Tips : วิธีใช้งาน AssistiveTouch เมนูที่จะช่วยถนอมการใช้งานปุ่ม Home บน iPhone, iPod, iPad

โดย Surin Khiewsart (Editor)
เผยแพร่เมื่อ: อัปเดทเมื่อ:

หลาย ๆ คนที่เกรงว่าปุ่ม Home จะชำรุดเร็วเนื่องจากต้องกดบ่อย ๆ แน่นอนต้องถึงปุ่ม AssistiveTouch ที่สามารถใช้งานแทนปุ่ม Home ได้ สำหรับกดออกจากแอพต่าง ๆ ครับ แต่เจ้าปุ่มนี้ไม่ได้แค่มีประโยชน์แค่กดออกจากแอพหรือใช้กดปุ่ม Home เท่านั้น ยังมีความสามารถอื่น ๆ อีกเพียบอยากให้ได้ใช้ประโยชน์จาก AssistiveTouch กันให้เกิดประโยชน์กันทุกฟังก์ชั่น เดี๋ยวจะมาแนะนำกันครับว่านอกเหนือจากการกดปุ่ม Home 1 ครั้งเพื่อออกจากแอพแล้วยังสามารถทำอะไรได้อีกบ้าง

 

 

วิธีการติดตั้งและใช้งานปุ่ม Assistive Touchบน iPhone ,iPod และ iPad

1.เข้าหน้าจอ Home เครื่อง iDevice

 

2. กดเข้า iCon Settings จะเข้ามาหน้าหลักให้กดเมนู General แล้วเลื่อนลงมาล่างสุด จะเจอเมนูที่มีชื่อว่า Accessibility ให้กดเข้าเมนู

มือถือเรือธง ขายดีประจำสัปดาห์

รวมรุ่นน่าสนใจ ราคาดี เหมาะกับคนกำลังเลือกซื้อรุ่นใหม่
Top 5
1
vivo X300 Ultra
ราคาเริ่มต้น 54,999 บาท
2
iQOO 15
ราคาเริ่มต้น 29,900 บาท
3
OPPO Find X9 Ultra
ราคาเริ่มต้น 54,999 บาท
4
HONOR Magic8 Pro
ราคาเริ่มต้น 39,990 บาท
5
POCO F8 Ultra
ราคาเริ่มต้น 23,990 บาท
* ราคาและโปรโมชันอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบอีกครั้งก่อนสั่งซื้อ

 

3. ให้เปลี่ยนจากคำว่า Off เป็น On เพื่อเปิดใช้งานปุ่ม Assistive Touch

 

 วิธีการใช้งานปุ่ม

เมื่อกดใช้งานปุ่มแล้วจะขึ้นแถบเมนูต่างๆมากมายแต่มีหลักๆอยู่ 4 ปุ่มก็คือ

  1. Siri  = เรียกใช้เมนูคำสั่งเสียง Siri (ถ้าเป็นรุ่นที่ไม่รองรับ Siri จะเป็น Voice Control)
  2. Device     = อุปกรณ์
  3. Favorite      =  ชื่นชอบ [[ลักษณะการจีบนิ้วสำหรับ ขยาย-ย่อ หน้าจอ]]
  4. Home = หน้าจอโฮม

 

1. Siri

สำหรับ iDevice ที่รองรับการใช้งาน Siri (วิธีเปิดใช้งาน  Settings > General > Siri > ON) สามารถเลือกที่นี่เพื่อเรียกใช้คำสั่งเสียงกับ Siri ได้ทันทีครับซึ่งไม่ต้องกดจากปุ่ม Home แต่อย่างใด

 

และ  iDevice ที่ไม่รองรับการใช้งาน Siri เมนูนี้จะเปลี่ยนไปเป็น Voice Control ครับ เพื่อเลือกใช้คำสั่งเสียงเช่นเดียวกันครับ

 

2. Device

Mute/Unmute ใช้เพื่อแทนปุ่มปิดและเปิดระบบสั่นข้างเครื่อง สามารถเลือกที่นี่เพื่อเปิดหรือเปิดได้ทันที

 

Lock Screen นอกเหนือจะใช้เพื่อปิดหน้าจอให้ดับลงหรือล็อกหน้าจอแล้ว ความสามารถอีกหนึ่งอย่างของ Lock Screen นั่นคือ ถ้าหาก แตะค้างไว้จะสามารถเข้าสู่เมนูปิดเครื่องได้ โดยการเลือกไปที่ slide to power off แทนการกดปุ่มด้านบนตัวเครื่องครับผม

 

Volume Up/ Volume Down ใช้เพื่อปรับระดับเสียงแทนปุ่มด้านข้างเครื่องเครื่องเพิ่มความดังหรือลดลงครับผม

 

Rotate Screen สามารถใช้หมุนหน้าจอในทิศทางต่าง  ๆ ได้ครับ ไม่ว่าจะเป็น Safari , แอพสำหรับแชทต่าง ๆ เราสามารถหมุนหน้าจอได้ด้วย Rotate Screen และสามารถหมุนได้แม้ขณะตัวเครื่องล็อกการหมุนได้

 

ตัวอย่างการหมุนหน้าจอในทิศทางต่าง ๆ ครับ

 

Screenshot แน่นอนว่าเอาไว้จับภาพหน้าจอใช้แทนการกดปุ่ม Home + Power ครับผม และตั้งแต่อัพเดทเป็น iOS 6 ขึ้นมาการจับหน้าจอจะไม่มีปุ่ม Home ติดขึ้นมาเหมือนตอน iOS 5 ครับ ที่ตอนจับภาพหน้าจอปุ่ม Home จะติดมาด้วย

 

Multitasking ใช้แทนการกดปุ่ม Home 2 ครั้งเพื่อเรียกใช้งาน Multitasking เพื่อปิดการทำงานแอพต่าง ๆ แนะนำว่าไม่ควรเปิดแอพค้างไว้มากจนเกินไป การปิดจะให้ช่วยประหยัดแบตได้อีกด้วย

 

Shake ใช้แทนการเขย่าเครื่องในการใช้งานต่าง ๆ ครับ เช่น การเล่นเพลงก็สามารถเขย่าเครื่องให้เปลี่ยนเพลงได้เช่นกัน  สามารถตั้งค่าได้ที่ Shake to Shuffle เพื่อใช้งาน Shake ร่วมกันครับ

 

Gestures  เมื่อกดเข้าสู่เมนู Gestures ก็จะเจอลักษณะท่าทางนิ้วตั้งแต่ 2-5 นิ้ว

 

เมื่อกดใช้งานแล้วจะขึ้นรูปวงกลมสีฟ้าตามจำนวนนิ้วที่ได้กดใช้งาน

 

โดยการใช้งานนั้นสามารถใช้เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสโดยไม่ต้องใช้หลายนิ้วให้เมื่อยกันอีกต่อไป  [[ใช้เพียงนิ้วเดียวในการควบคุมหน้าจอเท่านั้น]]

 3. Favorite

Favorites เมื่อกดใช้งานจะมีเมนูอีก 1 ตัวก็คือ Pinch คือการจีบนิ้วนั้นเอง สำหรับ ขยาย-ย่อ หน้าจอ

 

วิธีการใช้ ให้แตะไปที่เครื่องหมาย บวก (+) หลังจากนั้นเมนู New Gesture จะถูกเปิดขึ้นมาครับ

 

สมมติว่าเราต้องการจะขยายหน้าจะ หน้ากางนิ้วออกในระยะที่ต้องการ หลังจากนั้นปล่อยนิ้วเลือก Save เพื่อจัดเก็บ

 

เดี๋ยวเรามาทำไว้กันอีกแบบนึงคือลักษณะของนิ้วจีบเข้ามานั่นเอง และผมจะใช้สำหรับย่อครับ จะย่ออะไรนั่นเดี๋ยวเรามาดูกันครับ

 

Pinch เราจะนำมาใช้กับ Safari หรือใช้กับอัลบั้มภาพ ก็ได้ครับ แล้วแต่จะประยุกต์ใช้ ผมจะลองตัวอย่างใช้งานกับ Safari กันครับ โดยการเลือกไปที่ “ขยาย” ครับ หลังจากนั้นจะมีจุดสีฟ้า ๆ ขึ้นมา 2 จุด ปกติแล้วถ้าเราต้องการจะขยายหน้าจอต้องใช้ 2 นิ้วเพื่อขยาย แต่ถ้าใช้ Pinch นี้เราสามารถใช้นิ้วเดียวแตะที่หน้าจอหลังจากนั้นหน้าจอก็จะขยายหรือซูมเข้ามาให้ทันทีครับ วิธีนี้จะสะดวกมาก ๆ ถ้าหากเราไม่สะดวกที่จะใช้ 2 นิ้วพร้อมกัน

 

ลักษณะเดียวกันครับ ถ้าใช้ผมเลือกที่ “ย่อ” หน้าจอก็จะถูกย่อมให้เล็กลงครับผม

 

และถ้าหากต้องการลบ หรือสร้าง Settings > General > Accessibility > AssistiveTouch > Custom Gestures แก้ไขหรือจะเพิ่มการใช้งานได้ที่นี่ครับ

 

4. Home

และสุดท้ายพระเอกของเรานั่นคือ Home นั่นเอง นอกเหนือจากจะแตะ 1 ครั้งเพื่ออกจากแอพต่าง ๆ แล้ว ยังทำอะไรได้อีกบ้างไปดูกันครับ

 

1. แตะปุ่ม Home 1 ครั้งเพื่ออกจากแอพ

2. แตะปุ่ม Home 2 ครั้งติดกันจะสามารถใช้งาน Multitasking เพื่อปิดแอพต่าง ๆ ได้

3. แตะปุ่ม Home 3 ครั้ง ติดต่อกันจะสามารถเปิดหน้าเมนู Accessibility > Triple-Click หลังจากนั้นจะมีฟังก์ชั่นการใช้งานให้เลือกครับ ว่าจะใช้คำสั่งอะไรสำหรับการกด 3 ครั้ง ประกอบไปด้วย VoiceOver, Invert Colors, Zoom, AssistiveTouch ครับ

 4. แตะปุ่ม Home ค้างไว้ จะสามารถเรียกใช้งาน Siri ได้

 

จากการใช้งานข้างต้นจะเห็นได้ว่า AssistiveTouch ใช้แทนปุ่มต่าง ๆ บนตัวเครื่องทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น ปุ่ม ปิด-เปิดเครื่อง ปุ่มเพิ่ม-ลด ระดับเสียง ปุ่ม ปิด-เปิดระบบสั่น รวมถึงปุ่มที่มักจะชำรุดบ่อย ๆ นั่นคือปุ่ม Home นั่นเอง หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับท่านที่ยังไม่ทราบว่าใช้ยังไงบ้างหรือแต่ละเมนูไว้ทำอะไร และคอยติดตามกันครั้งหน้าครับว่าจะมีวิธีการใช้งานหรือเทคนิคการใช้งานอะไรมาฝากกันครับ

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More