Google สู้กลับ! ยื่นอุทธรณ์คดีผูกขาด ชี้ดีล Safari กับ Apple ไม่ใช่ผูกขาด

โดย Wattana S.

Google เดินหน้าสู้คดีผูกขาดธุรกิจ Search อย่างเต็มตัว หลังล่าสุดยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของศาลสหรัฐฯ โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบขึ้นมาคือ “ดีล Safari กับ Apple” ที่มีมูลค่ามหาศาลระดับหลายหมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี

google-appeals-antitrust-safari-apple-deal

Google ยืนยันว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นการแข่งขันทางธุรกิจตามปกติ ไม่ใช่การกีดกันคู่แข่งแบบผิดกฎหมายอย่างที่ศาลชั้นต้นตัดสินไว้

จุดเริ่มต้นคดีผูกขาด Google

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2024 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ชนะคดีต่อต้านการผูกขาด Google โดยศาลตัดสินว่า Google ใช้อำนาจเหนือตลาด Search และโฆษณาบน Search อย่างผิดกฎหมาย

ผู้พิพากษา Amit Mehta ระบุชัดว่า Google เป็น “ผู้ผูกขาด” และมีพฤติกรรมเพื่อรักษาสถานะผูกขาดนั้นเอาไว้ ซึ่งเข้าข่ายละเมิดกฎหมาย Sherman Act มาตรา 2

หลังจากนั้นคดีเข้าสู่ช่วงกำหนดมาตรการลงโทษ หรือ Remedies Phase ว่าศาลจะจำกัดอำนาจของ Google อย่างไรบ้าง

ดีล Safari คือหัวใจสำคัญของคดี

หนึ่งในประเด็นที่ถูกจับตามากที่สุด คือข้อตกลงระหว่าง Google และ Apple

โดย Apple ตั้งให้ Google เป็น Search Engine เริ่มต้นบน Safari ทั้งใน iPhone, iPad และ Mac แลกกับส่วนแบ่งรายได้จากโฆษณาค้นหาใน Safari ถึง 36%

เอกสารในศาลเผยว่า Google จ่ายเงินให้ Apple สูงถึงประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 เพียงปีเดียว

แม้ศาลจะยังอนุญาตให้ Google จ่ายเงินให้ Apple ต่อได้ แต่ก็มีการตั้งเงื่อนไขใหม่ เช่น

  • ห้ามทำสัญญาแบบผูกขาด
  • ห้ามขัดขวาง Apple โปรโมต Search Engine หรือ AI คู่แข่ง
  • จำกัดระยะเวลาการตั้งค่า Default ไม่เกิน 12 เดือน

นั่นหมายความว่าในอนาคต คู่แข่งอย่าง Bing หรือ AI Search รายอื่น จะมีโอกาสยื่นข้อเสนอแข่งกับ Google ได้ทุกปี

Google โต้กลับ: “Apple เลือกเราเอง เพราะดีที่สุด”

ในเอกสารอุทธรณ์ล่าสุด Google ระบุว่าศาลตีความข้อตกลงกับ Apple ผิดไป เพราะจริง ๆ แล้ว Apple เลือก Google เนื่องจากคุณภาพของ Search และความสามารถในการสร้างรายได้ที่ดีกว่าคู่แข่ง

Google อ้างคำให้การในศาลของ Apple ว่า

  • Google มี Search Engine ที่ดีที่สุด
  • ระบบโฆษณาทำเงินได้ดีที่สุด
  • การเลือก Google เป็นค่าเริ่มต้นถือเป็น “เรื่องที่ไม่ต้องคิดมาก”

ในทางกลับกัน Apple มองว่า Bing ของ Microsoft “ทำรายได้จากโฆษณาได้แย่มาก”

ถึง Microsoft เสนอเงินมากกว่า Apple ก็ยังไม่เลือก Bing

อีกจุดที่น่าสนใจคือคำให้การของ Eddy Cue ผู้บริหารระดับสูงของ Apple

เขาระบุว่า Microsoft เคยเสนอให้ Apple รับรายได้โฆษณา Search ถึง 100% หากเปลี่ยนค่าเริ่มต้นใน Safari จาก Google เป็น Bing

แต่ Apple เชื่อว่าผู้ใช้จะเปลี่ยนกลับไปใช้ Google เองอยู่ดี ทำให้สุดท้ายรายได้รวมอาจน้อยกว่าเดิม

Cue ถึงกับบอกว่า “ไม่มีราคาที่ Microsoft จะเสนอได้” ที่ทำให้การเปลี่ยนไปใช้ Bing คุ้มค่ากว่า Google

พร้อมย้ำว่า

“เราต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า และตอนนี้สิ่งนั้นยังคงเป็น Google”

Google ยังย้ำ Safari ไม่ได้ “ล็อก” คู่แข่ง

Google ยังโต้แย้งอีกว่า Safari ไม่ได้ปิดกั้น Search Engine รายอื่น เพราะผู้ใช้ยังสามารถเข้าไปเปลี่ยนค่า Search เริ่มต้นได้เองผ่าน Settings

นอกจากนี้ Google ยังบอกด้วยว่า การออกแบบ Safari ให้มี Search Engine เริ่มต้นเพียงตัวเดียว เป็นแนวคิดของ Apple เอง ไม่ได้เกี่ยวกับสัญญากับ Google โดยตรง

ศึกนี้อาจเปลี่ยนอนาคต Search และ AI

คดีนี้ถือเป็นหนึ่งในคดีผูกขาดเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี และอาจส่งผลต่ออนาคตของ Search Engine รวมถึง AI Search ในอนาคตด้วย

เพราะหาก Google แพ้ในขั้นอุทธรณ์ อาจทำให้ Apple เปิดทางให้ Search Engine หรือ AI รายอื่นเข้ามาแข่งขันใน Safari มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Bing, Perplexity หรือแม้แต่ AI จาก OpenAI

ที่มา: 9to5mac

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More