รีวิว HUAWEI MatePad Mini มาแล้วครับ! เป็นแท็บเล็ตไซซ์ Mini ที่เชื่อว่าหลายคนกำลังรออยู่แน่นอน เพราะมาพร้อมจุดเด่นขนาดกะทัดรัด พกพาสะดวกด้วยความบางเพียง 5.2 มม.เบาแค่ 260 กรัม ได้หน้าจอ Flexible OLED PaperMatte 8.8″ รองรับอุปกรณ์เสริมอย่าง M-Pencil และแอปสำหรับการทำงานครบ!

การใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร น่าพกพาแค่ไหน ติดตามได้ใน รีวิว HUAWEI MatePad Mini เลยครับ!
สรุปสเปค HUAWEI MatePad Mini
- หน้าจอ Flexible OLED PaperMatte ขนาด 8.8”
- ความละเอียด 2560 × 1600 พิกเซล, ความสว่างสูงสุด 1800nits
- Refresh rate 120Hz
- ชิปเซ็ต Kirin 9010B 6-Core ความเร็ว 2.2GHz
- RAM 12GB
- ROM 256GB
- แบตเตอรี่ 6400mAh
- ระบบชาร์จเร็ว 66W HUAWEI SuperCharge
- กล้องหน้า 32MP f/2.4
- กล้องหลัง 2 ตัว
- 50MP กล้องหลัก f/1.8
- 8MP กล้อง Ultra Wide f/2.2
- การเชื่อมต่อ Wi-Fi 7, Bluetooth 5.2, และพอร์ต USB-C (USB 2.0)
- ลำโพง 2 ตัว Stereo Speaker (ระบบเสียง HUAWEI Histen 9.5)
- ระบบปฏิบัติการ HarmonyOS 4.3
- วางจำหน่ายในสีเขียวเท่านั้น

หน้าจอ FullView OLED 8.8″
เริ่มต้นที่เรื่องดีไซน์เหมือนทุกที HUAWEI MatePad Mini มาพร้อมจุดเด่นเรื่องหน้าจอที่กำลังพอเหมาะพอเจาะ 8.8″ เป็นแท็บเล็ตสายพกพา ที่สามารถถือได้เต็ม ๆ ในมือเดียว

แถมขอบหน้าจอก็ยังบางเพียง 2.99 มม.บางขนาดที่ว่ากล้องหน้ายังต้องเป็นแบบเจาะรูเหมือนสมาร์ทโฟนอะ ทำให้รูปลักษณ์ของตัวเครื่องดูเต็มตาและสวยงามยิ่งขึ้น ไม่เหมือนแท็บเล็ตรุ่น Mini ไหน ๆ ที่ออกมาก่อนหน้านี้เลย สมแล้วที่ HUAWEI ชูหน้าจอว่าเป็น FullView Display เนอะ

และถึงแม้จะมีขนาดที่เน้นพกพา แต่ในด้านสเปค HUAWEI ไม่มีกั๊กด้วย จัดให้แน่น ๆ ทั้งชนิดหน้าจอที่เป็น Flexible OLED แสดงผลสีสวย ความละเอียดระดับ 2.5K อัตราส่วนกว้าง 16:10 เหมาทั้งการดูคอนเทนต์เต็มจอ หรือทำงานที่ต้องการพื้นที่เยอะ ๆ

เทคโนโลยีหน้าจอกระดาษ PaperMatte
นอกจากนี้ HUAWEI MatePad Mini ยังได้เทคโนโลยี PaperMatte Display หน้าจอแบบด้านคล้ายกระดาษแบบที่ HUAWEI ใช้บน MatePad รุ่นใหญ่ ๆ อีกด้วย ช่วยลดแสงสะท้อนได้เป็นอย่างดี และตัวจอเองยังรองรับความสว่างสูงสุดที่ 1800nits มอบคุณภาพที่ชัดเจนในทุกสภาพแสงเลยล่ะครับ

ส่วนการตอบสนอง พอเป็นจอแบบนี้ ก็ช่วยให้สัมผัสนั้นลื่นไหล บวกเข้ากับ Refresh rate สูง 120Hz และซอฟต์แวร์ HarmonyOS ภายใน ก็ทำให้การทำงานดูลื่นไหล ติดนิ้วขั้นสุด

ดีไซน์กะทัดรัด พกพาสะดวก
แน่นอนว่าจอพอเหมาะ มีขอบบางเฉียบแบบนี้ ก็ทำให้ตัวเครื่องมีความกะทัดรัดน่าพกพาอย่างมาก แถม HUAWEI MatePad Mini ยังมีน้ำหนักที่เบาเพียง 260 กรัม หยิบจับครั้งแรกต้องบอกเลยว่า อึ้งกับน้ำหนักมาก เบาหวิว ไม่ต่างจากพวกสมาร์ทโฟนเรือธงที่ใส่เคสหนา ๆ เลย แต่นี่คือแท็บเล็ตจอเกือบ 9″ นะ!

นอกจากนี้ ความบางก็ทำได้ดีมากด้วย เพราะเลขที่ออกคือ 5.2 มม.เท่านั้น ทำให้สะดวกในเรื่องการพกพาสุด ๆ เหมือนเราพกสมุดโน๊ตเล่มพอดี ๆ ติดตัวไปเท่านั้นเอง แต่ประสบการณ์การใช้งานต้องบอกว่าหลากหลายกว่ามาก

ดีไซน์ Minimal แต่ก็พรีเมี่ยมเช่นเดียวกับรุ่นใหญ่
ส่วนสีสัน HUAWEI MatePad Mini ก็มาพร้อมสีเขียวพาสเทลแบบ Minimal เลยล่ะ ซึ่งบ้านเราจะวางจำหน่ายแค่สีนี้สีเดียวเลย แม้ภาพลักษณ์จะดู Minimal แต่ในเรื่องงานประกอบและคุณภาพ ต้องยอมรับว่า HUAWEI ทำได้ดีเยี่ยม ไม่แพ้รุ่นใหญ่ ๆ เลย

ส่วนโมดูลกล้องก็เหมือนยกเอกลักษณ์มาจาก MatePad Pro เลย ด้วยทรงวงกลมขนาดใหญ่ มีกล้องหลังคู่ แบ่งเป็น กล้องหลัก 50MP + กล้อง Ultra Wide 8MP เลยนะ ระดับเดียวกับพวกมือถือไฮเอนด์เชียว

ตำแหน่งอื่น ๆ ก็ลงตัวตามสไตล์แท็บเล็ตพกพา
การวางปุ่มกดของ HUAWEI MatePad Mini ก็จัดตำแหน่งได้ดีเหมือนเคยครับ วางปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงไว้ที่ด้านขวามือของตัวเครื่อง และปุ่ม Power ไว้ด้านบนเหมาะสำหรับใช้งานในแนวตั้ง หรือถ้าจะหมุนมาเป็นแนวนอนก็เลือกกดได้ง่ายเช่นกัน

ซึ่งที่ปุ่ม Power จะมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้แตะสแกนเพื่อปลดล็อกด้วย จะใช้นิ้วชี้ขวาเอื้อมไปสแกนตอนถือแนวตั้ง หรือนิ้วชี้ซ้ายสแกนตอนถือเครื่องแนวนอน ก็สะดวกหมด เหมือนคิดมาให้แล้วแหละ

ส่วนลำโพงจะมีมาให้ 4 ตัว แบ่งเป็นด้านบน 2 ด้านล่าง 2 รวมกันเป็นลำโพง Stereo บน-ล่าง หรือ ซ้าย-ขวาได้เลย พอร์ตการเชื่อมต่อของรุ่นนี้ก็จะเป็น USB-C อยู่ตรงกลางเด่น ๆ นั่นแหละครับ

โดยรวมในเรื่องดีไซน์ HUAWEI MatePad Mini ก็ถือว่าทำได้โดดเด่น ด้วยขอบหน้าจอที่บางเฉียบ ให้พื้นที่หน้าจอเต็ม ๆ แต่ได้เทคโนโลยีขั้นสุดของ HUAWEI มาพร้อมทั้งจอ OLED PaperMatte ขนาด 8.8″ ในขณะที่ตัวเครื่องยังถือพกพาได้สะดวก เพราะมีความบางแค่ 5.2 มม. และเบาเพียง 260 กรัมเท่านั้น

รองรับ M-Pencil สร้างสรรค์ผลงานได้ไร้ขีดจำกัด
แม้ HUAWEI MatePad Mini จะมีขนาดที่จอกะทัดรัด แต่ก็ยังรองรับ M-Pencil สำหรับงานสร้างสรรค์มากมาย ซึ่งรุ่นนี้รองรับทั้ง M-Pencil รุ่นที่ 3 และ M-Pencil Pro เลยครับ

ซึ่งเราได้ M-Pencil รุ่นที่ 3 มารีวิวคู่กัน ความสามารถก็ถือว่าจัดเต็มแล้ว เพราะมาพร้อมเทคโนโลยี NearLink ที่เชื่อมต่อได้อย่างสเถียร และรองรับแรงกดมากถึง 16,384 ระดับ ซึ่งมากกว่า Stylus ไฮเอนด์ในตลาดตอนนี้ที่มักจะสูงสุดแค่ 4096 ระดับ

การเชื่อมต่อก็แปะเข้ากับตัวเครื่องได้เลย การเชื่อมต่อครั้งแรกจะมี Pop-Up ให้กดเชื่อมต่อได้ง่าย ๆ และเราก็สามารถแปะชาร์จแบตฯได้เลยในครั้งต่อ ๆ ไปด้วย

ความดีงามของ M-Pencil รุ่นที่ 3 นอกจากจะมีเรื่องการเชื่อมต่อที่แม่นยำมากขึ้นแล้ว พอมาใช้งานคู่กับหน้าจอ PaperMatte Display ผิวกระดาษและลื่นไหล 120Hz แล้ว ยิ่งสมบูรณ์แบบ ช่วยให้เราลงน้ำหนักได้ละเอียดขึ้นมาก เหมาะกับสายวาดที่ต้องการความเที่ยงตรงและทันมือเวลาลงน้ำหนักบนหน้าจอครับ

มีแอปสำหรับรองรับติดมาให้ตั้งแต่แกะกล่อง
นอกจาก M-Pencil ที่รองรับแบบฮาร์ดแวร์แล้ว HUAWEI MatePad Mini ยังมีแอปที่รองรับการทำงานในหลายรูปแบบอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น HUAWEI Notes สำหรับสายจดโน้ต, GoPaint สำหรับสายวาด หรือ WPS Office PC-Level สำหรับสายเอกสาร

HUAWEI Notes แอปหลักที่ HUAWEI พัฒนาและใส่มาบน MatePad หลายรุ่น พอใช้งานกับ M-Pencil รุ่นที่ 3 และขนาดตัวเครื่องที่กะทัดรัดของ MatePad Mini ก็ลงตัวเลย ไม่ว่าจะเป็นการเขียน, วาด แถมรอบนี้มีฟีเจอร์จัดรูปแบบลายมือเรามาให้ แปลงเป็นตัว Text หรือแก้ไขลายเส้นเป็นรูปทรงเรขาคณิตก็ได้ด้วย จดสนุกขึ้น อ่านรู้เรื่องกว่าที่เคย

หรือสายวาดจริงจัง GoPaint ก็ตอบโจทย์ เพราะเป็นแอปวาดรูปติดเครื่องที่ดีงามมาก ๆ มีเครื่องมือให้เลือกครบ มีลูกเล่น Gesture ในการใช้งานที่หลากหลาย ถ้าให้พูดง่าย ๆ แอปนี้คือ Procreate สำหรับ HUAWEI เลยนั่นแหละ แต่คือใช้ฟรีเลยนะ แถมพอใช้งานร่วมกับ M-Pencil บน MatePad Mini แล้ว ยิ่งลงตัวเข้าไปใหญ่ครับ

และสำหรับใครที่ต้องแก้งาน Office บน HUAWEI MatePad Mini ก็มีแอป WPS Office ระดับ PC ให้ใช้งานด้วย แบบเดียวกับที่เคยเห็นบนพวก MatePad หน้าจอใหญ่ ๆ นั่นแหละครับ เปิดไฟล์ ทำงานได้เต็มรูปแบบ แต่ถ้าอยากทำงานจริงจังเลย อาจจะต้องหาอุปกรณ์เสริมอย่างพวกคีย์บอร์ด Bluetooth มาต่อสักหน่อย เพราะรุ่นนี้ไม่ได้มีเคสคีย์บอร์ดมาด้วยเนอะ

มีเคส HUAWEI MatePad Mini Folio Cover พกพาสะดวกขึ้น
แต่ HUAWEI MatePad Mini จะมีเคส Folio Cover มาให้ใช้งานแทน เคสตัวนี้จะช่วยให้พกพาแบบครบชุดได้สะดวกขึ้นครับ เพราะเป็นเคสฝาพับที่ช่วยปกป้องตัวเครื่องรอบด้าน แถมยังใส่ M-Pencil ไปพร้อมกันได้อีก

ซึ่งตัวเคสจะเป็นแบบ 2 ชิ้น ชิ้นแรกจะเป็นเคสสวมฝาหลัง ซึ่งช่วยปกป้องด้านหลังและกรอบตัวเครื่องในการใช้งานทั่วไปได้

ชิ้นที่ 2 จะเป็นส่วนที่มีฝาพับ ซึ่งสามารถประกบเข้ากับเคสด้านหลังผ่านแม่เหล็ก ช่วยให้ปกป้องรอบตัวเครื่องได้ในทันที และแน่นอนดีไซน์ออกแบบมาให้เหมือนสมุดโน๊ต ผิวสัมผัสดีมาก

มีเว้นช่องเล็ก ๆ สำหรับ M-Pencil ได้พอดี ทำให้เวลาพกพา ก็ไปแบบครบชุดอย่างที่บอก เราไม่ตองพก M-Pencil แยกอีกที เวลาจะใช้งานก็สะดวก เหมือนชุดสมุดโน๊ตที่มีปากกาติดมาให้ในตัวนั่นแหละครับ

แต่ถ้าอยากพักผ่อน ดูคอนเทนต์หรือทำงานในการวางเครื่องแนวนอน เคสก็ยังปรับให้เป็นขาตั้ง ในองศาที่กำลังเหมาะได้ด้วยเช่นกัน

ซอฟต์แวร์เป็น HarmonyOS 4.3
มาเข้าเรื่องซอฟต์แวร์กันบ้าง HUAWEI MatePad Mini มาพร้อมระบบปฏิบัติการ HarmonyOS 4.3 เวอร์ชั่นปัจจุบันของ HUAWEI การใช้งานยังลื่นไหลและ UI ปรับแต่งมาให้เข้ากับความเป็นแท็บเล็ตจอเล็ก

แต่ก็ยังไม่ทิ้งความ Multi-tasking เพราะในเรื่องการใช้งานต่าง ๆ ก็ยังรองรับครบ ไม่ว่าจะเป็น Multi-Windows แบ่งการใช้งานหลาย ๆ แอปบนหน้าจอเดียว เราจะแบ่งเป็นแบบ 2 แอปเต็มจอไปเลยก็ได้ สามารถปรับขนาดได้นิดหน่อยเพื่อความยืดหยุ่น

ใช้บริการ HUAWEI Mobile Services เหมือนเดิม
ส่วนเรื่องบริการ HUAWEI MatePad Mini ก็ยังใช้ผ่าน HMS (HUAWEI Mobile Services) เหมือนแท็บเล็ตใหม่ ๆ ของ HUAWEI นั่นแหละ โดยจะมี HUAWEI AppGallery เป็น Store หลักในการดาวน์โหลดแอป ปัจจุบันก็มีแอปหลัก ๆ ให้ดาวน์โหลดค่อนข้างครบ หรือถ้าบางแอปหาแล้วยังไม่เจอก็จะมี Petal Search เป็นตัวเลือกในการค้นหาแอปเพื่อดาวน์โหลดมาติดตั้งเพิ่มเติมครับ


microG Service โหลดได้ ทางเลือกสำหรับคนต้องการใช้ GMS
แต่ถ้ายังต้องใช้บริการของ Google จริง ๆ ก็มีทางเลือกใหม่ด้วยแอป microG Service ที่สามารถดาวน์โหลดผ่าน HUAWEI AppGallery ได้เลย เมื่อติดตั้งแล้ว เราจะสามารถล็อกอินบัญชี Google ได้ผ่านตัวเครื่องเลย ทำให้เวลาแอปที่เรียกใช้ GMS สามารถใช้งานได้แล้ว ดูวิธีได้ที่นี่

เท่าที่เราลอง YouTube, YouTube Music, Google Drive, Google, Chrome หรือ GBoard ก็ใช้งานได้ปกติ ถ้ามี YouTube Premium ล็อกอินเข้าไปก็ใช้งานได้ด้วย ซึ่งการดาวน์โหลดแอปของ Google หลังจากเราติดตั้ง microG แล้วก็สามารถค้นหาได้จาก HUAWEI Gallery เช่นกัน จะมีตัวเลือกให้เรากด Install ได้ทันที อันนี้เป็นทางเลือกใหม่ที่เราว่าสะดวกขึ้นเยอะเลยจริง ๆ

ชิปเซ็ต Kirin 9010B แบบ 6-Core
ด้านสเปคภายใน HUAWEI MatePad Mini จะใช้ชิปเซ็ตระดับเรือธงอย่าง Kirin 9010B แบบ 6-Core ความเร็วสูงสุด 2.18GHz ส่วนหน่วยความจำที่ให้มาเป็นเยอะที่ 12GB+256GB ด้วย ใช้งานได้ราบรื่นหายห่วงแน่

การเชื่อมต่อ HUAWEI MatePad Mini ก็รองรับสูงสุดที่ WiFi 7 แล้วด้วยครับ ช่วยให้ได้ความเร็วและความเสถียรที่สูงที่สุด แต่น่าเสียดายที่ยังไม่มีรุ่นใส่ซิมได้ สายพกพาไปใช้งานนอกบ้าน อาจจะต้องพึ่ง Hotspot หรือ WiFi ตามที่ต่าง ๆ ไปก่อน

และเพื่อให้ได้เห็นภาพความแรงของชิป Kirin 9010B ตัวนี้ เราลองทดสอบประสิทธิภาพผ่านแอป AnTuTu Benchmark ก็ได้คะแนนออกมาสูงถึง 932702 แต้มเลยนะ สูงใช้ได้ แล้วสังเกตคะแนน GPU ยังเป็น 0 อยู่ เพราะความใหม่ของชิป แสดงว่าจริง ๆ ยังแรงได้กว่านี้อีก!

แบตเตอรี่ 6400mAh ใช้งานเพียงพอ มีชาร์จไว 66W ด้วย
ปิดท้ายที่เรื่องแบตเตอรี่ HUAWEI MatePad Mini ก็ได้แบตมาเยอะถึง 6400mAh เทียบกับขนาดหน้าจอและการจัดการพลังงานของ HarmonyOS ก็ถือว่าเพียงพอครับ บวกกับเป็นรุ่น WiFi Only จึงช่วยให้ใช้งานทั่วไปได้เพียงพอ ทั้งการสร้างสรรค์ผลงาน หรือจะเล่นเพื่อความบันเทิงก็ตาม

ส่วนระบบชาร์จไว รุ่นนี้รองรับสูงสุดที่ 66W SuperCharge ถ้าใช้งานแบบหนัก ๆ จริง ก็ให้เวลาไม่นาน ตัวเครื่องก็จะกลับมาพรอมลุยแบบเต็มที่แล้วล่ะครับ

ราคาเปิดตัวและโปรโมชั่น
HUAWEI MatePad Mini เปิดตัวในไทยมาที่ 18,990 บาท สำหรับรุ่นที่แถม M-Pencil รุ่นที่ 3 และสามารถอัปเกรดเป็น M-Pencil Pro ได้ในราคา 20,990 บาทครับ
พร้อมโปรโมชั่น สุดพิเศษมูลค่าสูงสุดกว่า 22,130 บาทเลยด้วยครับ

สรุปแล้ว “นี่คือแท็บเล็ตไซซ์ Mini ที่ครบเครื่องที่สุดจาก HUAWEI”
สรุปแล้ว HUAWEI MatePad Mini ก็ถือเป็นแท็บเล็ตไซซ็เล็ก ที่ครบเครื่องที่สุดจาก HUAWEI ในตอนนี้ ทั้งขนาดที่พกพาง่าย ใช้งานสะดวก กับขนาดจอ 8.8″ แต่ก็ยังได้ความสวยสดของจอที่เต็มแบบ PaperMatte และขนาดที่บาง-เบา สเปคภายในที่เพียงพอ มีอุปกรณ์เสริมอย่าง M-Pencil และซอฟต์แวร์ที่รองรับการใช้งานหลายรูปแบบตั้งแต่แกะกล่อง ใครที่กำลังมองหาตัวเลือกที่พกพาได้สะดวก แต่ก็ยังอยากมีความสามารถครบ เราว่า HUAWEI MatePad Mini รุ่นนี้แหละ น่าสนใจสุด ๆ!
