ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

LINE ประเทศไทย จัดงาน LINE THAILAND DEVELOPER CONFERENCE 2020 ผ่านออนไลน์ หนุน LINE API ต่อยอดใช้งานจริง

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

LINE ประเทศไทย เสริมแกร่ง LINE API Ecosystem จัดงาน LINE THAILAND DEVELOPER CONFERENCE 2020 ประจำปีในรูปแบบออนไลน์ ภายใต้แนวคิด “LINE APIs in Action” ที่เน้นให้นักพัฒนาหยิบ LINE API ไปต่อยอดใช้งานจริง ชูฟีเจอร์ใหม่ของ Massaging API เปลี่ยนรูปภาพและชื่อแอคเคาท์ สลับระหว่างแชทบอทและแอดมินเติมเต็มผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น ย้ำดาวรุ่งปีนี้คือ LIFF (LINE Front-end Framework) ผสานการทำงานระหว่างห้องแชทและเว็บไซต์ที่จะสามารถนำไปใช้งานนอกแอป LINE ได้แล้ว ขณะที่อุปกรณ์ LINE Beacon สำหรับ SME จะพร้อมวางจำหน่ายในเร็วๆนี้

 

วีระ เกษตรสิน หัวหน้าทีมนักพัฒนา LINE ประเทศไทย กล่าวในงาน LINE THAILAND DEVELOPER CONFERENCE 2020 ว่า “ทีมวิศวกรของ LINE ประเทศไทยรู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากที่ทำให้งาน Conference ปีนี้เกิดขึ้นได้  โดยคอมมิวนิตี้ของ LINE Developers Thailand แหล่งอัพเดท แลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีโดยนักพัฒนา LINE ประเทศไทย มีการเติบโตที่ดีมาก ปัจจุบัน เรามีสมาชิกนักพัฒนาในคอมมิวนิตี้มากกว่า 17,000 คน จากปีที่แล้ว 8,000 คน เพิ่มขึ้น 1 เท่าตัวภายในเวลาเพียง 1 ปี ผมต้องขอขอบคุณทีมงานนักพัฒนา LINE ประเทศไทย พาร์ทเนอร์อย่างกลุ่ม LINE API Expert และสมาชิกนักพัฒนาทุกท่านที่ร่วมกันสร้างสรรค์และผลักดันการเติบโตนี้ขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

 

ตั้งแต่ต้นปี LINE API มีฟีเจอร์ใหม่เปลี่ยนแปลงหลายจุดเพื่อให้นักพัฒนาสามารถนำไปต่อยอดในบริการของตัวเองได้ จำนวนนักพัฒนาที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้จำนวนแชทบอทบน LINE เติบโตขึ้นเช่นกัน โดยปัจจุบัน LINE มีแชทบอทรวม 130,000 ตัว เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ขณะที่ใน 1 วัน มีผู้ใช้งานแชทบอทบน LINE มากกว่า 43 ล้านข้อความ และมีการใช้งาน LIFF (LINE Front-end Framework) หรือหน้าเว็บสำเร็จรูปที่สามารถฝั่งไว้ในแชท LINE ได้เลย จำนวนเกิน 5,500 แอป ส่งให้ยอดผู้กดใช้งานหน้า LIFF ดังกล่าวเพิ่มขึ้นถึง 3 ล้านคนต่อวัน

 

หลากฟีเจอร์อัพเดทใน Messeging API เสริมชีวิตนักพัฒนาให้ง่ายขึ้น!

สำหรับไฮไลท์แรกของ Messeging API ที่ LINE อัปเดทภายในงาน คือการเพิ่มความสามารถสลับแอคเคาท์แอดมินกับแชทบอทบนออฟฟิเชียลแอคเคาท์ได้อย่างเสรี ทำให้ลูกค้าองค์กรแถวหน้าของไทย อาทิ ธนาคารไทยพาณิชย์  สามารถนำตัวแทนหรือทีมงานเข้ามาร่วมให้ข้อมูลสลับกับแชทบอทบน SCB Connect เพื่อให้สามารถตอบคำถามของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ด้วยการเปลี่ยนรูปภาพและชื่อแอคเคาท์สลับระหว่างแชทบอทและแอดมินได้อย่างลงตัว เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย และให้บริการลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลดปัญหาในกรณีที่แชทบอทอาจตอบคำถามผิดพลาดได้ และทีม KBTG จากธนาคารกสิกรไทย ที่พัฒนาแชทบอท “ขุนทอง” ซึ่งถือเป็นกรณีศึกษาสำคัญเรื่องการสร้างแชทบอทในกลุ่ม LINE เป็นการพัฒนา LINE API ที่ตรงใจผู้ใช้ได้อย่างโดดเด่นเพราะผู้ใช้ไม่ต้องติดตั้งแอปพลิเคชัน และสามารถใช้ LINE Login เพื่อยืนยันตัวตนว่าเป็นผู้ใช้ที่มาจาก LINE จริง ขณะที่ API ของ LINE ไม่เพิ่มต้นทุนในการพัฒนาแต่อย่างใด

 

อีกหนึ่งอัพเดทที่น่าสนใจคือ LINE Emoji ที่เปิดให้นักพัฒนาสามารถส่งอิโมจิน่ารักผ่านข้อความที่เป็น Text Message ได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องแปลงเป็นโค้ด เพราะสามารถกำหนด Emoji ID แล้วแนบไปกับข้อความเพื่อส่งไปหาผู้ใช้ได้เลย รวมไปถึงฟีเจอร์ใหม่ที่เปิดให้นักพัฒนารู้ว่าผู้ใช้ใช้งานภาษาอะไร ทำให้สามารถส่งมอบประสบการณ์ที่ดีกว่า เช่นกำหนดและแสดง Rich Menu ให้ตรงกับภาษาที่ผู้ใช้ใช้งานอยู่ เป็นต้น

 

นอกจากนี้ LINE ยังเพิ่ม Narrowcast API ให้นักพัฒนาส่งข้อความถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีกว่าเดิม สามารถเลือกส่งเฉพาะกลุ่มคนที่เคยเห็นข้อความก่อนหน้านี้เท่านั้น รวมถึง Multicast API ที่ปลดล็อคจากก่อนหน้านี้ที่สามารถส่งหาผู้ใช้ได้สูงสุด 150 คน มาเป็นการส่งได้สูงสุด 500 คนต่อ 1 ครั้ง และสำหรับ Rich Menu ที่นิยมมากในผู้ใช้ LINE Official Account การอัปเดททำให้ Official Account สามารถเปลี่ยนแปลง Rich Menu ด้วย API พร้อมกันสูงสุดได้ถึง 500 คนต่อครั้ง จากเดิมที่ทำได้เพียง 150 คนต่อครั้ง ตอบโจทย์ Official Account ที่มีผู้ใช้จำนวนมาก

 

ต่อยอดความสามารถ LIFF และ Flex Message ให้เฉียบกว่าเดิม!

อีกส่วนที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างมาก คือการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ใน Flex Massage ครั้งแรกในโลกที่ให้นักพัฒนาสามารถออกแบบข้อความใน LINE ได้อย่างมีอิสระ ตามจินตนาการ โดยล่าสุด ปีนี้ ได้อัปเดตให้นักพัฒนาสามารถสร้างและส่งข้อความในรูปแบบแอนิเมชันได้ ปรับขนาดของตัวอักษรให้พอดีกับพื้นที่ในการแสดงผลอัตโนมัติ และการแสดงสีพื้นหลังของข้อความแบบไล่เฉดสีได้แล้ว อีกหนึ่งฟีเจอร์ไฮไลท์ที่เพิ่งเปิดตัวในปี 2019 คือ LIFF หรือ LINE Front-end Framework ที่ในปีนี้ เพิ่มประสิทธิภาพ ให้สามารถนำไปใช้นอกแอป LINE ได้ ทำให้การแชร์ข้อความจาก LIFF บน LINE ไปหากลุ่มเพื่อนผู้ใช้สามารถทำได้อย่างง่ายดายและสะดวกสบายขึ้น โดยที่ระบบสามารถทราบได้ว่าการแชร์ข้อความนั้นสำเร็จหรือไม่ อีกทั้ง ฟีเจอร์ดาวรุ่งอย่าง LIFF ยังมีการพัฒนาเพิ่มเติมในส่วนการเทสต์หรือการทดสอบระบบด้วยเช่นกัน

 

ใกล้แล้ว! กับ LINE Beacon สำหรับชาว SME

อีกหนึ่งข่าวดีสำหรับนักพัฒนาและผู้ประกอบการ SME จากงานครั้งนี้ คือการประกาศเปิดตัว LINE Beacon สำหรับ SME เพื่อให้ธุรกิจขนาดย่อมสามารถซื้อฮาร์ดแวร์สำหรับปล่อยสัญญาณบลูทูธ แล้วนำมาติดหน้าร้าน โดยเมื่อลูกค้าที่ใช้ LINE เปิดบลูทูธเดินผ่านมา ก็จะสามารถรับข้อความหรือโปรโมชันจากร้านผ่าน LINE ได้ทันที เบื้องต้น ตัวอุปกรณ์ดังกล่าวเตรียมวางจำหน่ายในเร็ววันนี้ ซึ่งจะช่วยให้การสื่อสารระหว่างร้านค้ากลุ่มธุรกิจ SME และลูกค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นำไปสู่ยอดขายที่ดีกว่าเดิม

 

ส่งเสริมทักษะฝีมือนักพัฒนาไทย ขนทัพความรู้จัดเต็มอย่างต่อเนื่อง

นอกจากการแชร์ความรู้ ประสบการณ์จากหลากหลายวิทยากรในงานครั้งนี้แล้ว LINE ยังคงตอกย้ำภารกิจเสริมสร้างทักษะฝีมือนักพัฒนาไทย ด้วยการเปิดคอร์สเรียนออนไลน์ฟรีสำหรับนักพัฒนา ร่วมกับ Skooldio มาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุด กับการเปิดตัว LINE Developers Codelabs (https://codelab.line.me ) พื้นที่ใหม่ให้นักพัฒนาสามารถเรียนรู้ ฝึกทักษะการใช้ฟีเจอร์แบบลงลึกทีละขั้นตอน ประเดิมด้วย 3 ฟีเจอร์มาแรงอย่าง LIFF app, LINE Chatbot และ Flex Message Simulator โดยจะมีคอร์สฟีเจอร์ใหม่ๆ น่าสนใจทยอยตามมาอย่างแน่นอน พร้อมไฮไลท์เปิดตัวโครงการ LINE HACK 2020 การแข่งขัน Hackathon ครั้งยิ่งใหญ่ เวทีแสดงฝีมือสุดเจ๋งของนักพัฒนาไทยให้สาธารณชนได้รู้จัก โดยจะประกาศรายละเอียดโครงการในเร็ววันนี้ (https://hackth.line.me/)

LINE ยังคงตอกย้ำพันธกิจ “CLOSING THE DISTANCE” เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะทำให้ทุกคนได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น รวมไปถึงการนำพาทุกคนไปใกล้กับบริการและผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อชีวิตที่ง่ายและสะดวกสบายยิ่งขึ้นต่อไป

สามารถรับชมงาน LINE THAILAND DEVELOPER CONFERENCE 2020 ย้อนหลังได้ที่ LINE TV >> https://tv.line.me/v/15774817/list/637008

ข่าวประชาสัมพันธ์

อาร์ทีบีฯ เอาใจคอเกมเมอร์เผยโฉมหูฟังเกมส์มิ่งใหม่ จากแบรนด์ Audio-Technica พร้อมกัน 2 รุ่น ATH-G1 และ ATH-G1WL

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

 

บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด ผู้นำนวัตกรรมหูฟังคุณภาพชั้นนำของเมืองไทย เผยโฉมหูฟังรุ่นใหม่เอาใจเกมเมอร์ในตระกูล G-Series จากแบรนด์หูฟังที่มียอดขายอันดับหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นอย่าง “ออดิโอ-เทคนิก้า” (Audio-Technica) ได้แก่ รุ่น ATH-G1 และ ATH-G1WL โดยหูฟังทั้งสองรุ่นนี้ ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบหูฟังระดับสตูดิโอในรุ่น ATH-M50x ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ “ออดิโอ-เทคนิก้า” (Audio-Technica) เพื่อให้คอเกมได้ดื่มด่ำคุณภาพเสียงระดับสตูดิโอ พร้อมรับประสบการณ์เสียงอันทรงพลังภายใต้การสวมใส่ที่เบาสบาย รองรับการเล่นเกมที่ยาวนานได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุด

 

สำหรับหูฟังรุ่น ATH-G1 เป็นชุดหูฟังเกมมิ่งพรีเมี่ยมที่ออกแบบให้มีน้ำหนักเบาเพื่อการเล่นเกมที่ยาวนานได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุด เหมาะสำหรับทั้งเกมเมอร์สายนักกีฬา e-Sport และเกมเมอร์ทั่วไป มาพร้อมไดรเวอร์ขับเสียงขนาดใหญ่ถึง 45 มม. มอบคุณภาพเสียงระดับสตูดิโอที่ล้ำลึก ด้วยกำลังขับ Input สูงสุด 1,300 mW   ทีมอบพลังเสียงกระหึ่ม เบสเข้มข้น ให้อรรถรสความสนุก ในการเล่นเกมได้อย่างเต็มอิ่ม ในขณะเดียวกัน “ออดิโอ-เทคนิก้า” (Audio-Technica) ยังมีไมโครโฟนระดับมืออาชีพที่เคยแสดงศักยภาพในงานแข่งขัน e-Sport ทั่วโลกเพื่อการสื่อสารที่คมชัด แม่นยำ ด้วยฟีเจอร์การรับเสียงไฮเปอร์คาร์ดิออย (Hyper Cardioid) ที่ตัดเสียงรบกวนรอบข้าง

หูฟังเกมมิ่งรุ่นนี้ ให้ย่านเสียงเสียงที่มีมิติเสียงที่ดี ในการเล่นเกมส์ อาทิ ได้ยินเสียงการเข้าโจมตีอย่างชัดเจน ทำให้มีอรรถรสดื่มด่ำกับเสียงในการเล่นเกมส์อย่างแท้จริง สามารถเชื่อมต่อบน Platform ต่าง ๆ ได้หลากหลายกับ PC, Laptops, PS4, Xbox, และเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ ,ไอแพค และ Tablet เชื่อมต่อผ่านสายสัญญาณแจ็ค 3.5   นอกจากนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยีวิศวกรรมด้านเสียงจากญี่ปุ่น ในการออกแบบสายต่อหูฟังยาว 2 เมตร พร้อมหัวปลั๊กมินิสเตอริโอเคลือบทองเหลือง ตัวควบคุมระดับเสียงด้วยปุ่มที่เรียบง่ายและสวิตช์ปิดเสียงไมโครโฟนแบบล็อคสำหรับการใช้งานด้วยมือเดียว ที่สำคัญยังมีน้ำหนักเบาเพื่อให้สวมใส่สบาย จึงใช้เล่นเกมได้ยาวนาน และสามารถถอดไมโครโฟนออกเพื่อใช้เป็น Headphone ทำให้สะดวกสบายในยามเดินทาง โดยสามารถหาซื้อ ATH-G1 ได้แล้ววันนี้ ในราคา 6,200 บาท

 

ส่วนหูฟังรุ่น ATH-G1WL ชุดหูฟังเกมมิ่งไร้สายที่ออกแบบให้มีน้ำหนักเบา สวมใส่สบาย และมาพร้อมคุณภาพเสียงระดับสตูดิโอ เพื่อการเล่นเกมที่ยาวนานสำหรับผู้เล่นกีฬา e-sport และเกมเมอร์ทั่วไปให้เพลิดเพลินไปกับการเล่นเกมได้อย่างเต็มที่มาพร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้เล่นเกมต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 15 ชั่วโมง แล้วยังสามารถใช้งานขณะชาร์จแบตได้อีกด้วย บนที่ครอบหูมีฟีเจอร์ควบคุมเสียงได้รอบทิศทาง สามารถเชื่อมต่อบน Platform ต่าง ๆ ได้หลากหลายกับ PC, Laptops, Macs และเชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์ส่งสัญญาณไร้สายชนิด USB Type A

 พร้อมยังแถมเอียร์แพดสำรอง ให้อีก 1 คู่ มาพร้อมเทคโนโลยีวิศวกรรมด้านเสียงจากญี่ปุ่น ใช้ตัวไดรเวอร์ขับเสียงขนาดใหญ่ถึง 45 มม. เพื่อมอบคุณภาพเสียงระดับสตูดิโอที่ล้ำลึก ดื่มด่ำกับการเล่นเกมด้วยโหมดเสียงเซอร์ราวด์เสมือนจริงรอบทิศทาง มีไมโครโฟนสำหรับมือโปรให้การสื่อสารในเกมที่คมชัดไม่มีสะดุด พร้อมฟังก์ชั่น มอนิเตอร์เสียงไมค์ และยังสามารถถอดไมโครโฟนออกได้ นอกจากนี้ยังออกแบบให้มีโครงสร้างที่แข็งแรงแต่น้ำหนักเบาเพื่อการสวมใส่เล่นเกมได้ยาวนานและสะดวกสบาย โดยสามารถหาซื้อ ATH-G1WL ได้แล้ววันนี้ ในราคา 9,200 บาท

เรียกได้ว่าทั้ง ATH-G1 และ ATH-G1WL เป็นหูฟังระดับคุณภาพสำหรับเกมเมอร์สายคุณภาพเสียงระดับสตูดิโอ ตัวจริง โดยสามารถหาซื้อและสัมผัสประสบการณ์ฟังเพลงสุดคมชัดจากสุดยอดนวัตกรรมหูฟังจาก “ออดิโอ-เทคนิก้า” (Audio-Technica) รุ่น ATH-G1 และ ATH-G1WL ได้ที่ มั่นคงแก็ดเจ็ท, Soundproof, Mercular.com, shopee และ Lazada  สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทาง https://www.facebook.com/AudioTechnica.Thailand

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ขึ้นแท่นอันดับ 5 แบรนด์ที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2020 จากผลสำรวจของอินเตอร์แบรนด์

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ขึ้นแท่นอันดับ 5 แบรนด์ที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2020 จากผลสำรวจของอินเตอร์แบรนด์ (Interbrand’s Best Global Brands 2020) ด้วยมูลค่าแบรนด์ที่ 62,300 ล้านเหรียญสหรัฐ

แม้ว่าในโลกของธุรกิจจะเกิดความท้าทายที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากผลกระทบของ โควิด-19 แต่ซัมซุงกลับเป็นแบรนด์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 2 เปอร์เซ็นต์ จาก 6.11 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปี 2019 มาเป็น 6.23 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปีนี้ ส่งผลให้ก้าวขึ้นสู่อันดับที่ 5 ของแบรนด์ที่ดีที่สุดของโลกในรอบ 3 ปี หลังจากขึ้นเป็นอันดับที่ 6 มาตั้งแต่ปี 2017

บริษัทฯ ได้รับการบันทึกการเติบโตอย่างต่อเนื่องในแง่มูลค่าของแบรนด์มาตั้งแต่เริ่มต้นอันดับที่ 43 ในปี 2000 จากนั้นได้ติดหนึ่งในสิบแบรนด์ที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2012 โดยรั้งตำแหน่งที่ 9 ก่อนจะไต่อันอับมาสู่อันดับที่ 6 ในปี 2017 และก้าวสู่อันดับที่ 5 ในปีนี้ ซึ่งการที่ซัมซุงได้อยู่ใน 100 แบรนด์ที่ดีที่สุดในโลกจากผลสำรวจของอินเตอร์แบรนด์ ส่งผลให้แบรนด์สามารถดำเนินการแนะนำผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม รวมถึงกิจกรรมทางการตลาดบนเวทีระดับโลก

การตอบสนองต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19, CSR, นวัตกรรมในเชิงไลฟ์สไตล์ และการลงทุนอย่างต่อเนื่องในกลไกการเติบโตนั้นเป็นส่วนช่วยในการผลักดันมูลค่าแบรนด์

โดยปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของซัมซุงในปีนี้นั้น ประกอบไปด้วย

  • การร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการต่อสู่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ผ่านกิจกรรมเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) และเข้าร่วมกับแคมเปญระดับโลก
  • กิจกรรมแบบรอบด้านขององค์กรเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
  • การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่อัดแน่นไปด้วยนวัตกรรมใหม่ ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟนจอพับได้อย่าง Galaxy Fold (กาแลคซี่ โฟลด์), ทีวีสำหรับการใช้งานในบริเวณพื้นที่นอกอาคาร The Terrace (เดอะ เทอร์เรส) และ ตู้เย็น BESPOKE (บีสโปก)
  • การลงทุนอย่างสม่ำเสมอเพื่อนำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้ง AI, 5G, และ IoT

เพื่อตอบสนองต่อผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ได้บริจาคเงินและสิ่งของให้ในบางประเทศที่มีความต้องการ เพื่อให้ชุมชนหลายแห่งสามารถเอาชนะความยากลำบากนี้ไปได้ ทั้งยังประสบความสำเร็จจากการรณรงค์ระดับโลกด้วยข้อความ “Get through this together” บนโซเชียลมีเดียและป้ายโฆษณากลางแจ้ง ไม่ว่าจะเป็น ย่าน Times Square ในนิวยอร์ก Piccadilly Circus ในลอนดอน Duomo di Milano ในประเทศอิตาลี รวมถึงป้ายบนอาคารชื่อดังในประเทศฮ่องกง โดยบริษัทพยายามมีส่วนร่วมและสื่อสารกับผู้บริโภคในช่วงเวลาแห่งความท้าทายนี้ ไม่เพียงเท่านั้น ซัมซุงยังได้เข้าร่วมแคมเปญเชิงบวกที่รวบรวมภาพถ่ายและเรื่องราวของผู้คนที่ส่งผ่านมาทางโซเชียลมีเดีย เพื่อจัดทำเป็นวิดีโอโฆษณาให้กำลังใจคนดูทั่วโลก อย่างแคมเปญ The COVID-19 ก็ได้ถูกเปิดตัวควบคู่ไปกับโครงการรับผิดชอบต่อสังคมตามวิสัยทัศน์ของซัมซุง ในการช่วยให้ผู้คนเข้าถึงทุกหลักสูตรการศึกษาทั้งในยุคนี้รวมถึงเจเนเรชันต่อไป

ความทุ่มเทของซัมซุงต่อความยั่งยืนในการจัดการธุรกิจรอบด้านนี้ช่วยเพิ่มมูลค่าของแบรนด์ให้สูงขึ้น เห็นได้จากบรรจุภัณฑ์ของทีวีซัมซุงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเคสสมาร์ทโฟนที่ใช้วัสดุรีไซเคิล

เหนือสิ่งอื่นใด บริษัทยังมีความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี ถึงแม้จะมีความท้าทายจากแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ก็ถูกปรับเปลี่ยนเป็นแรงผลักดันให้บริษัทเติบโตเข้าสู่ 5 อันดับแรกของแบรนด์ที่ดีที่สุดในโลก

ธุรกิจการสื่อสารเคลื่อนที่ของซัมซุง ได้ตอกย้ำความแข็งแกร่งในตำแหน่งผู้นำตลาดสมาร์ทโฟน 5G อีกทั้งยังตอบรับความต้องการของกลุ่มผู้บริโภค Gen Z ด้วยสมาร์ทโฟนจากตระกูล Galaxy A รวมถึงกิจกรรมทางการตลาดที่โดดเด่นอย่างแคมเปญ ‘Awesome’ อีกทั้งยังเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนรูปแบบใหม่ ด้วยการเปิดตัวสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้อย่าง Galaxy Z Flip (กาแลคซี่ ซี ฟลิป) นอกจากนี้ สำหรับธุรกิจเครือข่าย ซัมซุงยังครองตำแหน่งผู้นำแห่งเทคโนโลยี 5G ด้วยการขยายตลาดและความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น

ในภาคธุรกิจวิชวลดิสเพลย์ ซัมซุงได้ครองตำแหน่งผู้นำอันดับ 1 ในตลาดทีวีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปีนี้ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์สุดล้ำสมัยที่สะท้อนไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็น The Sero (เดอะ เซโร่) และ The Terrace (เดอะ เทอเรส) ในขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้านโยบายการพัฒนาและขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืน ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มการเข้าถึงสำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกายและภาวะความบกพร่องในการมองเห็นสี รวมถึงการประกาศใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ซัมซุงจึงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าระบบดิจิตอลอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นตู้เย็น BESPOKE (บีสโปค) และ เครื่องซักและอบผ้า Grande พร้อมเทคโนโลยี AI อัจฉริยะ อีกทั้งแคมเปญทางการตลาดที่สร้างสรรค์จากความสนใจของผู้บริโภค เช่น ด้านการทำอาหาร กีฬา การตกแต่งภายใน รวมถึงการดูแลสัตว์เลี้ยง ต่างมีส่วนช่วยให้การสื่อสารระหว่างแบรนด์และผู้บริโภคนั้นใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น

ซัมซุงได้ประกาศวิสัยทัศน์ปี 2030 ด้วยการเป็นอันดับ 1 ในธุรกิจหน่วยความจำ โดยถือเป็นบริษัทแรกของโลกที่ทำการผลิตชิป DRAM ด้วยเทคโนโลยี EUV และพัฒนาหน่วยความจำแบนด์วิธความเร็วสูงอย่าง HBM2E Flashbolt พร้อมเทคโนโลยี AI รวมถึงชิ้นส่วนยานยนต์, IoT, AI และ 5G นอกจากนี้ จากสถิติการ Work-at-home ที่สูงขึ้น ส่งผลให้ความต้องการของเซิร์ฟเวอร์และบริการคลาวด์นั้นเพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มยอดขายให้กับชิป DRAM และแฟลช NAND ในตลาด และสำหรับธุรกิจ System LSI ซัมซุงยังคงมุ่งพัฒนานวัตกรรมโซลูชันของชิปประมวลผล Exynos และเซ็นเซอร์ ISOCELL รวมถึงการผนึกความแข็งแกร่งกับพันธมิตรชั้นนำอย่าง Audi

“ย้อนกลับไปเมื่อปี 2000 ซัมซุงได้เริ่มต้นที่อันดับ 20 ด้วยมูลค่าแบรนด์ที่ 5,200 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ในวันนี้ เราได้ยืนอยู่ใน 5 อันดับแรก ด้วยมูลค่าแบรนด์ถึง 62,300 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ เราไม่สามารถก้าวถึงจุดนี้ได้หากปราศจากการสนับสนุนจากผู้บริโภคทั่วโลก และเพื่อเป็นการยกระดับความสำเร็จนี้ เราจะเดินหน้าพัฒนาการมีส่วนร่วมและการสื่อสารกับผู้บริโภคต่อไป” ยางฮี ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าว

อินเตอร์แบรนด์ ได้ทำการสำรวจและประเมินมูลค่าแบรนด์ธุรกิจจากการวิเคราะห์ที่ครอบคลุมปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น ผลประกอบการทางการเงิน อิทธิพลของแบรนด์ต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า ไปจนถึงศักยภาพการแข่งขัของแบรนด์

การเติบโตของมูลค่าแบรนด์ ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์

ปี20102011201220132014201520162017201820192020
มูลค่าแบรนด์

(ดอลลาร์สหรัฐ)

19.5 B23.4 B

(20%↑)

32.9 B

(40%↑)

39.6 B

(20%↑)

45.5 B

(15%↑)

45.3 B

(-)

51.8 B

(14%↑)

56.2 B

(9%↑)

59.9 B

(6.5%↑)

61.1 B

(2%↑)

62.3 B

(2%↑)

อันดับของแบรนด์1917987776665

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

HUAWEI เตรียมเปิดตัว 3 หูฟังไร้สาย และ 1 แว่นตาอัจฉริยะ วันที่ 27 ตุลาคมนี้

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) เตรียมเปิดตัวอุปกรณ์อัจฉริยะหรือสมาร์ทดีไวซ์ในกลุ่มหูฟังไร้สาย (True Wireless Stereo) และแว่นตา (Smart Eyewear) ซึ่งอยู่ในกลุ่ม “8” ภายใต้กลยุทธ์หลัก 1+8+N ของแบรนด์ที่หมายถึงสมาร์ทดีไวซ์ที่จะมาเชื่อมต่อการทำงานกับสมาร์ทโฟน อุปกรณ์หลักหนึ่งเดียว เพื่อช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้ เพิ่มเติมอรรถประโยชน์และบริการใหม่ๆ โดยครั้งนี้ขนทัพสมาร์ทดีไวซ์ที่จะมาสร้างความคึกคักให้กับตลาดมากถึง 4 รุ่น ประกอบด้วย 3 หูฟังไร้สาย HUAWEI FreeBuds Pro, HUAWEI FreeLace Pro และ HUAWEI FreeBuds Studio กับ 1 แว่นตาอัจฉริยะที่เป็นหูฟังในตัว HUAWEI x Gentle Monster Eyewear II พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เผยราคา การวางจำหน่าย รวมถึงโปรโมชั่นพิเศษในวันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2563

 ความน่าตื่นเต้นของการยกขบวนสมาร์ทดีไวซ์ในกลุ่มอุปกรณ์เสียงในครั้งนี้คือ ความหลากหลายของอุปกรณ์ที่มีให้เลือกตามไลฟ์สไตล์และการใช้งานของผู้ใช้ในแต่ละกลุ่ม ตอบโจทย์เทรนด์ตลาดด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสุดล้ำที่จะทำให้การใช้งานอัจฉริยะอย่างแท้จริง

เริ่มด้วย HUAWEI FreeBuds Pro หูฟังไร้สายรุ่นสูงสุดของซีรีส์มาพร้อมเทคโนโลยี Active Noise Cancellation (ANC) ที่ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม และเซ็นเซอร์ที่ตรวจจับการสั่นสะเทือนของกระดูกหู เพื่อปรับระดับเสียงของผู้ใช้ให้ปลายสายได้ยินอย่างชัดเจน เหนือกว่าด้วยเสารับสัญญาณแบบคู่ ที่เพิ่มความเสถียรให้กับการเชื่อมต่อสองอุปกรณ์ (dual-devices connection) ซึ่งเป็นไฮไลท์สำคัญของรุ่นนี้ ใช้งานง่ายเพียงสัมผัสที่ตัวหูฟังเพื่อปรับโหมด เล่นเพลง หรือปรับลดระดับเสียง

HUAWEI FreeLace Pro หูฟัง True Wireless Stereo ที่มาพร้อมสายคล้องคอที่มีความยืดหยุ่นสูง วัสดุทำมาจากโลหะผสมนิกเกิลไททาเนียมและซิลิโคนเหลว ไม่ระคายเคืองผิว ถอดหูฟังได้ไม่ต้องกลัวหาย แบตเตอรี่อึดทนเหมาะสำหรับผู้ที่มีไลฟ์สไตล์แอคทีฟ มีระบบ ANC ที่ยอดเยี่ยม พร้อมเปิดปิดการเชื่อมต่อด้วยสวิตช์แม่เหล็กบนหูฟัง

HUAWEI FreeBuds Studio ครั้งแรกของหูฟังแบบ headset (ครอบหู) ไร้สายของหัวเว่ย ที่มาพร้อมดีไซน์ที่หรูหราและคุณภาพเสียงในระดับพรีเมียม มีไดร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ รองรับช่วงของคลื่นความถี่เสียงได้กว้าง เหมาะสำหรับคอดนตรีและผู้ที่ต้องการอรรถรสในการรับชมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ต่างๆ ทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อแบบสองอุปกรณ์

พร้อมพบการกลับมาอีกครั้งของความร่วมมือกันระหว่างหัวเว่ยและแบรนด์แว่นตาแฟชั่นชั้นนำของประเทศเกาหลี Gentle Monster ที่มาร่วมกันสร้างสรรค์แว่นตาอัจฉริยะที่ทั้งปกป้องสายตาและมอบความบันเทิงผ่านเสียงเพลง ด้วยการเป็นอุปกรณ์ audio ในตัว นำเสนอ HUAWEI x Gentle Monster Eyewear II ที่นอกจากจะเพิ่มเติมความสามารถในการควบคุมการใช้งานด้วยเซ็นเซอร์ ระบบเสียงที่ให้ความเป็นส่วนตัวแล้ว ยังทำจากวัสดุพรีเมียมที่เป็นมิตรต่อผิวหนังและน้ำหนักเบากว่ารุ่นเดิม ทำให้สามารถใส่ได้นานยิ่งขึ้น และเพิ่มเติมจากรุ่นก่อนด้วยการมีแบบทั้งแว่นกันแดดและแว่นสายตาสำหรับทุกโอกาส

ร่วมนับถอยหลังสู่การเปิดตัว 4 สมาร์ทดีไวซ์ในกลุ่มอุปกรณ์เสียง HUAWEI FreeBuds Pro, HUAWEI FreeLace Pro, HUAWEI FreeBuds Studio และ HUAWEI x Gentle Monster Eyewear II ในวันอังคารที่ 27 ตุลาคม นี้

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Vivo V20 สมาร์ตโฟนกล้องหน้าคมชัดสูง 44MP โฟกัสได้ต่อเนื่อง ดีไซน์สะดุดตา พร้อมสเปคสุดไหลลื่น

Vivo V20 สมาร์ตโฟนกล...

Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme C12 สมาร์ทโฟนแบตอึด 6000mAh เปลี่ยนเป็น Power Bank ได้ หน้าจอกว้าง 6.5 นิ้ว และกล้องหลัง Nightscape

realme C12 สมาร์ทโฟน...

Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme 7i สมาร์ทโฟนตัวคุ้ม ขุมพลัง Snapdragon 662, กล้องหลัง 4 เลนส์ 64MP พร้อมจอลื่น 90Hz และแบตเตอรี่พันธ์อึด 5000mAh เริ่มต้นเพียง 3,989 บาท

realme 7i หนึ่งในสมา...

Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว OPPO Reno4 Z 5G สมาร์ทโฟนดีไซน์โดดเด่น พร้อมความเร็วแรงด้วย 5G Dual-Mode, หน้าจอ 120Hz และกล้องหลัง 48MP ราคาเพียง 12,990 บาท

OPPO Reno4 Z 5G สมาร...

Samsung Galaxy S20 FE 5G Review Samsung Galaxy S20 FE 5G Review
Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Samsung Galaxy S20 FE 5G เรือธง Snapdragon 865 ที่หลายคนรอคอย

แฟนๆ Samsung รอกันอย...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

HUAWEI Mate40 Pro claims first place in DXOMARK Camera HUAWEI Mate40 Pro claims first place in DXOMARK Camera
Android News3 ชั่วโมง ที่แล้ว

DxOMark รีวิว HUAWEI Mate 40 Pro ได้อันดับ 1 ทั้งกล้องหลังและกล้องหน้า

มาแล้ว DxOMark เผยคะ...

ข่าวประชาสัมพันธ์5 ชั่วโมง ที่แล้ว

อาร์ทีบีฯ เอาใจคอเกมเมอร์เผยโฉมหูฟังเกมส์มิ่งใหม่ จากแบรนด์ Audio-Technica พร้อมกัน 2 รุ่น ATH-G1 และ ATH-G1WL

  บริษัท อาร์ที...

ข่าวประชาสัมพันธ์5 ชั่วโมง ที่แล้ว

ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ขึ้นแท่นอันดับ 5 แบรนด์ที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2020 จากผลสำรวจของอินเตอร์แบรนด์

ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์...

ข่าวประชาสัมพันธ์5 ชั่วโมง ที่แล้ว

HUAWEI เตรียมเปิดตัว 3 หูฟังไร้สาย และ 1 แว่นตาอัจฉริยะ วันที่ 27 ตุลาคมนี้

หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ ...

ข่าวประชาสัมพันธ์5 ชั่วโมง ที่แล้ว

เผยโฉม HUAWEI Mate 40 Series ที่ทรงประสิทธิภาพสูงสุดเป็นประวัติการณ์

หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ ...

มือถือมาใหม่

ติดตาม กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง