Huawei เปิดตัว P30 Pro 2 สีใหม่เน้นแฟชั่น พร้อมรออัปเดท Android 10 เดือนก.ย.นี้ ควบคู่กับหูฟัง FreeBuds 3 และเราท์เตอร์ Q2 Pro

นอกจากจะเปิดตัวหน่วยประมวลผลรุ่นใหม่อย่าง Kirin 990 และ Kirin 990 (5G) ไปแล้วสำหรับ Huawei ภายในงานยังมีการเปิดตัว Huawei P30 Pro ที่มากับ 2 สีใหม่สวยงาม พร้อมกับหูฟังบลูทูธ FreeBuds 3 และเราท์เตอร์ Huawei WiFi Q2 Pro

เริ่มกันด้วย Huawei P30 Pro กับ 2 สีใหม่สวยงามกันก่อน ได้แก่ สีฟ้า Mystic Blue ที่ได้รับแรงบรรดาลใจมาจากสีของม้องฟ้าที่สะท้อนบนพื้นผิวของทะเลอันกว้างใหญ่ และสีม่วง Misty Lavender ที่ให้ความรู้สึกของแสงพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับฟ้าไป โดยทั้ง 2 สีนี้ได้รับการออกแบบอย่างพิเศษด้วยเทคนิคการพ่นทรายให้พื้นผิวบริเวณล่างตัวเครื่องเป็นแบบด้าน ทำไม่แทบไม่เกิดรอยนิ้วมือเลยแม้แต่น้อย ขณะที่ส่วนบนจะมาแบบกระจกเงางามสะท้อนแสงได้สะดุดตามากๆ

นอกจากสีใหม่ ก็ยังมีฟีเจอร์ใหม่ใน Huawei P30 Pro อีกเพียบเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นถ่ายภาพ Night Mode กล้องหน้าที่ให้รายละเอียดได้คมชัดไม่ต่างจากกล้องหลัง, เพิ่มความสว่างของหน้าบุคคลให้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังมีฟีเจอร์ Huawei Vlog AI ที่ทำให้ผู้ใช้งานสร้าง MV ได้จากอัลบั้มภาพหรือวิดีโอได้แบบอัตโนมัติเพียงแค่คลิกเดียว และที่สำคัญที่ไม่บอกไม่ได้ Huawei P30 Pro จะได้รับการอัปเดทระบบปฏิบัติการเป็น Android 10 ที่ครอบทับด้วย UI รุ่นใหม่ของบริษัทอย่าง EMUI 10 โดยจะเริ่มเปิดให้อัปเดทเวอร์ชัน Beta ได้ภายในเดือนกันยายนนี้แน่นอน

Huawei P30 Pro สี Mystic Blue และ Misty Lavender จะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 กันยายนนี้ (ในไทยน่าจะต้องรอกันสักพัก)

ต่อมากับเราท์เตอร์ภายในบ้านอย่าง Huawei WiFi Q2 Pro ที่ชูโรงเรื่องความเสถียรของสัญญาณ ป้องกันคลื่นรบกวนสัญญาณอินเทอร์เน็ตและครอบคลุมได้ทั่วบ้านแน่นอน โดยเราท์เตอร์รุ่นนี้มาพร้อมชิปโมเด็ม PLC และเทคโนโลยี PLC Turbo สามารถสร้างเครือข่าย Mesh Wi-Fi ความถี่ 5GHz ให้ครอบคลุมทั่วทั้งบ้าน และผสานเครือข่าย PLC + Wi-Fi ทำให้มีความเร็วได้สูงสุดถึง 1,867Mbps

นอกจากนี้ ยังรองรับการเชื่อมต่อกับเราท์เตอร์พ่วงได้สูงถึง 15 เครื่อง ทำให้เราสามารถเดินไปไหนมาไหนได้ทั่วบ้านแล้วสัญญาณยังคงแรงเต็มที่อยู่

และสุดท้ายกับอุปกรณ์หูฟัง Huawei FreeBuds 3 ที่เปิดตัวมาพร้อมกับหน่วยประมวลผลสำหรับอุปกรณ์สวมใส่ทั้งหมดอย่าง Kirin A1 ที่เป็นหน่วยประมวลผลรุ่นแรกของโลกที่ได้รับการรองรับ Bluetooth 5.1 ทั้งแบบ BT/BLE โดยหูฟังบลูทูธรุ่นนี้จะเน้นเรื่องการตัดเสียงรบกวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีค่าความล่าช้า (Latency) ที่ต่ำมากๆ

FreeBuds 3 มาพร้อมฟีเจอร์ Active Noise Cancellation ที่สามารถปิดเสียงรบกวนที่ผ่านเข้ามาได้ หรือจะปรับให้ได้ยืนเสียงภายนอกเป็นอย่างไรก็ทำได้ตามใจชอบ รวมถึงมี Bone Sensor ที่จะตรวจจับการสั่นไหวเมื่อเราพูดได้ด้วย ทำให้มีความคมชัดของเสียงพูดซึ่งขณะเดียวกันเสียงรบกวนหรือลมก็จะถูกตัดแยกออกไปทันที และ FreeBuds 3 จะสามารถใช้ได้ยาวนานถึง 4 ชั่วโมง แต่เมื่อมีกล่องชาร์จด้วยแล้วจะสามารถใช้ได้นานสุดถึง 20 ชั่วโมงเลยทีเดียว

สำหรับหูฟัง FreeBuds 3 มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาว และสีดำ และจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปีนี้ แต่ยังไม่มีรายละเอียดวันที่แน่ชัดและราคาออกมา