ไฮไลท์งาน LINE Thailand Developer Conference 2019 ชูการเข้าถึงและความสามารถของ LINE API อย่างไร้ขีดจำกัดสำหรับนักพัฒนา

 

LINE ประเทศไทย จัดงาน LINE THAILAND DEVELOPER CONFERENCE 2019 งานสัมมนาด้านเทคโนโลยีครั้งแรกของ LINE ประเทศไทย ​รวมสุดยอดเหล่านักพัฒนาและบุคคลในแวดวงเทคโนโลยีเข้าร่วมงานมากกว่า 800 คน ณ ไบเทค บางนาเมื่อวันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยภายในงาน ทีมนักพัฒนาของ LINE ทั้งจากประเทศไทยและจาก Global ​ได้ร่วมอัพเดทความรู้ ความเคลื่อนไหวด้านเทคโนโลยีบนแพลตฟอร์ม LINE ถึง 13 หัวข้อ อาทิ LINE Official Account รูปแบบใหม่, LINE Messaging API, LIFF, LINE Things, Rabbit LINE Pay ที่ล้วนแสดงถึงความสามารถอันไร้ขีดจำกัดของ LINE API ​ในการต่อยอดการพัฒนาสำหรับนักพัฒนา และต่อยอด​​การบริหารหรือดำเนินธุรกิจสำหรับภาคธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น พร้อมแนะนำเทคโนโลยีอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น Micro-frontend, HBase, Machine Learning เป็นต้น​

ความสามารถไร้ขีดจำกัดของ LINE API

ประเด็นสำคัญในงานได้กล่าวถึง LINE API Ecosystem ที่ประกอบด้วยหลากหลายเทคโนโลยีที่สามารถเชื่อมต่อ ทำให้ธุรกิจต่างๆ สามารถสร้างบริการของตนเองมาอยู่ในแอปฯLINE เพื่อสร้างระบบที่ให้คุณค่าและเป็นประโยชน์กับผู้ใช้ LINE คนไทย 44 ล้านคน โดยในงาน ได้มีการประกาศข่าวดีล่าสุดสำหรับนักพัฒนาคือ การปลดล็อคการเข้าใช้งาน LINE Messaging API ให้นักพัฒนาทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยสามารถเข้าทดลองหรือใช้งานLINE Messaging API ได้อย่างอิสระ ไม่มีข้อจำกัด 50 คนอีกต่อไป ถือเป็นการเปิดโอกาสให้นักพัฒนาไทย ได้ต่อยอดทักษะของตนเอง เพื่อสร้างสรรค์บริการใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์ภาคธุรกิจและผู้ใช้บนแพลตฟอร์ม LINEได้อย่างหลากหลายและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้มีการยกตัวอย่างการนำ LINE API มาสร้างแชตบอตด้วยเทคโนโลยีที่แตกต่างกันไปเช่น LIFF, LINE Things, LINE Pay รวมถึงกรณีศึกษาจากองค์กรธุรกิจชั้นนำที่ได้มีการสร้างแชตบอตได้อย่างมีประสิทธิภาพอาทิ SCB Connect, Wongnai เป็นต้น​

LINE Messaging API ช่วยแบรนด์สร้างแชตบอทบน LINE

หนึ่งใน LINE API ที่นับว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมากคือ LINE Messaging API โดย LINE ได้เปิดให้นักพัฒนาทั่วไปสามารถเข้าทดลองใช้ Messaging API ได้ตั้งแต่ปี 2016 ในรูปแบบของ Developer Trial โดยมีแชตบอทจาก Messaging API ที่สรรค์สร้างโดยนักพัฒนาชาวไทยมาแล้วมากกว่า 60,000 บัญชี และ LINE ได้มีการพัฒนาและอัพเดท Messaging API มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นักพัฒนา ผู้ให้บริการและผู้ใช้งานทั่วไป สามารถสร้างและใช้งานแชตบอทได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การเพิ่มฟังก์ชั่น “Quick Reply API” แชตบอทที่นักพัฒนาสามารถใส่เข้าไปในบริการของตนเอง เพื่อแนะนำผู้ใช้งานถึงตัวเลือกที่น่าจะเป็น หรือแอคชั่นถัดไปว่าผู้ใช้น่าจะต้องการทำอะไร, ฟังก์ชั่น “Flex Message” ให้ผู้พัฒนาแชตบอทสามารถออกแบบรูปแบบของข้อความประเภทต่างๆ ได้อย่างอิสระ เป็นต้น ทำให้ผู้ใช้งานปลายทางมีประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานบริการนั้นๆ บน LINE

นอกจากนี้ ทีมนักพัฒนา LINE  ยังได้ร่วมมือกับ Skooldio เปิดตัวคอร์สเรียนออนไลน์ เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปที่สนใจในการเรียนรู้หรือพัฒนาแชตบอตของLINEโดยไม่จำเป็นต้องมีทักษะการเขียนโปรแกรมมาก่อน สามารถเข้าไปศึกษาคอร์สดังกล่าวได้ฟรี! ส่งเสริมให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีเข้าถึงได้สำหรับคนทุกคนดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://skooldio.com/courses/line-chatbot

LIFF เติมเต็มการสร้างแชตบอทให้สมบูรณ์มากขึ้น

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่น่าสนใจคือ LIFF หรือ LINE Front – End Framework ซึ่งเป็น API ที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถนำเว็ปแอปฯ ที่มีอยู่ของตนเองมาแสดงผลอยู่ใน LINE ได้โดยตรง โดยไม่ต้องมีการเข้า-ออกระหว่างแอปฯ LINE และเว็บแอปฯ อื่นไปมา อีกทั้งยังเป็นการเชื่อมต่อระบบหลังบ้านของบริการนั้นๆ กับห้องแชตของ LINE ได้ทำให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ดี สะดวกสบายในการใช้งานบริการของนักพัฒนา ในขณะที่ฝั่งธุรกิจและนักพัฒนา ก็จะได้ข้อมูลที่ต้องการจากผู้ใช้งานอีกด้วย​

LIFF จะเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับนักพัฒนาในการยกระดับการทำแชตบอท ทำให้ผู้ใช้งานมีประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น ​​โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ใช้จะต้องมีขั้นตอนการใช้บริการที่ค่อนข้างซับซ้อนหรือหลายขั้นตอน ตัวอย่างเช่น ระบบร้านกาแฟ ที่ผู้ใช้ต้องมีการเลือกเครื่องดื่ม จัดการตะกร้าสินค้า รวมถึงระบบการจ่ายเงิน นักพัฒนาสามารถใช้ LIFF เชื่อมต่อกับระบบหลังบ้านของร้านกาแฟ และเชื่อมต่อกับ LINE Pay API เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือกซื้อเครื่องดื่มและจบกระบวนการซื้อทั้งหมดภายในห้องแชต LINE ได้อีกด้วย​

​LINE Things แพลตฟอร์ม IoT ที่จะเกิดขึ้นใน LINE​

ภายในงาน LINE ได้มีการเปิดตัว LINE Things แพลตฟอร์มที่จะเชื่อมต่อ “ผู้ใช้”, “อุปกรณ์” และ “บริการ” ต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันผ่านแอปฯ LINE เพื่อสร้างประสบการณ์ในชีวิตประจำวันของผู้ใช้ให้ดีขึ้นและง่ายที่สุด นักพัฒนาสามารถสร้างบริการของตนเองผ่าน LINE Things API เพื่อต่ออุปกรณ์ IoT ต่างๆ เข้ากับแอปฯ LINE ได้เลย เช่น สร้างบริการที่สามารถควบคุมอุปกรณ์ Smart Home ต่างๆ ภายในบ้าน หรือได้รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่บ้าน เป็นต้น ทั้งหมดสามารถทำผ่านแอปฯ LINE ได้ในที่เดียว

LINE Certified Coach for API

“LINE ​Certified Coach for API” โครงการใหม่จาก LINE เปิดรับสมัครบุคคลที่มีความรู้ ความเข้าใจและความสามารถในการให้คำแนะนำองค์กรธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SME) ในภาพรวมการตลาดดิจิทัลและภาคธุรกิจเกี่ยวกับการใช้แพลตฟอร์ม LINE และ LINE Official Account ได้เป็นอย่างดี ควบคู่ไปกับความรู้ ความเข้าใจในภาคเทคโนโลยี คือการประยุกต์ใช้ API ต่างๆ ของ LINE ให้เข้ากับธุรกิจต่างๆ ได้อย่างชาญฉลาด โดยสามารถแนะนำแต่ละธุรกิจให้สามารถใช้งานแพลตฟอร์ม LINE ด้วยการใช้ LINE API ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 พ.ค. 2562 ที่ https://bcrm-i.line.me/wl/1557539795/q/297

​นอกจากนี้ภายในงาน ยังมีการจัดบูธให้ข้อมูล ความรู้ และกิจกรรมต่างๆ ให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถสัมผัสประสบการณ์ของ LINE API และบริการต่างๆ ของ LINE ได้อย่างสนุกสนานและเป็นกันเอง อาทิ บูธ LINE Things ให้ผู้ร่วมงานทดลองเชื่อมต่อแอปฯ LINE กับอุปกรณ์ IoT และควบคุมสั่งงานกันเรียลไทม์, ร่วมสนุกกับกิจกรรมค้นหาร้านอาหารภายในแอปฯ กับบูธ LINE MAN และร่วมเล่นเกมส์เพื่อรับส่วนลดในการซื้อของจากบูธ LINE Shopping เป็นต้น​

​ภายใต้พันธกิจ “Closing the distance” LINE จะยังคงมุ่งมั่นสร้างบริการและนวัตกรรมที่เชื่อมต่อข้อมูล ผู้ใช้งาน และบริการเข้าด้วยกันต่อไป ด้วยการสร้างการรับรู้ ความเข้าใจในด้านเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ต่อนักพัฒนาซึ่งเป็นกลุ่มสำคัญในการขับเคลื่อน สรรค์สร้างบริการใหม่ๆ ให้หลากหลายและตอบโจทย์ผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์ม LINE ให้มากยิ่งขึ้นและดียิ่งขึ้นในอนาคต