ติดตามพวกเรา

iOS Tips

ตามหา new iPad ได้คืนด้วย iCloud เรื่องจริงที่เกิดขึ้นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามกับการตั้งค่าง่าย ๆ บน iDevice

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

 

วันนี้มีเรื่องที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังครับ ผมได้อ่านทวิตเตอร์จาก @Pacharapapon ซึ่งได้ทวิตว่า  RT @Pacharapapon: คนใช้ iPhone-iPad ควรอ่าน “ปฎิบัติการล่าไล่ New iPad” ประสบการณ์สดๆร้อนๆจาก @Rangsima_s คลิกอ่าน http://wp.me/p2DZcl-5 ปฏิบัติการล่าไล่ “New iPad” หล่นบนแท๊กซี่ หาย5โมง ได้คืน5ทุ่ม  

 

ซึ่งอยากให้ทุกคนได้เข้าไปอ่านด้านบนเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจในการค้นหาเครื่องได้คืนจาก icloud.com แต่ผมก็ได้พบกับประโยคหนึ่งซึ่งน่าสนใจจากเรื่องเล่านั้นคือ

“โทรหาเจ้าของเครือข่ายให้ช่วยตามสัญญาณ ใช่แล้ว..เราเคยอ่านข่าวว่ามีการตามจนเจอ พอโทรไป ทรูมูฟบอก “คุณไม่ได้ลงแอพ Find my iPad หรือ Find my iPhone เราช่วยตามสัญญาณไม่ได้นะคะ””

แล้วทีนี้จะหาคืนได้ยังไง สำหรับใครที่เข้าไปอ่านแล้วอาจสงสัยเพิ่มในเมื่อไม่ได้ลง Find my iPhone และใช้ icloud.com  ในการหามันเหมือนกันมั้ย หรือต่างกันยังไง ไม่ลงแล้วทำไมหาเจอ เดี๋ยวผมมีคำตอบมาให้ดูกันครับ

นี่คือหน้าตาของแอพ Find my iPhone

 

ก่อนอื่นเดี๋ยวเรามาดูวิธีการสมัครใช้ iCloud กันก่อนครับ แล้วจะรู้ว่าทำไมถึงได้หาเจอด้วย iCloud แต่ไม่ได้ติดตั้งแอพ Find my iPhone สำหรับใครที่ยังไม่มีให้สมัครที่ iDevice ของเราได้ตามวิธีนี้ครับ  (สำหรับใครที่มี Apple ID อยู่แล้วสามารถล็อกอินใช้งานได้เลย แต่ถ้าเราสมัครใหม่จะได้เมล์ @me.com และถ้าเป็น  iOS6 จะได้เมล์ @icloud.com)

ขั้นตอนการสมัครให้ไปที่ Setting > iCloud และให้เลือกที่ Get A Free Apple ID (ถ้าเป็น iOS5 ตรง example@icloud.com จะเป็น example@me.com เครื่องที่นำมารีวิวเป็น iOS6)

 

หลังจากนั้นให้ใส่ วัน เดือน ปี เกิด เมื่อเสร็จแล้วเลือก Next เพื่อใส่ ชื่อ และ นามสกุล หลังจากนั้น Next ครับ

 

 

เมื่อมาถึงหน้า Create Apple ID ให้เลือกที่ Get a free iCloud email address  เลือก Next และหลังจากนั้นให้ตั้งชื่อเมล์ที่ต้องการ ที่ช่อง Email และเลือก Next

 

 

Apple ID Password ให้ใส่ Pass โดยจะต้องประกอบไปด้วยจำนวน 8 ตัวอักษร ซึ่งจะต้องมีตัวอักษรใหญ่ ตัวอักษรเล็กและตัวเลขปนกัน หลังจากนั้นเลือก Next และให้ตั้งคำถามเพื่อใช้สำหรับในกรณีที่ลืมรหัสผ่านเพื่อเป็นการยืนยันการ Reset รหัสผ่าน

 

 

หากต้องการข้อมูลการอัพเดทข่าวสารถจาก Apple ให้เลือก On และ Next หลังจากนั้นเลือกที่ Agree เพียงเท่านี้ก็จะมีเมล์ @me หรือ @icloud มาใช้งานกันแล้วครับ

 

 

เดี๋ยวเรามาดูกันว่าทำไม ไม่ได้ติดตั้งแอพ Find my iPhone แล้วถึงได้หาเครื่องเจอจาก iCloud.com

เหตุผลคือ บน iOS5 และ iOS6 Find my iPhone ได้ถูกติดตั้งอยู่บน iOS แล้วซึ่งถ้าในกรณีที่ล็อกอินด้วยเมล์ที่ Settings > iCloud Find my iPhone จะถูกเปิดให้ทำงานทันที โดยที่ไม่ต้องติดตั้งแอพนี้เพิ่มนี่ คือเหตุผลที่ ทำไมที่บอกว่า Operator มือถือบอกว่าไม่ได้ลง Find my iPhone แต่ทำไมถึงหาเครื่องเจอ

 

 

แต่การตั้งค่าเครื่องให้ปลอดภัยยังไม่หมดแค่นี้ครับ จะสังเกตได้ว่า Find My iPhone มีคำว่า On นั่นหมายถึงมันก็ต้อง OFF ได้เช่นกัน และถ้าในกรณีที่คนที่เก็บได้และเกิด OFF ขึ้นมาล่ะ จะทำยังไง เรามีวิธีการตั้งค่าให้ไม่ให้กด OFF หรือเปลี่ยนค่าใด ๆ ได้เลยมาฝากกันอีกครับ สามารถคลิกดูได้จากที่นี่ Tips วิธีการที่จะทำให้ไม่สามารถปิด Location Service ได้ หากเครื่องเราหายโอกาสเจอสูง !!! หรือจะดูจากใต้รีวิวนี้เลยได้เช่นกัน

การตั้งค่าไม่ให้ปิด Location Service  และ Find My iPhone ได้

1. Settings > General > Restrictions > Enable Restrictions > ใส่รหัสผ่าน > Allow Changes > Location Account> Don’t Allow Changes

ตั้งค่า > ทั่วไป > การจำกัด > เปิดใช้การจำกัด > ใส่หรัสผ่าน > อนุญาตให้เปลี่ยน > ที่ตั้ง > ไม่อนุญาตให้เปลี่ยนน

2. Settings > General > Restrictions > Enable Restrictions > ใส่รหัสผ่าน > Allow Changes > Account > Don’t Allow Changes

ตั้งค่า > ทั่วไป > การจำกัด > เปิดใช้การจำกัด > ใส่หรัสผ่าน > อนุญาตให้เปลี่ยน > บัญชี > ไม่อนุญาตให้เปลี่ยน

ถ้าหากทำในข้อ 1 แล้ว สามารถเลือกปิด Accounts ต่อได้เลยครับ

 

วิธีจะทำให้ไม่สามารถปิด Location Service และ ไม่สามารถเข้าไปปิด Find My iPhones ได้ครับ โดยจะสังเกตได้ว่า เมื่อแตะไปที่เมนู Location Services จะไม่สามารถปิดได้แล้ว

 

เหุตผลที่ต้องตั้งค่าเพื่อไม่ให้เปลี่ยน Account คือ ในการใช้บริการ iCloud เพื่อการค้นหาเครื่องนั้น เครื่องจะต้องล็อกอินด้วย email icloud ไว้ด้วย และหลังจากนั้นเราก็จะหาจาก iCloud.com แต่ถ้าหากในกรณีที่คนพบไปแล้วทำการเปลี่ยน Account ก็จะทำให้ระบบไม่สามารถค้นหาได้เนื่องจาก Account ที่ผูกไว้กับเครื่องได้ถูกเปลี่ยนไปแล้ว

 

และหากเครื่องหายขึ้นมาจริง ๆ ให้ทำตามนี้ครับ

เมื่อตั้งค่าและเปิดการใช้งาน Find My iPhone แล้ว เราจะสามารถ ค้นหาเครื่องได้โดยไปที่ www.icloud.com ล็อกอินโดยใช้ E-mail @me.com หรือ Email ที่ใช้เป็น Apple ID และล็อกอินที่ Setting > iCloud  และไปที่ Find My iPhone เพื่อทำการค้นหาครับ

 

เมื่อค้นหาเครื่องพบแล้ว สามารถสั่งล็อค ส่งข้อความไปหาผู้ที่พบเครื่อง และสามารถสั่งลบข้อมูลต่าง ๆ ในเครื่องได้อีกด้วย

 

หลาย ๆ คนมักมีคำถามว่าแล้วถ้าคนที่เจอเอาเครื่องไป Restore ล่ะ แล้วจะทำยังไง คำตอบคือทำอะไรไม่ได้ครับเครื่องคุณก็หายแน่นอน แต่เห็นมั้ยครับจากเคสตัวอย่างที่เอามาให้อ่านกันคนที่เจอไม่ใช่ว่าจะมีความรู้หรือเชี่ยวชาญเรื่อง Smartphone เสมอไป ตั้งค่าหรือป้องกันไว้เถอะครับ ไม่เสียหายแน่นอน

และในการค้นหาไม่จำเป็นต้องใช้คอมเพื่อค้นหาก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน ล่าสุด Find my iPhone ได้อัพเดทให้สามารถค้นหาได้แล้ว สามารถดูได้จาก Tips : วิธีค้นหา iPhone หายหรือถูกโขมยด้วย iPhone โดยไม่ต้องใช้คอมและเข้าเว็บไซต์ icloud.com 

ขอบคุณการแบ่งปันข้อมูลดี ๆ จาก @Rangsima_s

Apple News

หา iPhone หาย และอุปกรณ์อื่นๆ ของแอปเปิลด้วยแอป Find My และ iCloud.com

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

สำหรับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์ต่างๆ อีกปัญหาหนึ่งที่หลายๆ คนพบคือการทำหายนั่นเองครับ ซึ่งวันนี้จะขอแนะนำสำหรับมือใหม่หรือผู้ใช้งานอุปกรณ์ของแอปเปิลซึ่งอาจจะยังไม่ทราบว่าสามารถระบุตำแหน่งของอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้อยู่ได้ด้วยครับ เมื่ออุปกรณ์ต่างๆ  เช่น iPhone, iPad, iPod, MacBook, Airpods หาย สามารถค้นหาได้จากตำแหน่งของเครื่องที่เปิดใช้งานล่าสุด ซึ่งการค้นหานั้นสามารถทำได้ผ่านเว็บ “iCloud.com“และแอป “Find My” นั่นเองครับ

 

วิธีล็อคอิน iCloud และเปิดใช้งาน Find My บน iPhone, iPod, iPad

การจะค้นหาอุปกรณ์อย่าง iPhone, iPod, iPad ได้นั้นจะต้องเข้าไปเปิดตั้งค่าเพื่อเปิดใช้งานก่อนครับ โดยเข้าไปที่่

  • Settings > Sign in to your iPhone > Email Apple ID & Password > Find My  > ON จากนั้นให้เปิดการค้นหา iPhone ตามภาพด้านล่างนี้นะครับ

หากยังไม่มี Apple ID คลิกดูวิธีการสมัครที่นี่ 

 

 

วิธีล็อคอิน iCloud และเปิดใช้งาน Find My Mac

คลิกท่ีรูปแอปเปิล > System Preferences > iCloud ล็อคอินด้วย Apple ID & Password > Sign in จากนั้นให้ติ๊กถูก “Find Muy Mac” เพื่อเปิดใช้งาน

 

คลิก “Allow”

 

หลังจากที่ล็อคอินเรียบร้อยแล้ว ทั้งบน iPhone, iPod, iPad และ Mac ก็พร้อมค้นหาโลเคชั่่นที่ใช้งานล่าสุดได้แล้วครับ

 

วิธีการค้นหา iPhone, iPod, iPad, AirPods  และ Mac ผ่านเว็บไซต์

ให้เข้าไปที่ www.icloud.com (การค้นหาจากเว็บสามารถใช้ได้ทั้ง Windows และ Mac ) จากนั้นให้ล็อคอินด้วย Apple ID ที่ใช้ล็อคอิน iCloud ไปแล้วก่อนหน้านี้ ถ้าในกรณีที่มีหลายอุปกรณ์ให้ล็อคอินด้วย Apple ID เดียวกันทุกอุปกรณ์เพราะในการค้นหานั้นจะรวมอยู่ในบัญชีเดียวกันทั้งหมด

เลือกไปที่ “ค้นหา iPhone” เพื่อค้นหาอุปกรณ์ต่างๆ

 

เข้ามาแล้วจะเห็นแผนที่ ซึ่งสามารถเลือกดูได้แบบ Standard, Sattlelite และ Hybrid ตัวอย่างค้นหาแบบ Satellite (ภาพถ่ายดาวเทียม)

 

อุปกรณ์ที่ล็อคอินด้วยบัญชีเดียวกันจะโชว์ขึ้นมาให้เห็นทั้งหมดครับ

 

ถ้าอุปกรณ์ต่างๆ ของเราเปิดเครื่องอยู่และเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ก็จะค้นหาเจอและถ้าในกรณีที่อาจจะหายภายในบ้านสามารถส่งเสียงโดยการเลือกไปที่ “ส่งเสียง”

 

ในกรณีเครื่องหายสามารถเลือกไปที่ “โหมดสูญหาย” เพื่อสั่งล็อคเครื่องได้ ให้ใส่เบอร์โทรที่ต้องการให้คนที่เจอติดต่อกลับ จากนั้นเลือก “ถัดไป”

 

พิมพ์ข้อความที่ต้องการแจ้งให้กับผู้ที่พบติดต่อกลับ

 

หลังจากที่เสร็จขั้นตอนแจ้งสูญหายแล้ว เมื่อ iPhone หรืออุปกรณ์อื่นๆ “เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต” ระบบจะล็อคเครื่องให้ และขึ้นข้อความที่ได้พิมพ์ไว้ก่อนหน้านี้บนหน้าจอทันที

 

 

และฟังก์ชั่นสุดท้ายคือ “ลบ iPhone” ซึ่งเป็นคำสั่งลบข้อมูลของตัวเครื่องทั้งหมด ในกรณีที่มีข้อมูลที่สำคัญหรือคิดว่าไม่ได้คืนแล้วสามารถสั่งลบข้อมูลได้จากฟังก์ชั่นนี้

 

วิธีค้นหา iPhone, iPod, iPad, AirPods, Mac ด้วยแอป Find My

หากต้องการค้นหาอุปกรณ์ที่หายไปให้เปิดแอป Find My ขึ้นมาครับ ซึ่งแอปนี้จะเป็นการรวมทั้งแอป Find My iPhone และ Find My Friend เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งจะทำให้ค้นหาได้ทั้งอุปกรณ์ต่างๆ และเพื่อน ในแอปเดียวกัน

 

หลังจากที่เข้ามาในแอป “Find My” จะเห็นตำแหน่งของอุปกรณ์ต่าง ๆ ของเราครับ เลือกที่ All Devices เพื่อโชว์อุปกรณ์ทั้งหมดของเราที่มีอยู่และล็อคอินภายใต้ Apple ID เดียวกันทั้งหมด ซึ่งสามารถเลือกอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องการค้นหาเพื่อส่งเสียง และนำทางไปยังอุปกรณ์นั้นๆ ได้

 

“Mark As Lost” (โหมดสูญหาย) สามารถใช้งานบนแอป “Find My”  ได้เช่นกัน เลือกที่ “Mark As Lost” เพื่อล็อคเครื่องพร้อมส่งข้อความเพื่อติดต่อไปยังเครื่องที่หาย

 

หลังจากที่สั่งล็อคแล้วจะมีข้อความขึ้นมาที่หน้าเพื่อแจ้งให้คนที่เจอติดต่อกลับได้ครับ

 

หรือหากต้องการสั่งลบข้อมูลก็สามารถเลือก “Erase This Device” ข้อมูลต่างๆ จะถูกลบเมื่อ iPad ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หลังจากที่ลบข้อมูลแล้วก็จะไม่สามารถค้นหาหรือติดตามได้แล้วนะครับ เพราะข้อมูลต่างๆ ได้ถูกลบออกไปหมดแล้ว

 

 

สำหรับมือใหม่ หรือผู้ที่ยังไม่ทราบสิ่งที่จำเป็นเมื่อซื้อ iPhone, iPod, iPad, Mac มาแล้ว ก็ควรที่จะเปิดใช้งาน “Find My” ทุกอุปกรณ์ทันทีไว้เลยนะครับ ถึงแม้ว่าอุปกรณ์ต่างๆ ที่หายอาจจะไม่สามารถค้นหากลับคืนมาได้ 100% แต่การเปิดใช้งาน รวมไปถึงการค้นหาก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้สามารถค้นหาเจอ และตามของกลับคืนมาได้ ซึ่งในหลายๆ เคสที่ผ่านมาก็สามารถค้นหากลับคืนมาได้ครับ ขอเพียงแค่เมื่อทำหายให้ตั้งสติแล้วลองค้นหาดูก่อน เพราะหลายๆ ครั้งที่หายถ้ารู้ตัวและค้นหาทันทีก็ยังทำให้รู้โลเคชั่นและค้นหากลับคืนมาได้ สุดท้ายถ้าเป็นไปได้ไม่ทำหายก็จะดีที่สุดครับ

อ่านต่อ...

Android Tips

วิธีเปิดใช้งาน Dark Mode โหมดกลางคืนสำหรับเว็บไซต์ Facebook

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

How to Enable Dark Mode on Facebook

เมื่อสัปดาห์ก่อนมีรายงานว่า Facebook กำลังทดสอบฟีเจอร์การเปิดใช้งาน Dark Mode หรือโหมดกลางคืนสำหรับเว็บเบราว์เซอร์หรือบนเดสก์ท็อปนั่นเอง และสำหรับใครที่ต้องใช้งานโหมดนี้ก็สามารถตั้งค่าด้วยตนเองได้ง่ายๆ ตามนี้เลย

 

How to Enable Dark Mode on Facebook

วิธีเปิดใช้งาน Dark Mode เว็บไซต์ Facebook บน Google Chrome

  1. เปิด Google Chrome แล้วพิมพ์ chrome://flags/#enable-force-dark ในช่อง URL
  2. เลือก Enable เพื่อเปิดใช้งาน Dark Mode
  3. คลิกที่ปุ่ม Relaunch เพื่อเริ่มต้นใช้งาน Google Chrome ใหม่ในโหมดกลางคืน

 

How to Enable Dark Mode on Facebook

เพียงเท่านี้เมื่อเราเข้าเว็บไซต์ Facebook ก็จะเห็นว่าพื้นหลังของหน้าเว็บไซต์นั้นมีพื้นหลังสีดำที่ดูสบายตามากขึ้น ซึ่งเป็นการเปิดใช้งาน Dark Mode ให้กับ Google Chrome นั่นเอง ส่วนทางด้าน Facebook จะเปิดให้ใช้งานได้จริงผ่านฟีเจอร์ของตนเองเมื่อไหร่นั้น หากมีความคืบหน้าจะรีบมาอัปเดทให้ทราบต่อไปครับ

ที่มา : osxdaily

อ่านต่อ...

Android Tips

Bestnine วิธีทำ 9 รูปสุดฮอตของเราใน Instagram ปี 2019 มีภาพไหนบ้าง มาดูกันเลย

เผยแพร่แล้ว

เมื่อ

โดย

หลายอาจได้เห็นเพื่อนๆ แชร์รูปภาพ Instagram ปี 2019 ที่เป็นการรวมรูปภาพ 9 รูปสุดฮอตของแต่ละคนหรือ Bestnine ซึ่งเป็นภาพที่มีคนกดถูกใจมากที่สุดและจำนวนยอดไลค์ทั้งปี มาดูกันว่าเขาทำกันอย่างไร พร้อมแชร์ลงโชเชียลได้ด้วย

2019 Bestnine

สำหรับไอจีคนไทยที่มียอดยอดคนถูกใจมากที่สุดไม่มีใครไม่รู้จักเธอคนนี้ ลิซ่า (lalalalisa_m) นักร้องชาวไทย รู้จักกันในฐานะสมาชิกเกิร์ลกรุปเกาหลีใต้ แบล็กพิงก์ โดยในปี 2019 มีคนกดไลค์มากถึง 981,441,097 และโพสต์ทั้งหมด 309 โพสต์

วิธีการทำง่าย ๆ

1. ให้เข้าไปที่เว็บ https://bestnine.net/th จากนั้นให้กรอก “ไอดี” ของ Instagram ของเราลงไปครับ เลือกไปที่ “GET” สามารถทำได้ทั้งบนคอมฯและสมาร์ทโฟน

2. จากนั้นให้รอสักครู่ เพื่อให้ระบบค้นหาและดึงรูปภาพยอดฮิตที่สุดทั้งหมด 9 รูปของเราในปี 2019 และเมื่อได้รูปภาพยอดฮิตแล้วก็สามารถแชร์ไปยัง Facebook, Twitter ได้ด้วย

ลองเช็คดูกันครับว่าภาพไหนของเราที่ได้ฮอตสุด ๆ ใน Instagram แล้วอย่าลืมแชร์มาให้เพื่อนๆ ดูกันด้วยครับ และฝากกด Follow IG ของเพจด้วยนะ @iPhone_Droid ฮา ๆ

อ่านต่อ...

กำลังฮอต

คลิปมาใหม่

ข่าวใหม่วันนี้

มือถือมาใหม่

กำลังมาแรง