ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

เปิดตัวครั้งแรก! HUAWEI P20 และ HUAWEI P20 Pro การปฏิวัติด้านนวัตกรรมและดีไซน์ที่จะมาสร้างนิยามใหม่ให้การถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

 

หัวเว่ยเปิดตัวสมาร์ทโฟน HUAWEI P20 และ HUAWEI P20 Pro ที่ทั่วโลกตั้งตารอ ณ Grand Palais, Exhibition Hall and Museum Complex มหานครปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยHUAWEI P20 Pro เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมกับกล้องหลัง 3 ตัว ที่พัฒนาร่วมกับ Leica และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) อันก้าวล้ำ การผสานเทคโนโลยีและดีไซน์ที่จะมาช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้สมาร์ทโฟนขึ้นไปอีกขั้น

หัวเว่ยพลิกโฉมการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟนด้วยการเปิดตัว HUAWEI P9 สมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่พัฒนากล้องถ่ายภาพคู่ร่วมกับ Leica เมื่อปี 2559 และล่าสุดได้เปิดตัว HUAWEI P20 Series เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการถ่ายภาพที่มาพร้อมกับความง่ายดายถึงขีดสุด

“หัวเว่ยนำเอาแรงบันดาลใจจากศิลปินทั่วโลกมาใช้ เพื่อพัฒนาดีไซน์และนวัตกรรมของสมาร์ทโฟน HUAWEI P20 Series เกิดจากการจับมือร่วมกับ Leica เพื่อพัฒนานวัตกรรมกล้องหลัง 3 ตัวอันล้ำสมัยให้กับHUAWEI P20 Pro และยกระดับกล้องคู่อันทรงประสิทธิภาพให้กับ HUAWEI P20 สมาร์ทโฟนสองรุ่นมาพร้อมกับเทคโนโลยี AI ที่จะช่วยให้ผู้บริโภคยุคใหม่บันทึกและแบ่งปันสิ่งต่างๆ รอบตัวได้อย่างยอดเยี่ยม” ริชาร์ด หยู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป กล่าว

HUAWEI P20 Series โดดเด่นเกินใครด้วยนวัตกรรมแห่งอนาคต

  • นวัตกรรมกล้องอันล้ำหน้า ช่วยเพิ่มความสามารถในการรับแสง เก็บรายละเอียดภาพได้มากขึ้น ให้ภาพสวยยิ่งกว่าเคย ปฏิวัติวงการสมาร์ทโฟนด้วยกล้องหลัง 3 ตัว จาก Leica ที่มาพร้อมกับระบบ Hybrid Zoom5 เท่า ใน HUAWEI P20 Pro และกล้องคู่จาก Leica ใน HUAWEI P20 ที่พัฒนาใหม่หมดจด
  • นวัตกรรมสำหรับการถ่ายภาพ Master AI เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สำหรับการถ่ายภาพแบบมืออาชีพ และ Huawei AIS (AI Image Stabilization) เทคโนโสยีป้องกันภาพสั่นไหวที่ควบคุมโดย AI
  • ดีไซน์เหนือกาลเวลา ด้วยขอบหน้าจอที่บางลง และสีสันสวยสะดุดตาที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใครในรูปแบบของการไล่เฉดสีอย่างมีมิติ
  • ที่สุดแห่งประสิทธิภาพการทำงาน จากหน่วยประมวลผล Kirin 970 และหน่วยประมวลผลพิเศษ (NPU) ที่มาพร้อมกับ EMUI 8.1 และระบบปฏิบัติการ Android 8.1 เพื่อประสบการณ์การใช้งานเหนือระดับ

การผสมผสานศาสตร์และศิลป์ที่ลงตัวอย่างงดงามและล้ำสมัย

HUAWEI P20 Series มาพร้อมกับสีสันและดีไซน์อันล้ำสมัย ซึ่งทั้ง HUAWEI P20 และ HUAWEI P20 Pro เปิดตัวด้วยสีสันแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร ครั้งแรกกับสมาร์ทโฟนในสี Twilight และ Pink Gold ซึ่งรังสรรค์ขึ้นจากการเคลือบ NVMC* ซ้อนทับกันหลายชั้นใต้ฝาหลังที่ผลิตจากแก้ว ซึ่งจะหักเหแสงที่มาตกกระทบ ทำให้ได้เฉดสีที่เปลี่ยนไปมายามต้องแสง อีกทั้งสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นยังวางจำหน่ายในสี Black และMidnight Blue อีกด้วย

HUAWEI P20 มีขนาดหน้าจอ 5.8 นิ้ว และ HUAWEI P20 Pro มีขนาดหน้าจอ 6.1 นิ้ว มาพร้อมกับขอบหน้าจอที่บางและมีอัตราส่วนหน้าจอต่อขนาดตัวเครื่องที่กว้างขึ้นเพื่อประสบการณ์การรับชม เล่นเกม และอ่านข้อมูลบนหน้าจอที่ดียิ่งกว่าที่เคย หน้าจอแบบ FullView สร้างความลงตัวให้แก่หน้าจอกับขอบตัวเครื่องที่โค้งมนได้อย่างไร้ที่ติ และช่วยให้จับได้ง่ายขึ้น

“แสง” และ “เทคโนโลยี” คือแรงบันดาลใจในการออกแบบสมาร์ทโฟนเพื่อคนรักการถ่ายภาพ

HUAWEI P20 Series สะท้อนความงดงามของ “แสง” ด้วยคุณสมบัติที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์การถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน HUAWEI P20 Pro เปิดตัวพร้อมกับชุดกล้องหลัง 3 ตัว ที่พัฒนาร่วมกับ Leicaอีกทั้งให้ภาพที่มีจำนวนพิกเซลสูงที่สุดในกลุ่มสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน ประกอบไปด้วยเซนเซอร์รับแสงแบบอาร์จีบี (RGB Sensor) ขนาด 40 ล้านพิกเซล เซนเซอร์รับแสงสีขาวดำ (Monochrome Sensor) ขนาด 20ล้านพิกเซล และเซนเซอร์รับแสงสำหรับการถ่ายภาพจากระยะไกลขนาด 8 ล้านพิกเซล (Telephoto Lens) ทั้งยังมีระบบการประมวลผลภาพและการสร้างโทนสีและอุณหภูมิของภาพถ่ายในเฉดสีเอกลักษณ์ของ Leicaช่วยให้ถ่ายภาพได้สวยงามถึงขีดสุด กล้องของสมาร์ทโฟน HUAWEI P20 Pro มีความกว้างรูรับแสงที่ f/1.8 1.6 และ 2.4 ช่วยให้บันทึกภาพได้สว่าง คมชัด เก็บรายละเอียดได้ครบถ้วน ทั้งยังใช้เลนส์ Leica รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมระบบซูมแบบออพติคัลจาก Leica ที่มาก 3 เท่า (VARIO-SUMMILUX-H 1:1.6-2.4/27-80ASPH) และระบบซูมแบบไฮบริดถึง 5 เท่า สำหรับการถ่ายภาพระยะไกล นอกจากนี้ยังมีเซนเซอร์รับภาพขนาด1/1.7 นิ้ว (ประมาณ 7.76 x 5.82 มม.) ช่วยให้สามารถบันทึกภาพในสภาพแสงน้อยได้ถึงระดับ ISO 102400

HUAWEI P20 พัฒนาขึ้นจากระบบพื้นฐานของสมาร์ทโฟนรุ่นก่อนหน้าในตระกูลเดียวกัน โดยใช้ชุดกล้องหลังคู่ที่พัฒนาร่วมกับ Leica ซึ่งประกอบไปด้วยเซนเซอร์รับแสงขนาด 12 ล้านพิกเซล ที่สามารถสร้างพิกเซลขนาดใหญ่ถึง 1.55 ไมครอน เซนเซอร์รับแสงนี้ทำงานร่วมกับเซนเซอร์รับแสงสีขาวดำขนาด 20 ล้านพิกเซล ช่วยให้ถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยได้ดียิ่งกว่าที่เคย

HUAWEI P20 Series รองรับระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ 6 แกน (Six Axis) และการถ่ายวิดีโอในโหมด Slow Motion ที่ 960 เฟรมต่อวินาที ช่วยบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้อย่างละเอียดและคมชัด ซึ่งมากกว่าระดับมาตรฐานซึ่งอยู่ที่ 240 เฟรมต่อวินาทีถึง 4 เท่า ช่วยจับภาพที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และด้วยโหมด Ultra Snapshot ทำให้เข้าสู่โหมดกล้องถ่ายภาพได้ด้วยการดับเบิ้ลคลิกที่ปุ่มลดเสียง ระบบจะเปิดโหมดกล้องถ่ายภาพอย่างรวดเร็วภายใน 0.3 วินาที แม้ในขณะที่หน้าจอจะปิดอยู่ก็ตาม

ตัวจริงด้านการถ่ายภาพด้วย AI สำหรับทุกคน ในทุกเวลา

HUAWEI P20 Series ใช้หน่วยประมวลผล Kirin 970 ช่วยตรวจจับและวิเคราะห์ฉากหลังกว่า 500 แบบ และวัตถุต่างๆ ได้ถึง 19 ประเภท พร้อมปรับการตั้งค่าต่างๆ อัตโนมัติให้เหมาะสมกับวัตถุที่ถ่ายมากที่สุด และด้วยระบบ HUAWEI AIS จะช่วยรองรับการถ่ายภาพในช่วงเวลากลางคืน ด้วยการถ่ายภาพแบบเปิดรับแสงนานโดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง คุณสมบัติใหม่ของกล้องจากหัวเว่ย คือระบบการจับโฟกัสตามวัตถุแบบ4 มิติ (4D Predictive Focus) สามารถจับและคาดการณ์การเคลื่อนไหวของวัตถุและจับโฟกัสได้โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ HUAWEI P20 Series ยังมีระบบ AI-Assisted Composition ช่วยจัดองค์ประกอบภาพโดยใช้ AI แนะนำเทคนิคการถ่ายภาพกลุ่มและภาพทิวทัศน์อย่างชาญฉลาด

HUAWEI P20 และ HUAWEI P20 Pro มีกล้องหน้าขนาด 24 ล้านพิกเซลพร้อมเทคโนโลยี AI ที่จะช่วยแต่งภาพให้สวย และเทคโนโลยี 3D Portrait Lighting ช่วยให้ถ่ายเซลฟี่ได้สวยเป็นธรรมชาติ เก็บรายละเอียดได้ครบถ้วน และถูกต้องตามองค์ประกอบแบบ 3 มิติ โดย DxOMark เว็บไซต์องค์กรที่จัดอันดับคุณภาพของการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน ให้คะแนนประสิทธิภาพภาพรวมของกล้อง HUAWEI P20 Pro และHuawei P20 ที่ 109 และ 102 คะแนนตามลำดับ ซึ่งถือว่าสูงสุดในกลุ่มสมาร์ทโฟนในเวลานี้

นอกจากนี้ HUAWEI P20 Series ยังมาพร้อมกับ HUAWEI HiAI Ecosytem ยกระดับประสบการณ์การใช้แอพพลิเคชั่นต่างๆ พร้อมด้วยแอพพลิเคชั่นอย่าง Prisma รุ่นพัฒนาพิเศษ รองรับการใส่ฟิลเตอร์ภาพแบบเรียลไทม์ตามวัตถุและฉากหลังของภาพถ่าย ซึ่งประมวลผลได้เร็วกว่าแอพพลิเคชั่นรุ่นปกติที่ใช้ระบบคลาวด์มากถึง 3-4 เท่า

และด้วยการการวิจัยและพัฒนาร่วมกับ Google ทำให้ HUAWEI P20 Series รองรับ Google ARCore สนับสนุนการทำงานของ AI ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

Porsche Design HUAWEI Mate RS รุ่นใหม่

หัวเว่ยสานต่อความตั้งใจในการร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำระดับโลก นำเสนอสมาร์ทโฟนรุ่น Porsche Design HUAWEI Mate RS ซึ่งนับเป็นรุ่นที่ 3 ของการออกแบบร่วมกับ Porsche Design ด้วยการผสมผสานระหว่างเอกลักษณ์ของ Porsche Design เข้ากับนวัตกรรมและความเชี่ยวชาญของหัวเว่ย เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม มาพร้อมกับระบบกล้องหลัง 3 ตัว ที่พัฒนาร่วมกับ Leica ให้ภาพที่มีจำนวนพิกเซลสูงที่สุดในกลุ่มสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน ประกอบไปด้วยเซนเซอร์รับแสงแบบอาร์จีบี (RGB Sensor) ขนาด 40 ล้านพิกเซล เซนเซอร์รับแสงสีขาวดำ (Monochrome Sensor) ขนาด 20 ล้านพิกเซล และเซนเซอร์รับแสงสำหรับการถ่ายภาพจากระยะไกลขนาด  8 ล้านพิกเซล (Telephoto Lens) เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่พัฒนา Microcapsule PMC ที่จะช่วยลดอุณหภูมิ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับระบบการสแกนนิ้วมือบนหน้าจอ ที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถปลดล็อกเครื่องได้อย่างวดเร็วจากการแตะนิ้วลงบนหน้าจอ พร้อมกันนี้จุดสแกนลายนิ้วมือด้านหลังเครื่องยังเป็นอีกหนึ่งตำแหน่งที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปลดล็อกได้อย่างง่ายดายและปลอดภัย Porsche Design HUAWEI Mate RS มาพร้อมกับหน้าจอ OLED ระดับ 2K แบบโค้ง ขนาด 6 นิ้ว วางจำหน่าย 2 สี ได้แก่ Black และ Red ซึ่งวางจำหน่ายเป็นครั้งแรก

HUAWEI P20 Series และ Porsche Design HUAWEI Mate RS ได้รับการรับรองความปลอดภัยจาก TÜV สำหรับการใช้ HUAWEI SuperCharge สำหรับ HUAWEI P20 Pro และ Porsche DesignHUAWEI Mate RS มากับแบตเตอรี่ขนาด 4,000 mAh ส่วน HUAWEI P20 มากับแบตเตอร์รี่ขนาด 3,400 mAh พร้อมด้วยระบบริหาร จัดการพลังงานโดย AI นอกจากนี้ Porsche Design HUAWEI Mate RS ยังเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของหัวเว่ยที่สามารถชาร์จแบบไร้สายได้อย่างรวดเร็ว

ราคา

ModelVersionEUR (includes tax)
HUAWEI P204GB + 128GB649
HUAWEI P20 Pro6GB + 128GB899
PORSCHE DESIGN HUAWEI Mate RS6GB + 256GB1,695
PORSCHE DESIGN HUAWEI Mate RS6GB + 512GB2,095

                                                  

                          HUAWEI P20                 HUAWEI P20 Pro        PORSCHE

Size149.1 mm x 70.8 mm x 7.65 mm

(H x W x D)

155.0 mm x 73.9 mm x 7.8 mm

(H x W x D)

152.9 mm x 72.5 mm x 8.5 mm

(H x W x D)

WeightApprox. 165g (including the battery)Approx. 180g (including the battery)Approx. 183g (including the battery)
ColorsTwilight, Black, Midnight Blue, Pink GoldTwilight, Black, Midnight Blue, Pink GoldBlack, Red (China only)
Display5.8″ HUAWEI FullView Display

16:9 FHD

3D glass

1080 x 2244 pixels, 428ppi

16.7M colors

6.1″ HUAWEI FullView Display

18:9 OLED

3D glass

1080 x 2240 pixels, 408ppi

16.7M colors

6.0″ HUAWEI FullView Display

18:9 OLED

2880 x 1440 pixels, 538ppi

16.7M colors

 

CPUHUAWEI Kirin 970

Octa-core CPU (4 x Cortex A73 2.36GHz + 4 x Cortex A53 1.8GHz) + i7 co-processor

HUAWEI Kirin 970

Octa-core CPU (4 x Cortex A73 2.36GHz + 4 x Cortex A53 1.8GHz) + i7 co-processor

HUAWEI Kirin 970

Octa-core CPU (4*Cortex A73 2.36GHz + 4*Cortex A53 1.8GHz) + i7 co-processor

GPUMali-G72 MP12 767MHzMali-G72 MP12 767MHzMali-G72 MP12

 

NPUNeural Network Processing UnitNeural Network Processing UnitNeural Network Processing Unit
Operating SystemAndroid™ 8.1Android™ 8.1Android™ 8.1
Emotion UIEMUI 8.1EMUI 8.1EMUI 8.1
Memory4GB RAM + 128GB ROM6GB RAM + 128GB ROM6GB RAM +256GB ROM
Dual SIMSingle/Dual-SIMSingle/Dual-SIMDual-SIM
NFCCard reading mode / Point to point mode / Card simulation mode (make payment by SIM card*, or HCE) are supported

 

*The SIM card used for SIM card payment can only be inserted into the SIM1 card slot

Card reading mode / Point to point mode / Card simulation mode (make payment by SIM card*, or HCE) are supported

 

*The SIM card used for SIM card payment can only be inserted into the SIM1 card slot

NFC supported
ConnectivityWi-Fi 2.4G and 5G,802.11a/b/g/n/ac

BT4.2, BLE, aptX, aptX HD, LDAC and HWA are supported

 

USB Type-C, USB 3.1 GEN1 Infrared Remote Control

Wi-Fi 2.4G and 5G, 802.11a/b/g/n/ac

BT4.2, BLE, aptX, aptX HD, LDAC and HWA are supported

 

USB Type-C, USB 3.1 GEN1
Infrared Remote Control

Wi-Fi 2.4G/5G, 802.11a/b/g/n/ac with Wi-Fi Direct support

BT4.2, support BLE

support aptX/aptX HD, LDAC HD and HWA Audio

USB Type-C

DisplayPort 1.2

CameraFront: 24MP, f/2.0

 

Rear camera: 12MP RGB (f/1.8) +20MP monochrome (f/1.6)
HUAWEI AIS

4D predictive focus

5x Hybrid Zoom

4K and 960 fps video recording

Front: 24MP, f/2.0

 

Rear camera: 40MP RGB (f/1.8) + 20MP monochrome (f/1.6) + 8MP telephoto (f/2.4)

HUAWEI AIS
4D predictive focus

5x Hybrid Zoom

4K and 960 fps video recording

Front: 24MP, f/2.0

 

Rear camera: 40MP RGB (f/1.8) + 20MP monochrome (f/1.6) + 8MP Telephoto (f/2.4)

HUAWEI AIS

PDAF+CAF+Laser+Depth auto focus
5x Hybrid Zoom
4K and 960 fps video recording

Battery3400mAh (Typical Value)4000mAh (Typical Value)4000mAh (Typical Value)
Advertisement
คลิกเพื่อแสดงความเห็น

IT News

กลุ่มทรู ชนะการประมูลคลื่น 5G ย่าน 2600MHz และ 26GHz ประกาศพร้อมแล้วเครือข่าย 5G ที่ดีที่สุด เพื่อคนไทยเป็นที่หนึ่งไปด้วยกัน

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

กลุ่มทรู ชนะการประมูลคลื่น 5G ย่าน 2600MHz และ 26GHz ย้ำภาพเครือข่ายที่เร็วแรงสุด ครบทั้งย่านคลื่นความถี่ต่ำและย่านความถี่สูงที่ครอบคลุมกับทุกรูปแบบการใช้งาน ประกาศพร้อมแล้วเครือข่าย 5G ที่ดีที่สุด เพื่อคนไทยเป็นที่หนึ่งไปด้วยกัน

กลุ่มทรู ขอบคุณสำนักงานกสทช. ที่นำคลื่นความถี่ที่ใช้บริการ 5G มาจัดสรร เพื่อให้ประเทศไทยมีบริการ 5G ที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสร้างประโยชน์ให้แก่คนไทย เตรียมพร้อมนำคลื่นความถี่ทั้งย่าน 2600MHz จำนวน 9 ชุด หรือ 90 เมก และคลื่นความถี่ย่าน 26GHz จำนวน 8 ชุดหรือ 800 เมกที่กลุ่มทรูได้ชนะการประมูลครั้งนี้ เร่งพัฒนาเครือข่าย 5G ที่ดีที่สุด เพื่อให้บริการแก่คนไทยโดยเร็ว มั่นใจด้วยจุดเด่นทั้งเรื่องความครบครันและครอบคลุมของคลื่นความถี่ที่กลุ่มทรูมีอยู่ทั้งย่านความถี่ต่ำและย่านความถี่สูงทั้งหมด รวมถึงความพร้อมจากการทดสอบให้บริการ 5G มาแล้วกับทุกภาคส่วนและทุกภูมิภาคทั่วไทยตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ผนวกกับความแข็งแกร่งของพันธมิตร ไชน่าโมบายล์ที่มีประสบการณ์ในการเปิดให้บริการ5G ด้วยคลื่น 2600MHz รวมถึงดิจิทัลแพลทฟอร์ม และคอนเทนต์ของกลุ่มทรูที่เป็น Ecosystem ที่สำคัญของบริการ 5G จะตอกย้ำความมุ่งมั่นของกลุ่มทรูที่จะพัฒนาบริการ 5G ที่ดีที่สุด เป็นผู้นำที่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับผู้บริโภคชาวไทยและประเทศไทยได้อีกครั้ง

นายอาณัติ เมฆไพบูลย์วัฒนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า การชนะการประมูลคลื่นย่านความถี่เพื่อให้บริการ 5G ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งไมล์สโตนที่สำคัญของกลุ่มทรู ที่จะเดินหน้ารักษาความเป็นผู้นำบริการดิจิทัลที่ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนานวัตกรรมบริการต่างๆ ให้ชาวไทยได้ก้าวทันทุกเทรนด์เทคโนโลยีของโลก ซึ่งการชนะการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 2600MHz และ 26GHz ในครั้งนี้เป็นไปตามกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่จะเป็นเครือข่ายที่ดีที่สุด ซึ่งต้องเติมเต็มคลื่นความถี่ในปริมาณที่มากขึ้นให้เพียงพอรองรับทุกการเปลี่ยนแปลง และมีครบทั้งย่านความถี่ต่ำและย่านความถี่สูง โดยเฉพาะคลื่นความถี่ย่าน 2600MHz ที่ชนะการประมูลครั้งนี้ นับเป็นคลื่นความถี่หลักที่จะสร้างความได้เปรียบในการให้บริการ 5G ของกลุ่มทรูได้อย่างโดดเด่นและเหนือชั้น เพราะนอกจากจะเป็นคลื่นความถี่ที่เหมาะสมกับการให้บริการ 5G มี Ecosystem ทั้งอุปกรณ์โครงข่าย สมาร์ทโฟนพร้อมรองรับในตลาดแล้วทั่วโลก ยังเป็นคลื่นความถี่ในย่านเดียวกันกับบริการ 5G ของไชน่าโมบายล์ ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญของกลุ่มทรู ที่พร้อมสนับสนุนทั้งในด้านองค์ความรู้ ความชำนาญ และ Best Practice เพื่อเสริมศักยภาพและความแข็งแกร่งให้กลุ่มทรูสามารถเปิดให้บริการ 5G ได้เร็วที่สุด และสร้างสรรค์บริการได้หลากหลายรอบด้านมากที่สุด อีกทั้งกลุ่มทรูยังมีความพร้อมด้านดิจิทัลแพลทฟอร์ม
คอนเทนต์ IoT ที่เป็น Ecosystem ที่สำคัญของบริการ 5G ไม่ว่าจะเป็น ทรูไอดี, และ Vertical Solutions ต่างๆ ที่จะนำมาต่อยอดเพื่อเติมเต็มบริการ 5G ให้ตอบสนองทั้งไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล และตอบโจทย์การใช้งานของภาคธุรกิจในทุกอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพรวดเร็วกว่า ขณะเดียวกัน คลื่นในย่านความถี่ย่านต่ำ ทั้ง 700MHz 850MHz และ 900MHz ที่บริษัทมีอยู่แล้ว สามารถผสมผสานในการขยายโครงข่ายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศได้เป็นอย่างดี

สำหรับมูลค่าการประมูลคลื่น 5G ในครั้งนี้ เป็นไปตามที่บริษัทได้ประเมินไว้ ซึ่งได้ศึกษามาแล้วอย่างรอบคอบ พร้อมกับมีบริษัทที่ปรึกษาช่วยพิจารณาประเมินราคาที่เหมาะสมทางธุรกิจ ทำให้บริษัทได้ถือครองคลื่นความถี่ในย่านที่เหมาะสมและคุ้มค่าในการสร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยทันทีที่บริษัทฯได้รับใบอนุญาตจากกสทช. จะสามารถนำคลื่นความถี่ที่ประมูลได้มาเพิ่มศักยภาพการให้บริการ 4G ในปัจจุบันได้ทันที โดยจะช่วยเพิ่มประสบการณ์การใช้บริการดาต้าที่ดียิ่งขึ้น ตอบสนองความต้องการใช้งานของลูกค้าที่ต้องการความเร็วอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขณะเดียวกันจะเร่งพัฒนาเครือข่าย 5G ที่ดีที่สุดให้พร้อมใช้งานให้เร็วที่สุด เพื่อร่วมสร้างประโยชน์ให้กับทั้งภาคธุรกิจและประชาชนชาวไทย

“การประมูลคลื่น 5G ในครั้งนี้ ได้พลิกโฉมวงการโทรคมนาคมไทย เข้าสู่การให้บริการในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง และเป็นโอกาสที่สำคัญที่ทำให้กลุ่มทรูจะเป็นผู้นำที่สร้างการเปลี่ยนแปลง ให้ประเทศไทยอีกครั้ง ซึ่งเรายังคงมุ่งมั่นมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า และสร้างสรรค์บริการ เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยได้ใช้บริการที่ดีที่สุด ทั้งยังจะนำเทคโนโลยีและบริการ 5G ร่วมสร้างประโยชน์ในทุกมิติอย่างก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นสังคม เศรษฐกิจ การศึกษา การสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ประเทศไทยเข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืน” นายอาณัติ กล่าวสรุป

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

dtac คว้าคลื่น 5G เสริมทัพโครงข่ายเพิ่มความแข็งแกร่งชุดคลื่นความถี่

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ดีแทคคว้าคลื่น 26 GHz  จำนวน 200  MHz จากการประมูลเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับชุดคลื่นความถี่ โดยคลื่นย่านความถี่สูง หรือ mmWave จะทำให้ดีแทคได้เสริมทัพชุดคลื่นความถี่ที่พร้อมในคลื่นย่านต่ำ-กลาง โดยปัจจุบันดีแทคได้มอบประสบการณ์ให้ลูกค้าใช้งานบริการดาวน์โหลดข้อมูลที่เร็วที่สุดในไทย

นายชารัด เมห์โรทา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ประกาศภายหลังเสร็จสิ้นการเข้าร่วมประมูลว่า “ดีแทคไม่หยุดพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เพื่อลูกค้า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เราได้ลงทุนครั้งสำคัญเพื่อนำเทคโนโลยีชั้นนำ และคลื่นความถี่ใหม่ เพื่อลูกค้าของเราจะได้ประสบการณ์ใช้งานดาวน์โหลดที่ได้รับการยอมรับว่าเร็วที่สุดในไทย* สำหรับการเตรียมพร้อม 5G เราได้เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2561 ในการขยายโครงข่ายด้วยเทคโนโลยี 4G TDD ที่ให้บริการบนคลื่นความถี่ 2300 MHz ของทีโอที และตามด้วยการได้รับจัดสรรคลื่นความถี่ 700 MHz ในปี 2562  สำหรับการคว้าคลื่น 5G (ความถี่ย่าน 26 GHz หรือ mmWave) ทำให้ขณะนี้ดีแทคพร้อมแล้วในการให้บริการด้วยชุดคลื่นความถี่ทั้งย่านต่ำ-กลาง-สูง ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการให้บริการรับส่งข้อมูลเพื่อให้ลูกค้าได้มีประสบการณ์ใช้งานที่ดีที่สุด”

ด้วยคุณสมบัติพิเศษของคลื่น 26 GHz หรือ mmWave ซึ่งเป็นคลื่นที่เหมาะในการใช้งานความเร็วสูงสุดเพื่อรับส่งข้อมูล และสามารถเพิ่มความจุของช่องสัญญาณในปริมาณมหาศาลที่มีความแม่นยำในการใช้งาน สำหรับการรองรับนวัตกรรม 5G ต่างๆ ที่เชื่อมต่อ Massive IoT ในอนาคตได้อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ดีแทคจะจัดให้มีการแถลงข่าว เพื่อประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจ 2020 และกลยุทธ์การพัฒนาโครงข่ายที่ดีแทคเฮาส์ ต่อไป

อ่านต่อ...

IT News

AIS ชนะการประมูล 5G คว้าคลื่นมากที่สุด ครบทั้ง 3 คลื่น

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

วันที่ 16 กุมภาพันธุ์ 2563 พลเอก สุกิจ ขมะสุนทร ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ประกาศผลการประมูลคลื่น 5G อย่างเป็นทางการแล้ว โดยบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค หรือ AWN ในกลุ่มเอไอเอส ประมูลได้ใบอนุญาต ทั้ง 3 คลื่นความถี่ ดังนี้

  • คลื่นความถี่ 700 MHz จำนวน 1 ชุด รวม 2×5 MHz ในราคา 17,153 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) รวมคลื่น 700 เดิมที่ได้รับจัดสรร เมื่อเดือน มิถุนายน 2562 จำนวน 2×10 MHz รวมมีคลื่นความถี่ 700 MHz จำนวนทั้งสิ้น 2×15 MHz
  • คลื่นความถี่ 2600 MHz จำนวน 10 ชุด รวม 100 MHz ในราคา 19,560 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
  • คลื่นความถี่ 26 GHz จำนวน 12 ชุด รวม 1200 MHz ในราคา 5,340 ล้านบาท

 

โดยคณะผู้บริหารได้เดินทางกลับและมีพนักงานอยู่รอต้อนรับ ร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จอย่างอบอุ่น จากการประมูลคลื่น 5G ที่ผ่านมา เอไอเอสยังคงยืนหยัด รักษาตำแหน่งผู้นำอันดับ 1 ของอุตสาหกรรมที่ถือครองคลื่นความถี่ในการให้บริการ 4G และ 5G มากที่สุดในประเทศ รวมทั้งสิ้น 1450 MHz พร้อมประกาศเดินหน้าพัฒนาเครือข่าย 5G ที่ดีที่สุด ทั่วประเทศ เป็นรายแรก เพื่อคนไทย

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง