ติดตามพวกเรา

Featured

รีวิว Nubia Z11 Black Gold Edition ดีไซน์สวยหรู หน้าจอไร้ขอบ พร้อมแรม 6GB และกล้องกันสั่น 16 ล้านพิกเซล

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

Nubia Z11 Black Gold Edition สมาร์ทโฟนรุ่นพรีเมียมที่มาพร้อมตัวเครื่องสีดำทองสวยหรู มาพร้อมหน้าจอดีไซน์ไร้ขอบ Bezel-less ขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 820 กับแรม 6GB และความจำตัวเครื่อง 64GB รองรับการเพิ่มความจำได้ด้วย microSD card อีกทั้งยังมีกล้องถ่ายรูปกันสั่น OIS ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล

Nubia Z11 Review 1

สรุปข้อมูลสเปค Nubia Z11 Black Gold Edition

  • ราคาเปิดตัว 15,990 บาท (ธันวาคม 2016)
  • ขนาดตัวเครื่อง 151.8 x 72.3 x 7.7 มม.
  • น้ำหนัก 162 กรัม
  • ใช้งานได้ 2 ซิมการ์ด 2G/3G/4G LTE
  • หน้าจอ 5.5 นิ้ว IPS LCD ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (403ppi) ครอบด้วยกระจกกันรอย Gorilla Glass 3
  • รันระบบปฏิบัติการ nubia UI 4.0 (Android 6.0 Marshmallow) และ NeoVision 6.0
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 820 MSM8996
  • ซีพียู Quad-core (2×2.15 GHz Kryo และ 2×1.6 GHz Kryo)
  • จีพียู Adreno 530
  • แรม 6GB
  • ความจำภายในตัวเครื่อง 64 GB เพิ่มได้ด้วย microSD card สูงสุด 200 GB
  • กล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ IMX298 CMOS ประกอบด้วย 6 ชิ้นเลนส์ ครอบด้วยกระจกกันรอยแซฟไฟร์ ระบบออโต้โฟกัส ค่ารูรับแสง f/2.0 และระบบกันภาพสั่นไหว OIS
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.4
  • ฟีเจอร์ด้านเสียงใช้ชิปเซ็ต AKM4376 / Smart PA Dolby Surround 7.1, Hi-Fi
  • รองรับ Wi-Fi a/b/g/n/ac, Bluetooth 4.1 LE
  • รองรับระบบ GPS/A-GPS
  • USB Type-C
  • แบตเตอรี่ 3,000 mAh
  • รองรับชาร์จเร็ว Qualcomm Quick Charge 3.0

 

แกะกล่อง Nubia Z11 Black Gold Edition

Nubia Z11 Review 05

Nubia Z11 Black Gold Edition มาในกล่องสีดำ โดยมีโลโก้แบรนด์ Nubia สีแดงอยู่บนฝากล่อง และด้านหลังกล่องมีรายละเอียดเกี่ยวตัวเครื่องรุ่นโมเดล NX531J ตัวเครื่องสี Black Gold ความจำแรม 6GB และความจุตัวเครื่อง 64GB

อุปกรณ์ที่มีมาให้ในกล่อง ได้แก่

  • Nubia Z11 Black Gold Edition และแบตเตอรี่ในตัว
  • อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ Qualcomm Quick Charge 3.0
  • สายเคเบิลพอร์ต USB Type-C
  • อะแดปเตอร์แปลง micro USB เป็นหัว USB Type-C
  • หูฟังมาตรฐาน 3.5 มม. สีดำแดง
  • คู่มือการใช้งาน และเข็มสำหรับจิ้มถาดใส่ซิม

 

ดีไซน์ตัวเครื่องและหน้าจอแสดงผล

Nubia Z11 Review 15

Nubia Z11 Black Gold Edition เป็นรุ่นพรีเมียมพิเศษที่มีตัวเครื่องโลหะอะลูมิเนียมสีดำทอง โดยสีหลักของเครื่องจะเป็นสีดำตัดกับกรอบตัวเครื่องที่เป็นโลหะสีทอง และมีความบางเพียง 7.7 มิลลิเมตร น้ำหนัก 162 กรัม

 

Nubia Z11 Review 07

หน้าจอของ Nubia Z11 มีขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD มีความหนาแน่นของจุดพิกเซลประมาณ 403 พิกเซลต่อนิ้ว (PPI) ครอบด้วยกระจกกันรอย Gorilla Glass 3

 

Nubia Z11 Review 18

Nubia Z11 มีการดีไซน์แบบไร้ขอบจอ Bezel-less นอกจากจะให้ความสวยงามแล้ว ยังช่วยลดขนาดตัวเครื่องไม่ให้มีขนาดใหญ่เทอะทะจนเกินไป หากเทียบกับสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว จะพบว่า Nubia Z11 นั้นมีขนาดตัวเครื่องที่เล็กกว่ามาก

 

Nubia Z11 Review 19

กระจกหน้าจอของ Nubia Z11 เป็นกระจกแบบขอบโค้งมน 2.5D เมื่อมองจะด้านข้างจะเห็นความโค้งมน ซึ่งเป็นการลบขอบไม่ให้คมและสวยงามกว่ากระจก 2D ทั่วไป

 

Nubia Z11 Review 08

เหนือหน้าจอมีเลนส์กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และลำโพงสำหรับเสียงสนทนา

 

Nubia Z11 Review 09

ล่างหน้าจอมีปุ่มสัมผัส 3 ปุ่มพร้อมไฟส่องสว่าง (Backlight) ได้แก่ ปุ่มโฮม (กลาง), ปุ่มย้อนกลับ (ขวา) และปุ่มเมนู (ซ้าย) ซึ่งปุ่มซ้ายขวาทั้ง 2 ปุ่มนี้สามารถตั้งค่าสลับตำแหน่งการใช้งานได้ตามความถนัด

สำหรับไฟสีแดงของปุ่มโฮม (ปุ่มกลาง) ยังเป็นไฟแสดงสถานะการแจ้งเตือนต่าง ๆ ด้วย เช่น กระพริบเมื่อมีรายการแจ้งเตือน หรือขณะชารจ์ไฟให้แบตเตอรี่ เป็นต้น

 

Nubia Z11 Review 12

ขอบด้านบนตัวเครื่องเริ่มจากทางซ้ายจะมีพอร์ตอินฟราเรด (IR) สำหรับใช้เป็นรีโมทคอนโทรลเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านได้ ถัดมาตรงกลางจะมีรูเล็ก ๆ ซึ่งเป็นไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวน และช่องสำหรับหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม.

 

Nubia Z11 Review 10

ขอบด้านล่างตัวเครื่องเริ่มจากซ้ายจะเป็นช่องไมโครโฟนหลัก, พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และช่องลำโพงของตัวเครื่อง

 

Nubia Z11 Review 13

ด้านข้างขวามีปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่ม Power สำหรับปิด/เปิดตัวเครื่อง หรือกดปิด/เปิดหน้าจอ

 

Nubia Z11 Review 14Nubia Z11 Review 06

ด้านข้างซ้ายมีช่องสำหรับถาดใส่ซิมแบบไฮบริด รองรับซิมการ์ดขนาด Nano SIM จำนวน 2 ช่อง หรือจะเลือกใส่ microSD card ในช่องซิม 2

 

Nubia Z11 Review 16

ด้านหลังมีเลนส์กล้องความละเอียด 16 ล้านพิกเซล โดยมีขอบกระจกสีแดง และไฟแฟลชแบบ Dual LED (Dual tone)

 

Nubia Z11 Review 20

บริเวณกลางเครื่องมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบวงกลม แตะสแกนได้จากทุกมุมแบบ 360 องศา และมีขอบสีทองสวยงาม

 

Nubia Z11 Review 17

บริเวณส่วนล่างของด้านหลังตัวเครื่องมีโลโก้ Nubia โดยส่วนบนและส่วนล่างจะมีเส้นคาดสีทองตัดกับสีดำของตัวเครื่อง และภายในมีแบตเตอรี่ขนาด 3,000 mAh

 

อินเตอร์เฟซและฟังก์ชั่นการใช้งาน

Nubia Z11 Review 49

Nubia Z11 รันระบบปฏิบัติการ nubia UI 4.0 บนพื้นฐานระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow ปลดล็อคหน้าจอโดยการปัดหน้าจอเพื่อเข้าสู่หน้าจอหลักหรือหน้าจอโฮม

 

Nubia Z11 Review 07

ในหน้าโฮมจะเป็นส่วนสำหรับการจัดวางไอคอนแอพพลิเคชั่นที่ติดตั้งบนตัวเครื่อง และเพิ่มวิดเจ็ตต่าง ๆ ได้ รวมถึงปรับแต่งเปลี่ยนภาพวอลเปเปอร์ได้ โดยจะไม่มีในส่วนของ App Drawer

 

Nubia Z11 Review 21

แอพพลิเคชั่นที่ติดตั้งมากับตัวเครื่องมีเฉพาะแอพพื้นฐาน และไม่มีแอพขยะติตตั้งมาให้รกเครื่อง ซึ่งทำให้ไม่เปลืองพื้นที่จัดเก็บตัวเครื่องโดยไม่จำเป็น

 

Nubia Z11 Review 26

การจัดเรียงแอพพลิเคชั่นสามารถกำหนดได้ระหว่าง 4×5 แถว และ 5×5 แถว

 

Nubia Z11 Review 22

เมื่อลากแถบาร์ด้านบนลงมาจะเป็นในส่วนของรายการแจ้งเตือน และ Quick Setting สำหรับปิด/เปิดเมนูการใช้งานต่าง ๆ รวมถึงแถบเมนูสำหรับปรับความสว่างของหน้าจอ

 

Nubia Z11 Review 30

ไอคอนเมนูในส่วนของ Quick Setting สามารถปรับตำแหน่งการจัดวางของแต่ละไอคอนตามความถนัดหรือตามการเรียกใช้งานบ่อย ๆ ก็ได้

 

Nubia Z11 Review 23

เมนูการตั้งค่าต่าง ๆ ตัวเครื่องมีความง่ายในการเข้าใช้งาน ไม่ลึก และซับซ้อนจนเกินไป สามารถเข้าถึงเมนูที่ต้องการได้รวดเร็วในไม่กี่คลิก

 

Nubia Z11 Review 24

Nubia Z11 รองรับการใช้งานได้ 2 ซิมการ์ด โดยเลือกได้ว่าจะให้ช่องซิมใดใช้งานบนเครือข่าย 3G/4G LTE และอีกซิมก็จะสลับไปใช้งานบนเครือข่าย 2G/3G อัตโนมัติ ซึ่งก็หมายความว่า Z11 รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 3G ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม หรือจะเลือกใส่ microSD card ในช่องซิม 2 เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บตัวเครื่องให้มากขึ้น อีกทั้งตัวเครื่องรองรับ VoLTE การโทรบนเครือข่าย 4G ที่ให้เสียงคมชัดระดับ HD

 

Nubia Z11 Review 25

Nubia Z11 รองรับการเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Bluetooth 4.1 ประหยัดพลังงาน (LE), Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Dual-band, Wi-Fi Direct, เป็นจุดกระจายสัญญาณ Wi-Fi Hotspot และ NFC

 

Nubia Z11 Review 27

หน้าจอแสดงผลของ Nubia Z11 สามารถปรับโทนสีให้เหมาะกับการใช้งานได้ ตั้งแต่โทนสีเย็นไปจนถึงโทนสีอุ่น และปรับความอิ่มตัวของสีสันบนหน้าจอได้ 3 ระดับ ได้แก่ Glow, Standard และ Soft

 

Nubia Z11 Review 28

ตัวอักษรปรับได้ 4 ขนาด เหมาะกับผู้ใช้งานที่ต้องการเลือกขนาดตัวอักษรได้เอง ตั้งแต่เล็กสุด ไปจนถึงใหญ่สุด

 

Nubia Z11 Review 29

Notification Center เมนูสำหรับตั้งค่าการแจ้งเตือน เช่น กำหนดรูปการแจ้งเตือนในหน้าจอล็อค, กำหนดการแสดงไอคอนแอพในแถบบาร์การแจ้งเตือน เป็นต้น

 

Nubia Z11 Review 31

Nubia Z11 ไม่ได้มีดีเพียงขอบจอที่บางจนแทบจะไร้ขอบเท่านั้น แต่ยังมีฟังก์ชั่นสำหรับการใช้งานด้วยขอบจอได้หลากหลายรูปแบบที่เรียกว่า Edge gestures

 

Nubia Z11 Review 01

เริ่มจากฟีเจอร์แรก Hold the edge and swipe inward เป็นการกดค้างที่ขอบจอเพื่อเลือกหน้าจอใช้งานอื่น ๆ ที่เพิ่งเปิดใช้งานไปก่อนหน้านี้

 

Nubia Z11 Review 32

Swipe up/down from the edge เป็นการลากขอบจอขึ้นหรือลง เพื่อไปยังหน้าจอก่อนหน้าหรือหน้าจอถัดไปที่เพิ่งเปิดใช้งานไปก่อนหน้า

 

Nubia Z11 Review 02

Slide repeatedly on edge เป็นการลากขอบจอติดต่อกัน 2 ครั้งเพื่อปิดการทำงานของแอพพลิเคชั่นที่เปิดค้างไว้เบื้องหลัง ยกเว้นหน้าจอที่กำลังใช้งานอยู่

 

Nubia Z11 Review 34

Swipe from both edges เป็นลากขอบจอทั้ง 2 ข้างขึ้นหรือลง เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอแสดงผล ลากขึ้นจะเป็นการปรับความสว่างขึ้น และลากลงจะเป็นการลดความสว่างหน้าจอ

 

Nubia Z11 Review 35

Double click edge เป็นการเคาะที่ขอบจอติดกัน 2 ครั้งเพื่อย้อนกลับไปยังหน้าจอก่อนหน้า

 

Nubia Z11 Review 36

ในส่วนของเมนู Features เป็นการตั้งค่าและเปิด/ปิดการใช้งานความสามารถต่าง ๆ ของ Nubia Z11

 

Nubia Z11 Review 39

เริ่มจากฟีเจอร์ Screen split-up เป็นการเปิดใช้งานพร้อมกัน 2 หน้าจอ โดยการลากจากขอบด้านล่างหน้าจอขึ้นมา ซึ่งจุดเด่นของฟีเจอร์นี้คือไม่เพียงแค่เปิดแอพทั่วไปได้พร้อมกัน แต่ยังสามารถเปิดเล่นเกมได้พร้อมกัน 2 เกมด้วย ในขณะที่สมาร์ทโฟนรุ่นอื่น ๆ แม้จะมีฟีเจอร์ลักษณะเดียวกันนี้ แต่มีข้อจำกัดเรื่องของแอพที่รองรับและไม่สามารถเปิดเกมได้พร้อมกัน 2 หน้าจอ

 

Nubia Z11 Review 38

Screen split-up สามารถลากปรับขนาดหน้าจอแต่ละอันได้

 

Nubia Z11 Review 37

นอกจากนี้แล้ว Screen split-up ยังรองรับการใช้งานในหน้าจอทั้งแนวตั้งและแนวนอน

 

Nubia Z11 Review 41

ปุ่มย้อนกลับและปุ่มเมนูบริเวณล่างหน้าจอ ผู้ใช้งานสามารถกำหนดตำแหน่งของปุ่มได้ตามความถนัด

 

Nubia Z11 Review 42

Touch gestures ฟีเจอร์ท่าทางการสัมผัสบนหน้าจอ ได้แก่

  • Double click to light up เป็นการเคาะหน้าจอ 2 ครั้งเพื่อเปิดหน้าจอ หากหน้าจอดับอยู่
  • Palm screen lock เป็นการใช้ฝ่ามือวางบนหน้าจอเพื่อปิดล็อคหน้าจอ
  • Tri finger screenshot เป็นการใช้ 3 นิ้วลากบนขึ้นหรือลงบนหน้าจอ เพื่อจับภาพหน้าจอ
  • Tri finger switch app เป็นการใช้ 3 นิ้วปัดไปทางซ้ายหรือขวา เพื่อสลับไปใช้งานแอพก่อนหน้า

 

Nubia Z11 Review 43

Smart sensing เป็นฟีเจอร์สำหรับสั่งงานด้วยเซ็นเซอร์ที่มีในตัวเครื่อง Nubia Z11 ได้แก่

  • Flip to mute/pause คว่ำหน้าจอเพื่อปิดเสียงสายโทรเข้าหรือหยุดเล่นไฟล์มีเดียชั่วคราว
  • Shake to clear เป็นการเขย่าตัวเครื่องเพื่อเคลียร์รายการแจ้งเตือน, ปิดการทำงานแอพ และเคลียร์หน่วยความจำแรม

 

Nubia Z11 Review 03

Dual instance อีกหนึ่งฟีเจอร์เด่นของ Nubia Z11 สำหรับโคลนแอพพลิเคชั่นประเภทโซเชียลให้สามารถใช้งานได้พร้อมกันในเครื่องเดียว เช่น โคลนแอพ WeChat เพื่อให้สามารถใช้งานพร้อมกันได้ 2 บัญชี หรือโคลนแอพ Facebook เพื่อใช้งานอีกบัญก็ได้ เป็นต้น

 

Nubia Z11 Review 04

Supersnap ฟีเจอร์สำหรับการจับภาพหน้าจอที่ทำได้มากกว่าการจับภาพหน้าจอทั่วไป ด้วยลูกเล่นที่มากขึ้นทั้งบันทึกเป็นภาพนิ่งและบันทึกเป็นวิดีโอ

 

Nubia Z11 Review 44

หน้าจอขณะกดจับภาพหน้าจอก็จะมีฟีเจอร์ Supersnap ขึ้นมาให้เลือกใช้งาน ได้แก่ บันทึกหน้าจอเป็นภาพปกติ, เลือกภาพหน้าจอเป็นวงกลม, เลือกภาพหน้าจอเป็นรูปหัวใจ หรือเลือกภาพหน้าจอเป็นรูปร่างต่าง ๆ โดยการวาดลายเส้นเพื่อเลือกพื้นที่ได้ตามต้องการ

นอกจากนี้ยังสามารถเลือกจับภาพหน้าจอแบบยาวต่อเนื่องกันเป็นภาพเดียวได้ เช่น จับภาพหน้าจอแชทที่ยาว ๆ เป็นภาพเดียวได้โดยไม่ต้องมาเรียงต่อภาพเอง หรือจะเลือกบันทึกหน้าจอเป็นไฟล์วิดีโอก็ทำได้เช่นกัน ซึ่งสามารถเลือกความละเอียดของไฟล์วิดีโอระดับ HD ได้ด้วย

 

Nubia Z11 Review 45

ตัวอย่างการจับภาพหน้าอจแล้วเลือกหน้าจอเป็นรูปหัวใจ จากนั้นกดปุ่มบันทึกลงเครื่องหรือแชร์ต่อได้ทันที

 

Nubia Z11 Review 47

ระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint) สามารถใช้ปลดล็อคหน้าจอ, แตะเพื่อถ่ายรูป, แตะเพื่อใช้จับภาพหน้าจอร่วมกับฟีเจอร์ Supersnap และล็อคแอพพลิเคชั่น

 

Nubia Z11 Review 48

การใช้งานลายนิ้วมือเพื่อล็อคแอพพลิเคชั่น เป็นการเพิ่มความปลอดถัยและความเป็นส่วนตัวให้กับข้อมูลแอพพลิเคชั่นบนเครื่อง

 

Nubia Z11 Review 57

แอพพลิเคชั่นที่ติดตั้งมากับตัวเครื่องที่น่าสนใจ เริ่มจากแอพโทรศัพท์หรือ Phone มีหน้าตาอินเตอร์เฟซที่ดูสะอาดตาด้วยพื้นหลังสีขาว และปุ่มตัวเลขขนาดใหญ่

 

Nubia Z11 Review 56

แอพไฟฉาย (Flashlight) เป็นการเปิดใช้งานไฟแฟลชของกล้องหลังเพื่อใช้งานเป็นไฟฉายยามฉุกเฉิน

 

Nubia Z11 Review 50

แอพแกลเลอรี่ (Gallery) มาพร้อมเครื่องมือปรับแต่งรูปภาพครบครัน ไม่ว่าจะเป็นการตัดบางส่วนของภาพ, หมุนภาพ, เลือกใส่ฟิลเตอร์, ใส่กรอบรูป, ใส่ข้อความลงบนภาพ เป็นต้น

 

Nubia Z11 Review 53

เครื่องเล่นวิดีโอ (Video) รองรับไฟล์ความละเอียดระดับ Full HD 1080p และเลือกจับภาพจากวิดีโอแล้วแชร์ต่อได้ด้วย

 

Nubia Z11 Review 54

เครื่องเล่นวิดีโอรองรับการย่อขนาดหน้าจอให้เล็กลงและลอยอยู่เหนือหน้าจออื่น ๆ ได้ ทำให้สามารถเข้าใช้งานหน้าจออื่นพร้อมกับดูวิดีโอไปพร้อม ๆ กัน

 

Nubia Z11 Review 55

Screen projection แอพพลิเคชั่นสำหรับส่งภาพจากหน้าจอสมาร์ทโฟน Nubia ไปแสดงบนหน้าจอสมาร์ทโฟนหรือทีวีเครื่องอื่น

 

Nubia Z11 Review 51

แอพจัดการไฟล์ (My file) มีหน้าตาอินเตอร์เฟซที่ดูสวยงาม แบ่งหมวดหมู่ประเภทของไฟล์ และบอกปริมาณพื้นที่จัดเก็บของตัวเครื่อง

 

Nubia Z11 Review 52

ตัวจัดการไฟล์ยังสามารถเลือกไฟล์แล้วบีบอัดไฟล์เป็นสกุล ZIP เพื่อส่งต่อได้ง่ายขึ้น

 

nubia z11 Remote Control

แอพรีโมทคอนโทรล (Remote Control) เป็นการใช้งานตัวเครื่อง Nubia Z11 เป็นรีโมทควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านผ่านพอร์ตอินฟราเรดที่อยู่ขอบด้านบนตัวเครื่อง เช่น ทีวี แอร์ เป็นต้น

 

ตรวจสอบเซ็นเซอร์ด้วย Android Sensor Box

nubia z11 Android Sensor Box

  • Accelerometer Sensor ช่วยหมุนหรือปรับเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลของหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ ตามลักษณะการจับถือของผู้ใช้
  • Light Sensor สำหรับตรวจวัดระดับความสว่างของสภาพแวดล้อม เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอและแผงปุ่มกดให้เหมาะสม
  • Orientation Sensor ระบบปรับมุมมองการแสดงผลหน้าจออัตโนมัติ
  • Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน
  • Gyro Sensor ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวแบบ 3 แกน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และความยืดหยุ่นหลากหลายในการควบคุม
  • Sound Sensor ตรวจวัดระดับเสียง
  • Magnetic Sensor ตรวจวัดความเข้มสนามแม่เหล็ก

 

ผลทดสอบคะแนน Benchmark ประสิทธิภาพการทำงาน

nubia z11 Benchmark

Nubia Z11 Black Gold Edition รันระบบปฏิบัติการ Android 6.0.1 Marshmallow ครอบด้วย nubia UI 4.0 ใช้ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 820 MSM8996 ซีพียูแบ่งการทำงานออกเป็น 2×2.15 GHz Kryo และ 2×1.6 GHz Kryo กับจีพียู Adreno 530 และแรม 6GB

ผลการทดสอบ AnTuTu V6.2.6 เป็นการทดสอบการเข้าถึงการทำงานของแรม (RAM) และประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยประมวลผลกราฟิกหรือจีพียู (GPU) ทำคะแนนรวมได้ 117,806 คะแนน ถือว่าทำคะแนนได้ค่อนข้างสูงมากหากเทียบกับสมาร์ทโฟนในระดับราคาเดียวกัน

 

nubia z11 Geekbench 4

ผลการทดสอบด้วย Geekbench 4 เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการทำงานและการประมวลผลและหน่วยความจำแรม การทดสอบนี้จะทำการประมวลออกมาเป็นตัวเลขแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ Single-Core และ Multi-Core หากได้คะแนนยิ่งสูงประสิทธิภาพการทำงานจะยิ่งดี โดยผลทดสอบของ Nubia Z11 Black Gold Edition ทำคะแนน Single-Core ได้ 1,678 และ Multi-Core ทำได้ 4,063 คะแนน

 

https://www.youtube.com/watch?v=usDcjuNC-9U

จากการทดสอบเล่นเกม Modern Combat 5: Blackout ที่มีกราฟิกสวยงามและต้องควบคุมทิศทางในทางการเล่น ก็สามารถเล่นได้อย่างลื่นไหล รวมถึงทดสอบเล่นเกม Asphalt 8: Airborne ซึ่งเป็นเกมแข่งรถที่มีภาพสวยงาม และต้องเอียงตัวเครื่องซ้าย-ขวา เพื่อควบคุมการขับรถ ก็สามารถเล่นเกมนี้ได้อย่างไม่มีปัญหา

ตัวเครื่อง Nubia Z11 มี Gyro Sensor ซึ่งเป็นตัวตรวจจับความเคลื่อนไหวแบบ 3 แกน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และความยืดหยุ่นหลากหลายในการควบคุม อย่างเช่นเกมแข่งรถบางตัวที่ต้องอาศัยการควบคุมหลายทิศทาง และสามารถเปิดการเล่นเกมที่ต้องการเล่นแบบ AR ได้ อย่างเช่นในเกม Pokemon GO รวมถึงการเรียกใช้งานตำแหน่ง GPS ด้วย

 

กล้องถ่ายรูป

Nubia Z11 Review 58

Nubia Z11 มีกล้องถ่ายรูปด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.0 มีระบบกันภาพสั่นไหว (OIS) พร้อม NeoVision 6.0 ที่มีฟีเจอร์และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของกล้องให้ทำงานออกมาดีขึ้น และตัวแอพกล้องได้ออกแบบมาให้สามารถใช้งานในมือเดียวได้สะดวกขึ้น โดยการปัดหน้าจอไปทางซ้ายหรือขวาเพื่อเปลี่ยนโหมดถ่ายรูป

ตัวกล้องรองรับการแตะหน้าจอเพื่อเลือกจุดโฟกัส และแยกจุดวัดแสงออกจากจุดโฟกัสได้ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้การถ่ายภาพทำออกมาได้ดีขึ้นเมื่ออยู่ในสภาพแสงกับจุดที่ต้องการโฟกัสมีความแตกต่างกันมาก

 

โหมดโปร (Pro Mode)

Nubia Z11 Review 59

nubia Z11 Pro mode

โหมดโปร (Pro Mode) เป็นโหมดที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่ากล้องให้มากขึ้น ทั้งในส่วนของความเร็วชัตเตอร์ (Speed Shutter) ได้นานสุด 2 วินาที, ค่าสมดุลแสงขาว (WB), ความไวแสง (ISO) 100 – 12800 และระยะโฟกัส

 

โหมด HDR

nubia Z11 HDR Mode

HDR เป็นการถ่ายรูปหลายรูป ที่มีค่าความสว่างของแสงแตกต่างกัน แล้วเอาภาพมารวมกันเป็นภาพเดียว ทำให้เวลาถ่ายภาพด้วยโหมดนี้จำเป็นต้องถือกล้องนิ่ง ๆ สักพัก เพื่อให้ได้ภาพที่มีรายละเอียดครบ ทั้งพื้นที่ส่วนที่สว่างและส่วนที่มืด

 

โหมดพาโนรามา

nubia Z11 Panorama Mode

โหมดพาโนรามา (Panorama) เป็นโหมดสำหรับการถ่ายภาพวิว ทิวทัศน์ โดยการแพนกล้องไปทางซ้ายหรือขวาเพื่อเก็บรายละเอียดของภาพตามต้องการ

 

Camera Family

Nubia Z11 Review 60

Camera Family ฟีเจอร์ที่รวมโหมดถ่ายรูปที่ทำให้การถ่ายรูปด้วยกล้องของ Nubia Z11 ทำได้มากกว่าการถ่ายรูปปกติและมีลูกเล่นมากขึ้น

 

nubia Z11 Multi Exposure

โหมด Multi Exposure หรือการรับแสงสองครั้งเพื่อให้ภาพซ้อนทับกัน

 

Light Painting

Light Painting เป็นโหมดสำหรับถ่ายภาพโดยการใช้แสงไฟวาดในที่มืด ซึ่งเป็นการเปิดหน้ากล้องนานขึ้น ใช้เป็นลูกเล่นในการจับภาพแสงไฟตามทิศทางของแสง เหมาะกับการถ่ายภาพแสงไฟรถยนต์ตามท้องถนน หรือวาดสัญลักษณ์ ตัวหนังสือต่าง ๆ ด้วยแสงไฟ เป็นต้น โหมดนี้ต้องถือเครื่องมือถือให้นิ่ง ๆ หรือใช้ขาตั้งกล้องช่วยก็ได้

 

nubia z11 Electronic Aperture

Electronic Aperture เป็นโหมดที่ช่วยให้ผู้ใช้งานเลือกปรับค่ากล้องในส่วนของค่ารูรับแสงได้ตั้งแต่ f/2.8 – f/44 ซึ่งเป็นการใช้ซอฟต์แวร์เข้าช่วย รวมถึงสามารถปรับค่าอื่น ๆ ได้ด้วย ได้แก่ ค่าสมดุลแสงขาว (WB), ระยะโฟกัส และค่าชดเชยแสง -/+3

 

nubia Z11 Slow Shutter Mode

Slow Shutter โหมดนี้สามารถปรับความเร็วชัตเตอร์ได้นานตั้งแต่ 1 วินาทีไปจนถึง 21 นาที, ค่าสมดุลแสงขาว (WB), ระยะโฟกัส และความไวแสง (ISO) 100 – 3200

 

nubia z11 Clone Camera

Clone Camera เป็นการถ่ายวัตถุหรือบุคคลในท่าทางต่าง ๆ ได้ในภาพเดียวด้วยวิธีการโคลนนิ่ง

นอกจากนี้ก็ยังมีโหมด Macro Camera เป็นโหมดการถ่ายภาพวัตถุที่มีเล็ก ๆ ในระยะใกล้ ๆ เพื่อเก็บรายละเอียดของวัตถุนั้น ๆ, Star Track สำหรับถ่ายวิถีดวงดาวบนท้องฟ้า, โหมด Video Maker สำหรับถ่ายวิดีโอสั้น ๆ รวมเป็นวิดีโอเดียวกัน, โหมด Trajectory สำหรับถ่ายภาพเพื่อติดตามวิถีการเคลื่อนที่ของวัตถุ และรองรับการบันทึกไฟล์ DNG หรือ RAW ด้วย

 

โหมดการถ่ายวิดีโอของ Nubia Z11 รองรับการบันทึกความละเอียดสูงสุด 4K ที่ความเร็ว 30 เฟรมต่อวินาที, บันทึกวิดีโอที่ความละเอียด 1080p ความเร็ว 60 เฟรมต่อนาที และรองรับการบันทึกวิดีโอแบบสโลว์โมชั่น (Slow Motion) และเร่งความเร็ว (Time-lapse)

 

nubia z11 selfie

สำหรับกล้องหน้าของ Nubia Z11 มีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีระบบตรวจจับใบหน้าและรอยยิ้ม อีกทั้งยังปรับความเนียนของผิวได้ 10 ระดับ เอาใจคนรักการเซลฟี่โดยเฉพาะ

ตัวอย่างภาพถ่าย

IMG_20161215_164727IMG_20161215_164659IMG_20161213_192708 IMG_20161212_175510 IMG_20161211_205359 IMG_20161210_191456 IMG_20161210_190922 IMG_20161210_190004 IMG_20161210_182229 IMG_20161210_174756 IMG_20161210_174422 IMG_20161210_154414 IMG_20161210_152712 IMG_20161209_125202 IMG_20161208_200915 IMG_20161208_192253 IMG_20121031_220529 IMG_20121031_215827 IMG_20121031_215754

 

สรุปจุดเด่น

  • ดีไซน์สวยงาม ให้ความรู้สึกถึงความพรีเมียม และมีหน้าจอแสดงผลสีสันสดใส ความคมชัดระดับ Full HD 1080p พร้อมขอบจอสุดบางทำให้ขนาดตัวเครื่องไม่ใหญ่จนเกินไปเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนที่มีขนาดหน้าจอเท่ากันที่ 5.5 นิ้ว
  • Nubia Z11 Black Gold มาพร้อมชิปประมวลผล Snapdragon 820 กับแรมขนาด 6GB และระบบปฏิบัติการ nubia UI 4.0 (Android 6.0 Marshmallow) จากการใช้งานพบว่าระบบมัลติทาสก์ทำงานได้ดีมาก ใช้งานมากกว่าหนึ่งแอพพร้อมกันได้อย่างลื่นไหล
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล มีระบบช่วยกันภาพสั่นไหว ระบบโฟกัสทำงานได้รวดเร็ว และเก็บรายละเอียดของภาพได้ดี พร้อมซอฟต์แวร์ NeoVision 6.0 ที่ทำให้กล้องมีฟีเจอร์ใช้งานหลากหลายและประสิทธิภาพที่ดีขึ้น
  • แบตเตอรี่ขนาด 3,000 mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว Quick Charge 3.0

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ถ้าต้องการใส่ microSD card จะใช้งานได้เพียง 1 ซิม

nubia logo
ขอขอบคุณ Nubia Smartphone Thailand

Android News

รวมโปรเด็ด HUAWEI Mate30 Pro จาก AIS, dtac และ TrueMove H เริ่มต้นเพียง 12,490 บาท

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

HUAWEI Mate 30 Pro Promotions

วันนี้จะพาไปอัปเดทโปรโมชั่นเด็ด HUAWEI Mate30 Pro จากทุกค่าย AIS, dtac และ TrueMove H ในราคาสุดคุ้ม เริ่มต้นเพียง 12,490 บาทเท่านั้น สมาร์ทโฟนเรือธงที่เปิดตัวมาพร้อมฟีเจอร์และเทคโนโลยีใหม่ๆ มากมาย ซึ่งเป็นเป็นสมาร์ทโฟนที่ออกมาสร้างมาตรฐานใหม่ทั้งด้านการดีไซน์และประสิทธิภาพการทำงานทุกด้านไม่ว่าจะเป็นฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์

 

HUAWEI Mate 30 Pro Promotions

ก่อนจะไปดูโปรโมชั่น เรามาดูฟีเจอร์เด็ดของ HUAWEI Mate30 Pro กันก่อนว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง เริ่มจากกล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดกล้องหลัก 40 ล้านพิกเซล, เลนส์ Cine Camera (Ultra-Wide) ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล, เลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้อง TOF สำหรับเก็บรายละเอียด ทำให้ถ่ายรูปได้ทุกสถานการณ์และได้ภาพสวยในทุกมุมมองทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ ถูกใจคนรักการถ่ายรูปแน่นอน

 

HUAWEI Mate 30 Pro Promotions

ความเร็วแรงของตัวเครื่องต้องยกให้กับรุ่นนี้เลย HUAWEI Mate30 Pro ใช้ชิปเซ็ต Kirin 990 รุ่นใหม่ล่าสุดซึ่งผลิตบนสถาปัตยกรรมแบบ 7 นาโนเมตร เร็ว แรง และใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ รวมไปถึงแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4500mAh รองรับชาร์จเร็ว HUAWEI SuperCharge 40W อีกด้วย

 

HUAWEI Mate 30 Pro Promotions

หน้าจอแสดงผลของ HUAWEI Mate30 Pro เป็นการดีไซน์แบบ Horizon Display ขนาด 6.53 นิ้ว โค้งมนทำมุม 88 องศา และมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ Innovative Side-Touch Interaction ใช้แทนปุ่มเพิ่มลดเสียงบริเวณด้านข้างของตัวเครื่องแบบล้ำๆ ไม่เหมือนใคร

มาถึงโปรโมชั่นโดนๆ จาก 3 ค่าย AIS, dtac และ TrueMove H เริ่มต้นเพียง 12,490 บาทเท่านั้น ใครใช้งานค่ายไหนอยู่ก็เลือกค่ายนั้นได้เลย

  • HUAWEI Mate30 Pro จาก AIS ราคาพิเศษ 12,490 บาท สำหรับลูกค้ารายเดือน เมื่อสมัครแพ็กเกจและชำระค่าบริการล่วงหน้าตามเงื่อนไขที่กำหนด คลิกดูรายละเอียดที่นี่
  • HUAWEI Mate30 Pro จาก dtac ราคาพิเศษ 15,490 บาท สำหรับลูกค้าปัจจุบันรายเดือน ย้ายค่ายเบอร์เดิม หรือเปิดเบอร์ใหม่ เมื่อสมัครแพ็กเกจและชำระค่าบริการล่วงหน้าตามเงื่อนไขที่กำหนด คลิกดูรายละเอียดที่นี่
  • HUAWEI Mate30 Pro จาก TrueMove H ราคาพิเศษ 13,490 บาท สำหรับลูกค้าปัจจุบันรายเดือน ย้ายค่ายเบอร์เดิม หรือเปิดเบอร์ใหม่ เมื่อสมัครแพ็กเกจและชำระค่าบริการล่วงหน้าตามเงื่อนไขที่กำหนด คลิกดูรายละเอียดที่นี่
อ่านต่อ...

Android News

OPPO A9 2020 สเปคแรงสุด จัดเต็มทุกฟีเจอร์ The Best Super Spec Smartphone ของปี 2019

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone

OPPO A9 2020 สมาร์ทโฟนสเปคแรงสุดในปี 2019 ราคาไม่ถึง 9,000 บาท อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ใหม่เพียบจนได้ฉายา The Best of Super Spec Smartphone ซึ่งเป็นรุ่นที่น่าสนใจ คุ้มค่าคุ้มราคา

ดีไซน์ระดับพรีเมี่ยม

OPPO A9 2020 Marine GreenOPPO A9 2020 Marine Green

ด้านดีไซน์ต้องบอกว่า OPPO ได้สร้างเอกลักษณ์ให้มีความโดดเด่นในทุกรุ่นจริงๆ โดยรุ่น OPPO A9 2020 สี Marine Green และ Space Purple เราจะเห็นถึงการไล่เฉดจากสีเชียวอ่อนรอบนอกค่อยๆ เข้มขึ้นไปจบที่ตรงกลางเครื่อง และยังมี

 

OPPO A9 2020

อีกหนึ่งสีใหม่ OPPO A9 2020 Vanilla Mint ซึ่งเป็นสีที่กำลังมาในเทรนด์สีของปี 2020

 

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มีหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว New Waterdrop Screen ซึ่งเป็นการดีไซน์รอยบากทรงหยดน้ำให้มีขนาดเล็กลงกว่าเดิมถึง 31.4% และมีพื้นที่ในการใช้งานมากขึ้น เห็นหน้าจอได้เต็มตา ขณะที่ตัวเครื่องก็ไม่ใหญ่จนเกินไป ยังคงจับถือได้สะดวกเหมือนเดิม อีกทั้งยังมาพร้อมกับโหมดถนอมสายตาตัดแสงสีฟ้า (Blue Shield) ออกไปได้อย่างสมบูรณ์แบบมากขึ้นทำให้เราเสียสายตามากนักระหว่างการใช้งานช่วงกลางคืนหรือช่วงที่แสงน้อย รวมไปถึงหากใครที่ใช้งานกลางแจ้งก็ยังมีฟีเจอร์ Sunlight Screen ที่ทำให้เราเห็นหน้าจอแสดงผลได้ชัดเจนขึ้นอีกด้วย

 

สเปคแรงสุด ใช้งานลื่นไหล

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มาพร้อมกับฉายา “Super Spec” ก็ได้จัดหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 665 AIE ควบคู่กับกับ RAM 8GB, ROM 128GB ช่วยให้ใช้งานได้อย่างลื่นไหล

 

OPPO A9 2020

ต้องบอกกันก่อนว่า OPPO A9 2020 ยังจัดเทคโนโลยี Game Boost 2.0 ที่จะมี 2 ความสามารถหลักๆ ได้แก่ Frame Boost ที่จะช่วยให้เฟรมเรทไม่เหวี่ยงพร้อมเล่นได้ไหลลื่นตลอดทั้งเกม และ Touch Boost ที่ทำให้การสัมผัสทุกอย่างภายในเกมมีการตอบสนองเร็วขึ้น แถมยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟฟิก และสามารถคาดการณ์ความล่าช้า (Latency) ที่สามารถเกิดขึ้นและตอบสนองอย่างรวดเร็วเพื่อให้เกมไม่กระตุกหรือเฟรมเรทเหวี่ยง เป็นต้น

 

OPPO A9 2020

เล่นเกมยอดนิยมอย่าง ROV ปรับกราฟิกทุกอย่างเป็นระดับสูงสุดทั้งหมด เฟรมเรทสูงสุด และการแสดงผลระดับสูง ซึ่งภายในเกมตั้งแต่ช่วงต้นเกมไปถึงจบเกม เฟรมเรทแทบไม่มีเหวี่ยงให้เห็น จะอยู่ที่ 58-60fps ตลอด แถมในช่วงบวกกันแบบครบทีมที่ต่างคนต่างปล่อยสกิลก็ต้องยิ่งใช้กราฟิกมากแต่ความสมูทของเกมกลับไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย ทั้งนี้ระบบสัมผัสก็ทำให้ไหลลื่นมากๆ

สำหรับแฟนๆ ROV แนะนำให้เปิดกราฟิกทุกอย่างให้สูงที่สุดเพื่อให้ได้ประสบการณ์แบบเต็มที่ แถมสเปคระดับนี้ก็ยังไม่ต้องกังวลด้วยว่าจะเล่นแล้วหัวร้อนเพราะกระตุกหรือแบตเตอรี่จะหมด เพราะสมาร์ทโฟนราคาเบาแต่สเปคแรงเครื่องนี้ทำได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆ

 

เสียงกระหึ่ม แบตอึดทั้งวัน

OPPO A9 2020

นอกจากความเร็วแรงแล้ว OPPO A9 2020 ยังมีระบบเสียง Dolby Atmos และ Hi-res Audio โดยความพิเศษของ Dolby Atmos ในรุ่นนี้ไม่จำเป็นต้องเสียบหูฟังเหมือนสมาร์ทโฟนรุ่นกลางๆ รุ่นอื่น เพราะเสียงจะออกมาแบบกระหึ่มผ่านลำโพงด้านบนและด้านล่างทันที ทั้งยังมีการแบ่งแยกเสียงฝั่งซ้ายและฝั่งขวาได้อย่างชัดเจนอีกด้วย ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ประทับใจสมาร์ทโฟนราคาต่ำหมื่นรุ่นนี้

 

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่มีความจุมากถึง 5,000 mAh ทำให้เราใช้งานดูหนังหรือเล่นโซเชียลต่างๆ ได้แบบเต็มวัน หรือหากชอบเล่นเกมไม่ว่าจะ PUBG Mobile หรือ ROV ก็เล่นได้นานติดต่อกันได้ถึง 5-6 ชั่วโมง แบบ Non-Stop และตัวเครื่องก็ยังร้อนไม่มากอีกด้วยเมื่อเทียบกับระยะเวลาของการเล่น

 

OPPO A9 2020

ไม่เพียงแต่แบตเตอรี่อึดใช้งานได้ยาวนาน เพราะ OPPO A9 2020 มีฟีเจอร์ Reverse Charging สำหรับชาร์จแบตให้กับเครื่องอื่นได้ด้วย ผ่านสาย OTG

 

กล้องถ่ายสวยทุกสถานการณ์

OPPO A9 2020

ด้านการถ่ายรูป OPPO A9 2020 มีกล้องหลัง 4 ตัว ทำให้ถ่ายได้ครบทุกสถานการณ์ โดยกล้องหลักสามารถถ่ายภาพได้ความละเอียดสูงสุดถึง 48 ล้านพิกเซล

 

OPPO A9 2020 OPPO A9 2020

กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล ทำให้เราได้ภาพที่มีขนาดใหญ่ มีรายละเอียดสูง และคมชัดมากกว่าการถ่ายด้วยกล้องมือถือทั่วไป

 

OPPO A9 2020 OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 ยังมาพร้อมกับเลนส์ Ultra Wide-Angle ที่มีองศากว้างถึง 119 องศาอีกด้วย โดยจะเหมาะสำหรับการถ่ายภาพวิวหรือสถานที่ท่องเที่ยวที่มีตึกสูงๆ ช่วยให้ได้ภาพบรรยากาศรอบข้างได้แบบครบองค์ประกอบ หรือใครอยากได้ภาพเต็มตาแต่อยู่ใกล้วัตถุมาก เลนส์นี้จะช่วยเราได้มากเลยทีเดียว

 

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มาพร้อมฟีเจอร์ Ultra Night mode 2.0 ที่สามารถเปิดหน้ากล้องได้นานมากขึ้น เก็บแสงได้ดีกว่าการถ่ายด้วยโหมดทั่วไป อีกทั้งยังช่วยลด Noise จึงทำให้การถ่ายภาพกลางคืนนั้นง่ายมากๆ และโหมดนี้ยังสามารถใช้ร่วมกับเลนส์ Ultra-Wide ได้ด้วย

 

OPPO A9 2020

สำหรับโหมดภาพถ่ายบุคคลแบบหน้าชัดหลังละลายจากกล้องของ OPPO A9 2020 จะเป็นการทำงานร่วมกันของกล้องหลักและกล้อง Portrait ทำให้การละลายฉากหลังทำได้เป็นธรรมชาติ

 

OPPO A9 2020

กล้องหน้าของ OPPO A9 2020 มาพร้อม AI Beautification ที่ปรับแต่งใบหน้าสวยให้อัตโนมัติโดยที่แทบไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม เพราะ AI จะคำนวณให้แล้วทั้งหมด ไม่ว่าจะเซลฟี่มุมไหนก็ออกมาสวยในทุกสภาพแสง

 

OPPO A9 2020 New Price 2020

ได้เห็นฟีเจอร์ที่อัดแน่นอยู่ใน OPPO A9 2020 กันแล้ว ต้องบอกว่าจัดเต็มทุกด้านจริงๆ สมกับเป็น The Best Super Spec Smartphone และล่าสุดได้มีการปรับราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 7,999 บาทเท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคมเป็นต้นไป เรียกได้คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!!

อ่านต่อ...

Android News

จับตา realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

realme-X50-5G

ปัจจุบันไม่มีใครไม่รู้จัก realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่ก่อตั้งได้เพียง 2 ปี แต่มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตต่อปีกว่า 500% และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในทุกรุ่นที่เข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทย

ความสำเร็จของ realme ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาสมาร์ทโฟนที่อัดแน่นด้วยสเปคที่เร็วแรงระดับพรีเมี่ยม แต่ราคาสุดคุ้มค่า ซึ่งก็ทำให้ในปัจจุบัน realme ได้ขยายตลาดครอบคลุมถึง 22 ประเทศ ใน 4 ทวีป และส่งผลให้ realme มีผู้ใช้งานมากกว่า 24 ล้านคนทั่วโลก และขึ้นมาเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่มียอดขายเป็นอันดับ 7 ของโลกได้อย่างรวดเร็ว

สิ่งหนึ่งที่ต้องชื่นชม realme คือความมุ่งของแบรนด์ที่จะสร้างความแตกต่างเพื่อให้ลูกค้าประทับใจ ถึงแม้ว่าราคาเป็นสิ่งที่ลูกค้าคำนึงถึงมากที่สุด แต่ realme ก็ไม่ยอมละลายที่จะมองประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไม realme เติบโตเร็วและมีแฟนๆ ทั่วโลกเป็นจำนวนมากภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี เท่านั้น

realme X2 Pro Master Edition Redbrick

ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีที่เหนือชั้นทำให้สมาร์ทโฟน realme คว้ารางวัลกว่า 50 รางวัล จากหลากหลายสาขา อาทิ สมาร์ทโฟนที่ทรงพลังที่สุด สมาร์ทโฟนเรือธงคุณภาพเยี่ยม และสมาร์ทโฟนที่เป็นที่สุดแห่งความคุ้มค่า โดยล่าสุดได้ร่วมกับดีไซน์เนอร์ระดับโลก Naoto Fukasawa สร้างสรรค์สมาร์ทโฟนที่สุดแห่งสไตล์ realme X2 Pro Master Edition สี Redbrick เป็นการผลักดักแบรนด์ให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่เน้นดีไซน์มากขึ้น

สำหรับประสิทธิภาพตัวเครื่องสมาร์ทโฟน realme จะมาพร้อมกับชิปแพลตฟอร์มในรูปแบบ SoC (System On a Chip) ซึ่งเป็นชิปเซ็ตที่รวมทุกระบบอยู่ภายในชิปเพียงตัวเดียว เพื่อเน้นย้าถึงประสิทธิภาพการทำงานและกานพัฒนาแพลตฟอร์มที่ก้าวหน้าเหนือคู่แข่ง

realme-X50-5G-in-China

การเติบโตแบบก้าวกระโดดไม่ได้ทำให้ realme หยุดพัฒนา เพราะล่าสุด realme ได้พัฒนาไปอีกขั้นจากการร่วมมือกับผู้ผลิตชิปเซ็ตและซัพพลายเออร์ชั้นนำระดับโลกในการอัปเกรดประสิทธิภาพการทำงานสำหรับสมาร์ทโฟน realme ทุกระดับราคา และเตรียมนำเสนอสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมชิปเซ็ตรุ่นล่าสุด ซึ่งรองรับการใช้งานสัญญาณ 5G เป็นครั้งแรก และมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอีกมากมายด้วย

การพัฒนาสมาร์ทโฟนให้รองรับ 5G ของ realme จะทำให้ลูกค้าได้รับประโยชน์และสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี 5G ได้ง่ายมากขึ้น เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า realme เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนเน้นความคุ้มค่า และ realme ก็มุ่งมั่นที่จะนำเสนอเทคโนโลยี 5G ในผลิตภัณฑ์ทุกช่วงระดับราคา ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ และมีดีไซน์ที่ยอดเยี่ยม

สมาร์ทโฟนที่เปิดตัวในประเทศจีนในปีนี้จะเป็นรุ่นที่รองรับการใช้งาน 5G ทั้งหมด เพื่อการก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G ซึ่งปัจจุบันในประเทศจีนพร้อมใช้งาน 5G แล้ว ในขณะเดียวกัน realme ก็เดินหน้าลุยตลาดผลิตภัณฑ์ 4G สำหรับทั่วโลก โดยชูจุดเด่นความได้เปรียบคู่แข่งในเรื่องของสเปคแรงราคาไม่แพง และเตรียมพร้อมสำหรับ 5G อีกด้วย อีกทั้งถ้ามองในเรื่องของระยะเวลาจะเห็นว่า realme มีความรวดเร็วในการพัฒนาและใช้ระยะเวลาการผลิตน้อย ทำให้ realme เป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่มีความกดดันน้อยที่สุด

ตามรายงานล่าสุด realme X50 จะประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศจีนวันที่ 7 มกราคมนี้ ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ realme ที่รองรับการใช้งาน 5G โดยสเปคที่หหลุดออกมาตามรายงานก่อนหน้านี้บอกว่าจะมาพร้อมกับหน้าจอแสดงขนาด 6.67 นิ้ว Refresh Rate 120Hz ใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 765G Octa-Core

ยังไม่หมดแค่นั้น realme ยังได้จับมือกับพันธมิตรอุตสาหกรรมเพื่อสร้างอีโคซิสเต็มเทคโนโลยีบนรากฐาน 5G เพราะในยุคของ 5G ไม่มีบทสำคัญเฉพาะบนสมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงผู้ให้บริการเครือข่าย นักพัฒนาแอปพลิเคชั่น บริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และพันธมิตรอุตสาหกรรมอื่นๆ

การเตรียมความพร้อมสำหรับ 5G เป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่า realme พร้อมแล้วที่จะเสนอเทคโนโลยีใหม่สุดล้ำบนสมาร์ทโฟนที่มีประสิทธิภาพและมุ่งมั่นก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G รอติดตามงานเปิดตัว realme X50 5G ไปพร้อมๆ กันได้ในวันที่ 7 มกราคมนี้

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Android News1 วัน ที่แล้ว

รวมโปรเด็ด HUAWEI Mate30 Pro จาก AIS, dtac และ TrueMove H เริ่มต้นเพียง 12,490 บาท

วันนี้จะพาไปอัปเดทโป...

OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

OPPO A9 2020 สเปคแรงสุด จัดเต็มทุกฟีเจอร์ The Best Super Spec Smartphone ของปี 2019

OPPO A9 2020 สมาร์ทโ...

realme-X50-5G realme-X50-5G
Android News3 สัปดาห์ ที่แล้ว

จับตา realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G

ปัจจุบันไม่มีใครไม่ร...

Goodnight App Review Goodnight App Review
Android App4 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Goodnight App แชทสนุกด้วยเสียง พบปะเพื่อนใหม่ หาคนพิเศษเพื่อบอกฝันดี!

วันนี้มีแอปพลิเคชั่น...

รีวิว Vivo V17 รีวิว Vivo V17
Featured1 เดือน ที่แล้ว

รีวิว Vivo V17 สมาร์ตโฟน “ฉีกทุกกฏในทุกช็อต” หน้าจอ Ultra O Screen, แบตอึด 4500mAh ชาร์จเร็ว 18W และกล้อง AI 4 เลนส์

Vivo V17 สมาร์ตโฟนที...

Advertisement

ข่าวใหม่วันนี้

กำลังมาแรง