Google ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการรักษาความปลอดภัยออนไลน์สำหรับคนไทย พร้อมขยายการดำเนินงานในโครงการต่างๆ

โดย Wattana S.

Google ประเทศไทย ประกาศขยายการดำเนินงานในโครงการด้านความปลอดภัยออนไลน์ ซึ่งเป็นส่วนของหนึ่งของแคมเปญ Safer Songkran ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อรณรงค์ให้คนไทยใช้ช่วงเวลาสงกรานต์ในการส่งมอบความห่วงใยและส่งเสริมความปลอดภัยทางดิจิทัลให้กับตนเองและครอบครัว

เนื่องจากปัจจุบันภัยคุกคามทางไซเบอร์มีความซับซ้อนมากขึ้นและมักจะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงเทศกาลสำคัญ Google จึงมุ่งเน้นไปที่ 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การเสริมสร้างความรู้ด้านดิจิทัล (Digital Literacy) ให้กับคนไทย การสร้างระบบนิเวศของแอปที่ปลอดภัย และการส่งเสริมนวัตกรรมเพื่อสร้างความไว้วางใจในระบบดิจิทัล (Digital Trust) ความพยายามเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างไม่ลดละของ Google ในการช่วยให้คนไทยท่องโลกออนไลน์ได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจ

การเสริมสร้างความรู้ด้านดิจิทัลให้กับคนไทย

Be Scam Ready

เพื่อช่วยคนไทยรับมือกับภัยคุกคามออนไลน์ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น Google ได้ร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ศูนย์ประสานงานด้านความมั่นคงปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศภาคการธนาคาร (TB-CERT) ภายใต้สมาคมธนาคารไทย และ True เปิดตัวเกม “Be Scam Ready” นำเสนอประสบการณ์การเรียนรู้แบบอินเทอร์แอคทีฟผ่านเกมออนไลน์ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้คนไทยรู้เท่าทันและสามารถป้องกันตนเองจากการหลอกลวงทางออนไลน์ได้ดียิ่งขึ้น

Be Scam Ready จะพาผู้ใช้เข้าสู่เกมที่จำลองกลวิธีที่เหล่ามิจฉาชีพมักใช้ในการหลอกลวงเหยื่อ เช่น การสร้างสถานการณ์เร่งด่วนเพื่อกระตุ้นให้เหยื่อรีบตัดสินใจ หรือการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเกมการจำลองนี้ถูกออกแบบมาให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างทักษะในการสังเกตภัยออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ โดยจากการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุมจำนวน 3,000 คนในอินเดีย พบว่าผู้ที่เล่นเกม Be Scam Ready เป็นเวลา 10-15 นาที สามารถสังเกตกลลวงได้ดีกว่าผู้ที่ดูวิดีโอสร้างความตระหนักรู้ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด และความสามารถนี้อยู่ได้นานถึง 21 วัน

มูลนิธิอาเซียน (ASEAN Foundation) จะร่วมมือกับองค์กรเยาวชนอาเซียน (ASEAN Youth Organization) และมูลนิธิคีนัน (Kenan Foundation) ในการส่งมอบเครื่องมือการเรียนรู้ที่สำคัญนี้ให้กับคนไทย 400,000 คนทั่วประเทศ โดยความพยายามในระดับท้องถิ่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Scam Ready ASEAN ซึ่งนำโดยมูลนิธิอาเซียน ภายใต้ทุนสนับสนุนจำนวน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐจาก Google.org เพื่อขยายแหล่งข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการหลอกลวงทางออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

พชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า “กระทรวงดีอีมีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับความรู้ด้านดิจิทัลของคนไทย ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อภัยคุกคามออนไลน์ที่ซับซ้อนมากขึ้น ปัจจุบัน เทคโนโลยีได้กลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้คน ทั้งภาพ เสียง และวิดีโอ แต่ในขณะเดียวกันก็อาจถูกมิจฉาชีพนำไปใช้ในทางที่ผิด ดังนั้นกระทรวงดีอี จึงได้บูรณาการความร่วมมือกับ Google ประเทศไทย เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในการป้องกันภัยออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือในโครงการ “Be Scam Ready” ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้และช่วยติดอาวุธให้กับประชาชนด้วยทักษะในการป้องกันตนเองบนโลกออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนสามารถท่องโลกดิจิทัลได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และรู้เท่าทันภัยคุกคามใหม่ๆ”

การรักษาความปลอดภัยในตัวของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ Google

Circle to Search

Google ยังคงเดินหน้าเสริมสร้างการรักษาความปลอดภัยในตัวและการปกป้องผู้ใช้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงในระบบนิเวศของ Android และ Google Play

เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถสังเกตเห็นสัญญาณบ่งชี้ของการหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ Google ได้เพิ่มความสามารถใหม่ที่ทำงานด้วยระบบ AI ให้กับ Circle to Search และ Google Lens สำหรับผู้ที่ใช้อุปกรณ์ Android สามารถใช้ Circle to Search เพื่อตรวจจับข้อความหลอกลวงได้ เพียงกดปุ่มโฮมหรือแถบการนำทางค้างไว้ แล้ววงข้อความที่น่าสงสัย นอกจากนี้ ผู้ที่ใช้อุปกรณ์ Android และ iOS ยังสามารถถ่ายภาพหน้าจอข้อความที่น่าสงสัย จากนั้นเปิด Google Lens ในแอป Google แล้วแตะที่ภาพนั้น ระบบของ Google จะใช้ AI และข้อมูลจากเว็บเพื่อประเมินว่าข้อความนั้นมีแนวโน้มที่จะเป็นการหลอกลวงหรือไม่ จากนั้นระบบจะแสดงภาพรวมพร้อมคำแนะนำ ข้อมูลเชิงลึก และขั้นตอนที่ควรทำต่อไปเพื่อช่วยให้ผู้ใช้หลีกเลี่ยงการถูกหลอกลวง

นอกจากนี้ ฟีเจอร์ป้องกันกลโกงใหม่ใน Google Play Protect ที่เปิดตัวในไทยเป็นครั้งแรกร่วมกับกระทรวงดีอีในช่วงกิจกรรม Safer Songkran ปี 2567 ยังได้ช่วยปกป้องคนไทยด้วยการบล็อกความพยายามในการติดตั้งแอปที่มีความเสี่ยงไปแล้วกว่า 10 ล้านครั้งจากแอปที่มีความเสี่ยงสูงกว่า 103,000 แอป 

ไม่เพียงเท่านี้ Google ยังได้ยกระดับการรักษาความปลอดภัยสำหรับอุปกรณ์ Android ที่ผ่านการรับรองขึ้นไปอีกขั้นด้วยการยืนยันนักพัฒนาแอป Android (Android Developer Verification) ซึ่งกำหนดให้นักพัฒนาแอป Android ทุกคนในประเทศไทยที่เผยแพร่แอปผ่าน Google Play และช่องทางอื่นๆ ต้องลงทะเบียนและยืนยันตัวตนกับ Google โดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป มาตรการนี้ต่อยอดมาจากความสำเร็จของการยืนยันตัวตนบน Play Store ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการยับยั้งผู้ไม่ประสงค์ดีที่ต้องการดำเนินการโดยไม่เปิดเผยตัวตนแพร่กระจายอันตรายซ้ำๆ และทำการฉ้อโกงได้ยากขึ้น

ดร. กิตติ โฆษะวิสุทธิ์ ประธานกรรมการศูนย์ประสานงานด้านความมั่นคงปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศภาคการธนาคาร (TB-CERT) กล่าวว่า “ในฐานะหน่วยงานกลางที่ทำหน้าที่ประสานงานด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในภาคธนาคารพาณิชย์ของไทย TB-CERT ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบการเงิน ควบคู่ไปกับการเพิ่มความตระหนักรู้และยกระดับความรู้ด้านดิจิทัลของประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบางที่มักตกเป็นเป้าหมายของอาชญากรไซเบอร์ ท่ามกลางภัยคุกคามทางการเงินที่ซับซ้อนและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือระหว่าง TB-CERT, Google ประเทศไทย และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ไม่เพียงแต่เป็นก้าวสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกลโกงมิจฉาชีพเท่านั้น แต่การยกระดับความปลอดภัยอย่างการบล็อกความพยายามในการติดตั้งแอปที่มีความเสี่ยง และล่าสุดการยืนยันนักพัฒนาแอป Android ที่กำลังจะมีขึ้น ยังเป็นต้นแบบของความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ เพื่อร่วมกันเสริมสร้างความปลอดภัยทางการเงินของไทย และลดความเสี่ยงจากการฉ้อโกงอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ”

การส่งเสริมนวัตกรรมเพื่อสร้างความไว้วางใจในระบบดิจิทัล (Digital Trust)

จากซ้าย: พ.ต.อ.พันธุ์ล้าน ปฐมพรวิวัฒน์ ผู้กำกับการกลุ่มงานสนับสนุนคดีเทคโนโลยี กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศิริวรรณ์ ชัยชนะนักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ผศ.ดร.เจษฎา ศาลาทองอาจารย์ประจำภาควิชาการสื่อสารมวลชน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พงค์สุระ พงค์พิศาลทีม ThunderPermanent เอกฉัท สถาผลทีม ThunderPermanent Ryan Rahardjoหัวหน้าฝ่ายกิจการสาธารณะ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ Google เอเชียแปซิฟิก Mudi Yusbiหัวหน้าฝ่ายวางแผนกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ มูลนิธิอาเซียน Andri Kusumoหัวหน้าฝ่าย Trust and Safety Global Engagements ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Google เพิ่มศักดิ์ ลีลากุล ผู้จัดการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์และนโยบายสาธารณะ Google ประเทศไทย

Google ตระหนักดีว่าการรับมือกับกลโกงมิจฉาชีพจำเป็นต้องอาศัยนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นในประเทศและมุมมองใหม่ๆ ด้วยเหตุนี้ Google จึงได้ร่วมมือกับกระทรวงดีอี กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และมูลนิธิอาเซียน เปิดตัวโครงการ Securing Digital Trust: Thailand Anti-Scam Ideathon 2026 ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางสถานการณ์ในประเทศที่ 60% ของคนไทยวัยผู้ใหญ่เคยเผชิญกับการฉ้อโกงออนไลน์ โครงการนี้จึงเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยนำแพลตฟอร์ม AI ของ Google เช่น Vertex AI และ Gemini API มาใช้ในการพัฒนาเกราะป้องกันดิจิทัลเพื่อรับมือกับกลโกงประเภทต่างๆ การระดมความคิดจากเยาวชนไทยในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาต่อยอดแคมเปญและเครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีที่สามารถตอบโจทย์ตามบริบทของไทย เข้าถึงประชาชนได้ในวงกว้าง และช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันทางดิจิทัลของประเทศ

สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ รางวัลชนะเลิศตกเป็นของทีม ThunderPermanent จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ด้วยแนวคิด “Luxurer (รักชัวร์เร๊อะ?)” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ AI ในการตรวจจับภาษาที่สื่อถึงอารมณ์และรูปแบบการสนทนาที่มักพบในการหลอกลวงแบบโรแมนซ์สแกม (Romance Scam) หรือการหลอกให้รัก โดยจะแจ้งคะแนนความเสี่ยงแบบเรียลไทม์พร้อมคำอธิบายบริบทให้แก่ผู้ใช้ทราบโดยตรงผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ในฐานะยุวทูตด้านความปลอดภัยดิจิทัล (Youth Ambassadors for Digital Safety) รายใหม่ ทีม ThunderPermanent จะเข้าร่วมเป็นแขกรับเชิญพิเศษในงาน Fraud Summit ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในเดือนเมษายนนี้ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ทีมได้นำเสนอผลงานและเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ในการเป็นผู้นำด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์บนเวทีระดับนานาชาติ

ราฟาเอล ซิสโลว์สกี Country Manager, Google ประเทศไทย กล่าวว่า “Google มุ่งมั่นช่วยให้คนไทยปลอดภัยบนโลกออนไลน์ภายใต้พันธกิจ Leave No Thai Behind มาโดยตลอด ในปัจจุบันที่ผู้คนพึ่งพาอินเทอร์เน็ตกันมากขึ้น การตระหนักถึงภัยคุกคามบนโลกออนไลน์ที่เพิ่มมากขึ้นและการรับมือกับผู้ไม่ประสงค์ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญกว่าที่เคย ความร่วมมือกับภาครัฐในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในพันธกิจที่มีเป้าหมายร่วมกัน การเปิดตัวเกม Be Scam Ready การลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างระบบนิเวศแอปที่ปลอดภัย และการส่งเสริมนวัตกรรมในประเทศเพื่อสร้างความไว้วางใจในระบบดิจิทัลอย่างยั่งยืน จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้คนไทยพร้อมรับมือกับภัยออนไลน์ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับพาร์ทเนอร์ที่มีอุดมการณ์เดียวกันยังถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างโลกออนไลน์ที่ดีและปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน”

ความพยายามอย่างต่อเนื่องเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในพันธกิจ Leave No Thai Behind ของ Google ที่ต้องการส่งเสริมศักยภาพของคนไทยด้วยการให้ความรู้และเครื่องมือที่จำเป็นเพื่อให้พวกเขาสามารถท่องโลกออนไลน์ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย Google มุ่งมั่นที่จะสร้างระบบนิเวศออนไลน์ที่ส่งเสริมนวัตกรรมและความปลอดภัยไปพร้อมๆ กัน โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มุ่งเน้นความเป็นส่วนตัว มีความปลอดภัยโดยค่าเริ่มต้น และให้ผู้ใช้ควบคุมประสบการณ์การใช้งานด้วยตนเอง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Google รักษาความปลอดภัยให้กับผู้คนในทุกวันได้ที่ https://safety.google

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More