ติดตามพวกเรา

IT News

Foxconn ได้รับคำสั่งจาก Huawei ให้ผลิตสมาร์ทโฟน 5G มากกว่า 50 ล้านเครื่องในปี 2020!

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

เรียกว่าปัญหาการแบนจากสหรัฐฯ แทบไม่ส่งผลอะไรต่อการผลิตสมาร์ทโฟนของ Huawei จริงๆ หลังจากที่ยอดขายในประเทศจีนบ้านเกิดก็ยังทำผลงานได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ ล่าสุด ในรายงานว่า Huawei ได้ให้ Foxconn เตรียมผลิตสมาร์ทโฟน 5G มากกว่า 50 ล้านเครื่องในปี 2020 แล้ว

ตัวเลขของ Huawei ที่มากขนาดนี้นั้นสวนทางกับตลาดสมาร์ทโฟนที่ซบเซาในช่วงไตรมาส 3 ปี 2019 ที่ผ่านมา ซึ่ง Huawei แทบจะเป็นแบรนด์เดียวที่มีตัวเลขยอดขายสูงขึ้น และมากที่สุดจากแบรนด์สมาร์ทโฟน 5 อันดับแรกของโลก

อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องมาดูกันว่านอกเหนือจากยอดขายในประเทศจีนที่สูงแล้ว หากยังไม่มี Google Mobile Services (GMS) ต่อไป จะส่งผลในระยะยาวถึงปีหน้ากับตลาดประเทศอื่นๆ ด้วยหรือไม่

ที่มา : 1, 2

IT News

เปิดตัว RedmiBook 13 มาพร้อมขอบสุดบาง, น้ำหนักเบา 1.23 กิโลกรัม, SSD 512GB และ CPU Intel Gen 10 เริ่มต้นราว 18,000 บาท

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

เปิดตัวเคียงข้างกับ Redmi K30 / K30 5G ด้วยเหมือนกับสำหรับโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ RedmiBook 13 มามีดีไซน์บางเฉียบพร้อมหน่วยประมวลผลจาก Intel รุ่นใหม่

RedmiBook 13 มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผล IPS ขนาด 13.3 นิ้ว ความละเอียด FHD มีขอบหน้าจอที่บางมากๆ แถมมีน้ำหนักเบาเพียง 1.23 กิโลกรัม ภายในใช้หน่วยประมวลผล Intel i5-10210U หรือ i7-10510U ควบคู่กับ RAM 8GB DDR4 และ SSD 512GB โดยทั้งตัว i5 และ i7 ยังใช้ GPU Nvidia GeForce MX250 GPU มี RAM 2GB GDDR5 อย่างไรก็ตาม ในตัว i5 ก็ยังเลือกแบบการ์ดจอออนบอดร์ดได้เหมือนกัน

พอร์ตอื่นๆ จะมีทั้ง USB 3.1, HDMI, ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. และพอร์ตชาร์จ โดยแบตเตอรี่มีให้ 40Whr รองรับ 1C fast charging และสามารถอยู่ได้นานสูงสุด 11 ชั่วโมง

ส่วนซอฟต์แวร์แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 ที่ติดตั้ง Office Student edition มาไว้ให้เลย ทั้งยังสามารถเชขื่อมต่อและส่งข้อมูลได้ง่ายๆ กับสมาร์ทโฟนหรือโน๊ตบุ๊คของ Xiaomi หรือ Redmi

ด้านราคา RedmiBook 13 มีดังนี้

  • Core i5 + 8GB RAM + 512GB SSD + MX250 (Set Display Edition) : 4,199 หยวน (ประมาณ 18,000 บาท)
  • Core i5 + 8GB RAM + 512GB SSD + MX250: 4,499 yuan (ประมาณ 19,000 บาท)
  • Core i7 + 8GB RAM + 512GB SSD + MX250: 5,199 yuan (ประมาณ 22,000 บาท)

โดยจะเริ่งวางจำน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ที่ประเทศจีน

ที่มา : GSMArena

อ่านต่อ...

IT News

OPPO จัดงาน OPPO INNO DAY 2019 เผยวางแผนลงทุนในการวิจัยและพัฒนามูลค่า 7 พันล้านเหรียญสหรัฐ และจัดแสดงอุปกรณ์ นาฬิกาอัจฉริยะ, หูฟังอัจฉริยะ, 5G CPE, แว่นตา AR ภายในงาน

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

  •  OPPO วางแผนลงทุน 5 หมื่นล้านหยวน (7 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ในการวิจัยและพัฒนาในอีกสามปีข้างหน้าเพื่อสร้างความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี
  • OPPO มุ่งมั่นสร้างรูปแบบเทคโนโลยีแบบครบวงจรเพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงคุณค่าที่ลูกค้าจะได้รับจากการซื้อสินค้า
  • สินค้าใหม่ อาทิ นาฬิกาอัจฉริยะ, หูฟังไร้สายอัจฉริยะ และผลิตภัณฑ์ 5G CPE ที่จะเปิดตัวในไตรมาสแรกของปี 2563

OPPO จัดงาน OPPO INNO DAY 2019 ณ เซินเจิ้นภายใต้แนวคิด Create Beyond Boundaries เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกและความคิดริเริ่มสำหรับยุคของการเชื่อมต่ออัจฉริยะ โดยภายในงาน OPPO ยังจัดแสดงอุปกรณ์อัจฉริยะหลากหลายอย่าง อาทิ นาฬิกาอัจฉริยะ, หูฟังอัจฉริยะ, 5G CPE, แว่นตา AR พร้อมกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่สำคัญในด้านต่างๆ เช่น Flash Charging, 5G, การถ่ายภาพ และการเพิ่มประสิทธิภาพของซอฟต์แวร์

ภายในงานยังอธิบายถึงอนาคตของเทคโนโลยีด้วยแพลตฟอร์มเพื่อผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม คู่ค้า และผู้นำหลัก โดยคุณ Tony Chen Founder and CEO, OPPO กล่าวว่า “เนื่องจากการใช้ 5G และ AI เพิ่มมากขึ้น ทำให้การเชื่อมต่ออัจฉริยะอยู่ใกล้แค่เอื้อม โดยเราเชื่อว่าแนวคิดของการเชื่อมต่อจะเป็นเพียงพื้นฐาน แต่การบูรณาการและการหลอมรวมกันกับสิ่งต่างๆ ต่างหากที่จะเป็นอนาคต ซึ่งแนวคิดของการเชื่อมต่ออัจฉริยะ ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 4 ส่วน ได้แก่ การหลอมรวมกันของเทคโนโลยีและการบริการ, การหลอมรวมกันขององค์กร, การหลอมรวมกันของวัฒนธรรม และการหลอมรวมกันของเทคโนโลยี ศิลปะ และมนุษยศาสตร์
คุณ Chen ยังกล่าวอีกว่า “OPPO เป็นมากกว่าผู้ผลิตโทรศัพท์แล้วตั้งแต่ต้น โดยในความเป็นจริงสมาร์ทโฟนนั้นเป็นเพียงช่องทางสำหรับ OPPO ในการส่งมอบบริการด้านเทคโนโลยีที่หลากหลาย ซึ่งสำหรับ OPPO หรือแม้กระทั่งทั้งหมดของอุตสาหกรรมนี้ ไม่มีบริษัทใดมุ่งความสนใจไปที่สมาร์ทโฟนเพียงอย่างเดียว”

กลยุทธ์หลัก 3 ประการสำหรับยุคของการเชื่อมต่ออัจฉริยะ
คุณ Chen ประกาศงบประมาณในการวิจัยและพัฒนาในอีก 3 ปีข้างหน้า จำนวน 5 หมื่นล้านหยวน (ประมาณ 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีหลักด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และระบบ รวมทั้ง 5G/6G, AI, AR, Big data และ เทคโนโลยีหลักอื่นๆ

 

คุณ Tony Chen กล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับอนาคตของการเชื่อมต่ออัจฉริยะ

นอกจากนี้ เพื่อคว้าโอกาสในด้าน 5G OPPO จึงวางแผนในการใช้กลยุทธ์หลัก 3 ประการ โดยประการแรก บริษัทจะยังคงมุ่งมั่นในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีหลักเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีในระดับโลก ประการที่สอง OPPO จะสร้าง Multi-portal ecosystem ของอุปกรณ์อัจฉริยะที่มีสมาร์ทโฟนทำหน้าที่เป็นช่องทางหลัก และประการสุดท้าย OPPO จะยังคงคิดทบทวนการบริการที่มอบให้แก่ผู้ใช้และพัฒนาการบริการให้ดีที่สุด

การสร้างระบบเทคโนโลยีแบบครบวงจรเพื่อเพิ่มประสบการณ์ 5G ที่ดื่มด่ำและเป็นเอกลักษณ์ คุณ Levin Liu, OPPO Vice President และ Head of OPPO Research Institute กล่าวว่า “ในการเผชิญกับยุคใหม่อย่าง 5G OPPO จะมุ่งสู่นวัตกรรม 2.0 ซึ่งจะขับเคลื่อนโดย ‘เทคโนโลยีแนวหน้า’ และความคุ้มค่าสำหรับผู้ใช้” คุณ Liu ยังเน้นย้ำอีกว่า “เมื่อความสำคัญของการรวมกันระหว่างเทคโนโลยีและบริการกลายเป็นสิ่งจำเป็น OPPO จึงกำลังสร้างแบบจำลองเทคโนโลยีแบบครบวงจรที่ครอบคลุมทั้ง 5 ด้าน คือ อุปกรณ์ ข้อมูล คอมพิวเตอร์ บริการ และสถานการณ์ โดย OPPO จะปฏิบัติตามแผนงาน ‘three circle scenarios’ ซึ่งครอบคลุมสถานการณ์ส่วนบุคคล ภาพจำลองแนวตั้ง และสถานการณ์โดยรวม เพื่อวางแผนการจัดไลน์สินค้าในอนาคต”
คุณ Liu กล่าวเพิ่มเติมว่า OPPO ยังวางแผนที่จะเปิดตัว นาฬิกาอัจฉริยะ หูฟังไร้สายอัจฉริยะ และ 5G CPE ในไตรมาสที่ 1 ปี 2563 อีกด้วย

 

 


Levin Liu กล่าวถึงการหลอมรวมกันของเทคโนโลยี การปฏิบัติงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ เพื่อการตระหนักถึงยุคการเชื่อมต่ออัจฉริยะ

ภายในงาน OPPO และ IHS Markit ผู้ให้บริการข้อมูลชั้นนำระดับโลก ร่วมกันออกเอกสาร Whitepaper นามว่า “การเชื่อมต่ออัจฉริยะ: เปิดโอกาสในการแสดงพลังของ 5G, AI และ Cloud” โดยแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มและโอกาสของอุตสาหกรรมในยุคของการเชื่อมต่ออัจฉริยะที่ขับเคลื่อนโดย 5G โดยใน Whitepaper ได้ให้คำแนะนำและแนวทางสำหรับการพัฒนาของ Ecosystem ที่หลอมรวมกันและอัจฉริยะ ในอนาคต

นอกจากนี้ OPPO ยังเป็นเจ้าภาพการประชุมในหัวข้อ “Future Integration in the 5G World” ที่มีผู้เชี่ยวชาญชั้นนำมารวมตัวกัน นำโดยคุณ Henry Tang OPPO Chief 5G Scientist หรือที่รู้จักกันดีในฐานะนักเขียนด้านการเงินและผู้ก่อตั้ง Hangzhou Bajiuling Cultural Creativity Co., Ltd พร้อมคุณ Wu Xiaobo, Lanshizi Financial Publishing Center, คุณ Tom Morrod IHS Markit Executive Director, คุณ Qing Wei Microsoft (China) National Technology Officer, คุณ Chen Baoquan Endowed Boya Professor of Peking University and Executive Director of Center on Frontiers of Computing Studies และคุณ Sheng Wu Founder of Context Lab มาร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการเชื่อมต่ออัจฉริยะที่ขับเคลื่อนโดย 5G

นอกจากนี้ยังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการเจาะข้อมูลเชิงลึกที่เกิดจากแนวโน้มของการเชื่อมต่ออัจฉริยะและสรุปขั้นตอนการพัฒนา รวมถึงแผนงานด้านเทคโนโลยีอีกด้วย ซึ่ง OPPO มุ่งมั่นในการพัฒนาโดยมุ่งเน้นไปที่นวัตกรรมเทคโนโลยีพื้นฐาน โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ การผลักดันการพัฒนาธุรกิจสมาร์ทโฟนในระยะยาว เพื่อมอบประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีที่ครอบคลุมและเป็นเอกลักษณ์ให้กับผู้ใช้ โดยในการประชุม Chen กล่าวว่า OPPO จะยังคงยึดมั่นในคุณค่าหลักของบริษัทอย่าง “Benfen” ในขณะที่ทำงานร่วมกับพันธมิตรทั่วทั้งอุตสาหกรรม โดยทำงานอย่างเปิดเผยและเป็นประโยชน์ร่วมกันเพื่ออนาคตของการเชื่อมต่ออัจฉริยะ

อ่านต่อ...

IT News

อาร์ทีบีฯ จับมือ คอมเซเว่น ส่ง “Master & Dynamic” แบรนด์เครื่องเสียงจากนิวยอร์กลุยตลาด 3 รุ่น

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด จับมือ คอมเซเว่น เร่งเครื่องตลาดหูฟังไฮเอนด์เต็มกำลัง ด้วยการส่งหูฟังแบรนด์ดังสัญชาติอเมริกา “Master & Dynamic” (มาสเตอร์ แอนด์ ไดนามิก) ลุยตลาดรับปลายปีพร้อมกันถึง รุ่น ได้แก่ Master & Dynamic MW65, Master & Dynamic MW07 PLUS, Master & Dynamic MW07 GO และ Master & Dynamic MW65 ที่มีรุ่นพิเศษร่วมกับนักบาสอันดับ 1 ของโลก Kevin Durant และกระเป๋าแบรนด์ชั้นนำ Zero Halliburton เพื่อเอาใจกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบเสียงเพลงคุณภาพสูงและดีไซน์ล้ำไม่ซ้ำใครที่นับวันขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยหูฟังทั้ง 3 รุ่นมาการดีไซน์ที่พิถีพิถันด้วยวัสดุชั้นเยี่ยมตามแบบฉบับของ Master & Dynamic รวมถึงเทคโนโลยีด้านเสียงสุดล้ำเพื่อถ่ายทอดรายละเอียดของเสียงดนตรีอย่างเต็มอรรถรสยิ่งกว่าเดิม พร้อมมั่นใจความร่วมมือกันครั้งนี้จะดันยอดขายหูฟัง Master & Dynamic เติบโตเพิ่มขึ้น และทำให้อาร์ทีบีครองแชมป์หูฟังพรีเมี่ยมอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผลประกอบการทั้งปี คาดยอดขายรวมเติบโตไม่ต่ำกว่า 25% จากปี 2561 ที่ผ่านมา

ดร.บรรพต วัฒนสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด เปิดเผยว่า จากความสำเร็จในการร่วมกับ คอมเซเว่น  ทำตลาดหูฟังไฮเอนด์หลายปีที่ผ่านมา ทำให้อาร์ทีบีเข้าถึงลูกค้ากลุ่มนี้ได้ครอบคลุมทุกพื้นที่มากขึ้น ดังนั้น ปีนี้ อาร์ทีบี จึงร่วมมือกับ ร้าน BB Beyond D-Box ของบริษัท คอมเซเว่นฯ ซึ่งเน้นสินค้านวัตกรรม ที่มีความทันสมัย และเจาะกลุ่มตลาดพรีเมียม เปิดตัวหูฟังไฮเอนด์แบรนด์ดังอย่าง Master & Dynamic รุ่นใหม่ล่าสุดบุกตลาด เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดหูฟังไฮเอนด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจยังคงชะลอตัว แต่ด้วยไลฟ์สไตล์และความคาดหวังของนักฟังเพลงรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงไป โดยมองหาและต้องการหูฟังที่มีคุณภาพสูงเพื่อยกระดับการฟังเพลงอย่างเต็มอรรถรสยิ่งขึ้น จึงส่งผลให้ตลาดหูฟังกลุ่มนี้เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดหูฟัง True Wireless เป็นตลาดที่เติบโดขึ้นหลายเท่าตัว โดยในปี 2561 ที่ผ่านมา ภาพรวมตลาดหูฟังไฮเอนด์ของบริษัทฯ มีการเติบโตประมาณ 15%  และปีนี้คาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้น  25% พร้อมมั่นใจว่า การที่อาร์ทีบี ผนึกกำลังเป็นพันธมิตรกับคอมเซเว่น ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำที่ดำเนินธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอที & Gadget ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคมายาวนาน ทั้งในด้านคุณภาพและมีสาขาอยู่ทั่วประเทศ จะช่วยขยายตลาดหูฟังไฮเอนด์ และทำให้แบรนด์ Master & Dynamic เติบโตยิ่งขึ้น

คุณวิมลมาลย์ วัฒนสมบัติ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า “การเปิดตัวหูฟังไฮเอนด์ Master & Dynamic ในครั้งนี้ เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าของแบรนด์ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้น โดยสินค้าใหม่ทั้ง 3 รุ่นนี้ จะทำให้เราครอบคลุมกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้นกว่าเดิม เราจึงตั้งใจเดินหน้าเต็มที่สำหรับการทำการตลาดอย่างเต็มที่กับแบรนด์ Master & Dynamic โดยสินค้าทั้ง 3 รุ่นใหม่ เป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูงทั้งในแง่ เสียง วัสดุที่ใช้ รวมถึงการออกแบบที่ดีเยี่ยม จึงทำให้เราอยากเดินหน้า ผลักดันสินค้า Master & Dynamic ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสกับสินค้าคุณภาพชั้นเยี่ยมของเราอย่างเต็มที่ นอกจากนั้น ตัว MW65 รุ่น Limited Edition ก็จะยิ่งส่งเสริมให้แบรนด์มีความโดดเด่น น่าสนใจอีกด้วย”

สำหรับ Master & Dynamic MW65 เป็นหูฟังไร้สายแบบครอบหูที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancellation (ANC) แบบ Hybrid (Feed-Forward และ Feed-Back) เพื่อให้คนรักเสียงเพลงได้ดื่มด่ำไปกับการฟังเสียงดนตรีอย่างชัดเจนเต็มอรรถรสยิ่งกว่าเดิม แม้จะอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีเสียงรบกวนรอบด้าน ทั้งยังให้ประสิทธิภาพการขับเสียงชั้นเยี่ยมจากไดร์เวอร์แบรีลเลียม (Beryllium) ขนาด 40 มม. ซึ่งเป็นไดรเวอร์ประเภทเดียวกับหูฟังระดับสูง จึงช่วยให้ถ่ายทอดรายละเอียดเสียงคมชัดและเป็นธรรมชาติ รวมถึงไมโครโฟนแบบ Beamforming Noise Reduction ซึ่งจะช่วยกรองเสียงรบกวนหรือสิ่งแวดล้อมจากภายนอกให้เบาลง เพื่อความสะดวกในการสนทนาโทรศัพท์ และ การใช้คำสั่งเสียงอย่าง Google Assistant ได้อย่างแม่นยำ ยิ่งไปกว่านั้น ตัวหูฟังยังได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันด้วยวัสดุพรีเมี่ยม ทั้งอโนไดซ์อลูมิเนียมเคลือบอย่างดี หุ้มด้วยหนังวัวแท้ Havvy-Grain เพื่อเพิ่มความทนทาน และ Ear Pads ทำจากหนังแกะแท้ โดยภายในเป็นเมมโมรี่โฟม ทำให้ทนทาน น้ำหนักเบา และนุ่มสบายเวลาสวมใส่อย่างมาก นอกจากนี้ ยังรองรับ aptX และ SBC ซึ่งช่วยให้การเชื่อมต่อหูฟังได้ดีเยี่ยมไม่สะดุด โดยแบตเตอรี่สามารถรองรับการใช้งานได้ต่อเนื่องนานถึง 18 ชั่วโมง มีให้เลือก สี ดำ เทา น้ำตาล ในราคา 19,900 บาท

โดยในรุ่น MW65 นี้ จะมีคอลเล็คชันพิเศษที่ทำร่วมกับกระเป๋า Zero Halliburton ผู้ผลิตกระเป๋าที่มีความทนทานสูงสุด ซึ่งส่งไปเก็บตัวอย่างหินบนดวงจันทร์ กับยาน Apollo มาแล้ว จำหน่ายเพียง 40 ตัวในประเทศไทยเท่านั้น โดย 20 ตัวใน 40 ตัวนี้ จะมาพร้อมลายเซ็นต์ Kevin Durant นักบาสเก็ตบอล อันดับ 1 ของโลก อีกด้วย พบกับ MW65 Zero Halliburton ได้เฉพาะที่ร้าน BB-Beyond D-Box, Studio7 และ Dilok Basketball Store เท่านั้น ราคา 33,900 บาท และมีสีขาว(Kevin Durant) น้ำตาล และดำ

ส่วน Master & Dynamic MW07 PLUS เป็นหูฟังไร้สาย In-Ear แบบ Truly Wireless ที่เพิ่มฟังก์ชันของ Active Noise Cancelation ต่อยอดมาจากหูฟัง Truly Wireless รุ่นแรกอย่าง MW07 และที่สำคัญ แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานกว่ากว่าเดิมถึง 3 เท่า ทำให้คอเพลงสามารถฟังเสียงดนตรีได้ยาวนานต่อเนื่อง 10 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และสามารถชาร์จได้อีก 3 ครั้งเมื่อเก็บลงในกล่องเคส รวมเวลาการใช้งานทั้งหมด 40 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับอรรถรสของการฟังเพลงที่มีประสิทธิภาพมากสูงสุด โดยความพิเศษของหูฟังรุ่นนี้อยู่ที่การเลือกใช้วัสดุอย่างพิถีพิถันคุณภาพระดับพรีเมี่ยมด้วยวัสดุทำมือจาก Acetate จึงทำให้ลวดลายบนหูฟังทั้งสองข้างมีความประณีต สวยงามหรูหรา และที่สำคัญคือ ทุกตัวจะมีลวดลายที่ต่างกัน เป็นหนึ่งเดียวในโลกเท่านั้น ทั้งยังทนทานและน้ำหนักเบาอีกด้วย โดยตัวหูฟังจัดเก็บในกล่องชาร์จสแตนเลสที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากนี้ ยังมาพร้อมไดรเวอร์แบรีลเลียม (Beryllium) ขนาด 10 ม.ม. ทำให้ถ่ายทอดเสียงดนตรีได้อย่างคมชัดและเป็นธรรมชาติ พร้อมทั้งอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีเสียงชั้นยอดที่ปรับปรุงขึ้นใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Ambient Listening Mode และระบบตัดเสียงรบกวน Active Noise-Cancelling ทำให้คุณสามารถจะเพลิดเพลินไปกับการฟังเพลงได้ดั่งใจตามต้องการในทุกที่ทุกเวลา พร้อมรองรับการเชื่อมต่อบลูทูธ 5.0 ที่จะช่วยให้การเชื่อมต่อทำได้รวดเร็วและส่งสัญญาณได้ไกลถึง 30 เมตร รวมถึงมีซิลิโคน Fit Wings ให้เลือก 2 ขนาด ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่คิดค้นขึ้นมาเองเพื่อให้ตัวหูฟังแน่นกระชับแต่รู้สึกเบาสบายกับรูหูสูงสุด โดยมีทั้งหมด 4 สี ได้แก่ BLACK QUARTZ, STEEL BLUE, WHITE MARBLE, TORTOISE SHELLพร้อมวางจำหน่ายในราคา 12,900 บาท

 

ขณะที่ Master & Dynamic MW07 GO เป็นหูฟังไร้สาย In-Ear แบบ Truly Wireless ที่ได้รับการพัฒนาจากความสำเร็จของหูฟังรุ่นยอดนิยม MW07 เช่นกัน โดยในครั้งนี้มาพร้อมสีสันใหม่เพื่อมอบประสบการณ์ฟังเพลงอย่างมีสไตล์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยการใช้วัสดุ TR90 ซึ่งเป็นวัสดุที่นิยมใช้ในการประกอบแว่นตา Sport ระดับมืออาชีพ ทำให้หูฟังมีความแข็งแรง ทนทาน และน้ำหนักเบาเพียง 7.4 กรัมเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมไดร์เวอร์แบรีลเลียม (Beryllium) ขนาด 10 มม. ทำให้การถ่ายทอดรายละเอียดเสียงได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งคมชัดสมจริงและเป็นธรรมชาติ ทั้งยังรองรับเทคโนโลยีป้องกันเหงื่อและความชื้นตาม Studio 7มาตรฐาน IPX6  รวมถึงมีซิลิโคน Fit Wings ให้เลือก 2 ขนาด แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 10 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และสามารถชาร์จเพิ่มได้อีก 12 ชั่วโมงจากตลับชาร์จหุ้มด้วยผ้าเกรดพรีเมียม Technical Knit ที่ใช้กับสินค้าไฮเอนด์ โดยจะมีความทนทาน และระบายอากาศได้ดี นอกจากนี้หูฟังยังรองรับการเชื่อมต่อบลูทูธ 5.0 ช่วยให้การเชื่อมต่อทำได้รวดเร็วและส่งสัญญาณได้ไกลสูงสุดถึง 30 เมตร  โดยมีทั้งหมด 4 สี คือ JET BLACK, STONE GREY, FLAME RED, ELECTRIC BLUE พร้อมวางจำหน่ายในราคา 7,990 บาท

ด้าน นางสาวณัฐนันท์ กีรติกรยศนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานบริหารผลิตภัณฑ์และการตลาด บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า “สำหรับร้าน BB Beyond D-Box นั้น เรามุ่งเน้นที่จะคัดสรร สินค้าระดับคุณภาพ ที่มีทั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัย และตอบสนองผู้บริโภคระดับไฮเอนด์ได้อย่างดีเยี่ยม โดยการจับมือกับบริษัทอาร์ ที บีฯ ในการเปิดตัวสินค้าพรีเมียมอย่าง Master & Dynamic ถือเป็นการตอกย้ำเป้าหมายของร้าน โดยในปี 2563 นี้ เราก็จะขยายสาขาของร้าน BB Beyond D-Box เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มนี้ให้มากขึ้นอีกด้วย”

สำหรับผู้สนใจสามารถหาซื้อและสัมผัสประสบการณ์ฟังเพลงคุณภาพที่มาพร้อมสีสันและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของหูฟังทั้ง รุ่นใหม่จากแบรนด์ “Master & Dynamic” ได้แล้ววันนี้ที่ BB Beyond D-Box เมกาบางนา, Studio7, iStudio by CPW, iSutdio by SPVi, มั่นคงแก็ดเจ็ท, King Power, Siam Discovery, Power Mall, BKK Audio, Pro Pligin, Soundproof Brothers, Mercular, 425 Degree, HIS, Lazada, Shopee และ We Mall หรือสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทาง www.rtbtechnology.com

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

Featured5 วัน ที่แล้ว

รีวิว nuraphone หูฟัง Bluetooth ดีไซน์โดดเด่น สุดล้ำเรียนรู้และปรับเสียงให้เหมาะกับการได้ยินโดยอัตโนมัติ

มีหูฟังที่เรียกได้ว่...

Featured1 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme 5s สมาร์ทโฟนตัวกลาง สเปคสุดคุ้ม จอกว้าง 6.5 นิ้ว, แบต 5000mAh และกล้อง 48MP

realme 5s สมาร์ทโฟนร...

OPPO A9 2020 New Vanilla Mint OPPO A9 2020 New Vanilla Mint
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

OPPO A9 2020 สีใหม่ Vanilla Mint แรงบันดาลใจสีสันจากธรรมชาติ พร้อมให้ทุกคนได้สัมผัสแล้ววันนี้

OPPO A9 2020 สีใหม่ ...

Featured3 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว realme X2 Pro แรงเต็มขั้น พลังเรือธงรุ่นแรกของแบรนด์ จัดเต็มด้วยหน้าจอ Refresh Rate 90Hz, CPU S855+, ลำโพงคู่ และรองรับ SuperVOOC 50W

รีวิว realme X2 Pro ...

Featured3 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Vivo S1 Pro ดีไซน์สุดล้ำในสไตล์ที่เป็นคุณ ด้วยกล้องทรงเพชรสุดสวย 4 เลนส์อัจฉริยะ และแบตพันธ์อึด 4500mAh ชาร์จเร็ว 18W

Vivo S1 Pro สมาร์ตโฟ...

Advertisement

ข่าวใหม่วันนี้

Android News16 ชั่วโมง ที่แล้ว

พรีวิว HONOR 9X สมาร์ทโฟนตัวกลางพลังแรง จอใหญ่ไร้ติ่ง 6.59 นิ้ว มีกล้องหลัง 3 เลนส์ คู่กล้องหน้า Pop-Up ในราคาที่เอื้อมถึง

เปิดตัวอย่างเป็นทางก...

Android News21 ชั่วโมง ที่แล้ว

HMD Global ปล่อยอัปเดท Android 10 ให้ Nokia 7.1 ส่วน 7.2 กำลังตามมาในเร็วๆ นี้

HMD Global ได้ปล่อยอ...

IT News22 ชั่วโมง ที่แล้ว

เปิดตัว RedmiBook 13 มาพร้อมขอบสุดบาง, น้ำหนักเบา 1.23 กิโลกรัม, SSD 512GB และ CPU Intel Gen 10 เริ่มต้นราว 18,000 บาท

เปิดตัวเคียงข้างกับ ...

Apple News22 ชั่วโมง ที่แล้ว

ดาวน์โหลด iOS 13.3 และ iPadOS 13.3 ไฟล์ ipsw ลิงก์ตรงโหลดแรงจากแอปเปิล

แอปเปิลออกอัปเดท iOS...

Apple News23 ชั่วโมง ที่แล้ว

เปิดราคาไทยอย่างเป็นทางการของ Mac Pro และ Pro Display XDR จาก Apple เตรียมเปิดอย่างน้อยๆ 150,000 บาท

เปิดราคาไทยออกมาเป็น...

กำลังมาแรง