ติดตามพวกเรา

Smart Review

รีวิว Magic Keyboard สำหรับ iPad Pro ใช้งานเป็นยังไง หนักมั้ย?

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

รีวิว Magic Keyboard สำหรับ iPad Pro ที่มาพร้อมความอเนกประสงค์และความสามารถอีกขั้นในการใช้งานแทร็คแพดใหม่ใน iPadOS 13.4 ได้อีกด้วย ไปดูกันว่าเจ้าคีย์บอร์ดตัวนี้ ใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร และมีอะไรน่าสนใจบ้าง

Magic Keyboard ใหม่สำหรับ iPad Pro วางจำหน่ายในราคา 9,990 บาท สำหรับ iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว และ 11,690 บาท สำหรับ iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว สามารถสั่งซื้อได้แล้ววันนี้ทาง apple.com/th

Smart Review

รีวิว realme X3 SuperZoom สมาร์ทโฟนพลังซูม พลังแรง ขุมพลังเรือธง S855+, 120Hz Ultra Smooth Display และกล้อง 4 เลนส์ ซูม 60 เท่า

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

รีวิว realme X3 SuperZoom สมาร์ทโฟนขุมพลังเรือธง Qualcomm Snapdragon 855+ ประจำปลายปี 2019 แต่ยังคงความแรงขั้นสุดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมชูโรงด้วยกล้องหลัง SuperZoom สูงสุด 60 เท่า และกล้องหน้าคู่มีเลนส์ Ultra-Wide

 

สรุปสเปค realme X3 SuperZoom

  • ขนาดตัวเครื่อง : 163.8 × 75.8 × 8.9 มม.
  • น้ำหนัก : 202 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล IPS LCD ขนาด 6.57 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) พร้อม 120Hz Ultra Smooth Display, พื้นที่หน้าจอแสดงผล 90.5% และครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 855+ Octa Core ความเร็ว 2.96 GHz
  • GPU : Adreno 640
  • RAM : 12GB
  • ROM : 256GB (UFS 3.0)
  • กล้องถ่ายรูปหลัง 4 เลนส์ แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL GW1
    • เลนส์ Ultra Wide Angle มุมกว้าง 119 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.3
    • เลนส์ Periscope ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/3.4, รองรับ OIS, Optical Zoom ได้ 5 เท่า และ Digital Zoomสูงสุด 60 เท่า
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ระยะโฟกัส 4 เซนติเมตร
  • กล้องหน้า 2 เลนส์ Dual In-display Selfie แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.5 เซ็นเซอร์ Sony IMX616
    • เลนส์ Ultra Wide Angle มุมกว้าง 105 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI 1.0
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0, NFC และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 4200mAh รองรับ 30W Dart Charge

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ตัวกล่องของ realme X3 SuperZoom มาพร้อมกับสีเหลืองตามสีประจำแบรนด์ realme เช่นเดิมครับ โดยมีชื่อรุ่น X3 SuperZoom ที่หน้ากล่องชัดเจน พร้อมสเปคที่สำคัญบางส่วนในด้านหลัง

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ตัวเครื่อง realme X3 SuperZoom พร้อมติดฟิล์มกันรอย
  • อะแดปเตอร์ 30W Super Dart Charge
  • สาย USB Type-C
  • เคสใส
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

ดีไซน์ของ realme X3 SuperZoom ในสีขาว Arctic White ที่เราได้มารีวิวมีการเล่นเฉดสีอย่างงาม ได้รับแรงบันดาลใจจากหิมะและน้ำแข็งที่ปกคลุมทั่วพื้นดิน เล่นแสงและเงาที่มุมเครื่องด้านหลังสวยงามครับ โดยเฉดสีนั้นมีความเป็นสีรุ้งเล็กน้อยเมื่อสะท้อนกับแสงอาทิตย์ ส่วนอีกสีที่มีให้เลือกจะเป็น Glacier Blue ครับ

 

นอกจากสีสันจะสวยงามตามสไตล์ของ realme แล้ว เรื่องการจับถือก็สะดวกแล้วสบายกับมือมากๆ มีความโค้งมนตามอุ้งมือ ไม่เจ็บเวลาถือนานๆ ครับ ที่สำคัญเวลาใช้งานตัวเครื่องด้านหลังก็ไม่มีรอยนิ้วมือติดง่ายๆ ด้วย ทั้งนี้ ตัวเครื่องของ realme X3 SuperZoom ยังออกแบบมาให้ป้องกันละอองน้ำได้อีกด้วย ไม่ต้องกังวลหากโดนน้ำครับ

 

realme X3 SuperZoom ยังมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลสวยขั้นสุด มีความคมชัดด้วยพาเนล IPS LCD ขนาดใหญ่ถึง 6.57 นิ้ว คมชัดระดับ FullHD+ (2400 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9 และปรับความสว่างได้สูงสุด 480nits

 

สิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยในเรื่องหน้าจอคือ Ultra Smooth Display รองรับ Refresh Rate 120Hz ที่เป็นความไหลลื่นขั้นสุดในการใช้งาน และภาพต่างๆ ก็ไม่เบลอระหว่างการเลื่อนไปมาด้วย

 

รอบเครื่องของ realme X3 SuperZoom เริ่มที่เหนือหน้าจอแสดงผลครับ จะมีกล้องหน้า Dual In-Display Selfie ที่ฝังในหน้าจอมุมซ้าย พร้อมกับลำโพงสำหรับสนทนาอยู่ตรงกลาง

 

ด้านซ้ายจะมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง ขณะที่ด้านขวามีปุ่ม Power ที่ใช้งานสแกนลายนิ้วมือได้ด้วย

 

ทางด้านล่างของตัวเครื่องมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่อง ถัดไปเป็นไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวหลัก

 

ด้านบนตัวเครื่องมีเพียงไมโครโฟนตัวที่ 2

 

และสุดท้ายที่ด้านหลังเครื่องจะมีกล้องหลัง 4 เลนส์ จัดเรียงเป็นแนวตั้งที่มุมซ้ายบน โดยถัดไปทางขวาเล็กน้อยจะมีไฟแฟลช LED อยู่

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฏิบัติการ

realme X3 SuperZoom มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการรุ่นล่าสุดจาก Google อย่าง Android 10 พร้อมครอบทับด้วย UI ของตัวเอง realme UI 1.0 ซึ่งจะมีฟีเจอร์ที่เป็นของตัวเองอย่าง realme Share ที่แชร์ไฟล์ต่างๆ ระหว่างสมาร์ทโฟน realme ด้วยกันให้เร็วกว่าปกติ และการปรับเปลี่ยนไอคอน UI ครับ จะเป็นอย่างเรามาดูกันทีละฟีเจอร์เลย

 

หน้าตา UI : realme UI

 

วอลเปเปอร์มีให้เลือกเพียบ

ใน realme X3 SuperZoom ก็มีวอลเปเปอร์ให้เลือกเพียบครับ ทั้งแบบนิ่งและเคลื่อนไหว (Live Wallpaper) ซึ่งแค่ภาพนิ่งก็มีเกือบ 40 แบบแล้วครับ ส่วนแบบภาพเคลื่อนไหวก็มีทั้งหมด 13 แบบ ใครชอบเฉดไหนก็เลือกได้ถูกใจแน่นอน

 

โหมดถนอมสายตาตัดแสงสีฟ้าได้มีประสิทธิภาพ

ในโหมดนี้แน่นอนว่าเป็นการตัดแสงสีฟ้าให้น้อยลงระหว่างการใช้งานในที่แสงน้อยครับ โดยเราสามารถปรับโทนเพื่อเพิ่มแสงสีเหลืองให้เยอะขึ้นได้ และเรายังตั้งค่ากำหนดเวลาให้โหมดนี้เปิดเองได้อัตโนมัติด้วย

 

โหมดกลางคืนก็มี ใช้งานได้สบายตา

ไม่ใช่แค่โหมดตัดแสงสีฟ้าครับ แต่ก็มีโหมดกลางคืนมาให้ใช้งานด้วย โดยเป็นการปรับโทนสีพื้นหลังให้เป็นสีดำทั้งหมด ซึ่งทุกแอปพลิเคชั่นที่รองรับจะเปลี่ยนเป็นโหมดนี้เช่นกัน

 

realme Share แชร์ไฟล์ได้ไวในพริบตา

สำหรับ realme Share นั้นเป็นการส่งไฟล์ระหว่างสมาร์ทโฟน realme ด้วยกันครับ แต่มีความพิเศษตรงที่ความเร็วในการส่งนั่นเอง จากที่ทดสอบไฟล์วิดีโอขนาดประมาณ 300MB ส่งได้ในเวลาเพียงประมาณ 5 วินาทีเท่านั้นเอง

 

ระบบความปลอดภัยขั้นสูง

realme X3 SuperZoom ก็มีระบบความปลอดภัยทั้งการสแกนลายนิ้วมือและสแกนใบหน้า โดยการสแกนลายนิ้วมือทำได้ที่ปุ่ม Power ข้างตัวเครื่อง ซึ่งก็ถือว่ามีความสะดวกเลยทีเดียวเมื่อหยิบหรือถือ แล้วนิ้วของเราก็ไปตรงกับปุ่มสแกนพอดี

 

นอกจากนี้ ก็ยังมีการสแกนใบหน้าที่ทำได้รวดเร็วและเสถียรครับ

 

ใช้งาน 2 บัญชีด้วยโคลนแอป

ผู้ใช้งานคนไหนที่อยากแยก Line ส่วนตัวกับ Line ที่ใช้ทำงานโดยเฉพาะก็สามารถทำได้ผ่านฟีเจอร์โคลนแอปครับ โดยเป็นการเพิ่มแอปแชทขึ้นมาอีก 1 แอป แยกการทำงานกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งจริงๆ ก็ยังใช้งานร่วมกับ Messenger, Facebook หรือ IG ได้ด้วย

 

ตกแต่งไอคอนในสไตล์ของตัวเอง

ใน realme UI เราสามารถตั้งลักษณะของไอคอนได้ด้วยตัวเอง ทั้งการปรับรูปร่างหรือขนาดได้ตามใจชอบเลย

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

สำหรับ realme X3 SuperZoom ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 855+ Octa-core ที่ยังคงมีความแรงอยู่แน่นอนด้วยความเร็ว Clock ที่ 2.96GHz พร้อมขนาดเล็กเพียง 7 นาโนเมตร ทำให้ประหยัดพลังงาน และใช้งานได้ไหลลื่นทุกการสัมผัสครับ ที่สำคัญยังให้ RAM มาถึง 12GB พร้อม ROM 256GB ชนิด UFS 3.0 เพิ่มประสิทธิภาพของอัลกอริทึมด้วย Turbo Write ทำให้จะโหลดหรือเข้าแอป ก็รวดเร็วอย่างมาก

 

สำหรับผลการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark ทำคะแนนได้ไปได้ที่ 465,233

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 769 และคะแนน Multi-Core ที่ 2,399

ฟีเจอร์การเล่นเกม
realme X3 SuperZoom มาพร้อมกับฟีเจอร์ Game Space เป็นการรวบรวมเกมทั้งหมดที่โหลดไว้ในที่เดียวกัน โดยสามารถปรับเป็นโหมดแข่งขันเพื่อเพิ่มความแรงระหว่างเล่นเกมได้ นอกจากนี้ รุ่นนี้ก็มาพร้อมกับเทคโนโลยี HyperBoost 2.0 ช่วยทั้งเรื่อง FrameBoost ปรับเฟรมเรทให้คงที่ตลอดเกม และ TouchBoost เสริมประสิทธิภาพการสัมผัสให้ไหลลื่นไปตามนิ้วมากยิ่งขึ้นและดีเลย์น้อยลง

 

ทดสอบการเล่นเกม

เราทดสอบ 4 เกม ด้วยกันในครั้งนี้ ได้แก่ ROV, Call of duty: Mobile, PUBG Mobile และ Asphalt 9 : Legends

ROV

เกมฮิตอย่าง ROV เราปรับเฟรมเรทเป็นระดับสูง พร้อมภาพกราฟิกระดับ สูงสุดทั้งหมดครับ โดยเล่นในโหมด 5 VS 5 ก็ทำออกมาได้ดี เฟรมเรทวิ่งคงที่ 60-61fps ตลอดทั้งเกม

 

Call of duty: Mobile

ส่วน Call of duty: Mobile ลองเปิดกราฟิก Very High พร้อมเฟรมเรท Max เล่นในโหมด Frontline ต้องบอกว่าการสัมผัสหน้าจอในช่วงที่เดินหรือวิ่ง ภาพที่ได้ออกมาดูไหลลื่นไปหมดครับ และไม่มีอาการกระตุกด้วย

 

PUBG Mobile

ส่วนเกมแนวเดียวกันอย่าง PUBG Mobile เราเปิดภาพ HDR HD และเฟรมเรทสูงสุด ก็เล่นได้ลื่นๆ ไม่ต่างจาก Call of duty: Mobile ครับ

 

Asphalt 9 :Legends

และสุดท้ายกับ Asphalt 9 :Legends ก็เล่นได้ไม่มีปัญหาใดๆ แถมการแสดงผลยังรองรับ Refresh Rate สูงอีกด้วย ทำให้ระหว่างการเล่น ภาพการชนและใช้ Nitro ดูสบายตามากๆ

 

แบตอึดพร้อมชาร์จไวด้วย 30W Super Dart Charge

realme X3 SuperZoom ก็มีแบตเตอรี่ความจุ 4200mAh ซึ่งจากที่ทดสอบการใช้งานด้วยการเปิดหน้าจอ 120Hz แล้วเล่นเกมสลับกับใช้งานทั่วไป แบตเตอรี่ถือว่าอยู่ได้อึดๆ เกือบตลอดวันครับ แต่ก็ต้องมีการชาร์จระหว่างวันด้วย อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้ก็ไม่ปล่อยให้เรารอนานเพราะมีเทคโนโลยี 30W Dart Charge เราชาร์จจากแบตเตอรี่เหลือ 20% จนเต็ม 100% ใช้เวลา 1 ชั่วโมงพอดีครับ ที่สำคัญยังมีการป้องกันความปลอดภัยถึง 5 ชั้น และรับรองความปลอดภัยในการชาร์จตั้งแต่หัวชาร์จ สายชาร์จ และตัวสมาร์ทโฟนด้วย

 

กล้องถ่ายรูป

realme X3 SuperZoom จัดหนักและจัดเต็มในเรื่องกล้องอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นกล้องหลังหรือกล้องหน้า ก็ครบทุกฟีเจอร์ โดยเฉพาะเรื่องพลังซูมที่จัดให้แบบเต็มๆ 60 เท่า

กล้องถ่ายรูปหลัง 4 เลนส์ แบ่งเป็น

  • เลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL GW1
  • เลนส์ Ultra Wide Angle มุมกว้าง 119 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.3
  • เลนส์ Periscope ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/3.4, รองรับ OIS, Optical Zoom ได้ 5 เท่า และ Digital Zoomสูงสุด 60 เท่า
  • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ระยะโฟกัส 4 เซนติเมตร

กล้องหน้า 2 เลนส์ Dual In-display Selfie แบ่งเป็น

  • เลนส์หลักความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.5 เซ็นเซอร์ Sony IMX616
  • เลนส์ Ultra Wide Angle มุมกว้าง 105 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2

คมชัดสูงสุด 64 ล้านพิกเซล

เลนส์หลักของรุ่นนี้มีความละเอียดสูงสุดถึง 64 ล้านพิกเซล ซึ่งแน่นอนว่าใครที่ต้องการภาพขนาดใหญ่ แล้วเมื่อถ่ายออกมาแล้วสามารถซูมดูรายละเอียดต่างๆ ได้ชัดเจน ก็ต้องใช้โหมดนี้เลยครับ


โหมดความละเอียดสูง 64 ล้านพิกเซล / ครอป


โหมดความละเอียดสูง 64 ล้านพิกเซล / ครอป

 

AI อัจฉริยะ พร้อมเทคโนโลยี Quad Bayer

ความสามารถของเลนส์หลักไม่ใช่แค่ถ่ายความละเอียดสูง 64 ล้านพิกเซลเท่านั้นครับ แต่ก็มี Quad Bayer ที่เป็นการรวม 4 พิกเซล ให้เป็น 1 พิกเซล ทำให้ภาพมีความละเอียดมากขึ้น แสงและเงาดูชัดเจนกว่าเดิม แม้ในที่แสงน้อยครับ นอกจากนี้ เรื่องของการระบุหมวดหมู่ของวัตถุต่างๆ ก็ยังมีให้เหมือนเดิม สามารถปรับได้ตามสิ่งที่เราโฟกัสเลย

 

ถ่าย Portrait สวยงาม บิวตี้อย่างธรรมชาติ

realme X3 SuperZoom ก็สามารถถ่าย portrait ได้สวยงามตามสไตล์ของ realme ครับ มีการเบลอฉากหลังได้เป็นธรรมชาติ สวยงาม ตัดขอบรอบตัวบุคคลได้ดี ซึ่งโหมดนี้ใช้งานได้ทั้งกล้องหน้าและหลังเลยครับ สวยงามไม่แพ้กัน

กล้องหลัง

กล้องหน้า

 

ซูมได้ไกลสูงสุด 60 เท่า

ความพิเศษของชื่อรุ่น SuperZoom ไม่ได้มาเป็นแค่กิมมิกครับ เพราะสามารถซูมได้ไกลสูงสุดถึง 60 เท่า หรือเทียบเป็นระยะ 124 มม. อยู่ไกลแค่ไหนก็เห็นได้ โดยยังรองรับระบบกันสั่นไหว OIS ด้วย ทำให้เมื่อยิ่งซูม ความนิ่งของเลนส์ก็ยังมีอยู่ ทั้งนี้ตัวเลนส์ Periscope ยังรองรับ Optical Zoom ถึง 5 เท่า ซึ่งเป็นซูมที่ไม่เสียรายละเอียด

 

Ultra Wide Angle มุมกว้างถึง 119 องศา

เลนส์ Ultra Wide Angle ในรุ่นนี้สามารถถ่ายได้มุมมองกว้างถึง 119 องศา ถือว่ากว้างเบอร์ต้นๆ ในสมาร์ทโฟนครับ แถมเรื่องสีสันและเฉดสีต่างๆ ก็จัดเต็ม สวยงาม ซึ่งประโยชน์ของเลนส์นี้ ส่วนหนึ่งคือเราไม่ต้องเดินถอยออกไปไกลๆ ให้เสียเวลาด้วย


เลนส์หลัก / เลนส์ Ultra Wide Angle 119 องศา


เลนส์หลัก / เลนส์ Ultra Wide Angle 119 องศา

 

ใช้เลนส์นี้ถ่ายกับบุคคลก็งามไปอีกแบบครับ

 

Macro ถ่ายใกล้สุดถึง 4 เซนติเมตร

เลนส์ Macro ก็ยังมีให้เหมือนเดิมครับ เราสามารถถ่ายวัตถุได้ใกล้สุดถึง 4 เซนติเมตร ส่วนเรื่องความคมชัดก็ถือว่าชัดเจนอยู่ด้วย

 

NightScape 4.0 อัปเกรดครั้งใหญ่ ถ่ายกลางคืนได้สว่างขึ้น

realme X3 SuperZoom มาพร้อมกับการอัปเกรดเรื่องการถ่ายภาพกลางคืนเป็น NightScape เวอร์ชัน 4.0 แล้วครับ ช่วยให้ถ่ายภาพตอนกลางคืนได้สว่างขึ้นและรายละเอียดก็เก็บได้ครบ ซึ่งการถ่ายในโหมดนี้เป็นการใช้ AI เข้ามาช่วยด้วยระหว่างโหมด Super Nightscape และ Ultra Nightscape

นอกจากนี้ เป็นโหมดใหม่ใน realme สำหรับ Starry Mode หรือโหมดการถ่ายภาพดวงดาวตอนกลางคืน ที่ระบบจะเพิ่มความสว่างบนท้องฟ้า ปรับค่า ISO, การวัดแสง และอื่นๆ ให้นานเป็นพิเศษ เพื่อให้ท้องฟ้ายามค่ำคืนเต็มไปด้วยดวงดาวนั่นเองครับ ซึ่งแนะนำว่าให้ทำตอนช่วงฟ้าเปิดแล้วใช้ขาตั้งกล้องครับ


โหมดปกติ / โหมด NightScape 4.0

 

สำหรับ NightScape 4.0 ยังใช้เลนส์ Ultra-Wide Angle ถ่ายได้ ก็สวยงามไม่แพ้กันครับ


โหมดปกติ / โหมด NightScape 4.0

 

กล้องหน้า AI Beauty ถ่ายสวยเป็นธรรมชาติ

จบที่กล้องหลังไปแล้ว ด้านกล้องหน้าคู่ Dual In-display Selfie ก็ถ่ายได้สวยงาม ฟีเจอร์ครบเช่นกันครับ หลังจากที่ด้านบนเราเห็นภาพ Portrait กล้องหน้าไปแล้ว ถ้าอยากถ่ายให้เห็นฉากหลังด้วยก็ยังคงทำได้สวยงามครับ โดย AI จะปรับแต่งเติมใบหน้าของเราให้สวยงามอย่างเป็นธรรมชาติด้วย

 

กล้องหน้าก็มีเลนส์ Ultra Wide Angle

และสุดท้ายกล้องหน้าอีกเลนส์ที่เพิ่มเข้ามาเป็นเลนส์ Ultra Wide Angle มุมกว้างถึง 105 องศา ใครที่ชอบเซลฟี่แล้วอยากได้บรรยากาศดีๆ ไปด้วย ต้องได้ใช้เลนส์นี้บ่อยแน่นอนครับ ไม่จำเป็นต้องถ่ายแบบพาโนรามาด้วย


เลนส์หลัก / เลนส์ Ultra Wide Angle


เลนส์หลัก / เลนส์ Ultra Wide Angle

 

สรุปจุดเด่น

  • กล้องหลัง 4 เลนส์ ความละเอียดสูงสุด 64 ล้านพิกเซล จัดเต็มให้ครบทุกฟีเจอร์ พร้อมโหมดใหม่อย่าง Starry Mode ที่ทำให้เห็นดวงดาวตอนกลางคืนครับ
  • กล้องหน้าคู่ Dual In-display Selfie ครบครันทุกมุมมองทั้งเลนส์ปกติและเลนส์ Ultra-Wide Angle
  • หน้าจอแสดงผลคมชัดขนาด 6.57 นิ้ว พร้อมชูโรงด้วยอัตรา Refresh Rate 120Hz Ultra Smooth Display
  • หน่วยประมวลผลเรือธงตัวแรงอย่าง Qualcomm Snapdragon 855+ ทำให้ใช้งานได้ไหลลื่น
  • มีแบตเตอรี่ความจุ 4200mAh พร้อมรองรับ 30W Dart Charge ชาร์จได้เร็วแรง เพียง 50 นาทีก็ชาร์จเต็ม 100%

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่มีหูฟังแถมมาในกล่อง
  • ไม่สามารถเพิ่ม MicroSD Card ได้

realme X3 SuperZoom เปิดราคาอย่างเป็นทางการที่ 19,990 บาท โดยเปิด Pre-order แล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 5 มิถุนายนนี้ เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป โดยใครที่ Pre-Order จะได้รีบฟรี! เครื่องทำความชื้น และ VIP Card ประกันหน้าจอแตก 1 ครัง/ปี ที่ Banana, BKK, Kingkong ,CSC, TG Fone, Jaymart, IT City ส่วนช่องทาง E-commerce ที่ Lazada และ Shopee รับของแถมเพิ่มเติม FujiFilm Instax Mini Link สี Dark Denim (10 Order แรก)

อ่านต่อ...

Featured

รีวิว Vivo Y50 สมาร์ตโฟน Ultra Speed เร็วแรงทะลุพิกัด ขุมพลัง Snapdragon 665 พร้อมจอ Ultra O Screen และกล้อง 4 เลนส์สวยงาม

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Vivo Y50 สมาร์ตโฟนรุ่นกลาง สเปคแจ่ม พร้อมความแรงแบบ Ultra Speed เร็วแรงทะลุพิกัด จัดเต็มหน้าจอแสดงผล Ultra O Screen ฝังกล้องหน้าลงในหน้าจอ พร้อมหน่วยประมวลผลตัวแรงในระดับกลางอย่าง Qualcomm Snapdragon 665 จะเป็นอย่างไร เรามาดูกันครับ

 

สรุปสเปค Vivo Y50

  • ขนาดตัวเครื่อง : 162.04 × 76.46 × 9.11 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 197 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Ultra O Screen แบบ LCD กว้าง 6.53 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล) และพื้นที่การแสดงผลที่ 90.7%
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 665 Octa-core
  • RAM 8 GB
  • ROM 128 GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย Funtouch OS 10
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 4 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Super Wide-Angle 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
    • เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4G + 5G, Bluetooth 5.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ตัวกล่องของ Vivo Y50 มีความสวยงามที่เล่นลวดลายบริเวณหน้ากล่องพร้อมกับชื่อรุ่นและแบรนด์อย่างชัดเจนครับ

ส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ภายในกล่องมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง Vivo Y50 พร้อมติดฟิล์มกันรอย
  • อะแดปเตอร์ชาร์จ 10W
  • สาย USB Type-C
  • เคสใส
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม

 

ด้านดีไซน์ของ Vivo Y50 ถือว่าออกมาแบบมาได้ดีเกินราคา เพราะที่ด้านหลังมีความโค้งเพื่อให้จับถือได้ดี ไม่บาดมือ ทำให้ใช้งานได้นานขึ้นครับ โดยวัสดุด้านหลังเป็นพลาสติกที่จับถือได้ไม่ลื่นมือแน่นอน

 

สีที่เราได้มาเป็นสีดำ Black Mysterious ที่เน้นความเข้มขรึมแล้วดูคลาสสิกมากๆ แต่เมื่อสะท้อนกับแสงก็จะมีการเล่นกับลวดลายที่โมดูลกล้องหลังเครื่องคล้ายกับการเปล่งแสงออกมาจากในตัวกล้องครับ

 

หน้าจอแสดงผลของรุ่นมาแบบ Ultra O Screen ชนิด LCD ขนาดใหญ่ถึง 6.53 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล) ทำให้ความมีคมชัดและสีสันนั้นจัดเต็มแน่นอน

 

ทั้งนี้ พื้นที่การแสดงผลมีถึง 90.7% ทำให้เรารับชมคอนเทนต์ต่างๆ ทำได้แบบเต็มตา รวมถึงการเล่นเกมก็ทำให้เราเห็นมุมมองที่กว้างกว่าอีกด้วย

 

เหนือหน้าจอแสดงผลของ Vivo Y50 จะมีกล้องหน้าที่ฝังในหน้าจอที่มุมซ้ายบน โดยลำโพงสำหรับสนทนาก็อยู่ที่ตรงกลางครับ

 

ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีเพียงช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM ทั้งหมด 2 ช่อง และมีช่องใส่ MicroSD Card อีก 1 ช่อง รวมเป็นทั้งหมด 3 ช่องครับ

 

ส่วนฝั่งขวาเป็นปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power

 

ด้านล่างของตัวเครื่องมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม., ไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวหลัก

 

และที่ด้านหลังมีกล้องหลัง 4 เลนส์ พร้อมไฟแฟลช LED และที่ตรงกลางมีระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้วย

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

Vivo Y50 แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10 ที่ครอบทับด้วย Funtouch OS 10 ช่วยให้การใช้งานภายในระบบมีความลื่นไหลมากขึ้น แถมมีการจัดการทรัพยากรภายในเครื่องดีขึ้นครับ

 

วอลเปเปอร์สวยงาม มีให้เลือกเยอะ

สมาร์ตโฟนรุ่นนี้ก็มีวอลเปเปอร์และธีมมีให้เลือกอย่างหลากหลายครับ ทั้งแบบสดใสๆ แบบเข้มสีดำ หรือร้อนแรงๆ ในโทนสีแดงก็มีครบ

 

โหมดถนอมสายตา

Vivo Y50 ก็มาพร้อมกับฟีเจอร์ถนอมสายตาเพื่อตัดแสงสีฟ้าให้ได้มากที่สุดเพื่อรักษาสายตาระหว่างการใช้งาน โดยเราสามารถปรับโทนสีหรือความอุ่นได้ตามใจชอบ ทั้งยังสามารถตั้งค่าให้เปิด-ปิดตามเวลาที่เราตั้งได้ด้วย

 

โหมดมืดก็ใช้งานได้ในที่แสงน้อย

หากใครไม่อยากตัดแสงสีฟ้าในโหมดถนอมสายตาก็สามารถเปิดโหมดมืดได้เช่นกัน ซึ่งพื้นหลังของแอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่รองรับและในระบบจะเปลี่ยนเป็นสีดำเพิ่มความสบายตาในตอนกลางคืน

 

ระบบความปลอดภัย

Vivo Y50 ก็มีระบบความปลอดภัยในเรื่องการล็อกหน้าจอมาจนครบ ทั้งการสแกนลายนิ้วมือที่อยู่ใช้งานได้ 5 ลายนิ้วมือ ซึ่งสแกนได้ที่ด้านหลังเครื่องครับ โดยความรวดเร็วและความเสถียรในการใช้งานก็ทำได้ดีเลยทีเดียว

รวมถึงการสแกนใบหน้าที่ก็ทำได้ดีไม่แพ้กันครับ สแกนได้รวดเร็วและยังไม่มีความผิดพลาดให้เห็น

 

เปลี่ยนเอฟเฟ็กต์แบบไดนามิกให้ไม่ซ้ำใคร

เอฟเฟ็กต์แบบไดนามิกเป็นการเปลี่ยนเอฟเฟ็กต์ความเคลื่อนไหวของระบบที่ให้มีความสวยงามมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจดจำใบหน้า, การเข้าสู่หน้าจอหลัก, การใช้งานระหว่างสาย USB และการเปิด/ปิดหน้าจอ

 

เพิ่มความสะดวกสบายด้วยปุ่ม Easy Touch

สำหรับ Easy Touch เป็นฟีเจอร์ที่เพิ่มความสะดวกสบายในการปรับแต่งเมนูเพื่อให้เข้าถึงแอปพลิเคชั่นและเครื่องมือด่วนต่างๆ ที่เราตั้งค่าได้เร็วขึ้น ไม่ต้องปัดหาให้เสียเวลาครับ ใครใช้แอปหรือเครื่องมือไหนบ่อย ก็เพิ่มเข้ามาใน Easy Touch ได้เลย

ทั้งนี้ก็ยังมีการควบคุมในการใช้งานแทนปุ่มต่างๆ ได้เช่นกัน เช่น แตะค้างเพื่อเข้าหน้าหลัก, กดค้างแล้วเลื่อนไปทางซ้ายเป็นการย้อนกลับ เป็นต้น

 

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ในด้านประสิทธิภาพเครื่อง Vivo Y50 ขับเคลื่อนผ่านหน่วยประมวลผล Snapdragon 665 ควบคู่กับ RAM ที่ให้มาเยอะถึง 8 GB ช่วยให้เราใช้งานได้ไหลลื่นระหว่างการสลับแอปพลิเคชั่นต่างๆ และความจุ 128 GB โหลดแอปหรือเก็บรูปภาพต่างๆ ได้เยอะ แทบไม่ต้องกังวลว่าจะเต็ม

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 314 และคะแนน Multi-Core ที่ 1,377

 

เล่นเกมได้ไม่มีสะดุดด้วยฟีเจอร์ Ultra Game Mode

Ultra Game Mode หรือศูนย์เพิ่มประสิทธิภาพเป็นอีกฟีเจอร์ที่ช่วยเรื่องการเล่นเกมใน Vivo Y50 ไหลลื่นขึ้นเพราะช่วยรีดประสิทธิภาพให้ทำงานได้เต็มที่ พร้อมด้วยการเคลียร์ RAM ทำให้เข้าเกมได้ไวและไม่มีสะดุด ทั้งยังปิดกั้นการแจ้งเตือน ไม่ให้มีอะไรเด้งมาบดบังหน้าจอให้กวนใจ

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

สำหรับ ROV เราเปิดภาพกราฟิกระดับสูงพร้อมเปิดโหมดเฟรมเรทสูงเช่นกัน เล่นในโหมด 5 VS 5 ได้ปกติครับ การเคลื่อนที่ การกดสกิลต่างๆ ถือว่าใช้งานได้ค่อนข้างตามนิ้ว ตอบสนองได้เร็ว เฟรมก็วิ่งที่ราว 57-60fps ตลอดทั้งเกม ไม่ได้ดรอปอะไรมาก

 

PUBG Mobile

สำหรับเกม PUBG Mobile ในรุ่น Vivo Y50 สามารถปรับได้ที่กราฟิกแบบสมดุล และเฟรมเรทระดับกลางครับ โดยต้องรอการอัปเดทหากต้องการปรับให้สูงขึ้นกว่านี้ ซึ่งเราทดสอบในการเล่นโหมดปกติ 100 คน ตลอดทั้งเกมก็เล่นได้แบบไหลลื่นแน่นอนครับ กดยิงได้ค่อนข้างเรียลไทม์ ส่วนเรื่องอาการกระตุกก็ไม่เจอครับ

 

Call of Duty: Mobile

ส่วนเกมแนว FPS อีกเกมอย่าง Call of Duty: Mobile ก็สามารถเล่นได้ในระดับกราฟิกและเฟรมเรทระดับ Very High ครับ ซึ่งเกมนี้เป็นเกมที่เราสามารถเปิดโหมด E-Sport เพื่อให้ทรัพยากรในเครื่องใช้งานได้กับเกมนี้ล้วนๆ ซึ่งการเล่นก็แน่นอนว่าไม่มีปัญหาอะไรครับ

 

แบตเตอรี่อึด 5000mAh เล่นเกมได้ยาวๆ ใช้งานตลอดวัน

Vivo Y50 มีแบตเตอรี่ที่ให้มาถึง 5000mAh โดยแบตเตอรี่ที่เราใช้งานก่อนเล่นเกมอยู่ที่ประมาณ 85% หลังจากเล่นจบไปประมาณ 1 ชั่วโมงก็ลดลงอยู่ที่ 75% ถือว่าอึดมากๆ ใครที่ใช้งานทั่วไป ไม่ได้เล่นเกมรับรองว่ารอดตลอดวันแน่นอนจ้า

 

กล้องถ่ายรูป

แม้ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นเล็ก แต่ Vivo Y50 ก็มีกล้องให้เราใช้ครบทุกฟีเจอร์ โดยแต่ละเลนส์ที่ด้านหลังและหน้ามีดังนี้เลย

กล้องหลัง

  • เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Super Wide-Angle 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Super Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0

เลนส์หลัก AI ถ่ายสวยงามแบบอัตโนมัติ

Vivo Y50 สามารถถ่ายได้สวยงามผ่านเลนส์หลัก เพราะมี AI ในการแยกแยะหมวดหมู่อย่างชาญฉลาด เช่น อาหาร, จอ, แมว หรือดอกไม้ เป็นต้น

 

ถ่ายมุมกว้าง เก็บบรรยากาศได้ครบผ่านเลนส์ Super Wide-Angle

จัดเลนส์ Super Wide-Angle มาให้ด้วยสำหรับ Vivo Y50 ครับ โดยได้มุมมองกว้างถึง 120 องศา กว้างกว่าเลนส์หลักอย่างเห็นได้ชัดเจนมากๆ เรียกว่าถ่ายเพียงช็อตเดียวก็เก็บบรรยากาศได้ครบครัน และภาพก็สวยงามคมชัดแทบไม่ต่างจากเลนส์หลักเท่าไหร่


เลนส์หลัก / เลนส์ Super Wide-Angle


เลนส์หลัก / เลนส์ Super Wide-Angle

 

หรือจะใช้เลนส์ Super Wide-Angle ถ่ายกับบุคคลก็ได้อีกมุมมองหนึ่งที่สวยงามไม่แพ้กันครับ

 

โหมด Portrait เบลอหลังได้เนียนๆ

เป็นรุ่นเล็กที่สามารถถ่าย Portrait เบลอฉากหลังได้ละลายเหมือนกันสำหรับ Vivo Y50 ซึ่งในโหมดนี้จะทำให้ภาพดูมีมิติมากขึ้น บุคคลดูเด่นชัด เพราะฉากหลังเบลอออกไป

กล้องหลัง

 

กล้องหน้า

 

ถ่ายกลางคืนก็งามด้วย Super Night Mode

จัดมาให้แม้เป็นรุ่นประหยัดครับกับ Super Night Mode ที่ช่วยให้เราถ่ายภาพกลางคืนได้สว่างและคมชัดกว่าโหมดปกติอย่างชัดเจนครับ เช่น ในโหมดปกติภาพกลางคืนอาจเบลอและไม่เห็นสีสันในวัตถุ แต่ใน Super Night Mode เราจะเห็นรูปร่างและสีของวัตถุที่คมชัด


โหมดปกติ / Super Night Mode

 

Super Macro เจาะวัตถุได้ใกล้สุด 4 ซม.

ฟีเจอร์จุดเด่นอย่างสุดท้ายใน Vivo Y50 เป็นเลนส์ Super Macro ที่ทำให้เราเห็นวัตถุได้ใกล้มากที่สุดที่ 4 เซนติเมตร ตามระยะโฟกัส ซึ่งระยะ 4 ซม. ถือว่าใกล้มากๆ จุดเล็กๆ ที่เราอาจไม่เห็นก็ให้เลนส์นี้ช่วยมองได้เลย

 

ใบหน้าสวยงามด้วยฟีเจอร์ AI Face Beauty

ในฟีเจอร์ปรับแต่งใบหน้าสวย AI Face Beauty จะอยู่ในโหมดภาพคนครับ เราสามารถปรับใบหน้าได้อย่างอย่างมากๆ ไม่ว่าจะเป็นผิวนวล, โทนสีผิว, รูปหน้า, กราม, ตาโต, จมูก และอีกหลายอย่างทั่วใบหน้า ซึ่งแต่หมวดปรับได้ตั้งแต่ 0 – 100 ระดับเลยจ้า

 

ถ่ายที่แสงน้อยก็มีให้ผ่านฟีเจอร์ Super Night Selfie

เราถ่ายภาพกลางคืนหรือที่แสงน้อยไปแล้วสำหรับกล้องหลัง แต่กล้องหน้าก็มีเช่นกันด้วยฟีเจอร์ Super Night Selfie ซึ่งตรงนี้เราไม่จำเป็นต้องถ่ายแค่ตอนกลางคืนเท่านั้น แต่ตรงไหนที่แสงน้อยๆ ก็ใช้โหมดนี้ช่วยได้เป็นอย่างดีเลย


โหมดปกติ / โหมด Super Night Selfie

หมดปกติ / โหมด Super Night Selfie

 

 

สติ๊กเกอร์ AR ถ่ายได้น่ารักๆ มีให้หลายแบบ

ใครที่ไม่ชอบถ่ายแบบธรรมดาๆ อยากให้มีลูกเล่นแบบน่ารักๆ อย่างสติ๊กเกอร์ AR ก็มีให้เลือกหลายแบบมากๆ ครับ เพิ่มมิติความสดใสในภาพได้เป็นอย่างดี แถมใช้ได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังเลยครับ

 

สรุปจุดเด่น

  • กล้องหลัง 4 เลนส์ ครบทุกฟีเจอร์ที่ต้องการแน่นอน ทั้งเลนส์ Super Wide Angle, Macro แถมมี Super Night Mode ทั้งกล้องหน้าและหลัง
  • หน้าจอ Ultra O Screen กว้างถึง 6.53 นิ้ว ควบคู่กับความคมชัด FullHD+ รับชมวิดีโอต่างๆ ได้คมชัดตามมาตรฐานแน่นอน
  • ใช้หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 665 ที่เป็นชิปรุ่นกลาง แต่มีความแรงในการใช้งาน ไม่มีสะดุด ทั้งยังมี RAM 8GB + ROM 128GB ใช้ได้แบบจุใจ
  • แบตเตอร์รี่ให้มามากถึง 5000mAh พร้อมให้ใช้งานได้ตลอดวันแน่นอน

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่มีหูฟังภายในกล่อง

ใครที่สนใจ Vivo Y50 พร้อมวางจำหน่ายในราคา 7,999 บาท

อ่านต่อ...

Smart Review

รีวิว Plextone 4 Life หูฟังไร้สาย TWS สำหรับเล่นเกมและฟังเพลง เสียงดี ดีไซน์สวย ราคาหลักร้อย

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Plextone 4 Life Review

รีวิว Plextone 4 Life เป็นหูฟังไร้สาย TWS ที่รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.0 มาพร้อมดีไซน์สวยและสีสันลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อีกทั้งยังเป็นหูฟังที่มีราคาไม่แแพงสำหรับการเล่นเกมและฟังเพลง

 

Plextone 4 Life Review

มาดูกันที่แพ็กเกจกล่องของ Plextone 4 Life กันก่อน ก็ต้องบอกว่าหูฟังราคาหลักร้อยเดี๋ยวนี้ทำแพ็กเกจได้สวยและดูหรูขึ้นมาจริงๆ มีรูปโปรดักส์สีสันคมชัด

 

Plextone 4 Life Review

ด้านหลังมีรายละเอียดสเปคและฟีเจอร์หลักๆ ของหูฟัง

 

Plextone 4 Life Review

อุปกรณ์ที่มีให้ในกล่อง

  • ตัวหูฟัง Plextone 4 Life สีฟ้า
  • เคสชาร์จและเก็บหูฟัง
  • สายชาร์จ microUSB
  • Ear wings หรือซิลิโคนสำหรับสวมให้ไม่หลุดง่าย
  • คู่มือการใช้งาน

 

Plextone 4 Life Review

มาดูกันที่ดีไซน์ตัวหูฟังกันก่อน ซึ่งจุดเด่นของ Plextone 4 Life อย่างแรกเลยคือสีสันลวดลายบนตัวหูฟัง โดยสีนำมารีวิวในครั้งนี้เป็นสีฟ้า ซึ่งก็ดูแปลกตาดี ดูคล้ายๆ การเพ้นท์สีงานศิลปะ

 

Plextone 4 Life Review

ที่ตัวหูฟังทั้ง 2 ข้างจะมีปุ่มสำหรับกดสั่งงานแบบมัลติฟังก์ชั่น และมีไฟแสดงสถานะ โดยด้านในตัวหูฟังจะเห็นพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อตอนใส่เคสเพื่อชาร์จไฟ และตัวอักษร L หรือ R เพื่อบอกว่าเป็นหูฟังข้างซ้ายหรือขวา

 

Plextone 4 Life Review

ตัวเคสมีน้ำหนักค่อนข้างเบา ชาร์จผ่านพอร์ต microUSB และมีไฟ LED แสดงปริมาณแบตเตอรี่อยู่ถัดจากพอร์ตชาร์จ แตกต่างจากเคสชาร์จหัวฟังทั่วไปที่จะมีไฟแสดงปริมาณแบตเตอรี่อยู่ด้านหน้า

 

Plextone 4 Life Review

เมื่อเก็บหูฟังไว้ในเคสตัวนี้ก็จะถูกชาร์จแบตเตอรี่อัตโนมัติ ซึ่งแบตเตอรี่ที่ตัวหูฟังตามมสเปคบอกว่าใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุด 4 ชั่วโมง หรือสแตนด์บายได้ประมาณ 3-4 วัน

 

Plextone 4 Life Review

การเชื่อมต่อหูฟัง Plextone 4 Life กับสมาร์ทโฟน ให้กดปุ่มที่ตัวหูฟังทั้ง 2 ข้างค้างไว้จนไฟติด ซึ่งหูฟังทั้ง 2 ข้างจะเชื่อมต่อกันเอง และที่ตัวสมาร์ทโฟนจะมีชื่อ BT ขึ้นมา ให้แตะเพื่อเชื่อมต่อใช้งานได้เลย

 

Plextone 4 Life Review

การส่วมใส่พบว่าแน่นพอดีหู แต่ก็ต้องบอกว่าขนาดของหูแต่ละคนไม่เท่ากัน เขาจึงมี Ear wings มาให้ใส่เพื่อให้แน่นและไม่ให้หลุดได้ง่าย

 

Plextone 4 Life Review

การสั่งงานโดยการกดปุ่มที่ตัวหูฟัง

  • กด 1 ครั้ง : เล่นเพลง / หยุดเพลง / รับสาย / วางสาย
  • กด 2 ครั้งที่ตัวหูฟังข้างซ้าย : เล่นเพลงก่อนหน้า
  • กด 2 ครั้งที่ตัวหูฟังข้างขวา : เล่นเพลงถัดไป
  • กด 3 ครั้งที่ตัวหูฟังข้างซ้าย : ลดเสียง
  • กด 3 ครั้งที่ตัวหูฟังข้างขวา : เพิ่มเสียง
  • กดค้าง 3-5 วินาที : เปิด/ปิด

 

Plextone 4 Life Review

จากการทดสอบใช้งานกับแอป Spotify พบว่าสั่งงานได้ตรงทุกฟังก์ชั่น ปุ่มกดง่าย ยกเว้นฟังก์ชั่น “กด 2 ครั้งที่ตัวหูฟังข้างซ้าย : เล่นเพลงก่อนหน้า” ไม่สามารถสั่งงานได้ กดแล้วก็ยังเล่นเพลงเดิม

 

Plextone 4 Life Review

ทดสอบใช้งานกับแอป JOOX พบว่าสั่งงานได้ตรงทุกฟังก์ชั่นเหมือนกัน ยกเว้นฟังก์ชั่น “กด 2 ครั้งที่ตัวหูฟังข้างซ้าย : เล่นเพลงก่อนหน้า” ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

Plextone 4 Life Review

ในเรื่องของเสียงจะหนักไปทางเบส และที่ชอบอีกอย่างหนึ่งคือเปิดเสียงดังสุดเสียงก็ไม่แตก แต่หูจะแตกแทน (ฮา) เรียกได้ว่าเปิดเสียงสุดแล้ววางหูฟังไว้บนโต๊ะยังได้ยินเสียงเพลงชัด

 

Plextone 4 Life Review

Plextone 4 Life เป็นหูฟังที่โปรโมทว่ามีความหน่วงหรือ Latency ต่ำมากๆ ประมาณ 120ms คือพูดง่ายๆ ว่าเสียงไม่ดีเลย์นั่นเอง เมื่อลองทดสอบกับดูคลิป YouTube เสียงกับปากตรงกันใช้ได้เลยครับ อีกหนึ่งจุดเด่นของ Plextone 4 Life ที่บอกว่าเป็นหูฟังสำหรับการเล่นเกม คือเสียงต้องไม่ดีเลย์เวลาเล่น จากการทดสอบเล่นเกม PUBG Mobile พบว่าเสียงตรงเวลายิงปืน แทบไม่ดีเลย์เลย ก็ถือว่าผ่านใช้งานได้ครับ

นอกจากนี้แล้ว ตัวหูฟัง Plextone 4 Life ยังสามารถกันน้ำได้มาตรฐาน IPX5 คือกันพวกละอองน้ำ กันเหงื่อ ใส่ออกกำลังกายได้

 

Plextone 4 Life Review

สรุปรีวิว Plextone 4 Life

Plextone 4 Life ถือว่าเป็นหูฟังราคาไม่แพงเพียงหลักร้อยเท่านั้น ตอยโจทย์สำหรับฟังเพลงหรือเล่นเกมได้เสียงที่ไม่ดีเลย์ รวมไปถึงมีไมโครโฟนสำหรับใช้คุยโทรศัพท์​ได้ในตัว ครบทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน แต่ก็มีจุดสังเกตเพิ่มเติมอย่างหนึ่ง คือปุ่มกดสั่งงานเล่นเพลงก่อนหน้าไม่สามารถสั่งงานได้ แต่โดยรวมก็ถือว่าพอรับได้เมื่อเทียบราคาและฟีเจอร์ที่มีให้ทั้งหมด

Plextone 4 Life มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีฟ้า สีแดง และสีเขียว ใครสนใจหูฟังตัวนี้ก็เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Featured3 วัน ที่แล้ว

รีวิว Vivo Y50 สมาร์ตโฟน Ultra Speed เร็วแรงทะลุพิกัด ขุมพลัง Snapdragon 665 พร้อมจอ Ultra O Screen และกล้อง 4 เลนส์สวยงาม

Vivo Y50 สมาร์ตโฟนรุ...

Samsung Galaxy A31 Review Samsung Galaxy A31 Review
Featured7 วัน ที่แล้ว

รีวิว Samsung Galaxy A31 หน้าจอ Super AMOLED แบตอึด เซลฟี่สวยกล้อง 20 ล้านพิกเซล

Samsung Galaxy A31 ส...

3BB broadband with customers pain points 3BB broadband with customers pain points
Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

เปิดกลยุทธ์ 3BB รุกตลาดบรอดแบนด์ด้วย Pain Point ของลูกค้า ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

ตลาดที่มีการแข่งขันส...

Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว OnePlus 8 Pro เรือธงรุ่นใหม่พลังแรง หน้าจอ QHD+ 120Hz, กล้อง 4 เลนส์ และรองรับชาร์จไร้สายรุ่นแรกของแบรนด์

  รุ่นพี่ใหญ่ของ One...

HUAWEI nova 7i AI Video Editing HUAWEI nova 7i AI Video Editing
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

แนะนำ HUAWEI nova 7i ตัดต่อวีดีโอแบบง่ายๆ จบในเครื่อง ไม่ต้องลงแอปเพิ่ม

เชื่อว่าทุกวันนี้ ใค...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์11 นาที ที่แล้ว

หูฟังไร้สายของ OPPO ได้รับรางวัล A’Design Awards ทั้งหมด 3 รุ่น แสดงการผสมผสานของดีไซน์และฟังก์ชั่นได้อย่างลงตัว

ตั้งแต่หูฟังไร้สาย O...

ข่าวประชาสัมพันธ์46 นาที ที่แล้ว

AIS ห่วงใยเด็กไทย จัดแพ็กมือถือ/เน็ตบ้าน “LEARNING FROM HOME” สุดประหยัด เสิร์ฟ สมาร์ทโฟนพร้อมใช้ ตอบทุกโจทย์การเรียนออนใลน์ยุคใหม่

เอไอเอส มุ่งเสริมการ...

Android News49 นาที ที่แล้ว

สรุปแคตาล็อกและสเปคมือถือประจำสัปดาห์ของเว็บไซต์ iPhone-Droid

หลังจากที่เราสรุปสเป...

ข่าวประชาสัมพันธ์1 ชั่วโมง ที่แล้ว

Vivo Y50 และ Y30 แบตอึดจอใหญ่ เริ่มวางจำหน่าย 30 พ.ค. 63 นี้

  Vivo ปล่อยสมา...

IT News1 ชั่วโมง ที่แล้ว

Qualcomm เปิดตัว Wi-Fi 6E และ Bluetooth 5.2 การเชื่อมต่อที่ให้ความเร็วมากขึ้น

Qualcomm Technologie...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง