ติดตามพวกเรา

How To

วิธีการสำรองข้อมูล iPhone เตรียมพร้อมเพื่อย้ายไปใช้ iPhone เครื่องใหม่

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

How to back up an iPhoneข้อมูลส่วนตัวในสมาร์ทโฟนของทุกคนนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะในสมัยนี้คนส่วนมากจะเก็บข้อมูลสำคัญและข้อมูลส่วนตัวไว้ในสมาร์ทโฟน ถ้าคนไม่หวังดีจงใจเอาข้อมูลส่วนตัวไปใช้งานนั้นก็จะเป็นเรื่องที่แย่มากสำหรับเราทุกคน แน่นอนว่าการป้องกันข้อมูลส่วนตัวในสมาร์ทโฟนนั้นมีการพัฒนาขึ้นอย่างมาก เริ่มจากการใส่รหัส การใส่รูปแบบ มาถึงการสแกนลายนิ้วมือ หรือแม้กระทั่งการสแกนใบหน้า

ถึงจะมีการป้องกันที่ดีขนาดไหนมันก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าเมื่อสมาร์ทโฟนอันเป้นที่รักของคุณสูญหายข้อมูลสำคัญเหล่านั้นก็ยังอยู่กับคุณเสมอแม้คุณจำเป็นต้องเปลี่ยนสมาร์ทโฟนใหม่ก็ตาม เช่นเดียวกันในบทความนี้ผมจะมาบอกวิธีสำรองข้อมูลสำคัญใน iPhone เพื่อว่าเพื่อนๆ คนไหนมีแผนที่จะเปลี่ยนไปใช้ iPhone 2018 ที่จะเปิดตัวในวันที่ 12 กันยายนนี้ ถึงแม้ไม่ได้คิดจะเปลี่ยน iPhone เครื่องใหม่ก็ควรสำรองข้อมูลเหล่านี้ไว้บ้าง เมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดจะได้เรียกข้อมูลสำคัญมาใช้งานได้

การสำรองข้อมูลใน iPhone จะทำได้ 2 วิธีด้วยกันคือ

  1. สำรองข้อมูลไว้ใน iCloud บนเซิร์ฟเวอร์ของ Apple
  2. สำรองข้อมูลไว้ในคอมพิวเตอร์ของคุณโดยใช้ iTunes

การสำรองข้อมูล iPhone ไปไว้ใน iCloud

การสำรองข้อมูลบน iCloud นั้นไม่ใช่เรื่องยากเพียงแต่เราเข้าไปเปิดการใช้งานสำรองข้อมูลใน iCloud ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้ว

  1. เข้าไปที่ชื่อของคุณ
  2. เลือกเมนู iCloud
  3. iCloud Backup และเมื่อเข้าไปแล้วก็เลือกเปิดใช้งาน iCloud Backup ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้ว

การสำรองข้อมูลของ iCloud นั้นจะสำรองข้อมูลแบบอัตโนมัติ ซึ่งจะทำการสำรองข้อมูลในช่วงเวลาที่เราไม่ใช้งาน iPhone แต่คุณต้องเชื่อมต่อ Wi-Fi และมีการชาร์จแบตเตอรี่ไว้ด้วย แต่ถึงกระนั้นคุณก็สามารถเข้าไปสำรองข้อมูลในทันทีได้เลยด้วยการเข้าเมนู “iCloud Backup” และเลือกเมนู “Back Up Now” เมื่อทำการสำรองข้อมูลเป็นที่เรียบร้อยแล้วจะปรากฎวันเวลาที่สำรองข้อมูลล่าสุดให้เราเห็น

How to back up an iPhone

บัญชี Apple ทุกบัญชีได้รับพื้นที่ว่างในการสำรองข้อมูลใน iCloud อยู่ที่ 5GB แต่ถ้าเราต้องการใช้งานที่มีพื้นที่จัดเก็บมากว่า 5 GB เราจำเป็นต้องเสียค่าธรรมเนียมรายเดือนซึ่งราคาขึ้นอยู่กับจำนวนพื้นที่ที่เราต้องการด้วย

iCloud Storage price plan

  • 50GB: 35 บาท
  • 200GB: 99 บาท
  • 2TB: 349 บาท

ในการสำรองข้อมูลบน iCloud นั้นเราสามารถเลือกข้อมูลที่จะสำรองได้เช่นกันโดยเข้าไปที่แอพพลิเคชั่น iCloud แล้วเลือกปิดหรือเปิดแอพพลิเคชั่นที่เราต้องการสำรองข้อมูล

How to back up an iPhone

ข้อมูลสำรองข้อมูลของ iCloud ประกอบด้วยอะไรบ้าง

  • ข้อมูลแอป (App data) : ไฟล์ที่รวบรวมแอพพลิเคชั่นเราได้ดาวน์โหลดหรือสร้างขึ้นในระหว่างการใช้งาน
  • สำรองข้อมูลใน Apple Watch (Apple Watch backups)
  • การตั้งค่า (Settings): สำรองข้อมูลการตั้งค่าต่างๆ เช่น การตั้งค่า ภาษาและภูมิภาค การแจ้งเตือนหน้าจอหลักและการจัดเรียงแอพพลิเคชั่น รวมถึงความสว่างและอื่นๆ
  • ประวัติการโทร iMessage, ข้อความ (SMS) และข้อความ MMS
  • รูปภาพและวิดีโอ: รูปภาพและวิดีโอที่อยู่ในแอพพลิเคชั่นรูปภาพของคุณ
  • ประวัติการซื้อบริการจาก Apple (Purchase history) เช่น เพลง ภาพยนตร์ ซีรีส์ทีวี แอพพลิเคชั่นและหนังสือ การสำรองข้อมูลจะสำรองเฉพาะรายการที่ซื้อ แต่จะไม่สำรองไฟล์ที่โหลดมา แต่คุณสามารถดาวน์โหลดอีกครั้งได้หากคุณเรียกคืนค่าจากข้อมูลที่สำรองไว้
  • เสียงเรียกเข้า (Ringtones)

บางชนิดข้อมูลที่สำคัญจะไม่ได้มีการสำรองเพราะข้อมูลเหล่านั้นจะอยู่ใน iCloud อยู่แล้ว ซึ่งข้อมูลที่สำรองอยู่ใน iCloud ตลอดเวลาก็จะมี รายชื่อผู้ติดต่อ ปฏิทิน บุ๊กมาร์ก Safari บันทึกย่อและรูปภาพที่ใช้ร่วมกัน ข้อมูลการชำระเงินของ Apple การตั้งค่า Face ID และ Touch ID

หากคุณต้องการบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวกับรหัสเข้าสู่ ระบบแอพพลิเคชั่น หรือรหัสผ่าน Wi-Fi และบัตรเครดิตที่เชื่อมโยงกับ iCloud คุณสามารถเปิด Keychain จากเมนู iCloud ได้เลย

การใช้ Messages in iCloud และ iCloud Photo Library

iCloud Photo Library คือการเชื่อมต่อคลังรูปภาพของเรากับ iCloud เมื่อเราทำการลบหรือเพิ่มรูปภาพไปในคลัง การกระทำนั้นจะส่งผลต่อ iCloud Photo Library ด้วยเช่นกัน โดยเราสามารถเข้าไปเปิดใช้งาน iCloud Photo Library ได้ในเมนู iCloud การสำรองข้อมูลใน iCloud Photo Library นั้นจะใช้เงื่อนไขเดียวกับการสำรองข้อมูลชนิดอื่นของ iCloud ก็คือจะสำรองข้อมูลในช่วงเวลาที่คุณไม่ได้ใช้งาน iPhone และจะต้องเชื่อมต่อ Wi-Fi ไว้ด้วย

Messages in iCloud เช่นเดียวกับรูปภาพ ข้อความ (SMS) และ iMessage ของคุณจะถูกจัดเก็บและสำรองใน iCloud ด้วยเช่นกันเมื่อคุณเข้าไปเปิดการใช้งานสำรองข้อมูลในเมนู iCloud การเชื่อมต่อข้อความกับ iCloud นั้นมีข้อดีคือไม่ว่าอุปกรณ์ Apple ที่ใช้ iCloud เดียวกับคุณก็จะเข้าถึงข้อความเหล่านี้ได้แน่นอนว่าเมื่อคุณลบหรือเพิ่มข้อความ อุปกรณ์ทุกเครื่องก็จะมีการอัพเดทไปในทิศทางเดียวกันหมดทำให้ผู้ใช้งานนั้นสามารถเลือกใช้งานอุปกรณ์ชนิดไหนก็ได้

How to back up an iPhone

การสำรองข้อมูล iPhone ของคุณไปยังคอมพิวเตอร์ผ่านทาง iTunes

ถ้าคุณไม่ชอบการสำรองข้อมูลบน iCloud หรือต้องการพื้นที่ในการสำรองข้อมูลที่มากกว่าที่ทาง Apple เปิดให้ใช้งาน และต้องการเก็บข้อมูลเหล่านั้นไว้กับตัวเอง คุณต้องเลือกวิธีที่ 2 คือการสำรองข้อมูลไว้ในคอมพิวเตอร์ของคุณผ่าน iTunes สำหรับคอมพิวเตอร์ MAC ไม่จำเป็นต้องลงโปรแกรม iTunes เพราะมันจะมีมาให้แล้วในระบบปฏิบัติการ แต่สำหรับคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows จำเป็นต้องลงโปรแกรม iTunes ก่อน ถึงจะสำรองข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของคุณได้

  1. ต่อสาย Lightning จากช่องชาร์จแบตเตอรี่ของคุณเพื่อเชื่อมต่อ iPhone กับคอมพิวเตอร์
  2. หากนี่เป็นครั้งแรกที่ iPhone เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ของคุณ จะมีการแจ้งเตือนปรากฏขึ้นบนหน้าจอเพื่อถามว่า “คอมพิวเตอร์เครื่องนี้มีความน่าเชื่อถือไหม (Trust this computer?) ” กด “เชื่อถือ (Trust) “
  3. เลือกไอคอน iPhone จากมุมซ้ายบนของหน้าต่าง iTunes (ไอคอน iPhone จะมีขนาดเล็กซึ่งมักจะอยู่ใต้ปุ่ม “บัญชี”)

How to back up an iPhone

  1. คลิกที่ “Summary”
  2. คลิกที่ “Back Up Now” เพื่อสร้างการสำรองข้อมูลครั้งแรก ที่ด้านบนของหน้าต่างคุณจะเห็นความคืบหน้าของกระบวนการสำรองข้อมูล

How to back up an iPhone

หากคุณต้องการให้โทรศัพท์ของคุณสำรองข้อมูลโดยอัตโนมัติจากเครื่องคอมพิวเตอร์เมื่อเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ให้เลือก ” This Computer ” ในเมนูคำสั่ง “สำรองข้อมูลอัตโนมัติ (Automatically Back Up) ” จากนั้นกด “Apply” ที่ด้านล่างของหน้าต่าง iTunes เพื่อยืนยันการเลือกของคุณ

How to back up an iPhone

สิ่งสำคัญคือต้องจำไว้ว่าการเปิดใช้ตัวเลือกในการสำรองข้อมูลโดยอัตโนมัติบนคอมพิวเตอร์ของคุณจะเป็นการปิดใช้งานการสำรองข้อมูลของ iCloud จาก iPhone ด้วยเช่นกัน คุณสามารถต้องเลือกวิธีสำรองข้อมูลของคุณวิธีใดวิธีหนึ่งเท่านั้น

ที่มา phonearena

Android Tips

[How-To] นำปุ่ม Home, ค้นเว็บ, แท็บใหม่ และแชร์ ใน Google Chrome บน Android มาไว้ที่ด้านล่าง จิ้มได้สบายๆ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

ใครที่ใช้สมาร์ทโฟน Android แล้วมักจะใช้งาน Google Chrome บ่อยๆ เรามีวิธีที่ทำให้เราใช้งานมือเดียวได้สะดวกสบายมากขึ้นครับ โดยสามารถนำปุ่ม Home, ปุ่มค้นหาเว็บ และปุ่มแท็บ/แชร์ มาให้ที่ด้านล่างได้แบบสบายๆ จิ้มได้สะดวก

วิธีการทำมีดังนี้

1. เข้าไปที่ Google Chrome แล้วพิมพ์ที่ Address Bar ว่า chrome://flags

2. เมื่อเข้ามาให้ค้นหาว่า “Duet” จากนั้นก็จะมีแท็บ Chrome Duet ขึ้นมา

4. กดที่คำว่า “Default” จากนั้นจะมีตัวเลือกขึ้นมา โดยจะมี 4 แบบ ให้เราเลือก ได้แก่

4.1 Enabled จะได้ 3 ปุ่มล่างเป็น Home, ค้นหน้าหน้าเว็บ (แก้ลิงค์เว็บ) และแชร์

4.2 Enabled Home-Search-TabSwitcher Variation จะได้ 3 ปุ่มล่างเป็น Home, ค้นหน้าหน้าเว็บ (แก้ลิงค์เว็บ) และดูหลายแท็บ

4.3 Enabled Home-Search-Share Variation จะได้ 3 ปุ่มล่างเป็น Home, ค้นหน้าหน้าเว็บ (แก้ลิงค์เว็บ) และแชร์ [เหมือนกับกด ‘Enabled’ ปกติ]

4.4 Enabled NewTab-Search-ShareVariation จะได้ 3 ปุ่มล่างเป็น เพิ่มแท็บใหม่, ค้นหน้าหน้าเว็บ (แก้ลิงค์เว็บ) และแชร์

เมื่อเลือกได้แล้วให้กด Relaunch ที่ขึ้นมาที่มุมขวาล่าง แล้วระบบจะปิดและเปิดขึ้นมาให้ใหม่

 

5. ให้เรากดที่ปุ่มแท็บด้านขวาบนแล้วปัดหน้านี้ทิ้งไป แล้วปิด Google Chrome ด้วยการลบที่แอปล่าสุดด้วย (ต้องทำขั้นตอนนี้ถึงจะใช้งานได้)

6. เข้าใช้งานด้วยหน้าตาแบบใหม่ได้ทันทีครับ

สำหรับการตั้งค่านี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อการใช้งานทั่วไปครับ เพียงเราไม่ต้องเอื้อมนิ้วขึ้นไปกดปุ่มต่างๆ ที่ด้านบนให้เมื่อยแล้ว โดยเฉพาะกับคนที่ใช้งานมือเดียวบ่อยๆ

อ่านต่อ...

Android Tips

วิธีติดตั้งแอปพลิเคชั่นบน HUAWEI Mate30 Pro ที่หลายคนสงสัย ต้องทำอย่างไร?

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

แนะนำวิธีติดตั้งแอปพลิเคชั่นสำหรับแฟนๆ HUAWEI Mate30 Pro ที่อาจสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ต้องบอกเลยว่าสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตนเอง อยากรู้ว่าต้องทำอย่างไร ไปดูกันเลย

How to install apps on the Huawei Mate 30 Pro

HUAWEI Mate30 Pro เป็นสมาร์ทโฟนที่รับระบบปฏิบัติการ EMUI 10 ซึ่งทำงานบนพื้นฐานระบบปฏิบัติการ Android 10 นั่นก็หมายความว่าตัวเครื่องรองรับติดตั้งแอปพลิเคชั่น Android ได้ โดยสามารถดาวน์โหลดและติดตั้งได้ด้วยวิธีต่างๆ ต่อไปนี้

การดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นทำได้ 3 วิธีดังนี้

1. โอนถ่ายข้อมูลด้วย Phone clone เพื่อติดตั้งแอปพลิเคชั่นได้อย่างรวดเร็ว

How to install apps on the Huawei Mate 30 Pro

วิธีแรกที่ทำได้ง่ายและรวดเร็วที่สุดคือ การโอนถ่ายข้อมูลจากสมาร์ทโฟนเครื่องเดิม ไปยัง Mate30 pro สามารถทำได้ผ่าน Phone Clone แอปพลิเคชั่น โดยถ้าย้ายมาจากสมาร์ทโฟน HUAWEI ด้วยกัน ข้อมูลจะสามารถย้ายมาได้ทั้งหมดและพร้อมใช้งานได้ทันที

 

2. วิธีดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นของคุณผ่าน HUAWEI AppGallery

HUAWEI Mate30 Pro มาพร้อมศูนย์รวมแอปพลิเคชั่นที่เรียกว่า HUAWEI AppGallery ซึ่งรวบรวมแอปพลิเคชั่นหลักๆ ที่เป็นที่นิยม โดยสามารถค้นหาและดาวน์โหลดมาติดตั้งใช้งานได้ทันที คล้ายกันกับ App Store อื่นๆ

How to install apps on the Huawei Mate 30 Pro

สำหรับ HUAWEI AppGallery เป็นแพลตฟอร์มดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นอย่างเป็นทางการของ HUAWEI จึงมั่นใจได้ว่าแอปพลิเคชั่นต่างๆ ล้วนแล้วแต่ได้รับการพัฒนาให้ทำงานได้บนสมาร์ทโฟนของ HUAWEI ซึ่งแอปพลิเคชั่นยอดนิยมก็อย่างเช่น Agoda, Joox, KPlus, SCB TikTok, Lazada ฯลฯ สามารถค้นหาดาวน์โหลดและใช้งานโดยไม่มีปัญหา

ด้านล่างนี้เป็นตัวอย่างแอปพลิเคชั่นบางส่วนที่สามารถใช้งานและดาวน์โหลดได้จาก HUAWEI AppGallery

How to install apps on the Huawei Mate 30 Pro

 

3. เข้าถึงแอปเวอร์ชันเว็บหรือดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ APK ของบุคคลที่สามผ่านเบราว์เซอร์ HUAWEI

เรื่องใหญ่ที่หลายคนอาจสงสัยคือจะใช้ G-suite และ YouTube บนสมาร์ทโฟนของ HUAWEI ได้อย่างไรโดยไม่ใช้ GMS ซึ่งวิธีนี้สามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านเบราว์เซอร์ของ HUAWEI เพราะว่าตัวเบราว์เซอร์ที่พูดถึงนี้มาพร้อมกับฟังก์ชั่นทางลัดในหน้าแรก ซึ่งช่วยให้เราสามารถปรับแต่งและตั้งค่าบริการบนสมาร์ทโฟนที่ต้องการได้ เช่น การค้นหา (Search engines) และ YouTube

How to install apps on the Huawei Mate 30 Pro

 

สำหรับใครที่ใช้งาน Gmail เป็นหลัก สามารถทำได้ผ่านฟังก์ชั่น Mail ในเครื่อง ซึ่งช่วยให้เราสามารถอ่าน, ตอบกลับ, ส่งต่อ และใช้อีเมลได้ตามปกติโดย หมดกังวลกันได้

อย่างที่ทราบกันว่า HUAWEI Mate30 Pro เป็นสมาร์ทโฟน Android ดังนั้นเราสามารถดาวน์โหลดไฟล์ APK ของบุคคลที่สามมาติดตั้งบนตัวเครื่องได้ ซึ่งแหล่งดาวน์โหลดจะต้องมีความน่าเชื่อถือด้วย เช่น APKPure, APKMonk, AppTaken และอื่นๆ โดยเราสามารถสร้างทางลัดไว้ในหน้าแรกของเบราว์เซอร์ได้ เพื่อความสะดวกและง่ายในการเข้าใช้งาน

How to install apps on the Huawei Mate 30 Pro

 

ตัวอย่าง Google Maps ที่สามารถติดตั้งด้วย APK และใช้งานได้

How to install apps on the Huawei Mate 30 Pro

 

เห็นวิธีติดตั้งและใช้งานแอปพลิเคชั่นต่างๆ บน HUAWEI Mate30 Pro กันไปแล้ว ก็หมดกังวลเรื่องนี้กันได้เลย เพราะสมาร์ทโฟนตัวนี้ยังมีฟีเจอร์ต่างๆ ให้ใช้งานกันอีกเพียบ และเป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนที่คุ้มค่าสมกับเป็นเรือธงของ HUAWEI ไม่ว่าจะเป็นชิปเซ็ต Kirin 990 ที่เร็วแรง, กล้อง Leica ความละเอียดสูง ถ่ายสวยทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ, หน้าจอโค้งสามารถสั่งงานได้ด้วยท่าทาง AI ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ผสานรวมกับดีไซน์ได้อย่างลงตัว

อ่านต่อ...

Apple News

หา iPhone หาย และอุปกรณ์อื่นๆ ของแอปเปิลด้วยแอป Find My และ iCloud.com

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

สำหรับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์ต่างๆ อีกปัญหาหนึ่งที่หลายๆ คนพบคือการทำหายนั่นเองครับ ซึ่งวันนี้จะขอแนะนำสำหรับมือใหม่หรือผู้ใช้งานอุปกรณ์ของแอปเปิลซึ่งอาจจะยังไม่ทราบว่าสามารถระบุตำแหน่งของอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้อยู่ได้ด้วยครับ เมื่ออุปกรณ์ต่างๆ  เช่น iPhone, iPad, iPod, MacBook, Airpods หาย สามารถค้นหาได้จากตำแหน่งของเครื่องที่เปิดใช้งานล่าสุด ซึ่งการค้นหานั้นสามารถทำได้ผ่านเว็บ “iCloud.com“และแอป “Find My” นั่นเองครับ

 

วิธีล็อคอิน iCloud และเปิดใช้งาน Find My บน iPhone, iPod, iPad

การจะค้นหาอุปกรณ์อย่าง iPhone, iPod, iPad ได้นั้นจะต้องเข้าไปเปิดตั้งค่าเพื่อเปิดใช้งานก่อนครับ โดยเข้าไปที่่

  • Settings > Sign in to your iPhone > Email Apple ID & Password > Find My  > ON จากนั้นให้เปิดการค้นหา iPhone ตามภาพด้านล่างนี้นะครับ

หากยังไม่มี Apple ID คลิกดูวิธีการสมัครที่นี่ 

 

 

วิธีล็อคอิน iCloud และเปิดใช้งาน Find My Mac

คลิกท่ีรูปแอปเปิล > System Preferences > iCloud ล็อคอินด้วย Apple ID & Password > Sign in จากนั้นให้ติ๊กถูก “Find Muy Mac” เพื่อเปิดใช้งาน

 

คลิก “Allow”

 

หลังจากที่ล็อคอินเรียบร้อยแล้ว ทั้งบน iPhone, iPod, iPad และ Mac ก็พร้อมค้นหาโลเคชั่่นที่ใช้งานล่าสุดได้แล้วครับ

 

วิธีการค้นหา iPhone, iPod, iPad, AirPods  และ Mac ผ่านเว็บไซต์

ให้เข้าไปที่ www.icloud.com (การค้นหาจากเว็บสามารถใช้ได้ทั้ง Windows และ Mac ) จากนั้นให้ล็อคอินด้วย Apple ID ที่ใช้ล็อคอิน iCloud ไปแล้วก่อนหน้านี้ ถ้าในกรณีที่มีหลายอุปกรณ์ให้ล็อคอินด้วย Apple ID เดียวกันทุกอุปกรณ์เพราะในการค้นหานั้นจะรวมอยู่ในบัญชีเดียวกันทั้งหมด

เลือกไปที่ “ค้นหา iPhone” เพื่อค้นหาอุปกรณ์ต่างๆ

 

เข้ามาแล้วจะเห็นแผนที่ ซึ่งสามารถเลือกดูได้แบบ Standard, Sattlelite และ Hybrid ตัวอย่างค้นหาแบบ Satellite (ภาพถ่ายดาวเทียม)

 

อุปกรณ์ที่ล็อคอินด้วยบัญชีเดียวกันจะโชว์ขึ้นมาให้เห็นทั้งหมดครับ

 

ถ้าอุปกรณ์ต่างๆ ของเราเปิดเครื่องอยู่และเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ก็จะค้นหาเจอและถ้าในกรณีที่อาจจะหายภายในบ้านสามารถส่งเสียงโดยการเลือกไปที่ “ส่งเสียง”

 

ในกรณีเครื่องหายสามารถเลือกไปที่ “โหมดสูญหาย” เพื่อสั่งล็อคเครื่องได้ ให้ใส่เบอร์โทรที่ต้องการให้คนที่เจอติดต่อกลับ จากนั้นเลือก “ถัดไป”

 

พิมพ์ข้อความที่ต้องการแจ้งให้กับผู้ที่พบติดต่อกลับ

 

หลังจากที่เสร็จขั้นตอนแจ้งสูญหายแล้ว เมื่อ iPhone หรืออุปกรณ์อื่นๆ “เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต” ระบบจะล็อคเครื่องให้ และขึ้นข้อความที่ได้พิมพ์ไว้ก่อนหน้านี้บนหน้าจอทันที

 

 

และฟังก์ชั่นสุดท้ายคือ “ลบ iPhone” ซึ่งเป็นคำสั่งลบข้อมูลของตัวเครื่องทั้งหมด ในกรณีที่มีข้อมูลที่สำคัญหรือคิดว่าไม่ได้คืนแล้วสามารถสั่งลบข้อมูลได้จากฟังก์ชั่นนี้

 

วิธีค้นหา iPhone, iPod, iPad, AirPods, Mac ด้วยแอป Find My

หากต้องการค้นหาอุปกรณ์ที่หายไปให้เปิดแอป Find My ขึ้นมาครับ ซึ่งแอปนี้จะเป็นการรวมทั้งแอป Find My iPhone และ Find My Friend เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งจะทำให้ค้นหาได้ทั้งอุปกรณ์ต่างๆ และเพื่อน ในแอปเดียวกัน

 

หลังจากที่เข้ามาในแอป “Find My” จะเห็นตำแหน่งของอุปกรณ์ต่าง ๆ ของเราครับ เลือกที่ All Devices เพื่อโชว์อุปกรณ์ทั้งหมดของเราที่มีอยู่และล็อคอินภายใต้ Apple ID เดียวกันทั้งหมด ซึ่งสามารถเลือกอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องการค้นหาเพื่อส่งเสียง และนำทางไปยังอุปกรณ์นั้นๆ ได้

 

“Mark As Lost” (โหมดสูญหาย) สามารถใช้งานบนแอป “Find My”  ได้เช่นกัน เลือกที่ “Mark As Lost” เพื่อล็อคเครื่องพร้อมส่งข้อความเพื่อติดต่อไปยังเครื่องที่หาย

 

หลังจากที่สั่งล็อคแล้วจะมีข้อความขึ้นมาที่หน้าเพื่อแจ้งให้คนที่เจอติดต่อกลับได้ครับ

 

หรือหากต้องการสั่งลบข้อมูลก็สามารถเลือก “Erase This Device” ข้อมูลต่างๆ จะถูกลบเมื่อ iPad ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หลังจากที่ลบข้อมูลแล้วก็จะไม่สามารถค้นหาหรือติดตามได้แล้วนะครับ เพราะข้อมูลต่างๆ ได้ถูกลบออกไปหมดแล้ว

 

 

สำหรับมือใหม่ หรือผู้ที่ยังไม่ทราบสิ่งที่จำเป็นเมื่อซื้อ iPhone, iPod, iPad, Mac มาแล้ว ก็ควรที่จะเปิดใช้งาน “Find My” ทุกอุปกรณ์ทันทีไว้เลยนะครับ ถึงแม้ว่าอุปกรณ์ต่างๆ ที่หายอาจจะไม่สามารถค้นหากลับคืนมาได้ 100% แต่การเปิดใช้งาน รวมไปถึงการค้นหาก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้สามารถค้นหาเจอ และตามของกลับคืนมาได้ ซึ่งในหลายๆ เคสที่ผ่านมาก็สามารถค้นหากลับคืนมาได้ครับ ขอเพียงแค่เมื่อทำหายให้ตั้งสติแล้วลองค้นหาดูก่อน เพราะหลายๆ ครั้งที่หายถ้ารู้ตัวและค้นหาทันทีก็ยังทำให้รู้โลเคชั่นและค้นหากลับคืนมาได้ สุดท้ายถ้าเป็นไปได้ไม่ทำหายก็จะดีที่สุดครับ

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

Huawei Mate Xs Hands-On first look in Thailand Huawei Mate Xs Hands-On first look in Thailand
Android News5 นาที ที่แล้ว

พรีวิว Huawei Mate Xs สมาร์ทโฟนพับหน้าจอได้ สัมผัสเครื่องจริงครั้งแรกเป็นอย่างไร?

Huawei Mate Xs ประกา...

ข่าวประชาสัมพันธ์21 นาที ที่แล้ว

HUAWEI เผย 10 ปัจจัยสำคัญ เร่งกระตุ้นให้ธุรกิจเชิงพาณิชย์ทั่วโลกหันมาปรับใช้ 5G

นายหยาง เชาปิน ประธา...

ข่าวประชาสัมพันธ์29 นาที ที่แล้ว

ฟินสุดอินสุด! สรุป 7 ไฮไลท์ ‘ที่สุด’ จากงาน LINE TV AWARDS 2020

จบลงไปอย่างน่าประทับ...

Android News2 ชั่วโมง ที่แล้ว

หลุด Screenshot ของ OnePlus 8 Pro 5G เผยสเปคเกือบหมด ใช้จอ 6.65 นิ้ว, CPU S865, RAM 12GB และกล้อง 64 MP

เรียกว่าหลุดออกมาเกื...

Apple News3 ชั่วโมง ที่แล้ว

ลือ! iPhone 12 จะรองรับ Wi-Fi 802.11ay มาตรฐานสัญญาณ Wi-Fi ระยะสั้น ส่งข้อมูลได้รวดเร็วและความล่าช้าต่ำมากๆ

มีรายงานใหม่จากเว็บไ...

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง