Connect with us

Android News

พรีวิวแรกสัมผัส Galaxy Z Fold4 | Z Flip4 อัปเกรดใหม่ น่าใช้ขึ้นอีก!!

Published

on

Galaxy Z Fold4 และ Galaxy Z Flip4 เปิดตัวอย่างเป็นทางการเรียบร้อย เครื่องก็เดินทางมาถึงประเทศไทยเช่นกัน แน่นอนว่ามาเปิดตัวแบบนี้เราก็ไม่พลาดที่จะเก็บความรู้สึกแรกสัมผัสมาพรีวิวให้ชมกันอีกเช่นเคย รอบนี้มีการปรับแก้ในหลายจุดให้ลงตัวขึ้นไปอีก และสีใหม่ที่สวยงามอลังการสมการรอคอยจริง ๆ

เอ้า! อย่าเสียเวลาอยู่ตรงเกริ่นนำนี้อยู่เลย ไปชมพรีวิว Galaxy Z Fold4 | Z Flip4 พร้อม ๆ กันเลยดีกว่าครับ!

Galaxy Z Fold4

มา 2 รุ่นแบบนี้เราขอแยกทำความรู้จักกันเป็นรุ่น ๆ ดีกว่าเนาะ เพื่อความไม่สับสน เริ่มที่ Galaxy Z Fold4 ก่อนเลย มองภายนอกเราอาจจะคิดว่าไม่มีอะไรแตกต่างจากรุ่นก่อนมากนัก (ซึ่ง…ก็จริง 55) แต่เมื่อได้สัมผัสจะรู้สึกถึงความลงตัวที่มีมากขึ้นอย่างสัมผัสได้เลยล่ะครับ

อย่างแรกก็คือเมื่อถือใช้งานแบบพับหน้าจอ จอด้านหน้าปรับอัตราส่วนใหม่เป็น 23.1:9 แล้ว (จากเดิม 24.5:9) แม้ตามสเปคจะมีขนาด 6.2″ เท่าเดิม แต่ด้วยความที่อัตราส่วนเปลี่ยนไป หน้าจอขยายออกไปด้านข้างมากขึ้น จึงให้ความรู้สึกที่กว้างกว่าอีกหน่อย แม้จะไม่ได้เป็นอัตราส่วนมาตรฐาน (21:9 หรือ 20:9) แต่ก็ดีกว่าแบบเดิมเยอะครับ

ส่วนหน้าจอด้านในเมื่อกางออกก็เปลี่ยนอัตราส่วนไปอีกนิดหน่อยด้วย (เนื่องจากจอด้านนอกกว้างขึ้น) เป็น 21.6:18 (จากเดิม 22.5:18) ทำให้เครื่องโดยรวมเมื่อกางออกกว้างออกข้างเล็กน้อยและเตี้ยลงนิดหน่อย ซึ่งเราว่ามันลงตัวขึ้นนะ

หน้าจอทั้ง 2 ของ Galaxy Z Fold4 นั้นใช้จอ Dynamic AMOLED 2X เหมือนกันมี Refresh rate สูง 120Hz เหมือนกันด้วย เวลาใช้งานสลับไป-มาจึงมีความ Seamless มาก คือลื่นไหลต่อเนื่องทั้งจอนอก-จอหลักเลย

ตัวกระจกหน้าจอของ Galaxy Z Fold4 ก็จะใช้เป็น Ultra Thin Glass เวอร์ชั่น 2.0 รุ่นใหม่ที่ทาง Samsung เคลมว่าทนทานต่อรอยขีดข่วนมากขึ้น และก็ยังติดฟิล์มกันรอยมาให้เหมือนเดิม 1 ชั้นซึ่งความรู้สึกเวลาสัมผัสก็จะเป็นเหมือนฟิล์ม TPU ที่จะมีความนุ่มไม่แข็งเหมือนกระจกสมาร์ทโฟนทั่วไป

ส่วนเรื่องรอยบนหน้าจอ ทาง Samsung ก็ใส่ใจในเรื่องนี้มากขึ้น รอยพับตรงกลางเครื่องดูจางลง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังรู้สึกได้เมื่อเอานิ้วรูดผ่านหรือมองในมุมที่แสงกระทบจริง ๆ ครับ ตรงนี้ก็คงเป็นข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์ด้วย แต่ใครที่ใช้ Z Fold3 มาก่อน พอเจอรอยที่บางลงแบบนี้ก็คงปลื้มไม่น้อยล่ะครับ

อีกอย่างที่อัปเกรดขึ้นมาก็คือกล้องใต้หน้าจอที่อัปเกรดความละเอียดขึ้นมาอีกหน่อย เรียกว่าเนียนตาขึ้น แต่เราก็ยังเห็นเม็ดพิกเซลได้อยู่ ยิ่งบนหน้าจอสีขาวก็คือค่อนข้างชัด แต่ในการใช้งานโดยรวมก็กลมกลืนไปกับคอนเทนต์หรือหน้าแอปที่เปิด ดีกว่าแบบเจาะรูที่ต้องเห็นแน่ ๆ หน่อยล่ะ

S Pen ยังรองรับอยู่เหมือนเดิม ใครที่มี S Pen Fold Edition เดิมอยู่แล้วก็มาขีดเขียนได้เลยไม่ต้องซื้อใหม่ แต่ถ้ายังไม่มีรอบนี้ Samsung ก็ออก S Pen ในสีใหม่ที่ตรงกับสีเครื่องมาขายแยกด้วย อันนี้แอบชอบ S Pen สีครีมเป็นพิเศษเลย สีสะอาดตามาก

บานพับของ Galaxy Z Fold4 ก็มีการปรับใหม่ ยกระดับความแข็งแกร่งด้วยกรอบโลหะที่เพิ่มความแข็งแกร่งมากขึ้น ลดน้ำหนักลงได้อีกหน่อยจากรุ่นก่อน 271 กรัม เหลือ 263 กรัม แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดเลยก็คงเป็นการใช้พื้นที่ของบานพับที่ลดลงพอควร สังเกตจากตอนพับตัวบานพับจะไม่ยื่นขึ้นมาเท่ารุ่นก่อนแล้วครับ ทำได้บางดีทีเดียว

ความสามารถในการกันน้ำของ Galaxy Z Fold4 ก็ยังติดมาให้เหมือนเดิมด้วยมาตรฐาน IPX8 ทำให้มั่นใจได้ว่าการทำงานหากมือเปียกหรือโดยละอองน้ำเครื่องก็ยังจะไม่เสียไปง่าย ๆ แน่นอน ถือว่าเป็นนวัตกรรมของสมาร์ทโฟนจอพับจริง ๆ ครับ

พลิกกลับมาดูที่ด้านหลัง เรายังเห็นดีไซน์กล้องที่เรียงกับลงมาในแนวตั้งอยู่ในกรอบเลนส์วงรีเหมือนกับรุ่นก่อนเป๊ะ แต่ด้วยความกว้างของตัวเครื่องที่มากขึ้นบวกกับบานพับที่ไม่ยื่นออกมาจนดูหนา ก็แอบให้ความรู้สึกถึงการอัปเกรดที่เพิ่มขึ้นอยู่หน่อย ๆ

แต่สิ่งที่เราปลื้มมาก ๆ ในรอบนี้คงเป็นสีสันของตัวเครื่องที่ Samsung เพิ่มสีใหม่อย่างสี Graygreen ที่เป็นโทนเทามาดนักธุรกิจหนุ่มสุดเพอร์เฟ็กและสี Beige โทนทองครีม ๆ ที่หรูหราเหมือนเครื่องประดับของสาว ๆ 2 สีนี้ให้อารมณ์ตัวเครื่องที่แตกต่างไปจากสีเงินและสีเขียวของรุ่นก่อนพอสมควรเลยทีเดียว ซึ่งเราว่าสี Beige คงจะโดนใจหลาย ๆ คนแน่นอน ดูสวยดูแพงมากจริง ๆ ครับ

ตัวกล้องรอบนี้ดูผ่าน ๆ ก็เหมือนจะเป็นชุดเดิม แต่จริง ๆ แล้วภายในมีการอัปเกรดใหม่ยกชุด กล้องหลักเป็นความละเอียด 50MP f/1.8 พร้อม OIS + กล้อง Ultra Wide 12MP f/2.2 + กล้อง Tele 3X 10MP f/2.4 พร้อม OIS อีก เอ…หลายคนกำลังคิดอยู่ว่าทำไมสเปคกล้องมันคุ้น ๆ ใช่ไหมล่ะครับ ใช่แล้วครับ! กล้องชุดนี้คือกล้องของ Galaxy S22 และ S22+ นั่นเอง เรียกว่าอัปเกรดกล้องขึ้นมาเป็นระดับเดียวกับ S Series แล้วนะปีนี้

ในเรื่องซอฟต์แวร์ภายในเป็นสิ่งที่เราชอบมาก ๆ เพราะรอบนี้ไม่ใช่แค่อัปเดตสเปคขึ้นมาเท่านั้น Samsung ยังร่วมพัฒนาซอฟต์แวร์กับ Google ใช้ Android 12L ที่ครอบทับด้วย One UI 4.1.1 ปรับแต่งมาสำหรับสมาร์ทโฟนจอพับที่มีหน้าจอขนาดใหญ่เมื่อกางออกโดยเฉพาะเลยด้วย ในเรื่องการทำงานต่อเนื่องระหว่างจอนอกและจอใน ทำได้ดีเหมือนเคย

แต่จุดที่รอบนี้ปรับมาให้เหมาะกับสาย Productivity มากขึ้นก็คือการเพิ่ม Taskbar เข้ามาเมื่อเปิดใช้งานแอปนั่นเองครับ อย่างเช่นเมื่อเราเปิดแอปใดแอปหนึ่งขึ้นมาแถบ Navigation Bar ด้านล่างก็จะโชว์ไอคอนแอปที่ใช้ประจำขึ้นมาทันที คล้ายกับบน Windows ที่เราสามารถปักหมุดแอปไว้ด้านล่างได้ ทำให้เราใช้งานได้คล่องตัวมากขึ้น ไม่ต้องออกหน้าโฮมเพื่อไปเปิดแอปอื่นต่อ เลือกไปจาก Taskbar ด้านล่างได้ทันที

หรือจะเลือกแอปจาก Taskbar ขึ้นมาแบ่งหน้าจอบนหน้าหลักก็ง่าย ๆ แค่แตะค้างแล้วลากขึ้นมาเลย ซึ่งเราสามารถแบ่งหน้าจอได้สูงสุดถึง 3 แอปเลยด้วย นี่เรียกว่าน้อง ๆ แท็บเล็ตแล้วล่ะครับ

สำหรับสเปคของ Galaxy Z Fold4 ก็อัปเกรดขึ้นมาจากรุ่นก่อนมาใช้ชิปเรือธง Snapdragon 8+ Gen 1 ขนาด 4nm แล้ว มี RAM เท่าเดิมคือ 12GB แต่ความจุมีให้เลือกมากขึ้นสูงสุดเป็น 1TB แล้วบนรุ่นนี้ ส่วนแบตเตอรี่ยังแอบเสียดายที่ให้มา 4400mAh เท่าเดิมและชาร์จไว 25W Super Fast Charging คงต้องรอดูตอนใช้งานจริงอีกทีว่าอึดขึ้นไหมเนาะ

สรุปสเปค Galaxy Z Fold4

  • หน้าจอนอก : Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.2” ความละเอียด HD+ (2316 x 904 พิกเซล) อัตราส่วน 23.1:9
  • หน้าจอใน : Dynamic AMOLED 2X ขนาด 7.6” ความละเอียด QWGA+ (2176 x 1812 พิกเซล) อัตราส่วน 21.6:18
  • Refresh rate: 120Hz
  • CPU : Snapdragon 8+ Gen 1 (4nm)
  • RAM : 12GB
  • ROM : 256GB/512GB/1TB
  • แบตเตอรี่ : 4400mAh
  • ระบบชาร์จ : 25W Super Fast Charge
  • กล้องหลัง : 3 ตัว
    • 50MP กล้องหลัก f/1.8, Dual Pixel AF พร้อม OIS
    • 12MP กล้อง Ultra Wide f/2.2 มุมกว้าง 123°
    • 10MP กล้อง Tele f/2.4 Optical Zoom 3x พร้อม OIS
  • กล้องหน้า (หน้าจอนอก) : 10MP f/2.2
  • กล้องหน้า (หน้าจอใน) : กล้องใต้หน้าจอ 4MP f/1.8
  • รองรับการเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac/6e, Bluetooth 5.2, NFC และพอร์ต USB Type-C
  • รองรับปากกา Stylus : S Pen
  • กันน้ำ : มาตรฐาน IPX8
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 12L (One UI 4.1.1)
  • สีสัน : Phantom Black, Graygreen, Beige

Galaxy Z Flip4

มาต่อกันที่ Galaxy Z Flip4 อีกหนึ่งสมาร์ทโฟนจอพับของ Samsung รอบนี้ก็ยังใช้ดีไซน์ที่คล้ายเดิมมาก ๆ เป็นรูปทรงตลับแป้งที่เมื่อพับเก็บจะมีขนาดที่พกพาได้ง่ายมาก มองภายนอกก็แทบไม่ต่างอีกนั่นแหละ แต่เมื่อสัมผัสก็รู้สึกได้เช่นกัน เพราะวัสดุและดีไซน์มีการปรับเปลี่ยนไปเล็กน้อยแต่ลงตัวขึ้นไปอีก

กระจกตัวเครื่องยังเป็นแบบ Two-Tone คือมีแถบสีดำพาดบริเวณกล้องและหน้าจอด้านนอก แต่กระจกที่เป็นสีเครื่องรอบนี้เปลี่ยนมาใช้แบบด้านแทนแล้วทำให้สัมผัสได้เนียนมือกว่าเดิม และไม่เก็บคราบรอยนิ้วมือเท่าไหร่ด้วยครับ

กรอบเครื่องก็ปรับให้ Flat ขึ้นชัดเจน ไม่โค้งเว้าเหมือนรุ่นก่อนแล้ว ทำให้เวลาถือแล้วมีความเต็มมือมากขึ้นด้วยครับ

ตัวบานพับของ Galaxy Z Flip4 ก็จะมีขนาดที่เล็กลงเช่นเดียวกับ Z Fold4 จึงทำให้รู้สึกว่าตัวเครื่องดูชิดขอบมากขึ้นไปอีกนิดด้วย ส่วนความคงทนของหน้าจอบนบานพับนี้ Samsung ยังเคลมว่าพับ-กางรวมกันได้มากกว่า 200,000 ครั้งเหมือนเดิม ซึ่งถือว่าทนทานดีมาก ๆ

หน้าจอด้านนอกหรือ Cover Screen รอบนี้ยังมีขนาดเท่าเดิมคือ 1.9″ แต่ Samsung เพิ่มความสามารถในการใช้งานแอปมากขึ้นไปอีก เช่น โทรศัพท์, ตอบกลับข้อความ, ควบคุมอุปกรณ์ IoT, ดูสภาพอากาศ, เปิด-ปิด Toggle หรือใช้งานเป็น ViewFinder สำหรับถ่ายรูปก็ยังได้ด้วยครับ

และรอบนี้การใช้กล้องหลังเป็นการเซลฟี่ก็เพิ่มตัวเลือกขึ้นมาอีกหน่อยคือเราสามารถใช้งานโหมด Portrait ได้แล้ว รวมถึงดูอัตราส่วนเต็มของภาพถ่ายได้ด้วยโดยการแตะที่หน้าจอ 3 ครั้ง ภาพที่ Preview ก็จะไม่ใช่การครอปตามสัดส่วนหน้าจออีกต่อไป ช่วยให้คนที่ชอบเซลฟี่หรือถ่ายคลิปเห็นรายละเอียดที่ครบถ้วนขึ้นจริง ๆ ตรงนี้เราชอบ

ไหน ๆ พูดถึงเรื่องกล้องแล้ว อัปเดตสเปคกล้องของ Galaxy Z Flip4 เพิ่มอีกสักหน่อยดีกว่า แม้ตามสเปคจะให้ความละเอียด 12MP + 12MP มาเหมือนเดิม แต่ถ้าดูกันจริง ๆ กล้องหลักของรุ่นนี้มีการอัปเกรดให้ดีขึ้น Samsung เคลมว่าสามารถเก็บแสงได้มากกว่าเดิมและถ่ายกลางคืนดีขึ้นอีกด้วย

คุยเรื่องภายนอกไปเยอะละ ได้เวลากางหน้าจอออกมาดูเต็ม ๆ สักที Galaxy Z Flip4 มาพร้อมหน้าจอหลัก Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.7″ ความละเอียด FHD+ (2640 x 1080 พิกเซล) ในอัตราส่วน 22:9 เท่าเดิม ในเรื่องการแสดงผลก็ยังสวยงาม แต่ความทนทานของกระจกเพิ่มขึ้นด้วย Ultra Thin Glass 2.0

ส่วนรอยพับตรงกลางจอ อันนี้บอกตรง ๆ ก็ยังมีให้เห็นแหละครับ ไม่ได้เนียนตาไปแบบไม่มีรอยเลย ความลื่นไหลได้ Refresh rate 120Hz มาเหมือนเดิม แต่รอบนี้อัปเกรดเป็นจอ LTPO แล้วคือสามารถปรับขึ้น-ลงจาก 1Hz – 120Hz ได้ด้วย น่าจะช่วยให้เรื่องแบตเตอรี่ดีขึ้นอีกแหละเนาะ

Flex mode ความเก่งกาจของซอฟต์แวร์ที่ยังคงถูกใจ บน Galaxy Z Flip4 ด้วยความที่มีหน้าจอพับได้ในแนวตั้งแบบนี้การจะแบ่งส่วนให้พื้นที่ด้านบนเป็นการแสดงผลและพื้นที่ด้านล่างวางนานเป็นตัวควบคุมก็ทำได้สบาย ๆ รอบนี้ Flex mode เก่งขึ้น รองรับแอปต่าง ๆ มากขึ้น ไม่ใช่แค่การดูหนัง ดู YouTube เหมือนรุ่นก่อน ๆ แล้ว

สำหรับสีสันในรอบนี้ปรับให้ซอฟต์ลงมีให้เลือก 4 สีหลักคือ สีม่วง Bora Purple, สีดำ Graphite, สีทอง Pink Gold และสีฟ้า Blue ทั้งหมดเป็นผิวแบบด้านทั้งหมด นอกจากนี้ Samsung ยังมีตัวเลือกให้ปรับแต่งสีเองได้ตามใจด้วย Bespoke Edition ที่เราสามารถปรับแต่งได้มากถึง 75 รูปแบบอีกด้วย

สเปคภายในทีอัปเกรดจัดเต็มด้วยชิป Snapdragon 8+ Gen 1 ตัวท็อป มาพร้อม RAM 8GB และความจุที่มีให้เลือกมากขึ้นสูงสุดเป็น 512GB แล้ว แต่จุดที่เพิ่มขึ้นและถูกใจแฟน ๆ ที่สุดคงหนีไม่พ้นแบตเตอรี่ รอบนี้เขยิบขึ้นจาก 3300mAh เป็น 3700mAh แล้ว น่าจะตอบโจทย์สายคอนเทนต์ที่ต้องใช้งานแบบหนัก ๆ พอดูเลย

สรุปสเปค Samsung Galaxy Z Flip4

  • หน้าจอนอก : Super AMOLED ขนาด 1.9” ความละเอียด 260 x 512 พิกเซล
  • หน้าจอใน : Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.7” ความละเอียด FHD+ (2640 x 1080 พิกเซล)
  • Refresh rate : 120Hz
  • CPU : Snapdragon 8+ Gen 1 (4nm)
  • RAM : 8GB
  • ROM : 128GB/256GB/512GB
  • แบตเตอรี่ : 3700mAh
  • ระบบชาร์จ : 25W Super Fast Charge
  • กล้องหลัง : 2 ตัว
    • 12MP กล้องหลัก f/1.8, Dual Pixel AF, OIS
    • 12MP กล้อง Ultra Wide f/2.2 มุมกว้าง 123°
  • กล้องหน้า : 10MP f/2.4
  • รองรับการเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac/6, Bluetooth 5.1, NFC และพอร์ต USB Type-C
  • กันน้ำ : มาตรฐาน IPX8
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 12 (One UI 4.1.1)
  • สีสัน : Bora Purple, Graphite, Pink Gold, Blue

โดยรวมก็ถือว่าเป็นสองสมาร์ทโฟนจอพับที่ปรับปรุงในจุดที่หลายคนติให้ดีขึ้นและลงตัวน่าใช้กว่าเดิมมาก ๆ สำหรับ Galaxy Z Fold4 และ Z Flip4 ในรอบนี้ แม้ดีไซน์จะไม่หวือหวาขึ้นมาก แต่เชื่อเถอะว่าถ้าได้ลองสัมผัสและจะรักหมดใจแน่นอนครับ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงพรีวิวแรกสัมผัสจากงานเปิดตัวเท่านั้นเนาะ สำหรับการใช้งานจริงจะดีขึ้นแค่ไหน ควรค่าแค่การเสียเงินรึเปล่า ไว้ได้เครื่องมาแล้วจะรีวิวให้ชมกันอีกทีครับ ส่วนรายละเอียดราคาและโปรโมชั่นการจองเรารวมไว้ให้หมดแล้วที่ด้านล่างนี้เลยครับ..

ราคา Galaxy Z Fold4

  • รุ่น RAM 12GB + ROM 256GB : 59,900 บาท
  • รุ่น RAM 12GB + ROM 512GB : 65,900 บาท
  • รุ่น RAM 12GB + ROM 1TB : 75,900 บาท

ราคา Galaxy Z Flip4

  • รุ่น RAM 8GB + ROM 128GB : 35,900 บาท
  • รุ่น RAM 8GB + ROM 256GB : 38,900 บาท
  • รุ่น RAM 8GB + ROM 512GB : 44,900 บาท

กำลังฮอต

Featured9 ชั่วโมง ago

รีวิว realme C65 น้องใหม่ดีไซน์หรู บอดี้บางเฉียบ 7.64 มม. | ชาร์จไว 45W Fast Charge | ได้รับรองคุณภาพยาวนาน 48 เดือนจาก TÜV SÜD!

รีวิว realme C65 สมา...

Featured6 วัน ago

รีวิว iQOO Z9 5G และ Z9x 5G ขุมพลังไร้ขีดจำกัด ด้วยแบต 6000mAh l ชิปเซ็ต Snapdragon l ขยาย RAM 12GB + 12GB

รีวิว iQOO Z9 5G และ...

Featured3 สัปดาห์ ago

รีวิว Redmi Note 13 Pro 5G สมาร์ทโฟนที่ใช้ขุมพลังตัวท็อป SD 7s Gen 2 พร้อมกล้องหลัง 200MP และชาร์จไว 67W 

รีวิว Redmi Note 13 ...

HUAWEI Band 9 ราคาเริ่มต้น 1,299 บาท HUAWEI Band 9 ราคาเริ่มต้น 1,299 บาท
Featured4 สัปดาห์ ago

5 ข้อควรรู้ก่อนเลือกซื้อสมาร์ทแบนด์ กับความครบเครื่องของ HUAWEI Band 9 สมาร์ทแบนด์ที่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ทุกรุ่น ดูแลสุขภาพยืนหนึ่งในราคาเริ่มต้น 1,299 บาท

ใครที่อยู่ในช่วงเริ่...

Apple News1 เดือน ago

AIS เปิดบริการ AIS Care+ with AppleCare Services รายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้ผู้ใช้อุ่นใจมากขึ้น สบายใจที่สุด

AIS คว้า AppleCare S...

IT News4 ชั่วโมง ago

AIS ZEED จับมือ Shopee เอาใจวัยทีน ต้อนรับ Back to School มอบโค้ดส่วนลดพิเศษไม่มีขั้นต่ำ ให้ช้อปไอเทมเด็ดกลับไปเรียนได้แบบจุใจ

AIS ZEED 5G ตอก...

IT News4 ชั่วโมง ago

vivo ส่ง vivo Y28 เสริมทัพสมาร์ตโฟน Y Series ฟีเจอร์อัดแน่น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ในราคาสุดคุ้ม

vivo แบรนด์สมาร์ตโฟน...

Smart Review7 ชั่วโมง ago

รีวิว vivo Y18 l Y28 สมาร์ตโฟน 2 รุ่นเล็ก แบตอึด 6000mAh l RAM 8GB + 8GB l ดีไซน์ทันสมัย

รีวิว vivo Y18 และ v...

realme C65 realme C65
News7 ชั่วโมง ago

เปิดตัว realme C65 ในไทย ราคา 6,499 บาท และ realme Buds T110 ราคา 899 บาท

“realme C65” เปิดประ...

Android News9 ชั่วโมง ago

ตามมาติดๆ ! OPPO Reno12 Pro ผ่านรับรองแล้วจาก TENAA ในจีน เปิดสเปคหลักเพียบ และรอเปิดตัวทางการ 23 พ.ค. นี้

เราได้เห็นภาพทีเซอร์...

Advertisement

Copyright © 2012 iphone-droid.net.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ ดูเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และจัดการได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึก