ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

Linksys แนะนำแพ็คเกจใหม่ พร้อม Belkin ผู้นำอุปกรณ์เสริมระดับพรีเมี่ยม ยกระดับโซลูชั่นการทำงานที่บ้านอย่างมีประสิทธิภาพ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

ลิงค์ซิส (Linksys ®), แบรนด์อุปกรณ์เชื่อมต่อภายในบ้าน (Connected Home) ของเบลคิน อินเตอร์เนชั่นแนล (Belkin International) และบริษัท ฟอกส์คอน อินเตอร์คอนเน็ค เทคโนโลยี (Foxconn Interconnect Technology : FIT) ที่ได้ควบรวมกิจการเข้าด้วยกัน เปิดตัวโซลูชั่นการทำงานที่บ้านให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดด้วย 4 แพ็คเกจใหม่

การทำงานที่บ้าน (Work From Home) อาจดูไม่คุ้นเคยสำหรับพนักงานออฟฟิศในประเทศไทย แต่ด้วยปัจจัยทางสังคมหลายๆ อย่าง ณ ปัจจุบัน เป็นส่วนผลักดันให้เราเลือกที่จะทำงานที่บ้านมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องของการจราจร โรคติดต่อ หรือแม้กระทั่งการทำธุรกิจสตาร์ทอัพ แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงแนวคิดของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการ ‘ชีวิตและการทำงานที่สมดุล’ หรือที่เราเรียกว่า Work Life Balance มีส่วนให้การทำงานที่บ้านได้รับความนิยมมากขึ้น อุปกรณ์ไอทีต่างๆ ที่จะช่วยยกระดับให้การทำงานที่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงได้รับความนิยมมากขึ้นตามไปด้วย

จากความต้องการเหล่านี้ทาง Linksys และ Belkin จึงให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ และเปิดตัวโซลูชั่นระดับพรีเมี่ยมสำหรับการทำงานที่บ้านให้มีประสิทธิภาพ มีความสะดวกสบายมากขึ้น สำหรับโฮมออฟฟิศโซลูชั่น ประกอบด้วยเราเตอร์จาก Linksys และอุปกรณ์เสริมจาก Belkin ที่ออกแบบให้เหมาะสำหรับการทำงานทุกระดับ ตอบรับกับทุกไลฟ์สไตล์ได้ลงตัว ทั้งงานระดับมืออาชีพ งานออฟฟิศทั่วไป และผู้ที่ต้องเดินทางเป็นประจำ

นายชาคริต ศิริกุลประดิษฐ ผู้จัดการฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเซียน เบลคิน อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “โดยปกติพื้นที่การทำงานถูกจำกัดอยู่ในอาคารสำนักงานเท่านั้น แต่นับจากนี้ไปพื้นที่การทำงานจะเริ่มขยายไปถึงที่บ้านมากขึ้นโฮมออฟฟิศโซลูชั่นจึงมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก และ Linksys หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแพคเกจนี้จะนำความสะดวกสบายในการทำงานที่บ้านได้ดียิ่งขึ้น ด้วยความเป็นผู้นำทางด้านอุปกรณ์เสริมระดับพรีเมียมจาก Belkin และเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ WiFi ระดับโลกจาก Linksys ช่วยให้การออนไลน์และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมีเสถียรภาพอย่างแท้จริง และทำให้ผู้คนจำนวนมากทำงานที่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

 

Super Elite Home Office Solution

  • Linksys Velop MX5300 WiFi 6 Mesh System + Belkin USB-C™ Multimedia Hub

เหมาะสำหรับฟรีแลนซ์และงานระดับมืออาชีพ ที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ WiFi ที่ประสิทธิภาพสูงและรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้หลากหลายรูปแบบ จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเราเตอร์ MESH WiFi 6 รุ่น Linksys MX5300 และ Belkin USB-C™ Multimedia Hub โดยเราเตอร์ MX5300 มาพร้อมเทคโนโลยีการเชื่อมต่อไร้สายด้วยเทคโนโลยีล่าสุดที่เรียกว่า WiFi 6 ให้การรับส่งข้อมูลไร้สายที่ความเร็วระดับ Gigabit (ความเร็วรวมทั้งหมด 5.3Gbps) เร็วขึ้นกว่าการเชื่อมต่อไร้สายแบบเดิม 4 เท่า ส่งสัญญาณได้ไกลขึ้น รองรับการดาวน์โหลด/อัพโหลดข้อมูลได้มากขึ้น รองรับการเชื่อมต่อไร้สายมากกว่า 50 อุปกรณ์พร้อมกัน ให้ทุกอุปกรณ์ออนไลน์อินเทอร์เน็ตพร้อมกันได้อย่างราบรื่น ขณะเดียวกัน Belkin USB-C™ Multimedia Hub สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้อย่างหลากหลายสำหรับโน้ตบุ๊ก (ทั้ง Mac และ Windows) ที่มีพอร์ต USB-C ™ Multimedia Hub สามารถส่งสัญญาณภาพออกสู่จอภาพได้เพื่อยกระดับความสามารถให้กับโน้ตบุ๊กกลายเป็นอุปกรณ์ทำงานระดับมืออาชีพภายในบ้านได้ทันที อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนที่สามารถส่งสัญญาณภาพได้ผ่านพอร์ต USB-C หรือยังสามารถรองรับการอ่าน SD Card ทำให้โอนข้อมูลได้อย่างสะดวกอีกด้วย

Elite Home Office Solution

  • Linksys Velop Tri-Band Mesh WiFi System Pack 1 + Belkin USB-C™ Multimedia Hub
  • Linksys Velop Tri-Band Mesh WiFi System Pack 2 + Belkin USB-C™ Multimedia Hub
  • Linksys Velop Tri-Band Mesh WiFi System Pack 3 + Belkin USB-C™ Multimedia Hub

รองรับโซลูชั่น Work From Home ได้อย่างมีประสิทธิภาพกับเทคโนโลยี Tri-Band และ iMesh ที่ให้การกระจายสัญญาณ WiFi แบบ 3 คลื่นความถี่ (2.4GHz + 5GHz + 5GHz) ให้เสถียรภาพการเชื่อมต่อไร้สายภายในบ้านที่ดีเยี่ยมด้วยเอกสิทธิ์เฉพาะจาก Linksys ที่จะช่วยแก้ปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อไร้สายภายในบ้านให้ดีที่สุดโดยอัตโนมัติ สามารถนำไปใช้งานกับอินเทอร์เน็ตบ้านได้ทุกค่าย สามารถย้ายตำแหน่งการติดตั้ง Velop ได้อิสระ สำหรับบ้านชั้นเดียวหรือห้องคอนโดขนาดเล็กแนะนำแพ็คเกจ Linksys Velop Tri-Band Pack 1 ไปใช้งานได้ทันที ส่วนบ้านสองชั้นหรือห้องคอนโดขนาดใหญ่ที่ต้องการให้ทุกห้องเชื่อมต่อสัญญาณ WiFi ได้แรงเต็ม 100% แนะนำแพ็คเกจ Linksys Velop Tri-Band Pack 2 และสำหรับบ้านขนาดใหญ่หรือตึก 2-3 ชั้น ที่ต้องการโซลูชั่นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตให้ต่อเนื่อง ได้ประสิทธิภาพสูงสุดและมีอุปกรณ์ในการเชื่อมต่อ WiFi ที่หลากหลาย แนะนำแพ็คเกจ Linksys Velop Tri-Band Pack 3 เพื่อเพิ่มประสิทธิการทำงานที่บ้านให้ดียิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้ยังรองรับการขยาย WiFi เพิ่มขึ้นในอนาคตได้ง่ายๆ เพียงซื้อ Linksys Velop รุ่น Tri-Band หรือ Dual-Band มาเพิ่มทีละ 1 หรือ 2 ชุดมาเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน

Ultimate Home Office Solution

  • Linksys Velop Dual-Band Mesh WiFi System Pack 1 + Belkin USB-C™ Multimedia Hub
  • Linksys Velop Dual-Band Mesh WiFi System Pack 2 + Belkin USB-C™ Multimedia Hub
  • Linksys Velop Dual-Band Mesh WiFi System Pack 3 + Belkin USB-C™ Multimedia Hub

Linksys Velop รุ่น Dual Band ให้ประสิทธิภาพการเชื่อมต่อไร้สายได้อย่างมีประสิทธิภาพบน เทคโนโลยี Wireless AC ความเร็วรวม 1300 Mbps ผ่านคลื่น WiFi 2.4 GHz และ 5GHz ให้อัพโหลด ดาวน์โหลดอินเทอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็ว และรองรับอุปกรณ์ไร้สายได้ดี รองรับระบบคลาวด์ที่สามารถสั่งงานผ่าน Linksys App บนสมาร์ทโฟนหรือแท็ปเล็ตได้จากทุกที่ สำหรับบ้านชั้นเดียวหรือห้องคอนโดขนาดเล็กแนะนำแพ็คเกจ Linksys Velop Dual-Band Pack 1 ไปใช้งานได้ทันที ส่วนบ้านสองชั้นหรือห้องคอนโดขนาดที่ใหญ่ขึ้น แนะนำแพ็กเกจ Linksys Velop Dual-Band Pack 2 เพื่อช่วยกันกระจายสัญญาณ WiFi ได้แรงเต็ม 100% ทุกชั้น และเล่นอินเทอร์เน็ตได้แรงต่อเนื่องทุกพื้นที่ สำหรับบ้านขนาดใหญ่แนะนำแพ็กเกจ Linksys Velop Dual-Band Pack 3 เพื่อนำ Linksys Velop รุ่น Dual-Band ทั้ง 3 ชุดไปวางกระจายตามแต่ละชั้นของบ้าน หรือติดตั้งในจุดที่ต้องการเล่นอินเทอร์เน็ตด้วยสัญญาณที่แรงเต็ม 100%

Infinite Home Office Solution

  • Linksys MR9000X Gaming Mesh WiFi Router + Belkin USB-C™ Multimedia Hub
  • Linksys MR8300 Gaming Mesh WiFi Router + Belkin USB-C™ Multimedia Hub

 

เอาใจคนอยู่บ้านที่ต้องการทำงานไปด้วยพร้อมความบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมออนไลน์ การสตรีมมิ่ง ที่ต้องการความราบรื่น รองรับการเล่นเกมได้ต่อเนื่อง โดยเราเตอร์ Linksys MR9000X และ Linksys MR8300 ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Tri-Band ให้เชื่อมต่อ WiFi ได้ทั้ง 3 คลื่นความถี่พร้อมกันความเร็วรวมสูงสุด 2200 Mbps และ 3000 Mbps ตามลำดับ พร้อมขับเคลื่อนการทำงานด้วยซีพียูความเร็วสูงแบบ Quad-Core ให้ประมวลผลข้อมูลที่มีความซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว ลดอาการแลค หรือสะดุดขณะเล่นเกมได้ดีเยี่ยม รวมถึงประสิทธิภาพการอัพโหลด/ดาวน์โหลดที่รวดเร็ว รองรับอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง 1Gbps ได้ทุกค่าย ให้ชาวเกมเมอร์เล่นเกมพร้อมสตรีมภาพขึ้นระบบออนไลน์พร้อมกันได้อย่างไหลลื่น ที่สำคัญมาพร้อมเทคโนโลยี Mesh ที่ให้การทำงาน WiFi มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นสามารถทำงานร่วมกับ Linksys Velop ได้ทุกรุ่น เพื่อขยายสัญญาณ WiFi ให้ครอบคลุมตามต้องการ

ทุกแพ็กเกจมาพร้อมฮับประสิทธิภาพสูง Belkin USB-C™ Multimedia Hub ที่ให้การทำงานที่บ้านมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งการทำงานกับโน้ตบุ๊ก (Windows/MacBook) ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถเชื่อมต่อจอมอนิเตอร์ผ่านพอร์ต HDMI เชื่อมต่อสายแลนความเร็ว 1Gbps เชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นๆ ผ่านพอร์ต USB 3.0 เพื่อให้โอนถ่ายข้อมูลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

สินค้าพร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ทางช่องทางออนไลน์ บนลาซาด้า LAZADA_LinksysThailand Shop

และสามารถชมภาพเพิ่มเติมได้ที่: Linksys_Belkin_WFH package

รุ่น LinksysCombo setราคาปกติราคาพิเศษ
MR8300Belkin USB-C Multimedia Hub (F4092)9,5807,690
MR9000XBelkin USB-C Multimedia Hub (F4092)10,5808,390
Velop Dual-Band แพ็ค 1Belkin USB-C Multimedia Hub (F4092)7,5805,490
Velop Dual-Band แพ็ค 2Belkin USB-C Multimedia Hub (F4092)11,5807,990
Velop Dual-Band แพ็ค 3Belkin USB-C Multimedia Hub (F4092)14,5809,990
Velop Tri-Band แพ็ค 1Belkin USB-C Multimedia Hub (F4092)9,5807,890
Velop Tri-Band แพ็ค 2Belkin USB-C Multimedia Hub (F4092)13,58011,190
Velop Tri-Band แพ็ค 3Belkin USB-C Multimedia Hub (F4092)19,58014,990
Velop MX5300Belkin USB-C Multimedia Hub (F4092)22,58014,990
Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

ข่าวประชาสัมพันธ์

AIS สานต่อภารกิจแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ต่อเนื่อง ผนึกพลัง 3 ฝ่าย ภาครัฐ เอกชน ประชาชน ขยายจุดรับทิ้งทั่วไทย

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

 

เอไอเอส สานต่อภารกิจ “ถ้าเราทุกคน คือเครือข่าย” จับมือพันธมิตร ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา เปิดแคมเปญใหญ่ต้อนรับวันสิ่งแวดล้อมโลก “คนไทยไร้ E-Waste” ขยายจุดรับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั่วประเทศรวมกว่า 1,806 จุด พร้อมรณรงค์เชิญชวนประชาชนคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ และนำไปทิ้งอย่างถูกวิธี สร้าง New Norm ต้อนรับชีวิตวิถีใหม่ ออกนอกบ้านครั้งใด
พก E-Waste ติดตัวไปทิ้งด้วยทุกครั้ง

โดยร่วมมือกับพันธมิตรองค์กรชั้นนำ อาทิ ศูนย์การค้าเครือเซ็นทรัล, ไปรษณีย์ไทย, SMART Service ผู้ให้บริการบริหารจัดการนิติบุคคลอาคารชุดและหมู่บ้านจัดสรร, ภาคีเครือข่ายความเพื่อยั่งยืนแห่งประเทศไทย TRBN โดยความร่วมมือของกลุ่มบริษัทจดทะเบียน ภายใต้การกำกับดูแลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, กลุ่มบริษัทย่านถนนพหลโยธิน และมหาวิทยาลัยต่างๆ รวมทั้งสิ้นกว่า 40 องค์กรทั่วประเทศ ร่วมขับเคลื่อนแคมเปญใหม่ “คนไทยไร้ E-Waste” สร้างการตระหนักรู้เรื่อง ภัยอันตรายที่แฝงมากับขยะอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมขยายจุดรับทิ้งขยะทั่วประเทศ อำนวยความสะดวกให้คนไทยสามารถทิ้งขยะ E-Waste ได้ง่าย ใกล้บ้านคุณ

 

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าวว่า “ในฐานะ Digital Life Service Provider ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อคนไทย เราให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจแบบเติบโตไปพร้อมกันทุกภาคส่วน โดยได้กำหนดทิศทางการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน ครอบคลุมในมิติเศรษฐกิจ สังคมและ สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในด้านของสิ่งแวดล้อม ที่เรามุ่งมั่น ใส่ใจมาโดยตลอดในปีที่ผ่านมาเราได้ริเริ่มโครงการ “ทิ้ง E-Waste กับเอไอเอส” ซึ่งมีเป้าหมายที่จะสร้างการตระหนักรู้และเป็นแกนกลางที่จะเป็นจุดรับและนำขยะอิเล็กทรอนิกส์จากประชาชนไปกำจัดอย่างถูกวิธี ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับการตอบรับจากประชาชนทั่วไปอย่างดียิ่ง มีปริมาณขยะ E-Waste เข้าสู่กระบวนการกำจัดรวมทั้งสิ้นกว่า 49,952 ชิ้น ในระยะเวลาเพียง 7 เดือน สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้สูงถึง 499,520 กิโลกรัมคาร์บอนสมมูลย์ หรือเทียบเท่าต้นไม้ขนาดใหญ่ จำนวน 55,502 ต้น ดูดซับ CO2  เป็นเวลา 1 ปี

 

และด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ความต้องการทางด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เห็นได้จากปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตของผู้ใช้มือถือในไทยที่เพิ่มสูงขึ้นกว่า 11.14% เนื่องจากประชาชนจำเป็นจะต้องใช้สำหรับการทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) การใช้บริการทางด้านสาธารณสุข (Telemedicine) และการศึกษาผ่านระบบออนไลน์ (Learn From Home) แต่ทว่าการเพิ่มขึ้นของจำนวนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในช่วงเวลาดังกล่าว อาจจะนำมาซึ่งผลเสียต่อร่างกายและสิ่งแวดล้อมได้ในอนาคต หากคนไทยขาดซึ่งความตระหนักรู้ ไม่คัดแยก และทิ้งขยะ E-Waste อย่างถูกวิธี

 

 

รวมถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ถือว่าเป็นประเด็นระดับนานาชาติ เนื่องจากผู้คนทั่วทั้งโลกใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการดำรงชีวิตร่วมกัน ทั้งทรัพยากรดิน ทรัพยากรน้ำ และอากาศ ดังนั้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้ รวมถึงการรณรงค์เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ และรักษาไว้ซึ่งความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต (Biodiversity) ของท้องถิ่นให้ดำรงอยู่ องค์การสหประชาชาติจึงได้มีการจัดตั้งวันสิ่งแวดล้อมโลกขึ้น
ในวันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี โดยปีนี้มีคำขวัญว่า Time for Nature ช่วงเวลาที่ธรรมชาติทั่วโลกจะได้ฟื้นฟูอย่างเต็มที่ เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

จึงถือเป็นโอกาสอันดี ที่เราจะใช้วาระวันสิ่งแวดล้อมโลกนี้ ประกาศเจตนารมย์ในการร่วมรักษา ฟื้นฟูธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมร่วมกับพันธมิตรทั้ง 40 องค์กร รวมพลังของพนักงานทุกองค์กรกว่า 100,000 คน เปิดตัวแคมเปญ “คนไทยไร้ E-Waste” สร้างเครือข่ายรณรงค์และบอกต่อการรับทิ้งขยะ   พร้อมทั้งร่วมขยายความตระหนักรู้ไปสู่คนไทยในเซกเมนต์ต่างๆ อย่างแพร่หลาย ทั้งกลุ่มพนักงานบริษัทเอกชน, กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย, กลุ่มผู้พักอาศัยทั้งบ้านและคอนโด, กลุ่มโลจิสติกส์, กลุ่มช็อปเปอร์ เป็นต้น และยังเป็นการเตรียมความพร้อมรับคลายล็อกดาวน์เฟส 3 ที่ภาครัฐบาลผ่อนปรนให้หลากหลายธุรกิจกลับมาเปิดดำเนินกิจการได้ตามปกติ รองรับกับความต้องการเปลี่ยนผ่านอุปกรณ์รุ่นเก่าของแต่ละครัวเรือน รวมถึงเป็นวิธีการทำงานเชิงรุกเพื่อป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อมในระยะยาวอีกด้วย

ในโอกาสวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน ปีนี้ เอไอเอส ขอเป็นตัวแทนภาคีเครือข่าย “คนไทยไร้ E-Waste” เชิญชวนคนไทยคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ/แท็บเล็ต, แบตเตอร์รี่มือถือ, พาวเบอร์แบงก์, สายชาร์จ หูฟัง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก อาทิ กล้องถ่ายรูป เครื่องเล่น MP3  นำไปทิ้งในจุดรับทิ้ง เป็นการต้อนรับชีวิตวิถีใหม่หลังคลายล็อกเฟส 3 ออกบ้านครั้งใด
พก E-Waste ติดตัวไปทิ้งด้วยทุกครั้ง” นายสมชัย กล่าวปิดท้าย

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

เปิดราคาไทย POCO F2 Pro เริ่มต้น 17,999 บาท เปิดสั่งจองล่วงหน้าพร้อมรับของสมนาคุณพิเศษ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

เสียวหมี่ ประเทศไทย ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก พร้อมเปิดตัว POCO F2 Pro สมาร์ทโฟนในดวงใจ รุ่นใหม่ล่าสุด ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ด้วยราคาโดนใจเริ่มต้นที่ 17,999 บาท พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษเมื่อสั่งจองล่วงหน้า

 

ด้วยแพลตฟอร์มการประมวลผล Snapdragon™ 865 ที่ทรงพลัง ทำให้ POCO F2 Pro นั้นสามารถรองรับการใช้งานสูงสุดได้อย่างต่อเนื่องด้วยการประมวลผลที่มีความเร็วสูง และมอบประสบการณ์การใช้หน้าจอแบบเต็มจอที่จะทำให้คนรักเทคโนโลยีต้องโบกมือลาเครื่องเก่าไปเลย

 

สุดยอดประสิทธิภาพกับ Qualcomm® Snapdragon™ 865 และเทคโนโลยีระบายความร้อน LiquidCool Technology 2.0

 POCO F2 Pro ได้ยกระดับประสบการณ์บนมือถือขึ้นไปอีกขั้นกับ Qualcomm® Snapdragon™ 865 ซึ่งเป็นระบบประมวลผล 5G ที่ทรงพลังที่สุดในตลาด เมื่อถูกจับคู่กับชิปประมวลผล Kryo™ 585 octa-core และ GPU Adreno™ 650 ซึ่งได้ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนถึง 25% ที่มอบประสิทธิภาพสูงสุดอย่างต่อเนื่องโดยคำนึงถึงการเชื่อมต่อกับผู้ใช้งาน และ SoC ทรงพลังที่มีหน่วยความจำความเร็วแบบอัลตร้า LPDDR51 RAM และพื้นที่จัดเก็บ UFS 3.1 ซึ่งทำให้ POCO F2 Pro สามารถอ่านเขียนได้อย่างเป็นเลิศเพื่อการทำงานที่ลื่นไหลของระบบปฏิบัติการ

 ด้วยเทคโนโลยีระบายความร้อน LiquidCool Technology 2.0 POCO F2 Pro มาพร้อม vapor chamber ที่ใหญ่ที่สุดในตลาดในตอนนี้ พร้อมด้วยแกรไฟต์และแกรฟีนหลายชั้น ซึ่งด้วยเทคโนโลยีดังกล่าวทำให้เครื่องนั้นเย็นลงโดยเฉพาะ SoC และพื้นผิวของเครื่อง และยังช่วยรักษาการทำงานสูงสุดอย่างต่อเนื่องแม้อยู่ภายใต้สภาพการทำงานอันหนักหน่วง อัดแน่นไปด้วยพลังและได้รับการรับรองจากสถาบัน TÜV Rheinland ในด้านประสิทธิภาพการเล่นเกมสูง POCO F2 Pro มาพร้อมการปรับปรุงประสบการณ์เกมที่ดีขึ้นด้วยหน้าจอแบบ HDR และ haptic feedback แบบสมจริง พร้อมมอเตอร์ z-axis linear ทั้งยังมีการรับรองระบบเสียงคมชัด Hi-res อีกด้วย

 

 

เมื่อความหรูหรามาพบกับความมีชีวิตชีวาและดีไซน์อันโดดเด่น หน้าจอแบบเต็มจอขนาด 6.67 นิ้ว AMOLED

 ตัวเครื่องนั้นผ่านเกณฑ์ทุกข้อสำหรับการเป็นรุ่นที่เกิดมาเพื่อฆ่ารุ่นเรือธงในราคาย่อมเยาว์ POCO F2 Pro นั้นมาพร้อมฟีเจอร์ยอดนิยมหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเซ็นเซอร์ตรวจจับลายนิ้วมือในหน้าจอและการป้องกันรอยขีดข่วนฝาหน้าและหลังด้วย Corning®️ Gorilla®️ Glass 5 ตัวเครื่องยังมาพร้อมหลากสีสันให้เลือกเพื่อให้เข้ากับความชื่นชอบของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นสีเทา สีม่วง สีน้ำเงิน และสีขาว ในสีม่วงและเทายังเป็นพื้นผิวแบบด้านที่ลดรอยสะท้อนอีกด้วย

 อัตราคอนทราสต์สูงถึง 5000000:1 สามารถปรับให้ภาพสว่างขึ้นสูงสุดถึง 500 nits (typ) / 800 nits (HBM) ที่ให้คุณภาพหน้าจอเป็นเลิศ ไม่ว่าเวลาไหนของวันผู้ใช้งานสามารถสัมผัสประสบการณ์ที่สะดวกสบายผ่านหน้าจอของ POCO F2 Pro ด้วยหน้าจอเต็มจอขนาด 6.67 นิ้ว AMOLED ด้วยเซ็นเซอร์สภาวะแสงแบบ 360 องศา เพื่อตรวจสอบสภาวะแสงที่เป็นจริงและเพื่อตรวจจับสภาวะแสงได้อย่างแม่นยำและลื่นไหลมากขึ้น

 ยกระดับคุณภาพหน้าจอให้ดีขึ้นกว่าเดิม ตัวเครื่องมาพร้อมการรับรองหน้าจอจากสถาบัน TÜV Rheinland ในการลดแสงสีฟ้าเพื่อถนอมสายตาจากการใช้งานที่ยาวนาน พร้อมด้วยระบบ HDR10+, การปรับแสงสว่างอัตโนมัติ (DC) และโหมด Sunlight 2.0 ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าสีขั้นสูงได้ โดยสามารถผสมผสานความเป็นตัวเองลงไปได้เพื่อสร้างประสบการณ์เฉพาะตัวได้อีกด้วย

 

 

การถ่ายเป็นหนึ่งกับกล้องหลัง ตัวความละเอียด 64 ล้านพิกเซลและกล้องป๊อปอัพความละเอียด 20 ล้านพิกเซล

 กล้อง ตัว ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล POCO F2 Pro มาพร้อมเซ็นเซอร์ Sony IMX686 คมชัดเก็บรายละเอียดทุกภาพถ่าย ในขณะที่กล้องเลนส์อัลตร้าไวด์ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล มุมมอง 123 องศา ให้คุณถ่ายภาพทิวทัศน์สวยสมใจและรูปกลุ่มขนาดใหญ่ได้ เลนส์มาโครความละเอียด 5 ล้านพิกเซลและเลนส์ depth ความละเอียด ล้านพิกเซล รวมเป็นกล้องหลังทั้งหมดเพื่อการถ่ายภาพรายละเอียดแบบโคลสอัพพร้อมโบเก้ เพื่อให้ภาพสวยจับใจทุกครั้ง

 ด้วยการถ่ายวิดีโอความละเอียดแบบอัลตร้า 8K (24 เฟรมต่อวินาที) และความละเอียด 4K (60 เฟรมต่อวินาที) POCO F2 Pro สามารถเปลี่ยนผู้ใช้ทุกคนเป็นผู้สร้างภาพยนตร์ โหมด Pro สำหรับทั้งภาพถ่ายและวิดีโอให้คุณควบคุมโฟกัสและการเปิดรับแสงได้มากขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้งานถ่ายภาพคุณภาพสูงโดยไม่ต้องใช้กล้อง DSLR หรือกล้องมืออาชีพอื่นๆ

 POCO F2 Pro มาพร้อมกล้องป๊อปอัพขนาดใหญ่ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแจ้งเตือนหลายสี และลดกรอบหน้าจอลงโดยไม่กระทบคุณภาพของกล้อง กล้องเซลฟี่ยังมาพร้อมการถ่ายวิดีโอสโลโมชั่น 120 เฟรมต่อวินาทีที่จะเปลี่ยนวิดีโอธรรมดาๆ เป็นภาพยนตร์ชิ้นโบว์แดง

 

ประสิทธิภาพการทำงานเป็นเลิศด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 4700mAh (typ) และการเชื่อมต่ออันรวดเร็วถึง 9.6Gbps

 สร้างประสบการณ์ที่ไว้วางใจได้ POCO F2 Pro นั้นจัดเต็มกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 4700mAh ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดความต้องการใช้งานของผู้ใช้แม้ในยามใช้งานอย่างหนักก็ตาม ทั้งยังมาพร้อมกับชาร์จไวถึง 30 วัตต์ ที่สามารถชาร์จได้ถึง 64% ภายใน 30 นาทีและ 100% ใน 63 นาที2 นอกเหนือจากการชาร์จเร็ว POCO F2 Pro ยังมาพร้อมหัวชาร์จ 33 วัตต์ในกล่องอีกด้วย ซึ่งมอบความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานที่ต้องการความคล่องตัวและเร่งรีบอีกด้วย

 นอกจากนี้ยังรองรับ WiFi 6 POCO F2 Pro นั้นมอบประสบการณ์การเชื่อมต่อเร็วสุดขีดกับความเร็วถึง 9.6Gbps ซึ่งไวกว่า WiFi 5 ถึงเกือบสามเท่า นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมีการเชื่อมต่อแบบ multi-link ที่ทำให้การเชื่อมต่อนั้นมีเสถียรภาพและแข็งแรงตลอดเวลาของการเชื่อมต่อ 2.4G Wi-Fi 5G Wi-Fi และข้อมูลมือถือ

 POCO F2 Pro รุ่นความจุ 6GB + 128GB ในประเทศไทยจะวางจำหน่ายในราคา 17,999 บาท และ POCO F2 Pro รุ่นความจุ 8GB + 256GB วางจำหน่ายในราคา 20,999 บาท

 ระหว่างวันที่ มิถุนายนตั้งแต่เวลา 0:00 จนถึงวันที่ 17 มิถุนายนเวลา 23:59 ผ่าน แพลตฟอร์มออนไลน์ ได้แก่ข้อเสนอสุดพิเศษเมื่อสั่งจองล่วงหน้าเฉพาะรุ่น POCO F2 Pro ความจุ 6GB + 128GB จาก Shopee คุณจะได้รับของสมนาคุณพิเศษคือ Xiaomi True Wireless Earphone มูลค่า 2,399 บาท สำหรับแพลตฟอร์ม JD Central จะได้รับของสมนาคุณพิเศษ ได้แก่ Mi Compact Bluetooth Speaker มูลค่า 299 บาท Mi Casual Daypack ราคา 299 บาท และ Mi Fidget Cube ราคา 139 บาท รวมมูลค่ากว่า 737 บาท และแพลตฟอร์ม Lazada รับของสมนาคุณพิเศษ Harman / Kardon Onyx Studio 4 มูลค่า 8,990 บาท (ของมีจำนวนจำกัดเพียง 300 เท่านั้น)

 สมาร์ทโฟน POCO F2 Pro ทั้งสองรุ่นจะวางจำหน่ายในประเทศไทย ในวันที่ 18 มิถุนายน 2563 ในราคาที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ บน Shopee, JD Central และ Lazada

 สำหรับ POCO F2 Pro รุ่นความจุ 8GB + 256GB จะวางจำหน่ายในราคา 20,999 บาท และวางจำหน่าย ณ ร้าน COM7, TG FONE, JAYMART, Mi Stores และร้านค้าที่ร่วมรายการ

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

ถึงคลายล็อก แต่การ์ดไม่ตก…ทรูสเปซ พร้อมเชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ เปิดบริการอีกครั้งแล้ววันนี้จัดเต็ม 8 มาตรการเข้ม เพิ่มความปลอดภัย

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ทรูสเปซ พื้นที่บริการในรูปแบบโคเวิร์คกิ้ง สเปซ ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนเมือง ทั้งนักเรียน นักศึกษา และหนุ่มสาวออฟฟิศ ให้เลือกใช้งานตามความต้องการ ทั้งส่วนตัว กลุ่ม ประชุมย่อย ตลอดจนการจัดกิจกรรมต่างๆ ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอุปกรณ์สำนักงาน และสื่อดิจิทัลจากกลุ่มทรูครบครันทุกฟังก์ชัน พร้อมกลับมาเปิดให้บริการแล้ววันนี้ 7 แห่ง ได้แก่ สาขาสยามสแควร์ ซอย 2 สาขาไอคอนสยาม สาขาอโศก สาขามหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา สาขามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สาขามหาวิทยาลัยรังสิต และ สาขาห้างเสริมไทยคอมเพล็กซ์ จังหวัดมหาสารคาม และได้เพิ่ม 8 มาตรการรองรับการผ่อนปรนสถานการณ์คลี่คลายโควิด-19 เพื่อเสริมความมั่นใจในทุกวินาทีที่อยู่ในทรูสเปซ โดยมุ่งให้ความสำคัญกับสุขอนามัย ความสะอาดและความปลอดภัย ดังนี้

1. วัดอุณหภูมิของพนักงานก่อนเริ่มปฏิบัติงาน ด้วยความห่วงใยในการทำงานของพนักงานที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ใกล้ชิดกับผู้เข้าใข้บริการในทุกพื้นที่ จัดให้มีการตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเริ่มทำงานในแต่ละวัน หากตรวจวัดและมีไข้สูงเกิน 37.0 จะให้พนักงานหยุดปฏิบัติหน้าที่และเดินทางเข้าตรวจร่างกายกับแพทย์ที่โรงพยาบาล

2. พนักงานสวมใส่หน้ากากอนามัย Faceshield ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน เพื่อให้ผู้เข้าใช้บริการและตัวพนักงานเองหมดความกังวลที่จะเสี่ยงต่อการสัมผัส และการแพร่ระบาดของโควิด-19

 

3. ทำความสะอาดมือทุกครั้งก่อนเข้าปฏิบัติงาน โดยพนักงานจะต้องทำความสะอาดมือทั้งก่อน – หลังปฏิบัติหน้าที่ให้กับผู้เข้ามาใช้บริการทุกครั้ง

 

4. พนักงานตรวจวัดอุณหภูมิลูกค้า จัดให้มีจุดตรวจวัดไข้สำหรับผู้ที่จะเข้ามาใช้บริการพื้นที่โคเวิร์คกิ้ง สเปซ ทุกแห่ง หากตรวจพบว่ามีอุณหภูมิสูงเกินกว่าที่กำหนด จะขอให้ลูกค้างดการเข้าใช้บริการพื้นที่ในวันดังกล่าว พร้อมแจ้งในระบบเพื่อให้ทุกสาขารับทราบ

 

5. ลูกค้ากรอกแบบสอบถามสุขภาพ ในกรณีที่ผู้เข้าใช้บริการยังไม่เคยมีข้อมูลไว้กับทางทรูสเปซ จำเป็นต้องกรอกแบบสอบถามข้อมูลเบื้องต้นตามระเบียบการเข้าใช้งานที่กำหนดไว้เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับติดตามลูกค้าในภายหลังได้ หากพบปัญหาการแพร่ระบาดโควิด -19 ในพื้นที่แต่ละสาขา

 

6. จัดสรรที่นั่งให้ลูกค้ามีระยะห่างระหว่างกัน กำหนดจุดพื้นที่นั่งให้กับผู้เข้าใช้บริการอย่างชัดเจน ด้วยสัญลักษณ์ และพื้นที่ว่างสำหรับให้แต่ละท่านนั่งได้อย่างชัดเจน และปลอดภัย

 

7. ทำความสะอาดบริเวณโต๊ะที่นั่งด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ พนักงานจะปฏิบัติหน้าที่ทำความสะอาดทุกพื้นที่ของการให้บริการอย่างสม่ำเสมอทั้งก่อน – หลังที่ลูกค้าใช้บริการ

 

8. เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดจุดสัมผัส มีความสม่ำเสมอในการทำความสะอาดทุกจุดที่มีการสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นที่เปิดประตู กระจก ล็อกเกอร์ เป็นต้น

 

ทั้งนี้ ในช่วงระยะเวลาผ่อนปรนสถานการณ์โควิด – 19 ทรูสเปซเปิดให้บริการในแต่ละสาขาตามเวลาดังนี้
สาขาสยามสแควร์ ซอย 2 เวลาเปิดให้บริการ 09.00 – 19.00 น.
สาขาไอคอนสยาม เวลาเปิดให้บริการ 10.00 – 21.00 น.
สาขาห้างเสริมไทยคอมเพลกซ์ จังหวัดมหาสารคาม เวลาเปิดให้บริการ 10.00 – 20.00 น.
สาขามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เวลาเปิดให้บริการ 08.00 – 20.00 น.
สาขามหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา เวลาเปิดให้บริการ 08.00 – 20.00 น.
สาขามหาวิทยาลัยรังสิต เวลาเปิดให้บริการ 08.00 – 20.00 น.
สาขาอโศก เวลาเปิดให้บริการ 08.00 – 20.00 น.
*** ยกเว้นสาขาเซ็นเตอร์พอยต์ ออฟ สยามสแควร์ ยังไม่เปิดให้บริการ เนื่องจากรอกำหนดการเปิดให้บริการพร้อมกับทางห้างอีกครั้ง

ทรูสเปซ จัดให้!!! รับสิทธิพิเศษต้อนรับการกลับมาอีกครั้ง ให้สุข ให้สนุก และเพลิดเพลินกับการใช้พื้นที่ โคเวิร์คกิ้ง สเปซได้ตามสไตล์ไปจนถึง 31 กรกฎาคม 2563 พบกับโปรโมชั่น FLEXI เหมาๆ เต็มวันในราคาสบายกระเป๋า จ่ายในราคาครึ่งวัน แต่นั่งกันได้แบบเต็มวัน

• ซื้อ 5 ครั้ง ในราคา 300 บาท ใช้ได้ภายในระยะเวลา 2 เดือน
• ซื้อ 10 ครั้ง ในราคา 540 บาท ใช้ได้ภายในระยะเวลา 3 เดือน
• ซื้อ 15 ครั้ง ในราคา 720 บาท ใช้ได้ภายในระยะเวลา 5 เดือน

 

สำหรับลูกค้าซื้อแบบรายเดือน นั่งกันยาวๆ ตลอดเดือน รับสิทธิ์ซื้อ 2 เดือน ฟรี 1 เดือน หรือจะซื้อ 3 เดือนรับฟรีถึง 2 เดือน (กรุงเทพ 2,400 บาท/เดือน ต่างจังหวัด 1,920 บาท/เดือน)

ชวนกันมาชิลล์และใช้งานได้ทุกพื้นที่โคเวิร์คกิ้ง สเปซในทุกไลฟ์สไตล์ตามต้องการ #truespacesafe พร้อมติดตามสิทธิพิเศษอื่นๆ ในแต่ละสาขาอีกมากมาย รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.truespaceth.com หรือ Facebook : True Space, IG :truespaceth, Official Line Account : @truespace

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์4 ชั่วโมง ที่แล้ว

AIS สานต่อภารกิจแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ต่อเนื่อง ผนึกพลัง 3 ฝ่าย ภาครัฐ เอกชน ประชาชน ขยายจุดรับทิ้งทั่วไทย

  เอไอเอส สานต่...

New iPhone 13 trailer shows Slide Display Concept New iPhone 13 trailer shows Slide Display Concept
Apple News4 ชั่วโมง ที่แล้ว

iPhone 13 คอนเซ็ปต์สมาร์ทโฟนสุดล้ำ หน้าจอโค้ง และสไลด์ได้ 2 หน้าจอ [ชมคลิป]

มาอีกหนึ่งคอนเซ็ปต์ส...

ข่าวประชาสัมพันธ์5 ชั่วโมง ที่แล้ว

เปิดราคาไทย POCO F2 Pro เริ่มต้น 17,999 บาท เปิดสั่งจองล่วงหน้าพร้อมรับของสมนาคุณพิเศษ

เสียวหมี่ ประเทศไทย ...

Android News5 ชั่วโมง ที่แล้ว

สมาร์ทโฟน OPPO พร้อมให้อัปเดต ColorOS7 บน Android 10 อย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ ดูรุ่นที่อัปเดทได้ที่นี่

• สมาร์ทโฟนรุ่นท็อปท...

Xiaomi device codenamed “CAS” reported to come with 108MP camera with 120X digital zoom Xiaomi device codenamed “CAS” reported to come with 108MP camera with 120X digital zoom
Android News5 ชั่วโมง ที่แล้ว

พบมือถือใหม่ Xiaomi โค้ดเนม CAS มีกล้อง 108 ล้าน ซูมได้ไกล 120 เท่า คาดเป็น Mi CC10

พบสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง