ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

HUAWEI เผยรายงานความยั่งยืนประจำปี 2019 ผลักดันด้านความเสถียรของเครือข่าย พร้อมความร่วมมือเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าและยั่งยืน

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

หัวเว่ยเผยรายงานความยั่งยืนประจำปี 2019 โดยระบุถึงความคืบหน้าของบริษัทในการสนับสนุนด้านความเสถียรและความปลอดภัยของเครือข่าย การลดการก่อมลพิษ การรับมือกับปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพทางภูมิอากาศ (climate change) การนำเทคโนโลยี “TECH4ALL” มาปรับใช้จริง และสนับสนุนเป้าหมายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ การสนับสนุนด้านความเสถียรของเครือข่ายยังคงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่มีต่อความรับผิดชอบทางสังคมและภารกิจของหัวเว่ย โดยในช่วงที่เกิดเหตุการณ์วิกฤติ อาทิ แผ่นดินไหว พายไต้ฝุ่น สึนามิ หรือความขัดแย้งที่ทำให้เกิดการปะทะของกองกำลังติดอาวุธ พนักงานของหัวเว่ยถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยดูแลให้เครือข่ายการสื่อสารเป็นปกติและคอยช่วยเหลือให้การปฏิบัติงานบนเครือข่ายต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่นท่ามกลางวิกฤติการณ์เหล่านั้น ในปี 2019 หัวเว่ยได้คอยดูแลให้เครือข่ายต่างๆ สามารถใช้งานได้ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ครั้งใหญ่และภัยพิบัติทางธรรมชาติมากกว่า 200 เหตุการณ์

นายเหลียง หัว ประธานคณะกรรมการของหัวเว่ยกล่าวว่า “ในช่วงเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา เราได้เผชิญกับความท้าทายมากมายที่ไม่เคยประสบมาก่อน แต่เราก็ยังยืนหยัดอยู่ได้อย่างแข็งแกร่ง เราทำงานอย่างข้ามวันข้ามคืนเพื่ออุดช่องโหว่ต่างๆ ในธุรกิจที่เต็มไปด้วยความท้าทายมากมาย เพื่อให้แน่ใจว่าธุรกิจยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ รวมทั้งยังสามารถส่งมอบสินค้าและบริการให้ถึงมือผู้บริโภคได้ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม โดยเราได้ช่วยติดตั้งเครือข่ายในกว่า 170 ประเทศ คิดเป็นมูลค่าหลายแสนล้านเหรียญสหรัฐ การทำให้เครือข่ายต่างๆ เหล่านี้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างน่าเชื่อถือ รวมทั้งทำให้ผู้คนมีเทคโนโลยีที่ดีที่สุดเพื่อใช้งาน ไม่เพียงเป็นแค่วัตถุประสงค์ของเรา แต่ยังเป็นเป้าหมายหลักในด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของเราอีกด้วย”

หัวเว่ยยังได้เปิดเผยเป้าหมายในระยะกลางและระยะยาว ในด้านการลดการปล่อยมลพิษก๊าซเรือนกระจก ระบบเศรษฐกิจแบบหมุนเวียน และพลังงานหมุนเวียน รวมถึงความคืบหน้าต่างๆ ในปี 2019 ด้วยเช่นกัน

ด้านภารกิจการลดมลพิษจากก๊าซเรือนกระจก ประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานของผลิตภัณฑ์หลักจากหัวเว่ยเพิ่มขึ้นถึง 22% โดยในปีที่ผ่านมา หัวเว่ยใช้พลังงานสะอาดกว่า 1,250 ล้านกิโลวัตต์ เทียบเท่ากับการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 570,000 ตัน

เพื่อร่วมมีส่วนช่วยเศรษฐกิจแบบหมุนเวียน หัวเว่ยมุ่งมั่นที่จะใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดตลอดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ เช่น 86% ของผลิตภัณฑ์ที่ถูกส่งคืนมายังบริษัท ถูกนำกลับมาใช้ใหม่ และมีขยะอิเล็กทรอนิกส์ของหัวเว่ยเพียง 1.24% ที่ถูกนำไปกำจัดในหลุมฝังกลบ

หัวเว่ยยังใช้ทรัพยากรหมุนเวียนมากขึ้น โดยโรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ที่สร้างขึ้นในแคมปัสของหัวเว่ยมีกำลังการผลิตรวม 19.35 เมกะวัตต์ และผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 13.57 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงในปี 2019 ทั้งนี้ หัวเว่ยยังได้ประยุกต์ใช้โซลูชัน Smart PV ในขอบข่ายที่ใหญ่ขึ้น เช่น โรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์กำลังการผลิต 300 เมกะวัตต์ ในจังหวัดคูคุย ประเทศอาร์เจนตินา โดยโรงไฟฟ้าแห่งนี้ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ปีละ 660 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานสำหรับ 160,000 ครัวเรือน

หัวเว่ยมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการมีส่วนร่วมในสังคมดิจิทัล และทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลได้ ในปีที่ผ่านมา หัวเว่ยได้เปิดตัวโซลูชัน RuralStar Lite (the RuralStar Lite solution) ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างไซต์สัญญาณได้อย่างมหาศาล และสามารถเชื่อมต่อประชากรมากกว่า 40 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลเข้าด้วยกัน โซลูชันดังกล่าวสร้างการเชื่อมต่อผ่านสภาพภูมิประเทศทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นที่ราบ เนินเขา ทะเลทราย หรือหมู่เกาะ หัวเว่ยยังร่วมมือกับพาร์ทเนอร์สร้าง DigiTruck ห้องเรียนดิจิทัลเคลื่อนที่ ซึ่งฝึกอบรมความรู้ความสามารถด้านดิจิทัลให้กับชาวเคนยาเกือบ 800 รายที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล และในเดือนกันยายน 2019 หัวเว่ยได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับสำนักงานระดับภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกของยูเนสโก ในการทำงานร่วมกันเพื่อนำ DigiTruck เข้าไปในอีกหลายประเทศ และทำให้ชาวแอฟริกาทุกคนสามารถเข้าถึงความรู้ความสามารถด้านดิจิทัลได้อย่างเท่าเทียมกัน

หัวเว่ยระบุในรายงานว่า เทคโนโลยีไอซีทีจะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ และขอให้ทั้งแวดวงอุตสาหกรรมร่วมมือกันเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษยชาติ

นายเทา จิงเหวิน (Tao Jingwen) คณะกรรมการและประธานกรรมการ CSD ของหัวเว่ย กล่าวว่า “หัวเว่ยเชื่อในการเปิดกว้างและความร่วมมือเพื่อความสำเร็จร่วมกัน เรากำลังทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ร่วมแวดวงอุตสาหกรรม เช่น บริษัทซัพพลายเออร์ของเรา เพื่อสร้างอีโคซิสเต็มของภาคอุตสาหกรรม เรามั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถเอาชนะอุปสรรคและความท้าทายเหล่านี้ได้ เราจะมุ่งมั่นต่อไปจนถึงที่สุด และจะเดินหน้าสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าของเราและสังคมโลกในวงกว้างต่อไป”

อ่านรายงานด้านความยั่งยืนปี 2019 ฉบับเต็มของหัวเว่ยได้ที่ http://www.huawei.com/en/sustainability/sustainability-report

ข่าวประชาสัมพันธ์

GSMA ประกาศรับรอง AIS เป็นผู้ให้บริการรายแรกและรายเดียวในไทย ให้บริการ 5G Fixed Wireless Access แล้ว

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

3 สิงหาคม 2563: GSMA สมาคมผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมที่มีสมาชิกมากกว่า 800 รายทั่วโลก ประกาศรับรองให้ AIS เป็นผู้ให้บริการรายแรกและรายเดียวในไทยที่ให้บริการ 5G Fixed Wireless Access เชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ ด้วยประสิทธิภาพของ 5G ในการรองรับการใช้งานได้หลากหลาย ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าองค์กร เป็นการต่อยอดเทคโนโลยีของ AIS 5G ให้สอดคล้องและยืดหยุ่นกับลักษณะการใช้งานแต่ละรูปแบบ แต่ละพื้นที่ของธุรกิจได้อย่างคล่องตัว ด้วย 4 ศักยภาพที่โดดเด่น ประกอบด้วย 1. อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Higher Speed) 2. การตอบสนองอย่างรวดเร็ว (Better Latency) 3. การติดตั้งพร้อมใช้งานทันที (Fast to Set Up) และ 4. สะดวกในการใช้งานได้ทุกที่ที่มีสัญญาณ 5G (Easy to Relocate)

ทั้งนี้ สามารถเข้าดูประกาศจาก GSMA

 

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอส กล่าวว่าเอไอเอสมีเป้าหมายในการนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ประโยชน์เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่สำคัญของประเทศ ที่ผ่านมา เราได้ขยายเครือข่ายครบ 77 จังหวัด และครอบคลุมเต็มพื้นที่ 100% นิคมอุตสาหกรรมใน EEC แล้ว พร้อมร่วมทำงานกับพาร์ทเนอร์ทุกภาคส่วนในการนำเทคโนโลยีที่ดีที่สุดออกแบบโซลูชั่นที่เหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละอุตสาหกรรม ทั้งนี้ 5G FWA ถือเป็นบริการแรกของ AIS 5G ที่ออกมาตอบโจทย์ลูกค้าองค์กรและผู้ประกอบการ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการรับส่งข้อมูลองค์กรบนเครือข่ายแบบไร้สาย ด้วยคุณสมบัติของ 5G ในการรองรับการใช้งานได้หลากหลาย นอกจากนี้ เรายังมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมเครือข่าย 5G ในมิติต่างๆ เพื่อเสริมศักยภาพการใช้งานเครือข่าย 5G ในประเทศไทย ประกอบด้วย

 

  • 5G Dual Mode NSA / SA เต็มรูปแบบกับเครือข่าย 5G ที่รองรับการใช้งานได้ทุกโหมดไม่ว่าจะเป็น 5G NSA (Non-Stand Alone) หรือ 5G SA (Stand Alone) เพื่อการใช้การใช้งาน 5G ทุกรูปแบบและพร้อมรับการใช้งาน 5G ที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นการใช้งาน 5G ที่ใช้กับลูกค้ามือถือทั่วไป และ 5G ในรูปแบบอื่นที่เป็น Massive IoT และ Massion Critical เช่นในภาคอุตสหกรรมต่างๆ เป็นต้น
  • 5G Network Slicing เทคโนโลยีของเครือข่าย AIS 5G ที่มีศักยภาพในการปรับแต่งคุณสมบัติเครือข่ายและทรัพยากร เพื่อให้สอดคล้องและยืดหยุ่นกับลักษณะการใช้งานแต่ละรูปแบบ ในแต่ละพื้นที่ของธุรกิจได้อย่างคล่องตัว ทำให้สามารถรับประกันคุณภาพของการเชื่อมต่อและความเร็วได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • 5G Multi – access Edge Computing (MEC) สร้างระบบคลาวด์ให้เข้าใกล้ผู้ใช้งานมากที่สุด ช่วยให้สามารถใช้งานเครือข่ายด้วยการเข้าถึงแบบไร้สาย เพื่อให้บริการประมวลผลผ่านระบบคลาวด์ได้ในปริมาณมากและมีความปลอดภัยสูงสุด
  • 5G Massive MIMO 64T64R เป็นเทคโนโลยีใน 5G ที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มขีดความสามารถ ของการรับส่งข้อมูล(Capacity)ได้ดีขึ้นจากมากกว่า 4G ช่วยลดสัญญาณรบกวน และสามารถปรับแต่งสัญญาณให้เหมาะสมในการสื่อสารกับอุปกรณ์ที่มีจำนวนมากและแตกต่างกัน (Beamforming)

เทคโนโลยี 5G จะเป็นต้นแบบของการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีที่สำคัญ เราพร้อมสนับสนุน Digital Infrastructure เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและเพิ่มประสิทธิภาพด้านการแข่งขันของภาค

อุตสาหกรรม การลงทุนและพัฒนาด้านเครือข่ายอย่างต่อเนื่องในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่การพัฒนาในระยะสั้นๆ เท่านั้น แต่เราต้องการให้เทคโนโลยี 5G เป็น Digital Infrastructure ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อคนไทยในทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืนตลอดไปนายวสิษฐ์ กล่าวสรุป

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

สมาร์ทโฟน OPPO 5G พร้อมจำหน่ายในตลาดญี่ปุ่นที่ KDDI และ SoftBank

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

OPPO ประกาศวางจำหน่ายสมาร์ทโฟน 5G อย่างเป็นทางการ ผ่านผู้ให้บริการเครือข่ายชั้นนำของญี่ปุ่นอย่าง KDDI และ SoftBank โดย KDDI จะวางจำหน่ายสมาร์ทโฟนเรือธง 5G รุ่นแรกของ OPPO อย่าง OPPO Find X2 Pro ตั้งแต่ วันที่ 22 กรกฎาคม เป็นต้นไป และ SoftBank จะวางจำหน่าย OPPO Reno3 5G ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม เป็นต้นไป

การนำสมาร์ทโฟน 5G ของ OPPO เข้าสู่ตลาดญี่ปุ่น ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญและถือเป็นก้าวแรกของ OPPO ที่ได้นำเอาประสบการณ์ด้าน 5G ที่ยอดเยี่ยมมาสู่ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นให้ได้มากยิ่งขึ้น

ญี่ปุ่นถือเป็นตลาดที่สำคัญของ OPPO มาโดยตลอดคุณ Alen Wu ผู้ดำรงตำแหน่ง Vice President และ President of Global Sales ของ OPPO กล่าวว่าเป็นเวลากว่าสองปีที่เรามุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และทำการตลาดให้สอดคล้องกับผู้บริโภคชาวญี่ปุ่น ด้วยผลิตภัณ์ที่มีคุณภาพสูงและเป็นเอกลักษณ์ โดยในอนาคต OPPO วางแผนที่จะทำงานร่วมกับพันธมิตรชั้นนำ อย่าง KDDI และ SoftBank เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ 5G, เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และบริการชั้นนำต่างๆ แก่ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมากยิ่งขึ้น

ตลาดสมาร์ทโฟนญี่ปุ่น เป็นที่รู้จักในด้านความต้องการสมาร์ทโฟนที่เป็นเอกลักษณ์และคุณภาพสูง ซึ่งตลาดญี่ปุ่นเป็นตลาดระดับไฮเอนด์ที่มีการเติบโตอย่างมากจากผู้ให้บริการเครือข่ายรายใหญ่หลายราย ด้วยโอกาสและความท้าทายใหม่ๆ ในยุคเครือข่าย 5G นี้ ทำให้อุตสาหกรรมมุ่งมั่นที่จะเร่งมือในการเตรียมความพร้อมสู่ยุคเครือข่าย 5G อย่างเต็มที่ โดยเห็นจากการที่ KDDI และ SoftBank ได้ริเริ่มสู่การปรับใช้สมาร์ทโฟนยุคเครือข่าย 5G ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ด้วยโอกาสและความท้าทายเหล่านี้  OPPO แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในด้านการวิจัยและประสบการณ์ในการทำงานร่วมกันกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมได้เป็นอย่างดี โดย OPPO ใช้เวลาไม่นานในการพัฒนา OPPO Find X2 Pro และ OPPO Reno3 5G  สำหรับตลาดญี่ปุ่น ทั้งการร่วมแก้ปัญหาในการใช้งานสมาร์ทโฟนบนคลื่นความถี่ที่แตกต่างกัน และ การได้รับการรับรองด้านเทคโนโลยีที่สำคัญมากมาย สู่การเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในตลาดสมาร์ทโฟนจากความร่วมมือกันของ KDDI และ SoftBank ผู้ให้บริการเครือข่ายชั้นนำของญี่ปุ่น

ตั้งแต่เริ่มทำการตลาดสมาร์ทโฟนในญี่ปุ่นเมื่อปี 2561 OPPO ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจมากมาย อาทิ สมาร์ทโฟน OPPO Reno A ที่ออกแบบมาพร้อมกับคุณสมบัติในการกันน้ำและรองรับฟังก์ชั่นระบบชำระเงินที่เรียกว่า FeliCa ให้กับลูกค้าชาวญี่ปุ่น

ด้วยความร่วมมือกันอย่างแน่นแฟ้นกับผู้ให้บริการเครือข่ายในยุค 5G นี้ OPPO มุ่งหวังที่จะเพิ่มการเป็นที่รู้จักในตลาดญี่ปุ่น รวมถึงการกลายเป็นแบรนด์เทคโนโลยีที่พร้อมมอบความเพลิดเพลินในการใช้งานและสร้างความชื่นชอบแก่ผู้บริโภคในตลาดญี่ปุ่นต่อไป

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

Shopee x Vivo thailand official store 8.8 ซื้อคู่สุดคุ้ม แฮปปี้คูณสอง

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

 

ดีลสุดคุ้มต่อเนื่อง มอบแก่ลูกค้า ต้อนรับเดือนสิงหาคม กับมหกรรมดีลสุดคุ้มลดแหลกแจกแหลก ลดสูงสุดถึง 30% พร้อม Gift Box และของแถมอื่นๆ อีกเพียบ

Vivo มอบความคุ้มกับลูกค้าทุกท่าน พบกับ Voucher ส่วนลดมูลค่า 300 บาท เมื่อช้อปครบ 4,000 บาท แจกเฉพาะเวลาเที่ยงคืนถึงตีสองเท่านั้น และ 200 บาท เมื่อช้อปครบ 2,000 บาท ตั้งแต่ 02.01-23.59 น. ในวันที่ 8 สิงหาคมนี้เท่านั้น ฝากกดติดตามร้านกันด้วย

ยังไม่พอ ลุ้นรับบัตรโลตัสมูลค่า 500 บาท อีกสำหรับผู้โชคดีออเดอร์ที่ 08,88,188,288,388,…. ในกิจกรรม 88lucky รวมไปถึง V series Gift Box และ Y series Gift Box แบบใหม่ มอบแด่ลูกค้าทุกคน

 

Smartphones จาก Vivo มาในราคาโคตรคุ้ม!!

  • Vivo NEX3 5G ราคาตั้งต้น 27,999 บาท เหลือเพียง 22,999 บาท เท่านั้น! บอกได้คำเดียวว่า ว้าว! สมาร์ทโฟนรองรับ 5G ลดราคามาขนาดนี้ ต้องจัดแล้ว!!
  • Vivo Y30 4+128GB น้องใหม่ประจำค่ายที่เปิดตัวในราคา 6,999 บาท เพียงช้อปในช่วง 8.8 MEGA SALE เหลือเพียง 5,999 บาท เท่านั้น!
  • Vivo TWS Earphone NEO หูฟัง Wireless ตัวใหม่ล่าสุดจากค่าย Vivo เปิดตัวในราคา 2,999 บาท ฟังเพลงดูหนังจัดเต็มได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ คุ้มแบบนี้หาไม่ได้ที่ไหนอีกแล้ว แถมจัด Flash Sale ในวันที่ 6 สิงหาคม ในราคาสุดพิเศษเพียง 2,699 บาท จำนวนจำกัด ห้ามพลาดเชียว!
  • Vivo Y11 3+32GB ตัวยอดฮิตจาก Vivo มาให้ช้อปแพ็คคู่กับหูฟัง Vivo XE100  ในราคาเพียง 4,089 บาท เท่านั้น พร้อมยังมีของแถมพิเศษด้วยแบบจัดหนักจัดเต็ม มี Flash Sale อีกในวันที่ 8 สิงหาคม เวลา 12.00-14.00 น. กับราคาเพียง 3,727 บาทเท่านั้น!! บอกได้เลยว่าคุ้มมากๆ
  • Vivo Y15 4+64GB พร้อมให้คุณครอบครองในราคาเพียง 4,999 บาท เท่านั้น แถมยังจัด Flash Sale ในราคาสุดคุ้มเพียง 4,545 บาทเท่านั้น ในวันที่ 8 สิงหาคม เวลา 21.00-00.00 น. เท่านั้น และมีจำนวนจำกัดด้วย อย่าพลาดเชียว!!
  • Vivo S1Pro อีกหนึ่งรุ่นยอดฮิดติดชาร์ตจากค่าย Vivo มาให้ช้อปในราคาสุดพิเศษเพียง 6,999 บาท จากราคาเต็ม 9,999 บาท เพิ่มเติมคือของแถมด้วย ลดแบบนี้ ต้องจัดแล้ว
  • และ Vivo V17 ที่โดดเด่นไม่แพ้รุ่นอื่น พร้อมให้ครอบครองในราคาเพียง 9,799 บาท จาก 11,999 บาท พร้อมยังมีของแถมที่เรียกได้ว่าจัดเต็มแด่คุณลูกค้า ช้าหมดอดนะ

 

Vivo Bundle Deal ซื้อเป็นคู่มาในราคาสุดคุ้ม ลดสูงสุดถึง 23%

  • V19+TWS Earphone ช้อปได้ในราคาเพียง 13,999 บาท จากราคาเต็ม 15,998 บาท ประหยัดกว่า 1,999 บาทเลยทีเดียว
  • NEX3 5G+TWS Earphone ช้อปได้ในราคาเพียง 24,399 บาท จากราคา 30,998 บาท ประหยัดกว่า 6,599 บาท!
  • Y30+XE100 พร้อมให้ครอบครองเป็นคู่ในราคาเพียง 6,099 บาท จากราคาเพียง 6,358 บาท ประหยัดกว่า 259 บาทเลยนะจะบอกให้
  • Y15+XE100 เพียง 5,099 บาท จากราคา 5,357 บาท ประหยัดกว่า 258 บาท

สามารถเช็ค Bundle Deal อื่นๆได้ในร้าน Vivo Official Store

Vivo ยังนำกิจกรรมดีๆกลับคืนสู่ลูกค้า นั่นก็คือ สิทธิพิเศษซื้อ Vivo V15PRO 8+128GB ในราคาเพียง 188 บาท ผ่านไลฟ์ของพวกเราเท่านั้น อย่าลืมมาลุ้นกันนะ!!

อย่าลืมกดติดตามร้าน Vivo Official Store ไว้ด้วยนะ จะได้ไม่พลาดโปรโมชั่นกิจกรรมดีๆจากทางเรา ลดแหลกแจกแหลกให้ลูกค้า ฝากร้านเราไว้ในอ้อมกอดของทุกคนด้วย!!

กดซื้อง่ายๆ

Shopee: https://bit.ly/3gdIfZP

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Featured5 วัน ที่แล้ว

รีวิว realme X50 5G สมาร์ทโฟนบุกเบิกพลังแห่ง 5G ที่เร็วและแรง พร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 765G, จอ Ultra Smooth 120Hz และกล้อง AI หลัง 4 ตัว

realme X50 5G สมาร์ท...

Featured5 วัน ที่แล้ว

รีวิว OPPO Reno4 สมาร์ทโฟนดีไซน์โดดเด่นในแบบที่ไม่เหมือนใคร ฟีเจอร์จัดเต็ม พร้อมถ่ายรูปสวยแบบครบทุกมุมมอง

รีวิว OPPO Reno4 สมา...

Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Vivo TWS Neo หูฟังดีไซน์สวย เสียงระดับสตูดิโอ ความหน่วงต่ำ ควบคุมง่าย กันน้ำ และราคาสบายกระเป๋า

Vivo TWS Neo หูฟังคุ...

HUAWEI 3BB Router Wi-Fi 6 HUAWEI 3BB Router Wi-Fi 6
Featured2 สัปดาห์ ที่แล้ว

แกะกล่อง 3BB เราเตอร์รุ่นใหม่ Wi-Fi 6 เร็วแรง เต็มประสิทธิภาพ ให้ลูกค้าฟรีทุกแพ็กเกจ!

เชื่อว่าหลายคนเคยได้...

Huawei 1+8+N strategy for the 5G era and Promotion 01 Huawei 1+8+N strategy for the 5G era and Promotion 01
Android News3 สัปดาห์ ที่แล้ว

ทำความรู้จัก 1+8+N กลยุทธ์เด็ดของ HUAWEI เมื่อฮาร์ดแวร์ทั้งหมดเชื่อมต่อกัน เกิดเป็นชีวิตเอไอ ไร้รอยต่อ

อย่างที่ทราบกันว่า H...

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

มือถือมาใหม่

ติดตาม กินเที่ยวกัน

กำลังมาแรง