ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

HUAWEI Mate 30 Pro ถอดรหัสการผสานนวัตกรรมและเทคโนโลยี

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

HUAWEI Mate 30 Pro ถอดรหัสการผสานนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่มาพร้อมการดีไซน์นำสมัย เปิดโลกการออกแบบสมาร์ทโฟนในสไตล์มินิมัลลิสต์ สร้างความโดดเด่นที่แตกต่าง

HUAWEI Mate 30 Pro

ปฏิเสธไม่ได้ว่า สมาร์ทโฟนในทุกวันนี้เป็นมากกว่าเครื่องมือสื่อสาร เพราะสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้มากยิ่งขึ้น เป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่สามารถบอกตัวตนของผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี ผ่านดีไซน์และนวัตกรรมที่สร้างความโดดเด่นกว่าใคร เช่นเดียวกับแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่างหัวเว่ย ที่เดินหน้าค้นหาแนวทางใหม่ๆ เพื่อปฏิวัติการสื่อสารผ่านสมาร์ทโฟนและแกดเจ็ตต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสำหรับ HUAWEI Mate 30 Pro ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยบุคลิกและสไตล์อันโดดเด่นตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงความชาญฉลาดในการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้งาน สะท้อนให้เห็นว่า หัวเว่ยได้มุ่งสร้างแนวทางการพัฒนานวัตกรรมที่ควบคู่ไปกับดีไซน์ของสมาร์ทโฟนในทิศทางของตนอย่างมุ่งมั่น

ก้าวข้ามขีดจำกัดโลกของการออกแบบ ด้วยการบุกเบิกหน้าจอโค้ง HUAWEI Horizon Display

หัวเว่ยได้ค้นหาแนวทางใหม่ๆ เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมการแสดงผลผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟนที่ล้ำสมัยอยู่เสมอ เพื่อให้ผู้ใช้ได้เพลิดเพลินไปกับสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอได้อย่างเต็มที่ที่สุด HUAWEI Mate 30 Pro ถือเป็นการปฏิวัติครั้งใหญ่ จากหน้าจอแบนราบแบบเดิมๆ สู่การสร้างหน้าจอแบบฟูลสกรีน 3 มิติ นับเป็นครั้งแรกที่มีการใช้หน้าจอแบบอัลตร้าเคิร์ฟ HUAWEI Horizon Display ที่โค้งถึง 88 องศา ควบคู่กับเทคโนโลยี 3D Face Unlock ที่กะทัดรัดและซับซ้อนที่สุด ซึ่งจะมอบประสบการณ์พิเศษเฉพาะตัวให้กับผู้ใช้ได้อย่างแท้จริง เทคโนโลยีหน้าจอแบบใหม่จะให้สัมผัสลื่นไหลอย่างนิ่มนวลราวกับกำลังไล้นิ้วอยู่บนสายน้ำที่ไหลหลั่นบนขอบโค้ง HUAWEI Horizon Display จะดูเหมือนม้วนกระดาษที่มีขอบดิจิทัลแผ่ไปจรดสุดขอบโค้ง ราวกับว่ามันได้ลบเส้นแบ่งระหว่างโลกดิจิทัลกับโลกความเป็นจริงออกไป

HUAWEI Mate 30 Pro ได้นำเสนอความเป็นที่สุด เพื่อประสบการณ์ใหม่แห่งการสัมผัสและการใช้งานสมาร์ทโฟนที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งเกิดจากการผสานเทคโนโลยีอันก้าวล้ำและการกลั่นกรองทุกรายละเอียดที่เกี่ยวข้องอย่างถี่ถ้วน โดยใช้มอเตอร์แนวราบบนแกน X เพื่อให้การตอบสนองต่อการสัมผัสที่แม่นยำและสมจริง สามารถตอบสนองโดยทันทีและในฉับพลัน เพื่อให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่า จะได้รับประสบการณ์ในการใช้งานสมาร์ทโฟนที่สามารถควบคุมผ่านการสัมผัสในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน และราบรื่นอยู่เสมอ

จากดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของไฟหน้าแบบ “Four-point Headlights” ในรถซูเปอร์คาร์ สู่วงแหวนฮาโลที่เปล่งประกายเจิดจ้าสุดล้ำยุค

HUAWEI Mate 30 Pro คือผู้นำวิวัฒนาการครั้งใหม่ของสมาร์ทโฟนที่นำพาดีไซน์ ประสบการณ์ในการใช้งาน และเทรนด์ของโทรศัพท์มือถือเข้าสู่ยุคอันเต็มไปด้วยความน่าตื่นตาตื่นใจ โดยยึดมั่นในหลักสุนทรียภาพและวัฒนธรรมแห่งความเป็นเลิศของหัวเว่ย ที่เดินตามแนวทางอันเป็นแบบแผนของ HUAWEI Mate Series ทั้งดีไซน์ในแบบสมมาตร สไตล์ที่เรียบหรู พรีเมี่ยม และงานฝีมือที่ดีเยี่ยม การจัดวางระบบกล้องถ่ายภาพไว้ในเลนส์วงกลมที่ล้อมรอบด้วยวงแหวนฮาโล ได้สื่อถึงการดีไซน์ไฟหน้าแบบสี่จุดของซูเปอร์คาร์อย่างดีเยี่ยม ทั้งนี้วงแหวนฮาโลเป็นคุณลักษณะเด่นของ HUAWEI Mate Series ทำให้ตัวเครื่องมีความงดงามเฉพาะตัว ดึงดูดสายตาและให้ความแตกต่าง สร้างความโดดเด่นที่เหนือกว่าให้กับผู้ใช้

แทนที่ปุ่มปรับระดับเสียง โดยการสัมผัสด้านข้าง สร้างความสะดวกทั้งสำหรับผู้ใช้ที่ถนัดขวาและถนัดซ้าย

ด้วยแรงบันดาลใจจากหลักการ “ยิ่งน้อยยิ่งงดงาม (Less is More)” หัวเว่ยจึงออกแบบหน้าจอใหม่ทั้งหมด ใน HUAWEI Mate 30 Pro จึงมีไซน์ตัวเครื่องแบบชิ้นเดียว พร้อมขจัดปุ่มปรับระดับเสียงด้านข้างออกไปจนกลายเป็นดีไซน์เพียงรุ่นเดียวในโลกที่เป็นแบบออลอินวันอย่างสมบูรณ์ที่สุด การตัดปุ่มปรับระดับเสียงออกไปและเหลือไว้เพียงปุ่มเปิดปิดเครื่องทำให้มีรูปลักษณ์ที่เกลี้ยงเกลายิ่งขึ้น และเกิดเป็นความงดงามอย่างเรียบง่าย เมื่อหยิบ HUAWEI Mate 30 Pro ขึ้นมา จุดสนใจจึงโดดเด่นขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในแบบมินิมัลลิสต์และองค์ประกอบด้านการสัมผัสที่ทำให้โทรศัพท์รุ่นนี้มีความแตกต่างไม่เหมือนใคร

อย่างไรก็ตาม ความเรียบง่ายยิ่งขึ้นของอุปกรณ์รุ่นนี้ไม่ได้ทำให้ความสะดวกในการใช้งานจริงถูกลดทอนลงแต่อย่างใด เพราะแม้ว่าปุ่มที่ใช้ปรับระดับเสียงจะหายไป แต่ปฏิสัมพันธ์รูปแบบใหม่กับสมาร์ทโฟน โดยการสัมผัสด้านข้างเข้ามาแทนที่ ทำให้ผู้ใช้สามารถควบคุมระดับเสียงได้โดยการเลื่อนนิ้วไปบนปุ่มเสมือนที่ซ่อนตัวอยู่ นอกจากนี้ HUAWEI Mate 30 Pro ยังรู้จักผู้ใช้เป็นอย่างดีจากการเรียนรู้ว่าผู้ใช้แต่ละคนมีรูปแบบเฉพาะตัวในการจับถือโทรศัพท์ของตนอย่างไร เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อการสัมผัสตามเงื่อนไขของผู้ใช้ได้อย่างมีเอกลักษณ์ที่เป็นรูปแบบของแต่ละคน หัวเว่ยยังได้ขับเคลื่อนนวัตกรรมให้
ก้าวล้ำไปกว่าที่เคย โดยการใช้มอเตอร์แนวราบบนแกน X เพื่อมอบการตอบสนองด้วยแรงสั่นในแบบที่ได้รับการปรับให้เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ใช้แต่ละคน

สัมผัสสุดยอดเทคโนโลยีในการปกป้องความเป็นส่วนตัวที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น ด้วยระบบยืนยันตัวตนสองชั้นด้วยข้อมูลทางชีวมิติ

ใบหน้าของผู้ใช้แต่ละคนล้วนมีลักษณะเฉพาะตัว จึงเป็นรหัสผ่านตามธรรมชาติที่ไว้วางใจได้มากที่สุด ด้วยเทคโนโลยี 3D Face Unlock รูปแบบการพิสูจน์ตัวตนแห่งอนาคตด้วยคุณสมบัติทางชีวมิติที่ไม่ต้องพึ่งพาการสัมผัส ซึ่งมีอยู่เฉพาะในอุปกรณ์รุ่นแฟลกชิพของหัวเว่ยเท่านั้น HUAWEI Mate 30 Pro มีกล้อง 3D Depth Sensing Camera ที่รองรับเทคโนโลยี 3D Face Unlock ซึ่งให้ทั้งความกะทัดรัด ทรงพลัง และใช้งานง่ายอย่างเหลือเชื่อ ไม่ว่าจะอยู่กลางแจ้งในสภาพแดดจัดหรือในความมืดของยามค่ำคืน HUAWEI Mate 30 Pro ก็จะสามารถจดจำใบหน้าผู้ใช้ของมันได้เป็นอย่างดี และยังรองรับระบบชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือที่ให้ความรวดเร็วฉับไวได้อีกด้วย

สิ่งที่อยู่ภายใต้หน้าจอคือปราการชั้นที่สอง HUAWEI Mate 30 Series ฝังระบบตรวจสอบลายนิ้วมือฝังไว้ในหน้าจอเพื่อให้ผู้ใช้สามารถปลดล็อคโทรศัพท์ได้ด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว นอกจากนี้ความสามารถในการตรวจจับจังหวะการสั่งงานยังทำให้ผู้ใช้สามารถเคลื่อนนิ้วมือเพื่อเปิดอุปกรณ์ แล้วปลดล็อคสมาร์ทโฟนได้อย่างรวดเร็ว

หน้าจอ HUAWEI Acoustic Display อันก้าวล้ำ – ฟังเสียงผ่านหน้าจอของคุณ

หัวเว่ยต้องการทำให้ด้านหน้าของสมาร์ทโฟนมีความเรียบง่ายต่อการควบคุมและใช้งานได้โดยสะดวก ด้วยเหตุนี้ HUAWEI Mate 30 Pro จึงมาพร้อมหน้าจอ HUAWEI Acoustic Display เทคโนโลยีการผลักเสียงด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่จะขับเสียงจากการสั่นของหน้าจอไปสู่หู เมื่อสามารถตัดลำโพงสำหรับแนบหูออกไปได้ แผ่นกระจกหน้าจอจึงไม่มีการเจาะช่องลำโพง ซึ่งช่วยสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยเชื่อมต่อในการใช้งาน และ ในขณะเดียวกันยังคงให้คุณภาพและความชัดเจนของเสียงสนทนาได้เป็นอย่างดี

ตัวเครื่องสวยน่าทึ่งในสีสันและดีไซน์ล้ำกาลเวลา

ในการสร้างสรรค์ HUAWEI Mate 30 Pro หัวเว่ยยังได้ค้นคว้าหาวัสดุและผิวสัมผัสใหม่ๆ ที่ทำให้ผู้ใช้ได้สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ในสัมผัสอุปกรณ์ได้อย่างน่าสนใจ สำหรับประเทศไทย สีที่นำเข้ามาจำหน่ายได้แก่ Space Silver ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากการตกกระทบของแสง สร้างความงดงามเปรียบเสมือนพรายแสงดุจประกายเพชรจะเปลี่ยนไปในแต่ละองศา นำอารมณ์ความรู้สึกแบบเรื่องราวไซ-ไฟมาสู่สมาร์ทโฟนของคุณ และสี Black ที่ให้ผู้ใช้ได้ล่องลอยและดื่มด่ำไปกับความรู้สึกภายในดุจดั่งค่ำคืนของแรงบันดาลใจแห่งความเงียบสงัด

พบกับ Huawei Mate 30 Pro สมาร์ทโฟนอัจฉริยะ ที่หลอมรวมนวัตกรรมและการดีไซน์ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อบ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของคุณ ได้แล้ววันนี้ ในราคา 28,990 บาท ณ หัวเว่ย แบรนด์ช้อป และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

ข่าวประชาสัมพันธ์

AIS ผนึก SCB และ ม.อ. ปักหมุด สร้างต้นแบบ 5G ในภาคอุตสาหกรรมได้สำเร็จ รายแรก!

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอส กล่าวว่า “5G คือเทคโนโลยีที่จะเข้ามาพลิกโฉมสังคมไทย และยกระดับขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมไปอีกขั้น พร้อมขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็น Thailand 4.0 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจน อำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารของผู้ใช้บริการโดยทั่วไป จากคุณสมบัติ 3 ส่วน คือ ความเร็วที่เพิ่มขึ้น, ขีดความสามารถการเชื่อมต่อ IoT และเครือข่ายที่ตอบสนองได้รวดเร็วและเสถียร เอไอเอส ในฐานะผู้นำอันดับ 1 ด้านนวัตกรรมเครือข่ายและเทคโนโลยี มีความมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคตอยู่เสมอ เพื่อเป็นแกนสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็น Thailand 4.0
ดังที่ผ่านมา เอไอเอสเป็นผู้นำนวัตกรรม 5G รายแรกรายเดียวของไทยที่ทดลองทดสอบ 5G ครบแล้วทั่วไทย โดยเปิดพื้นที่ให้นักพัฒนา นักวิจัย นิสิตนักศึกษา และประชาชนได้ร่วมศึกษา ทดลอง ทดสอบการใช้งาน 5G ในหลากหลายมิติมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของเทคโนโลยี 5G ว่ามีความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยอย่างไร ตลอดจน เรามีความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางความร่วมมือในการสร้าง Ecosystem ของการพัฒนานวัตกรรม เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งานทั่วทุกภูมิภาคและทุกเจเนอเรชัน

 

สำหรับความร่วมมือระหว่างเอไอเอส, เอสซีจี และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวย่างสำคัญของการทดสอบ 5G ในภาคอุตสาหกรรมไทย ซึ่งได้ร่วมคิดค้นและพัฒนาโซลูชั่นในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิตด้วย 5G ทดลองทดสอบในสภาพแวดล้อมจริง บนคลื่นความถี่ 2.6 GHz ภายใต้การสนับสนุนของ กสทช. เป็นครั้งแรกที่เราจะได้เห็น Use Case จริงที่สามารถนำไปต่อยอดใช้งานได้จริงในอนาคต ผ่านการสาธิตการบังคับรถยกของ Forklift ขับเคลื่อนระยะไกล จากกรุงเทพฯ – สระบุรี เป็นครั้งแรกของภาคอุตสาหกรรมของไทย ทำให้เราเชื่อมั่นได้ว่า เทคโนโลยี 5G จะเข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลงและมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนภาคธุรกิจของไทยได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม การพัฒนานวัตกรรม 5G ยังมีองค์ประกอบและปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่างๆ อีกหลายด้าน ซึ่งจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนใน Ecosystem ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม 5G เพื่อสร้างโอกาสในการแข่งขันในเวทีโลก พร้อมช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไป”
ด้าน นายอรรถพงศ์ สถิตมโนธรรม ผู้อำนวยการ โครงการระบบอัตโนมัติและอุตสาหกรรม 4.0 เอสซีจี กล่าวถึงความร่วมมือครั้งสำคัญนี้ว่า “เอสซีจี มุ่งปรับเปลี่ยนการดำเนินงานด้านต่างๆ ในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง แพคเกจจิ้ง และเคมิคอลส์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้องค์กรเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยจัดตั้งคณะทำงานด้าน Mechanization, Automation and Robotics (MARs) และ Industry 4.0 ขึ้น ตั้งแต่ปี 2559 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับกระบวนการผลิตให้เป็นโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) ด้วยการนำเทคโนโลยีด้าน MARs และ Industry 4.0 มาผสมผสานกัน โดยใช้เงินลงทุนกว่า 860 ล้านบาท ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2562 จนออกมาเป็นโซลูชันต่างๆ อาทิ การแจ้งเตือนเครื่องจักรก่อนการซ่อมบำรุง (Smart Maintenance) การใช้หุ่นยนต์ในห้องปฏิบัติการด้านการตรวจวัด (Smart Laboratory) การทำระบบจ่ายปูนให้ลูกค้าแบบอัตโนมัติ (Smart Dispatching) และการเชื่อมโยงข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุปทานด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้ทุกคนเห็นข้อมูลเดียวกันที่ถูกต้องและนำมาวิเคราะห์ให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจ รวมทั้งตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น
ทั้งนี้ เอสซีจีให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ กับองค์กรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ เพื่อให้การดำเนินงานสามารถประสบความสำเร็จได้ดีและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาของความร่วมมือกับเอไอเอสในครั้งนี้ เพื่อให้ลูกค้าของเราได้รับสินค้าและบริการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของไทยให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น

สำหรับโครงการ “การพัฒนารถ Forklift ขับเคลื่อนระยะไกลด้วยเครือข่าย 5G” ดังกล่าว เริ่มดำเนินการที่โรงงานของเอสซีจี ใน จ.สระบุรี เป็นแห่งแรก เพราะมีการเคลื่อนย้ายทั้งวัตถุดิบและสินค้าโดยใช้รถ Forklift เพื่ออำนวยความสะดวกจำนวนมาก อีกทั้งรถ Forklift ยังเป็น material mobility ที่ควบคุมได้ง่ายที่สุด ก่อนจะต่อยอดไปทดลองกับเครื่องมืออื่นๆ ในอนาคต ซึ่งการนำเครือข่าย 5G ที่มีความรวดเร็วในการตอบสนองแบบเรียลไทม์ และมีความแม่นยำในการส่งผ่านข้อมูลที่จำเป็นสำหรับระบบอัตโนมัติขั้นสูงมาใช้นั้น จะช่วยตอบโจทย์ของเอสซีจี ทั้งการมีผลิตผลที่มากขึ้นเพราะพนักงานสามารถควบคุมรถจากที่ใดก็ได้ อีกทั้งยังสามารถฝึกอบรมการใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่างๆ ให้กับพนักงานที่อยู่ในพื้นที่อื่นๆ ได้โดยไม่ต้องเดินทางไปที่หน้างาน

ส่วนทิศทางของเอสซีจีในการนำเทคโนโลยี 5G มาใช้เสริมขีดความสามารถของธุรกิจในอนาคตนั้น สามารถเป็นไปได้ทั้งการเพิ่มความปลอดภัยในงานที่มีความเสี่ยง เช่น การทำงานของเครื่องจักรบริเวณเหมืองและเตาเผาปูนซีเมนต์ การเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เช่น การเพิ่มความเร็วในส่งผ่านข้อมูลขนาดใหญ่จากโรงงานในหลากหลายพื้นที่มายังศูนย์ควบคุมส่วนกลางเพื่อให้บริหารจัดการข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ และการเสริมประสิทธิภาพให้ธุรกิจโลจิสติกส์ การตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดีขึ้น เช่น การเสริมประสิทธิภาพของ IoT ในบ้าน ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและปลอดภัยในการอยู่อาศัยมากขึ้น หรือ Smart Home รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาตามแนวทาง Industry 4.0 ได้อย่างแท้จริง”

รองศาสตราจารย์ ดร.พีระพงศ์ ทีฆสกุล ผู้อำนวยการ โครงการ อินโนเวชั่น ฮับส์ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยสถาบันวิจัยและนวัตกรรมดิจิทัล เราทำงานวิจัยและพัฒนาอย่างใกล้ชิดกับ ภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันศึกษา ทดลอง ทดสอบ เทคโนโลยี 5G ในมิติต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างและพัฒนาเทคโนโลยีให้มีความพร้อมมากที่สุด เพื่อส่งมอบต่อให้กับภาคอุตสาหกรรมนำไปใช้งานได้จริง ส่งเสริมศักยภาพในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม สำหรับงานวิจัยพัฒนานี้ ได้รับทุนสนับสนุนจาก Innovation hub กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เพื่อนำ platform ระบบสมองกลฝังตัวขั้นสูงสำหรับยานยนต์ ผสมกับ ระบบควบคุม latency ต่ำ ผ่านทางไกลบนเครือข่าย 5G AIS นำไปใช้จริงในภาคการผลิตของอุตสาหกรรมได้ในอนาคต”

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

คิวยาวเหยียด ห้างทะลัก! เมื่อดีแทค รีวอร์ดให้ฟินกับชานมไข่มุกแสนอร่อย วันนี้ 10,000,000 เม็ด 100,000 แก้วทั่วประเทศ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

 

เจอคิวชานมไข่มุกยาวเหยียด เซอร์ไพรส์แรก  แจกฟรี ชานมไข่มุก แสนอร่อยวันนี้ เมื่อดีแทค รีวอร์ด จัดให้ “ตามใจปากทุกวันศุกร์” แจกชานมไข่มุก ให้ฟินทั้งกินทั้งดื่ม Ochaya, Koi The และ Tiger Sugar   แจกชานมไข่มุกฟรีรวมกว่า 10,000,000 เม็ด หรือ 100,000 แก้ว  ให้ลูกค้าได้ #ตามใจปากทุกวันศุกร์  กันให้ฟินสุดๆ  ลูกค้าดีแทคสามารถรับสิทธิ์ได้ง่ายๆผ่าน ดีแทค แอป และติดตามดีลสุดพิเศษทุกศุกร์ได้จาก Line dtac reward  และ Facebook dtac reward  และเว็บไซต์ www.dtac.co.th/dtacreward

 

ดีแทค รีวอร์ด จัดเต็มทุกวันศุกร์ ตลอดทั้งปี 2563 ให้ลูกค้าได้เซอร์ไพรส์กับดีลสุดพิเศษ จากแบรนด์ดัง ทั้งลด แลก แจก แถม เครื่องดื่ม ไอศครีม ขนมหวาน และอีกมากมาย ใครที่พลาดวันนี้ ศุกร์หน้าวันที่ 31 มกราคมมารับ ชานมไข่มุก แสนอร่อยได้อีก

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

AIS Serenade ส่ง Serenade Great Deal เอาใจสาวกสมาร์ทโฟน ใช้ AIS Points แลกรับส่วนลดค่าเครื่องสูงสุด 18,000 บาท

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

เอไอเอส เซเรเนด ตอกย้ำผู้นำโปรแกรมดูแลลูกค้าที่ทรงพลังที่สุด เดินกลยุทธ์ผูกใจลูกค้าด้วยสิทธิพิเศษเหนือระดับ มอบความพิเศษด้านสมาร์ทโฟนให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง หลังได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากแคมเปญปีที่ผ่านมา ล่าสุด! สานต่อสิทธิพิเศษปีนี้กับโครงการ “Serenade Great Deal” เริ่มดีลแรกตรุษจีน 2563 เอาใจลูกค้าเซเรเนด เพียงใช้ AIS Points 200 พอยท์ แลกรับส่วนลดสมาร์ทโฟนได้สูงสุด 18,000 บาท พร้อมขยายการรับสิทธิ์จากเดิม 1 วัน เป็น 2 วัน ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 3 ของเดือน ให้ลูกค้าเซเรเนด มีโอกาสรับสิทธิ์เพิ่มมากขึ้น รับความพิเศษตลอดทั้งปี
ประเดิมเกรทดีลแรก วันที่ 25 – 26 มกราคมนี้ นำ AIS Points 200 พอยท์ แลกรับส่วนลด อาทิ

  • Samsung Galaxy Note 10+ (512GB) ลดเหลือเพียง 22,900 บาท จากราคาปกติ 40,900 บาท
  • VIVO V17 ราคาเพียง 6,999 บาท จากราคาปกติ 11,999 บาท
  • HUAWEI Y9s ลดเหลือเพียง 2,990 บาท จากราคาปกติ 7,990 บาท

 

พิเศษ! สำหรับสาวกแอปเปิล รับสิทธิพิเศษซื้อ iPhone รุ่น iPhone 11 Pro Max, iPhone 11 Pro, iPhone XS Max และ iPhone XS ราคาเริ่มต้นเพียง 13,500 บาท
จำนวนจำกัด 2,500 สิทธิ์ ที่ Serenade Club และ AIS Shop ทุกสาขา ลูกค้าเซเรเนด ติดตามข้อมูลและเงื่อนไขการรับสิทธิ์เพิ่มเติมได้ทาง www.ais.co.th/serenade/smartphone

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Android News2 ชั่วโมง ที่แล้ว

รวมโปรเด็ด HUAWEI Mate30 Pro จาก AIS, dtac และ TrueMove H เริ่มต้นเพียง 12,490 บาท

วันนี้จะพาไปอัปเดทโป...

OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

OPPO A9 2020 สเปคแรงสุด จัดเต็มทุกฟีเจอร์ The Best Super Spec Smartphone ของปี 2019

OPPO A9 2020 สมาร์ทโ...

realme-X50-5G realme-X50-5G
Android News3 สัปดาห์ ที่แล้ว

จับตา realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G

ปัจจุบันไม่มีใครไม่ร...

Goodnight App Review Goodnight App Review
Android App4 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Goodnight App แชทสนุกด้วยเสียง พบปะเพื่อนใหม่ หาคนพิเศษเพื่อบอกฝันดี!

วันนี้มีแอปพลิเคชั่น...

รีวิว Vivo V17 รีวิว Vivo V17
Featured1 เดือน ที่แล้ว

รีวิว Vivo V17 สมาร์ตโฟน “ฉีกทุกกฏในทุกช็อต” หน้าจอ Ultra O Screen, แบตอึด 4500mAh ชาร์จเร็ว 18W และกล้อง AI 4 เลนส์

Vivo V17 สมาร์ตโฟนที...

Advertisement

ข่าวใหม่วันนี้

กำลังมาแรง