ติดตามพวกเรา

IT News

หลุดข้อมูลสุดยอดหน้าจอสมาร์ทโฟนพรีเมี่ยมที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

การจะเป็นสุดยอด Super Flagship สมาร์ทโฟนได้นั้น ต้องใส่ใจทุกรายละเอียด คำนึงถึงการใช้งาน รวมถึงประสิทธิภาพของการประมวลผล ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าปัจจุบันนี้ผู้คนใช้งานบนหน้าจอสมาร์ทโฟนแทบจะทุกวัน เหนือกว่าสิ่งอื่นใดหน้าจอสมาร์ทโฟนนั้นเป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานทุกคนต้องดู ใช้งาน และสัมผัสอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในครั้งนี้ OnePlus ภาคภูมิใจอย่างยิ่งว่า OnePlus 7 Pro Super Flagship สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่สุดพรีเมี่ยม กับหน้าจอ OLED ได้รับคะแนนผลทดสอบรีวิวหน้าจอแสดงผลบนสมาร์ทโฟนออกมาอยู่ที่ A+ ซึ่งเป็นคะแนนที่สูงที่สุด ถือว่าเป็นการทำลายสถิติของการทดสอบหน้าจอแสดงผลบนสมาร์ทโฟนที่เคยมีมา ทำให้ OnePlus 7 Pro กลายเป็นสมาร์ทโฟนพรีเมี่ยมที่มีหน้าจอที่ดีที่สุด ขณะนี้จาก DisplayMate ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการทดสอบจอภาพแสดงผลชั้นนำของโลก เป็นที่รู้จักและเชื่อมั่นในองค์กรที่ดำเนินการทดสอบที่ครอบคลุมถึงการทำวิจัยเชิงลึก และการทดสอบวัดค่าแสดงผลสำหรับหน้าจอแสดงผลบนสมาร์ทโฟน

 

โดย ผู้บริหารของ DisplayMate มิสเตอร์เรย์มอนด์ โซเนรา ปริญญาเอกและนักฟิสิกส์ทฤษฎี คณะวิจัยเทคโนโลยีจอแสดงผลของมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ในห้องทดลองของ DisplayMate ได้ทำการทดสอบ ทั้งการวัด และวิเคราะห์การแสดงผลบนหน้าจอสมาร์ทโฟนของ OnePlus 7 Pro ซึ่งหลังจากผ่านกระบวนการการทดสอบที่เข้มงวด และครอบคลุมแล้ว ทำให้ผลการทดสอบของ OnePlus 7 Pro ที่ออกมา ไม่เพียงแต่ว่าจะเกินความคาดหมายแล้วเท่านั้น แต่ทว่าผลของการทดสอบยังสามารถยกระดับมาตรฐานให้กับหน้าจอแสดงผลของสมาร์ทโฟนในอุตสาหกรรมนี้ได้อีกด้วย

หน้าจอแสดงผลของ OnePlus 7 Pro ไม่เพียงแต่มอบประสบการณ์การรับชมที่ไร้ที่ติเพียงเท่านั้น แต่ยังช่วยปกป้องดวงตาของผู้ใช้งาน แม้หลังจากการใช้งานมาแล้วเป็นเวลานาน หน้าจอแสดงผลของ OnePlus 7 Pro ยังได้รับการรับรองว่าเป็นหน้าจอที่ ปลอดภัยสำหรับดวงตา จากสถาบันอย่าง VDE Testing and Certification Institute สำหรับความสามารถในการกรองแสงสีฟ้า ที่เป็นอันตรายต่อดวงตา โดยคุณสมบัติดังกล่าวนอกจากป้องกันแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อดวงตาแล้วนั้น ยังได้รับการอัพเกรดให้สามารถปรับอุณหภูมิ และความสว่าง เพื่อเพิ่มความสบายตาจากการจ้องมองหน้าจอบนสมาร์ทโฟนได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

 

 

เท่านั้นยังไม่พอต่อยอดด้วยความคมชัดระดับ HDR 10+ มาตรฐานสำหรับการรับชมความบันเทิงด้านภาพแห่งอนาคต ที่มีศักยภาพอันโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นความแม่นยำของสี ความสว่าง และความคมชัด หรือแม้กระทั่งการแสดงผลความละเอียดของพิกเซล ซึ่ง OnePlus 7 Pro ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างดีเยี่ยมในทุกๆรูปแบบการทดสอบ พร้อมมอบประสบการณ์เต็มขั้นของที่สุดแห่งสุนทรียภาพของการรับชมเนื้อหาความบันเทิงหลากหลายสำหรับ รายการทีวี ภาพยนตร์ และสารคดี  ที่ร่วมมือกับผู้ให้บริการสตรีมมิงที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 ของโลกอย่าง NETFLIX บน Super Flagship สมาร์ทโฟน OnePlus 7 Pro ที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับการรับชมเนื้อหาความบันเทิงได้อย่างไร้ขีดจำกัด และที่พิเศษไปกว่านั้นคือหน้าจอของ OnePlus 7 Pro มี 90 Hz refresh rate ซึ่งเป็นอัตราการแสดงผลภาพ สูงที่สุดในกลุ่มสมาร์ทโฟนพรีเมี่ยม ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมได้อย่างดีเยี่ยม นั่นหมายถึงว่าเวลาคุณเล่นเกมแล้วใช้ความสามารถพิเศษหรือ Skill ของตัวละครในเกม การสั่งการของคุณจะตอบสนองโดยทันที ซึ่งจะทำให้ภาพหรือกราฟฟิคลื่นไหลมากยิ่งขึ้น ไม่มีอาการสะดุดหรือกระตุก และรวมไปถึงการใช้งานแอพพลิเคชั่นต่างๆ บนสมาร์ทโฟน ที่จะลื่นไหลตอบสนองได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

 

และในครั้งนี้เอง OnePlus ยังทุ่มทุนมูลค่าเกือบ 500 ล้านบาท เพื่อทำการวิจัยและพัฒนาหน้าจอสมาร์ทโฟนที่ไม่เหมือนใครมาก่อน ซึ่งผู้ที่ทำงานในอุตสาหกรรมนี้จะรู้ดีอยู่แล้วว่าส่วนที่แพงที่สุดของสมาร์ทโฟนคือหน้าจอแสดงผล และทาง OnePlus เองก็ได้ทำการเปรียบเทียบราคาต้นทุนหน้าจอสมาร์ทโฟน Flagship ทั่วไป แล้วพบว่าหน้าจอสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของทาง Oneplus มีราคามากกว่า 2- 3 เท่าอีกด้วย ซึ่งเป็นที่ยืนยันจากข้อความของ Pete Lau ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร OnePlus ในข้อความที่ตอบคำถามแฟนๆ OnePlus ใน OnePlus Community

ด้วยการรับรองทั้งหมดนี้คุณสามารถเชื่อมั่นได้ว่าหน้าจอสมาร์ทโฟนของ OnePlus 7 Pro จะกลายเป็นตัวชี้วัดมาตรฐานใหม่สำหรับหน้าจอของสมาร์ทโฟนในตลาด ขณะนี้ ซึ่งแน่นอนว่า OnePlus จะกลายเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอีกครั้ง โดยผลักดันที่สุดของเทคโนโลยี พร้อมแบ่งปันให้กับโลก และจะไม่หยุดพัฒนาเพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ผู้ใช้งาน OnePlus ทุกคน

IT News

ลือ! Snapdragon 865 Plus จะเปิดตัวช่วงไตรมาส 3 ปี 2020 นี้

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ในปีที่ผ่านมา Qualcomm ได้เปิดตัวหน่วยประมวลผลเรือธงที่คำว่า Plus (+) เป็นครั้งแรกด้วย Snapdragon 855+ ซึ่งในปีนี้ก็มีข่าวลือว่าอาจจะทำอย่างต่อเนื่องด้วย Snapdragon 865+ ที่คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 2020

บัญชี Digital Chat Station ใน Weibo ได้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวออกมาว่า Snapdragon 865+ จะตัวในช่วงเวลาดังกล่าว และรุ่นต้นแบบ (Prototype) จะเริ่มใช้งานได้ในอีก 2 เดือน หรือประมาณเมษายนนี้

สำหรับ Qualcomm ปกติมักจะเปิดตัวหน่วยประมวลผลเรือธงชื่อเดียวกันปีละครั้ง โดยรุ่น 835 และ 845 นั้นไม่มีตัว Plus ขณะที่ในปี 2016 รุ่น 820 ก็มี 821 มาด้วย

ที่มา : GizmoChina

อ่านต่อ...

IT News

ใหม่ Xiaomi Mi Speaker เปิดตัวอย่างเป็นทางการ วันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Xiaomi Mi Speaker ลำโพงรุ่นใหม่เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ หลังจากเปิดตัว Redmi 8A Dual และ Redmi Power Bank ได้เพียงไม่กี่วัน

Xiaomi Mi Outdoor Speaker Mini

Xiaomi ได้โพสต์วิดีโอทีเซอร์สั้นๆ เกี่ยวกับลำโพงรุ่นใหม่ผ่านบัญชีทวิตเตอร์ของผู้บริหารในประเทศอินเดีย Manu Kumar Jain ซึ่งยืนยันค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นลำโพงไร้สายสำหรับการเชื่อมต่อ Bluetooth

Xiaomi มีลำโพงที่วางจำหน่ายมากมายปัจจุบันและอาจมีความเป็นไปได้เหมือนกันว่าลำโพงที่จะเปิดตัววางจำหน่ายในอินเดียครั้งนี้จะเป็นรุ่นที่วางจำหน่ายในจีนอยู่แล้วก็เป็นได้ ไม่ว่าจะเป็น Mi Outdoor Speaker Mini ซึ่งเป็นรุ่นเล็กของ Mi Outdoor Bluetooth Speaker ที่เคยเปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว

อ่านต่อ...

IT News

สรุปประมูลคลื่น 5G ในไทย AIS, dtac, Truemove H, CAT, TOT ใครได้ไป?

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

เรียกได้ว่าเป็นข่าวใหญ่ที่สุดของวันนี้เลยก็ว่าได้สำหรับการประมูลคลื่น 5G ในไทย โดยล่าสุดได้บทสรุปและประกาศผลอย่างเป็นทางการแล้ว AIS, dtac, Truemove H, CAT, TOT ได้คลื่นใดไปบ้าง ไปดูกันเลย

5G in Thailand FEB 2020

คลื่น 700 MHz ผู้ได้รับคลื่น ได้แก่

  • กสท. หรือ CAT จำนวน 2 ชุดคลื่นความถี่ ย่าน 738-748 MHz / 793-803 MHz วงเงิน 34,306 ล้านบาท
  • AIS จำนวน 1 ชุดคลื่นความถี่ ย่าน 733-738 MHz / 788 – 793 MHz วงเงิน 17,153 ล้านบาท

คลื่น 2600 MHz ผู้ที่ได้รับคลื่น ได้แก่

  • AIS จำนวน 10 ชุดคลื่นความถี่ ย่าน 2500-2600 MHz วงเงิน 19,561 ล้านบาท
  • Truemove H จำนวน 9 ชุดคลื่นความถี่ ย่าน2600 – 2690 MHz วงเงิน 17,872,888,888 บาท

คลื่น 26 GHz ผู้ที่ได้รับคลื่น ได้แก่

  • AIS จำนวน 12 ชุดคลื่นความถี่ ย่าน 25.2 – 26.4 GHz วงเงิน 5,345 ล้านบาท
  • Truemove H จำนวน 8 ชุดคลื่นความถี่ ย่าน 24.3 – 25.1 GHz วงเงิน 3,576,888,888 บาท
  • TOT จำนวน 4 ชุดคลื่นความถี่ ย่าน 26.4 – 26.8 GHz วงเงิน 1,795 ล้านบาท
  • dtac จำนวน 8 ชุดคลื่นความถี่ ย่าน 26.8 – 27.0 GHz วงเงิน 910,400,001บาท

สรุปรวม 48 ใบอนุญาต หลังจากนี้ กสทช.จะมีการประชุมร่วมกันเพื่อตรวจสอบและรับรองผลการประมูลวันที่ 19 ก.พ.2563 พร้อมชำระเงินงวดแรกทันที

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง