Infinix เปิดตัว Note 60 Series โดยมี 2 รุ่นคือ Note 60 และ Note 60 Pro โดยรุ่น Pro เป็น Infinix รุ่น Pro รุ่นแรกที่ใช้ชิป Snapdragon นับตั้งแต่ปี 2019 และมาพร้อมระบบระบายความร้อนแบบ Vapor Chamber ด้วยครับ



มาดูสเปคหลักของ Note 60 Pro ใช้ชิป Snapdragon 7s Gen 4 ซึ่งเป็นชิป 4nm จากปีที่แล้ว มาพร้อม RAM 8/12GB + ROM 256GB ภายในมีระบบระบายความร้อนแบบ 3D IceCore Vapor Chamber ขนาดใหญ่ 4758 ตารางมิลลิเมตร และแผ่นทองแดงหนา 0.36 มิลลิเมตร เพื่อลดอุณหภูมิได้สูงสุดถึง 3°C ในระหว่างการเล่นเกมหนักๆ ครับ รันบนระบบปฏิบัติการ Android 16 ครอบทับด้วย XOS 16 โดยการันตีอัปเดต 3 รุ่นจนถึง Android 19 พร้อมแพทช์ความปลอดภัยนาน 5 ปี ได้แบตเตอรี่ 6000mAh หรือ 6500mAh ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละภูมิภาค ได้ชาร์จเร็ว 90W และชาร์จไร้สาย 30W
ในรุ่น Pro ยังมี Active Matrix Display ซึ่งเป็นจอแสดงผลแบบ Dot บนโมดูลกล้องหลังที่แสดงไอคอนสำหรับการแจ้งเตือนต่างๆ รวมถึงสามารถปรับแต่งส่วนบุคคลด้วยอิโมจิแบบเลื่อนได้และ Pixel Pets ที่เป็นการเล่นมินิเกมต่างๆ เช่น Dot Dash และ Star Blast เป็นต้น

หน้าจอแสดงผลใช้เป็น OLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 2436 x 1080 พิกเซล ไหลลื่น 144Hz มีความสว่างสูงสุด 4500 นิต และครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 7i
ฟีเจอร์ที่สำคัญคือมีลำโพงสเตอริโอคู่ที่ปรับแต่งจาก JBL ขณะที่ตัวเครื่องทำจากโลหะผสมอะลูมิเนียมความแข็งแรงสูง และมีขอบโค้งมนเพื่อการจับที่ถนัดมือ ทั้งนี้ ยังมีการสแกนลายนิ้วมือข้างเครื่องที่มีการใส่เทคโนโลยีการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ และระดับออกซิเจนในเลือดผ่านแอป My Health ได้ ส่วนปุ่ม One-Tap อยู่ด้านข้างอีกด้านหนึ่ง และสามารถใช้เพื่อสลับโหมด เช่น โหมดเงียบ หรือเปิดแอปต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว เช่น ไฟฉาย และ SnapMemo เป็นต้น
กล้องหลังมี 3 เลนส์ คือ เลนส์หลัก 50MP + Ultra-Wide 8MP + เซ็นเซอร์ Flicker

มาดูกันในรุ่น Note 60 ตัวเริ่มต้นกันบ้าง ใช้ชิป MediaTek Dimensity 7400 Ultimate, RAM 8GB + ROM 128/256GB หลักๆ จะมีระบบ 3D IceCore vapor chamber เหมือนกัน ทั้งนี้ แบตเตอรี่จะได้ 6150mAh หรือ 6500mAh ขึ้นอยู่กับแต่ละภูมิภาคเหมือนกัน มีชาร์จเร็ว 45W และไร้สายที่ 30W ครับ

ส่วนหน้าจอแสดงผลก็จะเหมือนรุ่น Pro เลย แต่ด้านหลังจะมีไม่มีหน้าจอเสริม Active Matrix Display โดยจะมีเพียงไฟ Active Halo RGB LED เท่านั้น
สำหรับราคาของทั้ง 2 รุ่นยังรอการประกาศในตอนนี้ครับ
ที่มา : GSMArena