ติดตามพวกเรา

Smart Review

รีวิว HUAWEI Y6s สมาร์ทโฟนน้องเล็กราคาประหยัด จอใหญ่ 6.09 นิ้ว, ความจุ 64GB พร้อมแบตที่ใช้งานได้ทั้งวัน

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

HUAWEI Y6s สมาร์ทโฟนน้องเล็กสเปคใช้งานทั่วไปได้สบายๆ จุได้เยอะ 64GB พร้อมหน้าจอกว้าง 6.09 นิ้ว พร้อมกล้องหน้าและกลังอย่างละ 1 เลนส์

 

สรุปสเปค HUAWEI Y6s

  • ขนาดตัวเครื่อง : 165.28 x 73.5 x 8.0 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 150 กรัม
  • หน้าจอแสดงผลแบบ TFT LCD(IPS)กว้าง 6.09 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1560 x 720 พิกเซล)
  • หน่วยประมวลผล : Mediatek Helio P35 Octa Core ความเร็ว 2.3 GHz
  • RAM 3 GB
  • ROM 64 GB รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD สูงสุด 512GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย EMUI 9.1
  • กล้องถ่ายรูปหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11b/g/n, Bluetooth 4.2, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต Micro USB 2.0
  • แบตเตอรี่ความจุ 3,020 mAh

 

ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ในเรื่องของดีไซน์ HUAWEI Y6s กับสีที่เราได้มา คือ สีดำ Starry Black จริงๆ จะไม่ใช่สีดำล้วนสะทีเดียวครับ เพราะยังมีความเทาอยู่บ้าง และเมื่อลองส่องดูใกล้ๆ จะมีการสะท้อนประกายเพชรระยิบระยับอีกด้วยคล้ายกับดวงดาวในตอนกลางคืน

 

 

โดยวัสดุที่ใช้กับฝาหลังรุ่นนี้ก็เป็นพลาสติกที่ดูแข็งแรงครับ ไม่ลื่นมือเท่าไหร่ โดยสามารถจับและถือในมือเดียวได้แบบสบายมากๆ คุณผู้หญิงมือเล็กสามารถใช้งานได้แน่นอนครับ

 

ด้านหน้าจอแสดงผลก็มาแบบทรงหยดน้ำที่มีความกว้าง 6.09 นิ้ว ในความละเอียด HD+ (1560 x 720 พิกเซล) มีพื้นที่การแสดงผลอยู่ที่ 87% และยังถนอมสายตาของเราด้วยจากการผ่านการรับรอง TÜV Rheinland

 

แม้ว่าเหมือนเครื่องและหน้าจอจะเล็ก แต่การดูวิดีโอหรือเล่นเกมต่างๆ ก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานแล้วครับ แถมจอก็ยังสวยอยู่พอสมควรเลย

 

สำหรับใครที่ไม่ชอบจอหยดน้ำก็สามารถตั้งค่าให้ปิดขอบดำได้เช่นกัน

 

บริเวณเหนือหน้าจอแสดงผลจะมีกล้องหน้าที่ฝังในหยดน้ำ, ระบบเซ็นเซอร์ต่างๆ พร้อมด้วยลำโพงสำหรับสนทนา และมีไฟ LED บอกสถานะการแจ้งเตือนหรือระหว่างชาร์จซ่อนไว้ใต้ลำโพงด้วย

 

ส่วนด้านล่างหน้าจอจะมีขอบดำที่มีโลโก้ HUAWEI อยู่อย่างชัดเจน

 

ทางซ้ายของตัวเครื่องจะมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด 2 ช่อง และ MicroSD Card อีก 1 ช่องครับ

 

ทางขวาจะมีปุ่มการใช้งานตามปกปกติทั้งปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่มล็อคเครื่อง

 

ด้านบนของตัวเครื่องมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. และไมโครโฟนตัวที่ 2 ตัดเสียงรบกวน

 

ขณะที่ด้านล่างตัวเครื่องจะมีไมโครโฟน, พอร์ต Micro USB 2.0 และลำโพงตัวหลัก

 

และที่ด้านหลังจะมีกล้องเพียง 1 เลนส์ที่มุมซ้ายบนครับ พร้อมด้วยไฟแฟลช LED และมีระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือตรงกลางเครื่อง

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

HUAWEI Y6s แกะกล่องมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ที่ครอบทับด้วย EMUI 9.1 ที่ช่วยให้ใช้งานได้ไหลลื่นและสมูทมากขึ้น

 

 

Google มีให้ไม่ต้องกลัว

ใครที่กังวลว่าจะมีบริการ Google หรือ Google Mobile Services (GMS) ให้ใช้หรือไม่ก็หมดห่วงไปเลยครับ เพราะมีให้ครบทั้ง Play Store, Gmail, YouTube และอื่นๆ ทั้งหมด

 

พื้นที่คงเหลือหลังแกะกล่อง

HUAWEI Y6s มีพื้นที่หลังแกะกล่องอยู่ที่ประมาณ 56GB จากทั้งหมด 64GB ซึ่งถือว่าเยอะมากๆ สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นเล็ก พร้อมให้โหลดแอปพลิเคชั่นต่างๆ และถ่ายภาพได้โดยไม่ต้องกลัวเต็ม ทั้งนี้ HUAWEI Y6s ยังมีเทคโนโลยี EROFS ช่วยบีบอัดไฟล์ที่ติดตั้งในเครื่องให้ขนาดที่เล็กลงโดยอัตโนมัติเพื่อเพิ่มพื้นที่ได้มากกว่าเดิมถึง 2GB

 

ระบบความปลอดภัย

ด้านระบบความปลอดภัยก็ให้มาครบเหมือนกันตั้งแต่การสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่องที่ใช้งานได้สะดวกและเสถียรมากๆ รวมไปถึงการสแกนใบหน้าที่ทำได้รวดเร็ว เพียงกดปุ่มล็อคเครื่องครู่เดียวก็เลื่อนขึ้นเพื่อเข้าสู่หน้าหลักได้ทันที แทบไม่ต้องค้างไว้เพื่อรอให้สแกนเลย

 

ลำโพงดังกระหึ่มด้วย Huawei SuperSound

HUAWEI Y6s มาพร้อมกับเทคโนโลยีเสียง Super Linear Speaker ผ่านลำโพง และระบบ Smart PA ทำให้เรารับฟังเสียงได้อย่างเต็มอรรถรสและเบสค่อนข้างแน่น ใครที่ชอบพกสมาร์ทโฟนไปเปิดเพลง เครื่องนี้ก็เป็นอีกตัวเลือกแบบประหยัดๆ เลยครับ

 

ระบบนำทางด้วยท่าทางแบบเต็มหน้าจอ

ในรุ่นนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์ที่เปลี่ยนปุ่มนำทางแบบปุ่มปกติให้เป็นแบบเต็มจอได้ด้วยเหมือนกัน โดยปัดขึ้นจากจอส่วนล่างจะเป็นเข้าหน้าโฮม, ปัดขึ้นแล้วค้างไว้จะเข้าหน้าแอปพลิเคชั่นล่าสุด และปัดซ้าย-ขวาจากขอบจอจะเป็นการย้อนกลับ

 

โหมดถนอมสายตา

เมื่อผ่านการรองรับจากสถาบัน TÜV Rheinland ในรุ่นนี้ก็ยังมีโหมดถนอมสายตาที่ตัดแสงสีฟ้าได้เยอะขึ้นเหมือนกัน โดยเราสามารถปรับโทนความอุ่นได้เองเลย

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

HUAWEI Y6s มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Mediatek Helio P35 Octa Core ความเร็ว 2.3 GHz มีขนาดอยู่ที่ 12 นาโนเมตร โดยจะมีทั้งหมด 8 คอร์ แบ่งเป็น 4 คอร์ในการประมวลผลกราฟิกหรือการใช้งานหนักๆ และอีก 4 คอร์ในการประมวลผลแบบประหยัดพลังงาน

 

สำหรับผลการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมตั้งแต่หน่วยประมวลผล, การ์ดจอ และหน่วยความจำด้วยโปรแกรม AnTuTu Benchmark ทำได้ไปได้ที่ 98,979 คะแนน

 

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

สำหรับการทดสอบเกม ROV เราปรับภาพในการตั้งค่าเริ่มต้น แต่เราเพิ่มระดับกราฟิกเป็นสูง แต่ภาพ HD มาตรฐาน และเฟรมเรทระดับสูง โดยลองเล่นในโหมด 5 VS 5 ในช่วงแรกๆ เฟรมเรทจะวิ่งที่ 58-60fps ตลอด จนถึงช่วงที่บวกและใส่สกิลกันเยอะๆ จะมีเหวี่ยงบ้างอยู่ที่ 45-55fps แต่ก็ไม่ได้มีอาการกระตุกอะไรครับ ยังคงต่อสู้ได้ไหลลื่นเหมือนเดิม แต่ใครไม่อยากให้เหวี่ยงและวิ่งที่ 30fps ตลอดก็ไปปรับการตั้งค่าส่วนของเฟรมเรทได้เช่นกัน

 

Garena: Speed Drifters

ส่วนเกมแข่งรถแบบชิวๆ อย่าง Garena: Speed Drifters เราปรับภาพเป็นระดับสูงสุดทั้งหมดรวมไปถึงเฟรมเรทด้วยเหมือนกัน โดยการเล่นก็ถือว่าลื่นมากๆ เล่นได้สบายๆ ครับ

 

แบตเตอรี่ก็อึดใช่ย่อย

แม้ว่า HUAWEI Y6s จะให้แบตเตอรี่มาที่ 3020 mAh ซึ่งดูเหมือนจะน้อย แต่พอใช้งานจริงๆ ก็ถือว่าใช้งานได้นานเหมือนกันครับ เพราะจากที่ทดสอบเล่นโซเชียลปกติและเล่นเกมนิดหน่อยประมาณ 2-3 ชั่วโมง แบตเตอรี่ก็ลดเหลืออยู่ที่ประมาณ 74% เท่านั้น ยังพอเหลือให้ใช้งานได้ทั่วไปทั้งวันแน่นอนครับ

 

กล้องถ่ายรูป

สำหรับกล้องถ่ายรูป HUAWEI Y6s ก็ให้กล้องหน้า-หลังมาอย่างละเลนส์ครับ โดยกล้องหลังมีความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 และกล้องหน้ามีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0

โหมดปกติ

ปรับแต่งใบหน้าสวยได้ 10 ระดับ

สำหรับกล้องหลังราสามารถปรับแต่งใบหน้าบุคคลได้สวยงามถึง 10 ระดับครับ ชอบระดับไหนก็ลองปรับใช้งานกันได้เลย โดยฟีเจอร์ใช้ได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังเลย

 

สรุปจุดเด่น

  • หน้าจอใหญ่ 6.09 นิ้ว คมชัดระดับ HD+ ใช้งานได้เต็มตาและสีสันก็ชัดเจน
  • ดีไวน์สวยงามและมีมิติมากสำหรับสมาร์ทโฟนราคาระดับเดียวกัน
  • ให้ความจุภายในมาถึง 64GB สามารถเก้บข้อมูลได้เยอะ ไม่ต้องกลัวเต็ม
  • มีถาดซิมแบบ 3 ช่อง ใส่ได้ 2 ซิม และอีก 1 MicroSD Card
  • มีระบบเสียง Huawei SuperSound ทำให้ฟังเพลงได้อย่างเต็มอรรถรส
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้อึด

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ใช้พอร์ต Micro USB 2.0

 

HUAWEI Y6s สนนราคาอยู่ที่ 3,999 บาทเท่านั้น โดยมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ Starry Black (รุ่นที่ใช้รีวิว) และสีน้ำเงินน้ำเงิน Orchid Blue โดยเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วเรียบร้อย

Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

Smart Review

รีวิว Samsung Galaxy A01 หน้าจอ Infinity-V และกล้องหลังคู่ ราคา 3,290 บาท

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Samsung Galaxy A01 Review

Samsung Galaxy A01 เป็นสมาร์ทโฟนราคาประหยัดรุ่นใหม่ที่มาพร้อมหน้าจอแสดงผล Infinity-V และมีกล้องหลังคู่ ถ่ายรูปหน้าชัดหลังละละลาย ตอบโจทย์ผู้ใช้งานรุ่นใหม่ในราคาที่จับต้องได้ง่าย 3,290 บาท

 

ดีไซน์ตัวเครื่องและหน้าจอแสดงผล

Samsung Galaxy A01 Review

ด้านดีไซน์ของ Samsung Galaxy A01 มีหน้าจอความคมชัดระดับ HD+ เป็นชนิดหน้าจอแบบ TFT กว้าง 5.7 นิ้ว รอยเว้าหรือรอยบากบริเวณขอบด้านบนของหหน้าจอเป็นดีไซน์ที่เรียกว่า Infinity-V Display สำหรับติดตั้งกล้องหน้า

 

Samsung Galaxy A01 Review

Infinity-V Display เป็นรอยเว้ารูปตัววีขนาดเล็ก ช่วยให้มุมมองการใช้งานหน้าจอดูกว้างขึ้นและไม่รบกวนสายตาเวลาใช้งาน

 

Samsung Galaxy A01 Review

ตัวเครื่องด้านหลังเป็นแบบ Unibody มีลักษณะผิวด้าน ทำให้เวลาจับใช้งานกระชับมือมากขึ้น และยังช่วยลดการเกิดคราบรอยนิ้วมือได้ด้วย

 

Samsung Galaxy A01 Review

น้ำหนักตัวเครื่องถือว่าเบามากๆ เพียง 149 กรัม ซึ่งข้อดีของการมีตัวเครื่องที่บางเบาจำให้เราถือใช้งานได้นานโดยที่ไม่ทำให้รู้เมื่อยมือนั่นเอง และพกพาใส่กระเป๋ากางเกงก็ง่ายอีกด้วย

 

Samsung Galaxy A01 Review

เลนส์กล้องหลังเป็นเลนส์คู่ 13+2 ล้านพิกเซล นูนขึ้นมาเหนือฝาหลังเล็กน้อย โดยเป็นกล้องหลักและกล้อง Depth สำหรับถ่ายรูปแบบหน้าชัดหลังละลายได้ ถัดลงมาจากเลนส์กล้องเป็นไฟแฟลช LED

 

Samsung Galaxy A01 Review

Galaxy A01 มีพอร์ตเชื่อมต่อแบบ microUSB สำหรับชาร์จไฟให้แบตเตอรี่และถ่ายโอนข้อมูลผ่านสายระหว่างอุปกรณ์

 

Samsung Galaxy A01 Review

ด้านบนมีช่องเสียบหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม.

 

ซอฟต์แวร์และฟังก์ชั่นการใช้งาน

Samsung Galaxy A01 Review Samsung Galaxy A01 Review

Samsung Galaxy A01 รันระบบปฏิบัติการ Android 10 ตั้งแต่แกะออกจากกล่อง ครอบทับด้วย One UI 2.0 ซึ่งเป็น UI เวอร์ชั่นล่าสุดจาก Samsung ที่มีหน้าตาเหมือนกับรุ่นเรือธง เลือกแตะใช้งานเมนูต่างๆ ได้ง่าย ไม่ซับซ้อน

 

Samsung Galaxy A01 Review

รุ่นนี้มีโหมดกลางคืนให้เปิดใช้งานได้ด้วย ซึ่งเป็นการปรับโทนสีพื้นหลังให้มืด มีความสบายตามากขึ้นสำหรับการใช้งานในที่มืดหรือตอนกลางคืน

 

Samsung Galaxy A01 Review

Galaxy A01 ใช้การปลดล็อคด้วยใบหน้าแทนการใช้ปุ่มสแกนลายนิ้วมือ ซึ่งจากการใช้งานก็ถือว่าทำงานได้ค่อนข้างรวดเร็วดี

 

Samsung Galaxy A01 Review

นอกจากนี้แล้ว ยังมีฟีเจอร์การสั่งงานด้วยท่าท่างให้เปิดใช้งานได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น แตะหน้าจอสองครั้งเพื่อเปิดหน้าจอ คว่ำหน้าจอเพื่อปิดเสียง หรือปัดรายชื่อติดต่อไปทางขวาเพื่อโทรออก เป็นต้น

 

กล้องถ่ายรูป

Samsung Galaxy A01 Review Samsung Galaxy A01 Review

Samsung Galaxy A01 มีกล้องหลังคู่ ถ่ายรูปแบบหน้าชัดหลังละลายได้ด้วยโหมดไลฟ์โฟกัส (Live Focus) โดยต้องถือกล้องให้อยู่ในระยะห่างพอดีกับวัตถุที่ต้องการถ่ายหรือประมาณ 1-1.5 เมตร เราสามารถปรับความเบลอของฉากหลังขณะถ่ายรูป

 

Samsung Galaxy A01 Review Samsung Galaxy A01 Review

กล้องหลังรองรับการถ่ายรูป HDR ได้ โดยต้องเปิดใช้งานในเมนูการตั้งค่าของแอปกล้องถ่ายรูป สำหรับช่วยให้การถ่ายย้อนแสงหรือในที่แสงน้อยได้ภาพที่สวยคมชัดมากขึ้น

 

Samsung Galaxy A01 Review

สำหรับกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ปรับความสวยของใบหน้าได้ และมีโหมดไลฟ์โฟกัส (Live Focus) เซลฟี่แบบหน้าชัดหลังละลายได้

 

สรุปสเปค Samsung Galaxy A01

  • หน้าจอ Infinity-V ขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1560 x 720 พิกเซล)
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย One UI 2.0
  • ซีพียู Snapdragon 439
  • แรม 2GB
  • ความจุภายในตัวเครื่อง 16GB เพิ่มได้ด้วย microSD สูงสุด 512GB
  • กล้องหลังคู่ : กล้องหลัก 13 ล้านพิกเซล + กล้อง Depth 2 ล้านพิกเซล
  • กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซลh
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 b/g/n, Bluetooth 4.2 และ microUSB
  • แบตเตอรี่ 3000mA

Samsung Galaxy A01 Review

สรุป Samsung Galaxy A01 เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้นใช้งานสมาร์ทโฟน เน้นเล่นโซเชียลทั่วไป หรือผู้ที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนราคาประหยัด ได้ใช้งาน Android 10 เวอร์ชั่นล่าสุด และมีกล้องหลังคู่ถ่ายรูปไลฟ์โฟกัสได้

อ่านต่อ...

Smart Review

รีวิว realme 6i สมาร์ทโฟนขุมพลังเต็มขั้น เล่นเกมแรง แบตพลังอึด 5000mAh พร้อมกล้อง 4 เลนส์ 48MP ในราคาสุดคุ้ม

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

realme 6i สมาร์ทโฟนรุ่นเล็กสุดในตระกูล realme 6 Series แต่ก็จัดเต็มด้วยขุมพลังเต็มขั้นผ่านหน่วยประมวลผล MediaTek Helio G80 ที่ใช้งานได้ไหลลื่นเช่นเคย ทั้งยังมีกล้องหลัง 4 เลนส์ ครบทุกฟังก์ชัน และแบตเตอรี่พันธ์อึดถึง 5000mAh

สรุปสเปค realme 6i

  • ขนาดตัวเครื่อง : 164.4 x 75.4 x 9.0 มม.
  • น้ำหนัก : 199 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Mini-Drop FullScreen กว้าง 6.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1600 x 720 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9 และมีพื้นที่การแสดงผล 89.8%
  • หน่วยประมวลผล MediaTek Helio G80 ความเร็ว 2.0GHz
  • GPU:Mali G52
  • RAM : 3/4GB
  • ROM : 64/128 GB รองรับ MicroSD Card สูงสุด 256GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI 1.0
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 4 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
    • เลนส์ Ultra Wide-Angle 119 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.25
    • เลนส์ B&W Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
    • เลนส์ Macro ระยะโฟกัส 4 ซม. ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม + MicroSD Card 1 ช่อง
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n, Bluetooth 5.0 และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับ 18W Quick Charge

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ตัวกล่องของ realme 6i มาในดีไซน์ที่เป็นรูปแบบของ realme ตามปกติครับ มีสีเหลืองเด่นตามแบบฉบับของตัวเอง พร้อมด้วยชื่อรุ่นที่ด้านหน้า และด้านหลังก็มีจุดเด่นของรุ่นนี้เอาไว้อยู่

อุปกรณ์ภายในกล่องมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง realme 6i พร้อมฟิล์มกันรอย
  • อะแดปเตอร์ Quick Charge 18W
  • สาย USB Type-C
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • เคสใส
  • ใบรับประกันสินค้าและคู่มือการใช้งานเบื้องต้น

 

เรื่องความโดเด่นด้านดีไซน์ต้องยกให้แบรนด์ realme แทบทุกรุ่นครับ โดย realme 6i นี้ก็ยิ่งพิเศษขึ้นไปอีกเพราะได้รับการออกแบบโดยดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลกอย่างคุณนาโอโตะ ฟุคาซาวา (Naoto Fukasawa) ทำให้ได้สีสันที่สวยงามและดูมีมิติมากๆ

 

โดยความประกายของฝาหลัง realme 6i จะมีการเล่นเส้นเงาเป็นเส้นตรงหลายเส้น ดูแตกต่างจากรุ่นอื่นๆ ที่เป็นการเล่นเฉดสีปกติครับ ซึ่งสีที่เราได้มารีวิวครั้งนี้เป็นสีขาว White Milk ส่วนอีกสีก็จะคล้ายกันชาเขียวอย่างสี Green Tea

 

นอกจากความสวยงามแล้ว งานวัสดุและการออกแบบก็ทำออกมาได้ดีด้วย จับถือได้ง่ายไม่ลื่นหลุดมือครับ ที่สำคัญยังถือมือเดียวได้แบบสบายๆ

 

realme 6i มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบหยดน้ำ Mini-Drop FullScreen ชนิด IPS LCD ขนาด 6.5 นิ้ว มีความคมชัดระดับ HD+ ที่ยังรับชมวิดีโอหรือซีรี่ย์ที่ต้องการได้อย่างคมชัดอยู่ครับ ซึ่งเรื่องสีสันก็ถือว่าทำได้ดีมากสำหรับการเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเล็ก แถมยังชมได้แบบเต็มตาที่มีพื้นที่การแสดงผลถึง 89.8% เลยทีเดียว

 

มาดูรอบตัวเครื่องกันครับ เริ่มที่เหนือหน้าจอกันเช่นเคย จะมีหยดน้ำขนาดเล็กพร้อมกับลำโพงสำหรับสนทนาอยู่ด้านบน

 

ด้านขวาของตัวเครื่องจะมีช่องใส่ซิมการ์ดและ MicroSD Card ถัดลงมาจะเป็นปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง

 

ส่วนด้านขวามีเพียงปุ่ม Power เท่านั้น

 

ขณะที่ด้านล่างตัวเครื่องยังคงมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. อยู่ ถัดไปเป็นไมโครโฟน, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวหลัก

 

และที่ด้านหลังมีกล้อง 4 เลนส์ พร้อมด้วยระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่กลางเครื่อง

 

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

สำหรับ realme 6i ยังแกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการตัวล่าสุดจาก Google อย่าง Android 10 ทั้งยังครอบทับด้วย realme UI 1.0 ที่เป็น UI รุ่นใหม่ของแบรนด์ที่เน้นลวดลายและสีสันที่สบายตามากขึ้น พร้อมด้วยการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้งานให้เร็วขึ้นกว่าเดิม

 

โหมดการดูแลรักษาดวงตา

realme 6i มาพร้อมกับโหมดที่เป็นการดูแลรักษาสายตาของเราเวลาในใช้งานในที่แสงน้อยหรือในที่มืดครับ โดยเป็นการลดแสงสีฟ้าและเพิ่มความเข้มของสีเข้าไปมากกว่าเดิม ใช้งานได้ยาวๆ ไม่ล้าดวงตาครับ

 

Dark Mode ก็มี ใช้งานได้กับทุกแอปที่รองรับ

นอกจากจะมีโหมดการดูแลรักษาดวงตาหรือการตัดแสงสีฟ้าแล้วก็ยังมี Dark Mode ที่เป็นการใช้ธีมมืดในทันทีครับ โดยพื้นหลังของทั้งตัว UI และแอปพลิเคชั่นที่รองรับ Dark Mode อยู่แล้วจะปรับให้แบบอัตโนมัติ ไม่ต้องไปกดอีกครั้งในตัวแต่ละแอป

 

ตกแต่งไอคอนในสไตล์ของตัวเอง

มีมาใน realme UI ทุกรุ่นครับสำหรับการปรับแต่งรูปแบบอคอนที่ปรับได้ตามใจเราเลย จะปรับให้ไอคอนมีลักษณะเหลี่ยม, กลม หรือมนๆ หน่อยก็ปรับได้ครับ หรือจะปรับให้ตัวไอคอนด้านในเล็กลงก็ยังทำได้จ้า

 

ระบบความปลอดภัยก็มีให้ครบ

ในเรื่องความปลอดภัยในการล็อกหน้าจอก็ยังคงมีมาครบครับตั้งแต่การสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง ที่แม้ว่าจะไม่ได้สแกนบนหน้าจอแสดงผล แต่การใช้งานที่หลังเครื่องก็สะดวกไม่แพ้กันครับ ที่สำคัญเรื่องความเร็วและความสเถียรต่างๆ ก็ไม่ต่างกันด้วย

ส่วนการสแกนใบหน้าก็ยังมีมาให้เหมือนเดิมครับ ทั้งบันทึกใบหน้าและการสแกนเพื่อปลดล็อกหน้าจอก็ทำได้รวดเร็วเช่นเคย

 

ใช้ 3 นิ้วแตะค้างไว้ที่หน้าจอ เพื่อแคปหน้าจอ

การบันทึกภาพหน้าจอใน realme UI ก็ถือว่าใช้งานได้สะดวกมากขึ้น ด้วยการใช้ 3 นิ้วลากจากบนลงล่างที่หน้าจอครับ หรือหากใครที่ต้องการบันทึกภาพในแบบยาวๆ ก็ให้ใช้ 3 นิ้วแตะค้างไว้ที่หน้าจอ จากนั้นเราก็สามารถเลื่อนภาพลงมาได้เรื่อยๆ

 

โคลนแอปได้ง่ายๆ หากมี 2 บัญชี

ใครที่มีบัญชีในแอปพลิเคชั่นโซเชียลมากกว่า 1 บัญชี ต้องได้ใช้กันอย่างแน่นอนกับการโคลนแอปที่ก็ง่ายๆ ตามชื่อฟีเจอร์ครับ เป็นการโคลนขึ้นมาอีก 1 แอปเพื่อใช้งาน เช่น ให้ Line มี 2 แอป และแต่ละแอปก็ใช้งานแยกกันอย่างสิ้นเชิง เป็นต้น

 

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

realme 6i ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมหน่วยประมวลผล MediaTek Helio G80 ที่มีสถาปัตยกรรมขนาด 12 นาโนเมตรครับ ทำให้มีประสิทธิภาพการทำงานที่ไหลลื่นและค่อนข้างประหยัดพลังงานพอสมควรเลย ทั้งยังมี GPU Mali G52 ช่วยให้ประสิทธิภาพด้านกราฟิกดีขึ้น 25% ซึ่งจะเห็นผลในตอนที่เล่นเกมแล้วเฟรมเรทลื่นๆ นั่นแหละครับ

 

ส่วนผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ทำคะแนนฝั่ง Single-Core ไปที่ 348 และคะแนน Multi-Core ที่ 1,295

 

realme 6i ยังคงมี Game Space ที่เป็นการรวบรวมเกมทั้งหมดของเราที่โหลดไว้ในที่เดียวกันครับ ทำให้ไม่ต้องมาเลื่อนหาให้ยุ่งยากเวลาที่โหลดเสร็จแล้ว แถมยังเปิดโหมดการแข่งขันเพื่อรีดประสิทธิภาพของเครื่องให้ใช้กับการเล่นเกมอย่างเดียว และปิดการแจ้งเตือนไม่ให้มีอะไรมารบกวนอีกด้วย

 

ทดสอบการเล่นเกม

ROV

สำหรับเกม ROV น่าเสียดายที่ไม่สามารถเปิดโหมดเฟรมเรทสูงได้ครับ แต่เรื่องภาพ HD และกราฟิกระดับสูง เราเปิดได้ทั้งหมด พอลองเข้าไปเล่นจริงๆ ก็ถือว่าเล่นได้ลื่นๆ แม้ว่าจะไม่ใช่เฟรมเรทระดับ 60fps แต่ 30fps แบบนิ่งๆ ตลอดทั้งเกมก็ถือว่าเพียงพอแน่นอนครับ ใครที่ไม่ได้ซีเรียสเรื่องนี้ถือว่าตอบโจทย์แน่นอน

 

Call of Duty: Mobile

ส่วน Call of Duty: Mobile สามารถเปิดภาพกราฟิกได้ในระดับต่ำ และเฟรมเรทระดับกลาง แต่ตอนที่เข้าไปเล่นในโหมด Frontline ถือว่าทำออกมาได้ดีกว่าที่คาดไว้ครับ เรื่องการทัชก็ลื่นๆ ไปตามนิ้ว รวมถึงการกดปุ่มต่างๆ ก็ตอบสนองได้รวดเร็วมาก

 

แบตเตอรี่อึดพร้อมชาร์จไว 18W

realme 6i ให้แบตเตอรี่มาถึงความจุ 5000mAh ซึ่งจริงๆ ถือว่าการใช้งานรองรับได้แบบเต็มวันถ้าใครที่ใช้งานแบบทั่วไป ไม่ค่อยได้เล่นเกมจริงจัง ซึ่งในช่วงค่ำที่กลับมาก็ชาร์จทิ้งไว้ไม่นานเพราะรองรับ Quick Charge ที่กำลังไฟ 18W จากที่ลองชาร์จจากแบตประมาณ 17% ก็ชาร์จเต็ม 100% ในเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครับ

 

กล้องถ่ายรูป

realme 6i ก็จัดเต็มในเรื่องกล้องถ่ายรูปเช่นกันครับ โดยมีให้ถึง 4 เลนส์ในกล้องหลัง และ 1 เลนส์ที่กล้องหน้า ซึ่งแต่ละเลนส์ก็มีตามด้านล่างนี้เลยครับ

กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 4 เลนส์ ดังนี้

  • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
  • เลนส์ Ultra Wide-Angle 119 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.25
  • เลนส์ B&W Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • เลนส์ Macro ระยะโฟกัส 4 ซม. ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0

ความคมชัดขั้นสูง 48 ล้านพิกเซล

ความละเอียดของภาพที่ให้มาสูงสุดถึง 48 ล้านพิกเซล เราจะได้ทั้งความคมชัดและรายละเอียดในภาพส่วนเล็กส่วนน้อยเมื่อซูมได้อย่างชัดเจนครับ ทั้งยังนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ด้วยนะ


ภาพถ่าย 48 ล้านพิกเซล / ภาพที่ซูมจาก 48 ล้านพิกเซล


ภาพถ่าย 48 ล้านพิกเซล / ภาพที่ซูมจาก 48 ล้านพิกเซล

 

AI จดจำฉากและซีนได้แม่นยำ

realme 6i ยังมีเทคโนโลยี AI เข้ามาในการใช้งานการถ่ายภาพครับ โดยจุดนี้จะรองรับเทคโนโลยี ‘Quad Bayer’ เป็นการการรวม 4 เป็น 1 พิกเซล มาอยู่ที่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ทำให้เฉดสีที่ได้รวมถึงแสงและเงาก็ทำให้ดูมีมิติมากขึ้น

 

Portrait เบลอหลังสวยงามแบบธรรมชาติ

เรื่องการถ่าย Portrait ด้าน realme 6i ก็ถือว่าทำออกมาได้เป็นอย่างดีครับ เบลอค่อนข้างไล่ระดับและดูมีมิติ แถมมีการปรับแต่งใบหน้าด้วย AI ให้เนียนแบบธรรมชาติๆ อีกด้วย และใช้ได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังเลยครับ

กล้องหลัง

กล้องหน้า

 

ไม่ใช่แค่การเบลอในแบบธรรมดาๆ เท่านั้น เพราะยังมีฟิลเตอร์สำหรับ Portrait มาให้อีกถึง 6 แบบครับ หลายสีหลากเฉด เลือกให้ใช้งานกันเยอะพอสมควร

 

Ultra-Wide เก็บมุมกว้างให้องค์ประกอบ

Ultra-Wide ใน realme 6i สามารถถ่ายมุมกว้างได้ถึง 119 องศาครับ ทำให้เก็บภาพวิว ทิวทัศน์ ได้กว้างขึ้นกว่าเลนส์ปกติถึง 4 เท่า ส่วนภาพที่ได้ถือว่าจัดเต็มเรื่องสีสันไม่ค่อยต่างจากเลนส์หลักครับ เวลาจะถ่ายอะไรแล้วอยากเก็บให้ครบก็ใช้เลนส์นี้ช่วยได้เลย ไม่ต้องถอยไกล


เลนส์ปกติ / เลนส์ Ultra-Wide

 

ถ่ายกลางคืนชัดขึ้นด้วย Super Nightscape

ในโหมดนี้ realme 6i ก็ถือว่าทำได้ดีพอตัวครับกับราคาระดับนี้ ทำให้การถ่ายจากเลนส์ปกติในตอนกลางคืนที่แสงอาจจะฟุ้งไป แล้วเห็นรายละเอียดได้ครบ เข้าโหมดนี้ก็เข้ามาช่วยได้ทั้งหมด ทำให้ภาพที่ได้สว่างขึ้นและเหก็นรายละเอียดต่างๆ ได้ชัดกว่าเดิม


ปิด Super Nightscape / เปิด Super Nightscape

f

 

ถ่ายใกล้ๆ ก็ได้ผ่านเลนส์ Macro

เลนส์ที่ 4 ของ realme 6i ก็คือเลนส์ Macro นั่นเองครับ ทำให้เราอยากถ่ายอะไรที่เล็กๆ ก็ทำได้แบบสบายๆ เห็นได้ชัดเจนขึ้น โฟกัสได้ไว และสีสันก็ถือว่าอยู่ที่ระดับที่สวยงามเลย

 

กล้องหน้า AI Beauty

และสุดท้ายกับกล้องหน้าที่เราพูดถึงการถ่าย Portrait ไปแล้ว ใครที่จะใช้ถ่ายภาพ AI กล้องหน้าตามปกติก็ถือว่าสวยงามได้แบบธรรมชาติๆ จ้า ได้ AI มาปรับแต่งหน้าให้อัตโนมัติ แทบไม่ต้องมาปรับเองเลย

 

สรุปจุดเด่น

  • ดีไซน์สวยงามจากการออกแบบของดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลกอย่าง Naoto Fukasawa
  • หน้าจอแสดงผลใหญ่ 6.5 นิ้ว รับชมได้แบบเต็มตา และคมชัดในระดับ HD+
  • กล้องหลังจัดหนักถึง 4 เลนส์ 48 ล้านพิกเซล พร้อมมีครบทุกฟังก์ชันที่สมาร์ทโฟนทุกรุ่นต้องมี
  • เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่ใช้หน่วยประมวลผล MediaTek Helio G80 ใช้งานได้แบบลื่นๆ ไม่มีสะดุด
  • แบตเตอรี่พันธุ์อึด 5000mAh การันตีการใช้งานทั่วไปได้แบบเต็มวันแน่นนอน

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่มีหูฟังมาให้ในกล่อง

 

สำหรับ realme 6i รุ่น RAM 3GB + ROM 64GB ราคา 4,699 บาท โดยจะมี Flash Sale ผ่านทาง LAZADA ในวันที่ 27 มีนาคมนี้ (เที่ยงคืนเป็นต้นไป) เหลือเพียง 4,399 บาท และ 10 ท่านแรก รับฟรี! หูฟัง realme Buds Wireless มูลค่า 1,999 บาท

อ่านต่อ...

Smart Review

รีวิว iPhone 11 Pro Max ขุมพลังความแรงขั้นเทพของสมาร์ทโฟนพร้อมกล้องระดับโปรของ Apple กับฟีเจอร์ iOS 13 รุ่นล่าสุด

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

แม้ว่า iPhone 11 Pro Max จะเปิดตัวและวางจำหน่ายในไทยมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา แต่ความเร็วแรงของหน่วยประมวลผล A13 Bionic ก็ยังคงหาสมาร์ทโฟนรุ่นไหนมาเทียบเคียงได้ยาก รวมไปถึงระบบปฏิบัติการ iOS 13 ที่มีการอัปเดทฟีเจอร์ใหม่ๆ ตลอดเวลา โดยเราจะมารีวิวฟีเจอร์และความสามารถต่างๆ ของรุ่นที่เป็นที่สุดของ iPhone กัน

 

สรุปสเปค iPhone 11 Pro Max

  • ขนาดตัวเครื่อง : 158.0 x 77.8 x 8.1 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 226 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Super Retina XDR ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด 2688 x 1242 พิกเซล, 458ppi รองรับ HDR, อัตราส่วนคอนทราสต์ 2,000,000:1
  • หน่วยประมวลผล : A13 Bionic
  • ROM 64/256/512 GB
  • ระบบปฎิบัติการ iOS 13
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 3 เลนส์แบ่งเป็น
    • เลนส์หลัก (Wide) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
    • เลนส์ Ultra Wide-Angle 120 องศา ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
    • เลนส์ Telephoto 2x ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • กล้องหน้า (TrueDepth) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • รองรับการใช้งานซิมคู่ (Nano-SIM และ eSIM)
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax, Bluetooth 5.0, NFC และพอร์ต Lightning

 

แกะกล่อง ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

ตัวกล่องของ iPhone 11 Pro Max มาในสีดำเข้มครับ โดยที่ด้านหน้ากล่องจะมีรูปตัวเครื่องด้านหลังที่บ่งบอกถึงรุ่นล่าสุดได้เป็นอย่างดีด้วยโมดูลกล้อง

ส่วนภายในกล่องจะมีอุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้

  • ตัวเครื่อง iPhone 11 Pro Max
  • หูฟัง EarPods พร้อมหัวต่อ Lightning
  • สาย USB Type-C เป็น Lightning
  • อะแดปเตอร์แปลงไฟ USB-C ขนาด 18 วัตต์
  • เอกสารคู่มือ

 

ดีไซน์การออกแบบของ iPhone 11 Pro Max ได้ใช้วัสดุสแตนเลสสตีลและกระจกผิวด้านที่กด้านหลังตัวเครื่อง ทำให้มีความงามแบบคลาสสิกมากๆ แถมทำให้ไม่มีติดรอยนิ้วมืออีกด้วย และที่สำคัญกระจกทั้งตัวกล้องหลังและด้านหน้าจอแสดงผลยังครอบทับด้วยกระจกที่ขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในสมาร์ทโฟนอีกด้วย

 

iPhone 11 Pro Max มีให้เราเลือกใช้งานถึง 4 สี ได้แก่ สีเงิน สีทอง สีเทาสเปซเกรย์ และสีใหม่อย่างสีเขียว Midnight Green ที่ใครๆ ก็ต้องการครับ

 

ด้านหน้าจอแสดงผล ของ iPhone 11 Pro Max จัดอยู่ความสุดยอดของสมาร์ทโฟนเลยก็ว่าได้เพราะได้ผ่านการทดสอบหน้าจอจาก DisplayMate และได้รับคะแนนสูงสุด A+ เลยทีเดียว โดยรุ่นนี้ใช้ชนิดหน้าจอ OLED ที่เรียกว่า Super Retina XDR ที่ให้ความคมชัดและสีสันที่สดมากๆ ด้วยคอนทราสต์สูงถึง 2,000,000:1 ทั้งนี้ หน้าจอของ iPhone 11 Pro Max สามารถเพิ่มความสว่างได้สูงสุดถึง 800 นิตเมื่อใช้งานทั่วไป และเพิ่มไปถึง 1,200 นิตเมื่อใช้งานขณะที่รับชมเนื้อหา HDR10, Dolby Vision หรือกำลังรูปถ่าย HDR Super Retina XDR ครับ

 

สำหรับ iPhone 11 Pro Max ยังมีฟีเจอร์ True Tone มาให้เช่นเดิมครับ โดยจะเป็นการปรับ White Balance ของหน้าจอให้ตรงกับอุณหภูมิสีของแสงรอบๆ ข้าง และปรับได้ตามสภาวะที่เรากำลังเจอ

 

รอบเครื่องของ iPhone 11 Pro Max ตั้งแต่เหนือหน้าจอแสดงผลจะมีรอยบากที่ฝังเทคโนโลยี TrueDepth เข้าไป, กล้องหน้า และลำโพงสเตอริโอพร้อมไมโครโฟนในตัว

 

ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะมีแถบสำหรับเปิด/ปิดเสียงมาให้เหมือนเดิมตามสไตล์ของ Apple และถัดลงมาจะมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงมาให้

 

ด้านขวาตัวเครื่องมีปุ่ม Power หรือใช้งานเรียก Siri และที่ตรงกลางๆ จะมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM 1 ช่อง

 

ส่วนด้านล่างตัวเครื่องจะมีทั้งลำโพงและไมโครโฟน ขนาบข้างพอร์ต Lightning อยู่

 

และสุดท้ายที่ด้านหลังจะมีกล้องหลังที่เป็นแบบใหม่ของ iPhone จำนวน 3 เลนส์ พร้อมแฟลช Dual-Tone และโลโก้ Apple กลางเครื่อง

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ระบบปฎิบัติการ

แน่นอนว่า iPhone 11 Pro Max ต้องรันบนระบบปฏิบัติการรุ่นล่าสุดของค่ายอย่าง iOS 13 ที่ตอนนี้ก็อยู่ในเวอร์ชัน iOS 13.3.1 กันแล้วครับ โดยหลักๆ iOS 13 จะช่วยให้การทำงานและการตอบสนองระหว่างใช้งานเร็วขึ้นพอสมควรครับ ทั้งยังช่วยเรื่องความเสถียรของระบบ, ลดขนาดของแอปพลิเคชั่นที่ดาวน์โหลด และทำให้ Face ID ทำงานได้เร็วกว่า iOS รุ่นก่อนๆ ด้วย

 

ฟีเจอร์เด่นๆ ใน iOS 13

ใช้งานสบายตาด้วยโหมดมืด

ใน iOS 13 มาพร้อมกับการเปลี่ยนโหมดหน้าจอเป็นแบบมืดเพื่อช่วยให้การใช้งานนั้นสบายอย่างมากครับ ซึ่งไม่ใช่แค่นั้นเพราะยังช่วยเรื่องการประหยัดพลังงานเหมือนกัน เพราะหน้าจอมืดๆ พื้นหลังดำๆ เรียกได้ว่าเป็นของชอบของหน้าจอ OLED เลยทีเดียว

 

Siri ฉลาดขึ้นและใช้งานดีกว่าเดิม

ผู้ช่วยอัจฉริยะประจำ iPhone 11 Pro Max หนีไม่พ้น Siri ครับ ซึ่งในรุ่นใหม่ที่ใช้ iOS 13 ด้วยก็ทำให้ Siri นั้นพูดได้เป็นธรรมชาติมากขึ้น โต้ตอบได้ตรงตามคำถามกว่าเดิม รวมถึงการใช้งานก็เสถียรขึ้นด้วยครับ

 

สติ๊กเกอร์น่ารักๆ ทั้ง Animoji และ Memoji

Animoji และ Memoji เป็นสติ๊กเกอร์ที่มีหลายรูปแบบมากขึ้นใน iOS 13 ครับ ซึ่งในฟีเจอร์จะได้ประโยชน์จากกล้องหน้า TrueDepth ใน iPhone 11 Pro Max เพื่อให้เคลื่อนไหวใบหน้าตามผู้ใช้งานให้เหมือนจริงมากที่สุด

โดยเราสามารถเข้าไปใช้งาน Animoji และ Memoji ได้ที่แอปข้อความครับ แล้วสามารถตกแต่งใบหน้า ทรงผม และอุปกรณ์ต่างๆ ได้ตามใจชอบเลยทีเดียว แถมเมื่อทำเสร็จแล้วยังส่งสติ๊กเกอร์เหล่านี้ได้ผ่านแอปแชททั้งหลาย เช่น Line, Messenger หรือ IG ได้ด้วยผ่านคีย์บอร์ดของระบบครับ

 

ระบบเสียงสมจริงรอบทิศทางแบบ Dolby Atmos

iPhone 11 Pro Max ยังมาพร้อมกับลำโพงเสียงรอบทิศทางแบบ Dolby Atmos อีกด้วย โดยเรื่องความดังและความคมชัดก็หายห่วงไปเลยครับ เพราะจัดเต็มแน่นอน ทั้งยังช่วยในเรื่องอรรถรสในการเล่นเกมหรือรับชมภาพยนตร์ต่างๆ อีกด้วย

 

Face ID รุ่นพัฒนา ใช้งานเร็วกว่าเดิม

นอกจากที่ Face ID หรือการสแกนใบหน้าของ iPhone รุ่นต่างๆ จะมีความปลอดภัยที่น่าจะมากที่สุดในสมาร์ทโฟนตอนนี้แล้ว ใน iOS 13 ก็ยังช่วยให้ระบบนี้ทำงานเร็วขึ้นไปอีกด้วยครับ (ซึ่งจริงๆ ก็ทำงานเร็วแล้วนะ) เพียงแค่ยกขึ้นมาก็ปัดขึ้นได้ทันที ไม่ต้องรอนานเลยด้วย

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

iPhone 11 Pro Max มาพร้อมขุมพลังตัวแรงสุดที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟนอย่าง A13 Bionic ซึ่งต้องบอกว่าไม่ว่าจะ iPhone รุ่นไหนก็ยังคงแรงได้แบบสบายๆ ใช้งานได้เต็มที่ ซึ่งยังมีหน่วยประมวลผลด้าน AI ที่เรียกว่า Neural Engine เพื่อให้จัดการระบบต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม แถมยังประหยัดพลังงานน้อยกว่า A12 Bionic ถึง 15% ด้วย

 

นอกจากหน่วยประมวลผลหลักแล้ว iPhone 11 Pro Max ยังมีชิพ U1 ที่เป็นการเข้าถึงตำแหน่ง Ultra-Wide Band ของอุปกรณ์ใกล้เคียงได้อย่างแม่นยำ โดยส่วนนี้จะได้ประโยชน์ในเรื่องการถ่ายโอนข้อมูลของ iPhone 11, iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max ได้ดีกว่าเดิมด้วย

ทดสอบการเล่นเกม

เราได้ทดสอบการเล่นเกมที่เน้นกราฟิกหนักๆ และเกมที่รองรับ AR ด้วย โดยผลจะเป็นอย่างไรมาดูกันครับ

Asphalt 9 : Legend

เกมแข่งรถสุดฮิตโดยที่เกม Asphalt 9 : Legend ใน iPhone 11 Pro Max ไม่จำเป็นต้องไปปรับคุณภาพกราฟิกครับเพราะมาให้สุดอยู่แล้ว และจากการเล่นไปประมาณครึ่งชั่วโมงติดกัน ทุกรอบเล่นได้แบบไหลลื่นมาก ระบบทัชหน้าจอก็ตอบสนองได้เร็ว และดูเหมือนว่าเฟรมเรทจะวิ่งในระดับสูงสุดอีกด้วยเพราะภาพมันสมูธมากๆ

 

Angry Birds AR: Isle of Pigs

มาต่อที่เกม Angry Birds AR: Isle of Pigs ที่ใช้กล้องหลังเพื่อแสดงผลออกมาเป็น AR ก็เล่นได้แบบไม่มีปัญหาครับ ได้ทั้งความไหลลื่น ภาพสวย และเล่นได้ต่อเนื่องไม่มีตรงไหนสะดุดเลย

 

ROV

และสุดท้ายกับเกมยอดฮิตของชาวไทยอย่าง ROV แน่นอนว่าเมื่อใช้ iPhone 11 Pro Max ก็ต้องปรับสุดทุกอย่างอยู่แล้ว โดยเราลองเล่นในโหมด 5 VS 5 ครับ เฟรมเรทภาพรวมของทั้งเกมถือว่ายอดเยี่ยมมากๆ เพราะวิ่งอยู่ที่ 60fps เป็นส่วนใหญ่ และอาจลงมาเล็กน้อยที่ 58-59fps ในบางครั้งเท่านั้น

 

แบตเตอรี่อึดใช้งานได้ทั้งวันแน่นอน

iPhone 11 Pro Max ขึ้นชื่อเรื่องแบตเตอรี่ที่มีความอึดมากต่อการใช้งานทั่วไปใน 1 วันครับ ซึ่งจากที่ใช้งานจริงๆ ก็ตามนั้นเลยครับ เราเล่นเกมไปประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ แบตเตอรี่จาก 100% เหลือถึง 95% ซึ่งหากแบตใกล้หมดก็ยังชาร์จเร็วได้อะแดปเตอร์ที่แถมมาให้ในกล่องที่ 18W

นอกจากนี้ iPhone 11 Pro Max ยังรองรับการชาร์จไร้สายผ่านกระจกด้านหลังด้วยแผ่นรองชาร์จที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Qi ทุกรุ่นครับ ทำให้สะดวกในการใช้งานมากขึ้น

 

กล้องถ่ายรูป

สำหรับกล้องของ iPhone 11 Pro Max ถือว่าเป็นรุ่นที่มีอัปเกรดจากรุ่นเดิมมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ ไม่ว่าจะกล้องหน้าหรือกล้องหลัง แถมได้เพิ่มเลนส์ Ultra-Wide เข้ามาเป็นครั้งแรกของ Apple ซึ่งแต่ละเลนส์ที่มีมาให้มีดังนี้

กล้องหลัง

  • เลนส์หลัก (Wide) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8
  • เลนส์ Ultra Wide-Angle 120 องศา ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • เลนส์ Telephoto 2x ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0

กล้องหน้า (TrueDepth) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2

แต่ละฟีเจอร์จะมีอะไรและถ่ายภาพได้แจ่มขนาดไหนมาดูกันเลยครับ

เลนส์ Wide ถ่ายภาพแจ่มๆ โฟกัสไวขึ้น

ในเลนส์ Wide ของ iPhone 11 Pro Max นั้นได้อัปเกรดให้ระบบโฟกัสทำงานเร็วขึ้นกว่าเดิมครับ โดยจุดนี้ทำให้เราได้ภาพที่คมชัดและไม่ต้องรอนานโฟกัสนานเหมือนก่อนแล้ว จะถ่ายภาพตอนกลางวันหรือกลางคืนแค่กดชัตเตอร์ด้วยโหมดปกติก็ได้ภาพทันใจ

 

Ultra-Wide กว้างสะใจเก็บอะไรก็ครบ

iPhone 11 Pro Max มาพร้อมกับเลนส์ Ultra-Wide ใหม่ที่อยู่ในระยะ 0.5x ให้ความกว้างเต็มๆ 120 องศา ถือว่าอยู่ใกล้วัตถุต่างๆ ก็เก็บได้ครบหมดครับ แถมเรื่องความสดใสของสีสันก็ดูจะไม่ต่างจากเลนส์หลักเท่าไหร่ด้วยนะ ส่วนโฟกัสก็ไวใช้ได้เลย


เลนส์ Wide / เลนส์ Ultra-Wide

ทั้งนี้เมื่อเราใช้งานเลนส์ Wide ปกติอยู่ ภาพที่อยู่นอกเฟรมจะแสดงผลว่าหากถ่ายด้วยเลนส์ Ultra-Wide แล้วจะได้ภาพออกมาประมาณไหนครับ ซึ่งถือว่าสะดวกมากๆ หากใครที่ต้องการใช้งาน

 

Night Mode ถ่ายกลางคืนยังไงก็เห็นชัด Noise ก็น้อยมาก

โหมดกลางคืนหรือ Night Mode ของ iPhone 11 Pro Max ถือว่าทำให้การถ่ายภาพในตอนกลางคืนนั้นดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดกว่ารุ่นก่อนมากๆ ภาพที่ได้ออกมาจะสว่างมากขึ้น เพิ่มสีสัน และ Noise ในภาพก็น้อยมากๆ (แต่ก็ขึ้นอยู่ความความสว่างของแสงที่มีด้วยครับ)

โดยการใช้งานโหมดนี้ระบบจะทำงานเองโดยอัตโนมัติ และจะขึ้นเตือนเป็นแถบสีเหลืองว่าให้ถือไว้กี่วินาทีหาก Night Mode ทำงาน

 

โหมดการจัดแสงภาพถายบุคคล

โหมดถ่ายภาพบุคคลของ iPhone 11 Pro Max จัดอยู่ในขั้นที่แจ่มมากขึ้นเพราะมีลูกเล่นให้เราได้ปรับแต่งเพิ่มขึ้นพอสมควร ตั้งแต่ความสว่างหรือความคมชัดของภาพที่ช่วยให้ผิวของเราเรียบเนียนมากขึ้น รวมไปถึงการปรับค่า f หรือรูรับแสงให้เบลอได้ดั่งใจเราครับ

สำหรับโหมดนี้มีให้เราเลือกเอฟเฟ็กต์ถึง 6 แบบ ได้แก่ แสงไฟธรรมชาติ, แสงไฟสตูดิโอ, แสงไฟคอนทัวร์, แสงไฟเวที, แสงไฟเวทีขาวดำ และ แสงไฟขาวดำไฮคีย์ที่เป็นรูปแบบใหม่ด้วย

 

กล้อง TrueDepth เก็บภาพได้กว้างกว่าเดิม

สำหรับกล้องหน้าหรือที่เรียกว่า TrueDepth มีการพัฒนาให้เห็บภาพในมุมที่กว้างกว่าเดิมชัดเจนครับ แถมยังมีความฉลาดในเรื่องของระบบอีกด้วย โดยหากเราเซลฟี่มุมแนวตั้งภาพก็อาจจะดูแคบเล็กน้อย แต่ถ้าปรับเป็นแนวนอนภาพที่ก็จะได้มุมกว้างขึ้นทันทีครับ

 

ที่สำคัญ iPhone 11 Pro Max ยังเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่ถ่ายวิดีโอระดับ 4K@60fps ได้รุ่นแรกของโลกด้วย

 

นอกจากนี้ในเรื่องของการถ่ายวิดีโอ ทุกเลนส์ที่ให้มาทั้ง Wide, Ultra-Wide และ Telephoto สามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดระดับ 4K@60fps ได้ทั้งหมดครับ ซึ่งเรื่องความนิ่งและระบบโฟกัสในโหมดวิดีโอต้องยอม iPhone 11 Pro Max จริงๆ

สรุปจุดเด่น

  • กล้องหลัง 3 เลนส์ใหม่หมด ถ่ายได้คมชัด เก็บมุมกว้างได้ครบ และ UI ต่างๆ ถือว่าทำออกมาได้ฉลาดมาก
  • กล้องหน้าถ่ายได้คมชัดและรองรับวิดีโอ 4K@60fps
  • iPhone 11 Pro Max เป็นรุ่นที่หน้าจอใหญ่สุดเท่าที่เคยมีมาใน iPhone ที่ 6.5 นิ้ว ทั้งยังมีความคมชัดและความสวยงามจนได้รับเกรด A+ จาก DisplayMate
  • หน่วยประมวลผล A13 Bionic ที่ถือว่าแรงที่สุดในโลกของสมาร์ทโฟน การใช้งานหรือเล่นเกมต่างๆ ก็หายห่วงไปได้เลยครับ
  • แบตเตอรี่ที่อึดมากๆ หากใครใช้งานทั่วไปรับรองว่าอยู่ได้ตั้งแต่เช้ายันค่ำแน่นอน
  • กันน้ำมาตรฐาน IP68

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ไม่มีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. แต่มีหูฟังพอร์ต Lightning มาให้ในกล่อง

iPhone 11 Pro Max วางจำหน่ายในประเทศไทยแล้วใน 3 ความจุ ได้แก่ 64GB, 256GB และ 512GB สนนราคาอยู่ที่ 39,900 บาท, 45,900 บาท และ 52,900 บาท ตามลำดับ โดยจะมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ เทาสเปซเกรย์, เงิน, ทอง และเขียวมิดไนท์กรีน

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone 14 OPPO Find X2 Pro 5G The Best Camera Phone 14
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

OPPO Find X2 Pro | 5G กล้องอันดับ 1 DXOMARK ถ่ายภาพออกมาจะสวยขนาดไหน ไปดูกันเลย

OPPO Find X2 Series ...

OPPO A31 All features you need to know OPPO A31 All features you need to know
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

จัดเต็ม 10 เหตุผลทำไมต้องเป็นเจ้าของ OPPO A31 สมาร์ทโฟนน้องเล็ก สเปคสุดคุ้มค่า

OPPO A31 สมาร์ทโฟนน้...

HUAWEI Mate30 Pro 5G with TrueMove H 5G HUAWEI Mate30 Pro 5G with TrueMove H 5G
Android News3 สัปดาห์ ที่แล้ว

TRUE 5G ใช้งานได้แล้วบน HUAWEI Mate30 Pro 5G พร้อมวิธีกดรับสิทธิ์ทดลองใช้งาน 5G

HUAWEI แบรนด์สมาร์ทโ...

Featured3 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme 6 สมาร์ทโฟนตัวคุ้ม กล้อง 64 ล้านพิกเซล กล้องระดับโปร พร้อมจอเหนือขั้น Refresh Rate 90Hz

realme 6 สมาร์ทโฟนกล...

Featured3 สัปดาห์ ที่แล้ว

3BB GIGATainment ความบันเทิงระดับโลกกับบ้านใหม่ของ HBO ในไทย พร้อมอินเทอร์เน็ต 1Gbps เริ่มต้น 590 บาท

3BB หนึ่งในผู้ให้บริ...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

Android News25 นาที ที่แล้ว

OPPO Ericsson และ MediaTek ประสบความสำเร็จในการโทรและวิดีโอคอล VoNR พร้อมนำประสบการณ์การใช้สมาร์ทโฟน 5G คุณภาพสูงให้เข้าใกล้ความสำเร็จมากยิ่งขึ้น

OPPO ประกาศความสำเร็...

Android News4 ชั่วโมง ที่แล้ว

ชาร์จไร้สายได้แล้ว! OnePlus ยืนยันรุ่น 8 Pro รองรับ Wireless Charging 30W และระบบสั่นดีขึ้น

OnePlus เตรียมที่จะเ...

Android News4 ชั่วโมง ที่แล้ว

หลุดเรนเดอร์ทางการของ Samsung Galaxy A71 5G ใน 3 สีใหม่ เล่นเฉดแบบ 2-Tone

คาดว่าใกล้ที่จะเปิดต...

ข่าวประชาสัมพันธ์4 ชั่วโมง ที่แล้ว

SAMSUNG จัดโปรแรง ลดหนักสุด ร่วม LAZADA FLASH SALE วันนี้ถึง 15 เมษายน เท่านั้น!

SAMSUNG ส่งดีลแรง แซ...

Android News5 ชั่วโมง ที่แล้ว

AnTuTu เผยอันกับสมาร์ทโฟนตัวแรงประจำเดือนมีนาคม Samsung ติดท็อป 10 ถึง 6 อันดับ

AnTuTu โปรแกรม Bench...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง