ติดตามพวกเรา

Smart Review

รีวิว Meizu MX5 บอดี้โลหะสุดบาง ขุมพลัง Helio X10 และกล้อง 20.7 ล้านพิกเซล

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

Meizu MX5 สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมดีไซน์ตัวเครื่องโลหะมีความบางอยู่ที่ 7.6 มม. มาพร้อมขุมพลังจาก MediaTek Helio X10 ซีพียู 64 บิต Octa-core 2.2 GHz และกล้องถ่ายรูปความละเอียด 20.7 ล้านพิกเซล

Meizu MX5 Review-16

สรุปข้อมูลและสเปค Meizu MX5

  • ราคาเปิดตัว 10,990 บาท (มกราคม 2016)
  • ขนาดตัวเครื่อง 149.9 x 74.7 x 7.6 มม.
  • น้ำหนัก 149 กรัม
  • หน้าจอ 5.5 นิ้ว AMOLED Full HD 1080p
  • ระบบปฏิบัติการ Flyme 4.5 (Android 5.0.1 Lollipop)
  • ชิปเซ็ต MediaTek Helio X10
  • ซีพียู Octa-core 2.2 GHz Cortex-A53
  • จีพียู PowerVR G6200 MP4
  • แรม 3GB
  • ความจุตัวเครื่อง 32GB
  • กล้องหลัง 20.7 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง F/2.2 มีแฟลชแบบ Dual tone LED, รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K
  • กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล
  • มีเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือ
  • ใช้งาน 2 ซิมการ์ด
  • รองรับ 3G, 4G, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 4.1
  • GPS/A-GPS, GLONASS
  • แบตเตอรี่ 3,150 mAh รองรับการชาร์จเร็ว

 

แกะกล่องและอุปกรณ์ต่าง ๆ

Meizu MX5 Review-14Meizu MX5 Review-15

Meizu MX5 มาในกล่องกระดาษสีขาวเรียบ ๆ โดยตัวเครื่องซ่อนอยู่ในกล่องอีกชั้น อุปกรณ์ภายในกล่อง ได้แก่ ตัวเครื่อง MX5 พร้อมแบตเตอรี่ในตัว, สายเคเบิล micro USB, อะแดปเตอร์ Output 2.0A, เข็มจิ้มถาดใส่ซิม และคู่มือการใช้งาน

หมายเหตุ : ตัวเครื่องในรีวิวนี้เป็นรุ่นสำหรับทดสอบ อุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในกล่องอาจแตกต่างไปจากรุ่นที่วางจำหน่ายจริงในประเทศไทย

 

ดีไซน์ ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

Meizu MX5 Review-01

Meizu MX5 สมาร์ทโฟนมีตัวเครื่องเป็นโลหะแม็กนีเซียมอัลลอยด์ทั้งตัว 100% โดยกรอบด้านข้างโค้งเว้ามาทางด้านหลังตัวเครื่อง และเส้นเสาอากาศอากาศคู่คาดอยู่บริเวณส่วนบนและส่วนล่าง

 

Meizu MX5 Review-12

ขอบโค้งเว้าด้านข้างทำให้การจับใช้งานกระชับมือ และด้วยตัวเครื่องที่บางเพียง 7.6 มม. ซึ่งบางกว่า MX4 ถึง 1.3 มม. อีกทั้งน้ำหนักที่เบาเพียง 149 กรัม

 

Meizu MX5 Review-13

MX5 มีหน้าจอแสดงผลขนาด 5.5 นิ้ว AMOLED Full HD ความละเอียด 1080 x 1920 พิกเซล มีความหนาแน่นของจุดพิกเซลประมาณ 401 พิกเซลต่อนิ้ว (PPI) ซึ่งให้สัดส่วนหน้าจอมาประมาณ 74.5% ของสัดส่วนตัวเครื่อง โดยหน้าจอถูกครอบด้วยกระจก Gorilla Glass 3 เพื่อปกป้องหน้าจอจากรอยขีดข่วน

 

Meizu MX5 Review-07

ขอบจอของ MX5 มีความบางมาก จึงทำให้รุ่นนี้แม้หน้าจอจะมีขนาด 5.5 นิ้ว แต่มีขนาดตัวเครื่องไม่ใหญ่มาก หากเป็นมือผู้ชายที่มีขนาดใหญ่ก็แทบจะใช้งานมือเดียวได้สบาย ๆ ด้วยขอบตัวเครื่องที่โค้งมนสอดรับกับอุ้งมือพอดี

 

Meizu MX5 Review-06

เหนือหน้าจอมีช่องลำโพงเสียงสนทนา, เซ็นเซอร์วัดแสง, เลนส์กล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และไฟแจ้งเตือนสถานะต่าง ๆ แบบ LED

 

Meizu MX5 Review-05

ล่างหน้าจอมีปุ่มกดปุ่มเดียว ซึ่งใช้งานได้ทั้งเป็นปุ่มโฮม (กด 1 ครั้ง), ปุ่มย้อนกลับ (แตะเบา ๆ 1 ครั้ง) หรือกดค้างเพื่อปิดหน้าจอ และเป็นปุ่มสแกนลายนิ้วมือ mTouch เพื่อปลดล็อคหน้าจอ เรียกได้ว่าปุ่มเดียวทำได้ทุกอย่างแบบ All in One

 

Meizu MX5 Review-09

ขอบด้านบนตัวเครื่องมีช่องสำหรับเสียบหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. และไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน

 

Meizu MX5 Review-11

ขอบด้านล่างมีไมโครโฟนสำหรับเสียงสนทนา, พอร์ตเชื่อมต่อขนาด micro USB และช่องลำโพง

 

Meizu MX5 Review-10

ขอบด้านขวามีปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่ม Power สำปรับกดเพื่อปิด/เปิดเครื่อง หรือกดเพื่อปิด/เปิดหน้าจอ

 

Meizu MX5 Review-08Meizu MX5 Review-02

ขอบด้านซ้ายมีช่องถาดใส่ซิมขนาด nano SIM ทั้ง 2 ช่อง (ไม่มีช่องใส่ microSD card)

 

Meizu MX5 Review-04

ด้านหลังตัวเครื่องมีลักษณะผิวเรียบ พร้อมโลโก้แบรนด์ Meizu และไม่สามารถเปิดฝาหลังได้ โดยภายในมีแบตเตอรี่ขนาด 3,150 mAh

 

Meizu MX5 Review-03

เลนส์กล้องหลังขนาดความละเอียด 20.7 ล้านพิกเซล ผลิตโดย Sony ประกอบด้วย 6 ชิ้นเลนส์ แล้วครอบเลนส์ด้วยกระจกแซฟไฟร์ พร้อแฟลช Dual LED แบบ Dual Tone และเลเซอร์ช่วยโฟกัส

 

อินเตอร์เฟซและฟังก์ชั่นการใช้งาน

Meizu MX5 Features Review-01

Meizu MX5 รันระบบปฏิบัติการ Flyme เวอร์ชั่น 4.5.4 บนพื้นฐานระบบปฏิบัติการ Android 5.0.1 Lollipop ปลดล็อคหน้าจอโดยการแตะแล้วปัดขึ้นเพื่อเข้าสู่หน้าโฮม ซึ่งในหน้าโฮมจะเป็นหน้าสำหรับจัดเรียงแอพพลิเคชั่นทุกตัว เนื่องจากไม่มีในส่วนของ App Drawer และสามารถเพิ่มวิดเจ็ตต่าง ๆ ได้

 

Meizu MX5 Features Review-02

เมื่อลากแถบบาร์ด้านบนลงมาจะเป็นในส่วนของการแจ้งเตือน และแผงไอคอนควบคุมต่าง ๆ (Control panel) หากลากลงอีกครั้งก็จะแสดงไอคอนทั้งหมดที่สามารถใช้งานได้ในส่วนนี้

 

Meizu MX5 Features Review-03

การเรียกดูรายการแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานล่าสุดเพื่อสลับไปใช้งานหรือปิดการใช้งาน สามารถทำได้โดยการลากจากขอบจอด้านล่างขึ้นมา แล้วแตะค้างที่ไอคอนเพื่อลากปิดการทำงานหรือแตะค้างไว้เฉย ๆ เพื่อล็อคการทำงาน หรือจะแตะที่ไอคอนเพื่อเปิดเข้าใช้งานก็ได้

 

Meizu MX5 Features Review-04

ไอคอนแอพพลิเคชั่นของระบบจะเป็นสไตล์ของ Flyme OS ถ้าไม่ชอบหรืองงเวลาเลือกใช้งาน ก็สามารถเข้ามาปิดได้ในส่วนของการตั้งค่า

 

Meizu MX5 Features Review-05

MX5 รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด ซึ่งทั้ง 2 ช่องสลับไปใช้งานได้ทั้ง 3G/4G โดยอีกช่องจะเป็น 2G อัตโนมัติ สำหรับ 3G รองรับคลื่น 900/2100 MHz และ 4G LTE รองรับคลื่น 1800/2100 MHz

การเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Dual-band, WiFi Direct และตั้งเป็นจุด Hotspot เพื่อแชร์สัญญาณได้ ส่วนการเชื่อมต่อ Bluetooth รองรับเวอร์ชั่น 4.1, A2DP และประหยัดพลังงาน (LE)

 

Meizu MX5 Features Review-06

ในส่วนของการตั้งค่าอุณหภูมิสีการแสดงผลปรับโทนได้ทั้งอบอุ่น (จะออกสีเหลืองส้ม) และโคลด์ (จะออกสีขาวฟ้า)

 

Meizu MX5 Features Review-07

แบตเตอรี่ของ MX5 ใส่มาให้ขนาด 3,150 mAh พร้อมโหมดประหยัดพลังงาน และรองรับการชาร์จเร็ว

จากการทดสอบชาร์จด้วยสายชาร์จกับอะแดปเตอร์ที่มากับเครื่อง โดยเปิดเครื่องไว้ และเปิดใช้งานทุกอย่างเหมือนใช้งานปกติ เริ่มแบตเตอรี่คงเหลือที่ 38% เมื่อผ่านไป 50 นาที พบว่าแบตเตอรี่เพิ่มขึ้น 36% แต่หากปิดเครื่องชาร์จพบว่าชาร์จเร็วกว่าการเปิดเครื่องเกือบเท่าตัว

 

Meizu MX5 Features Review-08

ระบบลายนิ้วมือของ MX5 จดจำได้สูงสุด 5 ลายนิ้วมือ สำหรับใช้ปลดล็อคหน้าจอแทนการใส่รหัสผ่าน และตัวเซ็นเซอร์ทำงานเมื่อหน้าจอเปิดเท่านั้น คือปลดล็อคหน้าจอเมื่อกดเปิดหน้าจอก่อน หากหน้าจอปิดอยู่จะไม่สามารถสแกนลายนิ้วมือเพื่อปลดล็อคได้

 

Meizu MX5 Features Review-09

นอกจากนี้แล้ว MX5 ก็มีฟังก์ชั่นอัจฉริยะให้ใช้งานกันด้วย ได้แก่ การสั่งงานด้วยท่าทางขณะหน้าจอปิดอยู่ เช่น เคาะหน้าจอ 2 ครั้งเพื่อเปิดหน้าจอ เป็นต้น และฟังก์ชั่นปุ่ม SmartTouch สำหรับสั่งงานผ่านปุ่มที่ลอยอยู่เหนือหน้าจอ

 

Meizu MX5 Features Review-10

เมนูการโทร จะแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ รายชื่อติดต่อทั้งหมด, ประวัตการโทร/ค้นหา, แป้นตัวเลขการโทร และปุ่มเมนูเพิ่มเติม

 

Meizu MX5 Features Review-11

เมนูข้อความ จะแสดงข้อความจากผู้ส่งเดียวกันในรูปแบบการแชทสนทนา (Conversation) และแป้นพิมพ์หรือคีย์บอร์ดที่มากับเครื่องเป็นของ TouchPal

 

Meizu MX5 Features Review-12

แกลเลอรี่รูปภาพ จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ แสดงแบบเรียงตามตามเวลาที่ถ่าย และแสดงตามอัลบั้ม

 

Meizu MX5 Features Review-13

ตัวแก้ไขภาพรูปภาพสามารถเลือกใส่ฟิลเตอร์ และแก้ไขความสว่าง ความคมชัด เบลอบางส่วนของภาพ ได้ด้วย

 

Meizu MX5 Features Review-14

เครื่องเล่นเพลง จะคล้าย ๆ กับ Google Play Music พร้อมระบบเสียง Hi-Fi ของ Dirac HD สำหรับปรับเสียงให้ได้เสียงดีที่สุดเฉพาะเมื่อฟังผ่านหูฟังเท่านั้น

 

Meizu MX5 Features Review-15

เครื่องเล่นวิดีโอสามารถเล่นได้แบบเต็มจอ หรือย่อขนาดให้เล็กลงได้

 

Meizu MX5 Features Review-16

แอพศูนย์ความปลอดภัย (Security app) ที่มากับตัวเครื่อง สำหรับจัดการระบบได้ง่าย ๆ ในคลิกเดียว ไม่ว่าจะลบไฟล์ขยะ หรือเปิดใช้งานโหมดประหยัดพลังงานก็ได้

 

ตรวจสอบเซ็นเซอร์ด้วย Android Sensor Box และมัลติทัช

Meizu MX5 Features Review-17

  • Accelerometer Sensor ช่วยหมุนหรือปรับเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลของหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ ตามลักษณะการจับถือของผู้ใช้
  • Light Sensor สำหรับตรวจวัดระดับความสว่างของสภาพแวดล้อม เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอและแผงปุ่มกดให้เหมาะสม
  • Orientation Sensor ระบบปรับมุมมองการแสดงผลหน้าจออัตโนมัติ
  • Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน
  • Gyro Sensor ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวแบบ 3 แกน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และความยืดหยุ่นหลากหลายในการควบคุม
  • Sound Sensor ตรวจวัดระดับเสียง
  • Magnetic Sensor ตรวจวัดความเข้มสนามแม่เหล็ก
  • รองรับมัลติทัชสูงสุด 10 จุด

 

ผลทดสอบคะแนน Benchmark และประสิทธิภาพการทำงาน

Meizu MX5 Features Review-18

Meizu MX5 รันระบบปฏิบัติการ Flyme เวอร์ชั่น 4.5.4 (Android 5.0.1 Lollipop) ซึ่งเป็น 64-bit ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Mediatek MT6795T Helio X10 Octa-core 2.2 GHz Cortex-A53 ซึ่งเป็นซีพียู 64-bit ทั้งตัวระบบและซีพียูต่างก็เป็น 64-bit ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด กับแรม 3GB และจีพียู PowerVR G6200

ผลการทดสอบ AnTuTu ในโหมด 64-bit ซึ่งเป็นการทดสอบการเข้าถึงการทำงานของแรม และประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยประมวลผลกราฟิกหรือจีพียู ทำคะแนนรวมได้ 53,940 คะแนน ระดับคะแนนถือว่าเร็วแรงมากเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนในระดับราคาเดียวกัน

 

Meizu MX5 Features Review-19

ทดสอบด้วย Geekbench 3 เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการทำงานและการประมวลผลและหน่วยความจำแรม การทดสอบนี้จะทำการประมวลออกมาเป็นตัวเลขแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ Single-Core และ Multi-Core หากได้คะแนนยิ่งสูงประสิทธิภาพการทำงานจะยิ่งดี โดยผลทดสอบของ Meizu MX5 ทำคะแนน Single-Core ได้ 908 และ Multi-Core ทำได้ 4,904 คะแนน ถือว่าคะแนนสูงมากในส่วนของ Multi-Core แซงเรือธงจากบางค่ายด้วยนะ!

 

กล้องถ่ายรูป

Meizu MX5 Features Review-20

Meizu MX5 มาพร้อมเลนส์กล้องความละเอียด 20.7 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.2  เซ็นเซอร์ Sony IMX220 ตัวเดียวกับที่ใช้ในรุ่น Meizu MX4, MX4 Pro และ Sony Xperia Z3 แต่เพิ่มความสามารถด้วยระบบเลเซอร์ช่วยโฟกัส พร้อมแฟลช Dual Tone ถ่ายภาพได้หลายอัตราส่วน โดยขนาดสูงสุดคือ 5248 x 3936 พิกเซล (ประมาณ 20.65 ล้านพิกเซล) อัตราส่วน 4:3

 

Meizu MX5 Features Review-21

การเลือกโหมดถ่ายภาพบน MX5 ใช้การปัดหน้าจอขณะเปิดกล้อง มีโหลดให้เลือกใช้งานหลากหลาย เช่น โหมดออโต้, โหมดพาโนรามา, โหมด Manual ปรับค่าต่าง ๆ ของกล้องได้เอง (โหมดนี้ใช้ชื่อว่า “คู่มือ” แปลได้ตรงมาก) นอกจากนี้ก็ยังมีโหมด Light Field ให้ได้ใช้งานกันด้วย เป็นการถ่ายภาพในระยะโฟกัสที่ต่างกันออกมาก่อน แล้วสามารถมาเลือกจุดโฟกัสภาพภายหลังจากการถ่ายได้

ตัวอย่างภาพจากโหมดพาโนรามา

Meizu MX5 Camera Test-07

 

ตัวอย่างภาพจากโหมดออโต้

Meizu MX5 Camera Test-06 Meizu MX5 Camera Test-04 Meizu MX5 Camera Test-02Meizu MX5 Camera Test-05 Meizu MX5 Camera Test-01

MX5 สามารถแยกจุดโฟกัส และจุดวัดแสงออกจากกันได้ด้วย เพียงแตะค้างแล้วลากแยกออกมาจากจุดโฟกัส และมีฟิลเตอร์ให้เลือกก่อนถ่ายได้ด้วย นอกจากนี้แล้วแอพกล้องรองรับการแนบตำแหน่งแผนที่ลงในภาพถ่าย (Geo-tagging), แตะหน้าจอเพื่อเลือกจุดโฟกัส (Touch focus) และบันทึกวิดีโอได้สูงสุด 4K

 

Meizu MX5 Features Review-22Meizu MX5 Camera Test-03

ในส่วนของโหมด Manual สามารถปรับค่าความเร็วชัตเตอร์หรือความเร็วหน้ากล้องได้นานสุด 20 วินาที, ISO 100-1600, การชดเชยแสง +/-3 และระยะโฟกัส ทำให้มีอิสระในการถ่ายภาพมากขึ้นนั่นเอง แต่โหมดนี้กลับไม่มีให้กำหนดค่า White Balance

 

Meizu MX5 Features Review-23Meizu MX5 Camera Test-08

กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล มีโหมดหน้าสวยให้เลือกใช้งานสำหรับคนชอบเซลฟี่ด้วย ปรับตาโต หน้าเรียว ผิวขาวเนียน และรองรับการบันทึกวิดีโอ Full HD 1080p

 

สรุปจุดเด่น

  • หน้าจอสี 5.5 นิ้ว AMOLED Full HD 1080p คมชัดและสีสันสวยงาม
  • ระบบปฏิบัติการ Flyme 4.5 (Android 5.0.1 Lollipop)
  • ชิปประมวลผล MediaTek Helio X10 Octa-core 2.2 GHz Cortex-A53 กับแรม 3GB ทำคะแนน Benchmark ได้ในระดับที่ดีมาก
  • กล้องหลัง 20.7 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.2 มีแฟลชแบบ Dual tone LED, รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K
  • กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล โหมดหน้าสวยสำหรับคนรักเซลฟี่
  • มีเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือ
  • ใช้งานได้ 2 ซิมการ์ด รองรับ 3G, 4G, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 4.1
  • แบตเตอรี่ 3,150 mAh รองรับการชาร์จเร็ว และจากการใช้งานถือว่าจัดการพลังงานได้ดีมาก ถ้าใช้งานปกติทั่วไปก็อยู่ได้เกือบทั้งวัน

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่มีช่องใส่ microSD card
  • ไม่รองรับ 3G/4G คลื่น 850 MHz

Meizu MX5 รุ่นที่นำเข้ามาวางจำหน่ายในไทยเป็นรุ่นความจุ 32GB กับแรม 3GB ตัวเครื่องมีสีเงิน, สีทอง และสีเทา ซื้อได้แล้ววันนี้ที่ Lazada

Meizu logo
ขอบคุณ Meizu Thailand

IT News

ลองแล้วเร็วจริง! AIS Fibre SuperMESH WiFi แพ็กเกจเน็ตบ้าน 1 Gbps เร็วแรงทั่วบ้านทั้ง LAN และ WiFi

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ในปัจจุบันการใช้งานอินเทอร์เน็ตภายในบ้านของผู้ใช้งานส่วนใหญ่มีความต้องการความเร็วที่สม่ำเสมอ และอยากให้สัญญาณครอบคลุมทั่วทุกบริเวณของบ้าน แต่การใช้งานก็ยังมีข้อจำกัดของสัญญาณซึ่งยังไม่สามารถเข้าถึงบริเวณต่างๆ ภายในบ้านอย่างทั่วถึง ด้วยปัจจัยต่างๆ ในการใช้งานทั้งตัวอุปกรณ์ Router ที่ปล่อยสัญญาณไม่ทั่วถึง ตัวบ้านอาจจะมีหลายชั้น มีมุมที่อับสัญญาณ ตอนนี้ปัญหานั้นจะหมดไปล่ะครับ ด้วย AIS Fibre SuperMESH WiFi ซึ่งมาพร้อมคอนเซ็ปต์ “เร็วกว่า ดีกว่า ง่ายกว่า” ได้เปิดตัวแพ็กเกจใหม่ AIS Fibre SuperMESH WiFi Package 1Gbps สัญญาณ WiFi แรงทั่วบ้าน ถึงแม้จะใช้งานผ่าน WiFi ก็ตาม เดี๋ยวจะพาไปดูกันว่า “เร็วกว่า ดีกว่า ง่ายกว่า” จะมีเทคโนโลยีล้ำๆ อะไรที่น่าสนใจ แพ็กเกจจะมีความคุ้มค่าขนาดไหน ไปดูรายละเอียดกันครับ

 

“เร็วกว่า” ด้วย AIS Fibre SuperMESH WiFi

ก่อนที่จะไปทดลองใช้งานอินเทอร์เน็ตเร็ว แรงทั่วทั้งบ้าน จาก AIS Fibre SuperMESH WiFi มาทำความรู้จักเทคโนโลยีนี้กันก่อนครับ ปัจจุบันผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่มักจะใช้ Router เพียงตัวเดียววางไว้ในบ้าน แต่เมื่อจะใช้งานจากชั้นอื่น หรือบริเวณอื่นๆ ของบ้านก็จะพบว่าสัญญาณไม่ทั่วถึง รวมไปถึงสปีดเมื่อใช้งานผ่าน WiFi ทำความเร็วได้ไม่เต็มที่ AIS เป็นรายแรกและรายเดียวในไทยที่พัฒนานวัตกรรม SuperMESH WiFi ทำให้สามารถเชื่อมโยงสัญญาณ MESH WiFi ถึงกันได้ครอบคลุมทั่วทุกมุมของบ้าน โดยไม่ต้องเดินสาย LAN ทำให้ใช้เน็ตบ้านได้เต็มประสิทธิภาพตั้งแต่วันแรกที่ติดตั้ง

 

AIS SuperMESH WiFi Router ที่ดีที่สุดและล้ำหน้าที่สุดในขณะนี้

หนึ่งในเคล็ดคลับความเร็วแรง ของ AIS Fibre SuperMESH WiFi นั่นคือ SuperMESH WiFi Router ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ของ Router ในไทย ได้รับการออกแบบและ Customized เทคโนโลยี MESH WiFi ใหม่ ซึ่ง Router ที่ออกแบบใหม่นี้จะทำให้การกระจายสัญญาณเร็วแรงเต็มสปีดและครอบคลุมทั่วทุกห้องในบ้าน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่เป็นครอบครัวใหญ่ หรืออาจะเป็นบ้าน 2 ชั้น ทำให้สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้ทั่วทั้งบ้านตลอดเวลา

ในส่วนของคุณสมบัติเด่นๆ ที่น่าสนใจของ AIS Fibre SuperMESH WiFi Router ดังนี้

  1. กระจายสัญญาณเน็ตเร็วแรงเต็มสปีด 1 Gbps ตัวจริง บน WiFi
  2. เชื่อมต่อเป็น MESH WiFi ช่วยกระจายสัญญาณให้เร็วแรง และครอบคลุมสม่ำเสมอทั่วทุกมุมในบ้าน
  3. เชื่อมต่ออุปกรณ์ AIS SuperMESH WiFi Router ได้มากที่สุดถึง 8 ตัว และรองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทดีไวซ์และอุปกรณ์ IoT ได้เป็นจำนวนมาก เปลี่ยนบ้านให้เป็น Smart Home
  4. เป็น Green Energy Router รายแรกรายเดียวในไทยที่ช่วยประหยัดพลังงานและลดการใช้ไฟฟ้ามากกว่า 30% เมื่อเทียบกับเราท์เตอร์แบบเดียวกันของผู้ให้บริการรายอื่น

AIS SuperMESH WiFi เร็วจริง เต็มสปีดบน WiFi 

ทำความรู้จักกับ AIS Fibre SuperMESH WiFi กันไปแล้ว มาถึงช่วงเวลาที่ใช้งานจริงกันครับ ซึ่งใช้งานในครั้งนี้เป็น AIS SuperMESH WiFi แพ็กเกจความเร็วสูงสุด 1000Mbps/200Mbps บนสมาร์ทโฟน HUAWEI Mate30 Pro โดยเลือกปรับสปีดความเร็วสูงสุด 1,000Mbps/200Mbps ทำการสปีดเทสต์บนแอป Speedtest by Ookla ได้ความเร็ว 1,004Mbps/260Mbps ซึ่งเป็นการใช้งานผ่าน WiFi จะเห็นว่าสปีดนั้นมาเต็มๆ บนความเร็วตามแพ็กเกจที่ปล่อยมาให้ใช้งานโดยไม่ต้องใช้สาย LAN  นอกจาก HUAWEI Mate30 Pro ที่รองรับการใช้งานแล้ว ยังมีรุ่น Mate 20 Pro, Mate 30, P30, P30 Pro ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนที่รองรับการใช้งานความเร็ว 1Gbps บน WiFi ได้ด้วยครับ

 

หากใช้งานบนโน้ตบุ๊ค พีซี ที่ใช้ Wireless Chipset รุ่น Intel AC9260, Intel AC9560, Killer AX1650x, Intel AX200, Intel AX201 รุ่นเหล่านี้รองรับการส่งสัญญาณ ผ่าน WiFi ได้สูงสุด 1 Gbps เช่นเดียวกันครับ ในฝั่งของผู้ใช้งาน Macbook Pro จะรองรับการส่งสัญญาณผ่าน WiFi ได้สูงสุด 800 Mbps และบนสมาร์ทโฟน Hi-end รุ่นอื่นๆ รองรับการส่งสัญญาณผ่าน WiFi ได้สูงสุด 650 Mbps

ถ้าพูดให้เข้าใจกันง่ายๆ สำหรับ SuperMESH WiFi ของ AIS ก็คือการทำให้ผู้ใช้งานสามารถต่อ WiFi แล้วทำความเร็วได้สูงสุดเต็มสปีดสูงสุด 1Gbps หรือ 1000Mbps โดยไม่ต้องพึงพาสาย LAN เพราะอย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการต่อสาย LAN ยังไงก็ได้สปีดเต็มแม็กอยู่แล้ว

อีกหนึ่งจุดเด่นของเทคโนโลยี MESH ของ AIS คือการส่งต่อสัญญาณไปยัง MESH ตัวอื่นๆ ได้สูงสุด 8 ตัว นั่นก็หมายความว่าเราสามารถวาง MESH แต่ละตัวให้กระจายได้ทั่วทั้งบ้านโดยไม่ต้องลากสายให้ยุ่งยาก แต่สำหรับการส่งต่อสัญญาณแบบไร้สายไปยัง MESH ตัวถัดไปจะทำให้สปีดดร็อปลง ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติที่หลายคนทราบกันดีอยู่แล้ว หรือถ้าอยากให้ MESH ทุกตัวปล่อยสัญญาณได้เต็มสปีดก็สามารถต่อสาย LAN ได้

 

หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วสปีดที่มาจาก MESH จะได้เต็มสปีดตลอดการใช้งานหรือไม่ ซึ่งอันนี้ต้องอธิบายให้เห็นภาพกันง่ายๆ ว่าสัญญาณ WiFi แบบไร้สายในความเป็นจริงจะมีความเร็วที่ไม่นิ่งเสมอไป ทั้งนี้ก็มีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อสปีดของเน็ตได้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณไร้สายต่างๆ เข้ามารบกวน, สัญญาณ WiFi จากบ้านข้างๆ, การเชื่อมต่อใช้งานพร้อมกันหลายอุปกรณ์ หรือรุ่นอุปกรณ์ที่เราใช้งานอยู่อาจไม่รองรับความเร็วระดับ 1Gbps เป็นต้น แต่ถ้าทดสอบผ่านสาย LAN แล้วได้ความเร็วเต็มสปีดตามแพ็กเกจ 1Gbps ก็แสดงว่าเน็ตถูกปล่อยมาเต็ม แต่อาจถูกสัญญาณรบกวนเวลาใช้งานผ่าน WiFi เป็นต้น

 

ดีกว่า” ด้วย Speed Toggle

อีกฟีเจอร์เด็ดที่ช่วยให้ใช้งานได้ตรงความต้องการมากยิ่งขึ้น ด้วย Speed Toggle ผู้ใช้งานสามารถสลับความเร็วดาวน์โหลด / อัปโหลดได้ด้วยตัวเองได้อย่างง่ายๆ เลยครับ ซึ่งเป็นรายเดียวที่ปรับสปีดอัปโหลดได้สูงสุดถึง 1Gbps การสลับความเร็วก็ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่เข้าไปที่ https://myaisfibre.com จากนั้นเลือกสลับความเร็วที่ต้องการได้ด้วยตัวเอง จะสลับกี่ครั้งก็ได้นะ ไม่จำกัดในแต่ละวัน เลือกปรับได้ตามความเหมาะสมของการใช้งานได้ตลอดเวลาตามต้องการ และหลังจากที่ปรับแล้วจะมีผลทันทีไม่ต้องรอนานให้เสียเวลา

 

อีกช่องทางที่สามารถสลับความเร็วในการใช้งานได้เช่นเดียวกันคือ ผ่าน AIS Fibre LINE Connect ซึ่งอยู่ใน AIS LINE Official ที่เมนู “บริการเน็ตบ้าน AIS Fibre” ก็สามารถสลับความเร็วได้ง่ายๆ เช่นเดียวกัน

 

การปรับสปีดด้วยตัวเองจะมีให้เลือกใช้งานทั้งหมด 3 แบบ ตามความเหมาะสมของการใช้งานดังนี้

  • Full Speed Download เหมาะกับช่วงเวลาที่ต้องการเน้นความเร็วในการดาวน์โหลด เช่น ดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่ ดูหนังความละเอียดสูงๆ เป็นต้น
  • Symmetry เหมาะกับการใช้งานทั่วไป ความเร็วดาวน์โหลดและอัปโหลดเท่าๆ กัน
  • Full Speed Upload อันนี้หลายคนน่าจะชื่นชอบกันอย่างแน่นอน เพราะว่าเราสามารถสลับความเร็วอัปโหลดให้เต็มสปีดระดับ 1Gbps ได้ ถ้าต้องการอัปโหลดไฟล์ใหญ่ๆ เช่น อัปโหลดคลิปขึ้นบน YouTube หรือ Facebook ก็เลือกเองได้เลย

 

ง่ายกว่าด้วย AIS Fibre GURU

ง่ายกว่าไปกับ AIS Fibre GURU ซึ่งเป็นทีมช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญจาก AIS Fibre ที่จะเข้าไปอำนวยความสะดวกในการติดตั้งให้กับลูกค้าถึงบ้าน มั่นใจได้เลยครับว่า สัญญาณ WiFi จะดีทั้งบ้านตั้งแต่วันแรกที่ติดตั้งเลยล่ะครับ หากลูกค้ามีข้อมูลที่สงสัยอยากสอบถามเพิ่มเติมก็สามารถสอบถามและขอคำแนะนำจาก AIS Fibre GURU ได้เช่นเดียวกัน อุ่นใจได้เลยว่าจะได้รับคำแนะนำดีๆ ในการใช้งานอย่างแน่นอนครับ 

 

AIS Fibre SuperMESH WiFi แพ็กเกจเน็ตบ้าน 1 Gbps ตัวจริง แรงเต็มสปีด

พูดถึง AIS Fibre SuperMESH WiFi กันมาเยอะแล้ว หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่า เร็วกว่า ดีกว่า ง่ายกว่า น่าใช้งานแบบนี้ราคาแพ็กเกจจะเท่าไหร่ ต้องบอกเลยว่าเป็นราคาที่สามารถเข้าได้ถึงได้อย่างง่ายๆ AIS Fibre  SuperMESH WiFi แพ็กเกจ 1Gbps/200 Mbps สุดคุ้มเพียง 999 บาทต่อเดือน หรือแพ็กเกจเริ่มต้น 500/200 Mbps เพียง 899 บาทต่อเดือน โดยแพ็กเกจดังกล่าว จะได้รับเราเตอร์ SuperMESH WiFi  2 ตัว มูลค่า 7,980 บาท ไปใช้งานกันได้ฟรีๆ ด้วยนะครับ

 

นอกจากนี้ สำหรับใครที่ชอบความบันเทิงยังสามารถเพิ่มเงิน 100 บาท/เดือน จะได้รับกล่อง AIS PLAYBOX เอาไปชมคอนเทนต์จากช่องดัง กับแพ็กเกจ PLAY FAMILY นาน 12 เดือน,  HOOQ นาน 6 เดือน และ NETFLIX นาน 3 เดือน ฟรี! ได้อีกด้วยครับ

AIS Fibre SuperMESH WiFi เรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามารองรับการเติบโตของ Video Streaming ความละเอียดระดับ 4K, เทคโนโลยี 5G และแอปพลิเคชันใหม่ๆ เทคโนโลยี Virtual Reality (VR) ที่ต้องการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงระดับกิกะบิต ในปี  2020 นี้ และในอนาคต ซึ่งมีความโดดเด่นทั้งในเรื่องของแพ็กเก็จที่มีความเร็วถึง 1Gbps บน LAN และ WiFi ในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ดีกว่าด้วยการปรับ Speed Toggle ได้ด้วยตัวเอง และง่ายกว่าด้วย AIS Fibre GURU ผู้ที่จะเข้ามาช่วยเหลือให้คำแนะนำได้อย่างเชี่ยวชาญกับผู้ใช้งานทุกคน ทั้งหมดนี้เป็นความน่าสนใจจาก AIS Fibre SuperMESH WiFi ที่หลายๆ คนสงสัย อยากทราบข้อมูลรวมไปถึงการใช้งานจริงวันนี้เลยนำมาฝากกันครับ สำหรับผู้ที่สนใจหากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมของ AIS Fibre SuperMESH WiFi สามารถดูได้ที่ www.ais.co.th/fibre

อ่านต่อ...

Smart Review

รีวิว Samsung Galaxy A71 สเปคแรง เล่นเกมลื่นด้วย Snapdragon 730, RAM 8GB พร้อมถ่ายภาพสวยด้วย 4 กล้องหลัง 64MP

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Samsung Galaxy A71 สมาร์ทโฟนตัวแรงในราคาสุดคุ้มด้วยการขับเคลื่อนผ่าน CPU Snapdragon 730 Octa-Core ควบคู่กับ RAM 8GB พร้อมชูโรงด้วยกล้องหลัง 4 เลนส์ ความละเอียดสูงสุดถึง 64 ล้านพิกเซล แต่ละฟีเจอร์จะเป็นอย่างไร มาดูกันครับ

 

สรุปสเปค Samsung Galaxy A71

  • ขนาดตัวเครื่อง : 163.6 x 76.0 x 7.7 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 179 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Infinity-O ชนิด Super AMOLED+ กว้าง 6.7 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9
  • หน่วยประมวลผล : Snapdragon 730 Octa Core ความเร็ว 2.2GHz
  • RAM 8 GB
  • ROM 128 GB รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD สูงสุด 512GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย One UI 2.0
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 4 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
    • เลนส์ Ultra Wide-Angle 123 องศา ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac 2.4G+5GHz, Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับ Fast Charge 25W

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ตัวกล่องของ Samsung Galaxy A71 มาในรูปแบบเรียบง่ายเหมือนเดิมครับ โดยมีรูปและชื่อรุ่นที่ด้านหน้าชัดเจน และเมื่อแกะออกมาก็จะเจอกับอุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้

  • ตัวเครื่อง Samsung Galaxy A71 พร้อมติดฟิล์มกันรอย
  • อะแดปเตอร์ Fast Charge 25W
  • สาย USB Type-C to Type-C
  • หูฟังพอร์ต 3.5 มม.
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • เคสใส
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น
  • ใบรับประกันสินค้า

 

ดีไซน์ของ Samsung Galaxy A71 กับสีที่เราได้มาเป็นสีดำที่มีการตัดลวดลายและเล่นเฉดสีแบบ Prism Crush เมื่อสะท้อนแสงก็จะประกายออกมาเป็นสีรุ้งอย่างสวยงามครับ ซึ่งนอกเหนือจากสีดำก็ยังมีสีฟ้าและสีเงินให้เลือกอีกด้วย

 

ส่วนตัวเครื่องก็มาในขนาดที่จับกระชับมือเพราะมีความโค้งที่ด้านหลังเครื่อง ไม่ได้ใหญ่จนเกินไป และจับก็ไม่ลื่นมืออีกด้วย

 

หน้าจอแสดงผลของรุ่นนี้มาในชนิด Super AMOLED+ ที่มีความบางของวัสดุหน้าจอมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้เครื่องบางลง และยังมาในรูปแบบ Infinity-O ที่ฝังกล้องหน้าลงในหน้าจอตรงกลางด้านบนอีกด้วย ทำให้หน้าจอมีขนาดใหญ่ถึง 6.7 นิ้ว ทั้งยังได้ความละเอียด FHD+ รับชมภาพยนตร์หรือเล่นเกมได้สีสันจัดเต็มและเต็มตาแน่นอนครับ

 

บริเวณรอบเครื่องที่ด้านบนของหน้จอจะเป็นกล้องหน้าฝังในหน้าจอพร้อมด้วยลำโพงสำหรับสนทนา โดยเซ็นเซอร์ต่างๆ จะฝังในหน้าจอครับ

 

ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ Nano-SIM จำนวน 2 ช่อง พร้อมด้วยช่องใส่ MicroSD Card อีก 1 ช่อง

 

ส่วนด้านขวามีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power

 

ด้านล่างจะยังคงมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. อยู่ ถัดไปเป็นพอร์ต USB Type-C, ไมโครโฟนตัวที่ 1 และลำโพงตัวหลัก ขณะที่ด้านบนมีไมโครโฟนสำหรับตัดเสียงรบกวน

 

และสุดท้ายที่ด้านหลังจะมีกล้องหลังฝังในโมดูลทรงสี่เหลี่ยมที่มุมซ้ายบน ภายในมีกล้อง 4 เลนส์พร้อมไฟแฟลช LED ด้วย

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

Samsung Galaxy A71 แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10 รุ่นล่าสุด โดยครอบทับด้วย One UI 2.0 ด้วยเหมือนกัน ซึ่งทำให้การทำงานไหลลื่นยิ่งขึ้นและมีแอนิเมชั่นใหม่ๆ ของ UI มากพอสมควรเมื่อเทียบกับ One UI 1.0

 

สำหรับ One UI 2.0 จะมีการทำงานที่ไหลลื่นกว่ารุ่นเดิมอย่าง One UI 1.0 ครับ โดยมีฟีเจอร์และ UI ใหม่ๆ พร้อมการจัดสรรทรัพยากรภายในเครื่องได้ดีขึ้นด้วย

 

ใช้งาน Dark Mode ตอนกลางคืน

Samsung Galaxy A71 แน่นอนว่าต้องมาพร้อมฟีเจอร์ Dark Mode เพื่อทำให้ใช้งานในตอนกลางคืนได้สะดวกมายิ่งขึ้น ทำให้ภาพพื้นหลังเป็นสีดำและตัวอักษรเป็นสีขาวครับ ซึ่งในส่วนนี้บางแอปพลิเคชั่นอาจยังไม่รองรับ

 

ดูการแจ้งเตือนง่ายๆ ผ่าน Always-on-Display

ด้วยหน้าจอ Super AMOLED ที่มีมาในเรือธงและตัวกลางของ Samsung ทำให้หลายรุ่นใช้งานฟีเจอร์ Always-on-Display ได้ ซึ่งรุ่นนี้ก็เช่นกัน โดยฟีเจอร์นี้จะเป็นการบอกสถานะและการแจ้งเตือนต่างๆ ของเครื่อง ทั้งวันที่, เวลา, แบตเตอรี่คงเหลือ หรือการแจ้งเตือนจากแอปต่างๆ ครับ ทำให้ไม่ต้องคอยกดปุ่มล็อคเครื่องเพื่อดูสิ่งต่างๆ เลย

 

ทั้งนี้ เรายังสามารถปรับแต่งรูปแบบของนาฬิกาได้ตามใจชอบ รวมไปถึงสีสันต่างๆ อีกด้วยครับ

 

ระบบความปลอดภัย

ด้านระบบความปลอดภัยก็จัเมาให้เต็มๆ ครับ โดยจะมีทั้งระบบสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอแสดงผลที่ทำได้อย่างเสถียรและแม่นยำ

 

ส่วนการสแกนใบ้หน้าก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน เพียงยกขึ้น ระบบก็สแกนให้ทันที

 

ใช้ชีวิตง่ายขึ้นด้วย Bixby Routines

ฟีเจอร์นี้เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้การใช้วินง่ายขึ้นมากครับ โดยแทบไม่ต้องตั้งค่าอะไรเองเลย เพราะเราสามารถตั้งค่าให้ระบบต่างๆ ในเครื่องเปลี่ยนแปลงตามสถานที่หรือเวลาตามที่เราตั้งค่าไว้ครับ เช่น ออกจากบ้านให้ปิดเสียงและเปลี่ยนเป็นการสั่นแทน หรือเมื่อถึงบ้านก็ให้เปิดใช้งาน Wi-Fi โดนอัตโนมัติ เป็นต้น

 

 

ใช้งาน 2 บัญชีด้วย Dual Messenger

ใครที่มีแอปพลิเชคั่นแชทมากกว่า 1 บัญชีก็สามารถใช้งานฟีเจอร์ Dual Messenger เพื่อเป็นการสร้างขึ้นมาอีก 1 บัญชีครับ โดยทั้ง 2 บัญชีจะแยกใช้งานกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งใช้ได้กับทั้ง Line หรือ Messenger เลยครับ

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ใครที่ชอบเล่นเกมเป็นชีวิตจิตใจก็ขอแนะนำ Samsung Galaxy A71 กันเลยครับ เพราะมาพร้อมกับขุมพลังตัวกลางที่แรงสุดๆ อย่าง Snapdragon 730 Octa-Core ที่เน้นการเล่นเกมเป็นหลัก ทั้งยังใช้งานได้ลื่นๆ เปิดหลายแอปพลิเคชั่นพร้อมกันได้สบายเพราะมี RAM 8GB ทั้งยังโหลดแอปได้ไม่ต้องกลัวเต็มเพราะมีความจุถึง 128GB เลยด้วย

 

สำหรับผลการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark ทำได้ไปได้ที่ 239,008 คะแนน

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 430 และคะแนน Multi-Core ที่ 1,597

 

ฟีเจอร์การเล่นเกม

สำหรับฟีเจอร์สำหรับการเล่นเกมก็มีเหมือนกับ Samsung Galaxy A51 ครับ ไม่ว่าจะเป็น Game Launcher ที่รวบรวมเกมทั้งหมดไว้ในที่เดียว และ Game Booster ที่เป็นตัวรีดประสิทธิภาพของเกมให้เล่นได้ลื่นมากที่สุด พร้อมด้วยการสามารถปิดกั้นการแจ้งเตือนการโทรหรือจากแอปได้แบบหมดจด ไม่มีอะไรเด้งมากวนใจแน่นอน

Game Launcher

Game Booster

 

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

เริ่มด้วยเกม ROV เราทดลองปรับกราฟิกในระดับสูงสุดทั้งหมด พร้อมด้วยเฟรมเรทสูง และเล่นในโหมด 5 VS 5 ตั้งแต่ต้นเกมมาแรกๆ เฟรมเรทจะวิ่งอยู่ที่ 59-60fps ขณะที่ช่วงเริ่มมีทีมไฟต์หรือบวกกันยาวๆ ก็จะเริ่มตกลงมาเล็กน้อยอยู่ประมาณ 56fps ขึ้นไปครับ แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรมากเพราะยังเล่นได้ลื่นๆ อยู่

 

Call Of Duty: Mobile

มาต่อกันที่เกม Call Of Duty: Mobile เราลองปรับการตั้งค่าเกม 2 แบบ ทั้งกราฟิก Very High + เฟรมเรท Very High และกราฟิก High + เฟรมเรท Max โดยเข้าเล่นในโหมด Battle Royale 100 คน ทั้ง 2 การตั้งค่าก็สามารถเล่นได้เป็นอย่างดีครับ ไม่มีอาการกระตุกให้เห็น แถมเรื่องการสัมผัสหน้าจอต่างๆ ก็ไปตามนิ้วชัดเจนครับ หายห่วงไปได้เลย

 

Asphalt 9: Legends

และสุดท้ายกับเกม Asphalt 9: Legends ได้ลองปรับกราฟิกในระดับสูง และเล่นต่อเนื่องประมาณ 5-6 รอบ ทุกรอบก็เล่นได้ลื่นตามปกติครับ แถมตัวเครื่องก็ไม่ได้ร้อนเกินไปด้วย

 

แบตเตอรี่อึดพร้อมชาร์จเร็ว 25W

ในเรื่องของแบตเตอรี่ Samsung Galaxy A71 ให้มาถึง 4500mAh ทำให้ใช้งานได้ทั่วไปได้ตลอดทั้งวัน แต่หากใครเล่นเกมเยอะหน่อยก็อาจจะต้องชาร์จระหว่างวันอยู่บ้าง ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติครับ

นอกจากนี้ Samsung Galaxy A71 ยังรองรับเทคโนโลยี Super Fast Charge ถึง 25W และมีอะแดปเตอร์มาให้ในกล่องด้วย ไม่ต้องซื้อเพิ่ม โดยเราลองชาร์จจากแบตคงเหลือ 33% ถึง 100% ใช้เวลาไปประมาณ 70 นาทีครับ ถือว่าเร็วพอสมควร

 

กล้องถ่ายรูป

อีกจุดเด่นที่พลาดไม่ได้ใน Samsung Galaxy A71 ก็คือเรื่องกล้องครับ โดยจะมีมาให้ทั้งหมด 5 เลนส์ ดังนี้

กล้องหลัง

  • เลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • เลนส์ Ultra Wide-Angle 123 องศา ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

กล้องหน้า

  • กล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2

ทั้ง 5 เลนส์นี้จะมีฟีเจอร์อะไรโดดเด่นบ้าง มาดูกันเลย!

ความละเอียดสูงสุด 64MP

มีเลนส์หลัก 64 ล้านพิกเซลมาให้ก็สามารถถ่ายภาพความละเอียดสูงได้เหมือนกันครับ โดยข้อดีของการถ่ายในโหมดนี้เราจะได้ภาพที่สามารถใช้ในการทำป้ายใหญ่ๆ หรือซูมได้เห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยของภาพได้ครับ


ไฟล์ภาพ 64 ล้านพิกเซล / ครอป

 

ตรวจจับวัตถุอัจฉริยะด้วย AI

มี AI มาให้เหมือนเดิมสำหรับ Samsung Galaxy A71 ที่สามารถแยกแยะวัตถุได้อย่างรวดเร็วครับ เพียงแค่นำกล้องไปส่องกับสิ่งที่เราอยากถ่าย เช่น สัตว์เลี้ยง, อาหาร, อาคาร, ท้องฟ้า หรือดอกไม้ เป็นต้น โดยสีสันก็จะปรับตามความเหมาะสมแบบไม่ต้องทำอะไรเลย

 

 

Ultra-Wide Angle มุมกว้างขั้นสุดถึง 123 องศา

จุดเด่นเรื่องกล้องของ Samsung คงไม่พ้นการถ่ายมุมกว้างหรือ Ultra-Wide แน่นอนครับ เพราะให้ทั้งความสดใสของสี ภาพคมชัด และที่สำคัญคือได้มุมกว้างมากๆ ที่ 123 องศาเลยทีเดียว อยู่ใกล้ๆ ก็เก็บได้ครบ ไม่ต้องเดินถอยเพื่อถ่ายรูป


เลนส์ปกติ / เลนส์ Ultra-Wide


เลนส์ปกติ / เลนส์ Ultra-Wide

 

ถ่ายใกล้สุด 4 ซม. ด้วยเลนส์ Macro

ถ่ายกว้างแล้ว มาถ่ายใกล้ๆ กันบ้างครับ ด้วยเลนส์ Macro ที่สามารถถ่ายวัตถุได้ใกล้สุดถึง 4 เซนติเมตร โดยตัวเลนส์ยังมีความละเอียดสูงถึง 5 ล้านพิกเซล ทำให้ได้ภาพคมชัดและสีสันก็ยังคงสดใหม่อีกด้วย

 

ถ่ายกลางคืนก็สวยผ่าน Night Mode

Galaxy A71 ยังมีฟีเจอร์ Night Mode ที่ช่วยให้ถ่ายภาพกลางคืนได้สว่างและชัดเจนยิ่งขึ้นครับ แถมเรื่อง Noise ก็แทบไม่เห็นเลยด้วย (ถ้าถ่ายในที่ที่ยังมีแสงอยู่บ้าง) ซึ่งเราก็ลองถ่ายภาพด้วยโหมดปกติเหมือนกัน ปรากฏว่าระบบจะปรับค่าแสงให้เหมือนกับถ่ายด้วย Night Mode ทำให้แทบแยกไม่อออกครับว่าภาพไหนเปิดหรือปิด Night Mode

ที่สำคัญ Night Mode ยังใช้เลนส์ Ultra-Wide ถ่ายได้ด้วย

 

Live Focus เบลอหลังแบบธรรมชาติ

Live Focus จะเป็นการเบลอฉากหลังได้แบบเนียนๆ ครับ ซึ่งการตัดขอบถือว่าดีมากๆ แทบไม่มีส่วนไหนของร่างกายหรือแม้แต่เส้นผมโดนเบลอทิ้งไปด้วยเลย โดยใช้งานได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังเลย

 

 

สรุปจุดเด่น

  • หน้าจอแสดงผลคมชัดด้วย Super AMOLED+ ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด FHD+ และใช้งานได้แบบเต็มๆ ตา
  • ใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 730 Octa-Core คู่กับ RAM 8GB + ROM 128GB เหมาะสำหรับการเล่นเกมได้แบบไหลลื่น
  • มีกล้องหลังถึง 4 เลนส์ความละเอียดสูงสุด 64 ล้านพิกเซล มีฟีเจอร์ให้ครบทั้ง Ultra-Wide, Macro และ Depth
  • แบตเตอรี่อึดถึง 4500mAh แถมรองรับ Super Fast Charge ถึง 25W ด้วย
  • สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอได้

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ตัวเครื่องไม่สามารถป้องกันน้ำได้

สำหรับ Samsung Galaxy A71 มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ, ฟ้า และเงิน โดยเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วเรียบร้อยในราคา 13,990 บาท โดยผู้ที่ซื้อจะได้สิทธิ์รับส่วนลด 500 บาทสำหรับอุปกรณ์สวมใส่และอุปกรณ์เสริมของโทรศัพท์ตั้งแต่วันนี้ – 10 กุมภาพันธ์ 2563

อ่านต่อ...

Smart Review

รีวิว Samsung Galaxy A51 สมาร์ทโฟนของคนยุคใหม่ ตอบโจทย์ทุกฟีเจอร์ พร้อมจอใหญ่ 6.5 นิ้ว, แบตอึด และกล้อง 4 เลนส์ ในราคาสุดโดน

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Samsung Galaxy A51 สมาร์ทโฟนตระกูล A Series 2020 ที่เปิดตัวเป็นรุ่นแรกในประเทศไทย ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชันของการใช้ชีวิต ชูจุดเด่นด้วยหน้าจอ Infinity-O แบบเต็มหน้าจอ ชนิด Super AMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว เห็นได้คมชัดและเต็มตา จัดเต็มด้วยกล้องหลัง 4 เลนส์ความละเอียดสูงสุดถึง 48 ล้านพิกเซล คู่กับกล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล และแบตเตอรี่สุดอึดที่ใช้งานได้เต็มวันแน่นอน

 

สรุปสเปค Samsung Galaxy A51

  • ขนาดตัวเครื่อง : 158.5 x 73.6 x 7.9 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 172 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Infinity-O ชนิด Super AMOLED กว้าง 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9
  • หน่วยประมวลผล : Exynos 9611 Octa Core ความเร็ว 2.3GHz
  • RAM 6 GB
  • ROM 128 GB รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD สูงสุด 512GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย One UI 2.0
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 4 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
    • เลนส์ Ultra Wide-Angle 123 องศา ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac 2.4G+5GHz, Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh รองรับ Fast Charge 15W

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ตัวกล่องของ Samsung Galaxy A51 มาในรูปแบบสี่เหลี่ยมตามปกติของตระกูลนี้โดยมีรูปและชื่อรุ่นอย่างชัดเจนที่ด้านหน้า

เมื่อเปิดออกมาจะเจอกับตัวเครื่องอยู่ตรงหน้าที่ติดฟิล์มกันรอยมาให้เรียบร้อย โดยจะมีอะแดปเตอร์ Fast Charge 15W, หูฟัง และสาย USB Type-C to Type-A  ทั้งนี้เมื่อพลิกไปดูที่ฝากล่องก็จะเจอกับกล่องใส่คู่มือการใช้งาน, ใบรับประกันสินค้า, เคสซิลิโคนแบบใส และอุปกรณ์เปิดถาดซิม

 

ดีไซน์สวยงาม ไล่เฉดแบบปริซึม

Samsung Galaxy A51 นั้นมีการไล่เฉดที่ให้ความรู้สึกที่มีการตัดของลวดลายปริซึมอย่างสวยงาม ซึ่งการตัดนี้ทำให้เราได้สี 3 แบบใสๆ ในเครื่องเดียว อย่างเครื่องที่เราได้มาจะเป็นสีชมพูที่จะเล่นลวดลายสีพาสเทลตั้งแต่ชมพูอ่อน, ชมพูอมส้ม และชมพูที่มีเส้นตัดอย่างสวยงามครับ ทั้งนี้ ก็ยังมีอีก 2 สีให้เลือก คือ สีดำและสีฟ้า

 

สำหรับการจับถือของของ Samsung Galaxy A51 ถือว่าอยู่ในขนาดที่พอดีมือมากๆ ถือมือเดียวก็ยังได้แบบสบายๆ ไม่ลื่นมือ แต่บริเวณฝากหลังที่เป็นกระจกอาจติดรอยนิ้วมือง่ายไปหน่อย แต่ก็เช็ดออกง่ายเหมือนกันครับ

 

สำหรับหน้าจอแสดงผลมาพร้อมกับแบบกล้องหน้าฝังในหน้าจอตรงกลางที่เรียกว่า Infinity-O ชนิด Super AMOLED ทำให้มีหน้าจอใหญ่ถึง 6.5 นิ้ว แต่ยังมีขนาดที่พอดีมือ ทั้งยังมีความคมชัดระดับ FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) เรียกว่าใช้งานได้แบบเต็มตาและคมชัดอีกด้วย

 

หน้าจอ Super AMOLED นั้นขึ้นชื่อเรื่องความสีสันสดใสอยู่แล้วครับ ใครที่เป็นนักเสพคอนเทนต์บ่อยๆ ต้องหลงรักแน่นอน

 

ที่รอบตัวเครื่องเริ่มจากเหนือหน้าจอแสดงผลจะมีกล้อง Infinity-O พร้อมด้วยลำโพงสำหรับสนทนา

 

ด้านซ้ายจะเป็นช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่อง พร้อมด้วยช่อง MicroSD Card อีก 1 ช่อง รวมทั้งหมด 3 ช่องครับ

 

ทางขวาจะเป็นปุ่มเพื่อใช้งานเพิ่ม-ลดเสียง และล็อคเครื่อง

 

ด้านล่างตัวเครื่องจะมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม., พอร์ต USB Type-C, ไมโครโฟนตัวที่ 1 และลำโพงตัวหลัก

 

ส่วนด้านบนมีเพียงไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน

 

และสุดท้ายที่ด้านหลังจะมีกล้อง 4 เลนส์พร้อมไฟแฟลช LED ที่อยู่ในโมดูลทรงสี่เหลี่ยมที่มุมซ้ายบนครับ

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

ด้านระบบปฏิบัติการ Samsung Galaxy A51 รันบนระบบปฏบัติการ Android 10 รุ่นล่าสุดจาก Google พร้อมครอบทับด้วย One UI 2.0 เพื่อให้การใช้งานนั้นสะดวกมากขึ้นและมีฟีเจอร์ต่างๆ มาให้เพียบ

 

สำหรับ One UI นั้นจะเน้นเรื่องการใช้งานมือเดียวเป็นหลัก โดยจะสังเกตได้ว่าหน้าจอคำอธิบายต่างๆ จะอยู่ครึ่งจอด้านบนสุด และการกดตัวเลือกต่างๆ จะอยู่ที่ด้านล่างเพื่อให้เราใช้นิ้วโป้งกดได้แบบสบายๆ ครับ เช่น ในหน้า “การตั้งค่า” ครึ่งบนเป็นตัวอักษร และครึ่งล่างจะเป็นตัวเลือกต่างๆ เป็นต้น

 

 

ใช้งาน Dark Mode ได้ด้วย

สำหรับ One UI 2.0 ก็มาพร้อมกับฟีเจอร์โหมดแสงทึบ (Dark Mode) เพื่อให้ใช้งานในตอนกลางคืนได้แบบสบายตา โดยพื้นหลังต่างๆ จะเป็นสีดำ และตัวอักษรจะเป็นสีขาว

แถบนำทางแบบใหม่ใน Android 10

ใน Android 10 ของ Samsung Galaxy A51 ก็มาพร้อมกับระบบการนำทางแบบใหม่ คือ ท่าทางแบบเต็มจอ โดยจะควบคุมด้วยการปัดขึ้นเพื่อเข้าหน้าหลัก, ปัดขึ้นแล้วค้างไว้เพื่อดูแอปพื้นหลัง และปัดซ้าย/ขวาของขอบหน้าจอเพื่อย้อนกลับ

 

ระบบความปลอดภัย

Samsung Galaxy A51 ยังจัดเต็มเรื่องระบบความปลอดภัยด้วยการสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอแสดงผล ซึ่งการทำงานถือว่ารวดเร็วพอสมควรครับ ไม่ค่อยเจออาการที่สแกนแล้วไม่ติดเท่าไหร่

 

นอกจากนี้ ก็ยังมีระบบสแกนใบหน้าที่ใช้งานผ่านกล้องหน้ามาให้ด้วย ซึ่งการทำงานก็ถือว่ารวดเร็วและเสถียรตามปกติ ซึ่งสามารถตั้งค่าให้ต้องลืมตาจึงจะสแกนผ่านเท่านั้นได้ด้วยครับ

 

ใช้ชีวิตง่ายขึ้นด้วย Bixby Routines

Bixby Routines ถือเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้ชีวิตประจำวันของเราง่ายขึ้นมากๆ ซึ่งจะเป็นการตั้งเวลาและตำแหน่งตามที่เราเลือกไว้ เช่น เมื่อถึงบ้านให้เปิด Wi-Fi อัตโนมัติ, เมื่ออยู่ที่ทำงานระบบจะปิดเสียงและเปิดระบบสั่นแทน หรือเข้าโหมดประหยัดแบตเตอรี่ทันทีเมื่อเข้านอน เป็นต้น

 

เก็บไฟล์หายห่วงด้วยโฟลเดอร์ที่ปลอดภัย

ในสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ “โฟลเดอร์ที่ปลอดภัย” ที่จะเป็นการใช้งานอีกพื้นที่อีกพื้นหนึ่งในเครื่องเพื่อใช้ในเรื่องความปลอดภัยของไฟล์หรือแอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่ต้องใช้รหัสผ่านชุดใหม่หรือการสแกนลายนิ้วมือเพื่อเข้าใช้งานเท่านั้นครับ

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ด้านประสิทธิภาพของ Samsung Galaxy A51 มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลตัวกลางอย่าง Exynos 9611 Octa-Core ควบคู่กับ RAM 6GB และความจุ (ROM) ถึง 128GB ทำให้ใช้งานได้ไหลลื่นและเก็บไฟล์หรือโหลดแอปพลิเคชั่น/เกมต่างๆ ได้แบบเต็มที่ แทบไม่ต้องกลัวเต็มครับ ทั้งยังสามารถเพิ่ม MicroSD Card ได้อีกถึง 512GB เลยทีเดียว

 

ฟีเจอร์การเล่นเกม

สำหรับฟีเจอร์การเล่นเกมก็มาให้พร้อมสำหรับเกมเมอร์ตั้งแต่ Game Launcher ที่เป็นพื้นที่รวบรวมเกมที่โหลดไว้ในที่เดียว รวมถึงบอกระยะเวลาในการเล่นเกมต่างๆ ได้ด้วย

 

ทั้งนี้ก็ยังมี Game Booster ที่ช่วยเรื่องการรีดประสิทธิภาพทั้งหมดของเครื่องเพื่อให้เล่นเกมได้แบบไร้ปัญหากวนใจครับ โดยเราสามารถปรับประสิทธิภาพเกมได้ 3 แบบ ได้แก่ เน้นประหยัดพลังงาน, ปรับให้เท่ากัน หรือเน้นประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ก็ยังสามารถปิดกั้นการแจ้งเตือน, บันทึกหน้าจอระหว่างเล่น และดูอุณหภูมิและ RAM แบบเรียลไทม์ได้เช่นกัน

 

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

เริ่มกันด้วยเกม ROV ครับ เราได้ปรับตามค่าเริ่มต้น คือ ภาพ HD ระดับมาตรฐาน, การแสดงผลระดับสูง แต่ได้เปิดเฟรมเรทระดับสูงมาทดสอบกันด้วย โดยเราลองเล่นในโหมด 5 VS 5 ทุกอย่างเล่นได้แบบลื่นๆ ครับ เฟรมเรทก็จะวิ่งอยู่ที่ 52-60fps สลับไปมาตั้งแต่ต้นเกม ซึ่งถือว่าไม่ได้เหวี่ยงมากเท่าไหร่

 

Call Of Duty: Mobile

และมาต่อที่เกมแนว Shooting กันบ้างครับอย่าง Call Of Duty: Mobile เราปรับภาพกราฟิกและเฟรมเรทระดับกลางทั้งหมดซึ่งเป็นค่าเริ่มต้น และเล่นในโหมด Battle Royale 100 คน รวมถึงโหมด 20 VS 20 ซึ่งตั้งแต่ต้นเกมจนถึงท้ายๆ เกม เรื่องระบบสัมผัสหน้าจอ ความลื่นระหว่างเล่น และหน้าจอที่ใหญ่นั้นเป็นประโยชน์ทั้งหมดครับ

 

แบตเตอรี่อึดพร้อมชาร์จเร็วด้วย

เป็นรุ่นกลางที่ให้แบตเตอรี่มาเต็มๆ ถึง 4000mAh สำหรับ Samsung Galaxy A51 ซึ่งการทำงานจริงๆ ถือว่าอยู่ได้ตลอดวันแน่นอนสำหรับผู้ที่เล่นโซเชียลตามปกติ ส่วนใครที่เล่นเกมก็อาจได้ชาร์จราวๆ 1-2 ครั้งตลอดวันครับ แต่เรื่องชาร์จก็สบายหายห่วงเลยทีเดียวเพราะรองรับ Fast Charge ถึง 15W จากแบตเตอรี่น้อยๆ ชาร์จประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ก็เต็มแล้วครับ

 

กล้องถ่ายรูป

หนึ่งในสิ่งที่เป็นตัวชูโรงมากที่สุดใน Samsung Galaxy A51 ก็คือเรื่องกล้องนี่แหละครับ โดยให้มาทั้งหมด 5 กล้อง แบ่งเป็น 4 กล้องหลัง และ 1 กล้องหน้า ดังนี้

  • เลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • เลนส์ Ultra Wide-Angle 123 องศา ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2

ฟีเจอร์กล้อง

คมชัดขั้นสุดที่ 48 ล้านพิกเซล

Samsung Galaxy A51 มาพร้อมกับเลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ก็สามารถถ่ายภาพในความละเอียดที่สูงได้ครับ โดยภาพที่ได้ออกมาจะอยู่ที่ขนาด 8000 x 6000 พิกเซล สามารถซูมเพื่อดูภาพหรือวัตถุในขนาดเล็กๆ ได้อย่างชัดเจนครับ


ภาพ 48 ล้านพิกเซล / ครอป

 

ตรวจจับฉากอัจฉริยะด้วย AI

สำหรับเลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล มาพร้อมกับฟีเจอร์การรวม 4 พิกเซลเป็น 1 พิกเซล เพื่อให้ภาพคมชัดและเก็บรายละเอียดต่างๆ ได้มากขึ้น โดยยังมีฟีเจอร์ AI ช่วยตรวจจับและแยกแยะหมวดหมู่ต่างๆ เช่น อาหาร, พืช, สัตว์ หรือท้องฟ้า เป็นต้น ทำให้ภาพที่ได้ออกมานั้นมีสีสันตรงกับแต่ละวัตถุมากที่สุดนั่นเอง

 

Ultra-Wide Angle มุมกว้างขั้นสุดถึง 123 องศา

เรื่องเลนส์ Ultra-Wide Angle ของ Samsung นั้นขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามแทบทุกรุ่นครับ รวมถึง Galaxy A51 เช่นกัน เพราะมีความกว้างถึง 123 องศา เก็บองค์ประกอบได้ครบแม้ยืนใกล้ๆ ก็ตาม ทำให้ไม่จำเป็นต้องถอยไปไกลๆ เพื่อถ่ายภาพ


เลนส์ปกติ / เลนส์ Ultra-Wide


เลนส์ปกติ / เลนส์ Ultra-Wide

 

ถ่ายใกล้สุดถึง 4 ซม. ด้วยเลนส์ Macro

ถือเป็นเลนส์ใหม่ในสมาร์ทโฟน Samsung เลยก็ว่าได้ครับสำหรับเลนส์ Macro ที่มีความพิเศษคือให้ความละเอียดมาที่ 5 ล้านพิกเซล ทำให้ภาพที่ได้ออกมาจะชัดและสีสันสดใสมากๆ แถมเมื่อถ่ายด้วยเลนส์นี้แล้ว ยังสามารถซูมภาพเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มได้ด้วยเพราะความละเอียดขั้นสูงนั่นเอง

 

ถ่ายกลางคืนก็ได้ด้วย Night Mode

Samsung Galaxy A51 ยังมีการถ่ายภาพกลางคืนมาให้เหมือนกันครับ โดยฟีเจอร์นี้ก็ตามชื่อเลยครับ จะเป็นการเพิ่มความสว่างและความคมชัดให้กับภาพในสภาวะแสงน้อยหรือในตอนกลางคืน ซึ่งฟีเจอร์นี้ยังใช้งานร่วมกับเลนส์ Ultra-Wide ได้ด้วย


เลนส์ Ultra-Wide


เลนส์ปกติ


เลนส์ Ultra-Wide


เลนส์ปกติ


เลนส์ Ultra-Wide


เลนส์ปกติ


เลนส์ปกติ


เลนส์ปกติ


เลนส์ปกติ


เลนส์ Ultra-Wide

 

Live Focus เบลอหลังธรรมชาติผ่านเลนส์ Depth

ในฟีเจอร์ Live Focus เป็นการเบลอฉากหลังแบบเนียนๆ ด้วยเลนส์ Depth ที่มีมาให้ครับ โดยการเบลอหลังเราสามารถปรับระดับการเบลอได้ 0-7 ระดับ ซึ่งภาพที่ได้ออกมาจะเบลอแบบไล่ระดับจากหน้าไปหลังได้ดีเลยทีเดียว ไม่ได้ทำให้ตัวคนดูลอยเกินไป

 

ทั้งนี้เราก็ยังสามารถเปลี่ยนเอฟเฟ็กต์ฉากหลังได้อีกถึง 3 แบบพิเศษ ได้แก่ สปิน, ซูม และคัลเลอร์พอยท์ โดยแต่ละอย่างปรับได้ตั้งแต่ 0-7 ระดับเช่นกันครับ

 

นอกจากนี้ฟีเจอร์ทั้งหมดของ Live Focus ที่กล้องหลังยังใช้กับกล้องหน้าได้ด้วย

 

สรุปจุดเด่น

  • หน้าจอแสดงผล Super AMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+ ใช้งานได้เต็มตาและสีสันแบบจัดเต็ม
  • ตัวเครื่องดีไซน์สวยงาม จับถนัดมือแม้ถือมือเดียว
  • ใช้หน่วยประมวลผล Exynos 9611 Octa-Core คู่กับ RAM 6GB + ROM 128GB เพียงพอต่อการใช้งานแบบไหลลื่นและโหลดแอปพลิเคชั่นต่างๆ ได้โดยไม่ต้องกลัวเต็ม
  • มีกล้องหลังถึง 4 เลนส์ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล ทั้งยังมีเลนส์ Ultra-Wide, Depth และ Macro ที่มีความละเอียดสูงกว่ารุ่นอื่นในตลาด
  • แบตเตอรี่ 4000mAh พร้อมใช้งานได้ตลอดทั้งวัน และ Fast Charge 15W ที่ชาร์จได้รวดเร็วไม่ต้องรอนาน
  • มีเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ตัวเครื่องไม่สามารถป้องกันน้ำได้

สำหรับ Samsung Galaxy A51 นั้นเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วเรียบร้อย สนนราคาอยู่ที่ 10,490 บาทเท่านั้น โดยมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ (Prism Crush Black), ฟ้า และชมพู

สามารถซื้อ Samsung Galaxy A71 ออนไลน์ได้แล้ววันนี้ที่ https://bit.ly/2OblA4n

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

Android News3 นาที ที่แล้ว

Samsung Galaxy S9 Series ศูนย์ไทยปล่อยอัปเดท Android 10 เรียบร้อย และอาจได้เป็นเวอร์ชันสุดท้าย

หลังจากที่ Samsung ป...

Android News45 นาที ที่แล้ว

JerryRigEverything ทดสอบความแกร่ง Samsung Galaxy Z Flip ทุกด้านทั้งขีดข่วน, เผาจอ, เทหิน และหัก เป็นอย่างไร มาดู!

Zack Nelson ยูทูปเบอ...

IT News1 ชั่วโมง ที่แล้ว

HONOR เปิดตัวสมาร์ทวอทช์ HONOR MagicWatch 2 ฟีเจอร์จัดเต็ม แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานถึง 14 วัน

ออเนอร์ เปิดให้จองสม...

IT News1 ชั่วโมง ที่แล้ว

Xiaomi เปิดตัวลำโพงบลูทูธ Mi Outdoor Bluetooth Speaker กันน้ำได้ พร้อมใช้งานต่อเนื่อง 20 ชั่วโมง

Xiaomi เปิดตัวลำโพงบ...

OPPO Find X2 Pro NBTC certified OPPO Find X2 Pro NBTC certified
Android News4 ชั่วโมง ที่แล้ว

OPPO Find X2 Pro (CPH2025) ผ่านการรับรองจาก กสทช. ในไทยแล้ว

หลังจากมีข่าวยืนยันว...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง