ติดตามพวกเรา

IT News

หัวเว่ย เปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่ HarmonyOS มอบประสบการณ์การใช้งานเหนือระดับในทุกจังหวะชีวิต

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

หัวเว่ยนำเสนอ “HarmonyOS” ที่พร้อมจะมอบประสบการณ์การใช้งานที่ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพในทุกๆ อุปกรณ์ที่รองรับและในทุกๆ สถานการณ์ ณ งาน Huawei Developer Conference โดยระบบปฏิบัติการใหม่ HarmonyOS เป็นระบบแบบกระจาย (Distributed Operating System) ซึ่งใช้ Microkernel ในจัดการทรัพยากรระบบ

HarmonyOS Huawei

ริชาร์ด หยู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป กล่าวถึงแนวคิดเบื้องหลังการพัฒนาระบบปฏิบัติการนี้ว่า “โลกของเรากำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่ผู้บริโภคต้องการประสบการณ์การใช้งานจากสิ่งต่างๆ ที่อัจฉริยะและเป็นองค์รวม จากข้อเท็จจริงนี้ หัวเว่ยจึงตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาระบบปฏิบัติการที่จะสามารถรองรับการทำงานบนอุปกรณ์ที่หลากหลายได้ เราจึงต้องการที่จะพัฒนาระบบปฏิบัติการให้สามารถใช้งานได้ในทุกสถานการณ์ รองรับการทำงานกับแพลตฟอร์มและอุปกรณ์หลากประเภท และต้องตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงต้องมีความปลอดภัยกับผู้บริโภคอีกด้วย”

“สิ่งที่กล่าวข้างต้นนั้น คือเป้าหมายของการพัฒนา HarmonyOS ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่มีความแตกต่างกับระบบปฏิบัติการ Android และ iOS เนื่องจาก HarmonyOS มีพื้นฐานการจัดการระบบแบบ Microkernel และเป็นระบบแบบกระจาย (Distributed Operating System) ทำให้ระบบปฏิบัติการ HarmonyOS สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยมได้ในทุกจังหวะของชีวิต นอกจากนี้ยังเป็นระบบปฏิบัติการที่มีความแข็งแกร่ง มีความปลอดภัยสูง และสามารถใช้งานข้ามอุปกรณ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ นักพัฒนาซอฟต์แวร์จึงไม่จำเป็นต้องออกแบบแอพลิเคชั่นสำหรับอุปกรณ์ที่แตกต่างกัน เพราะออกแบบเพียงครั้งเดียวก็สามารถเข้ากับอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ HarmonyOS ได้ทุกประเภท” ริชาร์ด หยู กล่าวเสริม

ในปัจจุบัน ผู้พัฒนาระบบปฏิบัติการมักจะนำเสนอระบบปฏิบัติการใหม่ของตนพร้อมกับฮาร์ดแวร์ที่รองรับ และตลอดทศวรรษที่ผ่านมา หัวเว่ยตระหนักดีว่าโลกในยุคอนาคตจะเป็นโลกที่ทุกอุปกรณ์และทุกกิจกรรมที่ผู้บริโภคทำจะเชื่อมโยงเข้ากันเป็นหนึ่งเดียว หัวเว่ยจึงพยายามค้นหาวิธีที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานของผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถใช้งานอุปกรณ์อัจฉริยะได้อย่างไร้ขีดจำกัด

HarmonyOS เป็นระบบปฏิบัติการที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมประสิทธิภาพ โดยหัวเว่ยจะเริ่มต้นใช้ระบบปฏิบัติการนี้กับอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ เช่น สมาร์ทวอช (Smart Watch) สมาร์ททีวี (Smart Screen) ระบบอินโฟเทนเมนท์ในรถยนต์ (In-Vehicle Systems) และลำโพงอัจฉริยะ หัวเว่ยคาดหวังว่าการพัฒนาระบบปฏิบัติการนี้จะช่วยให้ผู้บริโภคที่ใช้งานผลิตภัณฑ์หัวเว่ย ได้รับประสบการณ์การใช้งานอุปกรณ์ได้อย่างต่อเนื่อง มีความปลอดภัย และรองรับการใช้งานกับทุกๆ อุปกรณ์

HarmonyOS มีคุณสมบัติเด่น 4 ประการ ได้แก่

1. ทำงานได้อย่างต่อเนื่องในทุกอุปกรณ์: HarmonyOS เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับสมาร์ทดีไวซ์ระบบแรกที่เป็นระบบแบบกระจาย (Distributed Operating System) จึงสามารถทำงานได้กับทุกอุปกรณ์

HarmonyOS เป็นระบบปฏิบัติการที่สามารถรองรับคุณสมบัติอันชาญฉลาด ทั้ง Shared Communications Platform, Distributed Data Management, Distributed Task Scheduling, และ Virtual Peripherals นอกจากนี้นักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณสมบัติต่างๆ ของแอพพลิเคชั่นได้อย่างเต็มที่ โดยไม่จำเป็นต้องศึกษารายละเอียดเชิงลึกของการพัฒนาแอพพลิเคชั่นให้เหมาะสมกับอุปกรณ์รุ่นต่างๆ อีกทั้งยังช่วยให้การจัดจำหน่ายหรือการนำเสนอแอพพลิเคชั่นสำหรับอุปกรณ์ประเภทต่างๆ เป็นไปโดยง่าย เพราะระบบปฏิบัติการนี้มีสถาปัตยกรรมของระบบปฏิบัติการเป็นแบบ Distributed OS และรองรับเทคโนโลยี Distributed Virtual Bus โดยแอพพลิเคชั่นสำหรับระบบปฏิบัติการนี้จะสามารถใช้งานกับอุปกรณ์ที่แตกต่างกันได้อย่างต่อเนื่อง

2. ทำงานได้อย่างลื่นไหลบนเทคโนโลยี Deterministic Latency Engine และ high-performance IPC

HarmonyOS ใช้เทคโนโลยี Deterministic Latency Engine และ High-Performance Inter Process Communication (IPC) เพื่อการทำงานที่ลื่นไหล โดยเทคโนโลยี Deterministic Latency Engine จะช่วยจัดลำดับคำสั่งที่ต้องทำงานก่อนและตั้งกรอบเวลาสำหรับการทำงานของคำสั่งต่างๆ ไว้ล่วงหน้าได้ ช่วยให้ทรัพยากรของระบบสามารถจัดการกับการทำงานที่สำคัญกว่าได้ก่อน ลดอาการหน่วงของแอพพลิเคชั่นลงได้ถึง 25.7% นอกจากนี้ Microkernel ที่หัวเว่ยใช้ยังสอดคล้องกับเทคโนโลยี IPC ส่งผลให้ประสิทธิภาพของ IPC สูงกว่าระบบปฏิบัติการอื่นๆ ถึง 5 เท่า

3. ความปลอดภัยสูง: สร้างนิยามใหม่ของความปลอดภัยตั้งแต่แกนระบบ จากการใช้ Microkernel

HarmonyOS ใช้สถาปัตยกรรม Microkernel แบบใหม่ล่าสุด ที่มีความปลอดภัยสูงและทำงานได้ลื่นไหลกว่าเดิม และช่วยให้การพัฒนาเคอร์เนลระบบเป็นไปโดยง่ายขึ้น เนื่องจาก Microkernel จะทำหน้าที่ในการพัฒนาเคอร์เนลระบบให้สามารถรองรับการทำงานที่สำคัญได้ เช่น การกำหนดลำดับการทำงานของคำสั่งต่างๆ บนเธรด (Thread) และระบบ IPC

Microkernel ของระบบปฏิบัติการ HarmonyOS มีระบบการยืนยันแบบ Formal Verification ที่ทำงานบน Trusted Execution Environment (TEE) อันเป็นแนวคิดใหม่ของระบบความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือของระบบ โดยระบบการยืนยันแบบ Formal Verification นั้นทำงานโดยอาศัยการสร้างโมเดลข้อมูลเพื่อตรวจสอบทุกส่วนของซอฟต์แวร์ และใช้กลไกทางคณิตศาสตร์เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของระบบตั้งแต่แหล่งที่มา ซึ่งแตกต่างจากระบบการยืนยันแบบเดิม เช่น แบบ Functional Verification หรือ แบบ Attack Simulation ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบความปลอดภัยได้อย่างเต็มรูปแบบ

HarmonyOS เป็นระบบปฏิบัติแรกที่มีระบบการยืนยันแบบ Formal Verification ที่ทำงานบน TEE ซึ่งยกระดับความปลอดภัยให้สูงขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะระบบปฏิบัติการนี้มีจำนวนบรรทัดของโค้ดที่ใช้ในการพัฒนาน้อยกว่าระบบปฏิบัติการอื่นๆ เนื่องจากการใช้ระบบ Microkernel มีจำนวนบรรทัดโค้ดที่น้อยกว่าระบบปฏิบัติการที่พัฒนาจาก Linuxkernel ถึง 1 ต่อ 1,000 ทำให้ HarmonyOS มีช่องโหว่ของระบบน้อยกว่าระบบปฏิบัติการอื่นอย่างมาก

4. พัฒนาแอพลิเคชั่นเพียงครั้งเดียวก็ใช้งานได้ทุกอุปกรณ์ ด้วย Multi-Device IDE

HarmonyOS รองรับระบบ Multi-Device IDE ซึ่งเป็นระบบที่รองรับภาษาคอมพิวเตอร์หลากหลายภาษาและมีสถาปัตยกรรมที่รองรับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นแบบเฉพาะ ตัวระบบปฏิบัติการจึงสามารถปรับขนาดให้เหมาะสมกับหน้าจอ ตัวป้อนคำสั่ง หรือเครื่องมือสำหรับการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้ที่แตกต่างกันได้โดยอัตโนมัติ อีกทั้งยังรองรับทั้งการลากและวาง รวมไปถึงการพรีวิวซอฟต์แวร์แบบเสมือนจริงในขั้นตอนการพัฒนาอีกด้วย นักพัฒนาซอฟต์แวร์จึงสามารถลดเวลาที่ต้องใช้ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ให้รองรับทุกอุปกรณ์ได้ เพราะระบบ Multi-device IDE ช่วยให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถเขียนชุดคำสั่งเพียงครั้งเดียวก็นำซอฟต์แวร์ของตนไปใช้งานได้กับทุกอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ HarmonyOS อีกทั้งยังช่วยยกระดับการทำงานกับอุปกรณ์ที่หลากหลายอย่างไร้รอยต่อไปอีกขั้น

HUAWEI ARK Compiler เป็นคอมไพเลอร์แบบ Static ตัวแรกที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับ Virtual Machine ของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ซึ่งจะช่วยให้นักพัฒนาสามารถรวบรวมโค้ดที่ซับซ้อนมาเพื่อให้ระบบแปลงเป็นโค้ดที่เรียบง่ายสำหรับการทำงานได้อย่างสะดวกรวดเร็ว HUAWEI ARK Compiler จึงเอื้อประโยชน์ให้กับนักพัฒนาเป็นอย่างมาก

แผนการสำหรับนักพัฒนาและกระบวนการสร้าง Ecosystem

ในโอกาสเดียวกันนี้ หัวเว่ยยังนำเสนอแนวทางการพัฒนาทั้ง HarmonyOS และเคอร์เนลของระบบ โดย HarmonyOS เวอร์ชั่น 1.0 จะติดตั้งในผลิตภัณฑ์สมาร์ททีวี (Smart Screen) ของหัวเว่ย ที่จะวางจำหน่ายภายในปีนี้ และภายใน 3 ปีข้างหน้า หัวเว่ยคาดว่าจะพัฒนาระบบปฏิบัติการนี้ให้สามารถทำงานกับสมาร์ทดีไวซ์ได้หลากประเภท เช่น Wearable, HUAWEI Vision และระบบปฏิบัติการภายในรถยนต์

แน่นอนว่าความสำเร็จของ HarmonyOS ขึ้นอยู่กับการสร้าง Ecosystem ของทั้งแอพลิเคชั่นและนักพัฒนา หัวเว่ยจึงจะนำเสนอระบบปฏิบัติการนี้เป็นแบบเปิดสำหรับนักพัฒนาทั่วโลก นอกจากนี้หัวเว่ยยังจะตั้งกองทุนและชุมชนนักพัฒนาแบบเปิด เพื่อสร้างความร่วมมือเชิงลึกกับนักพัฒนาอีกด้วย

สาธารณรัฐประชาชนจีน มีฐานผู้ใช้งานและ Ecosystem ของแอพพลิเคชั่นที่แข็งแกร่งมาก หัวเว่ยจึงจะวางรากฐานของระบบปฏิบัติการนี้ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ก่อนจะขยายออกไปยังตลาดอื่นทั่วโลก โดยหัวเว่ยพร้อมจะสร้างและสานต่อคุณค่าใหม่ๆ ให้กับระบบปฏิบัติการนี้ผ่านการร่วมพัฒนาและแลกเปลี่ยนข้อมูลในด้านต่างๆ ทั้งคุณสมบัติการเชื่อมต่อ กล้อง และปัญญาประดิษฐ์ (AI) หัวเว่ยจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรเพื่อพัฒนาบริการและแอพลิเคชั่นเพื่อมอบทั้งประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้และสร้างมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรม

HarmonyOS จะนำประโยชน์ที่หลากหลายมาสู่ผู้ใช้งาน ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ และนักพัฒนา โดยผู้บริโภคจะได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานที่เปี่ยมพลังและไร้รอยต่อตลอดทุกจังหวะของชีวิต ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์จะสามารถพัฒนาฮาร์ดแวร์ที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น 5G, ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ IoT ได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น และสำหรับนักพัฒนา จะสามารถเข้าถึงผู้ใช้จำนวนมากโดยใช้ต้นทุนน้อยลง และยังทำงานได้รวดเร็วขึ้น

ริชาร์ด หยู กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “หัวเว่ยเชื่อมั่นว่าระบบปฏิบัติการ HarmonyOS จะยกระดับอุตสาหกรรมและเติมเต็ม Ecosystem ไปอีกขั้น โดยเป้าหมายของเราคือการช่วยให้ผู้บริโภคได้รับประสบการณ์การใช้งานที่หลากหลาย และเปี่ยมประสิทธิภาพ ในโอกาสนี้ เราขอเชิญชวนนักพัฒนาจากทั่วโลกร่วมพัฒนาระบบปฏิบัติการนี้ร่วมไปกับเรา เพราะหากเราร่วมมือกัน เราจะสามารถส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือระดับในทุกจังหวะชีวิตสู่ผู้ใช้งานทั่วโลกได้”

IT News

Samsung เริ่มผลิต DRAM LPDDR5 16GB ขนาด 10 นาโนเมตรเจ้าแรกของโลก เพื่อใช้ในสมาร์ทโฟน

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Samsung ประกาศการผลิต RAM LPDDR5 ขนาด 16GB แล้วเรียบร้อยในวันนี้สำหรับใช้ในสมาร์ทโฟน ซึ่งถือเป็นบริษัทแรกที่เริ่มผลิตเทคโนโลยีดังกล่าว หลังจากที่เริ่มใช้งานแล้วกับ Galaxy S20 Ultra

โดย Samsung จะเริ่มส่งออกชิปดังกล่าวให้กับแบรนด์อื่นๆ ที่ต้องการใช้กับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตเรือธงของตัวเอง ซึ่งทางบริษัทยังบอกด้วยว่าข้อดีของ RAM เยอะๆ นี้จะช่วยให้การใช้งานต่างๆ ทั้งเกมและแอปพลิเคชั่นเร็วขึ้น รวมถึงช่วยในการถ่ายภาพเช่นกัน แถมยังช่วยเรื่องประหยัดพลังงานลงถึง 20% เมื่อเทียบกับ RAM 8GB ชนิด LPDDR4X

นอกจากนี้ DRAM LPDDR5 16GB ยังใช้กระบวนการการพิมพ์ขนาด 10 นาโนเมตรรุ่นที่ 2 ซึ่งประกอบด้วยชิป 12GB 8 ตัว และ 8GB อีก 4 ตัว ทั้งยังทำให้อัตราการส่งข้อมูลสูงถึง 5.5Gbps เร็วกว่า LPDDRX ถึง 1.3 เท่า

ที่มา : Samsung

อ่านต่อ...

IT News

HUAWEI เปิดตัว MateBook X Pro แล็บท็อปดีไซน์บางเบา จอ 13.9 นิ้ว พร้อม 10th Gen Intel รองรับ SSD สูงสุด 1TB

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

นอกจากสมาร์ทโฟนจอพับและแท็บเล็ตไปแล้ว ก็ยังมีแล็บท็อปรุ่นใหม่ด้วยอย่าง MateBook X Pro ที่เน้นดีไซน์บางและเบา พกพาสะดวก

MateBook X Pro มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลLTPS ขนาด 13..9 นิ้ว ความละเอียด 3K (3000 x 2000 พิกเซล) อัตราส่วน 3:2 ทั้งยังรองรับระบบสัมผัสเพื่อใช้ในการซูม, เลื่อนหรือควบคุมฟังด์ชันอื่นๆ ได้ตามใจ

MateBook X Pro นั้นขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล 2 รุ่น ได้แก่ 10th Gen Intel Core i5-10210U ความเร็ว 1.6 GHz และ Core i7-10510U ความเร็ว 1.8 GHz โดยมี GPU NVIDIA GeForce MX250, RAM 8/16GB + NVMe PCIe SSD 512 GB / 1 TB, แบตเตอรี่ 56 Wh และมีกล้องที่ซ่อนในปุ่มคีย์บอร์ดความละเอียด 1 ล้านพิกเซล

รอบตัวเครื่องจะมีพอร์ต USB Type-C 2 พอร์ต, USB Type-A 3.0 1 พอร์ต และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. 1 ช่อง ทั้งยังรองรับลำโพงและไมโครโฟนอย่างละ 4 ตัว

MateBook X Pro ก็ยังมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windwos 10 Home ตั้งแต่แกะกล่องครับ

ราคา MateBook X Pro เริ่มต้นที่ 1,499 ยูโร หรือประมาณ 51,000 บาท โดยจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายนนี้

อ่านต่อ...

IT News

Xiaomi Youpin วางขายตู้ปลาอัจฉริยะ ใครๆ ก็เลี้ยงปลาได้ ราคาประหยัด 1,200 บาท

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ตู้ปลาอัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Descriptive geometry วางจำหน่ายบน Xiaomi Youpin แล้ว ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการเลี้ยงปลาแต่ไม่มีเวลาหรืออาจจะยังดูแลตู้ปลาไม่เป็น

ตู้ปลาอัจฉริยะรุ่นใหม่บน Xiaomi Youpin

Descriptive geometry Xiaomi Youpin

ด้านดีไซน์ของตู้ปลาตัวนี้มีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป วางไว้บนโต๊ะทำงานหรือมุมใดมุมหนึ่งของห้องได้ และใช้กำลังไฟต่ำเพียง 5W จึงมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัยต่อสมาชิกในบ้านและไม่เกิดอันตรายต่อปลาในตู้แน่นอน

Descriptive geometry Xiaomi Youpin Descriptive geometry Xiaomi Youpin Descriptive geometry Xiaomi Youpin

ระบบกรองน้ำของตู้ปลาถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ไม่ค่อยมีเวลาเปลี่ยนน้ำบ่อยๆ ด้วยชั้นกรองหลายชั้นจะช่วยรักษาคุณภาพของน้ำได้ดีมากกว่าตู้ปลาทั่วไป อีกทั้งยังมีระบบไฟหลากสีเพิ่มความสวยงามให้กับตู้ปลาได้

บริเวณฝาด้านบนของตู้ปลายังสามารถวางต้นไม้เพิ่มความเป็นธรรมชาติได้อีกด้วย ซึ่งใช้น้ำจากในตู้ปลาในการดูแลต้นไม้ดังกล่าว ทำให้ไม่ต้องห่วงเรื่องการรดน้ำต้นไม้

ตู้ปลา Descriptive geometry วางจำหน่ายบน Xiaomi Youpin ในราคา 279 หยวนหรือประมาณ 1,200 บาท

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

Apple News4 ชั่วโมง ที่แล้ว

Justin Bieber ออกมิวสิควิดีโอใหม่ “Changes” รับชมได้บน Apple Music ที่เดียวเท่านั้น

Justin Bieber และผู้...

ข่าวประชาสัมพันธ์4 ชั่วโมง ที่แล้ว

OnePlus มอบส่วนลดค่าเครื่อง 26% พร้อมส่วนลดอุปกรณ์เสริมแท้สูงสุดถึง 50% ตั้งแต่วันนี้ถึง 2 มี.ค. 63

ส่งท้ายปลายเดือน One...

Android News8 ชั่วโมง ที่แล้ว

Samsung เปิดตัว Galaxy M31 สมาร์ทโฟนแบตเตอรี่พันธ์อึด 6000mAh, จอ 6.4 นิ้ว และกล้อง 4 เลนส์ 64MP

ในวันนี้ Samsung ได้...

ข่าวประชาสัมพันธ์8 ชั่วโมง ที่แล้ว

3 หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน นำโดย กรมการขนส่งทางราง รถไฟฟ้าบีทีเอส และเอไอเอส ผนึกกำลังร่วมทดสอบคลื่น 5G มั่นใจไม่สร้างผลกระทบผู้โดยสาร ด้านบีทีเอสเผยพร้อมป้องกันเต็มที่

ที่สถานนีรถไฟฟ้าบีที...

ข่าวประชาสัมพันธ์10 ชั่วโมง ที่แล้ว

dtac รับรางวัลองค์กรลดโลกร้อน จากชุดยูนิฟอร์มพนักงานที่ใช้ผ้าคูลโหมด

บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเ...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง