ติดตามพวกเรา

ข่าวประชาสัมพันธ์

ต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสด้วยสุขภาพและความสุขผ่านอุปกรณ์ฟิตบิท

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

เทศกาลคริสต์มาสเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาแห่งการสังสรรค์ที่ทุกคนรอคอย ไม่ว่าจะเป็นการนัดรวมตัวของสมาชิกในครอบครัว ดินเนอร์กับเพื่อนบ้าน หรือปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ส่งผลให้หลายคนละเลยดูแลเรื่องสุขภาพและร่างกายไป ขาดการออกกำลังกาย เพลิดเพลินไปกับอาหารอร่อยๆ หรือขาดการนอนหลับที่เพียงพอต่อเนื่องจากกิจกรรมในช่วงเวลาแห่งความสุขนี้ การเลือกสรรค์ของขวัญที่ทำให้คนที่คุณรักมีความสุขและมีสุขภาพแข็งแรงตลอดปีจึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม

Fitbit promotion

สำหรับใครที่กำลังมองหาของขวัญที่ทั้งทันสมัยและพิถีพิถันใส่ใจเรื่องสุขภาพ ก็คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการมอบสมาร์ทวอทช์และฟิตเนสแทรคเกอร์ เพื่อให้คนที่คุณรักแข็งแรง แอ็คทีฟ และช่วยควบคุมน้ำหนักไปในตัว ซึ่งฟิตบิทมีตัวเลือกสุดอินโนเวทีฟมากมายสำหรับไลฟ์สไตล์หลากหลาย ตั้งแต่สมาร์ทวอทช์ใหม่สุดพรีเมียม Fitbit Versa 2 หรือ ฟิตเนสแทรคเกอร์ราคาจับต้องง่ายเหมาะกับชีวิตประจำวันอย่าง Fitbit Inspire HR และอีกหนึ่งในแทรคเกอร์สุดแอดวานซ์อย่าง Fitbit Charge 3

นอกจากนี้ด้วยการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของฟิตบิท ที่ล่าสุดได้อัพเกรดโอเอส 4.1 เพิ่มฟังค์ชั่นใหม่ๆ ในโหมดการแสดงผลแบบ Always-on บน Versa 2 รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการนอนด้วยระบบปลุกอัจฉริยะ Smart Wake และการตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา

เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี 2019 ฟิตบิทได้จัดโปรโมชันพิเศษตั้งแต่วันที่ 9 – 27 ธันวาคม 2562 พร้อมส่งต่อกิ้ฟไกด์ที่จะทำให้การเลือกซื้อของขวัญคริสมาสต์ของคุณง่ายขึ้น:

Fitbit promotion

Fitbit Versa 2

สมาร์ทวอทช์ใหม่สุดพรีเมียมเพื่อการแทร็คสุขภาพและฟิตเนส

ราคา 7,999 บาท และ 8,990 บาทสำหรับ Special Edition

ส่งต่อความพิเศษของเทศกาลคริสต์มาสด้วย all-in-one สมาร์ทวอทช์สุดพรีเมียม ที่มาพร้อมหน้าจอแบบ AMOLED และความสามารถในการเลือกใช้งานระบบ always-on และในฟิตบิทโอเอส 4.1 ใหม่ล่าสุดนี้ยังเพิ่มให้ Versa 2 เป็นหนึ่งในสมาร์ทวอทช์ที่พรีเมียมที่สุด

เหนื่อยจากการกดปุ่ม Snooze นาฬิกาปลุกทุกวันไหม? หนึ่งในฟีเจอร์ใหม่ของ Fitbit Versa 2 ‘Smart Wake’ จะช่วยให้คุณตื่นนอนด้วยระบบสั่น โดยจะปลุกจากการตั้งค่าและจะเว้นช่วงครั้งละ 30 นาที เพื่อให้ผู้ใช้สามารถตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น

อยากจะแทรคและดูแลการออกกำลังกายและการนอนให้แม่นยำมากขึ้น? โอเอส 4.1 ใหม่ล่าสุดช่วยพัฒนาระบบการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ PurePulse® 24/7 โดยใช้เทคโนโลยีสุดล้ำในการตรวจสอบการเต้นของหัวใจเฉพาะบุคคล

อยากจะมีลุคใหม่ในทุกๆวัน? ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ด้วยการเปลี่ยนสายข้อมือที่มีให้เลือกหลากหลายสไตล์ แต่โอเอส 4.1 ยังมีหน้าจอนาฬิกาให้เปลี่ยนได้ถึง 5 แบบ ทำให้การใส่สมาร์ทวอทช์ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

ชื่นชอบความสะดวกสบายแบบไม่ต้องพกเงินสด? เราขอแนะนำให้เพิ่มกระเป๋าสตางค์เข้าไปในสมาร์ทวอทช์ของคุณ โดย Fitbit Pay ช่วยให้เข้าถึงบัตรเครดิตและเดบิตไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ไม่ว่าจะแค่ซื้อน้ำดื่มหลังการออกกำลังกายหรือจะช้อปปิ้งที่ศูนย์การค้าโปรด Fitbit Versa 2 ก็ช่วยให้คุณจับจ่ายได้เพียงแค่เชื่อมต่ออุปกรณ์ผ่านบัตรจากธนาคารไม่ว่าจะเป็น ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย (เคทีซี) และธนาคารกรุงเทพ

Fitbit promotion

Fitbit Inspire HR

ฟิตเนสแทร็กเกอร์ราคาจับต้องง่ายสำหรับทุกการใช้งาน

ราคา 2,990 บาท (จาก 3,790 บาท)

ฟิตบิท Inspire HR เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่ง่ายสำหรับการใช้งาน เรียบง่ายแต่จัดเต็มแบบฟูลฟังก์ชันด้วยโหมดการตั้งเป้าในการออกกำลังกายกว่า 15 รายการ ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง การปั่นจักรยาน โยคะ เปรียบเหมือนตัวช่วยที่ช่วยให้การออกกำลังกายพัฒนาไปอีกระดับในทุกๆ วัน

พร้อมทั้งง่ายขึ้นด้วยการวัดอัตราการเต้นหัวใจแบบ 24/7 ที่ช่วยวัดแบบรอบด้านเริ่มจากการออกกำลังกาย การเผาผลาญแคลอรี่ หรือถ้าต้องการพักจากการทำงานก็ยังมีฟังก์ชันช่วงเวลาแห่งความสงบที่ช่วยแนะนำวิธีการหายใจโดยคำนวณจากการผันผวนของอัตราการเต้นของหัวใจ พร้อมฟีดแบ็คสอนวิธีที่จะช่วยให้คุณผ่อนคลายและทำให้อัตราการเต้นของหัวใจคุณลดลง หรือแม้แต่ยามที่ต้องการแรงบันดาลใจใหม่ๆ Fitbit Inspire HR ก็มาพร้อมกับฟีเจอร์แจ้งเตือนอัจฉริยะ ที่ช่วยเตือนการยืดเส้นยืดสายและเดิน 250 ขั้นในทุกๆ ชั่วโมง

Fitbit promotion

Fitbit Charge 3

ฟิตเนสแทรคเกอร์สุดแอดวานซ์สำหรับสายสปอร์ตและสายเทคโนโลยี

4,990 บาท (จาก 6,490 บาท) และ Special Edition ในราคา 5,490 บาท (จาก 6,990 บาท)

ฟิตเนสแทรคเกอร์สำหรับสายสปอร์ตที่ชื่นชอบการออกกำลังกายเป็นประจำ โดยผู้ใช้สามารถเพิ่มการแทรคกิจกรรมการออกกำลังกายรูปแบบต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งหรือการว่ายน้ำ ที่ช่วยเพิ่มประสบการณ์การออกกำลังกายอย่างเหนือชั้น

Fitbit Charge 3 กันน้ำได้ในความลึกถึง 50 เมตร ทำให้สายสปอร์ต นักว่ายน้ำสามารถแทรคการออกกำลังกายใต้น้ำได้อย่างสบายๆ หรือแม้แต่จะใส่อาบน้ำก็ยังได้ และยิ่งไปกว่านั้นหากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่ไม่สามารถขาดโทรศัพท์ได้ Fitbit Charge 3 ช่วยให้คุณเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ตลอดทั้งวัน อย่างการแจ้งเตือนการโทรเข้า ข้อความ และการตอบข้อความแบบรวดเร็ว โดยอุปกรณ์นี้สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 7 วัน เป็นเหมือนอุปกรณ์ที่พร้อมจะส่งข้อมูลเชิงลึกและแรงบันดาลใจตลอดทั้งวัน

ร่วมช้อปพร้อมส่งต่อสุขภาพที่ดีกับอุปกรณ์ฟิตบิทรุ่นต่างๆ พร้อมราคาพิเศษถึงวันที่ 27 ธันวาคม นี้เท่านั้น Fitbit Ionic ในราคา 8,990 บาท(จาก 10,990 บาท), Fitbit Ionic Adidas ราคา 9,290 บาท (จาก 11,290 บาท), Fitbit Versa Lite ราคา 5,190 บาท (จาก 6,690 บาท), Fitbit Ace 2 2,090 บาท (จาก 2,890 บาท), และ Fitbit Inspire ในราคา 2,090 บาท (จาก 2,890 บาท) โดยสามารถหาซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายและร้านค้าชั้นนำ อาทิ B2S, Dotlife, Jaymart, King Power, Lazada, Power Buy, ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศูนย์การค้าโรบินสัน และศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ทุกสาขา

ข่าวประชาสัมพันธ์

AIS ผนึก SCB และ ม.อ. ปักหมุด สร้างต้นแบบ 5G ในภาคอุตสาหกรรมได้สำเร็จ รายแรก!

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอส กล่าวว่า “5G คือเทคโนโลยีที่จะเข้ามาพลิกโฉมสังคมไทย และยกระดับขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมไปอีกขั้น พร้อมขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็น Thailand 4.0 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจน อำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารของผู้ใช้บริการโดยทั่วไป จากคุณสมบัติ 3 ส่วน คือ ความเร็วที่เพิ่มขึ้น, ขีดความสามารถการเชื่อมต่อ IoT และเครือข่ายที่ตอบสนองได้รวดเร็วและเสถียร เอไอเอส ในฐานะผู้นำอันดับ 1 ด้านนวัตกรรมเครือข่ายและเทคโนโลยี มีความมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคตอยู่เสมอ เพื่อเป็นแกนสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็น Thailand 4.0
ดังที่ผ่านมา เอไอเอสเป็นผู้นำนวัตกรรม 5G รายแรกรายเดียวของไทยที่ทดลองทดสอบ 5G ครบแล้วทั่วไทย โดยเปิดพื้นที่ให้นักพัฒนา นักวิจัย นิสิตนักศึกษา และประชาชนได้ร่วมศึกษา ทดลอง ทดสอบการใช้งาน 5G ในหลากหลายมิติมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของเทคโนโลยี 5G ว่ามีความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยอย่างไร ตลอดจน เรามีความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางความร่วมมือในการสร้าง Ecosystem ของการพัฒนานวัตกรรม เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งานทั่วทุกภูมิภาคและทุกเจเนอเรชัน

 

สำหรับความร่วมมือระหว่างเอไอเอส, เอสซีจี และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวย่างสำคัญของการทดสอบ 5G ในภาคอุตสาหกรรมไทย ซึ่งได้ร่วมคิดค้นและพัฒนาโซลูชั่นในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิตด้วย 5G ทดลองทดสอบในสภาพแวดล้อมจริง บนคลื่นความถี่ 2.6 GHz ภายใต้การสนับสนุนของ กสทช. เป็นครั้งแรกที่เราจะได้เห็น Use Case จริงที่สามารถนำไปต่อยอดใช้งานได้จริงในอนาคต ผ่านการสาธิตการบังคับรถยกของ Forklift ขับเคลื่อนระยะไกล จากกรุงเทพฯ – สระบุรี เป็นครั้งแรกของภาคอุตสาหกรรมของไทย ทำให้เราเชื่อมั่นได้ว่า เทคโนโลยี 5G จะเข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลงและมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนภาคธุรกิจของไทยได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม การพัฒนานวัตกรรม 5G ยังมีองค์ประกอบและปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่างๆ อีกหลายด้าน ซึ่งจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนใน Ecosystem ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม 5G เพื่อสร้างโอกาสในการแข่งขันในเวทีโลก พร้อมช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไป”
ด้าน นายอรรถพงศ์ สถิตมโนธรรม ผู้อำนวยการ โครงการระบบอัตโนมัติและอุตสาหกรรม 4.0 เอสซีจี กล่าวถึงความร่วมมือครั้งสำคัญนี้ว่า “เอสซีจี มุ่งปรับเปลี่ยนการดำเนินงานด้านต่างๆ ในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง แพคเกจจิ้ง และเคมิคอลส์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้องค์กรเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยจัดตั้งคณะทำงานด้าน Mechanization, Automation and Robotics (MARs) และ Industry 4.0 ขึ้น ตั้งแต่ปี 2559 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับกระบวนการผลิตให้เป็นโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) ด้วยการนำเทคโนโลยีด้าน MARs และ Industry 4.0 มาผสมผสานกัน โดยใช้เงินลงทุนกว่า 860 ล้านบาท ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2562 จนออกมาเป็นโซลูชันต่างๆ อาทิ การแจ้งเตือนเครื่องจักรก่อนการซ่อมบำรุง (Smart Maintenance) การใช้หุ่นยนต์ในห้องปฏิบัติการด้านการตรวจวัด (Smart Laboratory) การทำระบบจ่ายปูนให้ลูกค้าแบบอัตโนมัติ (Smart Dispatching) และการเชื่อมโยงข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุปทานด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้ทุกคนเห็นข้อมูลเดียวกันที่ถูกต้องและนำมาวิเคราะห์ให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจ รวมทั้งตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น
ทั้งนี้ เอสซีจีให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ กับองค์กรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ เพื่อให้การดำเนินงานสามารถประสบความสำเร็จได้ดีและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาของความร่วมมือกับเอไอเอสในครั้งนี้ เพื่อให้ลูกค้าของเราได้รับสินค้าและบริการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของไทยให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น

สำหรับโครงการ “การพัฒนารถ Forklift ขับเคลื่อนระยะไกลด้วยเครือข่าย 5G” ดังกล่าว เริ่มดำเนินการที่โรงงานของเอสซีจี ใน จ.สระบุรี เป็นแห่งแรก เพราะมีการเคลื่อนย้ายทั้งวัตถุดิบและสินค้าโดยใช้รถ Forklift เพื่ออำนวยความสะดวกจำนวนมาก อีกทั้งรถ Forklift ยังเป็น material mobility ที่ควบคุมได้ง่ายที่สุด ก่อนจะต่อยอดไปทดลองกับเครื่องมืออื่นๆ ในอนาคต ซึ่งการนำเครือข่าย 5G ที่มีความรวดเร็วในการตอบสนองแบบเรียลไทม์ และมีความแม่นยำในการส่งผ่านข้อมูลที่จำเป็นสำหรับระบบอัตโนมัติขั้นสูงมาใช้นั้น จะช่วยตอบโจทย์ของเอสซีจี ทั้งการมีผลิตผลที่มากขึ้นเพราะพนักงานสามารถควบคุมรถจากที่ใดก็ได้ อีกทั้งยังสามารถฝึกอบรมการใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่างๆ ให้กับพนักงานที่อยู่ในพื้นที่อื่นๆ ได้โดยไม่ต้องเดินทางไปที่หน้างาน

ส่วนทิศทางของเอสซีจีในการนำเทคโนโลยี 5G มาใช้เสริมขีดความสามารถของธุรกิจในอนาคตนั้น สามารถเป็นไปได้ทั้งการเพิ่มความปลอดภัยในงานที่มีความเสี่ยง เช่น การทำงานของเครื่องจักรบริเวณเหมืองและเตาเผาปูนซีเมนต์ การเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เช่น การเพิ่มความเร็วในส่งผ่านข้อมูลขนาดใหญ่จากโรงงานในหลากหลายพื้นที่มายังศูนย์ควบคุมส่วนกลางเพื่อให้บริหารจัดการข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ และการเสริมประสิทธิภาพให้ธุรกิจโลจิสติกส์ การตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดีขึ้น เช่น การเสริมประสิทธิภาพของ IoT ในบ้าน ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและปลอดภัยในการอยู่อาศัยมากขึ้น หรือ Smart Home รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาตามแนวทาง Industry 4.0 ได้อย่างแท้จริง”

รองศาสตราจารย์ ดร.พีระพงศ์ ทีฆสกุล ผู้อำนวยการ โครงการ อินโนเวชั่น ฮับส์ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยสถาบันวิจัยและนวัตกรรมดิจิทัล เราทำงานวิจัยและพัฒนาอย่างใกล้ชิดกับ ภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันศึกษา ทดลอง ทดสอบ เทคโนโลยี 5G ในมิติต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างและพัฒนาเทคโนโลยีให้มีความพร้อมมากที่สุด เพื่อส่งมอบต่อให้กับภาคอุตสาหกรรมนำไปใช้งานได้จริง ส่งเสริมศักยภาพในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม สำหรับงานวิจัยพัฒนานี้ ได้รับทุนสนับสนุนจาก Innovation hub กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เพื่อนำ platform ระบบสมองกลฝังตัวขั้นสูงสำหรับยานยนต์ ผสมกับ ระบบควบคุม latency ต่ำ ผ่านทางไกลบนเครือข่าย 5G AIS นำไปใช้จริงในภาคการผลิตของอุตสาหกรรมได้ในอนาคต”

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

คิวยาวเหยียด ห้างทะลัก! เมื่อดีแทค รีวอร์ดให้ฟินกับชานมไข่มุกแสนอร่อย วันนี้ 10,000,000 เม็ด 100,000 แก้วทั่วประเทศ

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

 

เจอคิวชานมไข่มุกยาวเหยียด เซอร์ไพรส์แรก  แจกฟรี ชานมไข่มุก แสนอร่อยวันนี้ เมื่อดีแทค รีวอร์ด จัดให้ “ตามใจปากทุกวันศุกร์” แจกชานมไข่มุก ให้ฟินทั้งกินทั้งดื่ม Ochaya, Koi The และ Tiger Sugar   แจกชานมไข่มุกฟรีรวมกว่า 10,000,000 เม็ด หรือ 100,000 แก้ว  ให้ลูกค้าได้ #ตามใจปากทุกวันศุกร์  กันให้ฟินสุดๆ  ลูกค้าดีแทคสามารถรับสิทธิ์ได้ง่ายๆผ่าน ดีแทค แอป และติดตามดีลสุดพิเศษทุกศุกร์ได้จาก Line dtac reward  และ Facebook dtac reward  และเว็บไซต์ www.dtac.co.th/dtacreward

 

ดีแทค รีวอร์ด จัดเต็มทุกวันศุกร์ ตลอดทั้งปี 2563 ให้ลูกค้าได้เซอร์ไพรส์กับดีลสุดพิเศษ จากแบรนด์ดัง ทั้งลด แลก แจก แถม เครื่องดื่ม ไอศครีม ขนมหวาน และอีกมากมาย ใครที่พลาดวันนี้ ศุกร์หน้าวันที่ 31 มกราคมมารับ ชานมไข่มุก แสนอร่อยได้อีก

อ่านต่อ...

ข่าวประชาสัมพันธ์

AIS Serenade ส่ง Serenade Great Deal เอาใจสาวกสมาร์ทโฟน ใช้ AIS Points แลกรับส่วนลดค่าเครื่องสูงสุด 18,000 บาท

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

เอไอเอส เซเรเนด ตอกย้ำผู้นำโปรแกรมดูแลลูกค้าที่ทรงพลังที่สุด เดินกลยุทธ์ผูกใจลูกค้าด้วยสิทธิพิเศษเหนือระดับ มอบความพิเศษด้านสมาร์ทโฟนให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง หลังได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากแคมเปญปีที่ผ่านมา ล่าสุด! สานต่อสิทธิพิเศษปีนี้กับโครงการ “Serenade Great Deal” เริ่มดีลแรกตรุษจีน 2563 เอาใจลูกค้าเซเรเนด เพียงใช้ AIS Points 200 พอยท์ แลกรับส่วนลดสมาร์ทโฟนได้สูงสุด 18,000 บาท พร้อมขยายการรับสิทธิ์จากเดิม 1 วัน เป็น 2 วัน ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 3 ของเดือน ให้ลูกค้าเซเรเนด มีโอกาสรับสิทธิ์เพิ่มมากขึ้น รับความพิเศษตลอดทั้งปี
ประเดิมเกรทดีลแรก วันที่ 25 – 26 มกราคมนี้ นำ AIS Points 200 พอยท์ แลกรับส่วนลด อาทิ

  • Samsung Galaxy Note 10+ (512GB) ลดเหลือเพียง 22,900 บาท จากราคาปกติ 40,900 บาท
  • VIVO V17 ราคาเพียง 6,999 บาท จากราคาปกติ 11,999 บาท
  • HUAWEI Y9s ลดเหลือเพียง 2,990 บาท จากราคาปกติ 7,990 บาท

 

พิเศษ! สำหรับสาวกแอปเปิล รับสิทธิพิเศษซื้อ iPhone รุ่น iPhone 11 Pro Max, iPhone 11 Pro, iPhone XS Max และ iPhone XS ราคาเริ่มต้นเพียง 13,500 บาท
จำนวนจำกัด 2,500 สิทธิ์ ที่ Serenade Club และ AIS Shop ทุกสาขา ลูกค้าเซเรเนด ติดตามข้อมูลและเงื่อนไขการรับสิทธิ์เพิ่มเติมได้ทาง www.ais.co.th/serenade/smartphone

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone OPPO A9 2020 The Best Super Spec Smartphone
Android News2 สัปดาห์ ที่แล้ว

OPPO A9 2020 สเปคแรงสุด จัดเต็มทุกฟีเจอร์ The Best Super Spec Smartphone ของปี 2019

OPPO A9 2020 สมาร์ทโ...

realme-X50-5G realme-X50-5G
Android News3 สัปดาห์ ที่แล้ว

จับตา realme แบรนด์สมาร์ทโฟนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่เหนือกว่าในยุค 5G

ปัจจุบันไม่มีใครไม่ร...

Goodnight App Review Goodnight App Review
Android App4 สัปดาห์ ที่แล้ว

รีวิว Goodnight App แชทสนุกด้วยเสียง พบปะเพื่อนใหม่ หาคนพิเศษเพื่อบอกฝันดี!

วันนี้มีแอปพลิเคชั่น...

รีวิว Vivo V17 รีวิว Vivo V17
Featured1 เดือน ที่แล้ว

รีวิว Vivo V17 สมาร์ตโฟน “ฉีกทุกกฏในทุกช็อต” หน้าจอ Ultra O Screen, แบตอึด 4500mAh ชาร์จเร็ว 18W และกล้อง AI 4 เลนส์

Vivo V17 สมาร์ตโฟนที...

AIS Ultimate Surprizes 5 Point AIS Ultimate Surprizes 5 Point
Featured1 เดือน ที่แล้ว

เซอร์ไพรส์ส่งท้ายปี “5 พอยท์ลุ้น GADGETS สุดคูล” ยิ่งกดมากยิ่งมีสิทธิ์มาก

เซอร์ไพรส์ส่งท้ายปีเ...

Advertisement

ข่าวใหม่วันนี้

กำลังมาแรง