ติดตามพวกเรา

Apple News

หา iPhone หาย และอุปกรณ์อื่นๆ ของแอปเปิลด้วยแอป Find My และ iCloud.com

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

สำหรับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์ต่างๆ อีกปัญหาหนึ่งที่หลายๆ คนพบคือการทำหายนั่นเองครับ ซึ่งวันนี้จะขอแนะนำสำหรับมือใหม่หรือผู้ใช้งานอุปกรณ์ของแอปเปิลซึ่งอาจจะยังไม่ทราบว่าสามารถระบุตำแหน่งของอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้อยู่ได้ด้วยครับ เมื่ออุปกรณ์ต่างๆ  เช่น iPhone, iPad, iPod, MacBook, Airpods หาย สามารถค้นหาได้จากตำแหน่งของเครื่องที่เปิดใช้งานล่าสุด ซึ่งการค้นหานั้นสามารถทำได้ผ่านเว็บ “iCloud.com“และแอป “Find My” นั่นเองครับ

 

วิธีล็อคอิน iCloud และเปิดใช้งาน Find My บน iPhone, iPod, iPad

การจะค้นหาอุปกรณ์อย่าง iPhone, iPod, iPad ได้นั้นจะต้องเข้าไปเปิดตั้งค่าเพื่อเปิดใช้งานก่อนครับ โดยเข้าไปที่่

  • Settings > Sign in to your iPhone > Email Apple ID & Password > Find My  > ON จากนั้นให้เปิดการค้นหา iPhone ตามภาพด้านล่างนี้นะครับ

หากยังไม่มี Apple ID คลิกดูวิธีการสมัครที่นี่ 

 

 

วิธีล็อคอิน iCloud และเปิดใช้งาน Find My Mac

คลิกท่ีรูปแอปเปิล > System Preferences > iCloud ล็อคอินด้วย Apple ID & Password > Sign in จากนั้นให้ติ๊กถูก “Find Muy Mac” เพื่อเปิดใช้งาน

 

คลิก “Allow”

 

หลังจากที่ล็อคอินเรียบร้อยแล้ว ทั้งบน iPhone, iPod, iPad และ Mac ก็พร้อมค้นหาโลเคชั่่นที่ใช้งานล่าสุดได้แล้วครับ

 

วิธีการค้นหา iPhone, iPod, iPad, AirPods  และ Mac ผ่านเว็บไซต์

ให้เข้าไปที่ www.icloud.com (การค้นหาจากเว็บสามารถใช้ได้ทั้ง Windows และ Mac ) จากนั้นให้ล็อคอินด้วย Apple ID ที่ใช้ล็อคอิน iCloud ไปแล้วก่อนหน้านี้ ถ้าในกรณีที่มีหลายอุปกรณ์ให้ล็อคอินด้วย Apple ID เดียวกันทุกอุปกรณ์เพราะในการค้นหานั้นจะรวมอยู่ในบัญชีเดียวกันทั้งหมด

เลือกไปที่ “ค้นหา iPhone” เพื่อค้นหาอุปกรณ์ต่างๆ

 

เข้ามาแล้วจะเห็นแผนที่ ซึ่งสามารถเลือกดูได้แบบ Standard, Sattlelite และ Hybrid ตัวอย่างค้นหาแบบ Satellite (ภาพถ่ายดาวเทียม)

 

อุปกรณ์ที่ล็อคอินด้วยบัญชีเดียวกันจะโชว์ขึ้นมาให้เห็นทั้งหมดครับ

 

ถ้าอุปกรณ์ต่างๆ ของเราเปิดเครื่องอยู่และเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ก็จะค้นหาเจอและถ้าในกรณีที่อาจจะหายภายในบ้านสามารถส่งเสียงโดยการเลือกไปที่ “ส่งเสียง”

 

ในกรณีเครื่องหายสามารถเลือกไปที่ “โหมดสูญหาย” เพื่อสั่งล็อคเครื่องได้ ให้ใส่เบอร์โทรที่ต้องการให้คนที่เจอติดต่อกลับ จากนั้นเลือก “ถัดไป”

 

พิมพ์ข้อความที่ต้องการแจ้งให้กับผู้ที่พบติดต่อกลับ

 

หลังจากที่เสร็จขั้นตอนแจ้งสูญหายแล้ว เมื่อ iPhone หรืออุปกรณ์อื่นๆ “เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต” ระบบจะล็อคเครื่องให้ และขึ้นข้อความที่ได้พิมพ์ไว้ก่อนหน้านี้บนหน้าจอทันที

 

 

และฟังก์ชั่นสุดท้ายคือ “ลบ iPhone” ซึ่งเป็นคำสั่งลบข้อมูลของตัวเครื่องทั้งหมด ในกรณีที่มีข้อมูลที่สำคัญหรือคิดว่าไม่ได้คืนแล้วสามารถสั่งลบข้อมูลได้จากฟังก์ชั่นนี้

 

วิธีค้นหา iPhone, iPod, iPad, AirPods, Mac ด้วยแอป Find My

หากต้องการค้นหาอุปกรณ์ที่หายไปให้เปิดแอป Find My ขึ้นมาครับ ซึ่งแอปนี้จะเป็นการรวมทั้งแอป Find My iPhone และ Find My Friend เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งจะทำให้ค้นหาได้ทั้งอุปกรณ์ต่างๆ และเพื่อน ในแอปเดียวกัน

 

หลังจากที่เข้ามาในแอป “Find My” จะเห็นตำแหน่งของอุปกรณ์ต่าง ๆ ของเราครับ เลือกที่ All Devices เพื่อโชว์อุปกรณ์ทั้งหมดของเราที่มีอยู่และล็อคอินภายใต้ Apple ID เดียวกันทั้งหมด ซึ่งสามารถเลือกอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องการค้นหาเพื่อส่งเสียง และนำทางไปยังอุปกรณ์นั้นๆ ได้

 

“Mark As Lost” (โหมดสูญหาย) สามารถใช้งานบนแอป “Find My”  ได้เช่นกัน เลือกที่ “Mark As Lost” เพื่อล็อคเครื่องพร้อมส่งข้อความเพื่อติดต่อไปยังเครื่องที่หาย

 

หลังจากที่สั่งล็อคแล้วจะมีข้อความขึ้นมาที่หน้าเพื่อแจ้งให้คนที่เจอติดต่อกลับได้ครับ

 

หรือหากต้องการสั่งลบข้อมูลก็สามารถเลือก “Erase This Device” ข้อมูลต่างๆ จะถูกลบเมื่อ iPad ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หลังจากที่ลบข้อมูลแล้วก็จะไม่สามารถค้นหาหรือติดตามได้แล้วนะครับ เพราะข้อมูลต่างๆ ได้ถูกลบออกไปหมดแล้ว

 

 

สำหรับมือใหม่ หรือผู้ที่ยังไม่ทราบสิ่งที่จำเป็นเมื่อซื้อ iPhone, iPod, iPad, Mac มาแล้ว ก็ควรที่จะเปิดใช้งาน “Find My” ทุกอุปกรณ์ทันทีไว้เลยนะครับ ถึงแม้ว่าอุปกรณ์ต่างๆ ที่หายอาจจะไม่สามารถค้นหากลับคืนมาได้ 100% แต่การเปิดใช้งาน รวมไปถึงการค้นหาก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้สามารถค้นหาเจอ และตามของกลับคืนมาได้ ซึ่งในหลายๆ เคสที่ผ่านมาก็สามารถค้นหากลับคืนมาได้ครับ ขอเพียงแค่เมื่อทำหายให้ตั้งสติแล้วลองค้นหาดูก่อน เพราะหลายๆ ครั้งที่หายถ้ารู้ตัวและค้นหาทันทีก็ยังทำให้รู้โลเคชั่นและค้นหากลับคืนมาได้ สุดท้ายถ้าเป็นไปได้ไม่ทำหายก็จะดีที่สุดครับ

Apple News

ลือ! Apple Watch รุ่นใหม่อาจรองรับ Touch ID ในปุ่ม Crown ข้างตัวเครื่อง

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

มีรายงานจาก The Verifier และ YouTube ช่อง iUpdate ว่า Apple Watch รุ่นใหม่อาจมาพร้อมกับฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือ หรือ Touch ID กันด้วย

จากรายงานระบุว่าปุ่มสแกนลายนิ้วมืออาจฝังอยู่ในปุ่มหมุน หรือ Crown ที่ข้างตัวเครื่อง เพื่อความสะดวกในการใช้จ่ายต่างๆ สำหรับผู้ที่สะดวกในการใส่ PIN ขณะที่การพัฒนาด้านอื่นๆ จะมีทั้งการป้องกันน้ำที่ดีขึ้น จากเดิมใน Series 5 ที่เป็น IPX7, การใช้ “Hry Siri”, วัดค่าออกซิเจนภายในเลือด และ Sleep Tracking

นอกจากนี้ ข้อมูลต่างๆ ก็อาจมีเพิ่มมากขึ้นในช่วงงาน WWDC ที่จะจัดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ครับ หรือขึ้นอยู่กับสถานการณ์การระบาด COVID-19 ด้วย

ที่มา : The Verifier

อ่านต่อ...

Apple News

ใหม่ iPhone 12 คอนเซ็ปต์ หน้าจอไม่มีรอยบาก และมีกล้อง LiDAR Scanner [ชมคลิป]

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ใหม่ iPhone 12 วิดีโอคอนเซ็ปต์ที่คาดกันว่าจะมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่เพียบ โดยเฉพาะดีไซน์ที่หน้าจอแสดงผลไม่มีรอยบาก และกล้อง 3 มิติที่เรียกว่า LiDAR Scanner

iPhone 12 Concept 2020

iPhone 12 ตามวิดีโอคอนเซ็ปต์นี้ นักออกแบบเชื่อว่าจะมีการอัปเกรดสเปคหลายด้าน โดยมาพร้อมชิปเซ็ต A14 Bionic เป็นรุ่นแรก และ 3 กล้องหลัง + กล้อง LiDAR Scanner เหมือนกับ iPad Pro รุ่นใหม่ของปี 2020

 

iPhone 12 Concept 2020

สิ่งที่คาดการณ์กันมาหลายปีน่าจะได้เห็นกันในปีนี้คือการเปลี่ยนไปใช้พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C เหมือนกับ iPad Pro โดยจะรองรับการชาร์จเร็วผ่านสาย 25W อีกด้วย รวมไปถึงรองรับการใช้งาน 5G

สีตัวเครื่องที่จะมาใหม่คือสีน้ำเงิน (Navy Blue) และจะมีสีแดง (Red) ซึ่งเป็นคนละสีกับที่เคยมีอย่าง (PRODUCT) RED โดยตัวเครื่องจะรันระบบปฏิบัติการ iOS 14 ตั้งแต่แกะออกจากกล่อง และมีความจุสูงสุด 1TB

สำหรับราคาของ iPhone 12 ในปีนี้ คาดว่ารุ่นความจุ 256GB มีราคา 999 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ บาท) ในขณะที่รุ่น 512GB มีราคา 1,099 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ บาท) และรุ่น 1TB มีราคา 1,249 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ บาท)

อย่างไรก็ตาม คลิปวิดีโอที่ได้เห็นและข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับ iPhone 12 ในตอนนี้เป็นเพียงคอนเซ็ปต์และข่าวลือเท่านั้น ส่วนของจริงจะเป็นอย่างไรคงต้องรอการประกาศเปิดตัวจาก Apple ในช่วงปลายปีครับ

ที่มา : ConceptsiPhone

อ่านต่อ...

Apple News

จริงหรือ? ขุมพลัง A12Z ใน iPad Pro 2020 เป็นเพียงการเปลี่ยนชื่อจาก A12X เพราะต่างกันแค่ GPU Core

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

หลังจากที่เราได้เห็นข่าวการทำคะแนนทดสอบ Geekbench ของหน่วยประมวลผล A12Z ใน iPad Pro 2020 กันไปแล้ว ซึ่งก็แทบไม่ต่างจาก A12X ใน iPad Pro ปี 2018 เท่าไหร่ ตอนนี้เว็บไซต์ NotebookCheck ก็ออกมาให้ความเห็นว่าทั้ง 2 รุ่นอาจต่างกันแค่ชื่อกับ GPU Core เท่านั้น

NotebookCheck ได้ทำการชำแหละ iPad Pro ออกมา โดยยืนยันว่า A12X นั้นมี GPU 8 คอร์ ไม่ใช่ 7 คอร์ ตามที่ Apple ระบุไว้ในสเปคตอนแรก ซึ่งน่าจะเป็นการปิดการทำงาน 1 คอร์เอาไว้แทน ขณะที่ A12Z ที่ระบุว่ามี 8 คอร์ก็น่าจะเป็นการเปิด 1 คอร์ที่ว่าเพื่อให้ใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ แถมด้านดีไซน์ของชิปก็ไม่ต่างกันด้วย

อย่างไรก็ตาม NotebookCheck ก็บอกด้วยว่า Apple อาจจะพร้อม iPad Pro ที่พัฒนาของจริงในช่วงปลายปีนี้อีกครั้ง โดยใช้หน้าจอ Mini-LED ที่ลือกันมานานพอสมควร

ที่มา : NotebookCheck

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Advertisement

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

Android News51 นาที ที่แล้ว

หลุดสเปคและราคา Samsung Galaxy Tab S6 Lite บน Amazon สนนราคาประมาณ 15,000 บาท

ใครที่หาแท็บเล็ตราคา...

Android News1 ชั่วโมง ที่แล้ว

สมาร์ทโฟน Xiaomi กล้อง 5 เลนส์ คู่กับ Snapdragon 765G ผ่านการรับรองใน FCC คาดเป็น Mi Note 10 Lite

ย้อนกลับไปในปี 2019 ...

IT News2 ชั่วโมง ที่แล้ว

HUAWEI เตรียมเปิดตัว Smart TV ตัวท็อป มีกล้อง Pop-Up วันที่ 8 เมษายนนี้

Huawei ประกาศว่าเตรี...

IT News2 ชั่วโมง ที่แล้ว

ปรับไม่ได้! YouTube บน Android ในอินเดีย ปรับความละเอียดได้สูงสุดแค่ 480p แม้ว่าจะเป็นระดับ Premium ก็ตาม

หลังจากที่เราทราบข่า...

Android News3 ชั่วโมง ที่แล้ว

realme ครองตำแหน่งสมาร์ทโฟนอันดับ 7 ของตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ในเดือนกุมภาพันธ์ 2563

จากรายงานการวิเคราะห...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง