ติดตามพวกเรา

Featured

รีวิว iPhone XS Max สมาร์ทโฟนตัวท็อป พร้อมการอัพเกรดสิ่งใหม่ที่คุณอาจไม่รู้

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

iPhone XS Max Review

iPhone XS Max สมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาจาก Apple ด้วยขนาดหน้าจอ 6.5 นิ้ว เป็นแผง OLED ที่มีขอบหน้าจอบางลงกว่าเดิม ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการหน้าจอที่ใหญ่มากกว่า iPhone X และ iPhone XS โดยมีการปรับปรุงในเรื่องของกล้องถ่ายรูป ลำโพงที่ดังกว่า และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น

สรุปข้อมูลและสเปค iPhone XS Max

  • กรอบตัวเครื่องสแตลเลสสตีล กระจกหน้า-หลัง กันน้ำได้มาตรฐาน IP68 โดยมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Space Gray, Gold และ Silver
  • หน้าจอแสดงผลขนาด 6.5 นิ้ว OLED ขอบหน้าจอบางลง ความละเอียด 1242 x 2688 พิกเซล
  • ระบบปฏิบัติการ iOS 12
  • ชิปเซ็ต Apple A12 Bionic (7nm) และมี Apple NPU รุ่นที่ 2
  • ความจุตัวเครื่อง 64/256/512GB (ไม่รองช่องเพิ่มหน่วยความจำภายนอก)
  • กล้องหลังคู่ 12 ล้านพิกเซล (Wide Angle) รูรับแสง f/1.8 พร้อมระบบกันสั่น OIS และเลนส์ Telephoto รูรับแสง f/2.4 มีระบบกันสั่น OIS
  • รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K @60fps และ 1080p @240fps
  • กล้องหน้า 7 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 รองรับการบันทึกวิดีโอ 1080p@60fps
  • รองรับการเชื่อมต่อ Dual SIM, 4G LTE (1 Gbps), Wi-Fi a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0, Lightning port, GPS และ NFC (พร้อมตัวอ่าน)
  • แบตเตอรี่รองรับการชาร์จไร้สาย
  • ปลดล็อคด้วย Face ID
  • ลำโพงสเตอริโอ

 

ดีไซน์ตัวเครื่องและหน้าจอแสดงผล iPhone XS Max

iPhone XS Max Review

iPhone XS Max มีขนาดตัวเครื่องที่ใหญ่พอๆ กับ iPhone 8 Plus แต่การดีไซน์แบบใหม่ที่ทำให้ขอบหน้าจอบางลง จึงทำให้ได้พื้นที่แสดงผลที่ใหญ่มากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นที่มีหน้าจอใหญ่ที่สุดจาก Apple ในขณะนี้

 

iPhone XS Max Review

รูปลักษณ์ภายนอกไม่ต่างไปจาก iPhone XS มีเพียงขนาดตัวเครื่องที่ต่างกันเท่านั้น โดยกรอบตัวเครื่องเป็นสแตนเลสสตีลที่มีความมันเงาสูง และฝาหลังเป็นกระจกที่มีขอบโค้งมนแบบ 2.5D ซึ่งสิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนใน X-Series คือตัวเครื่องสีทองนั่นเอง จึงทำให้สีนี้เป็นสีที่สร้างโดดเด่นและสังเกตได้ง่ายขึ้นว่าเป็น iPhone รุ่นใหม่ของปี 2018

 

iPhone XS Max Review

สำหรับเกรดของกระจกที่ทาง Apple เลือกนำมาใช้งานกับ iPhone XS Max เป็นกระจกนิรภัยระบุว่ากระจกที่แข็งแรงที่สุดในสมาร์ทโฟน ซึ่งหลายคนน่าจะได้เห็นการทดสอบ Drop Test จากหลายสื่อบน YouTube กันไปแล้ว และมีการเคลือบ Oleophobic ให้ผิวสัมผัสที่ลื่น ลดการเกิดคราบรอยนิ้วมือได้มากกว่าสมาร์ทโฟนที่มีการเคลือบสารชนิดนี้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าวัสดุกระจกจะทิ้งคราบรอยนิ้วมือได้ง่ายอยู่แล้ว

 

iPhone XS Max Review

รุ่นนี้ยังเป็นรุ่นแรกจาก Apple ด้วยที่มีการอัพเกรดตัวเครื่องให้สามารถกันน้ำได้ตามมาตรฐาน IP68 แต่บนหน้าเว็บไซต์ก็ระบุชัดเจนว่าไม่แนะนำให้นำไปใช้งานใต้น้ำ เนื่องจากไม่ได้อยู่ภายใต้การรับประกันความเสียหาย ดังนั้นฟีเจอร์นี้ถูกใส่มาให้ก็เพื่อป้องกันในยามฉุกเฉินเหมือนกับสมาร์ทโฟนหลายๆ รุ่นในท้องตลาด

 

iPhone XS Max Review

หน้าจอแสดงผลของ iPhone XS Max มีขนาด 6.5 นิ้ว เป็นแผงหน้าจอ OLED ซึ่งหน้าจอนี้ถูกนำมาใช้งานกับ iPhone X เป็นรุ่นแรก แต่ในรุ่นใหญ่ใหม่ล่าสุดมีอัตราส่วนหน้าจอ 19.5:9 ซึ่งเป็นหน้าจอแบบยาว ความละเอียด 1242 x 2688 พิกเซล รองรับเทคโนโลยีการแสดงผล HDR10 และ Dolby Vision รวมถึงรองรับแรงกดด้วยเทคโนโลยี 3D Touch ก็ยังมีให้ใช้งานเช่นเดียวกัน

 

iPhone XS Max Review

เหนือหน้าจอมีเลนส์กล้องหน้า 7 ล้านพิกเซล ระบบสแกนใบหน้า Face ID และลำโพงสำหรับสนทนา ซึ่งใช้เป็นลำโพงตัวที่ 2 ในการขับเสียงแบบสเตอริโอร่วมกับลำโพงหลักที่อยู่ขอบด้านล่างตัวเครื่อง

 

iPhone XS Max Review

ขอบด้านล่างหน้าจอมีไมโครโฟน พอร์ตเชื่อมต่อ Lightning และลำโพง

 

iPhone XS Max Review

ขอบด้านซ้ายมีปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มปิดเสียง

 

iPhone XS Max Review

ขอบด้านขวามีปุ่ม Power และถาดใส่ซิมขนาด Nano SIM จำนวน 1 ช่อง โดยรุ่นโมเดลที่วางจำหน่ายในไทยจะเป็นรุ่น Dual SIM ที่มี eSIM อยู่ในเครื่อง สามารถไปเปิดใช้งานร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายในไทยได้ (รออัพเดทการเปิดใช้งานจาก Apple และค่ายต่างๆ)

 

iPhone XS Max Review

ด้านหลังตัวเครื่องมีเลนส์คู่กล้องแนวตั้งความละเอียด 12 ล้านพิกเซลเท่ากันทั้ง 2 เลนส์ แต่เป็นเลนส์คนละชนิด โดยเลนส์หลัก Wide Angle แม้จะมีความละเอียดเท่าเดิมเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า แต่มีการปรับปรุงใหม่ที่หลายคนอาจไม่ทราบ ภาพถ่ายที่ได้มีความคมชัดและสว่างมากขึ้น รวมไปถึงอีกเลนส์ Telephoto สำหรับซูมระยะไกล และไฟแฟลช Quad-LED

 

อินเตอร์เฟซและฟังก์ชั่นการใช้งาน iPhone XS Max

iPhone XS Max Review

สำหรับหน้าตาของอินเตอร์เฟซบน iPhone XS Max ไม่ต่างไปจาก iPhone รุ่นอื่นๆ โดยมาพร้อมระบบปฏิบัติการ iOS 12 ตั้งแต่แกะออกจากกล่อง แตกต่างไปจากสมาร์ทโฟน Android ที่จะมีความต่างออกไปหากมาจากคนละค่าย

 

iPhone XS Max Review iPhone XS Max Review

ฟีเจอร์ใหม่ๆ ใน iOS 12 ที่เพิ่มเข้ามา เช่น Grouped Notifications, Screen Time, โหมด DND ที่ดีกว่าเดิม, แสดงรายละเอียดการใช้งานแบตเตอรี่ และอื่นๆ ซึ่ง iPhone ในปีนี้เป็น Series ที่ปิดฉากสมาร์ทโฟนที่มีปุ่มโฮม Touch ID อย่างเป็นทางการ ทุกรุ่นใช้ระบบ Face ID ในการปลดล็อคหน้าจอ และใช้ท่าทางในการสั่งงานฟังก์ชั่นต่างๆ

 

iPhone XS Max Review

ด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่ iPhone XS Max จะสามารถแสดงผลได้มากกว่า iPhone รุ่นเก่า ไม่ต้องเลื่อนหน้าจอบ่อยๆ เมื่อเข้าอ่านข้อความหน้าเว็บไซต์หรือเข้าเมนูตั้งค่าก็จะเห็นเมนูได้มากกว่า โดยรอยบากบริเวณขอบหน้าจอยังคงเป็นสิ่งที่อาจสร้างความเกะกะสายตาเวลาใช้งานอยู่บ้าง แต่เมื่อใช้งานไปสักพักหรือเคยใช้ iPhone X มาก่อนก็อาจคจะชินได้ไม่ยาก เพราะในปัจจุบันสมาร์ทโฟนทางฝั่ง Android ต่างก็มีดีไซน์ในรูปแบบนี้เช่นเดียวกัน

 

iPhone XS Max Review

หน้าจอ OLED ของ iPhone XS Max รองรับการแสดงผล HDR10 และ Dolby Vision ที่ให้ภาพสีสันสดใสและคมชัดมากกว่าเดิม น่าจะถูกใจผู้ที่ชื่นชอบการดูหนังบน Netflix หรือ YouTube รวมถึงแอพวิดีโออื่นๆ ที่สนับสนุนสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่นี้ โดยลำโพงหน้าที่ให้สำหรับขับเสียงออกมาแบบสเตอริโอร่วมกับลำโพงหลัก จากการใช้งานพบว่าเสียงดังมากกว่าเดิม เวลาดูหนังหรือเล่นเกมก็ได้มิติของเสียงซ้ายขวามากขึ้น และสำหรับการใช้งานร่วมกับหูฟังที่แถมมาในกล่องจะเป็นหูฟังพอร์ต Lightning ไม่ต้องมีตัวแปลง 3.5mm to Lightning แล้ว

 

iPhone XS Max Review

สำหรับฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยด้วย Face ID จากการใช้งานพบว่าทำงานได้รวดเร็วขึ้นมากกว่าเดิมเมื่อเทียบกับ iPhone X ซึ่งน่าจะมาจากชิพ NPU รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับ Apple A12 และตอนนี้บน iOS 12 สามารถบันทึกใบหน้าได้ 2 ใบหน้าแล้ว

 

ประสิทธิภาพและการเล่นเกม iPhone XS Max

iPhone XS Max Review Benchmark

iPhone XS Max ใช้ชิพประมวลผลตัวใหม่ Apple A12 Bionic กระบวนการผลิตที่ 7nm ทำให้มีจำนวนทรานซิสเตอร์ต่อพื้นที่บรรจุ 1 ตารางเซ็นติเมตรสูงกว่า Apple A11 ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลให้ประสิทธิภาพในการประมวลผลนั้นดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีซีพียู Hexa-core และแรม 4GB ซึ่งผลการทดสอบ AnTuTu ซึ่งเป็นการทดสอบภาพรวมของการทำงานในส่วนของหน่วยความจำแรม และประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยประมวลผลกราฟิกหรือจีพียู ทำคะแนนรวมได้สูงถึง 328,258 คะแนน ระดับคะแนนถือว่าทำได้สูงมาก

 

iPhone XS Max Review Benchmark

ผลการทดสอบด้วย Geekbench 4 เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการทำงานและการประมวลผล การทดสอบนี้จะทำการประมวลออกมาเป็นตัวเลขแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ Single-Core และ Multi-Core หากได้คะแนนยิ่งสูงประสิทธิภาพการทำงานจะยิ่งดี โดยผลทดสอบของ iPhone XS Max ทำคะแนน Single-Core ได้ 4,788 และ Multi-Core ทำได้ 11,257 คะแนน ผลคะแนนดีขึ้นชัดเจนเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าทั้ง iPhone X และ iPhone 8

 

iPhone XS Max Review

ทดสอบเล่นเกม PUBG Mobile อีกหนึ่งเกมที่กำลังฮิตในขณะนี้ ซึ่งเป็นเกมที่ต้องการทั้งความลื่นไหล ต้องใช้การควบคุมทิศทาง และความแม่นยำในการระบุเป้ายิง สามารถเล่นได้อย่างไม่สะดุด ไม่เจออาการกระตุกทั้งการเล่นในโหมดกราฟิกในระดับสูง และภาพความละเอียดสูง

 

กล้องถ่ายรูป iPhone XS Max

iPhone XS Max Review

iPhone XS Max มีกล้องด้านหลังเลนส์คู่ 12 ล้านพิกเซล, f/1.8 เป็นเลนส์ 26mm (Wide Angle) ระบบโฟกัสแบบ PDAF และอีกเลนส์ 12 ล้านพิกเซล f/2.4 เป็นเลนส์ 52mm (Telephoto) ระบบโฟกัสแบบ PDAF และสามารรถซูมได้ 2 เท่าแบบ Optical zoom ซึ่งเลนส์ทั้ง 2 ตัวมีกันสั่นแบบ OIS ด้วย ส่วนแฟลช Quad-LED เป็นไฟแบบ Dual-tone

 

iPhone XS Max Wind Angle Camera

ภาพถ่ายปกติในโหมดออโต้ของ iPhone XS Max พบว่าเป็นเลนส์ที่มีมุมกว้างกว่าเมื่อเทียบกับ iPhone X ซึ่งเป็นเลนส์ 28mm ทำให้หลายคนอาจคิดว่าตัวกล้องไม่ได้มีการอัพเกรดใดๆ ไปจากเดิม แต่จริงๆ แล้วมุมภาพที่ถ่ายได้ในรุ่นใหม่มีความกว้างมากกว่าพอสมควร

 

iPhone XS Max Wind Angle Camera iPhone XS Max Wind Angle Camera

ตัวกล้องยังมีฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า Smart HDR หรือ HDR อัจฉริยะที่จะถ่ายภาพ 4 เฟรมแล้วรวมเป็นภาพเดียวอัตโนมัติ ทำให้รายละเอียดของภาพมีความคมชัดและช่วงแสงของภาพก็จะมีความสว่างมากขึ้นด้วย

 

iPhone XS Max Wind Angle Camera

ครั้งแรกที่กล้องของ iPhone XS Max สามารถถ่ายภาพในโหมด Portrait ได้โดยไม่ต้องใช้เลนส์ Telephoto เข้ามาช่วยเก็บระยะชัดลึกชัดตื้น ซึ่งเป็นความสามารถของ ISP ที่มี Depth Mapping และชิพ NPU ตัวใหม่ใน Apple A12 ที่ทำให้การถ่ายภาพในโหมด Portrait ใช้เพียงกล้องหลังเพียงเลนส์เดียว และทำงานร่วมกับ HDR ได้ด้วย

จากการทดสอบการใช้เลนส์เดียวในโหมด Portrait โดยการใช้นิ้วปิดเลนส์ Telephoto พบว่า iPhone XS Max สามารถถ่ายภาพในโหมด Portrait ได้ ในขณะที่ iPhone X รุ่นปีที่แล้ว เมื่อปิดเลนส์ Telephoto พบว่าการโฟกัสจะเบลอเล็กน้อย หรือถ้าโฟกัสได้แล้วเมื่อถ่ายภาพออกมาก็จะไม่เป็นภาพที่ถ่ายจากโหมด Portrait แม้ตอนถ่ายหน้าจอจะขึ้นข้อความสีเหลืองว่าเป็นการถ่ายในโหมดนี้ก็ตาม

 

iPhone XS Max Review

สำหรับภาพถ่ายจากโหมด Portrait สามารถปรับค่ารูรับแสงเพื่อละลายฉากหลังได้แล้วหลังจากถ่ายภาพตั้งแต่ f/1.4 ไปจนถึง f/16 และสำหรับ iOS 12.1 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นใหม่ที่อยู่ระหว่างการทดสอบนั้น สามารถปรับค่ารูรับแสงได้แบบเรียลไทม์ก่อนถ่ายภาพ

 

iPhone XS Max ReviewiPhone XS Max Review

กล้องหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 จากการใช้งานพบว่าถ่ายภาพได้ไวมากขึ้น ซึ่งก็มาจาก ISP ตัวใหม่ที่ใส่มาให้ในรุ่นนี้ รวมไปถึงภาพเซลฟี่มีความสว่าง และรู้สึกว่าผิวหน้ามีความเนียนมากกว่าเดิมด้วยเมื่อเทียบกับ iPhone X

 

iPhone XS Max Review

นอกจากนี้แล้ว HDR Smart ยังทำงานนร่วมกับกล้องหน้าด้วย ทำให้ภาพเซลฟี่มีความสวยงามและยังให้รายละเอียดของฉากหลังที่ครบถ้วน รวมไปถึงทำงานกับโหมด Portrait ได้เช่นกัน เพื่อให้ได้ภาพเซลฟี่ที่มีความโดดเด่นด้วยการเบลอฉากหลัง และการคอนทราสต์ที่ดีกว่าการถ่ายภาพโดยปิด HDR

ตัวอย่างภาพถ่าย

iPhone XS Max Review iPhone XS Max Review iPhone XS Max Review iPhone XS Max Review iPhone XS Max Review iPhone XS Max Review iPhone XS Max Review iPhone XS Max Review iPhone XS Max Review iPhone XS Max Review iPhone XS Max Review iPhone XS Max Review iPhone XS Max Review iPhone XS Max Review iPhone XS Max Review iPhone XS Max Review iPhone XS Max Review iPhone XS Max Review iPhone XS Max Review

 

สรุปจุดเด่น

  • หน้าจอ OLED มีความคมชัดและสีสันสวย ขอบจอบางลง และมีตัวเครื่องสีทอง ดีไซน์กรอบสแตนเลสสตีลมีความันเงาสวยงาม
  • รุ่นใหม่มีแรมมากกว่าเดิม และใช้ชิพตัวใหม่ A12 การใช้งานทั่วไปทำงานได้รวดเร็วขึ้น และเล่นเกมต่างๆ ได้อย่างลื่นไหล
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลังเลนส์คู่ที่ให้มุมกว้างมากกว่าเดิมเมื่อเทียบกับ iPhone X ทำงานได้รวดเร็วทั้งระบบโฟกัส ประมวลผลภาพ และเก็บรายละเอียดแสงได้ดีมากขึ้น
  • รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K@60fps และสามารถบันทึกเสียงแบบสเตอริโอที่ให้มิติของเสียงสมจริงมากขึ้น
  • กันน้ำมาตรฐาน IP68

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่มีตัวแปลงพอร์ต 3.5mm to Lightning แถมมาในกล่องแล้ว โดยจะแถมเป็นเห็นหูฟังพอร์ต Lightning อยู่ในกล่อง

iPhone XS และ iPhone XS Max เริ่มวางจำหน่ายในไทยแล้วตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา AIS ก็ได้มีการเปิดให้ผู้ค้าไปรับเครื่องที่สั่งจองไว้ได้แล้ว บรรยากาศภายในงานคึกคักมาก

สำหรับ iPhone XS และ iPhone XS Max ตัวเครื่องจะสามารถใช้งาน AIS NEXT G ที่หลายคนรอคอยได้ในเร็วๆ นี้ รอติดตามกันได้ ด้วยประสิทธิภาพของ iPhone รุ่นใหม่ และเครือข่ายที่เร็วที่สุดจาก AIS จะทำให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์อีกขั้นในความเร็วสูงสุดระดับ 1 Gbps

และสำหรับใครที่กำลังมองหาโปรโมชั่นเด็ดๆ ต้องห้ามพลาดกับ AIS ที่มอบความพิเศษทั้งลูกค้าใหม่และลูกเดิม รวมไปถึงราคาพิเศษทั้งเครื่องเปล่าและเครื่องพร้อมแพ็กเกจด้วย เมื่อซื้อ iPhone XS Max และ iPhone XS พร้อมแพ็กเกจ 4G Hot Deal Max Speed ลดสูงสุด 7,700 บาท

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
iPhone XS: www.ais.co.th/iPhoneXS
iPhone XR: www.ais.co.th/iPhoneXR

Android News

OPPO A9 2020 สเปคแรงสุด จัดเต็มทุกฟีเจอร์ The Best Super Spec Smartphone ของปี 2019

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone

OPPO A9 2020 สมาร์ทโฟนสเปคแรงสุดในปี 2019 ราคาไม่ถึง 9,000 บาท อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ใหม่เพียบจนได้ฉายา The Best of Super Spec Smartphone ซึ่งเป็นรุ่นที่น่าสนใจ คุ้มค่าคุ้มราคา

ดีไซน์ระดับพรีเมี่ยม

OPPO A9 2020 Marine GreenOPPO A9 2020 Marine Green

ด้านดีไซน์ต้องบอกว่า OPPO ได้สร้างเอกลักษณ์ให้มีความโดดเด่นในทุกรุ่นจริงๆ โดยรุ่น OPPO A9 2020 สี Marine Green และ Space Purple เราจะเห็นถึงการไล่เฉดจากสีเชียวอ่อนรอบนอกค่อยๆ เข้มขึ้นไปจบที่ตรงกลางเครื่อง และยังมี

 

OPPO A9 2020

อีกหนึ่งสีใหม่ OPPO A9 2020 Vanilla Mint ซึ่งเป็นสีที่กำลังมาในเทรนด์สีของปี 2020

 

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มีหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว New Waterdrop Screen ซึ่งเป็นการดีไซน์รอยบากทรงหยดน้ำให้มีขนาดเล็กลงกว่าเดิมถึง 31.4% และมีพื้นที่ในการใช้งานมากขึ้น เห็นหน้าจอได้เต็มตา ขณะที่ตัวเครื่องก็ไม่ใหญ่จนเกินไป ยังคงจับถือได้สะดวกเหมือนเดิม อีกทั้งยังมาพร้อมกับโหมดถนอมสายตาตัดแสงสีฟ้า (Blue Shield) ออกไปได้อย่างสมบูรณ์แบบมากขึ้นทำให้เราเสียสายตามากนักระหว่างการใช้งานช่วงกลางคืนหรือช่วงที่แสงน้อย รวมไปถึงหากใครที่ใช้งานกลางแจ้งก็ยังมีฟีเจอร์ Sunlight Screen ที่ทำให้เราเห็นหน้าจอแสดงผลได้ชัดเจนขึ้นอีกด้วย

 

สเปคแรงสุด ใช้งานลื่นไหล

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มาพร้อมกับฉายา “Super Spec” ก็ได้จัดหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 665 AIE ควบคู่กับกับ RAM 8GB, ROM 128GB ช่วยให้ใช้งานได้อย่างลื่นไหล

 

OPPO A9 2020

ต้องบอกกันก่อนว่า OPPO A9 2020 ยังจัดเทคโนโลยี Game Boost 2.0 ที่จะมี 2 ความสามารถหลักๆ ได้แก่ Frame Boost ที่จะช่วยให้เฟรมเรทไม่เหวี่ยงพร้อมเล่นได้ไหลลื่นตลอดทั้งเกม และ Touch Boost ที่ทำให้การสัมผัสทุกอย่างภายในเกมมีการตอบสนองเร็วขึ้น แถมยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟฟิก และสามารถคาดการณ์ความล่าช้า (Latency) ที่สามารถเกิดขึ้นและตอบสนองอย่างรวดเร็วเพื่อให้เกมไม่กระตุกหรือเฟรมเรทเหวี่ยง เป็นต้น

 

OPPO A9 2020

เล่นเกมยอดนิยมอย่าง ROV ปรับกราฟิกทุกอย่างเป็นระดับสูงสุดทั้งหมด เฟรมเรทสูงสุด และการแสดงผลระดับสูง ซึ่งภายในเกมตั้งแต่ช่วงต้นเกมไปถึงจบเกม เฟรมเรทแทบไม่มีเหวี่ยงให้เห็น จะอยู่ที่ 58-60fps ตลอด แถมในช่วงบวกกันแบบครบทีมที่ต่างคนต่างปล่อยสกิลก็ต้องยิ่งใช้กราฟิกมากแต่ความสมูทของเกมกลับไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย ทั้งนี้ระบบสัมผัสก็ทำให้ไหลลื่นมากๆ

สำหรับแฟนๆ ROV แนะนำให้เปิดกราฟิกทุกอย่างให้สูงที่สุดเพื่อให้ได้ประสบการณ์แบบเต็มที่ แถมสเปคระดับนี้ก็ยังไม่ต้องกังวลด้วยว่าจะเล่นแล้วหัวร้อนเพราะกระตุกหรือแบตเตอรี่จะหมด เพราะสมาร์ทโฟนราคาเบาแต่สเปคแรงเครื่องนี้ทำได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆ

 

เสียงกระหึ่ม แบตอึดทั้งวัน

OPPO A9 2020

นอกจากความเร็วแรงแล้ว OPPO A9 2020 ยังมีระบบเสียง Dolby Atmos และ Hi-res Audio โดยความพิเศษของ Dolby Atmos ในรุ่นนี้ไม่จำเป็นต้องเสียบหูฟังเหมือนสมาร์ทโฟนรุ่นกลางๆ รุ่นอื่น เพราะเสียงจะออกมาแบบกระหึ่มผ่านลำโพงด้านบนและด้านล่างทันที ทั้งยังมีการแบ่งแยกเสียงฝั่งซ้ายและฝั่งขวาได้อย่างชัดเจนอีกด้วย ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ประทับใจสมาร์ทโฟนราคาต่ำหมื่นรุ่นนี้

 

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่มีความจุมากถึง 5,000 mAh ทำให้เราใช้งานดูหนังหรือเล่นโซเชียลต่างๆ ได้แบบเต็มวัน หรือหากชอบเล่นเกมไม่ว่าจะ PUBG Mobile หรือ ROV ก็เล่นได้นานติดต่อกันได้ถึง 5-6 ชั่วโมง แบบ Non-Stop และตัวเครื่องก็ยังร้อนไม่มากอีกด้วยเมื่อเทียบกับระยะเวลาของการเล่น

 

OPPO A9 2020

ไม่เพียงแต่แบตเตอรี่อึดใช้งานได้ยาวนาน เพราะ OPPO A9 2020 มีฟีเจอร์ Reverse Charging สำหรับชาร์จแบตให้กับเครื่องอื่นได้ด้วย ผ่านสาย OTG

 

กล้องถ่ายสวยทุกสถานการณ์

OPPO A9 2020

ด้านการถ่ายรูป OPPO A9 2020 มีกล้องหลัง 4 ตัว ทำให้ถ่ายได้ครบทุกสถานการณ์ โดยกล้องหลักสามารถถ่ายภาพได้ความละเอียดสูงสุดถึง 48 ล้านพิกเซล

 

OPPO A9 2020 OPPO A9 2020

กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล ทำให้เราได้ภาพที่มีขนาดใหญ่ มีรายละเอียดสูง และคมชัดมากกว่าการถ่ายด้วยกล้องมือถือทั่วไป

 

OPPO A9 2020 OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 ยังมาพร้อมกับเลนส์ Ultra Wide-Angle ที่มีองศากว้างถึง 119 องศาอีกด้วย โดยจะเหมาะสำหรับการถ่ายภาพวิวหรือสถานที่ท่องเที่ยวที่มีตึกสูงๆ ช่วยให้ได้ภาพบรรยากาศรอบข้างได้แบบครบองค์ประกอบ หรือใครอยากได้ภาพเต็มตาแต่อยู่ใกล้วัตถุมาก เลนส์นี้จะช่วยเราได้มากเลยทีเดียว

 

OPPO A9 2020

OPPO A9 2020 มาพร้อมฟีเจอร์ Ultra Night mode 2.0 ที่สามารถเปิดหน้ากล้องได้นานมากขึ้น เก็บแสงได้ดีกว่าการถ่ายด้วยโหมดทั่วไป อีกทั้งยังช่วยลด Noise จึงทำให้การถ่ายภาพกลางคืนนั้นง่ายมากๆ และโหมดนี้ยังสามารถใช้ร่วมกับเลนส์ Ultra-Wide ได้ด้วย

 

OPPO A9 2020

สำหรับโหมดภาพถ่ายบุคคลแบบหน้าชัดหลังละลายจากกล้องของ OPPO A9 2020 จะเป็นการทำงานร่วมกันของกล้องหลักและกล้อง Portrait ทำให้การละลายฉากหลังทำได้เป็นธรรมชาติ

 

OPPO A9 2020

กล้องหน้าของ OPPO A9 2020 มาพร้อม AI Beautification ที่ปรับแต่งใบหน้าสวยให้อัตโนมัติโดยที่แทบไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม เพราะ AI จะคำนวณให้แล้วทั้งหมด ไม่ว่าจะเซลฟี่มุมไหนก็ออกมาสวยในทุกสภาพแสง

 

OPPO A9 2020 New Price 2020

ได้เห็นฟีเจอร์ที่อัดแน่นอยู่ใน OPPO A9 2020 กันแล้ว ต้องบอกว่าจัดเต็มทุกด้านจริงๆ สมกับเป็น The Best Super Spec Smartphone และล่าสุดได้มีการปรับราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 7,999 บาทเท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคมเป็นต้นไป เรียกได้คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!!

อ่านต่อ...

Android News

จับตา realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

realme-X50-5G

ปัจจุบันไม่มีใครไม่รู้จัก realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่ก่อตั้งได้เพียง 2 ปี แต่มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตต่อปีกว่า 500% และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในทุกรุ่นที่เข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทย

ความสำเร็จของ realme ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาสมาร์ทโฟนที่อัดแน่นด้วยสเปคที่เร็วแรงระดับพรีเมี่ยม แต่ราคาสุดคุ้มค่า ซึ่งก็ทำให้ในปัจจุบัน realme ได้ขยายตลาดครอบคลุมถึง 22 ประเทศ ใน 4 ทวีป และส่งผลให้ realme มีผู้ใช้งานมากกว่า 24 ล้านคนทั่วโลก และขึ้นมาเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่มียอดขายเป็นอันดับ 7 ของโลกได้อย่างรวดเร็ว

สิ่งหนึ่งที่ต้องชื่นชม realme คือความมุ่งของแบรนด์ที่จะสร้างความแตกต่างเพื่อให้ลูกค้าประทับใจ ถึงแม้ว่าราคาเป็นสิ่งที่ลูกค้าคำนึงถึงมากที่สุด แต่ realme ก็ไม่ยอมละลายที่จะมองประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไม realme เติบโตเร็วและมีแฟนๆ ทั่วโลกเป็นจำนวนมากภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี เท่านั้น

realme X2 Pro Master Edition Redbrick

ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีที่เหนือชั้นทำให้สมาร์ทโฟน realme คว้ารางวัลกว่า 50 รางวัล จากหลากหลายสาขา อาทิ สมาร์ทโฟนที่ทรงพลังที่สุด สมาร์ทโฟนเรือธงคุณภาพเยี่ยม และสมาร์ทโฟนที่เป็นที่สุดแห่งความคุ้มค่า โดยล่าสุดได้ร่วมกับดีไซน์เนอร์ระดับโลก Naoto Fukasawa สร้างสรรค์สมาร์ทโฟนที่สุดแห่งสไตล์ realme X2 Pro Master Edition สี Redbrick เป็นการผลักดักแบรนด์ให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่เน้นดีไซน์มากขึ้น

สำหรับประสิทธิภาพตัวเครื่องสมาร์ทโฟน realme จะมาพร้อมกับชิปแพลตฟอร์มในรูปแบบ SoC (System On a Chip) ซึ่งเป็นชิปเซ็ตที่รวมทุกระบบอยู่ภายในชิปเพียงตัวเดียว เพื่อเน้นย้าถึงประสิทธิภาพการทำงานและกานพัฒนาแพลตฟอร์มที่ก้าวหน้าเหนือคู่แข่ง

realme-X50-5G-in-China

การเติบโตแบบก้าวกระโดดไม่ได้ทำให้ realme หยุดพัฒนา เพราะล่าสุด realme ได้พัฒนาไปอีกขั้นจากการร่วมมือกับผู้ผลิตชิปเซ็ตและซัพพลายเออร์ชั้นนำระดับโลกในการอัปเกรดประสิทธิภาพการทำงานสำหรับสมาร์ทโฟน realme ทุกระดับราคา และเตรียมนำเสนอสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมชิปเซ็ตรุ่นล่าสุด ซึ่งรองรับการใช้งานสัญญาณ 5G เป็นครั้งแรก และมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอีกมากมายด้วย

การพัฒนาสมาร์ทโฟนให้รองรับ 5G ของ realme จะทำให้ลูกค้าได้รับประโยชน์และสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี 5G ได้ง่ายมากขึ้น เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า realme เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนเน้นความคุ้มค่า และ realme ก็มุ่งมั่นที่จะนำเสนอเทคโนโลยี 5G ในผลิตภัณฑ์ทุกช่วงระดับราคา ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ และมีดีไซน์ที่ยอดเยี่ยม

สมาร์ทโฟนที่เปิดตัวในประเทศจีนในปีนี้จะเป็นรุ่นที่รองรับการใช้งาน 5G ทั้งหมด เพื่อการก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G ซึ่งปัจจุบันในประเทศจีนพร้อมใช้งาน 5G แล้ว ในขณะเดียวกัน realme ก็เดินหน้าลุยตลาดผลิตภัณฑ์ 4G สำหรับทั่วโลก โดยชูจุดเด่นความได้เปรียบคู่แข่งในเรื่องของสเปคแรงราคาไม่แพง และเตรียมพร้อมสำหรับ 5G อีกด้วย อีกทั้งถ้ามองในเรื่องของระยะเวลาจะเห็นว่า realme มีความรวดเร็วในการพัฒนาและใช้ระยะเวลาการผลิตน้อย ทำให้ realme เป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่มีความกดดันน้อยที่สุด

ตามรายงานล่าสุด realme X50 จะประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศจีนวันที่ 7 มกราคมนี้ ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ realme ที่รองรับการใช้งาน 5G โดยสเปคที่หหลุดออกมาตามรายงานก่อนหน้านี้บอกว่าจะมาพร้อมกับหน้าจอแสดงขนาด 6.67 นิ้ว Refresh Rate 120Hz ใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 765G Octa-Core

ยังไม่หมดแค่นั้น realme ยังได้จับมือกับพันธมิตรอุตสาหกรรมเพื่อสร้างอีโคซิสเต็มเทคโนโลยีบนรากฐาน 5G เพราะในยุคของ 5G ไม่มีบทสำคัญเฉพาะบนสมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงผู้ให้บริการเครือข่าย นักพัฒนาแอปพลิเคชั่น บริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และพันธมิตรอุตสาหกรรมอื่นๆ

การเตรียมความพร้อมสำหรับ 5G เป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่า realme พร้อมแล้วที่จะเสนอเทคโนโลยีใหม่สุดล้ำบนสมาร์ทโฟนที่มีประสิทธิภาพและมุ่งมั่นก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G รอติดตามงานเปิดตัว realme X50 5G ไปพร้อมๆ กันได้ในวันที่ 7 มกราคมนี้

อ่านต่อ...

Android App

รีวิว Goodnight App แชทสนุกด้วยเสียง พบปะเพื่อนใหม่ หาคนพิเศษเพื่อบอกฝันดี!

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Goodnight App Review

วันนี้มีแอปพลิเคชั่นแชทสนุกๆ ด้วยเสียงที่มีชื่อว่า Goodnight ซึ่งเป็นแอปที่จะทำให้ใครที่กำลังเหงาๆ ได้หาคนพิเศษเพื่อบอกฝันดีผ่านการแชทโทรด้วยเสียง เพราะการหาเพื่อนคุยไม่ได้ดูแค่รูปร่างหน้าตาอีกต่อไป

Goodnight เป็นแอปพลิเคชั่นหาเพื่อน หาคู่ ที่แตกต่างจากแอปหาคู่ทั่วไปที่ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่รูปร่างหน้าตาและเร่งรัดในการจับคู่ให้ได้เร็วที่สุด แต่เจ้าแอปตัวนี้จะเริ่มจากการโทรด้วยเสียง แล้วสามารถเลือกได้ว่าต้องการแชทต่อหรือเป็นเพื่อนต่อไปหรือไม่โดยการกดหัวใจ ซึ่งดูแล้วน่าสนใจมากๆ ก็เลยจะมารีวิวการใช้งานให้ทุกคนได้ดูกัน

 

Goodnight App Review

ก่อนอื่นเลยต้องไปดาวน์โหลดแอป Goodnight มาติดตั้งบนสมาร์ทโฟนของเราก่อน iOS และ Android หลังจากติดตั้งแอปพลิเคชั่นเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถสมัครใช้งานได้ง่ายๆ ด้วยบัญชี Google หรือสมัครด้วยอีเมล

 

Goodnight App Review

จากนั้นก็ใส่ชื่อเล่น เลือกเพศ และวันเกิดให้เรียบร้อย เพียงเท่านี้ก็เป็นการสมัครใช้งานเรียบร้อยแล้ว

 

Goodnight App Review

เมื่อเข้ามาในแอป Goodnight เราจะเห็นรายชื่อผู้ใช้งานที่กำลังออนไลน์อยู่ สังเกตได้จากจุดสีเขียวที่รูปโปรไฟล์ และมีปุ่มสำหรับโทรหาได้ทันที

 

Goodnight App Review

ก่อนที่เราจะไปโทรหาใครสักคน มาตั้งค่าโปรไฟล์ของเราก่อนดีกว่าเพื่อให้ระบบสามารถแนะนำเพื่อนใหม่และเลือกจับคู่ได้ตรงใจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนรูปไปรไฟล์ ตำแหน่งที่ตั้ง ระยะทาง เพศ อายุ และภาษาที่ต้องการคุย

 

Goodnight App ReviewGoodnight App Review

จากนั้นก็กลับมาที่แท็บออนไลน์เพื่อเริ่มหาเพื่อนใหม่ ถ้าอยากคุยกับคนไหนก็กดปุ่มโทรได้เลย หรือถ้าไม่รู้จะโทรหาใครก็สามารถใช้ปุ่มสุ่มโทรก็ได้เช่นกัน โดยระบบจะทำการจับคู่ที่เหมาะสมให้อัตโนมัติตามการตั้งค่าของเรา ซึ่งในครั้งแรกเราจะได้เวลาสำหรับคุยกัน 7 นาที ถ้าเกิดถูกใจและอยากคุยต่อ สามารถกดหัวใจเพื่อสานต่อความสัมพันธ์กันได้เลย

 

Goodnight App Review

ถ้าได้คนถูกใจแล้ว ก็สามารถเริ่มแชทคุยกันต่อได้เลยที่ช่องแชท ซึ่งในส่วนนี้ก็แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ในส่วนของ “เพื่อน” จะรวมประวัติแชทกับคนที่เรากดหัวใจเป็นเพื่อนเพื่อคุยต่อ และ “ผู้ใช้อื่น” จะเป็นประวัติแชทที่เราไม่ได้กดคุยเป็นเพื่อนแล้ว

 

Goodnight App Review

อีกหนึ่งความพิเศษของ Goodnight คือการเลือกภาษาและประเทศที่ต้องการหาเพื่อนคุย ซึ่งตรงนี้จะช่วยให้เราได้พบเจอเพื่อนใหม่ๆ ที่ไม่ใช่คนไทยได้ด้วย และได้โอกาสที่เราจะฝึกใช้ภาษาต่างประเทศกันได้แบบไม่ต้องเขินอาย

 

Goodnight App Review

เห็นความสนุกของแอป Goodnight กันไปแล้ว ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งแอปที่ช่วยให้เราได้พบเจอเพื่อนใหม่จากการโทรด้วยเสียงแทนที่จะมองแค่รูปโปรไฟล์เพียงอย่างเดียว และถ้าใครกำลังเหงาๆ อยากพบปะเพื่อนใหม่ ก็เข้ามากันได้เลยในแอป Goodnight ดาวน์โหลดฟรีคลิกเลย iOS และ Android

นอกจากนี้แล้วถ้าใช้งานแล้วถูกใจ Goodnight ก็สามารถสมัครสมาชิกแบบ VIP เพื่อแชทหากันได้ไม่อั้น รวมไปถึงปลดล็อคฟีเจอร์คนที่อยู่ใกล้เคียงเราได้ด้วย ทำให้หาเพื่อนใหม่ได้รวดเร็วมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งแอปตัวนี้ในเกาหลีใต้และไต้หวันฮิตกันมากๆ รู้แบบนี้ก็รีบไปโหลดแอปพลิเคชั่น Goodnight มาเล่นกันได้เลย

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone
Android News1 สัปดาห์ ที่แล้ว

OPPO A9 2020 สเปคแรงสุด จัดเต็มทุกฟีเจอร์ The Best Super Spec Smartphone ของปี 2019

OPPO A9 2020 สมาร์ทโ...

realme-X50-5G realme-X50-5G
Android News3 สัปดาห์ ที่แล้ว

จับตา realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G

ปัจจุบันไม่มีใครไม่ร...

Goodnight App Review Goodnight App Review
Android App4 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Goodnight App แชทสนุกด้วยเสียง พบปะเพื่อนใหม่ หาคนพิเศษเพื่อบอกฝันดี!

วันนี้มีแอปพลิเคชั่น...

รีวิว Vivo V17 รีวิว Vivo V17
Featured1 เดือน ที่แล้ว

รีวิว Vivo V17 สมาร์ตโฟน “ฉีกทุกกฏในทุกช็อต” หน้าจอ Ultra O Screen, แบตอึด 4500mAh ชาร์จเร็ว 18W และกล้อง AI 4 เลนส์

Vivo V17 สมาร์ตโฟนที...

AIS Ultimate Surprizes 5 Point AIS Ultimate Surprizes 5 Point
Featured1 เดือน ที่แล้ว

เซอร์ไพรส์ส่งท้ายปี “5 พอยท์ลุ้น GADGETS สุดคูล” ยิ่งกดมากยิ่งมีสิทธิ์มาก

เซอร์ไพรส์ส่งท้ายปีเ...

Advertisement

ข่าวใหม่วันนี้

Android News10 นาที ที่แล้ว

Samsung Quick Share อาจเป็นฟีเจอร์ใหม่ใน Galaxy S20 Series ส่งไฟล์ได้เร็วเหมือน AirDrop

นอกจากในเรื่องของฮาร...

ข่าวประชาสัมพันธ์5 ชั่วโมง ที่แล้ว

ตอกย้ำความสำเร็จ realme แบรนด์สมาร์ทโฟนน้องใหม่กับการเติบโตอย่างรวดเร็ว การันตีด้วยรางวัลชั้นนำจากหลายประเทศในปี 2562

ในปี 2562 realme (เร...

Android News6 ชั่วโมง ที่แล้ว

หลุดสเปค Samsung Galaxy A11 ผ่าน FCC มีกล้อง 3 เลนส์, แบต 4000mAh และอาจใช้ Snapdragon 625 หรือ 626

หลังจากที่ Samsung เ...

Wearable6 ชั่วโมง ที่แล้ว

รีวิว HONOR FlyPods Lite หูฟัง True Wireless น้ำหนักเบา ดีไซน์สวย ฟังเพลงได้ชิวๆ และการควบคุมที่แสนง่าย

HONOR FlyPods Lite ห...

ข่าวประชาสัมพันธ์8 ชั่วโมง ที่แล้ว

ซัมซุงปฏิวัติวงการ! เปิดตัวนวัตกรรมเครื่องปรับอากาศอัจฉริยะเพื่อสุขภาพหนึ่งเดียวในโลก

ซัมซุงปฏิวัติวงการ! ...

กำลังมาแรง