ติดตามพวกเรา

Android News

พาย้อนอดีต Samsung Galaxy Note รุ่นแรกจนถึงปัจจุบัน มีอะไรน่าสนใจบ้าง

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

Samsung Galaxy Note Series in History

กว่าจะมาเป็น Samsung Galaxy Note รุ่นล่าสุดในปัจจุบัน วันนี้เราจะมาย้อนไปดูตำนานแห่งการวาดเขียนผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Android ตั้งแต่รุ่นแรกว่าในแต่ละรุ่นนั้นมีฟีเจอร์อะไรบ้าง และมีการต่อยอดความสำเร็จโดยการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ อะไรบ้าง

 

Samsung Galaxy Note

Samsung Galaxy Note ปี 2011

Galaxy Note รุ่นแรกได้เผยโฉมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในงาน IFA ปี 2011 ณ เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี มาพร้อมหน้าจอขนาด 5.3 นิ้ว นับเป็นรุ่นที่เรียกเสียงฮือฮาเป็นอย่างมากด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่มากสำหรับสมาร์ทโฟนในขณะนั้น และมีปากกาสไตลัส S Pen

Galaxy Note มีหน่วยประมวลผลแบบ Dual-core ความเร็ว 1.4GHz โดยได้เริ่มวางขายในช่วงเดือนตุลาคมปีเดียวกัน ผ่านมาเพียง 2 เดือนเท่านั้น ทาง Samsung ก็ได้ประกาศยอดขายรุ่นดังกล่าวในเดือนธันวาคมที่ทำได้ถึง 1 ล้านเครื่อง

ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2012 ก็ได้เปิดตัวรุ่นที่รองรับเครือข่าย 4G LTE และมียอดขายทะลุ 10 ล้านเครื่องในเดือนสิงหาคมปี 2012

 

Samsung Galaxy Note II

Samsung Galaxy Note II ปี 2012

ในเดือนสิงหาคมปี 2012 ระหว่างการจัดงาน IFA ณ เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ก็ได้มีการเปิดตัว Galaxy Note II ซึ่งเป็น Galaxy Note รุ่นที่ 2 หลังประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในรุ่นแรก โดยเริ่มวางขายในเดือนกันยายนปีเดียวกัน

Galaxy Note II มีการปรับปรุงสเปคใหม่ทั้งในส่วนของฮาร์ดแวรและซอฟต์แวร์ โดยมาพร้อมหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ความคมชัดระดับ HD ซึ่งดีไซน์จะคล้ายกับสมาร์ทโฟน Galaxy S III และปากกา S Pen ก็มีการปรับปรุงการทำงานด้วยแรงดันปากกามากถึง 1,024 ระดับ

ไม่เพียงแต่มีปากกา S Pen รุ่นใหม่ แต่ยังมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกความสนใจของผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีได้เป็นอย่างมาก นั่นก็คือ Air View เพียงแค่จ่อไม่ต้องจิ้มก็สามารถทำงานบนจอได้แล้ว อีกทั้งรองรับการทำงานแบบ Multitasking ทำงานพร้อม ๆ กันได้สบาย ๆ หรือในระหว่างโทรศัพท์ก็สามารถจด Note บน Samsung Galaxy Note II ระหว่างสนทนาได้ และอีกหลายฟีเจอร์ที่มีอยู่ใน Galaxy S III ก็ถูกนำมาไว้บน Galaxy Note II ด้วย

 

Samsung Galaxy Note 3

Samsung Galaxy Note 3 ปี 2013

ในเดือนกันยายนปี 2013 ซึ่งเป็นช่วงงาน IFA อีกเช่นเคย ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูล Galaxy Note ก็ได้กำหนดคลอดอย่างเป็นทางการ มาพร้อมดีไซน์ที่ดูพรีเมียมขึ้น และเปลี่ยนเลขชื่อรุ่นจากเลขโรมันเป็นเลขอารบิก นั่นก็คือเลข 3

Galaxy Note 3 นั้นมีฝาหลังพลาสติกที่ดีไซน์ให้ความรู้สึกเหมือนหนัง จึงทำให้รุ่นนี้ดูหรูขึ้น มาพร้อมหน้าจอขนาด 5.7 นิ้ว ความคมชัดมากขึ้นกว่าเดิมอยู่ที่ระดับ Full HD 1080p และมีแรม 3GB ส่วนกล้องหลังขนาดความละเอียด 13 ล้านพิกเซล

ฟีเจอร์ของปากกา S Pen ก็มีการปรับปรุงการทำงานเช่นกัน นั่นคือการเปิดใช้งานแอพพลิเคชั่นพร้อมกันโดยแบ่งหน้าจอออกเป็นด้านบนกับด้านล่าง แล้วใช้งานลากวางด้วยฟีเจอร์ Drag & Drop ระหว่างแอพพลิเคชั่นได้

นอกจากนี้ยังมีคู่หูใหม่ Samsung Galaxy Gear ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสุด พร้อมกล้องถ่ายรูปในตัวได้อีกด้วย

 

Samsung Galaxy Note 3 Neo

Samsung Galaxy Note 3 Neo ปี 2014

ในเดือนมกราคมปี 2014 เป็นครั้งแรกที่ Samsung ได้ประกาศเปิดตัว Galaxy Note ที่ปรับสเปคลงมาจากในรุ่น Galaxy Note 3 โดยใช้ชื่อ Neo ต่อท้าย แต่ยังคงมาพร้อมปากกา S Pen

Galaxy Note 3 Neo มีกล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล หน้าจอแสดงผลขนาด 5.5 นิ้ว Super AMOLED ความคมชัดระดับ HD 720p และแรม 2GB

 

Samsung Galaxy Note 4

Samsung Galaxy Note 4 ปี 2014

ที่เก่าเวลาใหม่ในเดือนกันยายนปี 2014 งาน IFA ณ เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ก็ได้เผยโฉม Galaxy Note 4 ที่ตัวเครื่องเป็นพลาสติก แต่เสริมความแกร่งด้วยกรอบโลหะ และมาพร้อมหน้าจอขนาด 5.7 นิ้ว ความคมชัด QHD หรือที่เราเรียกกันว่า 2K นั่นเอง

Galaxy Note 4 มีกล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมระบบกันสั่นไหวแบบ OIS ซึ่งมีฟีเจอร์การถ่านยวิดีโอพร้อมกัน 2 กล้องทั้งด้านหน้าและด้านหลังที่เรียกว่า Dual-video และปากกา S-Pen ก็มีการปรับปรุงการทำงานด้วยแรงดันปากกามากถึง 1,024 ระดับ

นับเป็นรุ่นแรกในตระกูล Galaxy Note ที่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ และเซ็นเซอร์วัดรังสี UV รวมไปถึงอีกหลายฟีเจอร์ที่มีใน Galaxy S5 ก็ถูกนำมาไว้บน Galaxy Note 4

 

Samsung Galaxy Note Edge

Samsung Galaxy Note Edge ปี 2014

ระหว่างการเปิดตัว Galaxy Note 4 ก็ได้มีเซอร์ไพรส์ด้วยการเปิดตัว Galaxy Note Edge มือถือรุ่นแรกที่มีขอบจอโค้งจาก Samsung โดยขอบหน้าจอนั้นอยู่ด้านขวา ซึ่งเป็นจอแยกจากหน้าจอหลัก และมีความละเอียด 160 พิกเซล ส่วนสเปคอื่น ๆ เหมือนกับรุ่น Galaxy Note 4

 

Samsung Galaxy Note 5

Samsung Galaxy Note 5 ปี 2015

Galaxy Note 5 ได้ฤกษ์เปิดตัวครั้งแรกในเดือนสิงหาคมปี 2015 มาพร้อมดีไซน์สวยหรูแบบเดียวกับ Galaxy S6 ที่ผสานรวมกับ Galaxy Note 4 มีหน้าจอขนาด 5.7 นิ้ว Super AMOLED QHD ขอบจอสุดบาง และมีปากกา S Pen ที่มาพร้อม Air Command เวอร์ชั่นใหม่ สามารถเพิ่ม Shortcut ของแอพพลิเคชั่นได้ด้วย

กล้องหลังของ Galaxy Note 5 มีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ตัวเดียวกับ Galaxy S6 ค่ารูรับแสง f/1.9 มีระบบกันภาพสั่นไหว VDIS + OIS สามารถถ่ายโหมด HDR และบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K 2160 ที่ความเร็ว 30 เฟรมต่อวินาที และลก้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/1.9

ไม่เพียงแต่ปรับสเปคและดีไซน์ใหม่ สิ่งที่ขาดหายไปในรุ่นนี้อย่างการไม่มีช่องใส่ microSD card ก็สร้างความคับข้องใจให้กับแฟน ๆ Galaxy Note ไม่น้อยในช่วงแรกของการเปิดตัว

Galaxy Note 5 เป็นรุ่นแรกของตระกูล Galaxy Note ที่เปลี่ยนให้รองรับซิมการ์ดขนาด Nano-SIM และรองรับระบบชาร์จไร้สาย Qi/PMA Wireless Charging

 

Samsung Galaxy Note 7

Samsung Galaxy Note 7 ปี 2016

มีรายงานว่า Samsung Galaxy Note แฟบเล็ตเรือธงลำใหม่ของปีนี้จะใช้ชื่อเรียกว่า Galaxy Note 7 ข้ามเลข 6 ไปเลย ด้วยเหตุผลที่ต้องการให้ตัวเลขเป็นตัวเดียวกันกับสมาร์ทโฟนเรือธง Galaxy S7 และ S7 edge

การนับรุ่นตัวเลขของ Galaxy Note นั้นจะตามหลังรุ่น Galaxy S ไปหนึ่งตัวเลข ด้วยเหตุนี้อาจส่งผลให้ลูกค้าเกิดความเข้าใจผิด Galaxy Note 6 นั้นเป็นรุ่นเก่ากว่า Galaxy S7 จึงเป็นที่มาตามรายงานนี้ว่าจะเรียกชื่อรุ่นเป็น Galaxy Note 7 แทนนั่นเอง

นอกจากนี้แล้ว ในปีนี้คาดว่า Apple ก็จะเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ในชื่อรุ่น iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ซึ่งอาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ Galaxy Note 6 ต้องขยับไปเรียกชื่อรุ่นเป็น Galaxy Note 7 เพื่อเหตุผลในเชิงเปรียบเทียบทางด้านการตลาดด้วย

กำหนดการเปิดตัวของ Galaxy Note 7 คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ และเริ่มวางขายในช่วงเดือนกันยายน หลังจากประกาศเปิดตัวไม่นาน

Android News

Samsung Galaxy S20 Series และ Z Flip สามารถใช้งาน Copy/Paste ร่วมกับ Windows 10 ได้แล้ว

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

หลังจากที่ Microsoft และ Samsung ได้ร่วมมือกันเพื่อสร้างฟีเจอร์ใหม่มากขึ้นแล้ว ล่าสุด อีกฟีเจอร์เล็กๆ แต่สะดวกมากๆ อย่างการ “คัดลอก และ วาง” สามารถทำงานได้แล้วระหว่าง Galaxy S20 Series / Z Flip และ Windows 10

ฟีเจอร์นี้จะทำงานต่อเมื่อเราได้เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนไว้กับแอปพลิเคชั่น Your Phone (โทรศัพท์ของคุณ) ที่ติดตั้งใน Windows 10 แล้วทำงานเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านอีเมล์เอาไว้เรียบร้อย จากนั้นเราก็ต้องไปเปิดฟีเจอร์ Cross-Device Copy and Paste ในเมนูของแอป Your Phone ก็จะใช้งานได้ทันที

 

นอกจากนี้ ฟีเจอร์ดังกล่างยังสามารถใช้งานได้ทั้งแบบข้อความและรูปภาพ อย่างไรก็ตาม รูปภาพขนาดใหญ่จะถูกลดขนาดลงมาที่ 1MB

ที่มา : Sammobile, Microsoft

อ่านต่อ...

Android News

Samsung Galaxy S20 Series จะปรับ Refresh Rate ลงมาที่ 60Hz โดยอัตโนมัติในบางสถาการณ์

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

Samsung Galaxy S20 Series นั้นมาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ที่ใช้หน้าจอ Refresh Rate 120Hz ผ่านหน้าจอแสดงผลแบบ Dynamic AMOLED อย่างไรก็ตาม Refresh Rate 120Hz นั้นอาจไม่ได้ใช้งานอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน

สำหรับ Refresh Rate 120Hz ใน Galaxy S20 ทุกรุ่นนั้นสามารถใช้งานได้เมื่ออยู่ในความละเอียด FHD+ ซึ่งอาจเป็นเพราะ GPU และแบตเตอรี่ที่อาจลดเร็วได้ อย่างไรก็ตาม บางครั้งก็อาจลดลงมาที่ 60Hz เองครับ เช่น เมื่ออุณหภูมิของตัวเครื่องสูงกว่า 42 องศา และเมื่อแบตเตอรี่ต่ำกว่า 5% ทั้งยัง Refresh Rate 60Hz ยังปรับเองเมื่อเปิดบางแอปพลิเคชั่น เช่น กล้องหรือ Google Maps เพื่อประหยัดพลังงานลงเพราะตัวแอปก็กินแบตเตอรี่ไปพอสมควรแล้วด้วย

นอกจากนี้ Samsung ก็อาจมีอัปเดทให้ Galaxy S20 Series นั้นสามารถใช้งาน Refresh Rate 120Hz ที่ความละเอียด QHD+ ด้วยเช่นกัน แต่อาจไม่ใช่ในเร็วๆ นี้แน่นอน

ที่มา : Sammobile

อ่านต่อ...

Android News

เรื่องใหญ่! สหรัฐฯ ต้องการให้ TSMC หยุดผลิต CPU ให้ Huawei

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

นอกจากที่ Trump ต้องการแบน Huawei ในหลายๆ เรื่องที่ร่วมทำการค้ากับสหรัฐอเมริกาแล้ว ล่าสุด สำนักข่าวชื่อดังอย่าง Reuters รายงานว่าก็ต้องการให้ TSMC บริษัทผู้ผลิตหน่วยประมวลผลชื่อดังหยุดการผลิต CPU ให้ Huawei ด้วยเหมือนกัน

สำหรับ TSMC นั้นมีฐานผลิตอยู่ที่ไต้หวัน แต่การที่สหรัฐฯ ได้สั่งออกมาแบบนี้และคิดว่าจะได้ผลเป็นเพราะ TSMC นั้นใช้อุปกรณ์ของสหรัฐฯ ในการผลิตนั่นเองครับ ทั้งนี้ TSMC เองก็เป็นผู้ผลิตหลักกับหน่วยประมวลผล Kirin อีกด้วย ที่สำคัญ TSMC ก็อาจจะผลิตหน่วยประมวลผลต่างๆ ไม่ได้ด้วยถ้าไม่มีเครื่องมือของสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ย่อมมีข้อเสียให้สหรัฐฯ เช่นกันครับ เพราะในระยะยาวอาจส่งผลให้กับสหรัฐฯ มากกว่าจีนและ Huawei ด้วยซ้ำ เพราะเทคโนโลยีต่างๆ อาจนำของสหรัฐฯ ออกทั้งหมดและไปใช้ของจีนแทน

ที่มา : Reuters

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง