหม่ เมื่อสมัครแพ็กเกจและชำระค่าบริการล่วงหน้าตามเงื่อนไขที่กำหนด คลิกดูรายละเอียดที่นี่
อ่านต่อ...

Android News

OPPO A9 2020 สเปคแรงสุด จัดเต็มทุกฟีเจอร์ The Best Super Spec Smartphone ของปี 2019

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone

OPPO A9 2020 สมาร์ทโฟนสเปคแรงสุดในปี 2019 ราคาไม่ถึง 9,000 บาท อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ใหม่เพียบจนได้ฉายา The Best of Super Spec Smartphone ซึ่งเป็นรุ่นที่น่าสนใจ คุ้มค่าคุ้มราคา

ดีไซน์ระดับพรีเมี่ยม

OPPO A9 2020 Marine GreenOPPO A9 2020 Marine Green

ด้านดีไซน์ต้องบอกว่า OPPO ได้สร้างเอกลักษณ์ให้มีความโดดเด่นในทุกรุ่นจริงๆ โดยรุ่น OPPO A9 2020 สี Marine Green และ Space Purple เราจะเห็นถึงการไล่เฉดจากสีเชียวอ่อนรอบนอกค่อยๆ เข้มขึ้นไปจบที่ตรงกลางเครื่อง และยังมี

 

OPPO A9 2020

อีกหนึ่งสีใหม่ OPPO A9 2020 Vanilla Mint ซึ่งเป็นสีที่กำลังมาในเทรนด์สีของปี 2020

 

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มีหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว New Waterdrop Screen ซึ่งเป็นการดีไซน์รอยบากทรงหยดน้ำให้มีขนาดเล็กลงกว่าเดิมถึง 31.4% และมีพื้นที่ในการใช้งานมากขึ้น เห็นหน้าจอได้เต็มตา ขณะที่ตัวเครื่องก็ไม่ใหญ่จนเกินไป ยังคงจับถือได้สะดวกเหมือนเดิม อีกทั้งยังมาพร้อมกับโหมดถนอมสายตาตัดแสงสีฟ้า (Blue Shield) ออกไปได้อย่างสมบูรณ์แบบมากขึ้นทำให้เราเสียสายตามากนักระหว่างการใช้งานช่วงกลางคืนหรือช่วงที่แสงน้อย รวมไปถึงหากใครที่ใช้งานกลางแจ้งก็ยังมีฟีเจอร์ Sunlight Screen ที่ทำให้เราเห็นหน้าจอแสดงผลได้ชัดเจนขึ้นอีกด้วย

 

สเปคแรงสุด ใช้งานลื่นไหล

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มาพร้อมกับฉายา “Super Spec” ก็ได้จัดหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 665 AIE ควบคู่กับกับ RAM 8GB, ROM 128GB ช่วยให้ใช้งานได้อย่างลื่นไหล

 

OPPO A9 2020

ต้องบอกกันก่อนว่า OPPO A9 2020 ยังจัดเทคโนโลยี Game Boost 2.0 ที่จะมี 2 ความสามารถหลักๆ ได้แก่ Frame Boost ที่จะช่วยให้เฟรมเรทไม่เหวี่ยงพร้อมเล่นได้ไหลลื่นตลอดทั้งเกม และ Touch Boost ที่ทำให้การสัมผัสทุกอย่างภายในเกมมีการตอบสนองเร็วขึ้น แถมยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟฟิก และสามารถคาดการณ์ความล่าช้า (Latency) ที่สามารถเกิดขึ้นและตอบสนองอย่างรวดเร็วเพื่อให้เกมไม่กระตุกหรือเฟรมเรทเหวี่ยง เป็นต้น

 

OPPO A9 2020

เล่นเกมยอดนิยมอย่าง ROV ปรับกราฟิกทุกอย่างเป็นระดับสูงสุดทั้งหมด เฟรมเรทสูงสุด และการแสดงผลระดับสูง ซึ่งภายในเกมตั้งแต่ช่วงต้นเกมไปถึงจบเกม เฟรมเรทแทบไม่มีเหวี่ยงให้เห็น จะอยู่ที่ 58-60fps ตลอด แถมในช่วงบวกกันแบบครบทีมที่ต่างคนต่างปล่อยสกิลก็ต้องยิ่งใช้กราฟิกมากแต่ความสมูทของเกมกลับไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย ทั้งนี้ระบบสัมผัสก็ทำให้ไหลลื่นมากๆ

สำหรับแฟนๆ ROV แนะนำให้เปิดกราฟิกทุกอย่างให้สูงที่สุดเพื่อให้ได้ประสบการณ์แบบเต็มที่ แถมสเปคระดับนี้ก็ยังไม่ต้องกังวลด้วยว่าจะเล่นแล้วหัวร้อนเพราะกระตุกหรือแบตเตอรี่จะหมด เพราะสมาร์ทโฟนราคาเบาแต่สเปคแรงเครื่องนี้ทำได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆ

 

เสียงกระหึ่ม แบตอึดทั้งวัน

OPPO A9 2020

นอกจากความเร็วแรงแล้ว OPPO A9 2020 ยังมีระบบเสียง Dolby Atmos และ Hi-res Audio โดยความพิเศษของ Dolby Atmos ในรุ่นนี้ไม่จำเป็นต้องเสียบหูฟังเหมือนสมาร์ทโฟนรุ่นกลางๆ รุ่นอื่น เพราะเสียงจะออกมาแบบกระหึ่มผ่านลำโพงด้านบนและด้านล่างทันที ทั้งยังมีการแบ่งแยกเสียงฝั่งซ้ายและฝั่งขวาได้อย่างชัดเจนอีกด้วย ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ประทับใจสมาร์ทโฟนราคาต่ำหมื่นรุ่นนี้

 

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่มีความจุมากถึง 5,000 mAh ทำให้เราใช้งานดูหนังหรือเล่นโซเชียลต่างๆ ได้แบบเต็มวัน หรือหากชอบเล่นเกมไม่ว่าจะ PUBG Mobile หรือ ROV ก็เล่นได้นานติดต่อกันได้ถึง 5-6 ชั่วโมง แบบ Non-Stop และตัวเครื่องก็ยังร้อนไม่มากอีกด้วยเมื่อเทียบกับระยะเวลาของการเล่น

 

OPPO A9 2020

ไม่เพียงแต่แบตเตอรี่อึดใช้งานได้ยาวนาน เพราะ OPPO A9 2020 มีฟีเจอร์ Reverse Charging สำหรับชาร์จแบตให้กับเครื่องอื่นได้ด้วย ผ่านสาย OTG

 

กล้องถ่ายสวยทุกสถานการณ์

OPPO A9 2020

ด้านการถ่ายรูป OPPO A9 2020 มีกล้องหลัง 4 ตัว ทำให้ถ่ายได้ครบทุกสถานการณ์ โดยกล้องหลักสามารถถ่ายภาพได้ความละเอียดสูงสุดถึง 48 ล้านพิกเซล

 

OPPO A9 2020 OPPO A9 2020

กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล ทำให้เราได้ภาพที่มีขนาดใหญ่ มีรายละเอียดสูง และคมชัดมากกว่าการถ่ายด้วยกล้องมือถือทั่วไป

 

OPPO A9 2020 OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 ยังมาพร้อมกับเลนส์ Ultra Wide-Angle ที่มีองศากว้างถึง 119 องศาอีกด้วย โดยจะเหมาะสำหรับการถ่ายภาพวิวหรือสถานที่ท่องเที่ยวที่มีตึกสูงๆ ช่วยให้ได้ภาพบรรยากาศรอบข้างได้แบบครบองค์ประกอบ หรือใครอยากได้ภาพเต็มตาแต่อยู่ใกล้วัตถุมาก เลนส์นี้จะช่วยเราได้มากเลยทีเดียว

 

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มาพร้อมฟีเจอร์ Ultra Night mode 2.0 ที่สามารถเปิดหน้ากล้องได้นานมากขึ้น เก็บแสงได้ดีกว่าการถ่ายด้วยโหมดทั่วไป อีกทั้งยังช่วยลด Noise จึงทำให้การถ่ายภาพกลางคืนนั้นง่ายมากๆ และโหมดนี้ยังสามารถใช้ร่วมกับเลนส์ Ultra-Wide ได้ด้วย

 

OPPO A9 2020

สำหรับโหมดภาพถ่ายบุคคลแบบหน้าชัดหลังละลายจากกล้องของ OPPO A9 2020 จะเป็นการทำงานร่วมกันของกล้องหลักและกล้อง Portrait ทำให้การละลายฉากหลังทำได้เป็นธรรมชาติ

 

OPPO A9 2020

กล้องหน้าของ OPPO A9 2020 มาพร้อม AI Beautification ที่ปรับแต่งใบหน้าสวยให้อัตโนมัติโดยที่แทบไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม เพราะ AI จะคำนวณให้แล้วทั้งหมด ไม่ว่าจะเซลฟี่มุมไหนก็ออกมาสวยในทุกสภาพแสง

 

OPPO A9 2020 New Price 2020

ได้เห็นฟีเจอร์ที่อัดแน่นอยู่ใน OPPO A9 2020 กันแล้ว ต้องบอกว่าจัดเต็มทุกด้านจริงๆ สมกับเป็น The Best Super Spec Smartphone และล่าสุดได้มีการปรับราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 7,999 บาทเท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคมเป็นต้นไป เรียกได้คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!!

อ่านต่อ...

Android News

จับตา realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

realme-X50-5G

ปัจจุบันไม่มีใครไม่รู้จัก realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่ก่อตั้งได้เพียง 2 ปี แต่มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตต่อปีกว่า 500% และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในทุกรุ่นที่เข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทย

ความสำเร็จของ realme ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาสมาร์ทโฟนที่อัดแน่นด้วยสเปคที่เร็วแรงระดับพรีเมี่ยม แต่ราคาสุดคุ้มค่า ซึ่งก็ทำให้ในปัจจุบัน realme ได้ขยายตลาดครอบคลุมถึง 22 ประเทศ ใน 4 ทวีป และส่งผลให้ realme มีผู้ใช้งานมากกว่า 24 ล้านคนทั่วโลก และขึ้นมาเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่มียอดขายเป็นอันดับ 7 ของโลกได้อย่างรวดเร็ว

สิ่งหนึ่งที่ต้องชื่นชม realme คือความมุ่งของแบรนด์ที่จะสร้างความแตกต่างเพื่อให้ลูกค้าประทับใจ ถึงแม้ว่าราคาเป็นสิ่งที่ลูกค้าคำนึงถึงมากที่สุด แต่ realme ก็ไม่ยอมละลายที่จะมองประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไม realme เติบโตเร็วและมีแฟนๆ ทั่วโลกเป็นจำนวนมากภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี เท่านั้น

realme X2 Pro Master Edition Redbrick

ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีที่เหนือชั้นทำให้สมาร์ทโฟน realme คว้ารางวัลกว่า 50 รางวัล จากหลากหลายสาขา อาทิ สมาร์ทโฟนที่ทรงพลังที่สุด สมาร์ทโฟนเรือธงคุณภาพเยี่ยม และสมาร์ทโฟนที่เป็นที่สุดแห่งความคุ้มค่า โดยล่าสุดได้ร่วมกับดีไซน์เนอร์ระดับโลก Naoto Fukasawa สร้างสรรค์สมาร์ทโฟนที่สุดแห่งสไตล์ realme X2 Pro Master Edition สี Redbrick เป็นการผลักดักแบรนด์ให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่เน้นดีไซน์มากขึ้น

สำหรับประสิทธิภาพตัวเครื่องสมาร์ทโฟน realme จะมาพร้อมกับชิปแพลตฟอร์มในรูปแบบ SoC (System On a Chip) ซึ่งเป็นชิปเซ็ตที่รวมทุกระบบอยู่ภายในชิปเพียงตัวเดียว เพื่อเน้นย้าถึงประสิทธิภาพการทำงานและกานพัฒนาแพลตฟอร์มที่ก้าวหน้าเหนือคู่แข่ง

realme-X50-5G-in-China

การเติบโตแบบก้าวกระโดดไม่ได้ทำให้ realme หยุดพัฒนา เพราะล่าสุด realme ได้พัฒนาไปอีกขั้นจากการร่วมมือกับผู้ผลิตชิปเซ็ตและซัพพลายเออร์ชั้นนำระดับโลกในการอัปเกรดประสิทธิภาพการทำงานสำหรับสมาร์ทโฟน realme ทุกระดับราคา และเตรียมนำเสนอสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมชิปเซ็ตรุ่นล่าสุด ซึ่งรองรับการใช้งานสัญญาณ 5G เป็นครั้งแรก และมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอีกมากมายด้วย

การพัฒนาสมาร์ทโฟนให้รองรับ 5G ของ realme จะทำให้ลูกค้าได้รับประโยชน์และสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี 5G ได้ง่ายมากขึ้น เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า realme เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนเน้นความคุ้มค่า และ realme ก็มุ่งมั่นที่จะนำเสนอเทคโนโลยี 5G ในผลิตภัณฑ์ทุกช่วงระดับราคา ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ และมีดีไซน์ที่ยอดเยี่ยม

สมาร์ทโฟนที่เปิดตัวในประเทศจีนในปีนี้จะเป็นรุ่นที่รองรับการใช้งาน 5G ทั้งหมด เพื่อการก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G ซึ่งปัจจุบันในประเทศจีนพร้อมใช้งาน 5G แล้ว ในขณะเดียวกัน realme ก็เดินหน้าลุยตลาดผลิตภัณฑ์ 4G สำหรับทั่วโลก โดยชูจุดเด่นความได้เปรียบคู่แข่งในเรื่องของสเปคแรงราคาไม่แพง และเตรียมพร้อมสำหรับ 5G อีกด้วย อีกทั้งถ้ามองในเรื่องของระยะเวลาจะเห็นว่า realme มีความรวดเร็วในการพัฒนาและใช้ระยะเวลาการผลิตน้อย ทำให้ realme เป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่มีความกดดันน้อยที่สุด

ตามรายงานล่าสุด realme X50 จะประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศจีนวันที่ 7 มกราคมนี้ ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ realme ที่รองรับการใช้งาน 5G โดยสเปคที่หหลุดออกมาตามรายงานก่อนหน้านี้บอกว่าจะมาพร้อมกับหน้าจอแสดงขนาด 6.67 นิ้ว Refresh Rate 120Hz ใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 765G Octa-Core

ยังไม่หมดแค่นั้น realme ยังได้จับมือกับพันธมิตรอุตสาหกรรมเพื่อสร้างอีโคซิสเต็มเทคโนโลยีบนรากฐาน 5G เพราะในยุคของ 5G ไม่มีบทสำคัญเฉพาะบนสมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงผู้ให้บริการเครือข่าย นักพัฒนาแอปพลิเคชั่น บริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และพันธมิตรอุตสาหกรรมอื่นๆ

การเตรียมความพร้อมสำหรับ 5G เป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่า realme พร้อมแล้วที่จะเสนอเทคโนโลยีใหม่สุดล้ำบนสมาร์ทโฟนที่มีประสิทธิภาพและมุ่งมั่นก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G รอติดตามงานเปิดตัว realme X50 5G ไปพร้อมๆ กันได้ในวันที่ 7 มกราคมนี้

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Android News1 วัน ที่แล้ว

รวมโปรเด็ด HUAWEI Mate30 Pro จาก AIS, dtac และ TrueMove H เริ่มต้นเพียง 12,490 บาท

วันนี้จะพาไปอัปเดทโป...

OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

OPPO A9 2020 สเปคแรงสุด จัดเต็มทุกฟีเจอร์ The Best Super Spec Smartphone ของปี 2019

OPPO A9 2020 สมาร์ทโ...

realme-X50-5G realme-X50-5G
Android News3 สัปดาห์ ที่แล้ว

จับตา realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G

ปัจจุบันไม่มีใครไม่ร...

Goodnight App Review Goodnight App Review
Android App4 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Goodnight App แชทสนุกด้วยเสียง พบปะเพื่อนใหม่ หาคนพิเศษเพื่อบอกฝันดี!

วันนี้มีแอปพลิเคชั่น...

รีวิว Vivo V17 รีวิว Vivo V17
Featured1 เดือน ที่แล้ว

รีวิว Vivo V17 สมาร์ตโฟน “ฉีกทุกกฏในทุกช็อต” หน้าจอ Ultra O Screen, แบตอึด 4500mAh ชาร์จเร็ว 18W และกล้อง AI 4 เลนส์

Vivo V17 สมาร์ตโฟนที...

Advertisement

ข่าวใหม่วันนี้

กำลังมาแรง