Connect with us

Apple News

แกะกล่องพรีวิว MacBook Pro 14” รุ่นเริ่มต้น กับราคา 73,900 บาท โอเคแค่ไหน !?

Published

on

MacBook Pro รุ่นใหม่วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเรียบร้อย เราได้แกะกล่องพรีวิวแบบวิดีโอไปให้ชมเรียบร้อย (รับชมได้ที่นี่) ในบทความนี้เราขอเน้นการใช้งานแรกสัมผัสของ MacBook Pro 14” แบบเต็ม ๆ พร้อมให้เห็นดีไซน์ตัวเครื่องแบบเต็มอิ่ม ตัวเครื่องจะสวยแค่ไหน มีอะไรที่แตกต่างไปจากรุ่นก่อนบ้าง!?

มารับชมบทความแกะกล่อง MacBook Pro 14” จากทีมงาน iphone-droid พร้อม ๆ กันเลยครับ!

แกะกล่อง MacBook Pro 14”

มาดูที่ตัวกล่องกันก่อน ที่หน้ากล่องเรายังเห็นภาพตัวเครื่องชัด ๆ ของ MacBook Pro 14” แบบชัด ๆ ซึ่งภาพ Wallpaper ที่หน้ากล่องนี้ก็จะบ่งบอกถึงสีตัวเครื่องได้ด้วย คือถ้า Wallpaper เป็นสีแดงตัวเครื่องจะเป็นสี Space Gray ในขณะที่ Wallpaper สีน้ำเงินตัวเครื่องจะเป็นสี Silver ครับ

อะ…เห็นที่หน้ากล่องแล้วรุ่นที่เราจะแกะกล่องให้ชมนี้ก็คือสี Space Gray นั่นเอง มาเช็กที่ด้านหลังกล่องอีกทีจะมีระบุไว้ชัดเจนครับ ซึ่งรุ่นที่เราได้มาคือรุ่นเริ่มต้น ชิป M1 Pro CPU 8-core GPU 14-core แรม 16GB SSD 512GB หรือรุ่นเริ่มต้นราคา 73,900 บาทนั่นเองครับ

แกะกล่องออกมาชั้นแรกเราจะเจอกับตัวเครื่องที่อยู่ในซองอย่างเรียบร้อยมาก

ถัดลงไปจะเป็นชุดอุปกรณ์เสริมของ MacBook Pro 14” มีสายชาร์จแบบ MagSafe 3.0 ซองเอกสารคู่มือ และอะแดปเตอร์ชาร์จไว 67W

ในซองเอกสารรอบนี้ก็ยังคงมีคู่มือการใช้งานเหมือนเดิม แต่สติกเกอร์ที่อยู่ในซองนี้จะเป็นโลโก้ Apple สีดำ ให้มา 2 ชิ้น ให้ความรู้สึกถึงความ Pro ขึ้นมาเลย

หมดแล้วครับ อุปกรณ์ภายในกล่องของ MacBook Pro 14” ก็ให้มาเท่านี้เลย ก็คล้าย ๆ กับรุ่นก่อนแหละเนอะ เพียงแต่สายชาร์จเปลี่ยนเป็นสาย MagSafe 3.0 แบบสายถักและสติกเกอร์ Apple สีดำนั่นเองครับ

ดีไซน์กลับไปเหลี่ยมเหมือนเดิม คลาสสิกนะนั่น

ได้เวลายลโฉมตัวเครื่องแบบเต็ม ๆ กันแล้วครับ MacBook Pro 14” มาพร้อมดีไซน์ทรงเหลี่ยมมากขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ๆ มองแว้บแรกก็รู้สึกได้เลยว่าตัวเครื่องนั้นมีความหนามากกว่ารุ่นก่อน แต่ก็ได้อารมณ์ของ MacBook Pro รุ่นเก่าตอนปี 2011 มาก ๆ เลย มีความคลาสสิกและดูโปรขึ้นไปอีก

โลโก้ Apple ที่ด้านหลังต้องบอกเลยว่ามีขนาดที่ใหญ่ขึ้นแบบรู้สึกได้เลย ยังคงวางตำแหน่งไว้ตรงกลางพร้อมความแวววาวเหมือนเดิม แต่ใครที่คิดว่าการกลับมาคลาสสิกแบบนี้จะมีไฟบนโลโก้ Apple ด้วย ก็คงต้องผิดหวังไปตาม ๆ กันครับ เพราะโลโก้ยังเป็นกระจกแบบเดิมไม่มีไฟนะจ๊ะ

จอ Liquid Retina XDR แล้วนะ

เปิดหน้าจอขึ้นมาเราจะเจอกับหน้าจอ 14.2” ตามชื่อรุ่นที่มีความเต็มตาและสีสันที่สดคมชัดขึ้นกว่ารุ่นก่อน ๆ มาก เนื่องจากรอบนี้ Apple ใช้หน้าจอ mini-LED แล้ว (รุ่นก่อน ๆ ใช้ IPS) แถมยังรองรับการแสดงผลได้ถึง 10-bit หรือ 1 พันล้านสีเลยด้วย ความสวยสดและคมชัดดีขึ้นจริง สีดำสนิทขึ้น ความสว่างก็มากขึ้นอีกด้วย

รอยบากที่สร้างความฮือฮา

และแน่นอนหน้าจอของ MacBook Pro รุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับ “รอยบาก” หรือ “Notch” ที่ตรงกลางด้านบนด้วย ถือว่าเป็นอะไรที่แปลกตามาก ๆ เพราะปกติเราจะไม่ค่อยเห็นการเว้นขอบหน้าจอกันแบบนี้บนแล็ปท็อปหรือ MacBook มาก่อนอะเนาะ ซึ่งข้อดีของจอแบบนี้ก็ทำให้ขอบหน้าจอด้านบนในส่วนซ้าย-ขวามีความบางเฉียบขึ้นมา จะเห็นว่าชิดขึ้นไปสุดขอบแล้วครับในรุ่นนี้

แล้วการมีรอยบากบนจอแบบนี้กวนสายตาไหม ? เชื่อว่าหลายคนคงเกิดคำถามนี้ขึ้นแน่นอน เราก็เช่นกัน แต่เท่าที่ลองใช้งานมาสักระยะบอกเลยว่า ไม่กวนสายตาเราเท่ากับบน iPhone นะ คงเพราะความที่หน้าจอของแล็ปท็อปนั้นใหญ่กว่ามาก และการใช้งานส่วนใหญ่ของเราก็อยู่ที่กลางจอหรือการทำงานบนหน้าต่างแอปเป็นหลัก ส่วนที่ Notch นั้นแสดงผลจะเป็นที่ของ Menu Bar ซะมากกว่า เราเลยไม่ได้กวาดสายตาไปมองบ่อย ๆ ใช้จริงแล้วไม่ใช่ปัญหานะบอกตรง ๆ

ซึ่งแอปส่วนใหญ่ก็จะมีการวางตำแหน่งของตัวเลือกบน Menu Bar อยู่แค่มุมซ้ายเท่านั้น ไม่ลามมาถึง Notch ตรงกลาง แต่ถ้าบางแอปอย่างที่เราเจอคือ Affinity Photo จะมีตัวเลือกด้านบนเยอะหน่อย ตัวเลือก View ที่อยู่ถัดไปจาก Filter ก็จะถูกโยกไปที่อีกฝั่งของ Notch เลย ไม่ใช่ถูก Notch บังแต่อย่างใดครับ แต่อันนี้คือแอปที่รองรับนะครับ ถึงเป็นแบบนี้

อะพอละ มัวแต่มอง Notch ด้านบนอยู่เยอะ มาดูที่ล่างหน้าจอกันบ้าง MacBook Pro 14” รอบนี้ไม่มีโลโก้อยู่ตรงด้านล่างนี้แล้วครับ จะเป็นพื้นที่เรียบ ๆ ไปเลย แต่เราแอบสะดุดนิดหน่อยตรงขอบจอด้านล่างที่มีความหนาอยู่และยังมีการตัดขอบจอแบบเหลี่ยม ต่างจากด้านบนที่เป็นโค้งมนซะงั้น เอ…ทำไมเขาไม่ทำให้โค้งไปหมดก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

จอ ProMotion ครั้งแรกของ MacBook

นอกเหนือจากจอใหม่ที่สีสันคมชัดขึ้นและรอยบากที่เพิ่มเข้ามาแล้ว การตอบสนองของจอก็อัปเกรดขึ้นมาด้วย MacBook Pro ในปีนี้มีฟีเจอร์ ProMotion หรือ refresh rate สูงที่สามารถปรับขึ้น-ลงได้เองตามการใช้งานตั้งแต่ 24Hz – 120Hz เลย แม้ในตอนนี้แอป Safari เองจะยังไม่รองรับ 120Hz แต่การสลับแอปไป-มาหรือเลื่อนเม้าส์บนหน้าจอก็รู้สึกได้เหมือนกันว่าลื่นขึ้นจริง ๆ 

คีย์บอร์ดที่ดำไปซะทั้งหมดกับ TouchBar ที่หายไป

คีย์บอร์ดของ MacBook Pro รุ่นใหม่ คราวนี้จะมีพื้นเป็นสีดำทั้งหมดแล้ว ต่างจากรุ่นก่อนที่จะเป็นแค่ตัวปุ่มกดเท่านั้น ซึ่งการเปลี่ยนมาเป็นแบบนี้ก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากเดิมอีกหน่อย ตัวปุ่มกดก็กดได้มันเด้งรับนิ้วได้อย่างดีเลย เวลาต้องพิมพ์งานกันไว ๆ แบบต่อเนื่องสนุกใช่เล่นเลยล่ะ

TouchBar ที่หายไปเป็นอีกเรื่องที่ MacBook Pro 14” กลับไปสู่ความคลาสสิกมากขึ้น บนสุดของแป้นคีย์บอร์ดจะกลับไปใช้ปุ่ม Function มาตรฐานแล้ว เราะจะปรับความสว่างหน้าจอ ปรับระดับเสียงก็กดได้เลยแบบไม่ต้องเลือกหลายตัวเลือกครับ

ที่มุมขวาบนสุดของแป้นคีย์บอร์ดจะมีปุ่ม Power ที่มาพร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาด้วย ซึ่งรอบนี้จะเป็นปุ่มวงกลมคล้ายกับ TouchID ของ iPhone เลย ทำให้เวลาเราวางสแกนให้อารมณ์ที่แม่นยำขึ้นกว่าเดิมอีกหน่อย

TrackPad ที่ใหญ่สะใจและทรงพลัง

TrackPad ของ MacBook ยังคงเป็นเรื่องที่ถูกใจผู้ใช้มาเสมอ บน MacBook Pro 14” นี้ก็มีขนาดที่ใหญ่แบบสะใจ ให้เราใช้งานได้อย่างคล่องตัว พร้อมรองรับ Force Touch ผู้ใช้ Mac จะทราบดีว่าพื้นที่ที่มากขนาดนี้แถมการรองรับ Gesture ที่มากมาย เราจำเป็นต้องพึ่งเม้าส์แยกเลยก็ได้

สุดยอดแห่งพลังเสียง

นอกเหนือจากหน้าจอที่ยอดเยี่ยมแล้ว MacBook Pro 14″ ยังอัปเกรดลำโพงขึ้นมาด้วยระบบเสียง 6 ลำโพง วูฟเฟอร์แบบตัดแรงสั่น 4 ตัวที่ด้านบน (ข้างคีย์บอร์ด) สามารถเล่นเสียงโน้ตที่ลงต่ำได้สูงสุดอีกครึ่งอ็อกเทฟ และยังดังกระหึ่มด้วยเสียงเบสที่เพิ่มขึ้นสูงสุด 80% พร้อมด้วยทวีตเตอร์​ประสิทธิภาพสูงที่ขับเสียงร้องได้ชัดใสและอิ่มยิ่งขึ้น

พอร์ตที่มากขึ้นและการกลับมาของ MagSafe

ต่อมาขอพูดเรื่องพอร์ตการเชื่อมต่อกันหน่อย MacBook Pro 14” นั้นสร้างความปลื้มใจให้กับผู้ใช้สาย Creator อย่างมากด้วยการเพิ่มพอร์ต SDXC Reader และ HDMI มาให้แล้วครับ ทำให้เราสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องพึ่ง Dongle อีกต่อไป สายช่างภาพจะเข้าใจดีว่าการมีช่องอ่านการ์ดโดยตรงเลยมันสะดวกแค่ไหน หรือจะเป็นการเชื่อมต่อออกจอหรือโปรเจคเตอร์จะง่ายกว่าเดิมเยอะ

และพอร์ต Thunderbolt (USB-C) เดิมก็ยังมีมาให้ใช้งาน เราเห็นไปแล้วว่าฝั่งขวามือมีอยู่ 1 พอร์ต ฝั่งซ้ายจะมีอีก 2 พอร์ต แต่ที่พิเศษกว่านั้นก็คือการกลับมาของพอร์ต MagSafe พอร์ตชาร์จแบบแม่เหล็กที่เคยใช้บน MacBook Pro รุ่นก่อน ๆ แต่บนรุ่นนี้จะเป็นเวอร์ชั่น MagSafe 3.0 แล้ว รองรับความเร็วในการชาร์จมากกว่าเดิม

โลโก้ MacBook Pro อยู่ที่ล่างเครื่องนี่เอง

พลิกกลับมาดูที่ด้านล่างตัวเครื่องเราจะเห็นโลโก้ของ MacBook Pro สลักอยู่ตรงกลางเด่น ๆ ถือว่าเป็นตำแหน่งใหม่ที่เท่ดีไม่น้อย และที่ 4 มุมด้านล่างนี้ก็จะมีตัวยางกันลื่นด้วยนะ

โดยรวมในเรื่องของดีไซน์ MacBook Pro 14″ ต้องบอกว่ามีการปรับเปลี่ยนอยู่หลายจุดทั้งความเหลี่ยมของบอดี้ ความหนาที่มากขึ้น หน้าจอที่เต็มตากว่าเดิมกับรอยบากที่อาจจะไม่คุ้นเคยนัก คีย์บอร์ดที่กลับมาพร้อมปุ่ม Function แบบจริง ๆ แล้ว หรือจะเป็นพอร์ตการเชื่อมต่อที่ให้มาครบต่อการทำงานแบบ Pro มากขึ้น เอาจริง ๆ ก็ถือว่าเป็นดีไซน์ที่ลงตัวและมีความคลาสสิกมากขึ้นอยู่เนาะแบบนี้

สเปคที่ทรงพลังด้วย M1 Pro

ปีนี้ Apple อัปเกรดชิปเซ็ตของ MacBook Pro ใหม่หมด ใช้เป็น M1 Pro และ M1 Max ที่มี CPU สูงสุดถึง 10-core ตามข้อมูลก็คือเร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 3.7 เท่า แต่อย่างที่บอกไปว่ารุ่นที่เราได้มานั้นเป็นรุ่นเริ่มต้นมี CPU 8-core แต่จากการใช้งานคร่าว ๆ แล้ว บอกเลยว่าแค่นี้ก็เพียงพอมาก ๆ แล้วครับ ทั้งความเร็วในการเปิดแอปหรือประมวลผลต่าง ๆ เรียกว่าปรู๊ดปร๊าดไปหมด

แม้เราจะยังบอกถึงประสิทธิภาพเต็ม ๆ ในการทำงานที่จริงจังกว่าไม่ได้ แต่เชื่อว่าด้วยขุมพลังระดับนี้ แม้จะเป็นแค่รุ่นเริ่มต้น ก็จะให้ประสบการณ์การทำงานที่ยอดเยี่ยมขึ้นอีกเยอะเลย เพราะจากที่เราเคยใช้งาน MacBook รุ่น Intel อยู่เป็นประจำการสลับมาใช้ MacBook Pro 14″ ที่ใช้ชิป M1 Pro แม้จะเป็นเวลาสั้น ๆ ก็รู้สึกได้เลยว่า นี่คือความ Pro ที่แท้จริง แค่บูทเข้าเครื่องก็ต่างกันมากแล้วครับ แถมความเงียบของพัดลมแม้จะเปิด Setup ตัวเครื่องอยู่นานก็ยังไม่เจอเสียงดังขึ้นมาเลยแม้แต่นิดเดียว

ราคา MacBook Pro 14″ และ 16″

MacBook Pro 14″ และ MacBook Pro 16″ วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเรียบร้อย ทั้ง 2 รุ่นมีให้เลือกทั้งชิป M1 Pro และ M1 Max และเราสามารถปรับสเปคเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ Apple หรือรุ่นมาตรฐานจะมีราคาและสเปคดังนี้ครับ

MacBook Pro 14″

  • รุ่น ชิป M1 Pro (CPU แบบ 8-core GPU แบบ 14-core) + แรม 16GB + SSD ความจุ 512GB ราคา 73,900 บาท
  • รุ่น ชิป M1 Pro (CPU แบบ 10-core GPU แบบ 16-core) + แรม 16GB + SSD ความจุ 1TB ราคา 89,900 บาท

MacBook Pro 16″

  • ชิป M1 Pro (CPU แบบ 10-core GPU แบบ 16-core) + แรม 16GB + SSD ความจุ 512GB ราคา 89,900 บาท
  • รุ่น ชิป M1 Pro (CPU แบบ 10-core GPU แบบ 16-core) + แรม 16GB + SSD ความจุ 1TB ราคา 96,900 บาท
  • รุ่น ชิป M1 Max (CPU แบบ 10-core GPU แบบ 32-core) + แรม 32GB + SSD ความจุ 1TB ราคา 124,900 บาท

สรุปหลังลองสัมผัส

สรุปแล้ว MacBook Pro 14″ เครื่องนี้ก็ถือว่าเป็น MacBook รุ่นใหม่ที่น่าสนใจอย่างมาก ในมุมของการทำงานที่ไหลลื่นมากขึ้น ความโปรที่จัดมาให้ครบครันกว่าเดิมทั้ง หน้าจอ ProMotion พอร์ตการเชื่อมต่อที่มากขึ้นรองรับการใช้งานมากกว่าเดิม ขุมพลังภายในที่ Pro แบบจัดเต็มแม้รุ่นนี้จะเป็นแค่เพียงรุ่นเริ่มต้น แต่ก็ไม่ได้ทำให้คำว่า Pro ลดน้อยลงเลย ทุกอย่างตอบโจทย์สำหรับการอัปเกรดข้ามมาจากรุ่น Intel จริง ๆ ส่วนเรื่องราคาที่หลายคนอาจคิดว่าสูงเกินไปหน่อย เพราะเริ่มต้นอย่างรุ่นนี้ก็ปาไป 73,900 บาทแล้ว แต่ถ้ามองในมุมว่าเราจะใช้ MacBook เครื่องนี้หารายได้ได้มากขึ้น ตอบสนองการทำงานที่เร็วขึ้นและใช้งานต่อเนื่องไปอีกต่ำ ๆ 3 – 4 ปีได้สบาย ๆ กับประสิทธิภาพที่เหลือ ๆ ก็คงเป็นการลงทุนที่ไม่เสียหลายถูกไหมล่ะครับ

กำลังฮอต

HUAWEI Vision S HUAWEI Vision S
Featured2 วัน ago

Editor’s Recommended กับ 4 เหตุผลโดนใจ ทำไมต้องเป็นเจ้าของ HUAWEI Vision S

นี่คือ 4 เหตุผลโดนใจ...

Featured4 วัน ago

AIS รับรางวัลการันตีเครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุดจาก Ookla 5 ปีซ้อน ตอกย้ำความเป็นผู้นำรายแรกและความพร้อมในทุกด้าน

เพื่อเป็นการตอกย้ำเป...

HUAWEI FreeBuds Lipstick and HUAWEI WATCH GT 3 42mm image HUAWEI FreeBuds Lipstick and HUAWEI WATCH GT 3 42mm image
Featured1 สัปดาห์ ago

ไอเท็มเอาใจสาว หูฟังลิปสติกสุดเก๋และสมาร์ทวอทช์สุดหรู ต้อนรับปลายปีนี้

ขอแนะนำสองไอเท็มเด็ด...

Featured1 สัปดาห์ ago

รีวิว Samsung Galaxy M22 ตอบโจทย์ทุกความบันเทิงด้วยจอ sAMOLED 90Hz, แบตฯอึด 5000mAh กล้อง 48MP ในงบ ไม่ถึง 7,000 บาท

รีวิว Galaxy M22 สมา...

HUAWEI WATCH GT Runner HUAWEI WATCH GT Runner
Featured1 สัปดาห์ ago

HUAWEI WATCH GT Runner นิยามใหม่ของผู้ช่วยเทรนนิ่ง-เก็บสถิติ มุ่งสู่การวิ่งอย่างมืออาชีพ

HUAWEI WATCH GT Runn...

Advertisement

ใหม่ล่าสุด