ติดตามพวกเรา

Featured

รีวิว Nubia Z11 mini ดีไซน์สวย ครบทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน ในราคาย่อมเยา

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

Nubia Z11 mini เป็นสมาร์ทโฟนน้องเล็กในซีรีส์ Z11 มาพร้อมหน้าจอขนาด 5 นิ้ว Full HD ขอบกระจกโค้งมน 2.5D ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Snapdragon 617 Octa-core และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านหลังตัวเครื่อง

Nubia Z11 mini Review DSC_0815

สรุปข้อมูลและสเปค Nubia Z11 mini

  • ราคาเปิดตัว 6,990 บาท (มกราคม 2017)
  • ขนาดตัวเครื่อง 141.4 x 70 x 8 มม.
  • น้ำหนัก 138 กรัม
  • ใช้งานได้ 2 ซิมการ์ด 2G/3G/4G LTE
  • หน้าจอ 5 นิ้ว LTPS ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (441ppi) ครอบด้วยกระจกกันรอย Gorilla Glass 3
  • รันระบบปฏิบัติการ nubia UI 3.9.6 (Android 5.1.1 Lollipop) และ NeoVision 5.8
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 617 MSM8952
  • ซีพียู Octa-core (4×1.2 GHz Cortex-A53 และ 4×1.5 GHz Cortex-A53)
  • จีพียู Adreno 405
  • แรม 3GB
  • ความจำภายในตัวเครื่อง 32GB เพิ่มได้ด้วย microSD card สูงสุด 200 GB
  • กล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ IMX298 CMOS ประกอบด้วย 6 ชิ้นเลนส์ ครอบด้วยกระจกกันรอยแซฟไฟร์ ระบบออโต้โฟกัส ค่ารูรับแสง f/2.0
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.4
  • ฟีเจอร์ด้านเสียงใช้ DTS Audio
  • รองรับ Wi-Fi a/b/g/n/ac, Bluetooth 4.1 LE
  • รองรับระบบ GPS/A-GPS
  • USB Type-C
  • แบตเตอรี่ 2,800 mAh

 

อุปกรณ์ในกล่อง Nubia Z11 mini

Nubia Z11 mini Review DSC_0847

Nubia Z11 mini มาในกล่องกระดาษสีขาว ภายในกล่องจะมีตัวเครื่องสมาร์ทโฟน Nubia Z11 mini พร้อมแบตเตอรี่ในตัว, อะแดปเตอร์สำหรับชาร์จไฟ, สายเคเบิล USB Type-C, เข็มจิ้มถาดใส่ซิม และคู่มือใช้งาน

 

ดีไซน์ตัวเครื่องและหน้าจอแสดงผล

Nubia Z11 mini Review DSC_0828

Nubia Z11 mini เป็นสมาร์ทโฟนที่มีขอบกระจกหน้าจอโค้งมนแบบ 2.5D กับกรอบตัวเครื่องที่มีความโค้งมน ทำให้การจับใช้งานนั้นกระชับมือ อีกทั้งตัวเครื่องก็มีน้ำหนักเบาเพียง 138 กรัม จึงเป็นรุ่นที่พกพาง่าย และใช้งานในมือเดียวได้สะดวก

 

Nubia Z11 mini Review DSC_0813

หน้าจอของ Nubia Z11 mini มีขนาด 5 นิ้ว ความคมชัดระดับ Full HD 1080p ซึ่งมีความหนาแน่นของจุดพิกเซลมากถึง 441 พิกเซลต่อนิ้ว (ppi) ทำให้การแสดงผลบนหน้าจอนั้นมีความคมชัด และครอบด้วยกระจกกันรอย Gorilla Glass 3

 

Nubia Z11 mini Review DSC_0817

เหนือหน้าจอของ Nubia Z11 mini มีเลนส์กล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และลำโพงสำหรับสนทนา

 

Nubia Z11 mini Review DSC_0818

ล่างหน้าจอมีปุ่มสัมผัส 3 ปุ่ม ได้แก่ ปุ่มเมนู, ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับ ซึ่งปุ่มสัมผัสซ้ายและขวาสามารถตั้งค่าสลับตำแหน่งการใช้งานระหว่างเป็นปุ่มเมนูและปุ่มย้อนกลับ โดยทั้ง 3 ปุ่มจะมีไฟส่องสว่างสีแดง

 

Nubia Z11 mini Review DSC_0823

ด้านบนตัวเครื่องจะมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. ใช้งานกับหูฟังขนาดมาตรฐานทั่วไปได้ และมีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน

 

Nubia Z11 mini Review DSC_0819

ขอบด้านล่างตัวเครื่องมีไมโครโฟนหลัก, พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และช่องลำโพงตัวเครื่อง

 

Nubia Z11 mini Review DSC_0826

ขอบด้านขวามีปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่ม Power

 

Nubia Z11 mini Review DSC_0820 Nubia Z11 mini Review DSC_0848

ขอบด้านซ้ายมีช่องถาดใส่ซิม รองรับซิมการ์ดขนาด Nano SIM จำนวน 2 ช่อง หรือใส่ microSD card แทนในช่องซิม 2 เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บให้กับตัวเครื่องได้

 

Nubia Z11 mini Review DSC_0829

ฝาด้านหลังของ Nubia Z11 mini ไม่สามารถถอดออกได้ ภายในมีแบตเตอรี่ขนาด 2,800 mAh

 

Nubia Z11 mini Review DSC_0831

กล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล แฟลช LED และมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

 

อินเตอร์เฟซและฟังก์ชั่นการใช้งาน

Nubia Z11 mini Nubia UI Review 1

Nubia Z11 mini รันระบบปฏิบัติการ Android 5.1.1 Lollipop กับ Nubia UI 3.9.6 ซึ่งหน้าตาอินเตอร์เฟซมีความง่ายในการใช้งาน ไม่ซับซ้อน และก็มีฟีเจอร์ที่น่าสนใจหลายอย่างที่ทาง Nubia ใส่มาให้ในตัวเครื่อง

 

Nubia Z11 mini Nubia UI Review 2

Edge Slide ฟีเจอร์ที่ช่วยให้ขอบจอสามารถใช้ประโยชน์จากฟังก์ชั่นอื่นได้

  • Side on left edge : เลือกกำหนดการสไลด์ขอบจอซ้ายเพื่อสลับไปใช้งานแอพพลิเคชั่นก่อนหน้าหรือเปิดใช้งานแอพพลิเคชั่นที่กำหนด
  • Side on right edge : เลือกกำหนดการสไลด์ขอบจอขวาเพื่อเปิดใช้งานแอพพลิเคชั่นที่กำหนดหรือสลับไปใช้งานแอพพลิเคชั่นก่อนหน้า
  • Slide repeatedly on edge : สไลด์ขอบจอติดต่อกันหลายครั้งเพื่อปิดแอพพลิเคชั่นที่เปิดค้างไว้ทั้งหมด
  • Side on both edges : สไลด์ขอบจอทั้ง 2 ข้างเพื่อปรับความสว่างหน้าจอหรือปรับระดับเสียง

 

Nubia Z11 mini Nubia UI Review 3

Nubia Z11 mini รองรับการแบ่งหน้าจอเพื่อเปิดใช้งานแอพพลิเคชั่นได้พร้อมกัน 2 แอพ ด้วยการเปิดใช้งานฟีเจอร์ Screen split-up

 

Nubia Z11 mini Nubia UI Review 4

ปุ่มย้อนกลับและปุ่มเมนูบริเวณล่างหน้าจอ ผู้ใช้งานสามารถกำหนดตำแหน่งของปุ่มได้ตามความถนัด

 

Nubia Z11 mini Nubia UI Review 5

Touch Gesture ฟีเจอร์การสั่งงานด้วยท่าทางการสัมผัสตัวเครื่อง

  • Double click to light up เป็นการเคาะหน้าจอ 2 ครั้งเพื่อเปิดหน้าจอ หากหน้าจอดับอยู่
  • Palm screen lock เป็นการใช้ฝ่ามือวางบนหน้าจอเพื่อปิดล็อคหน้าจอ
  • Tri finger screenshot เป็นการใช้ 3 นิ้วลากบนขึ้นหรือลงบนหน้าจอ เพื่อจับภาพหน้าจอ
  • Tri finger switch app เป็นการใช้ 3 นิ้วปัดไปทางซ้ายหรือขวา เพื่อสลับไปใช้งานแอพก่อนหน้า

 

Nubia Z11 mini Nubia UI Review 6

Smart sensing เป็นฟีเจอร์สำหรับสั่งงานด้วยเซ็นเซอร์ที่มีในตัวเครื่อง Nubia Z11 mini ได้แก่

  • Flip to mute/pause คว่ำหน้าจอเพื่อปิดเสียงสายโทรเข้าหรือหยุดเล่นไฟล์มีเดียชั่วคราว
  • Shake to clear เป็นการเขย่าตัวเครื่องเพื่อเคลียร์รายการแจ้งเตือน, ปิดการทำงานแอพ และเคลียร์หน่วยความจำแรม

 

Nubia Z11 mini Nubia UI Review 7

Dual instance สำหรับโคลนแอพพลิเคชั่นประเภทโซเชียลให้สามารถใช้งานได้พร้อมกันในเครื่องเดียว เช่น โคลนแอพ WeChat เพื่อให้สามารถใช้งานพร้อมกันได้ 2 บัญชี เป็นต้น

 

Nubia Z11 mini Nubia UI Review 8

Super Screenshot ฟีเจอร์สำหรับการจับภาพหน้าจอที่ทำได้มากกว่าการจับภาพหน้าจอทั่วไป ซึ่งการเรียกใช้งานฟีเจอร์นี้ทำได้โดยการกดปุ่มลดเสียง+ปุ่ม Power พร้อมกันค้างไว้ ก็จะมีฟีเจอร์ Super Screenshot ขึ้นมาให้เลือกใช้งาน ได้แก่ บันทึกหน้าจอเป็นภาพปกติ, เลือกภาพหน้าจอเป็นวงกลม, เลือกภาพหน้าจอเป็นรูปหัวใจ หรือเลือกภาพหน้าจอเป็นรูปร่างต่าง ๆ โดยการวาดลายเส้นเพื่อเลือกพื้นที่ได้ตามต้องการ

นอกจากนี้ยังสามารถเลือกจับภาพหน้าจอแบบยาวต่อเนื่องกันเป็นภาพเดียวได้ เช่น จับภาพหน้าจอแชทที่ยาว ๆ เป็นภาพเดียวได้โดยไม่ต้องมาเรียงต่อภาพเอง หรือจะเลือกบันทึกหน้าจอเป็นไฟล์วิดีโอก็ทำได้เช่นกัน ซึ่งสามารถเลือกความละเอียดของไฟล์วิดีโอระดับ HD ได้ด้วย

 

Nubia Z11 mini Nubia UI Review 9

ระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint) สามารถใช้ปลดล็อคหน้าจอ, แตะเพื่อถ่ายรูป, แตะเพื่อใช้จับภาพหน้าจอร่วมกับฟีเจอร์ Super Screenshot และล็อคแอพพลิเคชั่น

 

Nubia Z11 mini Nubia UI Review 10

Nubia Z11 mini รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด พร้อมการโทร VoLTE สำหรับโทรบนเครือข่าย 4G ที่ให้เสียงคมชัดระดับ HD, รองรับ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Dual-band ใช้งานฟีเจอร์ Wi-Fi Direct และเป็นจุดแชร์สัญญาณ Wi-Fi (Hotspot) ได้

สำหรับการเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Bluetooth รองรับเวอร์ชั่น 4.1 ประหยัดพลังงาน (LE) และมีระบบ GPS/A-GPS ในการระบุตำแหน่ง ส่วนการเชื่อมต่อผ่านสายเคเบิลรองรับ USB Type-C 1.0 และรองรับ USB On-The-Go (OTG)

 

Nubia Z11 mini Nubia UI Review 11

แอพพลิเคชั่นที่ติดตั้งมากับตัวเครื่องที่น่าสนใจ เริ่มจากแอพ NotePad สำหรับจดบันทึกข้อความ แทรกรูปภาพ และเสียงลงในบันทึกได้

 

Nubia Z11 mini Nubia UI Review 12

แอพไฟฉาย (Flashlight) เป็นการเปิดใช้งานไฟแฟลชของกล้องหลังเพื่อใช้งานเป็นไฟฉายยามฉุกเฉิน

 

Nubia Z11 mini Nubia UI Review 13

แอพแกลเลอรี่ (Gallery) มาพร้อมเครื่องมือปรับแต่งรูปภาพครบครัน ไม่ว่าจะเป็นการตัดบางส่วนของภาพ, หมุนภาพ, เลือกใส่ฟิลเตอร์, ใส่กรอบรูป, ใส่ข้อความลงบนภาพ เป็นต้น

 

Nubia Z11 mini Nubia UI Review 14

เครื่องเล่นวิดีโอ (Video) รองรับไฟล์ความละเอียดระดับ Full HD 1080p

 

Nubia Z11 mini Nubia UI Review 15

Screen projection แอพพลิเคชั่นสำหรับส่งภาพจากหน้าจอสมาร์ทโฟน Nubia ไปแสดงบนหน้าจอสมาร์ทโฟนหรือทีวีเครื่องอื่น

 

Nubia Z11 mini Nubia UI Review 16

My file แอพจัดการไฟล์ที่มีหน้าตาอินเตอร์เฟซสวยงาม แบ่งหมวดหมู่ประเภทของไฟล์ และบอกปริมาณพื้นที่จัดเก็บของตัวเครื่อง

 

ตรวจสอบเซ็นเซอร์ด้วย Sensor Box for Android และมัลติทัช

Nubia Z11 mini Nubia UI Review 17

  • Accelerometer Sensor ช่วยหมุนหรือปรับเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลของหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ ตามลักษณะการจับถือของผู้ใช้
  • Light Sensor สำหรับตรวจวัดระดับความสว่างของสภาพแวดล้อม เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอและแผงปุ่มกดให้เหมาะสม
  • Orientation Sensor ระบบปรับมุมมองการแสดงผลหน้าจออัตโนมัติ
  • Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน
  • Gyro Sensor ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวแบบ 3 แกน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และความยืดหยุ่นหลากหลายในการควบคุม
  • Sound Sensor ตรวจวัดระดับเสียง
  • Magnetic Sensor ตรวจวัดความเข้มสนามแม่เหล็ก
  • รองรับมัลติทัช 10 จุด

 

ผลทดสอบคะแนน Benchmark ประสิทธิภาพการทำงาน

Nubia Z11 mini Nubia UI Review 18

Nubia Z11 mini รันระบบปฏิบัติการ Android 5.1.1 Lollipop กับ nubia UI 3.9.6 ใช้ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 617 Octa-core แบ่งการทำงานออกเป็น Quad-core 1.2GHz Cortex-A53 และ Quad-core 1.5GHz Cortex-A53 กับแรมขนาด 3GB

ผลการทดสอบ AnTuTu V6.2.7 เป็นการทดสอบการเข้าถึงการทำงานของแรม (RAM) และประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยประมวลผลกราฟิกหรือจีพียู (GPU) ทำคะแนนรวมได้ 43,198 คะแนน ถือว่าทำคะแนนได้ค่อนดีมากเมื่อเทียบกับระดับราคาของรุ่นนี้

 

Nubia Z11 mini Nubia UI Review 21

ผลการทดสอบด้วย Geekbench 4 เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการทำงานและการประมวลผลและหน่วยความจำแรม การทดสอบนี้จะทำการประมวลออกมาเป็นตัวเลขแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ Single-Core และ Multi-Core หากได้คะแนนยิ่งสูงประสิทธิภาพการทำงานจะยิ่งดี โดยผลทดสอบของ Nubia Z11 mini ทำคะแนน Single-Core ได้ 697 และ Multi-Core ทำได้ 2,232 คะแนน

 

Nubia Z11 mini Review DSCF1372

ตัวเครื่อง Nubia Z11 mini มีเซ็นเซอร์ Gyro Sensor สำหรับการเล่นเกมที่ต้องอาศัยการควบคุมหลายทิศทาง และสามารถเปิดการเล่นเกมที่ต้องการเล่นแบบ AR ได้ ซึ่งจากการทดสอบเล่นเกม Modern Combat 5: Blackout ที่มีตัวเกมขนาดใหญ่และกราฟิกสวยงามก็สามารถเล่นได้อย่างลื่นไหล

 

กล้องถ่ายรูป

Nubia Z11 mini Review DSC_0838

Nubia Z11 mini มีกล้องถ่ายรูปด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.0 ที่มาพร้อม NeoVision 5.8 ซึ่งมีโหมดถ่ายรูปให้เลือกใช้งานหลากหลาย โดยตัวแอพกล้องรองรับการแตะหน้าจอเพื่อเลือกจุดโฟกัส และแยกจุดวัดแสงออกจากจุดโฟกัสได้ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้การถ่ายภาพทำออกมาได้ดีขึ้นเมื่ออยู่ในสภาพแสงกับจุดที่ต้องการโฟกัสมีความแตกต่างกันมาก

 

Nubia Z11 mini Nubia UI Review 19

  • โหมดโปร (Pro Mode) เป็นโหมดที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่ากล้องให้มากขึ้น ทั้งในส่วนของความเร็วชัตเตอร์ (Speed Shutter) ได้นานสุด 2 วินาที, ค่าสมดุลแสงขาว (WB), ความไวแสง (ISO) 100 – 12800 และระยะโฟกัส
  • โหมด HDR เป็นการถ่ายรูปหลายรูป ที่มีค่าความสว่างของแสงแตกต่างกัน แล้วเอาภาพมารวมกันเป็นภาพเดียว ทำให้เวลาถ่ายภาพด้วยโหมดนี้จำเป็นต้องถือกล้องนิ่ง ๆ สักพัก เพื่อให้ได้ภาพที่มีรายละเอียดครบ ทั้งพื้นที่ส่วนที่สว่างและส่วนที่มืด
  • โหมดพาโนรามา เป็นโหมดสำหรับการถ่ายภาพวิว ทิวทัศน์ โดยการแพนกล้องไปทางซ้ายหรือขวาเพื่อเก็บรายละเอียดของภาพตามต้องการ

 

Nubia Z11 mini Nubia UI Review 20

Camera Family ฟีเจอร์ที่รวมโหมดถ่ายรูปที่ทำให้การถ่ายรูปด้วยกล้องของ Nubia Z11 mini ทำได้มากกว่าการถ่ายรูปปกติและมีลูกเล่นมากขึ้น

 

Light Painting Nubia Z11 mini

ถ่ายด้วยโหมด Light Painting

Clone Camera

ถ่ายด้วยโหมด Clone Camera

  • Multi Exposure หรือการรับแสงสองครั้งเพื่อให้ภาพซ้อนทับกัน
  • Light Painting เป็นโหมดสำหรับถ่ายภาพโดยการใช้แสงไฟวาดในที่มืด ซึ่งเป็นการเปิดหน้ากล้องนานขึ้น ใช้เป็นลูกเล่นในการจับภาพแสงไฟตามทิศทางของแสง เหมาะกับการถ่ายภาพแสงไฟรถยนต์ตามท้องถนน หรือวาดสัญลักษณ์ ตัวหนังสือต่าง ๆ ด้วยแสงไฟ เป็นต้น โหมดนี้ต้องถือเครื่องมือถือให้นิ่ง ๆ หรือใช้ขาตั้งกล้องช่วยก็ได้
  • Electronic Aperture เป็นโหมดที่ช่วยให้ผู้ใช้งานเลือกปรับค่ากล้องในส่วนของค่ารูรับแสงได้ตั้งแต่ f/2.8 – f/44 ซึ่งเป็นการใช้ซอฟต์แวร์เข้าช่วย รวมถึงสามารถปรับค่าอื่น ๆ ได้ด้วย ได้แก่ ค่าสมดุลแสงขาว (WB), ระยะโฟกัส และค่าชดเชยแสง -/+3
  • Slow Shutter โหมดนี้สามารถปรับความเร็วชัตเตอร์ได้นานตั้งแต่ 1 วินาทีไปจนถึง 21 นาที, ค่าสมดุลแสงขาว (WB), ระยะโฟกัส และความไวแสง (ISO) 100 – 3200
  • Clone Camera เป็นการถ่ายวัตถุหรือบุคคลในท่าทางต่าง ๆ ได้ในภาพเดียวด้วยวิธีการโคลนนิ่ง

นอกจากนี้ก็ยังมีโหมด Star Track สำหรับถ่ายวิถีดวงดาวบนท้องฟ้า, โหมด Video Maker สำหรับถ่ายวิดีโอสั้น ๆ รวมเป็นวิดีโอเดียวกัน, โหมด Trajectory สำหรับถ่ายภาพเพื่อติดตามวิถีการเคลื่อนที่ของวัตถุ และรองรับการบันทึกไฟล์ DNG ด้วย

กล้องหลังของ Nubia Z11 mini รองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียด Full HD 1080 ที่ความเร็ว 30fps และมีโหมดถ่ายวิดีโอแบบ Slow Motion และ Time-lapse

 

Nubia Z11 mini Selfie

กล้องหน้าของ Nubia Z11 mini มีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมโหมดปรับความเนียนของผิวได้ 10 ระดับ

ตัวอย่างภาพถ่าย

IMG_20170108_173625 IMG_20170107_193702 IMG_20170108_171807 IMG_20170103_172542 IMG_20170103_150833 IMG_20161230_181137 IMG_20161230_170952

 

สรุปจุดเด่น

  • Nubia Z11 mini เป็นสมาร์ทโฟนในระดับราคาที่จับต้องได้ ตัวเครื่องมีดีไซน์ที่สวยงาม น้ำหนักเบา และหน้าจอแสดวงผลที่มีความคมชัดระดับ Full HD 1080p
  • หน่วยความจำแรมขนาด 3GB ช่วยให้การใช้งานมัลติทาสกิ้งทำได้ลื่นไหลดี และ Nubia UI ที่มีฟีเจอร์ให้ใช้งานหลากหลาย
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ระบบโฟกัสทำงานได้รวดเร็ว และเก็บรายละเอียดของภาพได้ดี พร้อมโหมดถ่ายรูปที่มีให้ใช้งานหลากหลาย ช่วยการถ่ายรูปทำได้สนุกมากขึ้น

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ชุดขายไม่มีหูฟัง

nubia logo
ขอขอบคุณ Nubia Smartphone Thailand

Android News

รวมโปรเด็ด HUAWEI Mate30 Pro จาก AIS, dtac และ TrueMove H เริ่มต้นเพียง 12,490 บาท

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

HUAWEI Mate 30 Pro Promotions

วันนี้จะพาไปอัปเดทโปรโมชั่นเด็ด HUAWEI Mate30 Pro จากทุกค่าย AIS, dtac และ TrueMove H ในราคาสุดคุ้ม เริ่มต้นเพียง 12,490 บาทเท่านั้น สมาร์ทโฟนเรือธงที่เปิดตัวมาพร้อมฟีเจอร์และเทคโนโลยีใหม่ๆ มากมาย ซึ่งเป็นเป็นสมาร์ทโฟนที่ออกมาสร้างมาตรฐานใหม่ทั้งด้านการดีไซน์และประสิทธิภาพการทำงานทุกด้านไม่ว่าจะเป็นฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์

 

HUAWEI Mate 30 Pro Promotions

ก่อนจะไปดูโปรโมชั่น เรามาดูฟีเจอร์เด็ดของ HUAWEI Mate30 Pro กันก่อนว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง เริ่มจากกล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดกล้องหลัก 40 ล้านพิกเซล, เลนส์ Cine Camera (Ultra-Wide) ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล, เลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้อง TOF สำหรับเก็บรายละเอียด ทำให้ถ่ายรูปได้ทุกสถานการณ์และได้ภาพสวยในทุกมุมมองทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ ถูกใจคนรักการถ่ายรูปแน่นอน

 

HUAWEI Mate 30 Pro Promotions

ความเร็วแรงของตัวเครื่องต้องยกให้กับรุ่นนี้เลย HUAWEI Mate30 Pro ใช้ชิปเซ็ต Kirin 990 รุ่นใหม่ล่าสุดซึ่งผลิตบนสถาปัตยกรรมแบบ 7 นาโนเมตร เร็ว แรง และใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ รวมไปถึงแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4500mAh รองรับชาร์จเร็ว HUAWEI SuperCharge 40W อีกด้วย

 

HUAWEI Mate 30 Pro Promotions

หน้าจอแสดงผลของ HUAWEI Mate30 Pro เป็นการดีไซน์แบบ Horizon Display ขนาด 6.53 นิ้ว โค้งมนทำมุม 88 องศา และมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ Innovative Side-Touch Interaction ใช้แทนปุ่มเพิ่มลดเสียงบริเวณด้านข้างของตัวเครื่องแบบล้ำๆ ไม่เหมือนใคร

มาถึงโปรโมชั่นโดนๆ จาก 3 ค่าย AIS, dtac และ TrueMove H เริ่มต้นเพียง 12,490 บาทเท่านั้น ใครใช้งานค่ายไหนอยู่ก็เลือกค่ายนั้นได้เลย

  • HUAWEI Mate30 Pro จาก AIS ราคาพิเศษ 12,490 บาท สำหรับลูกค้ารายเดือน เมื่อสมัครแพ็กเกจและชำระค่าบริการล่วงหน้าตามเงื่อนไขที่กำหนด คลิกดูรายละเอียดที่นี่
  • HUAWEI Mate30 Pro จาก dtac ราคาพิเศษ 15,490 บาท สำหรับลูกค้าปัจจุบันรายเดือน ย้ายค่ายเบอร์เดิม หรือเปิดเบอร์ใหม่ เมื่อสมัครแพ็กเกจและชำระค่าบริการล่วงหน้าตามเงื่อนไขที่กำหนด คลิกดูรายละเอียดที่นี่
  • HUAWEI Mate30 Pro จาก TrueMove H ราคาพิเศษ 13,490 บาท สำหรับลูกค้าปัจจุบันรายเดือน ย้ายค่ายเบอร์เดิม หรือเปิดเบอร์ใหม่ เมื่อสมัครแพ็กเกจและชำระค่าบริการล่วงหน้าตามเงื่อนไขที่กำหนด คลิกดูรายละเอียดที่นี่
อ่านต่อ...

Android News

OPPO A9 2020 สเปคแรงสุด จัดเต็มทุกฟีเจอร์ The Best Super Spec Smartphone ของปี 2019

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone

OPPO A9 2020 สมาร์ทโฟนสเปคแรงสุดในปี 2019 ราคาไม่ถึง 9,000 บาท อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ใหม่เพียบจนได้ฉายา The Best of Super Spec Smartphone ซึ่งเป็นรุ่นที่น่าสนใจ คุ้มค่าคุ้มราคา

ดีไซน์ระดับพรีเมี่ยม

OPPO A9 2020 Marine GreenOPPO A9 2020 Marine Green

ด้านดีไซน์ต้องบอกว่า OPPO ได้สร้างเอกลักษณ์ให้มีความโดดเด่นในทุกรุ่นจริงๆ โดยรุ่น OPPO A9 2020 สี Marine Green และ Space Purple เราจะเห็นถึงการไล่เฉดจากสีเชียวอ่อนรอบนอกค่อยๆ เข้มขึ้นไปจบที่ตรงกลางเครื่อง และยังมี

 

OPPO A9 2020

อีกหนึ่งสีใหม่ OPPO A9 2020 Vanilla Mint ซึ่งเป็นสีที่กำลังมาในเทรนด์สีของปี 2020

 

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มีหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว New Waterdrop Screen ซึ่งเป็นการดีไซน์รอยบากทรงหยดน้ำให้มีขนาดเล็กลงกว่าเดิมถึง 31.4% และมีพื้นที่ในการใช้งานมากขึ้น เห็นหน้าจอได้เต็มตา ขณะที่ตัวเครื่องก็ไม่ใหญ่จนเกินไป ยังคงจับถือได้สะดวกเหมือนเดิม อีกทั้งยังมาพร้อมกับโหมดถนอมสายตาตัดแสงสีฟ้า (Blue Shield) ออกไปได้อย่างสมบูรณ์แบบมากขึ้นทำให้เราเสียสายตามากนักระหว่างการใช้งานช่วงกลางคืนหรือช่วงที่แสงน้อย รวมไปถึงหากใครที่ใช้งานกลางแจ้งก็ยังมีฟีเจอร์ Sunlight Screen ที่ทำให้เราเห็นหน้าจอแสดงผลได้ชัดเจนขึ้นอีกด้วย

 

สเปคแรงสุด ใช้งานลื่นไหล

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มาพร้อมกับฉายา “Super Spec” ก็ได้จัดหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 665 AIE ควบคู่กับกับ RAM 8GB, ROM 128GB ช่วยให้ใช้งานได้อย่างลื่นไหล

 

OPPO A9 2020

ต้องบอกกันก่อนว่า OPPO A9 2020 ยังจัดเทคโนโลยี Game Boost 2.0 ที่จะมี 2 ความสามารถหลักๆ ได้แก่ Frame Boost ที่จะช่วยให้เฟรมเรทไม่เหวี่ยงพร้อมเล่นได้ไหลลื่นตลอดทั้งเกม และ Touch Boost ที่ทำให้การสัมผัสทุกอย่างภายในเกมมีการตอบสนองเร็วขึ้น แถมยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟฟิก และสามารถคาดการณ์ความล่าช้า (Latency) ที่สามารถเกิดขึ้นและตอบสนองอย่างรวดเร็วเพื่อให้เกมไม่กระตุกหรือเฟรมเรทเหวี่ยง เป็นต้น

 

OPPO A9 2020

เล่นเกมยอดนิยมอย่าง ROV ปรับกราฟิกทุกอย่างเป็นระดับสูงสุดทั้งหมด เฟรมเรทสูงสุด และการแสดงผลระดับสูง ซึ่งภายในเกมตั้งแต่ช่วงต้นเกมไปถึงจบเกม เฟรมเรทแทบไม่มีเหวี่ยงให้เห็น จะอยู่ที่ 58-60fps ตลอด แถมในช่วงบวกกันแบบครบทีมที่ต่างคนต่างปล่อยสกิลก็ต้องยิ่งใช้กราฟิกมากแต่ความสมูทของเกมกลับไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย ทั้งนี้ระบบสัมผัสก็ทำให้ไหลลื่นมากๆ

สำหรับแฟนๆ ROV แนะนำให้เปิดกราฟิกทุกอย่างให้สูงที่สุดเพื่อให้ได้ประสบการณ์แบบเต็มที่ แถมสเปคระดับนี้ก็ยังไม่ต้องกังวลด้วยว่าจะเล่นแล้วหัวร้อนเพราะกระตุกหรือแบตเตอรี่จะหมด เพราะสมาร์ทโฟนราคาเบาแต่สเปคแรงเครื่องนี้ทำได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆ

 

เสียงกระหึ่ม แบตอึดทั้งวัน

OPPO A9 2020

นอกจากความเร็วแรงแล้ว OPPO A9 2020 ยังมีระบบเสียง Dolby Atmos และ Hi-res Audio โดยความพิเศษของ Dolby Atmos ในรุ่นนี้ไม่จำเป็นต้องเสียบหูฟังเหมือนสมาร์ทโฟนรุ่นกลางๆ รุ่นอื่น เพราะเสียงจะออกมาแบบกระหึ่มผ่านลำโพงด้านบนและด้านล่างทันที ทั้งยังมีการแบ่งแยกเสียงฝั่งซ้ายและฝั่งขวาได้อย่างชัดเจนอีกด้วย ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ประทับใจสมาร์ทโฟนราคาต่ำหมื่นรุ่นนี้

 

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่มีความจุมากถึง 5,000 mAh ทำให้เราใช้งานดูหนังหรือเล่นโซเชียลต่างๆ ได้แบบเต็มวัน หรือหากชอบเล่นเกมไม่ว่าจะ PUBG Mobile หรือ ROV ก็เล่นได้นานติดต่อกันได้ถึง 5-6 ชั่วโมง แบบ Non-Stop และตัวเครื่องก็ยังร้อนไม่มากอีกด้วยเมื่อเทียบกับระยะเวลาของการเล่น

 

OPPO A9 2020

ไม่เพียงแต่แบตเตอรี่อึดใช้งานได้ยาวนาน เพราะ OPPO A9 2020 มีฟีเจอร์ Reverse Charging สำหรับชาร์จแบตให้กับเครื่องอื่นได้ด้วย ผ่านสาย OTG

 

กล้องถ่ายสวยทุกสถานการณ์

OPPO A9 2020

ด้านการถ่ายรูป OPPO A9 2020 มีกล้องหลัง 4 ตัว ทำให้ถ่ายได้ครบทุกสถานการณ์ โดยกล้องหลักสามารถถ่ายภาพได้ความละเอียดสูงสุดถึง 48 ล้านพิกเซล

 

OPPO A9 2020 OPPO A9 2020

กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล ทำให้เราได้ภาพที่มีขนาดใหญ่ มีรายละเอียดสูง และคมชัดมากกว่าการถ่ายด้วยกล้องมือถือทั่วไป

 

OPPO A9 2020 OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 ยังมาพร้อมกับเลนส์ Ultra Wide-Angle ที่มีองศากว้างถึง 119 องศาอีกด้วย โดยจะเหมาะสำหรับการถ่ายภาพวิวหรือสถานที่ท่องเที่ยวที่มีตึกสูงๆ ช่วยให้ได้ภาพบรรยากาศรอบข้างได้แบบครบองค์ประกอบ หรือใครอยากได้ภาพเต็มตาแต่อยู่ใกล้วัตถุมาก เลนส์นี้จะช่วยเราได้มากเลยทีเดียว

 

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มาพร้อมฟีเจอร์ Ultra Night mode 2.0 ที่สามารถเปิดหน้ากล้องได้นานมากขึ้น เก็บแสงได้ดีกว่าการถ่ายด้วยโหมดทั่วไป อีกทั้งยังช่วยลด Noise จึงทำให้การถ่ายภาพกลางคืนนั้นง่ายมากๆ และโหมดนี้ยังสามารถใช้ร่วมกับเลนส์ Ultra-Wide ได้ด้วย

 

OPPO A9 2020

สำหรับโหมดภาพถ่ายบุคคลแบบหน้าชัดหลังละลายจากกล้องของ OPPO A9 2020 จะเป็นการทำงานร่วมกันของกล้องหลักและกล้อง Portrait ทำให้การละลายฉากหลังทำได้เป็นธรรมชาติ

 

OPPO A9 2020

กล้องหน้าของ OPPO A9 2020 มาพร้อม AI Beautification ที่ปรับแต่งใบหน้าสวยให้อัตโนมัติโดยที่แทบไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม เพราะ AI จะคำนวณให้แล้วทั้งหมด ไม่ว่าจะเซลฟี่มุมไหนก็ออกมาสวยในทุกสภาพแสง

 

OPPO A9 2020 New Price 2020

ได้เห็นฟีเจอร์ที่อัดแน่นอยู่ใน OPPO A9 2020 กันแล้ว ต้องบอกว่าจัดเต็มทุกด้านจริงๆ สมกับเป็น The Best Super Spec Smartphone และล่าสุดได้มีการปรับราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 7,999 บาทเท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคมเป็นต้นไป เรียกได้คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!!

อ่านต่อ...

Android News

จับตา realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

realme-X50-5G

ปัจจุบันไม่มีใครไม่รู้จัก realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่ก่อตั้งได้เพียง 2 ปี แต่มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตต่อปีกว่า 500% และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในทุกรุ่นที่เข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทย

ความสำเร็จของ realme ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาสมาร์ทโฟนที่อัดแน่นด้วยสเปคที่เร็วแรงระดับพรีเมี่ยม แต่ราคาสุดคุ้มค่า ซึ่งก็ทำให้ในปัจจุบัน realme ได้ขยายตลาดครอบคลุมถึง 22 ประเทศ ใน 4 ทวีป และส่งผลให้ realme มีผู้ใช้งานมากกว่า 24 ล้านคนทั่วโลก และขึ้นมาเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่มียอดขายเป็นอันดับ 7 ของโลกได้อย่างรวดเร็ว

สิ่งหนึ่งที่ต้องชื่นชม realme คือความมุ่งของแบรนด์ที่จะสร้างความแตกต่างเพื่อให้ลูกค้าประทับใจ ถึงแม้ว่าราคาเป็นสิ่งที่ลูกค้าคำนึงถึงมากที่สุด แต่ realme ก็ไม่ยอมละลายที่จะมองประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไม realme เติบโตเร็วและมีแฟนๆ ทั่วโลกเป็นจำนวนมากภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี เท่านั้น

realme X2 Pro Master Edition Redbrick

ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีที่เหนือชั้นทำให้สมาร์ทโฟน realme คว้ารางวัลกว่า 50 รางวัล จากหลากหลายสาขา อาทิ สมาร์ทโฟนที่ทรงพลังที่สุด สมาร์ทโฟนเรือธงคุณภาพเยี่ยม และสมาร์ทโฟนที่เป็นที่สุดแห่งความคุ้มค่า โดยล่าสุดได้ร่วมกับดีไซน์เนอร์ระดับโลก Naoto Fukasawa สร้างสรรค์สมาร์ทโฟนที่สุดแห่งสไตล์ realme X2 Pro Master Edition สี Redbrick เป็นการผลักดักแบรนด์ให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่เน้นดีไซน์มากขึ้น

สำหรับประสิทธิภาพตัวเครื่องสมาร์ทโฟน realme จะมาพร้อมกับชิปแพลตฟอร์มในรูปแบบ SoC (System On a Chip) ซึ่งเป็นชิปเซ็ตที่รวมทุกระบบอยู่ภายในชิปเพียงตัวเดียว เพื่อเน้นย้าถึงประสิทธิภาพการทำงานและกานพัฒนาแพลตฟอร์มที่ก้าวหน้าเหนือคู่แข่ง

realme-X50-5G-in-China

การเติบโตแบบก้าวกระโดดไม่ได้ทำให้ realme หยุดพัฒนา เพราะล่าสุด realme ได้พัฒนาไปอีกขั้นจากการร่วมมือกับผู้ผลิตชิปเซ็ตและซัพพลายเออร์ชั้นนำระดับโลกในการอัปเกรดประสิทธิภาพการทำงานสำหรับสมาร์ทโฟน realme ทุกระดับราคา และเตรียมนำเสนอสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมชิปเซ็ตรุ่นล่าสุด ซึ่งรองรับการใช้งานสัญญาณ 5G เป็นครั้งแรก และมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอีกมากมายด้วย

การพัฒนาสมาร์ทโฟนให้รองรับ 5G ของ realme จะทำให้ลูกค้าได้รับประโยชน์และสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี 5G ได้ง่ายมากขึ้น เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า realme เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนเน้นความคุ้มค่า และ realme ก็มุ่งมั่นที่จะนำเสนอเทคโนโลยี 5G ในผลิตภัณฑ์ทุกช่วงระดับราคา ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ และมีดีไซน์ที่ยอดเยี่ยม

สมาร์ทโฟนที่เปิดตัวในประเทศจีนในปีนี้จะเป็นรุ่นที่รองรับการใช้งาน 5G ทั้งหมด เพื่อการก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G ซึ่งปัจจุบันในประเทศจีนพร้อมใช้งาน 5G แล้ว ในขณะเดียวกัน realme ก็เดินหน้าลุยตลาดผลิตภัณฑ์ 4G สำหรับทั่วโลก โดยชูจุดเด่นความได้เปรียบคู่แข่งในเรื่องของสเปคแรงราคาไม่แพง และเตรียมพร้อมสำหรับ 5G อีกด้วย อีกทั้งถ้ามองในเรื่องของระยะเวลาจะเห็นว่า realme มีความรวดเร็วในการพัฒนาและใช้ระยะเวลาการผลิตน้อย ทำให้ realme เป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่มีความกดดันน้อยที่สุด

ตามรายงานล่าสุด realme X50 จะประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศจีนวันที่ 7 มกราคมนี้ ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ realme ที่รองรับการใช้งาน 5G โดยสเปคที่หหลุดออกมาตามรายงานก่อนหน้านี้บอกว่าจะมาพร้อมกับหน้าจอแสดงขนาด 6.67 นิ้ว Refresh Rate 120Hz ใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 765G Octa-Core

ยังไม่หมดแค่นั้น realme ยังได้จับมือกับพันธมิตรอุตสาหกรรมเพื่อสร้างอีโคซิสเต็มเทคโนโลยีบนรากฐาน 5G เพราะในยุคของ 5G ไม่มีบทสำคัญเฉพาะบนสมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงผู้ให้บริการเครือข่าย นักพัฒนาแอปพลิเคชั่น บริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และพันธมิตรอุตสาหกรรมอื่นๆ

การเตรียมความพร้อมสำหรับ 5G เป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่า realme พร้อมแล้วที่จะเสนอเทคโนโลยีใหม่สุดล้ำบนสมาร์ทโฟนที่มีประสิทธิภาพและมุ่งมั่นก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G รอติดตามงานเปิดตัว realme X50 5G ไปพร้อมๆ กันได้ในวันที่ 7 มกราคมนี้

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Android News1 วัน ที่แล้ว

รวมโปรเด็ด HUAWEI Mate30 Pro จาก AIS, dtac และ TrueMove H เริ่มต้นเพียง 12,490 บาท

วันนี้จะพาไปอัปเดทโป...

OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

OPPO A9 2020 สเปคแรงสุด จัดเต็มทุกฟีเจอร์ The Best Super Spec Smartphone ของปี 2019

OPPO A9 2020 สมาร์ทโ...

realme-X50-5G realme-X50-5G
Android News3 สัปดาห์ ที่แล้ว

จับตา realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G

ปัจจุบันไม่มีใครไม่ร...

Goodnight App Review Goodnight App Review
Android App4 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Goodnight App แชทสนุกด้วยเสียง พบปะเพื่อนใหม่ หาคนพิเศษเพื่อบอกฝันดี!

วันนี้มีแอปพลิเคชั่น...

รีวิว Vivo V17 รีวิว Vivo V17
Featured1 เดือน ที่แล้ว

รีวิว Vivo V17 สมาร์ตโฟน “ฉีกทุกกฏในทุกช็อต” หน้าจอ Ultra O Screen, แบตอึด 4500mAh ชาร์จเร็ว 18W และกล้อง AI 4 เลนส์

Vivo V17 สมาร์ตโฟนที...

Advertisement

ข่าวใหม่วันนี้

กำลังมาแรง